23 กุมภาพันธ์ 2565

‘Wild Nature Artisan’ คือร้านสินค้าออร์แกนิก เรียงรายไปด้วยผลิตภัณฑ์น่ารักแถมน่าลอง รับรองว่าถ้าเผลอไปมอง ต้องตกหลุมรักพร้อมควักกระเป๋าตังค์ออกมา ทั้งแยมหลากรสจากผลไม้ที่เราคุ้นตา อย่างสตรอว์เบอร์รี่ ส้ม มัลเบอร์รี่ จนถึงวัตถุดิบตื่นตาอย่างตะลิงปิง ชาออร์แกนิกอินฟิวชันในชื่อคุ้นหูอย่างต้มโคล้งและต้มยำ ดอกเกลือผสมสมุนไพรที่ไม่ว่าเอาไปโรยกับอะไรก็ Always a good idea! มาพร้อมชื่อสะดุดตาในแพ็กเกจจิ้งน่าหยิบ ซึ่งมาจากการปลูก-ปั้นของ น้อย-ดารา วงศ์วรรณ และ นาย-ทับทิม มลายอริศูนย์ สองพี่น้องผู้ตั้งใจพกความทรงจำน่าสนุกในวัยเยาว์ ผสานกลิ่นอายเชียงใหม่ที่พวกเขาคิดถึงหยิบ จับ ใส่ เติม จนเป็นร้านน่ารักแห่งนี้

Wild Nature Artisan ร้านแยม ชา เกลือออร์แกนิก ที่ปลูกและปรุงจากฟาร์มกลางเชียงใหม่

หากใครกำลังนึกภาพสวนผัก-ผลไม้เขียวขจีกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ตั้งอยู่ในพื้นที่หลายร้อยไร่ เงียบสงบและห่างไกลตัวเมือง มีคนงานเฉียดร้อยขะมักเขม้นดูแลพืชผักนับร้อยอยู่ล่ะก็ เราขอบอกว่าคุณคิดผิด! 

แม้ Wild Nature Artisan จะมีพืชผักเกินร้อยชนิดจริงตามที่กล่าว ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคมากหน้าหลายตา ทั้งยังพอให้สองพี่น้องเก็บเกี่ยวมาทดลองไอเดียใหม่ในทุกเดือน บางคราวยังช่วยให้พี่ ๆ ผู้ดูแลสวนอิ่มท้อง และเหลือพอไว้แบ่งให้ผู้มาเยือนหลักอย่างนกและผีเสื้อด้วย แต่สวนแห่งนี้ไม่ได้ตั้งอยู่ในพื้นที่หลักร้อยไร่ กลับตั้งอยู่ในพื้นที่เพียง 5 ไร่ในเขตหมู่บ้านจัดสรรใจกลางเมืองเชียงใหม่ ภายใต้แนวคิด Urban Farm เกษตรกลางเมือง 

Wild Nature Artisan ร้านแยม ชา เกลือออร์แกนิก ที่ปลูกและปรุงจากฟาร์มกลางเชียงใหม่

เมื่อคิดถึง ก็กลับมา

“เราโตมายุคที่เชียงใหม่ห้อมล้อมไปด้วยธรรมชาติ มีป่าล้อมรอบ จากบ้านเรามองออกไปก็เห็นภูเขา จนมันกลายเป็นสิ่งที่อยู่ในใจเรา ต่อให้เราไปอยู่นิวยอร์กหรือลอนดอน แต่สุดท้ายก็ยังคิดถึงเชียงใหม่ เกิดการเปรียบเทียบว่าถ้าบ้านเขารักษาธรรมชาติให้อยู่คู่กับเมืองได้ บ้านเราก็น่าจะรักษาไว้ได้เหมือนกัน” น้อยเล่าถึงไอเดียเริ่มต้น 

เมื่อสองพี่น้องเติบโตมาอย่างใกล้ชิด ในยุคที่มีสวนหลังบ้านและต้นไม้เป็นสนามเด็กเล่น เคยชินกับการเก็บผักสวนครัวหลังบ้านมาทำกับข้าว แม้ทั้งสองจะแยกย้ายกันไปเติบโตและแวะเวียนไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศหลายปี

แต่ไม่ว่าอยู่ที่ไหน เชียงใหม่ก็ยังเป็นสถานที่ที่หวนกลับมาให้พวกเธอคิดถึงบ่อย ๆ

“เราอยากให้ความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับเรา เกิดขึ้นกับคนยุคต่อ ๆ ไป” เธอเกริ่นถึงความตั้งใจแรก ก่อนจะเล่าต่อว่า “พอคิดถึงการทำเกษตร ปลูกพืช คนทั่วไปมักคิดว่าพื้นที่การเกษตรต้องอยู่นอกเมือง แต่เราอยากขยับให้สวนเข้ามาใกล้กับคน มากกว่าที่จะให้มันขยับห่างออกไปเรื่อย ๆ และเราอยากให้คนเห็นว่า ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ปลูกพืชได้นะ บนดาดฟ้า กรุงเทพฯ หรือแม้แต่พื้นที่เล็ก ๆ ก็ทำได้ ไม่ต้องใหญ่โต เริ่มจากต้นหอม ผักชี หรือผักที่เรากินอยู่ทุกวัน” น้อยเล่า

วิธีทำการเกษตรในเขตเมืองอย่าง Urban Farm จึงกลายเป็นคำตอบ

Wild Nature Artisan ร้านแยม ชา เกลือออร์แกนิก ที่ปลูกและปรุงจากฟาร์มกลางเชียงใหม่

ก่อนจะกลายเป็น Wild Nature Artisan อันคึกคัก ผู้คนแวะจับจ่าย เพื่อนบ้านแวะทักทาย เดิมทีผืนดินแห่งนี้เป็นพื้นที่ว่าง ไม่มีใครอาศัย เมื่อไม่มีคนอาศัย ดินและต้นไม้ก็เจริญเติบโตอย่างเป็นธรรมชาติ ไร้ซึ่งกิจกรรมทำร้ายดิน จึงกลายเป็นเหตุให้ดินในบริเวณนี้มีความอุดมสมบรูณ์ แม้ดินจะสุขภาพดีอยู่แล้ว แต่ก็ยังดีขึ้นกว่านี้ได้อีก!

“พี่สาวเรามี Green Fingers ค่ะ เขาปลูกต้นไม้ได้ดี ส่วนเราชอบค้นคว้า เวลาจะปลูกต้นไม้ ก็ไม่ใช่ว่าจะปลูกได้เลย ต้องค้นคว้า ต้องเตรียมดิน ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยวัดค่าของดินในพื้นที่ของเรา ต้องให้อาหาร เพื่อให้ดินอุดมสมบูรณ์ที่สุด เตรียมแหล่งน้ำที่สะอาด ซึ่งเราใช้น้ำบาดาลที่มีอยู่แล้ว นำมากรอง ตรวจเช็กค่าต่าง ๆ ก่อนนำมาใช้งาน อะไรที่รู้สึกว่ายาก เราต้องทำให้ได้ อะไรผิดเราต้องแก้ ปลูกผิดเราก็ปลูกใหม่ ถ้าต้นนี้ไม่ชอบแสงตรงนี้ ก็ต้องย้าย”

น้องสาวเล่าถึงวิธีคิดแสนธรรมดาแต่น่ารัก ฟังแล้วชวนมองพืชผักเหมือนเพื่อนมนุษย์ต่อว่า 

“คนเรายังต้องดื่มน้ำสะอาด พืชก็เหมือนกัน”

ที่นี่มีแนวทางการทำ Zero Waste ในฟาร์มด้วย ทั้งวัชพืช กิ่งไม้ ต้นไม้ที่ถูกตัดแต่ง หรือผลผลิตที่ร่วงโรยตามกาลเวลา จะถูกนำไปหมักเป็นปุ๋ยเพื่อใช้บำรุงดินต่อไป แถมหากต้องการห่อของหรือสินค้า สองพี่น้องก็ยังเต็มใจใช้ใบตองแทนบรรจุภัณฑ์พลาสติก ใช้ใบต้นเล็บครุฑแทนถ้วยชาม เพราะอยากทำให้พื้นที่ภายในไร้ขยะ และอยากสื่อสารให้เห็นผ่านการลงมือทำให้มากเท่าที่พวกเธอจะทำได้ เพื่อสร้างการตระหนักถึงธรรมชาติและช่วยกันลดพลาสติก

Wild Nature Artisan ร้านแยม ชา เกลือออร์แกนิก ที่ปลูกและปรุงจากฟาร์มกลางเชียงใหม่

พอดินดี น้ำพร้อม ก็ถึงเวลาลงมือ!

“เราชอบคิด ชอบทำ เลยทำด้วยมือเสียส่วนใหญ่ อาจจะคิดว่าทำด้วยมือมันช้า แต่เรามีความประณีตมากกว่า Artisan คือการที่เราใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 สายตาต้องมอง จมูกต้องรับกลิ่น มือต้องสัมผัส” น้องสาวเล่า

Wild Nature Artisan จึงใช้สองมือเป็นอุปกรณ์หลัก แม้จะเป็นวิธีที่ใช้เวลานาน ทำได้ในปริมาณน้อย แต่กลับให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเครื่องจักรอย่างเหลือเชื่อ ที่ดินผืนขนาดพอดีแห่งนี้จึงถูกควบคุมและดูแลด้วยคนทั้งหมด ตั้งแต่ขั้นตอนการปลูก ดูแล เก็บเกี่ยว ผลิต จนถึงแพ็กส่ง เพราะสองพี่น้องอยากลดปัจจัยที่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด 

เมื่อไร้เครื่องจักร ดินแดนแห่งนี้ก็เสมือนไร้มลพิษ อบอวลไปด้วยอากาศบริสุทธิ์ ผืนดินอุดมสมบูรณ์ พืชผักนานาชนิดเติบโตงอกงาม ชวนแขกไม่ได้รับเชิญให้เดินทางมาอย่างไม่ขาดสาย ทั้งชันโรง นก ผีเสื้อ และแมลงสารพัดชนิด

แล้วหากไม่ใช้เครื่องจักร ไม่ใช้สารพิษ แล้วมีวิธีอยู่ร่วมกับเจ้าแมลงอย่างไรกันนะ-เราถาม

Wild Nature Artisan ร้านแยม ชา เกลือออร์แกนิก ที่ปลูกและปรุงจากฟาร์มกลางเชียงใหม่

“ปลูกพืชกลิ่นแรงไว้ไล่แมลงค่ะ ใช้การปลูกกะเพราที่หัวแปลง อย่างชันโรงเราก็ทำบ้านให้เขา ทำ Bug Condo เป็นการสร้างสภาพแวดล้อมให้เอื้อซึ่งกันและกัน สัตว์อยู่ได้ พืชอยู่ได้ คนอยู่ได้ ไม่ต้องทำร้ายกัน ถ้าเกิดต้นไหนเขาอยากกิน เราก็ปลูกเผื่อ อย่างตะขบสามต้น เราใช้เองสองต้น อีกต้นไว้ให้เขา (นก) กิน” น้อยเล่า แต่เรายิ้ม

แม้ภายในฟาร์มแห่งนี้จะมีชั่วโมงการผลิตในทุกวัน แต่นั้นไม่ใช่กิจวัตรที่น่าเบื่ออย่างใจคิด เพราะผลิตภัณฑ์ในแต่ละวันแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่าเก็บอะไรได้ ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ถูกส่งไปในแต่ละครั้งสดใหม่อยู่เสมอ

“อย่างกุหลาบต้องเก็บก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ตอนที่น้ำค้างยังเกาะอยู่ เพราะรักษาความสดไว้ได้ดี เวลาเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ยิ่งตอนบ่ายเราไม่เก็บผลผลิตเลย แดดร้อน คนก็ร้อน กิ่งไม้ที่ถูกตัดก็ร้อน เราเป็นสิ่งมีชีวิตเหมือนกัน” เธอเสริม

Wild Nature Artisan ร้านแยม ชา เกลือออร์แกนิก ที่ปลูกและปรุงจากฟาร์มกลางเชียงใหม่
Wild Nature Artisan ร้านแยม ชา เกลือออร์แกนิก ที่ปลูกและปรุงจากฟาร์มกลางเชียงใหม่

ลืม ลืมฉัน ลืมไปก่อน

“เราทำงานเป็นอาสาสมัครกับสาธารณะสุขจังหวัดเชียงใหม่ ให้เชียงใหม่เป็นเมืองอาหารปลอดภัย พอเราได้ลงพื้นที่ ใกล้ชิดเกษตรกร ทำให้เรารับรู้ถึงปัญหา อีกอย่างการที่เราใกล้ชิดกับเกษตรกร มันทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้กัน แล้วเขาก็จะดูแลพืชโดยไม่ใช้สารเคมี ซึ่งก็ช่วยให้ต้นน้ำเราสะอาดมากขึ้นด้วย” น้อยเล่าถึงที่มา

นอกจากพืชผักและสมุนไพรที่งอกงามอยู่ภายในพื้นที่ 5 ไร่ ผลไม้ส่วนใหญ่ก็ส่งตรงมาจากเกษตรกรต้นน้ำบนดอย เมื่อนักค้นคว้า นักปลูก เกษตรกรมือฉมัง มีผลไม้สดแสนอร่อยอยู่ในมือ ความอร่อยจึงบังเกิด

“พอเราชอบค้นคว้า ก็คิดไปเรื่อย ค้นไปเรื่อย ทำได้แต่ยังไม่พอใจก็ลองใหม่ กว่าจะออกมาเป็นแยมกระปุกแรกก็ร่วมปี ก่อนผลผลิตในฟาร์มจะเติบโตจนกลายเป็นดอกเกลือผสมสมุนไพร และ Organic Infusion รสชาติส่วนใหญ่เก็บเกี่ยวมาจากประสบการณ์ที่เราไปพบเจอมา เรื่องราวในความทรงจำ และเกือบทุกรสมาจากการเดินทาง”

โดยปกติแยมส้มหรือผลผลิตตระกูล Citrus ที่ถูกเอามารวมกัน มักเป็นส้มกับส้ม ไม่ก็ส้มกับเลม่อน ไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจหรือความเคยชินก็ตาม แต่ Citrus Melodies แยมส้มเขียวหวาน 4 สายพันธุ์ของสองพี่น้อง กลับถูกเติมกลิ่นด้วยใบโหระพาออร์แกนิกเก็บสด ๆ จากสวน นอกจากรสเปรี้ยวสดชื่นจากส้ม ยังได้กลิ่นหอมและรสอ่อน ๆ ของโหระพา กระซิบว่าเข้ากันอย่างไม่น่าเชื่อ ความซับซ้อนของรสชาตินี้ น้อยว่าเธอเก็บเกี่ยวมาจากการไปทาน Chef’s Table

Wild Nature Artisan ร้านแยม ชา เกลือออร์แกนิก ที่ปลูกและปรุงจากฟาร์มกลางเชียงใหม่
จับจ่ายแยม ชาออร์แกนิก และเกลือสมุนไพร จาก Urban Farm ของสองพี่น้องเชียงใหม่ ที่ตั้งใจให้คนปลูกและคนกินมีความสุข

ส่วนชาออร์แกนิกอินฟิวชันในชื่อส้มฉุน ก็แตกไอเดียมาจากกาพย์เห่เรือสมัยเด็ก ส่วน Magic Mints เป็นการผสมผสานมิ้นต์ 4 สายพันธุ์เข้าด้วยกัน เด็ดสดใหม่จากต้น เธอรับรองว่าหอมสดชื่น อีกผลิตภัณฑ์คือ ดอกเกลือออร์แกนิกผสมสามเกลอในชื่อ Thai Thai Grill และ Always a Good Idea ที่ไม่ว่าจะเอาไปปรุงกับอะไรก็เข้ากันไปเสียหมด 

“It takes two #1 ก็เป็นอีกความสนุกนะ แยมทุกขวดต้องผ่านการพาสเจอไรซ์ก่อน แต่ความตั้งใจของเราคือ แยมรสนี้ต้องมีเลเยอร์ 2 สีให้ได้ เราต้องทำยังไงก็ได้ให้ 2 รสนี้ไม่ปนกัน กลายเป็นความท้าทายของเรา ส่วนผู้บริโภคเองจะต้องตักยังไงก็ได้ให้ได้ทั้ง 2 รสภายใน 1 คำ ยากทั้งคนทำและกิน แต่ในความยากมีความสนุกอยู่

เมื่อก่อนคนมองว่าแยมคือแยม ต้องทาขนมปังอย่างเดียว แต่ไม่ค่ะ ในความคิดของเรามันไม่ใช่” เธอย้ำ

เราอยากชวนทุกคนลืมภาพแยม ดอกเกลือ และชาอินฟิวชันในภาพเดิม ๆ เสียก่อน เพราะผลิตภัณฑ์นานาชนิดจาก Wild Nature Artisan ไม่ได้ถูกปาดป้ายอยู่เพียงแผ่นขนมปังหรือรูปแบบเดิมที่เราคุ้นเคยเท่านั้น แต่สองพี่น้องตั้งใจเปิดกว้างให้เรานำไปสร้างสรรค์และต่อยอดได้อย่างอิสระ ดังที่เห็นได้จากรีวิวบนหน้าเพจ บางจานเจ้าของร้านก็แอบกระซิบว่าน่าสนุกจนอดรีโพสต์ไม่ได้ บ้างเอา Always a Good Idea ดอกเกลือผสมสมุนไพรไปมิกซ์จนกลายเป็นบัลซามิกสูตรเด็ด บ้างเอาไปโรยไข่ต้ม ถ้าเอาไปโรยพาสต้าก็จะได้รสชาติอีกแบบ บอกแล้วว่า Always สมชื่อ!

จับจ่ายแยม ชาออร์แกนิก และเกลือสมุนไพร จาก Urban Farm ของสองพี่น้องเชียงใหม่ ที่ตั้งใจให้คนปลูกและคนกินมีความสุข

แถมเรายังเห็นผลิตภัณฑ์น่าอร่อยใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นจากความสนุกภายในฟาร์ม อย่างไอศกรีมและเครื่องดื่ม ‘ชื่นใจ’ ผลิตภัณฑ์น้องใหม่ที่เกิดจากการนำเทคนิคและส่วนผสมที่ได้จากการทำแยม หยิบยกออกมานำเสนอในวิธีการใหม่ ฉบับสองพี่น้องและ Mixologist ประจำร้าน น้อยเล่าให้ฟังถึงแยม Banoffee Dream ที่มีรสหอมหวานของกล้วยหอม ผสมผสานกับคาราเมลและ Masala Chai ให้รสและกลิ่นเป็นเอกลักษณ์ แต่ยังเข้าถึงง่ายด้วยชื่อคุ้นปากอย่างบานอฟฟี่ เมื่อ Mixologist นำไปผสมกับรัม ก็กลายเป็นเครื่องดื่มแก้วใหม่ สดชื่น แถมไม่เหลือเค้าของบานอฟฟี่อยู่เลย

เครื่องดื่มและไอศกรีมในนามชื่นใจ จึงตั้งใจออกแบบให้เมื่อลิ้มลองเข้าไปเพียงคำแรก ก็จะต้องพูดออกมาว่า ‘ชื่นใจจริง ๆ’ ให้ได้ แค่ได้ยินก็อยากจะวิ่งไปหยิบชุดโปรดแพ็กลงกระเป๋า จองตั๋ว บินไปถึงหน้าฟาร์มเดี๋ยวนั้นเลย!

ส่วนผสมลับรสกลมกล่อม

“ถ้าถามว่า Wild Nature Artisan คือใคร คำตอบคือ ‘เรา’ วัยเด็กและธรรมชาติของเชียงใหม่ เป็นสิ่งที่เราทั้งคู่มีแพสชันกับมัน” เธอเล่าถึงส่วนผสมลับอันลงตัว ที่สองพี่น้องตั้งใจปรุงความเป็นเชียงใหม่ลงไปในทุกขั้นตอน 

ตั้งแต่โคมลอย พระธาตุดอยสุเทพ ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ และเจ้านกตัวจิ๋วที่อวดโฉมบนกล่องชา

น้อยบอกว่ามันคือนกปิ๊ดจะลิ่ว (นกปรอดหัวโขน) เป็นนกที่มีจำนวนน้อยลงจนใกล้สูญพันธุ์ การใส่สิ่งเหล่านี้ไว้ในแพ็กเกจจิ้งที่ส่งไปถึงมือทุกคน จึงเป็นการเชิญชวนกลาย ๆ ว่ามาปลูกต้นไม้กันเถอะนะ ถ้าเรารื้อฟื้นป่าให้อุดมสมบูรณ์เฉกเช่นเดิมได้ สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ก็จะอยู่ต่อไป ให้คนรุ่นลูกรุ่นหลานได้เห็นและโลกเราก็จะมีสีเขียวเพิ่มขึ้น

ส่วนอาหารสุดฮิตของเชียงใหม่อย่างไส้อั่ว ก็ถูกพลิกโฉมใหม่ให้กลายเป็นไส้อั่วในมาดดอกเกลือผสมสมุนไพรในนาม Love Chiangmai #1 เป็นมิตรต่อสาวกคนไม่กินไส้ แถมพกเชียงใหม่ลงกระเป๋า ติดตัวไปมุมไหนของโลกก็ง่ายแค่นิดเดียว นอกจากความหลงใหลที่มีต่อเชียงใหม่ ความคิดถึงประเทศไทยของทั้งคู่ก็น่ารักไม่แพ้กัน จนเกิดเป็นชาออร์แกนิคอินฟิวชันรสชาติต้มโคล้งและรสชาติต้มยำ เอาไว้ชงดื่มให้คล่องคอในวันที่อากาศหนาว ๆ ยามอยู่ต่างเมือง ให้พอแก้คิดถึงบ้านเกิดเมืองนอน ถ้าใครอยากเอาไปทำต้มโคล้งหรือต้มยำจริง ๆ สองพี่น้องก็ไม่ติด รับรองถึงเครื่อง!

จับจ่ายแยม ชาออร์แกนิก และเกลือสมุนไพร จาก Urban Farm ของสองพี่น้องเชียงใหม่ ที่ตั้งใจให้คนปลูกและคนกินมีความสุข
จับจ่ายแยม ชาออร์แกนิก และเกลือสมุนไพร จาก Urban Farm ของสองพี่น้องเชียงใหม่ ที่ตั้งใจให้คนปลูกและคนกินมีความสุข

ครอบครัวต้องฟังกัน

 เราทำ Wild Nature Artisan ด้วยความสุข เหมือนเวลาให้คนอารมณ์ดีกับคนอารมณ์ไม่ดีทำอาหาร แม้จะเป็นเมนูเดียวกัน สูตรเดียวกัน แต่ผลลัพธ์ออกมาไม่เหมือน ถ้าเขาทำด้วยใจรัก เขาก็จะมีความสุขกับการทำงาน

“เหมือนเวลาดอกไม้บาน มันจะฟู บาน สวยเลยแหละ” น้อยเปรียบเปรยพร้อมรอยยิ้ม

ภาพการทำงานภายในฟาร์มแห่งนี้ไม่เหมือนกับภาพที่เราคิดไว้สักเท่าไหร่ ภาพพี่คนสวนที่ขะมักเขม้นดูแลสวน ถูกแทนด้วยภาพการทำงานอย่างมีความสุขของครอบครัวในพริบตา แม้ไม่ใช่ทางสายเลือด แต่เป็นทางความรู้สึก 

เราเปิดโอกาสให้ทุกคนตลอด ไม่เว้นแม้แต่ตัวเราเอง เราไม่ปิดกั้นอะไรเลย ทุกคนแสดงความคิดเห็นได้เต็มที่ เราไม่ได้บอกว่าคุณเรียนมาน้อยกว่า คุณเห็นมาน้อยกว่า ไม่ใช่ ประสบการณ์ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ความชำนาญของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน เราต้องยอมรับและให้เกียรติซึ่งกันและกัน” เธออธิบายเสริม

จงอย่าแปลกใจหากผลิตภัณฑ์ของพวกเขาจะถูกลงท้ายด้วย #1 #2 #3 ไปเรื่อย ๆ 

เพราะเมื่อไม่ปิดกั้น ไอเดียและการคิดค้นทดลองอย่างไม่รู้จบจึงเกิดขึ้น 

“เราไม่ได้บอกว่าวันนี้สูตรนี้ดีที่สุด เพราะในทุก ๆ วันเราคิดว่า อันนี้ดีแล้ว แต่มันจะต้องมีอะไรที่ดีกว่านี้ ขนาดโลกเรายังไม่หยุดหมุน เราก็ต้องพัฒนามันต่อไปเรื่อย ๆ” – แล้วคุณมีวิธีการทำงานร่วมกันอย่างไร (เราสงสัย)

“ใช้วิธีคุยกัน บางครั้งเขาก็มาบอกว่า วันนี้มีหน่อไม้ตรงนี้นะ เอาไปทำนู่น ทำนี่ดีไหม ตรงนี้ได้รับแสงดีกว่าในฤดูนี้นะ ถ้าเป็นฤดูหนาวแสงจะมาทางนี้ ย้ายแปลงปลูกดีกว่านะ บางทีเขาเห็นมามากกว่าเรา เราก็ต้องฟัง” เธอตอบ

ส่วนใครที่ไม่อยากลิ้มลองผลิตภัณฑ์ของ Wild Nature Artisan อยู่ที่บ้านเฉย ๆ เราขอแนะนำให้มาเยือนฟาร์มพื้นที่ 5 ไร่ ในจังหวัดเชียงใหม่ รับรองว่าสนุกและน่าประทับใจไม่แพ้ที่ไหน เพราะมีให้เพลินทั้งเวิร์กชอป Tea Cupping ทำแยม ทำไอศกรีม และเดินชมฟาร์ม เจ้าบ้านแอบบอกว่าคุณจะได้เด็ด ชม ชิม และลงมือทำด้วยตัวเอง 

“เราจะไม่บอกเขาแค่ว่าอันนี้ต้นอะไร ปลูกยังไง แต่จะลงลึกกว่านั้น ต้นนี้ทำอะไรได้บ้าง จะเป็นอาหารขึ้นชื่อของเชียงใหม่ได้อย่างไร ไปอยู่ใน Love Chiangmai #1 ได้อย่างไร มันเป็นการเล่าเรื่องและแชร์ประสบการณ์ด้วยกันมากกว่า และที่สำคัญ เราอยากเป็นจุดเล็ก ๆ ในการทำ Urban Farm อยากให้เกิดการรับรู้ว่า ถ้าเราทำสิ่งนี้ในหมู่บ้านได้ ไม่ว่าอยู่ที่ไหนเราก็ปลูกพืชได้ และถ้าเราทำได้ สิ่งแวดล้อมก็จะยั่งยืน โรคภัยไข้เจ็บน้อยลง และเราก็ยังเชื่อมั่นว่า You are what you eat เราไม่อยากให้คุณนึกถึงสุขภาพที่ดีตอนคุณกำลังป่วย ไม่จำเป็นว่าคุณต้องเป็นคนที่รักสุขภาพจ๋า เพียงคุณแวะเวียนเข้ามาหาเรา เราเชื่อว่าคนจำนวน 50 เปอร์เซ็นต์ที่มา จะอยากกลับไปปลูกต้นไม้ อยากอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

“ความใฝ่ฝันของเราคือ เราอยากเห็นทุกคนมีสุขภาพดี และมีความสุขในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่” เธอทิ้งท้าย

จับจ่ายแยม ชาออร์แกนิก และเกลือสมุนไพร จาก Urban Farm ของสองพี่น้องเชียงใหม่ ที่ตั้งใจให้คนปลูกและคนกินมีความสุข

Wild Nature Artisan

ที่ตั้ง : 119/28 หมู่ 5 ถนนมหิดล ตำบลหนองหอย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ (ปิดวันอาทิตย์) เวลา 09.00 -17.00 น.

โทรศัพท์ : 095 536 5156

เว็บไซต์ : wildnatureartisan.com

Facebook : Wild Nature Artisan – An Edible Memoir of Chiang Mai

Writer

นิธิตา เอกปฐมศักดิ์

นักคิดนักเขียนมือสมัครเล่น ผู้สนใจงานคราฟต์ ต้นไม้และการออกแบบเป็นพิเศษ แต่สนใจหมูสามชั้นย่างเป็นพิเศษใส่ไข่

Photographer

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ ร่ำเรียนมาทางศิลปะจากคณะที่ได้ชื่อว่ามีวงดนตรีลูกทุ่งแสนบันเทิงของเมืองเหนือ มีความสุขกับการกดชัตเตอร์ในแสงเงาธรรมชาติ ชอบแมว หมา และบ้าจักรยานไม่แพ้กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

เราเดินทางมาถึงที่นี่ช่วงเย็น จากนัดกันไว้ช่วงเช้า เพราะสภาพอากาศทำให้เครื่องบินของเราล่าช้าไปหลายชั่วโมง

ปาล์ม-ศิริพจน์ กลับขันธ์ เจ้าของร้าน ควบตำแหน่งประธานผู้ประกอบการรุ่นใหม่ จ.ตรัง หรือ YEC Trang บอกว่าการดีเลย์เป็นเรื่องปกติมากของคนตรัง และยินดีรอรับแขกจากกรุงเทพฯ ตลอดวัน สมกับที่ร้านของเขาได้รับฉายาว่าเป็นสภากาแฟหรือศาลาว่ากลางของจังหวัดก็ว่าได้

มีเหตุผลมากมายว่าทำไมทั้งสถานที่กว้างใหญ่ พร้อมลานจอดรถแบบจุใจ แถมเดินทางถึงสนามบินได้ใน 10 นาที แต่เรามาวันนี้เพื่อคุยกับปาล์มถึงสิ่งที่ดีมากกว่านั้น

ตอนแรกก็นึกเสียดายที่ดันมาถึงตอนที่ร้านกำลังปิด แต่พอได้พูดคุยกับเจ้าของร้าน และได้เห็นพนักงานจำนวนมาก (ที่อาจจะมากเกินความจำเป็นด้วยซ้ำ) ร่วมกันทำความสะอาดร้านอย่างขยันขันแข็ง เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเหมือนเพื่อนสนิท เรากลับรู้สึกโชคดีที่ได้เห็็นภาพแบบนี้

ภาพของ Occur Coffee ที่ไม่ได้เป็นเพียงร้านกาแฟ แต่มีเครื่องประดับเป็นสายยาง ฟองสบู่ และมิตรภาพ แบบฉบับชุมชน Occur ตามที่ปาล์มตั้งใจอยากให้มันเป็น

“ผมเนี่ย เป็นคนตรังที่รักจังหวัดตรังมาก! มาก จนคนอื่นงง” เขาว่า ตอนที่เรานั่งสนทนากันในร้านที่เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นทำจากไม้ยางพารา

พอฟังเรื่องราวของเขาแล้ว ขอลงมติเห็นด้วยที่เขารักบ้านเกิดมาก แต่ขอเถียงอย่าง 

เราไม่งงว่าทำไมเมืองตรังถึงได้น่ารักขนาดนั้น

Occur Coffee สภากาแฟในคาเฟ่จากไม้ยางพาราที่ใช้ทุกอย่างจากตรัง โดยคนตรัง เพื่อคนตรัง
Occur Coffee สภากาแฟในคาเฟ่จากไม้ยางพาราที่ใช้ทุกอย่างจากตรัง โดยคนตรัง เพื่อคนตรัง

“เกิดจากคนตรัง โดยคนตรัง เพื่อคนตรัง”

ก่อนอื่น ต้องบอกก่อนว่า Occur Coffee เป็นโปรเจกต์ที่เกิดขึ้นโดย Woodwork โรงงานแปรรูปไม้ยางพาราของ วิถี สุพิทักษ์ พาร์ตเนอร์คนสำคัญของปาล์ม จากความคิดที่ว่า ไม้ยางพาราจะนำไปทำอย่างอื่นนอกจากเฟอร์นิเจอร์ได้หรือไม่ พอคิดค้นนวัตกรรมใหม่ อบไม้ยางให้แข็งแรงขึ้น ที่นี่ก็ถือเป็นที่แรกที่ยืนยันว่าไม้ยางสามารถสร้างอาคารได้จริง

“นี่พื้นไม้ยาง โต๊ะไม้ยาง เก้าอี้ไม้ยาง ผนังไม้ยาง ยางหมดเลย ใช่ นี่ก็ยาง” เขาชวนให้มองตามรอบร้าน 

“จริง ๆ ทุกอย่างใน Occur มันควร Belong to ตรัง แล้วก็ควรจะ Proud of ตรังไปในอนาคต” ปาล์มย้ำแนวคิดอย่างภาคภูมิใจ “Occur เป็นแบรนด์ที่เกิดจากคนตรัง โดยคนตรัง เพื่อคนตรัง” 

ก่อนเป็นฝ่ายถามเรากลับบ้างว่า “ถ้ามาตรังแล้วไม่ได้ไปเที่ยวทะเล จะไปที่ไหน” เราส่ายหน้าแล้วสารภาพว่าไม่รู้

“เมื่อก่อนตรังไม่มีพื้นที่ของเมือง นี่เป็นไอเดียที่ทำให้เกิด Occur Coffee ขึ้นมา เราคิดว่าควรจะมีพื้นที่ที่รับรองแขกที่มาเที่ยวบ้าง ผมมีลูกค้าเป็นผู้หลักผู้ใหญ่เยอะมาก มีนักการเมืองใหญ่ ๆ คุณหมอเก่ง ๆ ผู้พิพากษาอยู่ที่นี่ จนเพื่อน ๆ แซวว่าเป็นศาลากลางของจังหวัด” เขาหัวเราะ “ใครจะมาใช้ก็ได้ มาดื่มกาแฟก็ดี มาประชุม มาคุยงาน นัดเพื่อนก็เจอกันที่นี่แหละครับ”

แต่ก็ใช่ว่าใครจะเปิดร้านกาแฟแล้วได้รับกระแสตอบรับที่ดีล้นหลามขนาดนี้ 

อาจเป็นเพราะความรักที่มีต่อกาแฟจนเรียกได้ว่าคลั่งไคล้ของปาล์ม มันเกิดขึ้นราว ๆ 10 ปีที่แล้ว

Occur Coffee สภากาแฟในคาเฟ่จากไม้ยางพาราที่ใช้ทุกอย่างจากตรัง โดยคนตรัง เพื่อคนตรัง
Occur Coffee สภากาแฟในคาเฟ่จากไม้ยางพาราที่ใช้ทุกอย่างจากตรัง โดยคนตรัง เพื่อคนตรัง

“กาแฟพิเศษคืออะไร”

ร้านกาแฟร้านแรกของปาล์มและร้านกาแฟ Specialty แรกของจังหวัดชื่อว่า Passione del Caffé 

ส่วนความรักที่มีต่อกาแฟ เกิดขึ้นบนดอยช้าง จ.เชียงราย

“ช่วงนั้นผมเจอมรสุมชีวิตครั้งแรกแล้วไม่รู้จะดีลยังไง เลยหาว่ามีที่ไหนที่ไปเที่ยวได้บ้าง มีทริปผุดขึ้นมาในเฟซบุ๊ก จัดโดยสมาคมกาแฟพิเศษไทย (SCATH) ก็เลยอยากไปลองดูว่า ไร่กาแฟมันเป็นยังไงนะ ไม่เคยเห็น”

ทริปนั้นทำให้เขาได้เจอกับคอกาแฟมากมายที่ปัจจุบันกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับแถวหน้า อาทิ วัลลภ ปัสนานนท์ อดีตนายกสมาคมกาแฟพิเศษไทย, หมู-นพพล อมรพิชญ์ปรัชญา จากร้าน Bottomless และ พ้ง-ศุภชัย สว่างอำไพ จากร้าน Duck You Caferista

“เขาคุยอะไรกันไม่รู้ เรื่องต้นกาแฟ เรื่องวิธีเก็บ เรื่อง Process เป็นเรื่องใหม่กับผมหมดเลย กาแฟพิเศษคืออะไร ตอนนั้นยังกินกาแฟขม ๆ อยู่ด้วยซ้ำ ผมตื่นเต้นมากแล้วก็มีเรื่องเอ๊ะเต็มไปหมด”

ไม่เพียงแค่ความเอ๊ะที่ยังหาคำตอบไม่ได้ แต่รสชาติของกาแฟในทริปนั้นก็ตราตรึงใจเขาจนลืมไม่ลง

“หรือกาแฟที่ดีมันต้องเป็นแบบนั้น” ปาล์มคิดกับตัวเอง

“แล้วทำไมกาแฟที่บ้านเราไม่เป็นแบบเขาล่ะ” นั่นเป็นคำถามที่สองที่เปลี่ยนทั้งชีวิตเขา และวิถีการดื่มกาแฟของคนตรังไปตลอดกาล

Occur Coffee สภากาแฟในคาเฟ่จากไม้ยางพาราที่ใช้ทุกอย่างจากตรัง โดยคนตรัง เพื่อคนตรัง

“ผมบ้าขึ้นทุกวัน และบ้าไม่หยุด”

เพราะไม่มีคนทำเรื่องกาแฟ คือคำตอบที่ปาล์มดั้นด้นหามาได้

“ไม่ได้พูดแค่ตรังนะครับ จังหวัดใหญ่ ๆ ใกล้เคียงคือไม่มีเลย พี่ ๆ ในวงการเขาก็บอกว่า มันขาดคนขับเคลื่อน ถ้าอยากไปทำเดี๋ยวจะลงไปช่วย ตอนนั้นกาแฟพิเศษจะมารึเปล่าไม่รู้นะ แต่ผมรู้สึกว่าน่าจะเป็นความท้าทายใหม่ ๆ ที่เราจะลองเป็นคนมาบุกเบิกกาแฟพิเศษในพื้นที่ภาคใต้”

ท่ามกลางร้านกาแฟโบราณที่ราคาแพงสุดที่แก้วละ 40 บาท เขาตั้งราคาขายแก้วแรกขาดตัวที่ 75 บาท “ร้านเล็ก นั่งก็ไม่สบาย ทุกคนบอกว่าเจ๊งแน่นอน” ปาล์มยอมรับว่าเขาฝืนหยัดยืนเพื่อทำมัน

“ผมพูดเรื่องเดิม ๆ ว่าทำไมกาแฟถึงเปรี้ยว กาแฟตัวนี้แตกต่างกับตัวนั้นยังไง คีย์เวิร์ดเดิม ๆ แบบจำได้เลยว่าต้องพูดอะไร ไม่น่าจะต่ำกว่า 5 ปี จนร้านอื่น ๆ เริ่มปรับตัวตาม เราหวังแค่ให้คนชอบเราวันละคนก็พอ แต่ผมทำวันละคนมา 5 ปี มันก็ได้หลายร้อยคน

“ในวันแรกเขาอาจจะว่าผมบ้านะ แต่พอผมบ้าขึ้นทุกวัน และบ้าไม่หยุด เขาก็เชื่อและสุดท้ายก็มาบ้ากับผมทีละคน ร้านกาแฟในตรังก็เริ่มบ้ากับผมทีละร้าน จนตอนนี้ทั้งเมืองมันไม่มีร้านกาแฟแบบเดิมแล้ว

“เราชอบกาแฟจนถึงขั้น Crazy กับมัน เราหลงใหล ร้านแรกเลยชื่อว่า Passione ไง” เขาเฉลยให้รู้ 

“กับกาแฟ เรามากกว่ารัก มันคือความคลั่งไคล้ เราชอบมันมาก เราอยู่กับมันได้ทุกวัน ดีเราก็อยู่กับมัน ไม่ดีเราก็ยังอยู่กับมัน และผมเชื่อเรื่องกาแฟมาก” ส่วนนี่คือปณิธาน

ปัจจุบัน Passione del Caffé ก้าวเข้าสู่ปีที่ 7 ปาล์มมีฐานลูกค้ามากมาย เขาขยับขยายธุรกิจด้วยการเปิดโรงคั่ว เป็นที่ปรึกษาให้กับร้านกาแฟ Specialty อื่น ๆ เริ่มเป็นคนกลางกระจายเมล็ดกาแฟในตรัง ไปจนถึง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 

ทั้งหมดทั้งมวล ปาล์มย้ำว่าเพราะได้รับความอนุเคราะห์จากรุ่นใหญ่ ๆ ในวงการกาแฟมาช่วยขับเคลื่อนและพัฒนาวงการกาแฟพิเศษในพื้นที่ภาคใต้ให้เกิดขึ้น

พอธุรกิจเดินทางมาถึงจุดหนึ่ง ตัวละครลับอีกตัวก็ปรากฏให้เห็น นั่นคือ จิรณรงค์ วงษ์สุนทร บรรณาธิิการบทความไลฟ์สไตล์ของ The Cloud ผู้ที่ชื่นชอบกาแฟจนคลั่งไคล้ไม่ต่างกัน

“เขามาแนะนำผมว่า เฮ้ย ถ้าคุณอยากทำสาขาเยอะ ๆ ในอนาคต คุณควรจะจ้างคนทำแบรนดิ้ง”

ตัวละครลับที่สองจึงปรากฏตัวในเวลาไล่เลี่ยกัน นั่นคือ ธีรนพ หวังศิลปคุณ จาก TNOP™ DESIGN ผู้รับหน้าที่ออกแบบร้านกาแฟในฝันของเขาใหม่ ติดอยู่ตรงที่ว่า “คุณปาล์มครับ เอ่อ ถ้าจะทำ ผมว่าต้องเปลี่ยนชื่อ” เขาเล่าพร้อมจำลองเหตุการณ์

ไม่นาน ทีมของธีรนพก็กลับมาพร้อมกับชื่อใหม่ที่ปาล์มตกลงปลงใจโดยทันที 

“ชื่อ Occur มันเหมือนกับการได้เกิดขึ้น ณ ตอนนั้น และมันก็เกิดขึ้นเพื่อทำบางสิ่งบางอย่างที่คาดไม่ถึง” 

ส่วนจะเป็นอะไรนั้น เรากำลังจะเล่าให้ฟัง

Occur Coffee สภากาแฟในคาเฟ่จากไม้ยางพาราที่ใช้ทุกอย่างจากตรัง โดยคนตรัง เพื่อคนตรัง
Occur Coffee สภากาแฟในคาเฟ่จากไม้ยางพาราที่ใช้ทุกอย่างจากตรัง โดยคนตรัง เพื่อคนตรัง

“เป็นโรบัสต้าแล้วทำไม”

“คำว่าสภากาแฟ ถ้าถามว่ามันอยู่ที่ไหนเนี่ย ตรังก็ต้องมาเป็นอันดับต้น ๆ”

ปาล์มบอกว่า บ้านเกิดของเขามีวัฒนธรรมการดื่มกาแฟมายาวนานและแข็งแรงมาก หลายคนอาจจะรู้ว่าเขาช่องของคนตรังก็เป็นแบรนด์กาแฟแรก ๆ ในประเทศไทย เพียงแต่มักจะอยู่ในรูปแบบของกาแฟโบราณหรือโรบัสต้าเป็นหลักคือ เข้ม ข้น หวาน มัน ซึ่งนิยมดื่มกันตั้งแต่ตี 3 – 4 เพื่อปลุกให้ตื่นตาสว่าง ก่อนออกไปทำอาชีพหลักคือกรีดยางพาราตอนหัวรุ่ง

คำถามคือ ระหว่างพัฒนาพื้นที่ให้ปลูกกาแฟอาราบิก้าได้ กับพัฒนาโรบัสต้าที่มีอยู่แล้วให้ดี ปาล์มเลือกอะไร

“ผมเลือกอย่างหลัง แล้วก็ไม่ได้แค่คิดอย่างเดียว ผมจะทำอย่างหลังแน่ ๆ นั่นคือเป้าหมายในอนาคต” เขาตอบอย่างหนักแน่น 

เพราะสิ่งที่เขาลงมือไปแล้ว คือการเข้าไปคุยและให้ความรู้กับเกษตรกรต้นน้ำว่าโรบัสต้าที่ดีจะต้องปลูกยังไง เก็บยังไง มีสายพันธุ์อะไรบ้าง และอะไรคือมาตรฐานของการเป็นพรีเมียมโรบัสต้า 

“ผมเปิดร้านนี้้มาเกือบ 2 ปี ผมขายโรบัสต้ามาตลอด เพื่อให้คนรู้ว่าเราไม่ใช่ร้านกาแฟ Specialty ที่จะต้องปานามา เกอิชา กาแฟมัน Local ได้นี่ เป็นโรบัสต้าแล้วทำไมหรอ แล้วในอนาคตถ้าโรบัสต้าที่เมืองเราดีพร้อม เราก็พร้อมจะใช้ทันที เพราะเราอยากจะทำเรื่องโรบัสต้าที่อยู่คู่กับคนตรังให้มันชัดขึ้น”

เราถามเขาตรง ๆ ว่าเป็นเพราะอะไรเขาถึงต้องทำขนาดนี้ ปาล์มตอบกลับมาง่าย ๆ ว่าแรงขับเคลื่อนเดียวของเขา คือการเกิดเป็นคนตรัง

“แล้วเราก็เป็นคนตรังบ้านนอกที่ลำบากมาก่อนด้วยสิ เราเคยรู้สึกว่า เมืองนี้ในอดีตมันไม่ได้เอื้อสำหรับเราเลย เราต้องเข้มแข็งมาก ต้องพยายามมาก ขยันสุด ๆ ถึงจะมีจุดยืนวันนี้ได้ เพราะการที่เราจะทำธุรกิจแรกอย่างร้านกาแฟเจ๊งมีสูงมาก ถ้าเราไม่เข้มแข็งจริง ไม่มั่นใจในจุดยืนของเราจริง เราเลิกไปนานแล้วในปีแรก

“โอกาสมันเอื้อสำหรับคนที่มีฐานะพอสมควรแล้ว แต่น้อง ๆ ที่ต่างอำเภอเหมือนเราเมื่อก่อนล่ะ ทุกวันนี้เขายังต้องไปทำงานที่อื่น ที่ผมทำทุก ๆ โปรเจกต์ ก็เพื่อพยายามจะเปลี่ยนเมืองให้มันพร้อมกับเราทุกคน” 

และมันควรจะเริ่มที่ร้านของเขา

Occur Coffee สภากาแฟในคาเฟ่จากไม้ยางพาราที่ใช้ทุกอย่างจากตรัง โดยคนตรัง เพื่อคนตรัง
Occur Coffee สภากาแฟในคาเฟ่จากไม้ยางพาราที่ใช้ทุกอย่างจากตรัง โดยคนตรัง เพื่อคนตรัง

“เรารู้สึกว่าคนนี้มันมีของดี”

“ที่นี่ทำเหมือนเป็นโรงเรียนเลยนะ ทุกคนเข้ามาจะต้องมีโปรเจกต์ของแต่ละบุคคล โปรเจกต์ร่วมกันเป็นคู่ โปรเจกต์ร่วมกันเป็นทีม อาจจะเป็นเมนูใหม่ ๆ กระบวนการการทำงานใหม่ ๆ ที่จะช่วยให้ร้านดีขึ้น หรืออย่างน้อย ทำให้เขาเก่งขึ้นก็ยังดี” ปาล์มว่า “ร้านเรามีสอบกลางภาคด้วยนะครับ”

ยิ่งฟังยิ่งมีความงุนงนอยู่บนใบหน้า จนเขาต้องรีบอธิบายให้หายข้องใจ

“คือผมออกข้อสอบเกี่ยวกับกาแฟ ขั้นตอนการทำงานในร้าน หรือประสบการณ์ที่ลูกค้าจะสัมผัสในร้าน นั่งนึกว่าอะไรที่เราสอนน้องไปแล้วบ้าง มันจะจำได้ไหม ทุกคนต้องมานั่งสอบข้อกา ข้อเขียน”

งั้นถ้าสอบตกจะทำยังไง เราถามอีก

“ง่ายมากเลยครับ ไม่ได้หักเงินเดือน ไม่ได้อะไรเลย เราให้ไปวิ่ง 5 กิโล 10 กิโลก็ว่าไป” เรารีบตอบกลับไปว่านั่นไม่ง่ายเลยนะ

“พนักงานร้านกาแฟมันก็วัยรุ่น ผมมาที่ร้านแล้วผมรู้สึก เฮ้ย ทุกอย่างมันถูกต้องไปหมด ทุกคนก็ทำงานตามหน้าที่ของตัวเอง บริการลูกค้าก็ตามแพตเทิร์น แต่ทำไมมันดูไม่สดชื่นเลย เพราะงั้นสิ่งสำคัญก็คือต้องออกกำลังกาย

ช่วงนั้นพอทำจริง ๆ ยอดขายมันเติบโตขึ้น โดยแค่เราวิ่ง มันแปลกมากเลยนะ”

นั่นสิ เพราะอะไร

“พอคนมันรีแลกซ์ หน้าตามันเฟรช อยากคุยกับผู้คนมากขึ้น มันนำเสนอมากขึ้น ผมไม่เคยหักเงินเดือนเลย เราทำกันแบบนี้ ทีมเราก็โตขึ้นเรื่อย ๆ แล้วก็สนุกสนานกัน”

นับว่าหายากที่พนักงานกับเจ้าของร้านจะอยู่กันแบบพี่น้องที่สนิทสนมกัน ปาล์มเล่าว่า หากยื่นจดหมายสมัครงานมา เขามักจะสนใจคนที่อยากเอาชนะอะไรบางอย่างและมีเป้าหมายยิ่งใหญ่เป็นพิเศษ

“ผมสัมภาษณ์เองทุกคน แล้วก็สัมภาษณ์เยอะด้วย ถ้าเขียนใบสมัครว่า หนูจะเป็นบาริสต้าอยู่ออสเตรเลียให้ได้ภายใน 5 ปี เรารีบรับเลย ซึ่งผมรับพนักงานตลอดเวลานะ บางทีก็มีเกินอัตรามากเลย แต่เราก็รู้สึกว่าคนนี้มันมีของดี เอามาก่อน ขาดทุนเดี๋ยวค่อยว่ากัน

“เพราะผมเริ่มคิดตั้งแต่มีพนักงานคนแรกเลยว่า เราฝึกน้อง ๆ ทุกคนเพื่อไม่ได้อยากจะให้เขาเป็นแค่คนชงกาแฟ เราอยากจะสร้างน้องพวกนี้ให้ออกไปเป็นผู้ประกอบการร้านกาแฟที่เจ๋ง ๆ ทั้ง จ.ตรัง เพื่อจะได้สร้างสรรค์เมืองที่ดีให้กับเรา ซึ่งตอนนี้เด็็กรุ่นแรกออกไปเปิดร้านกันครบทุกคนเลยนะ มันเป็นภาพที่ดีมาก”

นอกจากวงการกาแฟแล้ว ปาล์มยังตั้งชื่อกลุ่มให้พนักงานในห้องครัวว่า ตรัง Young Chef เพื่อมุ่งหวังจะทำเรื่องอาหารในบ้านเกิดให้เติบโตอย่างสร้างสรรค์ เพราะที่ Occur เองก็มีแปลงผักปลอดสารพิษเป็นของตัวเองสำหรับอาหารทุกจาน 

“ผมทำอาหารไม่ค่อยเป็น แต่มีแนวคิดว่า ตรังมีจุดเด่นเรื่องของกิน มีต้นทุนวัตถุดิบจากเขาป่านาเลหลากหลายมาก กลุ่มตรัง Young Chef ผมก็ให้โอกาสเขาได้สร้างสิ่งที่เขาอยากทำ อยากเป็น อยากเสิร์ฟ และภาคภูมิใจ

“ผมคิดว่าปีหน้าเนี่ย Occur จะสนุกขึ้น” เขาฝากให้ติดตาม 

“เราจะได้ทำอะไรในแบบที่เราคิดอยากจะทำจริง ๆ เราจะเติบโตแบบเข้มแข็ง แล้วก็น่าจะเป็นภาพใหม่ที่น่าตื่นเต้นกับคนตรังเหมือนกัน เพราะผมอยากเล่าเรื่องตรังให้คนตรังได้สัมผัสก่อน พอตรังเริ่มภูมิใจในตรัง ผมว่าคนอื่นจะเริ่มเข้าใจ”

Occur Coffee สภากาแฟในคาเฟ่จากไม้ยางพาราที่ใช้ทุกอย่างจากตรัง โดยคนตรัง เพื่อคนตรัง
Occur Coffee คาเฟ่จากไม้ยางพาราของคนบ้ากาแฟ ผู้เชื่อในโรบัสต้า และภาคภูมิใจในเมืองตรังเป็นที่สุด

ก่อนจากกัน ในฐานะเจ้าของร้านที่ทำอาหารไม่ค่อยเป็นและไม่เคยเป็นเจ้าของเมนูไหนในร้าน เราขอให้เขาแนะนำเมนูเด็ดที่ชนะใจท่านประธาน

“Occur Sunset & Sunlight ตอนที่เราเปิดร้าน ด้านหน้าฝั่งพระอาทิตย์ตกสีมันม่วงมาก เราเลยให้โจทย์น้อง ๆ แต่ละทีมแข่งกันไปทำเมนูอะไรก็ได้ที่แมตช์กับภาพร้านเรา ชื่อโปรเจกต์ว่าหัวเช้ากับวันเย็น เป็นภาษาใต้ 

“นี่เป็นเมนูที่น้อง ๆ เขานำเสนอแล้วพิชชิ่งชนะ เพราะกว่าจะวางขายแต่ละเมนูในร้านก็ผ่านการนำเสนอกันหลายรอบกว่าพี่ปาล์มจะซื้อไอเดีย แก้วนี้โอเค เรื่องเล่าดี ส่วนผสมดี รสชาติผ่าน” 

Occur Coffee คาเฟ่จากไม้ยางพาราของคนบ้ากาแฟ ผู้เชื่อในโรบัสต้า และภาคภูมิใจในเมืองตรังเป็นที่สุด

“เมนูข้าวหน้าหมูไก่ซูวี ใช้พริกไทยปะเหลียน เป็นสินค้า GI ของตรัง เป็นเมนูที่ผมว่าใครมากินก็รู้สึกเอร็ดอร่อย คือผมไม่เคยเห็นใครกินข้าวอันนี้แล้วเหลือแม้กระทั่งนิดเดียวในจาน เหลือแค่กระดูกไก่ เป็นเมนูที่น้อง ๆ ตรัง Young Chef นำเสนอมาแล้วมันโดนใจผมมาก น่าจะคัดจาก 20 จาน แล้วเลือกมาได้ขายแค่ 1 อย่างนี้ ผมกินเองทุกวันได้ โดยไม่มีเบื่อ ยังไงก็อยากจะนำเสนอ

“ผมไม่เคยคิดเมนูเองสักอันเดียว” เขาหัวเราะตอนเล่า แต่ก็คงเป็นเพราะเขามีความสุข

Occur Coffee คาเฟ่จากไม้ยางพาราของคนบ้ากาแฟ ผู้เชื่อในโรบัสต้า และภาคภูมิใจในเมืองตรังเป็นที่สุด

Occur Coffee

ที่ตั้ง : 119 หมู่ 3 ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 09.00 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 095 261 4265 

Facebook : Occur Coffee

 

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load