23 กุมภาพันธ์ 2565
2 K

‘Wild Nature Artisan’ คือร้านสินค้าออร์แกนิก เรียงรายไปด้วยผลิตภัณฑ์น่ารักแถมน่าลอง รับรองว่าถ้าเผลอไปมอง ต้องตกหลุมรักพร้อมควักกระเป๋าตังค์ออกมา ทั้งแยมหลากรสจากผลไม้ที่เราคุ้นตา อย่างสตรอว์เบอร์รี่ ส้ม มัลเบอร์รี่ จนถึงวัตถุดิบตื่นตาอย่างตะลิงปิง ชาออร์แกนิกอินฟิวชันในชื่อคุ้นหูอย่างต้มโคล้งและต้มยำ ดอกเกลือผสมสมุนไพรที่ไม่ว่าเอาไปโรยกับอะไรก็ Always a good idea! มาพร้อมชื่อสะดุดตาในแพ็กเกจจิ้งน่าหยิบ ซึ่งมาจากการปลูก-ปั้นของ น้อย-ดารา วงศ์วรรณ และ นาย-ทับทิม มลายอริศูนย์ สองพี่น้องผู้ตั้งใจพกความทรงจำน่าสนุกในวัยเยาว์ ผสานกลิ่นอายเชียงใหม่ที่พวกเขาคิดถึงหยิบ จับ ใส่ เติม จนเป็นร้านน่ารักแห่งนี้

Wild Nature Artisan ร้านแยม ชา เกลือออร์แกนิก ที่ปลูกและปรุงจากฟาร์มกลางเชียงใหม่

หากใครกำลังนึกภาพสวนผัก-ผลไม้เขียวขจีกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ตั้งอยู่ในพื้นที่หลายร้อยไร่ เงียบสงบและห่างไกลตัวเมือง มีคนงานเฉียดร้อยขะมักเขม้นดูแลพืชผักนับร้อยอยู่ล่ะก็ เราขอบอกว่าคุณคิดผิด! 

แม้ Wild Nature Artisan จะมีพืชผักเกินร้อยชนิดจริงตามที่กล่าว ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคมากหน้าหลายตา ทั้งยังพอให้สองพี่น้องเก็บเกี่ยวมาทดลองไอเดียใหม่ในทุกเดือน บางคราวยังช่วยให้พี่ ๆ ผู้ดูแลสวนอิ่มท้อง และเหลือพอไว้แบ่งให้ผู้มาเยือนหลักอย่างนกและผีเสื้อด้วย แต่สวนแห่งนี้ไม่ได้ตั้งอยู่ในพื้นที่หลักร้อยไร่ กลับตั้งอยู่ในพื้นที่เพียง 5 ไร่ในเขตหมู่บ้านจัดสรรใจกลางเมืองเชียงใหม่ ภายใต้แนวคิด Urban Farm เกษตรกลางเมือง 

Wild Nature Artisan ร้านแยม ชา เกลือออร์แกนิก ที่ปลูกและปรุงจากฟาร์มกลางเชียงใหม่

เมื่อคิดถึง ก็กลับมา

“เราโตมายุคที่เชียงใหม่ห้อมล้อมไปด้วยธรรมชาติ มีป่าล้อมรอบ จากบ้านเรามองออกไปก็เห็นภูเขา จนมันกลายเป็นสิ่งที่อยู่ในใจเรา ต่อให้เราไปอยู่นิวยอร์กหรือลอนดอน แต่สุดท้ายก็ยังคิดถึงเชียงใหม่ เกิดการเปรียบเทียบว่าถ้าบ้านเขารักษาธรรมชาติให้อยู่คู่กับเมืองได้ บ้านเราก็น่าจะรักษาไว้ได้เหมือนกัน” น้อยเล่าถึงไอเดียเริ่มต้น 

เมื่อสองพี่น้องเติบโตมาอย่างใกล้ชิด ในยุคที่มีสวนหลังบ้านและต้นไม้เป็นสนามเด็กเล่น เคยชินกับการเก็บผักสวนครัวหลังบ้านมาทำกับข้าว แม้ทั้งสองจะแยกย้ายกันไปเติบโตและแวะเวียนไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศหลายปี

แต่ไม่ว่าอยู่ที่ไหน เชียงใหม่ก็ยังเป็นสถานที่ที่หวนกลับมาให้พวกเธอคิดถึงบ่อย ๆ

“เราอยากให้ความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับเรา เกิดขึ้นกับคนยุคต่อ ๆ ไป” เธอเกริ่นถึงความตั้งใจแรก ก่อนจะเล่าต่อว่า “พอคิดถึงการทำเกษตร ปลูกพืช คนทั่วไปมักคิดว่าพื้นที่การเกษตรต้องอยู่นอกเมือง แต่เราอยากขยับให้สวนเข้ามาใกล้กับคน มากกว่าที่จะให้มันขยับห่างออกไปเรื่อย ๆ และเราอยากให้คนเห็นว่า ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ปลูกพืชได้นะ บนดาดฟ้า กรุงเทพฯ หรือแม้แต่พื้นที่เล็ก ๆ ก็ทำได้ ไม่ต้องใหญ่โต เริ่มจากต้นหอม ผักชี หรือผักที่เรากินอยู่ทุกวัน” น้อยเล่า

วิธีทำการเกษตรในเขตเมืองอย่าง Urban Farm จึงกลายเป็นคำตอบ

Wild Nature Artisan ร้านแยม ชา เกลือออร์แกนิก ที่ปลูกและปรุงจากฟาร์มกลางเชียงใหม่

ก่อนจะกลายเป็น Wild Nature Artisan อันคึกคัก ผู้คนแวะจับจ่าย เพื่อนบ้านแวะทักทาย เดิมทีผืนดินแห่งนี้เป็นพื้นที่ว่าง ไม่มีใครอาศัย เมื่อไม่มีคนอาศัย ดินและต้นไม้ก็เจริญเติบโตอย่างเป็นธรรมชาติ ไร้ซึ่งกิจกรรมทำร้ายดิน จึงกลายเป็นเหตุให้ดินในบริเวณนี้มีความอุดมสมบรูณ์ แม้ดินจะสุขภาพดีอยู่แล้ว แต่ก็ยังดีขึ้นกว่านี้ได้อีก!

“พี่สาวเรามี Green Fingers ค่ะ เขาปลูกต้นไม้ได้ดี ส่วนเราชอบค้นคว้า เวลาจะปลูกต้นไม้ ก็ไม่ใช่ว่าจะปลูกได้เลย ต้องค้นคว้า ต้องเตรียมดิน ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยวัดค่าของดินในพื้นที่ของเรา ต้องให้อาหาร เพื่อให้ดินอุดมสมบูรณ์ที่สุด เตรียมแหล่งน้ำที่สะอาด ซึ่งเราใช้น้ำบาดาลที่มีอยู่แล้ว นำมากรอง ตรวจเช็กค่าต่าง ๆ ก่อนนำมาใช้งาน อะไรที่รู้สึกว่ายาก เราต้องทำให้ได้ อะไรผิดเราต้องแก้ ปลูกผิดเราก็ปลูกใหม่ ถ้าต้นนี้ไม่ชอบแสงตรงนี้ ก็ต้องย้าย”

น้องสาวเล่าถึงวิธีคิดแสนธรรมดาแต่น่ารัก ฟังแล้วชวนมองพืชผักเหมือนเพื่อนมนุษย์ต่อว่า 

“คนเรายังต้องดื่มน้ำสะอาด พืชก็เหมือนกัน”

ที่นี่มีแนวทางการทำ Zero Waste ในฟาร์มด้วย ทั้งวัชพืช กิ่งไม้ ต้นไม้ที่ถูกตัดแต่ง หรือผลผลิตที่ร่วงโรยตามกาลเวลา จะถูกนำไปหมักเป็นปุ๋ยเพื่อใช้บำรุงดินต่อไป แถมหากต้องการห่อของหรือสินค้า สองพี่น้องก็ยังเต็มใจใช้ใบตองแทนบรรจุภัณฑ์พลาสติก ใช้ใบต้นเล็บครุฑแทนถ้วยชาม เพราะอยากทำให้พื้นที่ภายในไร้ขยะ และอยากสื่อสารให้เห็นผ่านการลงมือทำให้มากเท่าที่พวกเธอจะทำได้ เพื่อสร้างการตระหนักถึงธรรมชาติและช่วยกันลดพลาสติก

Wild Nature Artisan ร้านแยม ชา เกลือออร์แกนิก ที่ปลูกและปรุงจากฟาร์มกลางเชียงใหม่

พอดินดี น้ำพร้อม ก็ถึงเวลาลงมือ!

“เราชอบคิด ชอบทำ เลยทำด้วยมือเสียส่วนใหญ่ อาจจะคิดว่าทำด้วยมือมันช้า แต่เรามีความประณีตมากกว่า Artisan คือการที่เราใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 สายตาต้องมอง จมูกต้องรับกลิ่น มือต้องสัมผัส” น้องสาวเล่า

Wild Nature Artisan จึงใช้สองมือเป็นอุปกรณ์หลัก แม้จะเป็นวิธีที่ใช้เวลานาน ทำได้ในปริมาณน้อย แต่กลับให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเครื่องจักรอย่างเหลือเชื่อ ที่ดินผืนขนาดพอดีแห่งนี้จึงถูกควบคุมและดูแลด้วยคนทั้งหมด ตั้งแต่ขั้นตอนการปลูก ดูแล เก็บเกี่ยว ผลิต จนถึงแพ็กส่ง เพราะสองพี่น้องอยากลดปัจจัยที่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด 

เมื่อไร้เครื่องจักร ดินแดนแห่งนี้ก็เสมือนไร้มลพิษ อบอวลไปด้วยอากาศบริสุทธิ์ ผืนดินอุดมสมบูรณ์ พืชผักนานาชนิดเติบโตงอกงาม ชวนแขกไม่ได้รับเชิญให้เดินทางมาอย่างไม่ขาดสาย ทั้งชันโรง นก ผีเสื้อ และแมลงสารพัดชนิด

แล้วหากไม่ใช้เครื่องจักร ไม่ใช้สารพิษ แล้วมีวิธีอยู่ร่วมกับเจ้าแมลงอย่างไรกันนะ-เราถาม

Wild Nature Artisan ร้านแยม ชา เกลือออร์แกนิก ที่ปลูกและปรุงจากฟาร์มกลางเชียงใหม่

“ปลูกพืชกลิ่นแรงไว้ไล่แมลงค่ะ ใช้การปลูกกะเพราที่หัวแปลง อย่างชันโรงเราก็ทำบ้านให้เขา ทำ Bug Condo เป็นการสร้างสภาพแวดล้อมให้เอื้อซึ่งกันและกัน สัตว์อยู่ได้ พืชอยู่ได้ คนอยู่ได้ ไม่ต้องทำร้ายกัน ถ้าเกิดต้นไหนเขาอยากกิน เราก็ปลูกเผื่อ อย่างตะขบสามต้น เราใช้เองสองต้น อีกต้นไว้ให้เขา (นก) กิน” น้อยเล่า แต่เรายิ้ม

แม้ภายในฟาร์มแห่งนี้จะมีชั่วโมงการผลิตในทุกวัน แต่นั้นไม่ใช่กิจวัตรที่น่าเบื่ออย่างใจคิด เพราะผลิตภัณฑ์ในแต่ละวันแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่าเก็บอะไรได้ ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ถูกส่งไปในแต่ละครั้งสดใหม่อยู่เสมอ

“อย่างกุหลาบต้องเก็บก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ตอนที่น้ำค้างยังเกาะอยู่ เพราะรักษาความสดไว้ได้ดี เวลาเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ยิ่งตอนบ่ายเราไม่เก็บผลผลิตเลย แดดร้อน คนก็ร้อน กิ่งไม้ที่ถูกตัดก็ร้อน เราเป็นสิ่งมีชีวิตเหมือนกัน” เธอเสริม

Wild Nature Artisan ร้านแยม ชา เกลือออร์แกนิก ที่ปลูกและปรุงจากฟาร์มกลางเชียงใหม่
Wild Nature Artisan ร้านแยม ชา เกลือออร์แกนิก ที่ปลูกและปรุงจากฟาร์มกลางเชียงใหม่

ลืม ลืมฉัน ลืมไปก่อน

“เราทำงานเป็นอาสาสมัครกับสาธารณะสุขจังหวัดเชียงใหม่ ให้เชียงใหม่เป็นเมืองอาหารปลอดภัย พอเราได้ลงพื้นที่ ใกล้ชิดเกษตรกร ทำให้เรารับรู้ถึงปัญหา อีกอย่างการที่เราใกล้ชิดกับเกษตรกร มันทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้กัน แล้วเขาก็จะดูแลพืชโดยไม่ใช้สารเคมี ซึ่งก็ช่วยให้ต้นน้ำเราสะอาดมากขึ้นด้วย” น้อยเล่าถึงที่มา

นอกจากพืชผักและสมุนไพรที่งอกงามอยู่ภายในพื้นที่ 5 ไร่ ผลไม้ส่วนใหญ่ก็ส่งตรงมาจากเกษตรกรต้นน้ำบนดอย เมื่อนักค้นคว้า นักปลูก เกษตรกรมือฉมัง มีผลไม้สดแสนอร่อยอยู่ในมือ ความอร่อยจึงบังเกิด

“พอเราชอบค้นคว้า ก็คิดไปเรื่อย ค้นไปเรื่อย ทำได้แต่ยังไม่พอใจก็ลองใหม่ กว่าจะออกมาเป็นแยมกระปุกแรกก็ร่วมปี ก่อนผลผลิตในฟาร์มจะเติบโตจนกลายเป็นดอกเกลือผสมสมุนไพร และ Organic Infusion รสชาติส่วนใหญ่เก็บเกี่ยวมาจากประสบการณ์ที่เราไปพบเจอมา เรื่องราวในความทรงจำ และเกือบทุกรสมาจากการเดินทาง”

โดยปกติแยมส้มหรือผลผลิตตระกูล Citrus ที่ถูกเอามารวมกัน มักเป็นส้มกับส้ม ไม่ก็ส้มกับเลม่อน ไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจหรือความเคยชินก็ตาม แต่ Citrus Melodies แยมส้มเขียวหวาน 4 สายพันธุ์ของสองพี่น้อง กลับถูกเติมกลิ่นด้วยใบโหระพาออร์แกนิกเก็บสด ๆ จากสวน นอกจากรสเปรี้ยวสดชื่นจากส้ม ยังได้กลิ่นหอมและรสอ่อน ๆ ของโหระพา กระซิบว่าเข้ากันอย่างไม่น่าเชื่อ ความซับซ้อนของรสชาตินี้ น้อยว่าเธอเก็บเกี่ยวมาจากการไปทาน Chef’s Table

Wild Nature Artisan ร้านแยม ชา เกลือออร์แกนิก ที่ปลูกและปรุงจากฟาร์มกลางเชียงใหม่
จับจ่ายแยม ชาออร์แกนิก และเกลือสมุนไพร จาก Urban Farm ของสองพี่น้องเชียงใหม่ ที่ตั้งใจให้คนปลูกและคนกินมีความสุข

ส่วนชาออร์แกนิกอินฟิวชันในชื่อส้มฉุน ก็แตกไอเดียมาจากกาพย์เห่เรือสมัยเด็ก ส่วน Magic Mints เป็นการผสมผสานมิ้นต์ 4 สายพันธุ์เข้าด้วยกัน เด็ดสดใหม่จากต้น เธอรับรองว่าหอมสดชื่น อีกผลิตภัณฑ์คือ ดอกเกลือออร์แกนิกผสมสามเกลอในชื่อ Thai Thai Grill และ Always a Good Idea ที่ไม่ว่าจะเอาไปปรุงกับอะไรก็เข้ากันไปเสียหมด 

“It takes two #1 ก็เป็นอีกความสนุกนะ แยมทุกขวดต้องผ่านการพาสเจอไรซ์ก่อน แต่ความตั้งใจของเราคือ แยมรสนี้ต้องมีเลเยอร์ 2 สีให้ได้ เราต้องทำยังไงก็ได้ให้ 2 รสนี้ไม่ปนกัน กลายเป็นความท้าทายของเรา ส่วนผู้บริโภคเองจะต้องตักยังไงก็ได้ให้ได้ทั้ง 2 รสภายใน 1 คำ ยากทั้งคนทำและกิน แต่ในความยากมีความสนุกอยู่

เมื่อก่อนคนมองว่าแยมคือแยม ต้องทาขนมปังอย่างเดียว แต่ไม่ค่ะ ในความคิดของเรามันไม่ใช่” เธอย้ำ

เราอยากชวนทุกคนลืมภาพแยม ดอกเกลือ และชาอินฟิวชันในภาพเดิม ๆ เสียก่อน เพราะผลิตภัณฑ์นานาชนิดจาก Wild Nature Artisan ไม่ได้ถูกปาดป้ายอยู่เพียงแผ่นขนมปังหรือรูปแบบเดิมที่เราคุ้นเคยเท่านั้น แต่สองพี่น้องตั้งใจเปิดกว้างให้เรานำไปสร้างสรรค์และต่อยอดได้อย่างอิสระ ดังที่เห็นได้จากรีวิวบนหน้าเพจ บางจานเจ้าของร้านก็แอบกระซิบว่าน่าสนุกจนอดรีโพสต์ไม่ได้ บ้างเอา Always a Good Idea ดอกเกลือผสมสมุนไพรไปมิกซ์จนกลายเป็นบัลซามิกสูตรเด็ด บ้างเอาไปโรยไข่ต้ม ถ้าเอาไปโรยพาสต้าก็จะได้รสชาติอีกแบบ บอกแล้วว่า Always สมชื่อ!

จับจ่ายแยม ชาออร์แกนิก และเกลือสมุนไพร จาก Urban Farm ของสองพี่น้องเชียงใหม่ ที่ตั้งใจให้คนปลูกและคนกินมีความสุข

แถมเรายังเห็นผลิตภัณฑ์น่าอร่อยใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นจากความสนุกภายในฟาร์ม อย่างไอศกรีมและเครื่องดื่ม ‘ชื่นใจ’ ผลิตภัณฑ์น้องใหม่ที่เกิดจากการนำเทคนิคและส่วนผสมที่ได้จากการทำแยม หยิบยกออกมานำเสนอในวิธีการใหม่ ฉบับสองพี่น้องและ Mixologist ประจำร้าน น้อยเล่าให้ฟังถึงแยม Banoffee Dream ที่มีรสหอมหวานของกล้วยหอม ผสมผสานกับคาราเมลและ Masala Chai ให้รสและกลิ่นเป็นเอกลักษณ์ แต่ยังเข้าถึงง่ายด้วยชื่อคุ้นปากอย่างบานอฟฟี่ เมื่อ Mixologist นำไปผสมกับรัม ก็กลายเป็นเครื่องดื่มแก้วใหม่ สดชื่น แถมไม่เหลือเค้าของบานอฟฟี่อยู่เลย

เครื่องดื่มและไอศกรีมในนามชื่นใจ จึงตั้งใจออกแบบให้เมื่อลิ้มลองเข้าไปเพียงคำแรก ก็จะต้องพูดออกมาว่า ‘ชื่นใจจริง ๆ’ ให้ได้ แค่ได้ยินก็อยากจะวิ่งไปหยิบชุดโปรดแพ็กลงกระเป๋า จองตั๋ว บินไปถึงหน้าฟาร์มเดี๋ยวนั้นเลย!

ส่วนผสมลับรสกลมกล่อม

“ถ้าถามว่า Wild Nature Artisan คือใคร คำตอบคือ ‘เรา’ วัยเด็กและธรรมชาติของเชียงใหม่ เป็นสิ่งที่เราทั้งคู่มีแพสชันกับมัน” เธอเล่าถึงส่วนผสมลับอันลงตัว ที่สองพี่น้องตั้งใจปรุงความเป็นเชียงใหม่ลงไปในทุกขั้นตอน 

ตั้งแต่โคมลอย พระธาตุดอยสุเทพ ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ และเจ้านกตัวจิ๋วที่อวดโฉมบนกล่องชา

น้อยบอกว่ามันคือนกปิ๊ดจะลิ่ว (นกปรอดหัวโขน) เป็นนกที่มีจำนวนน้อยลงจนใกล้สูญพันธุ์ การใส่สิ่งเหล่านี้ไว้ในแพ็กเกจจิ้งที่ส่งไปถึงมือทุกคน จึงเป็นการเชิญชวนกลาย ๆ ว่ามาปลูกต้นไม้กันเถอะนะ ถ้าเรารื้อฟื้นป่าให้อุดมสมบูรณ์เฉกเช่นเดิมได้ สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ก็จะอยู่ต่อไป ให้คนรุ่นลูกรุ่นหลานได้เห็นและโลกเราก็จะมีสีเขียวเพิ่มขึ้น

ส่วนอาหารสุดฮิตของเชียงใหม่อย่างไส้อั่ว ก็ถูกพลิกโฉมใหม่ให้กลายเป็นไส้อั่วในมาดดอกเกลือผสมสมุนไพรในนาม Love Chiangmai #1 เป็นมิตรต่อสาวกคนไม่กินไส้ แถมพกเชียงใหม่ลงกระเป๋า ติดตัวไปมุมไหนของโลกก็ง่ายแค่นิดเดียว นอกจากความหลงใหลที่มีต่อเชียงใหม่ ความคิดถึงประเทศไทยของทั้งคู่ก็น่ารักไม่แพ้กัน จนเกิดเป็นชาออร์แกนิคอินฟิวชันรสชาติต้มโคล้งและรสชาติต้มยำ เอาไว้ชงดื่มให้คล่องคอในวันที่อากาศหนาว ๆ ยามอยู่ต่างเมือง ให้พอแก้คิดถึงบ้านเกิดเมืองนอน ถ้าใครอยากเอาไปทำต้มโคล้งหรือต้มยำจริง ๆ สองพี่น้องก็ไม่ติด รับรองถึงเครื่อง!

จับจ่ายแยม ชาออร์แกนิก และเกลือสมุนไพร จาก Urban Farm ของสองพี่น้องเชียงใหม่ ที่ตั้งใจให้คนปลูกและคนกินมีความสุข
จับจ่ายแยม ชาออร์แกนิก และเกลือสมุนไพร จาก Urban Farm ของสองพี่น้องเชียงใหม่ ที่ตั้งใจให้คนปลูกและคนกินมีความสุข

ครอบครัวต้องฟังกัน

 เราทำ Wild Nature Artisan ด้วยความสุข เหมือนเวลาให้คนอารมณ์ดีกับคนอารมณ์ไม่ดีทำอาหาร แม้จะเป็นเมนูเดียวกัน สูตรเดียวกัน แต่ผลลัพธ์ออกมาไม่เหมือน ถ้าเขาทำด้วยใจรัก เขาก็จะมีความสุขกับการทำงาน

“เหมือนเวลาดอกไม้บาน มันจะฟู บาน สวยเลยแหละ” น้อยเปรียบเปรยพร้อมรอยยิ้ม

ภาพการทำงานภายในฟาร์มแห่งนี้ไม่เหมือนกับภาพที่เราคิดไว้สักเท่าไหร่ ภาพพี่คนสวนที่ขะมักเขม้นดูแลสวน ถูกแทนด้วยภาพการทำงานอย่างมีความสุขของครอบครัวในพริบตา แม้ไม่ใช่ทางสายเลือด แต่เป็นทางความรู้สึก 

เราเปิดโอกาสให้ทุกคนตลอด ไม่เว้นแม้แต่ตัวเราเอง เราไม่ปิดกั้นอะไรเลย ทุกคนแสดงความคิดเห็นได้เต็มที่ เราไม่ได้บอกว่าคุณเรียนมาน้อยกว่า คุณเห็นมาน้อยกว่า ไม่ใช่ ประสบการณ์ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ความชำนาญของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน เราต้องยอมรับและให้เกียรติซึ่งกันและกัน” เธออธิบายเสริม

จงอย่าแปลกใจหากผลิตภัณฑ์ของพวกเขาจะถูกลงท้ายด้วย #1 #2 #3 ไปเรื่อย ๆ 

เพราะเมื่อไม่ปิดกั้น ไอเดียและการคิดค้นทดลองอย่างไม่รู้จบจึงเกิดขึ้น 

“เราไม่ได้บอกว่าวันนี้สูตรนี้ดีที่สุด เพราะในทุก ๆ วันเราคิดว่า อันนี้ดีแล้ว แต่มันจะต้องมีอะไรที่ดีกว่านี้ ขนาดโลกเรายังไม่หยุดหมุน เราก็ต้องพัฒนามันต่อไปเรื่อย ๆ” – แล้วคุณมีวิธีการทำงานร่วมกันอย่างไร (เราสงสัย)

“ใช้วิธีคุยกัน บางครั้งเขาก็มาบอกว่า วันนี้มีหน่อไม้ตรงนี้นะ เอาไปทำนู่น ทำนี่ดีไหม ตรงนี้ได้รับแสงดีกว่าในฤดูนี้นะ ถ้าเป็นฤดูหนาวแสงจะมาทางนี้ ย้ายแปลงปลูกดีกว่านะ บางทีเขาเห็นมามากกว่าเรา เราก็ต้องฟัง” เธอตอบ

ส่วนใครที่ไม่อยากลิ้มลองผลิตภัณฑ์ของ Wild Nature Artisan อยู่ที่บ้านเฉย ๆ เราขอแนะนำให้มาเยือนฟาร์มพื้นที่ 5 ไร่ ในจังหวัดเชียงใหม่ รับรองว่าสนุกและน่าประทับใจไม่แพ้ที่ไหน เพราะมีให้เพลินทั้งเวิร์กชอป Tea Cupping ทำแยม ทำไอศกรีม และเดินชมฟาร์ม เจ้าบ้านแอบบอกว่าคุณจะได้เด็ด ชม ชิม และลงมือทำด้วยตัวเอง 

“เราจะไม่บอกเขาแค่ว่าอันนี้ต้นอะไร ปลูกยังไง แต่จะลงลึกกว่านั้น ต้นนี้ทำอะไรได้บ้าง จะเป็นอาหารขึ้นชื่อของเชียงใหม่ได้อย่างไร ไปอยู่ใน Love Chiangmai #1 ได้อย่างไร มันเป็นการเล่าเรื่องและแชร์ประสบการณ์ด้วยกันมากกว่า และที่สำคัญ เราอยากเป็นจุดเล็ก ๆ ในการทำ Urban Farm อยากให้เกิดการรับรู้ว่า ถ้าเราทำสิ่งนี้ในหมู่บ้านได้ ไม่ว่าอยู่ที่ไหนเราก็ปลูกพืชได้ และถ้าเราทำได้ สิ่งแวดล้อมก็จะยั่งยืน โรคภัยไข้เจ็บน้อยลง และเราก็ยังเชื่อมั่นว่า You are what you eat เราไม่อยากให้คุณนึกถึงสุขภาพที่ดีตอนคุณกำลังป่วย ไม่จำเป็นว่าคุณต้องเป็นคนที่รักสุขภาพจ๋า เพียงคุณแวะเวียนเข้ามาหาเรา เราเชื่อว่าคนจำนวน 50 เปอร์เซ็นต์ที่มา จะอยากกลับไปปลูกต้นไม้ อยากอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

“ความใฝ่ฝันของเราคือ เราอยากเห็นทุกคนมีสุขภาพดี และมีความสุขในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่” เธอทิ้งท้าย

จับจ่ายแยม ชาออร์แกนิก และเกลือสมุนไพร จาก Urban Farm ของสองพี่น้องเชียงใหม่ ที่ตั้งใจให้คนปลูกและคนกินมีความสุข

Wild Nature Artisan

ที่ตั้ง : 119/28 หมู่ 5 ถนนมหิดล ตำบลหนองหอย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ (ปิดวันอาทิตย์) เวลา 09.00 -17.00 น.

โทรศัพท์ : 095 536 5156

เว็บไซต์ : wildnatureartisan.com

Facebook : Wild Nature Artisan – An Edible Memoir of Chiang Mai

Writer

นิธิตา เอกปฐมศักดิ์

นักคิดนักเขียนมือสมัครเล่น ผู้สนใจงานคราฟต์ ต้นไม้และการออกแบบเป็นพิเศษ แต่สนใจหมูสามชั้นย่างเป็นพิเศษใส่ไข่

Photographer

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ ร่ำเรียนมาทางศิลปะจากคณะที่ได้ชื่อว่ามีวงดนตรีลูกทุ่งแสนบันเทิงของเมืองเหนือ มีความสุขกับการกดชัตเตอร์ในแสงเงาธรรมชาติ ชอบแมว หมา และบ้าจักรยานไม่แพ้กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

“สินค้าเรามีความ Creative บวก Functional นี่แหละความสนุกที่ทำให้ต่างจากที่อื่น” 

คำโปรยจากปาก คุณภา-อุรวี วรรณมโนมัย ผู้ช่วยผู้อำนวยการ Medium & More ภายใต้บริษัท Frasers Property Commercial (Thailand) นำพาเรามาที่นี่

เคยรู้สึกเหมือนกันไหมว่าศิลปะเป็นเรื่องใกล้ตัวและเรื่องน่าสนุกอย่างล้นเหลือ ไม่ใช่แค่ข้าวของตกแต่งในหอศิลป์ หรือเพียงรูปภาพที่จัดแสดงขึ้นโดยใส่กรอบทองตั้งโชว์ แต่ศิลปะนั้นอยู่รอบตัวเราอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน หรือจิปาถะนานาสิ่ง

ถ้ายังไม่เห็นภาพ วันนี้เราขอพาไปทำความรู้จักกับ Medium and More ร้านคอนเซปต์สโตร์ที่ทำให้พวกเราเห็นกันอย่างชัดเจนว่าศิลปะนั้นอยู่รอบตัว และเรารู้สึกสนุกกับงานศิลป์ สนิทกับศิลปินได้ ผ่านสินค้าในร้านบนพื้นที่ชั้น 3 ของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

ที่นี่เป็นมากกว่าร้านขายสินค้าไลฟ์สไตล์ เพราะเป็นคอมมูนิตี้ของคนรักงานศิลป์และงานทำมือที่ให้พื้นที่ระหว่างคน ศิลปะ และร้านค้า ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘ต้องการเป็นที่เรียนรู้ตลอดชีวิต’ ผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์ เพิ่มเติมด้วยความสนุกจากการช้อปปิ้ง ทำให้ลูกค้าเพลิดเพลินกับการทำกิจกรรมและจับจ่ายสินค้าได้ไม่ว่าช่วงวัยใด ตามสโลแกนของ ‘Life Means More’ หรือ ‘ชีวิตที่มากกว่า’

นี่คือพื้นที่ที่ให้เราทุกคนใช้เวลาว่างเพลิดเพลินกับการทำงานอดิเรก ทำเวิร์กชอป เพลิดเพลินกับการซื้อและเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ ๆ ไม่จำกัดเวลา ไม่ว่าเพศหรือวัยใดก็มีส่วนร่วมกับ Medium and More ได้เสมอ บนพื้นที่ 1,525 ตารางเมตร ที่จัดแบ่งพื้นที่ออกเป็นโซน ๆ เพื่อตอบสนองต่อผู้มีความสนใจในไลฟ์สไตล์ ศิลปะ งานฝีมือ ตามความชอบแตกต่างกันออกไป จะมีโซนไหนบ้าง ไปลุยกัน!

ห้องสร้าง(สัง)สรรค์

บอกตามตรงว่าเมื่อบ่ายที่เราเดินดุ่ม ๆ เข้ามาในร้านครั้งแรก เราเดินไปโดยไม่รู้ว่าจะพบเจอกับสิ่งใดบ้าง ด้วยเนื้อที่กว้างสุดลูกหูลูกตาและปริมาณสินค้าที่เยอะราวกับยกห้างสรรพสินค้าทั้งตึกมาไว้ที่นี่ พอเดินไปสักพัก ก็ได้ข้อสรุปว่าพื้นที่หลัก ๆ ของ Medium and More แบ่งออกเป็น 2 โซน 

หนึ่ง โซน Kitchen & Cooking และ สอง โซน Art & Craft 

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

เริ่มจากมุมที่เรียกว่า The Classroom เป็นห้องสำหรับทำกิจกรรมเวิร์กชอป ใครที่อยากวาดภาพ ปั้นดิน แม้แต่เรียนชงกาแฟก็ใช้ห้องนี้ทำกิจกรรมเหล่านั้นได้ เพราะนี่คือพื้นที่รวบรวมผู้คนในลักษณะของการทำเวิร์กชอปกลุ่มใหญ่ราว 10 – 20 คน ทุกวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ มีผู้สอนให้คำชี้แนะอย่างใกล้ชิด

ในระหว่างที่เรากำลังนั่งเล่นอยู่ในห้อง Classroom คุณภาเริ่มบทสนทนาขึ้น

“พื้นที่ของเราน่าสนุกตรงที่ เวลามาเดินเป็นครอบครัวก็แยกย้ายกันเดินได้ คุณลูกไปจุดหนึ่ง คุณพ่อไปจุดหนึ่ง คุณแม่ไปอีกจุดหนึ่ง มีหลากหลายมุมให้เลือกตามความชอบ บางครั้งมานั่งทำกิจกรรมด้วยกันที่ Classroom ก็ได้ เราถือว่ามุมนี้เป็นคอมมูนิตี้ใหม่ที่มีความน่าสนใจ แถมยังสนุกด้วย”

ด้วยความสงสัย เราถามต่อว่ากลุ่มเป้าหมายของร้านนี้เป็นคนกลุ่มไหน วัยใด 

“เราไม่ได้เลือกคนด้วยช่วงอายุเลย แต่เราเลือกด้วยไลฟ์สไตล์ของคนมากกว่า” เธอยิ้ม ก่อนจะขยายความ “จริง ๆ กลุ่มเวิร์กชอปที่เราทำ เราอยากเชิญชวนคนที่อยากทำงานศิลปะต่าง ๆ มาใช้พื้นที่ตรงนี้ อีกกลุ่มหนึ่งสำหรับคนที่อยากเรียนรู้วิชาใหม่ ๆ และเราไม่จำกัดอายุ มีตั้งแต่กลุ่มเด็กเล็ก จนถึงคนสูงวัย ที่นี่ไม่ใช่พื้นที่ของกลุ่มวัยรุ่นเพียงอย่างเดียว แต่เป็นของคนทุกกลุ่ม ทุกคนมาได้หมดค่ะ” 

เราเห็นด้วยกับคำตอบนี้มาก

เพราะอีกหลาย ๆ มุมที่กำลังจะพูดถึง ต้องถูกใจใครหลายคนแน่นอน ไม่มุมใดก็มุมหนึ่ง

ห้องของการหาทำ

มุมต่อมาเป็นบริเวณที่มีความสร้างสรรค์มาก นั่นคือ Crafter Studio 

ทางร้านมี Crafter ที่มานั่งทำกิจกรรมร่วมกับลูกค้าด้วย ไม่ต้องกังวลแม้ว่าคุณจะไม่มีพื้นฐานงานคราฟต์ เพราะ Crafter ประจำร้านจะอยู่ช่วยคุณตลอดกิจกรรม ตั้งแต่กิจกรรมปั้นดิน ปลูกต้นไม้ ประดิษฐ์กล่องดนตรี วาดภาพสีน้ำ เย็บปักถักร้อย จนถึงทอผ้าและกิจกรรม MARK.IT การสลักลายที่บ่งบอกความเป็นตัวเองลงบนขวดน้ำ ขอบอกว่ากิจกรรมตรงนี้เหมาะมากสำหรับใครที่กำลังตามหาของขวัญวันเกิดชิ้นพิเศษชิ้นเดียวในโลก หรืออยากทำงานทำมือเพื่อความเพลิดเพลิน พื้นที่ของ Crafter Studio ยินดีต้อนรับคุณในทุก ๆ วัน เพียงแค่มาจองคิวกับ Crafter ก็จะได้ทำกิจกรรมที่กล่าวมาจนสมใจอยาก

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

เราเดินสำรวจพื้นที่ตรงนี้อีกนิด แนะนำให้รู้คุณรู้จักมุมทำ ‘กล่องดนตรี’ ที่เปิดให้เราเลือกได้ตั้งแต่แรกเริ่มว่าต้องการฐานกล่องดนตรีแบบไหน ใส่หุ่นตุ๊กตาอะไร อยากได้เพลงแนวใด ล้วนแล้วแต่นำทุกอย่างที่ต้องการมาประกอบกันเป็นกล่องดนตรีสุดพิเศษที่มีแค่ชิ้นเดียวในโลกจากสองมือของเราเอง

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

การทำ ‘สวนในขวด’ ก็ดี ชำระเงินปุ๊บ ทำเวิร์กชอปได้ทันที โดยมีคุณครูใจดีจัดหาอุปกรณ์ให้ ก่อนเปิดบทเรียนตั้งแต่เริ่มต้นจนจบกระบวนการ แถมวิธีดูแลให้ด้วย

จากสวนในขวด ที่นี่ยังเพิ่มระดับความตระการตาไปสู่ ‘สวนในตู้’ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ตู้นี้ออกแบบมาสำหรับเลี้ยงต้นไม้โดยเฉพาะ มีระบบแสง สี เสียง น้ำ ไฟ ภายในตู้ยังปล่อยฝนตกและหมอกได้ ล้ำมากเสียงธรรมชาติในตัว 20 กว่าเสียง ตั้งเวลาเปิด-ปิดได้ เสมือนหนึ่งว่าได้จำลองป่าเขาลำเนาไพรในธรรมชาติมาไว้ในกรอบกระจกสี่เหลี่ยมนี้ก็ไม่ปาน แม้ว่าภายในตู้มีน้ำและหมอก แต่ตู้นี้ใสตลอดเวลา ด้วยนวัตกรรมทำความสะอาดในตัวเอง เพิ่มความไฮเทคเข้าไปอีกด้วยการควบคุมผ่านมือถือ ใช้งานง่าย สะดวก จบในที่เดียว เหมาะแก่การซื้อเป็นของขวัญ ให้ตัวเองก็ได้ ให้คนพิเศษก็ดี

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร
Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

ขยับมาอีกหน่อยกับพื้นที่สำหรับงานปั้นทุกรูปแบบ ไม่ว่าเสียงเรียกร้องในใจคุณปรารถนาจะปั้นงานออกมาเป็นรูปทรงใดก็บอกนักปั้นได้ ที่นี่ไม่จำกัดหัวคิดสร้างสรรค์ จะเป็นจาน ชาม แก้ว แจกัน เครื่องประดับ หรือสิ่งใดแล้วแต่ใจสั่ง เพียงแค่บอกความต้องการ แล้วคุณครูจะช่วยกันเสกพร้อมกับคุณ

ค่าบริการของกิจกรรมของมีราคาแบบปั้นชิ้นเดียวจนถึงราคาปั้นแบบบุฟเฟต์ ท่านใดไม่สันทัดด้านการปั้นแต่อยากมีส่วนร่วมกับผลงาน ที่นี่ก็มีสินค้างานปั้นสำเร็จรูปที่คุณซื้อมาลงสีเองได้

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

ถัดมาเป็นโซนงานปัก งานทอ เปิดรับลูกค้าแบบวอล์กอินให้มานั่งทำโดยไม่ต้องจองให้เสียเวลา เมื่อทอผ้าเสร็จ ก็นำไปขึ้นรูปเป็นกระเป๋าหรือซื้อเป็นชุดแล้วนำกลับไปทำที่บ้านก็ได้เช่นกัน

เล่ามาทั้งหมดนี้ อย่าเพิ่งคิดว่าต้องเสียเวลามาขลุกตัวอยู่ที่ Medium and More คราวละนาน ๆ เพราะใครที่ไม่ประสงค์จะลองผิดลองถูกท่ามกลางลูกค้าในร้านที่สัญจรผ่านไปมา ก็อุดหนุน DIY Kits กลับไปทำงานคราฟต์สุดชิลล์ที่บ้านได้ เราขอรับรองว่าเพลิดเพลินและเรียกสมาธิได้ดีเยี่ยม 

ห้องศิลเปรอะ

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

โซนใหญ่ลำดับต่อมาคือ Art & Craft ที่รวบรวมอุปกรณ์ศิลปะ สีต่าง ๆ รวมถึงสีแปลกใหม่อย่าง Thai Tone เฉดสีโบราณของไทยซึ่งจะหาได้ยากจากที่อื่น มีให้เลือกทั้งสีโปสเตอร์ สีน้ำ หรือสีที่นำไปทำฟิกเกอร์ ที่นี่มีไม่ต่ำกว่า 50 เฉดสีให้เลือกสรร ถือว่าครบสูตรสำหรับคนชอบงานวาดภาพระบายสี

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

แถมด้วยกองทัพเครื่องเขียนอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปากกา ดินสอ ยางลบ ไม้บรรทัด กระดาษ ทุกสิ่งอย่างที่เกี่ยวกับเครื่องเขียน พร้อมด้วยมุม Office Supply เปรียบเหมือนกับร้านเครื่องเขียนขนาดย่อม ที่นักเรียน นักศึกษา พนักงานออฟฟิศ มาเลือกสรรตามหาซื้อของที่นี่ได้ครบจบในที่เดียว

ห้องนักสะสม

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร
Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

โซนน้องใหม่ที่เพิ่งเริ่มพัฒนา นั่นคือ Character และ Collectible สำหรับคนที่มีความหลงใหลและมีไฟในการเก็บสะสม ขอชวนมาชม Collectible Items ที่มุมนี้ และมีฟิกเกอร์หลากหลายชนิด อาทิ ฟิกเกอร์การ์ตูน ฟิกเกอร์ลวดลายของเหล่าบรรดาศิลปิน เช่น TinyTan หรือ BT21 by BTS ตลอดจนกล่องสุ่มลิขสิขธิ์แท้ แม้แต่สินค้าของ Care Bears หรือ Mr. Men & Little Miss. ก็มีให้เลือกชมได้ตามสบาย

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร
Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

ที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในตอนนี้อย่าง Bearbrick ก็มีตั้งแต่ไซส์เล็ก 100% ขยับไปเป็น 400% จนกระทั่ง 1,000% พวกที่มาใหม่เป็นต้นว่า Bearbrick Snoopy หรือของศิลปิน Keith Haring ก็มีรวมไว้ที่นี่ 

ถ้าหากใครอยากลงทุนขนาดย่อม สินค้าตัวนี้ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่เบา

ห้อง Life Gadgets

Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร
Medium and More ศูนย์รวมศิลปะและคราฟต์ในสามย่านมิตรทาวน์ที่ครบเครื่องไม่เหมือนใคร

เมื่อโลกนี้ตกอยู่ในสถานการณ์โควิด-19 มีอุปกรณ์หลายชนิดที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตแบบ New Normal นำมาซึ่งมุมสินค้าจำพวก Life Gadgets ที่ช่วยให้ชีวิตกักตัวอยู่บ้านราบรื่น ตัวอย่างสินค้าที่วางจำหน่ายในบริเวณ เช่น ขาตั้งโทรศัพท์ กล้องถ่ายภาพ รวมถึงอุปกรณ์ไอทีอีกสารพัด

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ห้องครัว

ห้องครัวของที่นี่ มีตั้งแต่อุปกรณ์ทำครัวที่เป็นของคนรุ่นใหม่ ใช้งานง่าย เรียกว่าว่า Easy Living ตามเทรนด์ ทำเองได้ถึงแม้ว่าจะอยู่หอพัก มีขนาดตั้งแต่ชิ้นเล็กมาก จนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นมหึมา

ยกตัวอย่าง เแบรนด์ LocknLock มินิมอล เก๋ไก๋ มีสไตล์ เหมาะกับกลุ่มนักศึกษาและพนักงานออฟฟิศที่หัวใจยังวัยรุ่น เพราะราคาไม่แรงอย่างรูปลักษณ์ อุดหนุนได้หลาย ๆ ชิ้น สบาย!

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ส่วนชิ้นที่เห็นอยู่นี้คือ FIKA กระทะยอดนิยมในหมู่ยูทูบเบอร์แดนโสมขาว ทางร้านมี 3 สีให้เลือกจับจองเป็นเจ้าของได้ทั้งสีพีช สีขาวครีม และสีเขียว จุดเด่นของโซนนี้ คือ มีเครื่องครัวแบบ Collectible ด้วย เช่น เตา Bruno คอลแลปกับกระต่าย Miffy และมีเครื่องใช้ไฟฟ้าญี่ปุ่นที่เป็นตัวการ์ตูน หรือจาน ชาม ก็เป็นลวดลาย Snoopy สุดน่ารัก จะเรียกว่าข้าวของเครื่องใช้ที่นี่เป็นของที่กึ่ง ๆ สะสมก็ว่าได้

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ห้องชา กาแฟ

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

อีกหนึ่งมุมในโซนห้องครัวที่โดดเด่นอย่างยิ่งใน Medium and More คือมุม Tea & Coffee ได้รับความนิยมอย่างท่วมท้นในช่วงโควิด-19 เนื่องจากผู้คนหันมาหาความสนุกจากการทำกาแฟเองที่บ้าน ทางร้านจึงมีเครื่องมือทั้งหมดในการทำชาและกาแฟค่อนข้างครบ ตั้งแต่เมล็ดจนถึงแก้วกาแฟ

ขอชวนทำความรู้จักแบรนด์ KINTO มีจุดขายอยู่ที่ผลิตภัณฑ์ Rivers รุ่นนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องเดินป่าและดื่มกาแฟ เพราะแก้วแต่ละตัวซื้อชิ้นส่วนมาประกอบกันให้เป็นอุปกรณ์ทำกาแฟได้

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ส่วนนี่คืออุปกรณ์ที่ใช้งานแบบโฮมยูส มีให้เลือกหลากหลายทั้ง Dripper หรือ Moka Pot ที่มีทั้งกา ตาชั่ง ครบหมด หรือจะเป็นพวก Cold Brew ก็มี แม้กระทั่งเมล็ดกาแฟก็มา เช่น กาแฟไทยชื่อดังจากเชียงใหม่ GRAPH, AKHA AMA และมีโกโก้จาก Siamaya มีทั้งโกโก้พาวเดอร์ โกโก้นิปส์ และเครื่องดื่มช็อกโกแลต

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ตัวนี้เป็นแก้วอโรมาของญี่ปุ่น ทางแบรนด์ Origami เขาเคลมว่าจะได้กลิ่นกาแฟหอมหวนขึ้นมาเมื่อใช้แก้วนี้ดื่ม เพราะด้วยรัศมีของปากแก้วที่ให้ความพอดีก้บจมูกคน เมื่อดื่มแล้วจมูกของเรากับปากแก้วจะมีระยะเว้นห่างที่พอดีกัน จึงทำให้ได้กลิ่นชัดกว่าแก้วอื่น ๆ ถึงได้เรียกว่าแก้วอโรม่า

“ส่วนใหญ่เราจะรวมของที่เป็นเหมือนเครื่องครัวและไลฟ์สไตล์” คุณภาย้ำใจความสำคัญ

ห้องศิลปิน

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

จุดเด่นที่มาพร้อมกับการเปิดร้าน คือการรวมตัวงานของศิลปินต่าง ๆ ในมุม Artist Corner มีผลงานจากศิลปินหลายแขนงมารวมกัน ไม่ว่าจะเป็น MAMUANG งานของ คุณตั้ม วิสุทธิ์ และงานของ Thai Young Artist อาทิ Fluffy Omelett, Memiann, Bring home the Bacon, Unmelt รวมถึงงานของศิลปินต่างชาติ 

“งานศิลปินคืองานที่เรามองว่าเป็นอีกหนึ่ง Hobby ของศิลปะ ที่นี่พยายามจะ Related เข้าไปกับศิลปิน เรามีขวดน้ำ Keith Haring เรามีผลงานของศิลปินใหญ่ ๆ และเรารู้สึกสนุกกับงานของน้อง ๆ ศิลปินคนไทยด้วย น้อง ๆ ก็จะเก่งกันมาก ทำงานออกแบบต่าง ๆ Illustrator เยอะมาก ทำ NFT ก็มี”

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

และที่นี่ยังมีมุมเล็ก ๆ อีกมุม ชื่อว่า THAI THAI ขายของที่ระลึกจากศิลปินคนไทย เช่น ยาดม ยาอม ยาหม่อง ครก สาก ขายแม้กระทั่งมะม่วงอบแห้ง! เรียกว่าเป็นของฝากชิ้นที่เก๋ไก๋ ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติก็ต้องชื่นชอบ เพราะแต่ละอย่างดูเป็นสินค้าไทยแลนด์โอนลี่มาก ๆ

ห้องแห่งการแบ่งปัน

“เราพยายามจะผลักดันให้น้อง ๆ ได้มีตลาด มีพื้นที่ปล่อยของกันมากขึ้น” 

คุณภาทิ้งท้ายก่อนจะจบบทสนทนาด้วยแววตาและน้ำเสียงจริงใจ ทำให้เรารู้สึกอย่างแท้จริงว่าที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงร้านค้า แต่เป็นพื้นที่ที่ให้ความสำคัญกับศิลปินคนไทยและวงการศิลปะ และนำมาปรับให้เข้ากับคนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักเรียน นักศึกษา พนักงานออฟฟิศ ผู้สูงวัย หรือกลุ่มคนที่ไม่อินเรื่องศิลปะก็ตาม

Medium and More ขอเป็นพื้นที่ที่ต้อนรับทุกคนเสมอ

และที่นี่เป็นพื้นที่ที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า อย่างแท้จริง

พื้นที่ผสมผสานระหว่างคน งานศิลปะ และร้านค้า บนเนื้อที่ 1,525 ตารางเมตรของศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

Medium and More

ที่ตั้ง : ชั้น 3 สามย่านมิตรทาวน์ เลขที่ 944 ถนนพระรามที่ 4 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 22.00 น.

เว็บไซต์ : mediumandmore.com

Facebook : Medium and More

Writers

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

ณัฐกฤตา เจริญสุข

อดีตนักเรียนวิชาออกแบบ ผู้ชื่นชอบการสาดสีสันลงบนงานศิลปะ สาดจินตนาการลงบนงานเขียน อยากส่งต่อเรื่องราวดี ๆ ผ่านทางการสื่อสารทุกรูปแบบ

Photographer

รัชต์ภาคย์ แสงมีสินสกุล

ช่างภาพที่มีร้านล้างฟิล์มเป็นของตัวเอง แต่นานๆจะถ่ายฟิล์มที เพราะช่วงนี้ฟิล์มมันแพง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load