15 มิถุนายน 2564
2 K

‘ไอ้’ ในที่นี้ผมหมายถึง ไอ้ด้วน ซึ่งเป็นช้างตัวผู้โตเต็มวัย ค่อนไปทางอาวุโสแล้วตัวหนึ่ง

มันเป็นช้างที่มีชื่อเสียง คนทำงานในป่าด้านตะวันตกรู้จักดี แม้ว่าจะไม่เคยพบตัว แต่ก็จะรู้ถึงกิตติศัพท์เสียงเล่าลือ 

ชื่อเสียงของมันได้มาเพราะเคยทำร้ายคนกระทั่งเสียชีวิตมาแล้ว 3 ราย อีกทั้งเข้าจู่โจมคนที่พบกับมันอีกนับครั้งไม่ถ้วน

ผู้เสียชีวิตคนหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขาขี่รถมอเตอร์ไซค์เข้ามาทำงาน ระหว่างทางพบกับไอ้ด้วนอย่างกะทันหันตรงทางโค้ง หยุดรถไม่ทัน ชนมัน รถล้ม เขาลุกขึ้นวิ่ง แต่ไม่พ้น ไอ้ด้วนเข้าถึงตัว

อีกรายเป็นเจ้าหน้าที่สถานีวิจัยสัตว์ป่า ค่ำวันนั้นเขาขี่มอเตอร์ไซด์จากบ้านกลับสถานี อีก 3 กิโลเมตรจะถึงสถานี ตรงนั้นเป็นทางขึ้นเนินชัน ไอ้ด้วนอยู่บนทาง เขาทิ้งรถ พยายามปีนขึ้นไหล่ทาง ไอ้ด้วนใช้งวงลากตัวเขา เตะที่ลำตัว ก่อน เดินหลบไป ซี่โครงและอวัยวะภายในเสียหายรุนแรง เขามาเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ระหว่างทางเขาพูดเพียงว่าหายใจไม่ออก

ไอ้ด้วน ช้างป่าที่ใครๆ ก็ว่าดุร้าย กับการสอนวิชาเติบโตภายในจิตใจให้มนุษย์
 ในโป่งแหล่งอาหารเสริมในระหว่างสมาชิกในฝูงกำลังกิน ช้างตัวหนึ่งจะเดินดูบริเวณรอบๆ

คนหลายคนเข้ามาหาเห็ดบริเวณแนวเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เผชิญหน้ากับไอ้ด้วน พวกเขาส่งเสียงเอะอะ โยนประทัดไล่ ไอ้ด้วนไม่หนี ตรงเข้าต่อกรกับชายคนหนึ่งที่ถือมีดในมือ

คนเสียชีวิต ไอ้ด้วนกลายเป็นช้างมีชื่อเสียงขจรไกลที่ไม่มีใครอยากพบ

ฉายาไอ้ด้วนได้มา เพราะบริเวณปลายหางของมันไม่มีพู่อย่างตัวอื่น ปลายหางถูกตัดไป 

พื้นที่มันอยู่แถวๆ สำนักงานเขตและแนวเขต ในฤดูเห็ด จะมีคนมากมายเข้ามาเก็บเห็ดโคนซึ่งมีมูลค่าสูง เสียงปะทัด เสียงเอะอะ เล่ากันว่าไอ้ด้วนปะทะกับคน ถูกตัดปลายหางขาด อีกหลายครั้ง มันบาดเจ็บเพราะกระสุนปืน นั่นเป็นจุดเริ่มต้นอันทำให้มันจู่โจมทันทีที่พบคน บาดแผลไม่ฉกรรจ์ จนถึงตาย

ไม่ตาย แต่มันจำ

ช้างที่อยู่ในถิ่นเดียวกับไอ้ด้วนและคนพบกับมันบ่อย คนเรียกมันว่า ‘ไอ้เตี้ย’ เพราะรูปร่างอ้วนใหญ่ ไม่สูงนัก ดูจะเตี้ยๆ

ไอ้เตี้ยไม่ขี้หงุดหงิด คล้ายเป็นช้างใจเย็นอารมณ์ดี พบเจอคนก็ไม่สนใจ หากินตามปกติ ถ้าพบเจอบนเส้นทาง จะหลบให้รถผ่านไปก่อน

นิสัยดีๆ ของไอ้เตี้ยดูเหมือนทำให้ไอ้ด้วนดูน่าเกรงขามมากขึ้น

ไอ้ด้วน ช้างป่าที่ใครๆ ก็ว่าดุร้าย กับการสอนวิชาเติบโตภายในจิตใจให้มนุษย์
ช้างเด็กจะถูกประกบด้วยแม่หรือช้างพี่เลี้ยงเสมอ

พายุฝนต้นเดือนพฤษภาคม ทำให้ทั้งผืนป่าชุ่มฉ่ำ ใบไม้เขียวทึบ เส้นทางในป่าหลายช่วงเป็นหล่มโคลน ร่องลึก เนินลื่นไถลทั้งๆ ที่เดือนที่ผ่านมาได้รับการเกรดกระทั่งราบเรียบ

18.00 น. ผมขับรถกลับจากซื้อเสบียงในเมือง มุ่งหน้ากลับเข้าป่า

ผ่านหน่วยพิทักษ์ป่าที่อยู่ระหว่างทาง แวะส่งเสบียง ยาเส้น และเหล้าขาว ที่คนในหน่วยฝากซื้อ คุยกับพวกเขาสักพักก็เดินทางต่อ 

มาได้ราว 4 กิโลเมตรก่อนไต่ขึ้นทางชันๆ พ้นสะพาน ซึ่งเป็นไม้ท่อนวางพอดีล้อข้างละท่อน เส้นทางโค้งไปทางซ้าย สองข้างทางเป็นป่าไผ่ใบเขียวทึบ

พ้นจากโค้งมีร่างทะมึนขวางผมชะลอรถ หันไปหยิบกล้อง

เสียง “แปร๋น” ดังสนั่น  ผมหันกลับมามองร่างทะมึนนั้นอีกครั้ง หัวใหญ่โต ใบหูโบกสบัด มันคือไอ้ด้วน

ผมใส่เกียร์และถอยรถอย่างเร็ว ไอ้ด้วนวิ่งตรงเข้าหา

ชะลอรถเมื่อเห็น ไอ้ด้วนหยุดวิ่ง เดินช้าๆ เข้ามาหยุดห่างผม ราว 3 เมตร ส่ายหัวไป-มามอง สายตาของเราพบกัน

มันหันหน้า เดินหลบเข้าข้างทาง ผมขยับรถผ่านมา

วันนี้ไอ้ด้วนคงอารมณ์ดี

ไอ้ด้วน ช้างป่าที่ใครๆ ก็ว่าดุร้าย กับการสอนวิชาเติบโตภายในจิตใจให้มนุษย์
หลังไฟไหม้ทุ่งหญ้าระบัดเขียวๆ หญ้าอ่อนๆ เริ่มขึ้น เป็นอาหารที่ดีของช้าง

ในป่าคือโรงเรียน เราต่างรู้ดี และรู้กันดีด้วยว่า ในโรงเรียนนี้มีสาขาวิชาให้เลือกเรียนมากมาย

สิ่งมีชีวิตต่างๆ ทั้งพืชและสัตว์เป็น ‘ครู’ ผู้สอน

‘สอน’ ให้ผู้สนใจเลือกเรียนได้ทั้งเรื่องกายภายนอก และเรื่องการเติบโตภายใน 

ผมเลือกเรียนวิชาเติบโตภายใน ใช้เวลาเรียนอยู่ในโรงเรียนนี้มานานพอสมควร ผมพบกับครูที่ใจดี ครูหงุดหงิด  ครูที่พบกับปัญหา 

ไอ้ด้วน ช้างป่าที่ใครๆ ก็ว่าดุร้าย กับการสอนวิชาเติบโตภายในจิตใจให้มนุษย์
การชูงวงสูดกลิ่น คือสิ่งที่ทำเมื่อได้กลิ่นสัตว์ผู้ล่าบริเวณนั้น

‘โลก’ ระหว่างผมกับครูไม่สวยงามนักหรอก การอยู่ร่วมกันไม่ใช่เรื่องง่าย

ว่าตามจริง มีการสั่งสอนเกิดขึ้นเสมอ มีหลายครั้ง ผมจ่ายค่าบทเรียนด้วยเลือดและบาดแผล

ป่าเป็นสังคมที่ชีวิตอยู่อย่างพึ่งพาอาศัยกัน ผมเป็นสิ่งแปลกปลอม เหล่าครูๆ ไม่วางใจผมหรอก จากสายตาของครูจำนวนไม่น้อย เชื่อว่าผมคือสัตว์อันตราย

แต่นี่ไม่ใช่เหตุผลอันจะทำให้ผมเลิกเคารพนับถือครู

ที่บ้านพักคืนนั้น

เทียนบนโต๊ะไม้เก่าๆ วับแวม เหล้าขาวดองม้ากระทืบโรงหมดไปครึ่งขวด 

เสียงหัวเราะเฮฮา ผมเล่านาทีการพบเจอไอ้ด้วนให้เพื่อนๆ ฟัง

เรื่องตื่นเต้น คับขัน กลายเป็นเรื่องสนุกทุกครั้งเมื่อผ่านพ้นไปแล้ว

ไอ้ด้วน ช้างป่าที่ใครๆ ก็ว่าดุร้าย กับการสอนวิชาเติบโตภายในจิตใจให้มนุษย์
พลบค่ำ คือช่วงเวลาที่ช้างจะมาที่แหล่งน้ำ

ฝนไม่มาเยี่ยมแล้ว 2 วัน คืนแรม 15 ค่ำ ท้องฟ้ามืด ดาวส่องประกายระยิบ อากาศยามดึกเย็นยะเยือก 

ผมนั่งบนบันไดขั้นที่ 3 ที่ตรงนี้ หลายครั้งเสือดาวมาใช้เป็นที่นั่งสังเกตการณ์ บ้านพักถูกห้อมล้อมด้วยป่า ผม มองรอบๆ กวางส่งเสียง 

ผมนึกถึงไอ้ด้วน ไม่รู้ว่าเราจะพบกันอีกกี่ครั้ง มันจะทำร้ายใครอีกหรือไม่

ที่เห็นในระยะใกล้คือช้างตัวโตขี้หงุดหงิดตัวหนึ่ง

ไอ้ด้วน ช้างป่าที่ใครๆ ก็ว่าดุร้าย กับการสอนวิชาเติบโตภายในจิตใจให้มนุษย์

ผมนำหน้าชื่อด้วนว่า ‘ไอ้’ ด้วยความคุ้นเคย

ระหว่างผมกับไอ้ด้วนสถานะของเราเหมือนกัน คือยังเป็นนักเรียนที่ทำผิดพลาดอยู่เสมอๆ เราคงต้องใช้เวลาเรียนรู้อีกนาน

ไอ้ด้วนนั้น ผมไม่นับถือมันในฐานะที่เป็นครูหรอก

แต่นับถือมันในฐานะเพื่อน 

เพื่อนที่ใช้วิธีตอบโต้ความรุนแรงด้วยความรุนแรง

‘ไอ้’ ที่ไม่ได้หมายถึงสัตว์อันตรายและต้องเกลียดชัง 

สารคดีสัญชาติไทย

Writer & Photographer

ปริญญากร วรวรรณ

ถ่ายทอดเรื่องราวของสัตว์ป่าและดงลึกทั่วประเทศไทยผ่านเลนส์และปลายปากกามากว่า 30 ปี มล. ปริญญากร ถือเป็นแบบอย่างสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างเคารพธรรมชาติให้คนกิจกรรมกลางแจ้งและช่างภาพธรรมชาติรุ่นปัจจุบัน

Life on Earth

เรื่องราวสรรพชีวิตที่อยู่บนโลกใบเดียวกับเรา

The Cloud X  สารคดีสัญชาติไทย

 

ผมเป็นคนชอบกินปลาตั้งแต่เด็กๆ และผมเชื่อว่าคนไม่น้อยบนโลกนี้ก็ชอบกินปลา คำถามที่คนมักชอบถามผมเสมอคือ ถ้าเลือกได้ เราควรจะกินปลาอะไรกันดี  

ถ้าถามผมตรงๆ ผมก็ตอบตรงๆ ว่า ถ้าเลือกได้ ผมก็ชอบที่จะกินปลาซึ่งจับได้จากธรรมชาติ โดยที่ไม่มีการตัดแต่งดัดแปลงหรือเปลี่ยนแปลงพันธุกรรม ไม่ได้มาจากระบบการเพาะเลี้ยงในที่ปิด หรือไม่ได้มีที่มาจากการประมงที่ส่งผลกระทบต่อธรรมชาติมากมายจนเกินไปนัก และสุดท้าย ปลาที่เราเลือกจะบริโภคนั้นก็ควรจะเป็นปลาที่เรากินได้อย่างสบายใจว่าไม่ใช่ตัวสุดท้ายของบางสายพันธุ์ที่หลงเหลืออยู่บนโลกใบนี้ และสูญสิ้นสายพันธุ์ไปด้วยการบริโภคของเรา

ตลาดปลายามเย็นที่เมืองโกตาคินาบาลู

เรื่องปลาเป็นเรื่องที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในโลกยุคปัจจุบันนี้ ที่เราต้องชั่งน้ำหนักให้ดีระหว่างรสชาติ คุณภาพของอาหาร และแหล่งที่มาที่ไปของอาหารนั้นๆ เราคงจะไม่สบายใจนักถ้าพบว่าปลาที่เรากินอยู่นั้นมีที่มาที่ต้องแลกเปลี่ยนกับการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมหรือส่งผลกระทบอื่นๆ มากมายนัก

ผมอาจจะเป็นคนหนึ่งที่โชคดีที่ได้มีโอกาสเห็นท้องทะเลในสมัยที่ยังคงอุดมสมบูรณ์มากกว่าในทุกวันนี้ สมัยเด็กๆ พ่อชอบพาผมออกไปตกปลากลางทะเล ในสมัยนั้นดูเหมือนว่าปลานั้นจะมีอยู่มากมายเต็มท้องทะเลในความรู้สึกของเรา เท่าที่จำความได้ บ้านเราแทบจะไม่เคยต้องซื้อปลากิน เพราะทุกครั้งที่กลับจากทะเลเราจะได้ปลาสดๆ กลับมากิน และเหลือเพียงพอที่แจกจ่ายเพื่อนบ้าน ญาติสนิท มิตรสหาย

แต่นั่นก็คือเป็นอดีตที่ไม่อาจจะหวนคืนกลับมา

หลายสิบปีที่ผ่านมาท้องทะเลเปลี่ยนแปลงไปมาก ปลาที่เราเคยคิดว่าเป็นทรัพยากรที่ไม่มีวันหมดนั้นกลับกลายเป็นสิ่งที่หายากขึ้น จากพัฒนาการที่ก้าวหน้าขึ้นของสารพัดรูปแบบของการทำการประมงที่พัฒนาขึ้นและความต้องการปลาในระบบเศรษฐกิจที่ขยายตัวขึ้นในหลากหลายรูปแบบ

ฝูงปลาสากและปลากะมงที่กองหินใบ หรือว่า Sail rock กลางอ่าวไทย ซึ่งคลาคล่ำไปด้วยฝูงปลา หลังจากมาตรการที่เข้มงวดของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมาบวกกับการร่วมมือร่วมใจของคนท้องถิ่น ฝูงปลาจำนวนมหาศาลจึงกลับมาในบริเวณพื้นที่อนุรักษ์ ปลาเป็นสัตว์น้ำที่ขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็วถ้าหากมีสถานที่ที่ปลอดภัยเพียงพอสำหรับการอยู่อาศัย การจับปลาด้วยอุปกรณ์พื้นบ้านเช่นเบ็ดหรือลอบนั้นไม่ส่งผลกระทบต่อท้องทะเลมากเท่ากับการลงอวนขนาดใหญ่ที่สามารถจะกวาดฝูงปลาให้หายไปได้จากการลงอวนเพียงครั้งเดียว

ทุกวันนี้ถ้าหากเดินไปซื้อปลากะพงขาวในท้องตลาดแล้วได้ปลากะพงขาวที่จับได้จากธรรมชาติจริงๆ มาสักตัว น่าจะมีโอกาสพอๆ กับถูกรางวัลเลขท้ายสองตัว  ไม่ต้องพูดถึงปลาแซลมอนที่เราชอบทานกันตามร้านอาหารราคาแพงที่มีคนพูดถึงกันไปมากแล้ว   

เรื่องที่น่าสนใจอย่างหนึ่งของแซลมอนคือ แม้ว่าสหรัฐอเมริกาจะเป็นประเทศที่บริโภคแซลมอนจากฟาร์มมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก แต่ในสหรัฐอเมริกาเองกลับแทบจะไม่มีฟาร์มเลี้ยงปลาแซลมอนเลย หากจะมีแต่ Hatchery หรือโรงเพาะฟักปลาแซลมอนหลายๆ ชนิดรวมถึงปลาเทราต์ด้วย แล้วปล่อยกลับคืนไปในธรรมชาติกระจายอยู่ตามพื้นที่ในหลายๆ รัฐ แล้วปล่อยให้ปลาเหล่านั้นเติบโตเองตามธรรมชาติในทะเล แต่กลับมีบริษัทของอเมริกาหลายแห่งไปตั้งฟาร์มแซลมอนในหลายประเทศในอเมริกาใต้ เช่น ชิลี

 ผมเคยไปเดินตกปลาอยู่ทางตอนเหนือของรัฐนิวยอร์กในช่วงระยะเวลาสั้นๆ มา 2 – 3 ฤดูกาล พบว่าระบบการจัดการของเขาค่อนข้างดีทีเดียว 2 – 3 ปีผ่านไป แซลมอนที่ออกไปหากินในทะเลก็จะว่ายทวนน้ำกลับขึ้นมาเพื่อวางไข่ตรงบริเวณใกล้ๆ กับที่เขาปล่อยไปนั่นแหละ ในช่วงก่อนหน้านั้นในระหว่างทางที่แซลมอนว่ายทวนน้ำขึ้นมา เขาก็จะเริ่มออกข่าวทางทีวีว่าแซลมอนมาแล้วนะ ออกไปตกปลามากินกันได้แล้ว แต่พอเข้ามาใกล้ต้นน้ำขึ้นเรื่อยๆ ก็จะมีกฎเกณฑ์ที่มากขึ้น เช่น จำกัดอุปกรณ์ในการตกปลาให้เป็นอุปกรณ์ Fly fishing อย่างเดียว จำกัด Bag limit ว่าเอากลับบ้านได้วันละกี่ตัว และพอมาถึงในบริเวณที่ใกล้ต้นน้ำมากที่สุดก็จะบังคับว่าปลาที่ตกได้ทุกตัวจะต้องปล่อยกลับลงไป และมาถึงบริเวณที่เป็น Spawning ground นั้นก็จะกั้นเชือกไว้ไม่ให้ใครเข้าไปรบกวนเด็ดขาด

ปลาโรนิน หรือกระเบนท้องน้ำ (Bowmouth Guitarfish) เป็นปลาชนิดหนึ่งที่ในปัจจุบันพบได้ไม่บ่อยนักในท้องทะเลหรือแม้แต่ตามตลาดปลา ในชีวิตการดำน้ำของผมเกือบ 30 ปี พบปลาโรนินในท้องทะเลเพียงครั้งเดียวเท่านั้น แต่กลับเป็นปลาที่ต้องการของสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำทั่วโลก  ในอดีต ผู้คนนิยมเอาหนามเล็กๆ บนหลังของมันมาทำเป็นหัวแหวนที่เรียกกันว่า ‘คดกระเบน’

 

ฉลามขาว (Great White Shark) เป็นนักล่าที่น่าเกรงขามและในอดีตมักจะถูกเรียกขานว่า Man Eater แต่ในความเป็นจริง ทุกวันนี้ฉลามหลากหลายสายพันธุ์ตกเป็นเหยื่อของมนุษย์มากกว่าที่มนุษย์จะตกเป็นเหยื่อของฉลาม ฉลามและกระเบนเป็นปลาที่ขยายพันธุ์ได้ค่อนข้างช้า เนื่องจากให้กำเนิดลูกโดยเฉลี่ยเพียงครั้งละ 5 – 6 ตัว เท่านั้น

อ้อ ลืมบอกไปว่าแซลมอนที่เขาถือกันว่ารสชาติดีมากที่สุดก็คือ King Salmon หรือที่เรียกกันว่า Chinook ที่จะมีสีเงินเมื่ออยู่ในทะเล และจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มเมื่อเข้ามาในบริเวณน้ำจืด เนื้อปลาที่นิยมบริโภคกันคือปลาที่จับได้จากในทะเล หรือเพิ่งจะเข้ามาในบริเวณปากแม่น้ำใหม่ๆ (จริงๆ ปลาในตระกูล Salmonids หลายๆ ชนิดเมื่อออกทะเลไปจะปรับสีสันบนลำตัวให้เป็นสีเงิน และจะเปลี่ยนกลับมาเป็นสีน้ำตาลเพื่อพรางตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมในทะเลสาบหรือลำธาร มีความเข้าใจผิดว่าปลาในตระกูล Salmonids นี้จะเป็น Single spawn ที่จะตายลงหลังจากวางไข่ทุกตัว แต่ในความเป็นจริงมีหลายๆ สายพันธุ์ที่เป็น Multi spawn ซึ่งสามารถวางไข่ได้หลายครั้ง เช่น Steelhead ซึ่งก็คือ Rainbow Trout ที่ออกไปหากินในทะเลและกลับเข้ามาวางไข่ในน้ำจืด)

แม้กระทั่งปลาขนาดใหญ่อย่าง Bluefin Tuna ที่มีราคาแพงก็ใช่ว่าจะเป็นปลาที่จับได้จากในธรรมชาติทั้งหมด ในน่านน้ำเขตอบอุ่น (ที่แปลว่าหนาว) มีการทำฟาร์ม Bluefin Tuna อย่างเป็นล่ำเป็นสัน ไม่ว่าจะในแถบตอนใต้ของออสเตรเลียหรือนิวซีแลนด์

ทูน่า Bluefin ที่มีขนาดใหญ่และมีราคาแพงที่สุดคือ Southern Bluefin ซึ่งเป็นทูน่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุด เมื่อโตเต็มที่จะมีน้ำหนักมากกว่า 500 ปอนด์ และมีอายุมากถึง 20 – 40 ปี ปัจจุบัน Southern Bluefin ในธรรมชาติจัดเป็น Critically endangered species ของ IUCN Red List of Threatened Species ราคาของทูน่าชนิดนี้จะผันแปรไปตามขนาดของมัน เนื่องจากปลาขนาดใหญ่เป็นปลาที่จับจากธรรมชาติซึ่งกว่าจะโตขึ้นมาได้นั้นต้องใช้เวลาอย่างน้อย 20 ปีเป็นอย่างน้อย

ปลาทูน่าขนาดใหญ่ทั้งทูน่าครีบเหลืองและทูน่าครีบน้ำเงินกำลังมีจำนวนที่ลดลงอย่างรวดเร็วในธรรมชาติ โดยเฉพาะสายพันธุ์ Southern Bluefin Tuna ตัวขนาดใหญ่ที่เป็นที่ชื่นชอบของตลาดปลาในญี่ปุ่นนั้น ขนาดโดยเฉลี่ยที่จับได้เล็กลงทุกปี และปัจจุบันเริ่มมีการทำฟาร์มเลี้ยงในกระชังขนาดใหญ่ในทะเลเปิดในหลายๆ พื้นที่แล้ว

การทำฟาร์มทูน่าส่วนใหญ่จะจับเอาทูน่าขนาดเล็กมาเลี้ยงในกระชังขนาดใหญ่กลางทะเล ให้อาหารเพื่อให้มีขนาดตัวและน้ำหนักที่ได้ราคาแล้วจึงส่งขาย โดยจะมีเรือห้องเย็นที่มารับซื้อถึงหน้าฟาร์มแล้วลงห้องเย็นไปเลย (ผมเคยไปดูฉลามขาวที่เมือง Port Lincoln (พอร์ตลินคอน) ตอนใต้ของออสเตรเลีย เขาใช้ปลาทูน่าที่ตายในกระชังมาเป็นเหยื่อล่อฉลามขาว ตลอด 4 วันที่อยู่บนเรือนั้นเสื้อผ้าเราจะอบอวลไปด้วยกลิ่น Southern Bluefin เน่า ผมสาบานได้ว่าหลังจากกลับจากทริปนั้นผมเลิกกินซาซิมิไปเป็นปี)

จากอุตสาหกรรมการประมงแบบดั้งเดิมในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา โลกของเรากำลังปรับเปลี่ยนไปสู่อุตสาหกรรมประมงที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำมากขึ้นๆ เพื่อตอบรับกับจำนวนประชากรของโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและจำนวนปลาในธรรมชาติที่ลดลง

แม้จะไม่มีหลักฐานยืนยันที่ชัดเจนว่าปลาที่มาจากการเพาะเลี้ยงนั้นจะส่งผลกระทบอะไรต่อผู้บริโภค แต่สิ่งที่ชัดเจนก็คือ ผลจากอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงนั้นส่งผลกระทบต่อธรรมชาติ จากปริมาณของน้ำเสียที่ปล่อยออกมาและการขยายพื้นที่ริมฝั่งทะเลที่ใช้เพื่อการเพาะเลี้ยงที่เพิ่มขึ้นกำลังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศป่าชายเลนในหลายๆ พื้นที่ของโลกใบนี้

จากความคิดของหลายคนที่ว่า การบริโภคปลาจากในฟาร์มที่เพาะเลี้ยงนั้นอาจจะเป็นการช่วยเหลือท้องทะเลในทางอ้อม เพราะชาวประมงจะได้ไม่จับปลาในทะเลและช่วยทำให้ทะเลนั้นยังคงความอุดมสมบูรณ์อยู่ อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องเสมอไปนัก เพราะในปัจจุบันนี้ อาหารที่นำมาใช้เลี้ยงปลาในฟาร์มนั้นก็มาจากการจับปลาเป็ดโดยใช้อวนลากที่ลากเอาปลาแทบทุกชนิดมาและคัดเลือกเอาปลาที่ดีๆ ไปขาย แล้วเอาปลาที่คนไม่นิยมบริโภคหรือมีสภาพไม่สวย เช่น หัวขาด หรือเละไปแล้ว มาใช้เป็นอาหารสัตว์ ที่เรียกว่าปลาเป็ดปลาไก่นั้นก็มีที่มาจากการเอาปลาเหล่านี้ไปเลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่นั่นเอง

Chinook หรือ King Salmon เป็นแซลมอนขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลกรองจาก Taimen ที่พบในมองโกเลีย แต่เป็นแซลมอนที่ว่ากันมีมีรสชาติดีที่สุดชนิดหนึ่งในโลก  ในภาพนี้เป็นแซลมอนในเฟสสุดท้ายก่อนจะผสมพันธุ์ที่ว่ายทวนน้ำขึ้นมาตามลำธารแล้ว  และเปลี่ยนสีสันบนลำตัวจากสีเงินยวงกลายเป็นสีน้ำตาลเข้มเพื่อพรางตัวในลำธารน้ำตื้นๆ

ในขณะเดียวกัน ถ้าเราไม่กินปลาแต่หันไปบริโภคเป็ด ไก่ หรือหมู การเลือกของเราก็ยังมีผลกระทบกับท้องทะเลอยู่ดี

มาถึงตรงนี้หลายๆ คนอาจจะรู้สึกว่าทำไมมันยากอย่างนี้ แล้วเราควรจะกินปลาอะไรกันดี?

ทุกวันนี้ ผมมักไม่ค่อยซื้อปลาจากตลาด เพราะเราไม่มีโอกาสรู้ที่มาของปลานั้นได้อย่างแท้จริง (ถ้าอยากกินจริงๆ ก็ซื้อไปเถิดครับ ไม่ว่าจะปลากะพงขาวหรือปลานิล เราก็จะมีโอกาสได้กินปลาเลี้ยงเหมือนๆ กัน) ถ้าหากไม่ออกไปตกปลามากินเอง อาจจะเพราะว่ากลัวบาปหรืออะไรก็ตามแต่ และมีโอกาสไปตามเมืองชายทะเลอย่างหัวหิน  ระยอง สัตหีบ ลองหากระติกน้ำแข็งใบใหญ่ๆ ติดรถไปสักใบครับ แล้วลองเล็งหาที่ที่เรือลำเล็กๆ มาจอดรวมกันเยอะๆ แถบนั้นจะมีท่าที่เขาคอยเอาปลามาขึ้นอยู่เสมอๆ ส่วนใหญ่เรือพวกนี้จะเป็นเรือเบ็ดขนาดเล็กของชาวบ้านครับ และปลาที่เขาเน้นออกไปตกก็คือปลาอินทรี ปลาโฉมงาม ปลาตะคอง โดยเฉพาะในช่วงปลายปีใกล้ๆ ฤดูหนาวอย่างนี้จะมีปลาอินทรีค่อนข้างมาก ถ้าเลือกได้ ไปช่วยอุดหนุนเขากันหน่อยก็ดีครับ ผมเชื่อว่าวิถีการหาปลาแบบดั้งเดิมที่ตกปลาขึ้นมากินทีละตัวอย่างนี้เป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบกับท้องทะเลน้อยมากที่สุด เท่าที่มนุษย์จะทำมาหากินอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยกับธรรมชาติได้  

ที่สำคัญที่สุดก็คือ ไม่ว่าเราจะบริโภคอะไร ทุกสิ่งทุกอย่างมีต้นทุนทางธรรมชาติที่ต้องสูญเสียไปทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันที่ต้องใช้ไปในการออกไปหาปลา ปลาเล็กๆ ที่ต้องถูกจับมาเป็นอาหารสัตว์ หรือแม้แต่คิดในทางคุณค่าของชีวิตแล้วก็คือหนึ่งชีวิตที่ต้องเสียไปเพื่อมาต่อชีวิตของเรา

บริโภคอย่างคุ้มค่าไม่เหลือทิ้งเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของโลกเรากันครับ

ชาวบาเจา ชาวทะเลที่อาศัยอยู่ในบริเวณเกาะบอร์เนียวกับปลาอินทรีที่ตกมาได้เพียงตัวเดียวในวันนั้น  ในภูมิภาคต่างๆ บนโลกมีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังคงหาปลาด้วยศาสตร์ดั้งเดิมที่สืบทอดต่อกันมานับร้อยนับพันปี  ในปัจจุบัน ถ้าจะหาปลาเนื้อดีๆ กินสักตัวผมมักจะเลือกซื้อปลาอินทรีจากเรือเบ็ดของชาวบ้าน เพราะผมเชื่อว่าวิถีการหาปลาแบบนี้เป็นวิถีดั้งเดิมที่ส่งผลกระทบต่อธรรมชาติที่น้อยที่สุดแล้ว

Save

Writer

นัท สุมนเตมีย์

ช่างภาพใต้น้ำมืออาชีพที่เรียกได้ว่าคนแรกๆ ของประเทศไทย เริ่มต้นจากการเป็นช่างภาพและนักเขียนให้กับนิตยสาร อ.ส.ท. และ อีกหลากหลายนิตยสารทั้งในและต่างประเทศมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2537 ปัจจุบันนอกเหนือจากการถ่ายภาพแล้ว นัท ยังถ่ายภาพยนต์สารคดีใต้ท้องทะเล และบันทึกภาพทางอากาศให้กับทีมงานสารคดีหลายทีม

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load