เป็นครั้งแรกที่โอลิมปิกฤดูร้อน หรือ Tokyo 2020 Olympics บรรจุกีฬาสเก็ตบอร์ดไว้ในการแข่งขัน พร้อมกับอีก 4 ชนิดกีฬาใหม่ เบสบอล-ซอฟต์บอล เซิร์ฟ คาราเต้ และปีนหน้าผา

แม้สเก็ตบอร์ดไม่ใช่กีฬาต่อสู้โดยตรง แต่ก็ผ่านการฝ่าฟันจากกีฬาใต้ดินตั้งแต่ ค.ศ. 1950 ดัดแปลงจากเซิร์ฟโต้คลื่นมาไถบนถนน เริ่มฮอตฮิตจากเหล่าวัยรุ่นอเมริกัน แล้วก็ลื่นไหลต่อไปยังทั่วโลก ต่อมากลับถูกแบนเพราะมีคนเสียชีวิตและบาดเจ็บจากการเล่นจำนวนมาก กว่าจะเป็นที่ยอมรับในฐานะกีฬาสากลอย่างเป็นทางการ มีการจัดให้แข่งขันอย่างปลอดภัย ก้าวสู่ ‘เอ็กซ์ตรีมเกมส์’ (X Games) เต็มตัว ก็เมื่อ ค.ศ. 1995 เข้าไปแล้ว ซึ่งนั่นผลักดันและสนับสนุนโดย ESPN สื่อกีฬาเจ้าใหญ่ในอเมริกา ทีนี้สเก็ตบอร์ดเลยได้รับนิยมเพิ่มขึ้นอย่างสุดขีด กลายเป็นวัฒนธรรมใหม่ที่ส่งอิทธิพลต่อแฟชั่น หนัง เพลง ตามมา

ในบ้านเรา กลุ่มคนรักการไถแผ่นติดล้อนี้มีมานานมาก สมาคมกีฬาเอ็กซ์ตรีมแห่งประเทศไทย (Thailand Extreme Sports Association หรือ TESA) ก็บรรจุกีฬาชนิดนี้ไว้ในประเภทกีฬาเอ็กซ์ตรีมตั้งแต่ พ.ศ. 2546

Wiggle Wave เปลี่ยนโรงหนังอายุ 42 ปี เป็นสนามเซิร์ฟสเก็ตที่เฟี้ยวสุดในสมุทรสงคราม

จากกีฬาเฉพาะกลุ่ม ทุกวันนี้ หันไปซ้ายไปขวา จะเห็นคนทุกเพศทุกวัยหยิบสเก็ตบอร์ด เซิร์ฟสเก็ต ลองบอร์ด เพนนีบอร์ด ฯลฯ ออกมาเล่นทั่วบ้านทั้งเมือง เกิดสนามเล่นสำหรับสเก็ตเตอร์ขึ้นหลายที่ ทั้งบนดาดฟ้าห้างสรรพสินค้า สวนสาธารณะ แต่ที่คอลัมน์ Re-Place สนใจ คือ ‘Wiggle Wave’ สนามในร่มแห่งแรกๆ ในไทย ซึ่งเปลี่ยนอาคารโรงภาพยนตร์อายุ 42 ปี ให้เป็นสนามเชิร์ฟสเก็ตระดับมาตรฐานที่ใช้จัดการแข่งขันได้

มากไปกว่านั้น การรีโนเวตตึกเก่าเป็นสถานที่ที่รับกับกระแสความเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม ยังถือเป็นเคสตัวอย่างที่ทำให้เห็นไอเดียการนำอาคารเก่ามาปรับปรุงให้เกิดประโยชน์ใช้สอยใหม่ๆ อย่างชาญฉลาด โดยการรักษาไม่จำเป็นต้องอนุรักษ์เพียงอย่างเดียว มันเปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปตามการหมุนเปลี่ยนของโลกได้

คว้าบอร์ดคู่ใจ แล้วเดินทางไปจังหวัดสมุทรสงคราม ฟัง ปอ-ณัฐชนน เจริญพานิช และ โจ-พัชรชวิญช์ พุฒิศวรรย์ สองเจ้าของ Wiggle Wave เล่าถึงเบื้องหลังการปัดฝุ่น ‘ไอยรารามา’ โรงหนังสแตนด์อโลน สู่ลานสเก็ตแสนจ๊าบแห่งนี้ด้วยกัน

Wiggle Wave เปลี่ยนโรงหนังอายุ 42 ปี เป็นสนามเซิร์ฟสเก็ตที่เฟี้ยวสุดในสมุทรสงคราม

เก่าไปใหม่มา

หนึ่งในหุ้นส่วนของ Wiggle Wave เป็นเจ้าของตึกโรงภาพยนตร์ไอยรารามา เห็นชั้น 2 และ 3 ของตึกถูกปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้ใช้งานอื่นใดนอกจากเก็บของนานนับสิบปี มีเพียงชั้นล่างที่ให้กิจการ ‘คุ้มซุปเปอร์สโตร์’ ร้านขายของทุกอย่าง 20 บาทเช่า กอปรกับทั้งคู่กระโจนเข้าสู่โลกของการเล่นเซิร์ฟสเก็ต จึงอยากมีสนามดีๆ ไว้เล่นเอง และมองเห็นโอกาสเปลี่ยนความชอบเป็นธุรกิจ จึงคิดปัดฝุ่นบริเวณชั้น 2 ของอาคารเป็นสนามเซิร์ฟสเก็ตครบวงจร

Wiggle Wave เปลี่ยนโรงหนังอายุ 42 ปี เป็นสนามเซิร์ฟสเก็ตที่เฟี้ยวสุดในสมุทรสงคราม
Wiggle Wave เปลี่ยนโรงหนังอายุ 42 ปี เป็นสนามเซิร์ฟสเก็ตที่เฟี้ยวสุดในสมุทรสงคราม

40 ปีก่อน วิกไอยราในความทรงจำของชาวแม่กลองคลาคล่ำไปด้วยครอบครัวลูกเล็ก หนุ่มสาวควงคู่ไปดูหนังเป็นเช่นไร ภาพในวันนี้แทบไม่ต่าง มีก็แต่เพียงมืออีกข้างที่หอบหิ้วบอร์ดมาด้วยก็เท่านั้น

ทั้งคู่พาความต้องการไปปรึกษา ว่าที่ร้อยตรี กรณ์ สังฆบุญ หรือ บอย-กรณ์ สังฆบุญ นักกีฬาจักรยานผาดโผน Trial Bike มือ 1 ทีมชาติไทย ผู้ออกแบบสนามและควบคุมการสร้างภายใน Wooden Ramp แห่งนี้

ตัวสนามแบ่งพื้นที่เป็น 4 รูปแบบ ลานใช้ฝึกซ้อม เป็นลานเรียบๆ สำหรับบีกินเนอร์ใช้ฝึกไถ หรือมือโปรจะใช้ซ้อมก็ได้ ส่วน Wave Ramp มีจุดเด่นเป็นแนวคลื่นสูง ยาว 16 เมตร กว้างถึง 9 เมตร ให้สนุกกับการเล่นมากขึ้น และมีโซน Bowl and Pump Track และ Mini Pump Track เป็นลานสำหรับท่าโลดโผน

Wiggle Wave เปลี่ยนโรงหนังอายุ 42 ปี เป็นสนามเซิร์ฟสเก็ตที่เฟี้ยวสุดในสมุทรสงคราม
Wiggle Wave เปลี่ยนโรงหนังอายุ 42 ปี เป็นสนามเซิร์ฟสเก็ตที่เฟี้ยวสุดในสมุทรสงคราม

ถัดจากสนามขึ้นไปฝั่งห้องฉายหนัง มีโซนร้านขายและให้เช่าอุปกรณ์ ด้านล่างมุมข้างจอมีคาเฟ่เสิร์ฟขนม กาแฟ และเมนูเครื่องดื่มหลากหลาย โดยเก็บกลิ่นอายความทรงจำของโรงหนังผ่านลิฟต์ตัวเก่า และเก้าอี้เดิม ซึ่งถอดมาประดับไว้ให้คิดถึง

รีโนเวต ‘วิกไอยรา’ โรงหนังแสตนด์อโลนเก่า เป็นสนามเซิร์ฟสเก็ตในร่มแห่งแรกๆ ของไทย ที่ได้มาตรฐานจัดการแข่งขัน
รีโนเวต ‘วิกไอยรา’ โรงหนังแสตนด์อโลนเก่า เป็นสนามเซิร์ฟสเก็ตในร่มแห่งแรกๆ ของไทย ที่ได้มาตรฐานจัดการแข่งขัน

In Wood We Trust

ไอรยารามา สร้างตั้งแต่ พ.ศ. 2512 อาคารไม่เก่าไม่ใหม่นี้เป็นสถาปัตยกรรมยุคโมเดิร์นที่ยังมีความแข็งแรงอยู่มาก และเรื่องความปลอดภัย เป็นข้อสำคัญในการปรับปรุงรวมถึงสร้างสนามเซิร์ฟสเก็ต ก่อนลงมือรีโนเวต จึงมีการปรึกษาวิศวกรโครงสร้าง คำนวณการรับน้ำหนัก จากเดิมที่เคยรับได้ 70 – 80 คน หากใช้เล่นกีฬาผาดโผน จะจำกัดรอบละ 20 คนเท่านั้น

ตัวโครงสร้างเดิมไม่ได้มีการรื้อถอนหรือต่อเติมใดๆ เข้าไป และยังเก็บบันได-ทางเดินชั้นสอง ซึ่งไร้รอยแตกแยกทั้งฝั่งไว้ ด้วยความเป็นโรงฉายภาพยนตร์ ตัวอาคารจึงทึบตัน เขาแก้ปัญหานี้ด้วยการเจาะช่องแสงและเจาะช่องสำหรับติดพัดลมระบายอากาศเพิ่ม

รีโนเวต ‘วิกไอยรา’ โรงหนังแสตนด์อโลนเก่า เป็นสนามเซิร์ฟสเก็ตในร่มแห่งแรกๆ ของไทย ที่ได้มาตรฐานจัดการแข่งขัน
รีโนเวต ‘วิกไอยรา’ โรงหนังแสตนด์อโลนเก่า เป็นสนามเซิร์ฟสเก็ตในร่มแห่งแรกๆ ของไทย ที่ได้มาตรฐานจัดการแข่งขัน
รีโนเวต ‘วิกไอยรา’ โรงหนังแสตนด์อโลนเก่า เป็นสนามเซิร์ฟสเก็ตในร่มแห่งแรกๆ ของไทย ที่ได้มาตรฐานจัดการแข่งขัน

ตัวเพดาน ด้วยข้อดีที่เป็นตัวดูดซับเสียง เพื่อไม่ให้ดังรบกวนโรงแรมที่อยู่ขนาบข้าง และตรวจสอบแล้วว่ายังใช้การได้ จึงเก็บไว้เช่นเดิม แต่รื้อฝ้าเพียงบางส่วนออก เผยให้เห็นโครง Truss ไม้ที่ถักทออย่างเป็นระเบียบ และตั้งใจเปิดไว้อย่างนั้นเพื่อโชว์ฝีมือช่างไม้โบราณ ล้อไปกับตัวสนามที่เป็นไม้ทั้งหมด

รีโนเวต ‘วิกไอยรา’ โรงหนังแสตนด์อโลนเก่า เป็นสนามเซิร์ฟสเก็ตในร่มแห่งแรกๆ ของไทย ที่ได้มาตรฐานจัดการแข่งขัน

ไม้ที่ใช้ทำสนามเป็นไม้อัดที่แข็งแรงทนทาน ทนต่อความชื้นสูง ได้รับมาตรฐาน มอก. และปอย้ำว่าต้องใส่ใจต่อความเรียบเป็นพิเศษ หากมีรอยต่อเพียงนิดเดียว ก็เกิดอุบัติเหตุกับผู้เล่นได้อย่างคาดไม่ถึง

“การวางไม้ ตอนแรกเราคิดว่าไม่ต้องดัดหรือองศามันไม่ต้องเป๊ะขนาดนั้น พอได้ทำจริงๆ ถึงได้เรียนรู้ว่าไม่ได้เลย บางทีเราไปเล่นที่อื่น อาจมีสะดุดนิดหนึ่ง เราก็คิดว่ามันเป็นปกติ เพราะจะทำให้มันโค้งกลมและเรียบขนาดนั้นได้หรอ ด้วยกีฬาเพิ่งมาใหม่ หลายคนเลยไม่ได้มีความชำนาญในการทำมาตั้งแต่แรก โชคดีที่เราได้ผู้เชี่ยวชาญมาออกแบบให้ เขาทำเกี่ยวกับปั๊มแทร็กอยู่แล้วด้วย เลยได้งานที่ละเอียดและปลอดภัยมาก”

ระหว่างทางที่ทำ ได้มีการทดสอบการเล่นจริงและเผื่อการเล่น ทั้งสำหรับบีกินเนอร์และมือโปร

“ปรับเปลี่ยนตลอดเหมือนกัน เพราะบางทีองศามันไม่ได้ ไม่ใช่แค่สวยอย่างเดียว เราต้องให้มันเพอร์เฟกต์ คำนึงถึงวิธีการเล่นด้วย อย่างสนามที่ต้องทำเป็นสโลป เพราะเผื่อบีกินเนอร์ไม่มีแรงส่ง มันจะง่ายสำหรับเขา สำหรับคนที่เก่งแล้ว เขาก็จะไถขึ้นที่สูงได้ มีแรงส่งมากกว่าเดิม คือเราคิดทุกอย่างเผื่อไว้ก่อน ซึ่งถ้าเป็นสนามปกติจะเป็นพื้นเรียบแล้วค่อยขึ้นเวฟแรมป์ อันนี้เราลองเปลี่ยน ลองดัดแปลงดู”

รีโนเวต ‘วิกไอยรา’ โรงหนังแสตนด์อโลนเก่า เป็นสนามเซิร์ฟสเก็ตในร่มแห่งแรกๆ ของไทย ที่ได้มาตรฐานจัดการแข่งขัน

“ส่วนเวฟแรมป์ มีช่วง Drop สามสเต็ป คือมีสูงแล้วก็เตี้ยไล่ลงมาตามระดับ ถ้าบีกินเนอร์เล่นตรงระดับล่าง จะมีแรงส่งขึ้นเวฟแรมป์ได้ แบบไม่ต้องไถไปก่อน” ปอขยายความสิ่งที่เขาร่วมออกแบบกับบอย โดยตั้งใจทำให้เรียบที่สุด และทำองศาให้ท้าทายมากกว่าสนาม เพื่อสร้างเอกลักษณ์ของสนามแห่งนี้

สำหรับผนังโดยรอบ เมื่อรื้อตัวบุซับเสียง กะเทาะผนังออก เผยให้เห็นอิฐมอญแดงเปลือยเปล่า เข้ากันกับงานไม้ ให้อารมณ์สนามแบบ Old School แจ่มชัด ปอเล่าว่าตอนแรกที่เคาะปูนออกเพื่อทำใหม่ ตั้งใจจะพ่นลายกราฟฟิตี้ลงไป แต่พอได้เห็นสัจจะของวัสดุเดิม ก็เปลี่ยนใจเก็บไว้อย่างนั้น เพราะสวยมีเสน่ห์ไม่แพ้กัน

รีโนเวต ‘วิกไอยรา’ โรงหนังแสตนด์อโลนเก่า เป็นสนามเซิร์ฟสเก็ตในร่มแห่งแรกๆ ของไทย ที่ได้มาตรฐานจัดการแข่งขัน

Wiggle Boy, Wiggle Wave

ด้วยการออกแบบที่ว่ามาทั้งหมดจากผู้เชี่ยวชาญ และความตั้งใจของสองหุ้นส่วนให้ที่นี่ได้มาตรฐานระดับใช้จัดการแข่งขัน ภายใต้พื้นที่ 900 ตารางเมตร (เฉพาะตัวสนาม 600 ตารางเมตร) จึงใช้วัสดุคุณภาพตามที่กฎหมายกำหนด ทดสอบความแข็งแรง และคิดเผื่อการเล่นท่วงท่าที่ท้าทายขึ้น

“เราไม่ได้อยากให้มันเป็นแค่กีฬาในกระแส เราคิดถึงในอนาคตที่อยากทำให้สนามนี้รองรับการแข่งขันได้เลย เราอยากส่งเสริมกีฬานี้ให้ไปต่อได้ ถ้ามันเป็นไปได้นะ อย่างตัว Pump Track ส่วนใหญ่ของประเทศไทยจะเป็นทรงที่ต้องวิ่งกันสองร้อยถึงสามร้อยเมตร เราก็ทำอีกแบบหนึ่งให้เป็นทรงวงรี”

รีโนเวต ‘วิกไอยรา’ โรงหนังแสตนด์อโลนเก่า เป็นสนามเซิร์ฟสเก็ตในร่มแห่งแรกๆ ของไทย ที่ได้มาตรฐานจัดการแข่งขัน

และสิ่งที่พวกเขาไม่อยากให้เกิดขึ้นมากที่สุดในสนามคืออุบัติเหตุ นอกจากการออกแบบเพื่อป้องกันแล้ว จึงมีอีกหนึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านการกู้ภัย มาช่วยดูแลความปลอดภัยในสนาม และหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน ก็ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้

“เรามีกฎว่าทุกคนต้องใส่อุปกรณ์เซฟตี้เป็นหมวกหรือสนับ ถ้าบางทีมีลูกค้ามาเล่นอะไรแปลกๆ พิเรนทร์ๆ เราก็จะการเตือนทันที ตอนนี้เรามีคนดูแลหนึ่งคนต่อหนึ่งสนาม ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ออกแบบแนะนำไว้”

เสียงบอร์ดกระทบไม้ กับท่วงท่าโจนทะยานท้าแรงโน้มถ่วงของเหล่านักเซิร์ฟสเก็ต ชวนให้ละสายตาแทบไม่ได้

คุยกันมาตั้งนาน เลยเกือบลืมถามถึงที่มาที่ไปของชื่อ Wiggle Wave เสียได้

มาจากวิกไอรยา หรือชวนให้นึกถึงหรือเปล่าคะ-เราชวนคุยขำๆ ก่อนจบบทสนทนาในวันนั้น

“ตอนแรกเดิมทีตั้งว่า Wiggle Boy เพราะแต่ละคนตอนเล่นแล้วมันส่ายดุ๊กดิ๊ก เราก็แบบ Wiggle ว่ะ แล้วมันเกี่ยวกับท่า Wave Ramp ที่เป็นแบบคลื่น พอไปเล่น Ramp ก็ยังดุ๊กดิ๊กอยู่ดี ล้มบ้างด้วยความไม่ได้เก่งนั่นแหละ ก็เลยกลายมาเป็น Wiggle Wave” ปอเล่าพร้อมรอยยิ้มกว้าง เมื่อได้ย้อนคิดถึงการตั้งชื่อธุรกิจของเขา

“เราอยากให้ที่นี่เป็นแลนด์มาร์กของวัยรุ่น ให้มารวมตัวกันในจุดเดิมเหมือนตอนนู้น ถึงของเก่าๆ พวกม่าน เก้าอี้ จะใช้การไม่ได้ บางส่วนทิ้ง บางอย่างยังเก็บเอาไว้ ป้ายไอยราก็ยังเก็บอยู่ อะไรที่ใช้ได้ เราก็พยายามเอากลับมาเหมือนกัน” 

หนุ่มหุ้นส่วนทิ้งท้าย

รีโนเวต ‘วิกไอยรา’ โรงหนังแสตนด์อโลนเก่า เป็นสนามเซิร์ฟสเก็ตในร่มแห่งแรกๆ ของไทย ที่ได้มาตรฐานจัดการแข่งขัน

 Wiggle Wave

วันเปิดบริการ : จันทร์-อาทิตย์ (แผนที่)

เวลา : 10.00 – 20.00 น.*ช่วงสถานการณ์โควิด-19 จำกัดจำนวนผู้เข้าใช้และเปิดให้จองเป็นรอบๆ ส่วนรอบ Public ดูรายละเอียดหรือติดต่อทาง Facebook : Wiggle Wave

Writer

Avatar

ปาริฉัตร คำวาส

อดีตบรรณาธิการสื่อสังคมและบทความศิลปวัฒนธรรม ผู้เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (กับเธอ)

Photographer

Avatar

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

Re-Place

เบื้องหลังการรีโนเวตอาคารเก่า

สำหรับคนชอบสถาปัตยกรรม รักบรรยากาศวินเทจ ชอบเดินเล่นชมเมืองสวยๆ หรือรสนิยมตรงกับทุกข้อที่กล่าวมา ย่านเมืองเก่าภูเก็ตคงเป็นจุดหมายที่น่าไปเยี่ยม อาคาร 2 ชั้นสไตล์เพอรานากันที่เรียงรายตามถนนสายเก่าคล้ายคลึงกับสถาปัตยกรรมที่ปีนังหรือมะละกา ตึกแถวของเมืองท่าติดทะเลผสมวัฒนธรรมจีนเข้ากับกลิ่นอายฝรั่ง ดีเทลเล็กๆ อย่างขอบโค้งของหน้าต่าง ลายฉลุบนกำแพง หรือระเบียงกว้างบนชั้นสอง ล้วนยืนหยัดทนแดด ฝน ลมทะเล และกาลเวลา มาอย่างสง่างาม

ฉันเดินดูตึกเก่าที่ภูเก็ตทั้งวันได้โดยไม่เบื่อ และชอบนอนพักในย่านเมืองเก่ามากกว่าโรงแรมใหม่ ไม่ใช่แค่เพราะความสวยน่ามอง แต่เพราะยุคสมัยของตึกแบบนี้จบลงไปแล้ว อดีตที่อาศัยอยู่ในอิฐปูนทำให้บ้านเรือนที่นี่มีความจริง มีความทรงจำ และมีความหมายพิเศษสำหรับแขกผู้มาเยือน

ชิโน-โปรตุกีส

ตึกสีชมพูพาสเทลแบบหนัง Wes Anderson ในซอยรมณีย์ ถนนถลาง เป็นหนึ่งในอาคารที่ฉันประทับใจมากที่สุด มันสวยเก๋ตามสมัย ขณะเดียวกันก็รักษาความดีงามของยุคเก่าไว้ครบถ้วน ชั้นล่างของตึกเป็นร้านไอศกรีม Torry’s Ice Cream ที่อร่อยเป็นบ้าเป็นหลัง ส่วนชั้นบนเป็นที่พักเล็กๆ ชื่อ 2rooms Boutique House โดยสองสามีภรรยา ทัช-ธรัช กับ ชมพู่-วทัญญู ศิวภักดิ์วัจนเลิศ สถาปนิกจาก Dhamarchitects ตัดสินใจลงทุนรีโนเวตอาคารเก่าเป็นโรงแรมที่สะท้อนตัวตนของพวกเขามากที่สุด

บ่ายวันหนึ่งที่อากาศร้อน (ร้อนพอจะเป็นข้ออ้างให้ซื้อไอศครีมกินหลายลูกโดยไม่รู้สึกผิด) ฉันได้โอกาสเข้าไปเมียงมองห้องพักแสนสวย และพูดคุยกับทัชเรื่องการตบแต่งอาคารเพอรานากันนี้ใหม่ ตั้งแต่โครงสร้างภายนอกจนถึงไอเดียเบื้องหลังทุกซอกทุกมุม

ชิโน-โปรตุกีส

บ้านตัวอย่าง

Dhamarchitects เป็นบริษัทสถาปนิกที่เชี่ยวชาญด้านการออกแบบโรงแรมในภาคใต้ ทัชชอบธรรมชาติ ส่วนชมพู่ชอบศิลปะ ทั้งคู่ผสานจุดเด่นของตนเองเข้ากับบริบทสิ่งแวดล้อมใกล้ทะเล ยิ่งรับงานออกแบบโรงแรมในภูเก็ตและพังงามากเข้า พวกเขาก็เริ่มมองเห็นจุดผิดปกติบางอย่างในการสร้างและรีโนเวตโรงแรมในปัจจุบัน

“เราทำโรงแรมบ่อยจนเป็นของถนัด และเจอว่าโปรแกรมที่เจ้าของโรงแรมให้มามักมีความผิดพลาด เวลาทำโรงแรม เจ้าของต้องไปกู้ต้องแบงก์มา เขาเชื่อว่าต้องทำห้องเยอะๆ เพื่อให้ได้เงินเยอะพอไปผ่อนแบงก์ ทีนี้พอในเมืองมีห้องเต็มไปหมด ก็ต้องแข่งฟันราคากันเละ ทั้งที่เพดานราคาก็ไม่สูงอยู่แล้วเพราะไม่เห็นวิวทะเล เราเลยคิดว่าเมืองเก่าควรมีห้องจำกัด หมดแล้วหมดเลย คุณต้องต่อคิวกันมานอน ยิ่งมีห้องน้อย ห้องก็จะเต็มเร็วขึ้น ราคาย่านนี้ก็สูงขึ้น”

สถาปนิกหนุ่มเล่าว่าเคสที่เขามักเจอคือลูกค้าถูกใจตึกเก่าเลยตั้งใจซื้อมาทำโรงแรม แต่พอคำนวณตัวเลขธุรกิจแล้วก็ต้องทุบตึกโบราณทิ้ง เพราะค่ารีโนเวตแพงกว่าสร้างใหม่ สุดท้ายเรื่องมักลงเอยที่การสร้างที่พักราคาย่อมเยาแห่งใหม่ขึ้นเสมอ

“สมมติคุณมีตึกแถว 1 คูหา 2 ชั้น ชั้นล่างต้องเป็นที่รับแขก มันจะแบ่งได้สักกี่ห้องเชียว แบ่งเป็นห้องข้างหน้ากับห้องข้างหลังดีสุด ตรงกลางมีทางเดินกับห้องเล็กๆ เบ็ดเสร็จแล้วคุณอยากได้เงินเท่าไหร่ บางทีเราก็ถามเขาไปกวนๆ นะ พี่กล้าทำห้องเดียวใหญ่ๆ แล้วขายราคาเท่า 3 ห้องมั้ย ยิ่งห้องเยอะ ต้นทุนก็อีกเรื่องนึงนะ ทั้งค่าเตียง ค่าอุปกรณ์ปูที่นอน เขามักจะไม่เชื่อ ถามกลับเสมอว่าทำได้จริงเหรอ เราเลยอยากทำ mock-up ขึ้นมาให้ดู จำลองธุรกิจให้เขาดูด้วยว่ามันเป็นไปได้”

ชิโน-โปรตุกีส ชิโน-โปรตุกีส

“จริงๆ ไอเดียของเราคือ 1 room คอนเซปต์แรกคือ 1 ชั้นมี 1 ห้อง แต่เผอิญเราได้ 2 ห้องเลยทำเป็น 2 rooms เราไม่ได้คาดหวังว่าจะมีคนมาพักทุกวัน เดือนนึงมี 10 – 20 วันก็เพียงพอแล้ว เราพยายามบอกเรื่องนี้กับลูกค้าทุกคนที่เข้ามา พาเขามาดูตัวอย่างที่นี่ ล่าสุดลูกค้าที่อยากได้ห้องเยอะก็เปลี่ยนใจแล้ว เอาห้องน้อยๆ ก็ได้ พอเห็นภาพก็นึกออกว่ามันน่าอยู่ เห็นความเป็นไปได้หลายทางในการทำที่พัก”

สถาปนิกหนุ่มสาวใส่ความเชื่อของตัวเองเต็มที่ลงในการออกแบบโรงแรมเล็กๆ เมื่อไม่มีโจทย์ลูกค้ามากำหนด สิ่งเดียวที่เป็นตัวตั้งในสมการออกแบบคือข้อจำกัดของอาคารเก่าเท่านั้น

ชิโน-โปรตุกีส

ชิโน-โปรตุกีส

เชื่ออย่างไหน ทำอย่างนั้น

อาคาร 2 คูหานี้เคยเป็นสำนักพิมพ์ผลิตแผ่นพับภาษาอังกฤษชื่อ Art and Culture ที่รวมรวมเรื่องงานศิลปะในภูเก็ตมานานนับ 10 ปี เมื่อเจ้าของที่เป็นชาวต่างชาติตัดสินใจย้ายออกจากตึก Dhamarchitects เข้ามาเซ้งตึกต่อกับบริษัทตันติโกวิทย์ และเปลี่ยนสำนักงานติดแอร์ทั้งหลังให้กลายเป็นอาคารโปร่งกึ่ง outdoor ตามสไตล์บ้านแบบบาบ๋าย่าหยาอีกครั้ง

เมื่อเดินผ่านหน้าบ้านที่เป็นร้านไอศครีม กลางบ้านสีเหลืองคือคอร์ตกว้าง หลังคาเปิดออกเห็นท้องฟ้า มีบ่อรับน้ำฝนตรงกลาง ด้านหลังมีบันไดขึ้นไปชั้นสองที่แยกออกเป็นห้องพัก 2 ปีก

ชิโน-โปรตุกีส

“การอยู่บนเกาะภูเก็ตทำให้วัสดุที่ใช้แพงขึ้นเพราะมีค่าขนส่ง แต่สิ่งที่ได้มาฟรีคือแดด ลม ฝน ที่นี่แดดจัด ลมแรง ฝนมาทีก็หนักเลย ของพวกนี้มันทำให้ฤดูกาลมันชัด เราไม่สามารถไม่คิดถึงมันได้ อีกอย่างคือตึกเก่าจะมีแพตเทิร์นของมัน เห็นบ่อน้ำก็รู้ว่าเคยเป็นคอร์ต พอเปิดโรงแรมก็ต้องเอาพวกนี้มาเล่น ฝนตกก็ให้เห็นไปเลยว่าตก มีที่ให้ลมระบายได้ แล้วสถาปัตยกรรมที่โอเคมันต้องเล่นกับแสงเงา เราต้องคิดว่าอาคารเราสวยที่สุดตอนกี่โมง อย่างที่นี่ตอนเช้าๆ จะสวยดี สบายหน่อยเพราะไม่ร้อน เน้นให้อยู่สบายแบบกว้างๆ โล่งๆ คือเราจะป้องกันแดดฝน 100% เลยก็ได้ ใครก็ทำได้ ปิดให้หมดเลย แต่เราอยากให้เข้า ให้โดนสักหน่อย เปียกบ้างก็ไม่เป็นไร”

“เราโตมาแบบฝนตกแล้วคว้าสบู่วิ่งออกไป แล้วพี่ชายคว้าแชมพูตามหลัง บางทีฝนหยุด ฟองยังไม่หมดก็มี แต่เดี๋ยวนี้คนกลัวฟ้ากลัวฝนกันหมด นานแค่ไหนแล้วที่เราไม่ได้ตากฝนแบบเบิกบานใจ เลยอยากออกแบบให้ความรู้สึกเก่าๆ มันกลับมา”

ชิโน-โปรตุกีส ชิโน-โปรตุกีส

ผลของการออกแบบโดยใช้สัญชาติญาณและอ่านร่องรอยสถานที่ ทำให้อาคารหลังนี้กลับไปมีหน้าตาคล้ายคลึงกับสมัยก่อนโดยบังเอิญ ระหว่างที่ค้นข้อมูลเรื่องบ้านเก่า สถาปนิกหนุ่มได้เจอคนเก่าแก่ที่เฉลยให้เขาฟังว่าอาคารหลังนี้เคยเป็นร้านกาแฟมา 70 ปี มีเจ้าของกิจการคนเดียวไม่เคยเปลี่ยนมือ

“ตึกนี้ถือเป็นตึกที่ประหลาด ถ้าเป็นห้องแถวเขามักจะซอยเป็นห้องๆ แต่ตึกนี้ออกแบบมาตั้งแต่แรกให้มี 2 คูหา บ้านอยู่ข้างบน ข้างล่างเป็นร้าน เขาบอกว่าสมัยก่อนมันก็หน้าตาแบบนี้แหละ แค่บันไดเป็นบันไดทึบขึ้นข้างเดียว เราก็เชื่อว่ามันควรจะเป็นแบบนี้”

ชิโน-โปรตุกีส

ลงมือเปลี่ยนแปลง

ก่อน Dhamarchitects เข้ามาปรับปรุงพื้นที่ ชั้นบนของตึกเป็นห้องทำงานเจ้าของสำนักพิมพ์ ส่วนชั้นล่างเป็นที่ทำงานพนักงาน ปัญหาเดิมของตึกทึบเดินแอร์ทั้งระบบคือความมืดและความร้อนอับ บันไดพาดคร่อมปิดบ่อน้ำ สถาปนิกหนุ่มสาวจัดการรื้อพื้นชั้น 2 บันได และหลังคาบางส่วนออก แล้วทำบันไดใหม่เป็นแบบ outdoor ให้พื้นที่เปิดโล่งและบ่อน้ำได้กลับมาใช้งานอีกครั้งหนึ่ง

กำแพงด้านหลังบ้านเจาะรูเป็นวงกลมขนาดใหญ่ 2 วงซ้อนกันเพื่อให้ผนังมีความพรุน ไม่ทึบตัน ทัชอธิบายว่าเขาไม่สามารถรื้อกำแพงได้ตามชอบใจเพราะตึกเก่าใช้ผนังรับน้ำหนัก เลยต้องเลือกเจาะแค่บางส่วนให้แดดส่องและลมระบาย

“ที่เจาะผนังเป็นรูปนี้เพราะ 1 รูมก็คือ 1 เซลล์ มันเป็น 2 เซลล์ผสานกัน และเป็นโลโก้ของ 2 rooms ด้วย มองแล้วมันเหมือนตัวดับเบิ้ลโอของคำว่า room”

ชิโน-โปรตุกีส

เราเดินขึ้นบันไดขึ้นไปชั้นสองที่แบ่งเป็นปีกซ้ายขวา แต่ก่อนพื้นที่นี้ล้อมด้วยกระจกใสและมีบานเลื่อน สองสามีภรรยาไม่รื้อกระจกออกเพราะใช้กันเสียงได้ แต่ใช้วิธีปูไม้ล้อมกระจกอีก 1 ชั้นเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวให้ห้องพัก ห้องนอนทั้งสองห้องขนาดไม่สมมาตรเพราะตัวตึกเอียงเล็กน้อย แต่ออกแบบให้คล้ายคลึงเหมือนห้องแฝด ด้านหน้าห้องนอนจะมีห้องน้ำบานเฟี้ยมกึ่ง outdoor ด้านหน้า ส่วนห้องนอนสีน้ำเงินขนาดใหญ่ ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สีเข้มดูภูมิฐาน ให้ความรู้สึกอบอุ่นน่าอยู่เหมือนบ้าน

ชิโน-โปรตุกีส

ชิโน-โปรตุกีส

ตกแต่งภายใน

นอกจากเตียง ตู้เสื้อผ้า โซฟานั่งเล่น ห้องนอนของ 2rooms Boutique House ยังมีโต๊ะให้เขียนหนังสือและทานข้าว เพราะเจ้าของตั้งใจออกแบบให้แขกที่มาพักนั่งนอนเล่นได้ทั้งวันในห้องแบบ open plan และแทนที่จะซื้อภาพสีน้ำหรือสีน้ำมันมาตกแต่งห้อง พวกเขาก็ติดภาพสเกตช์โรงแรมต่างๆ ที่เคยออกแบบหรือรีโนเวตแทน

ชิโน-โปรตุกีส

ชิโน-โปรตุกีส

“ตัวตึกภายนอกมันช่วยเราได้เยอะ ข้างนอกเราไม่ได้ทำอะไรเลยเพราะมันต่อเนื่องกันทั้งซอยอยู่แล้ว แต่ข้างในเราต้องทำให้มันมีลูกเล่น ทำให้เป็นแบบจีนยุคแรกๆ ไม่ออกสไตล์โคโลเนียล และเครื่องเรือนจะผสมความเป็นจีนกับอย่างอื่นนิดหน่อย เอาเครื่องเรือนมือสองมาผสมปนๆ กัน อย่างโต๊ะเครื่องแป้ง ตู้ใส่ทีวีก็เอามาทำเป็นมินิบาร์ แต่ไม่มีทีวี เพราะเราเป็นคนไม่ดูทีวี และเชื่อว่าคนสมัยนี้ก็ไม่ค่อยดูทีวี เขาดูไอแพ็ดดูมือถือกัน เราว่าถ้าติดไปอย่างงั้นๆ อย่าติดเลยดีกว่า แต่ถ้าเป็นโรงแรมของลูกค้า เขาก็จะอยากให้มีสักหน่อย (หัวเราะ)”

ชาว Dhamarchitects อยากให้แขกอยู่กับตัวเอง อยู่กับความเรียบง่าย และใช้ชีวิตช้าลง พื้นที่หน้าเตียงจึงมีเครื่องเล่นแผ่นเสียงพร้อมแผ่นเสียงพร้อมสรรพแทนที่โทรทัศน์

ชิโน-โปรตุกีส ชิโน-โปรตุกีส

ชิโน-โปรตุกีส

“เรา 40 แล้ว เราเบื่อที่เราลืมเพลงที่เราฟัง ลืมว่าตั้งค่ากล้องไว้ว่าอะไร เพราะของที่สะดวกมันคิดแทนเราหมด เลยเลือกของที่ดึงสติกลับมาหมดเลย กลับมาใช้อะไรช้าๆ แอนะล็อก ของสมัยที่เรายังเด็กกว่านี้ คิดมากกว่านี้ เวลาฟังเพลงก็ไม่ฟังเพลย์ลิสต์ที่ไหลไปเรื่อยๆ อย่างเครื่องเล่นแผ่นเสียง 5 เพลงก็ต้องลุกขึ้นไปเปลี่ยนแผ่นแล้ว แต่เราก็มีของที่เรารู้สึกว่าสำคัญนะ ไม่ได้ตั้งใจให้แขกต้องลำบาก เตรียมปลั๊กแบบนานาชาติ จานชามเผื่อซื้อของมากินในห้อง คือคิดเผื่อคนพักเลย ไม่ได้คิดว่าทำโรงแรมแล้วต้องทำแค่นั้นแค่นี้พอ”

พื้นที่รื่นรมย์

การพักผ่อนที่ 2rooms Boutique House ไม่มี welcome drink แต่จะมี welcome scoop จากร้านไอศครีมด้านหน้าให้กินวันละลูก ทัชเล่าให้ฟังว่าเขาตัดสินใจให้ร้าน Torry เช่าพื้นที่หน้าตึกทันทีที่ได้ชิมไอศครีม ปัจจุบันซอยรมณีย์จึงเป็นจุดแวะเยี่ยมที่มีชีวิตชีวา ผู้คนเดินเข้าออกเพื่อพักผ่อนหย่อนใจตลอดทั้งวัน

“ซอยรมณีย์ ชื่อนี้บอกแล้วว่ามันเกี่ยวกับธุรกิจโคมเขียวโคมแดงต่างๆ คนจะลงทุนบางคนเขาก็รู้สึกว่าที่มันไม่มงคล แต่เส้นนี้เป็นเส้นเดียวที่ตึกทุกหลังยังสมบูรณ์ใกล้เคียงแบบเดิมอยู่ เราน่าจะลองเปลี่ยนค่านิยมลบๆ จากรมณีย์แบบนั้นให้กลายเป็นรมณีย์อีกแบบนึง เป็นที่พักที่ดี และทำให้ย่านนี้ดีขึ้นได้”

สถาปนิกหนุ่มตบท้าย ฉันกวาดตามองถนนสายเล็กๆ เบื้องหน้าที่ดูอบอุ่นน่ารักแล้วเชื่อมั่นในสิ่งที่เขาพูด รมณีย์ในปัจจุบันกำลังมอบความรื่นรมย์แจ่มใสให้กับทุกคนที่ผ่านมาเยือน

ชิโน-โปรตุกีส

2 rooms Boutique House

สถาปนิก: ธรัช ศิวภักดิ์วัจนเลิศ, วทัญญู ศิวภักดิ์วัจนเลิศ
16 ซอยรมณีย์ ถนนถลาง ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต ภูเก็ต
FB | 2rooms Boutique House
076 354 335

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการ นักเขียน ที่สนใจตึกเก่า เสื้อผ้า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวที พอๆ กับการเดินทาง

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load