เป็นครั้งแรกที่โอลิมปิกฤดูร้อน หรือ Tokyo 2020 Olympics บรรจุกีฬาสเก็ตบอร์ดไว้ในการแข่งขัน พร้อมกับอีก 4 ชนิดกีฬาใหม่ เบสบอล-ซอฟต์บอล เซิร์ฟ คาราเต้ และปีนหน้าผา

แม้สเก็ตบอร์ดไม่ใช่กีฬาต่อสู้โดยตรง แต่ก็ผ่านการฝ่าฟันจากกีฬาใต้ดินตั้งแต่ ค.ศ. 1950 ดัดแปลงจากเซิร์ฟโต้คลื่นมาไถบนถนน เริ่มฮอตฮิตจากเหล่าวัยรุ่นอเมริกัน แล้วก็ลื่นไหลต่อไปยังทั่วโลก ต่อมากลับถูกแบนเพราะมีคนเสียชีวิตและบาดเจ็บจากการเล่นจำนวนมาก กว่าจะเป็นที่ยอมรับในฐานะกีฬาสากลอย่างเป็นทางการ มีการจัดให้แข่งขันอย่างปลอดภัย ก้าวสู่ ‘เอ็กซ์ตรีมเกมส์’ (X Games) เต็มตัว ก็เมื่อ ค.ศ. 1995 เข้าไปแล้ว ซึ่งนั่นผลักดันและสนับสนุนโดย ESPN สื่อกีฬาเจ้าใหญ่ในอเมริกา ทีนี้สเก็ตบอร์ดเลยได้รับนิยมเพิ่มขึ้นอย่างสุดขีด กลายเป็นวัฒนธรรมใหม่ที่ส่งอิทธิพลต่อแฟชั่น หนัง เพลง ตามมา

ในบ้านเรา กลุ่มคนรักการไถแผ่นติดล้อนี้มีมานานมาก สมาคมกีฬาเอ็กซ์ตรีมแห่งประเทศไทย (Thailand Extreme Sports Association หรือ TESA) ก็บรรจุกีฬาชนิดนี้ไว้ในประเภทกีฬาเอ็กซ์ตรีมตั้งแต่ พ.ศ. 2546

Wiggle Wave เปลี่ยนโรงหนังอายุ 42 ปี เป็นสนามเซิร์ฟสเก็ตที่เฟี้ยวสุดในสมุทรสงคราม

จากกีฬาเฉพาะกลุ่ม ทุกวันนี้ หันไปซ้ายไปขวา จะเห็นคนทุกเพศทุกวัยหยิบสเก็ตบอร์ด เซิร์ฟสเก็ต ลองบอร์ด เพนนีบอร์ด ฯลฯ ออกมาเล่นทั่วบ้านทั้งเมือง เกิดสนามเล่นสำหรับสเก็ตเตอร์ขึ้นหลายที่ ทั้งบนดาดฟ้าห้างสรรพสินค้า สวนสาธารณะ แต่ที่คอลัมน์ Re-Place สนใจ คือ ‘Wiggle Wave’ สนามในร่มแห่งแรกๆ ในไทย ซึ่งเปลี่ยนอาคารโรงภาพยนตร์อายุ 42 ปี ให้เป็นสนามเชิร์ฟสเก็ตระดับมาตรฐานที่ใช้จัดการแข่งขันได้

มากไปกว่านั้น การรีโนเวตตึกเก่าเป็นสถานที่ที่รับกับกระแสความเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม ยังถือเป็นเคสตัวอย่างที่ทำให้เห็นไอเดียการนำอาคารเก่ามาปรับปรุงให้เกิดประโยชน์ใช้สอยใหม่ๆ อย่างชาญฉลาด โดยการรักษาไม่จำเป็นต้องอนุรักษ์เพียงอย่างเดียว มันเปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปตามการหมุนเปลี่ยนของโลกได้

คว้าบอร์ดคู่ใจ แล้วเดินทางไปจังหวัดสมุทรสงคราม ฟัง ปอ-ณัฐชนน เจริญพานิช และ โจ-พัชรชวิญช์ พุฒิศวรรย์ สองเจ้าของ Wiggle Wave เล่าถึงเบื้องหลังการปัดฝุ่น ‘ไอยรารามา’ โรงหนังสแตนด์อโลน สู่ลานสเก็ตแสนจ๊าบแห่งนี้ด้วยกัน

Wiggle Wave เปลี่ยนโรงหนังอายุ 42 ปี เป็นสนามเซิร์ฟสเก็ตที่เฟี้ยวสุดในสมุทรสงคราม

เก่าไปใหม่มา

หนึ่งในหุ้นส่วนของ Wiggle Wave เป็นเจ้าของตึกโรงภาพยนตร์ไอยรารามา เห็นชั้น 2 และ 3 ของตึกถูกปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้ใช้งานอื่นใดนอกจากเก็บของนานนับสิบปี มีเพียงชั้นล่างที่ให้กิจการ ‘คุ้มซุปเปอร์สโตร์’ ร้านขายของทุกอย่าง 20 บาทเช่า กอปรกับทั้งคู่กระโจนเข้าสู่โลกของการเล่นเซิร์ฟสเก็ต จึงอยากมีสนามดีๆ ไว้เล่นเอง และมองเห็นโอกาสเปลี่ยนความชอบเป็นธุรกิจ จึงคิดปัดฝุ่นบริเวณชั้น 2 ของอาคารเป็นสนามเซิร์ฟสเก็ตครบวงจร

Wiggle Wave เปลี่ยนโรงหนังอายุ 42 ปี เป็นสนามเซิร์ฟสเก็ตที่เฟี้ยวสุดในสมุทรสงคราม
Wiggle Wave เปลี่ยนโรงหนังอายุ 42 ปี เป็นสนามเซิร์ฟสเก็ตที่เฟี้ยวสุดในสมุทรสงคราม

40 ปีก่อน วิกไอยราในความทรงจำของชาวแม่กลองคลาคล่ำไปด้วยครอบครัวลูกเล็ก หนุ่มสาวควงคู่ไปดูหนังเป็นเช่นไร ภาพในวันนี้แทบไม่ต่าง มีก็แต่เพียงมืออีกข้างที่หอบหิ้วบอร์ดมาด้วยก็เท่านั้น

ทั้งคู่พาความต้องการไปปรึกษา ว่าที่ร้อยตรี กรณ์ สังฆบุญ หรือ บอย-กรณ์ สังฆบุญ นักกีฬาจักรยานผาดโผน Trial Bike มือ 1 ทีมชาติไทย ผู้ออกแบบสนามและควบคุมการสร้างภายใน Wooden Ramp แห่งนี้

ตัวสนามแบ่งพื้นที่เป็น 4 รูปแบบ ลานใช้ฝึกซ้อม เป็นลานเรียบๆ สำหรับบีกินเนอร์ใช้ฝึกไถ หรือมือโปรจะใช้ซ้อมก็ได้ ส่วน Wave Ramp มีจุดเด่นเป็นแนวคลื่นสูง ยาว 16 เมตร กว้างถึง 9 เมตร ให้สนุกกับการเล่นมากขึ้น และมีโซน Bowl and Pump Track และ Mini Pump Track เป็นลานสำหรับท่าโลดโผน

Wiggle Wave เปลี่ยนโรงหนังอายุ 42 ปี เป็นสนามเซิร์ฟสเก็ตที่เฟี้ยวสุดในสมุทรสงคราม
Wiggle Wave เปลี่ยนโรงหนังอายุ 42 ปี เป็นสนามเซิร์ฟสเก็ตที่เฟี้ยวสุดในสมุทรสงคราม

ถัดจากสนามขึ้นไปฝั่งห้องฉายหนัง มีโซนร้านขายและให้เช่าอุปกรณ์ ด้านล่างมุมข้างจอมีคาเฟ่เสิร์ฟขนม กาแฟ และเมนูเครื่องดื่มหลากหลาย โดยเก็บกลิ่นอายความทรงจำของโรงหนังผ่านลิฟต์ตัวเก่า และเก้าอี้เดิม ซึ่งถอดมาประดับไว้ให้คิดถึง

รีโนเวต ‘วิกไอยรา’ โรงหนังแสตนด์อโลนเก่า เป็นสนามเซิร์ฟสเก็ตในร่มแห่งแรกๆ ของไทย ที่ได้มาตรฐานจัดการแข่งขัน
รีโนเวต ‘วิกไอยรา’ โรงหนังแสตนด์อโลนเก่า เป็นสนามเซิร์ฟสเก็ตในร่มแห่งแรกๆ ของไทย ที่ได้มาตรฐานจัดการแข่งขัน

In Wood We Trust

ไอรยารามา สร้างตั้งแต่ พ.ศ. 2512 อาคารไม่เก่าไม่ใหม่นี้เป็นสถาปัตยกรรมยุคโมเดิร์นที่ยังมีความแข็งแรงอยู่มาก และเรื่องความปลอดภัย เป็นข้อสำคัญในการปรับปรุงรวมถึงสร้างสนามเซิร์ฟสเก็ต ก่อนลงมือรีโนเวต จึงมีการปรึกษาวิศวกรโครงสร้าง คำนวณการรับน้ำหนัก จากเดิมที่เคยรับได้ 70 – 80 คน หากใช้เล่นกีฬาผาดโผน จะจำกัดรอบละ 20 คนเท่านั้น

ตัวโครงสร้างเดิมไม่ได้มีการรื้อถอนหรือต่อเติมใดๆ เข้าไป และยังเก็บบันได-ทางเดินชั้นสอง ซึ่งไร้รอยแตกแยกทั้งฝั่งไว้ ด้วยความเป็นโรงฉายภาพยนตร์ ตัวอาคารจึงทึบตัน เขาแก้ปัญหานี้ด้วยการเจาะช่องแสงและเจาะช่องสำหรับติดพัดลมระบายอากาศเพิ่ม

รีโนเวต ‘วิกไอยรา’ โรงหนังแสตนด์อโลนเก่า เป็นสนามเซิร์ฟสเก็ตในร่มแห่งแรกๆ ของไทย ที่ได้มาตรฐานจัดการแข่งขัน
รีโนเวต ‘วิกไอยรา’ โรงหนังแสตนด์อโลนเก่า เป็นสนามเซิร์ฟสเก็ตในร่มแห่งแรกๆ ของไทย ที่ได้มาตรฐานจัดการแข่งขัน
รีโนเวต ‘วิกไอยรา’ โรงหนังแสตนด์อโลนเก่า เป็นสนามเซิร์ฟสเก็ตในร่มแห่งแรกๆ ของไทย ที่ได้มาตรฐานจัดการแข่งขัน

ตัวเพดาน ด้วยข้อดีที่เป็นตัวดูดซับเสียง เพื่อไม่ให้ดังรบกวนโรงแรมที่อยู่ขนาบข้าง และตรวจสอบแล้วว่ายังใช้การได้ จึงเก็บไว้เช่นเดิม แต่รื้อฝ้าเพียงบางส่วนออก เผยให้เห็นโครง Truss ไม้ที่ถักทออย่างเป็นระเบียบ และตั้งใจเปิดไว้อย่างนั้นเพื่อโชว์ฝีมือช่างไม้โบราณ ล้อไปกับตัวสนามที่เป็นไม้ทั้งหมด

รีโนเวต ‘วิกไอยรา’ โรงหนังแสตนด์อโลนเก่า เป็นสนามเซิร์ฟสเก็ตในร่มแห่งแรกๆ ของไทย ที่ได้มาตรฐานจัดการแข่งขัน

ไม้ที่ใช้ทำสนามเป็นไม้อัดที่แข็งแรงทนทาน ทนต่อความชื้นสูง ได้รับมาตรฐาน มอก. และปอย้ำว่าต้องใส่ใจต่อความเรียบเป็นพิเศษ หากมีรอยต่อเพียงนิดเดียว ก็เกิดอุบัติเหตุกับผู้เล่นได้อย่างคาดไม่ถึง

“การวางไม้ ตอนแรกเราคิดว่าไม่ต้องดัดหรือองศามันไม่ต้องเป๊ะขนาดนั้น พอได้ทำจริงๆ ถึงได้เรียนรู้ว่าไม่ได้เลย บางทีเราไปเล่นที่อื่น อาจมีสะดุดนิดหนึ่ง เราก็คิดว่ามันเป็นปกติ เพราะจะทำให้มันโค้งกลมและเรียบขนาดนั้นได้หรอ ด้วยกีฬาเพิ่งมาใหม่ หลายคนเลยไม่ได้มีความชำนาญในการทำมาตั้งแต่แรก โชคดีที่เราได้ผู้เชี่ยวชาญมาออกแบบให้ เขาทำเกี่ยวกับปั๊มแทร็กอยู่แล้วด้วย เลยได้งานที่ละเอียดและปลอดภัยมาก”

ระหว่างทางที่ทำ ได้มีการทดสอบการเล่นจริงและเผื่อการเล่น ทั้งสำหรับบีกินเนอร์และมือโปร

“ปรับเปลี่ยนตลอดเหมือนกัน เพราะบางทีองศามันไม่ได้ ไม่ใช่แค่สวยอย่างเดียว เราต้องให้มันเพอร์เฟกต์ คำนึงถึงวิธีการเล่นด้วย อย่างสนามที่ต้องทำเป็นสโลป เพราะเผื่อบีกินเนอร์ไม่มีแรงส่ง มันจะง่ายสำหรับเขา สำหรับคนที่เก่งแล้ว เขาก็จะไถขึ้นที่สูงได้ มีแรงส่งมากกว่าเดิม คือเราคิดทุกอย่างเผื่อไว้ก่อน ซึ่งถ้าเป็นสนามปกติจะเป็นพื้นเรียบแล้วค่อยขึ้นเวฟแรมป์ อันนี้เราลองเปลี่ยน ลองดัดแปลงดู”

รีโนเวต ‘วิกไอยรา’ โรงหนังแสตนด์อโลนเก่า เป็นสนามเซิร์ฟสเก็ตในร่มแห่งแรกๆ ของไทย ที่ได้มาตรฐานจัดการแข่งขัน

“ส่วนเวฟแรมป์ มีช่วง Drop สามสเต็ป คือมีสูงแล้วก็เตี้ยไล่ลงมาตามระดับ ถ้าบีกินเนอร์เล่นตรงระดับล่าง จะมีแรงส่งขึ้นเวฟแรมป์ได้ แบบไม่ต้องไถไปก่อน” ปอขยายความสิ่งที่เขาร่วมออกแบบกับบอย โดยตั้งใจทำให้เรียบที่สุด และทำองศาให้ท้าทายมากกว่าสนาม เพื่อสร้างเอกลักษณ์ของสนามแห่งนี้

สำหรับผนังโดยรอบ เมื่อรื้อตัวบุซับเสียง กะเทาะผนังออก เผยให้เห็นอิฐมอญแดงเปลือยเปล่า เข้ากันกับงานไม้ ให้อารมณ์สนามแบบ Old School แจ่มชัด ปอเล่าว่าตอนแรกที่เคาะปูนออกเพื่อทำใหม่ ตั้งใจจะพ่นลายกราฟฟิตี้ลงไป แต่พอได้เห็นสัจจะของวัสดุเดิม ก็เปลี่ยนใจเก็บไว้อย่างนั้น เพราะสวยมีเสน่ห์ไม่แพ้กัน

รีโนเวต ‘วิกไอยรา’ โรงหนังแสตนด์อโลนเก่า เป็นสนามเซิร์ฟสเก็ตในร่มแห่งแรกๆ ของไทย ที่ได้มาตรฐานจัดการแข่งขัน

Wiggle Boy, Wiggle Wave

ด้วยการออกแบบที่ว่ามาทั้งหมดจากผู้เชี่ยวชาญ และความตั้งใจของสองหุ้นส่วนให้ที่นี่ได้มาตรฐานระดับใช้จัดการแข่งขัน ภายใต้พื้นที่ 900 ตารางเมตร (เฉพาะตัวสนาม 600 ตารางเมตร) จึงใช้วัสดุคุณภาพตามที่กฎหมายกำหนด ทดสอบความแข็งแรง และคิดเผื่อการเล่นท่วงท่าที่ท้าทายขึ้น

“เราไม่ได้อยากให้มันเป็นแค่กีฬาในกระแส เราคิดถึงในอนาคตที่อยากทำให้สนามนี้รองรับการแข่งขันได้เลย เราอยากส่งเสริมกีฬานี้ให้ไปต่อได้ ถ้ามันเป็นไปได้นะ อย่างตัว Pump Track ส่วนใหญ่ของประเทศไทยจะเป็นทรงที่ต้องวิ่งกันสองร้อยถึงสามร้อยเมตร เราก็ทำอีกแบบหนึ่งให้เป็นทรงวงรี”

รีโนเวต ‘วิกไอยรา’ โรงหนังแสตนด์อโลนเก่า เป็นสนามเซิร์ฟสเก็ตในร่มแห่งแรกๆ ของไทย ที่ได้มาตรฐานจัดการแข่งขัน

และสิ่งที่พวกเขาไม่อยากให้เกิดขึ้นมากที่สุดในสนามคืออุบัติเหตุ นอกจากการออกแบบเพื่อป้องกันแล้ว จึงมีอีกหนึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านการกู้ภัย มาช่วยดูแลความปลอดภัยในสนาม และหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน ก็ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้

“เรามีกฎว่าทุกคนต้องใส่อุปกรณ์เซฟตี้เป็นหมวกหรือสนับ ถ้าบางทีมีลูกค้ามาเล่นอะไรแปลกๆ พิเรนทร์ๆ เราก็จะการเตือนทันที ตอนนี้เรามีคนดูแลหนึ่งคนต่อหนึ่งสนาม ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ออกแบบแนะนำไว้”

เสียงบอร์ดกระทบไม้ กับท่วงท่าโจนทะยานท้าแรงโน้มถ่วงของเหล่านักเซิร์ฟสเก็ต ชวนให้ละสายตาแทบไม่ได้

คุยกันมาตั้งนาน เลยเกือบลืมถามถึงที่มาที่ไปของชื่อ Wiggle Wave เสียได้

มาจากวิกไอรยา หรือชวนให้นึกถึงหรือเปล่าคะ-เราชวนคุยขำๆ ก่อนจบบทสนทนาในวันนั้น

“ตอนแรกเดิมทีตั้งว่า Wiggle Boy เพราะแต่ละคนตอนเล่นแล้วมันส่ายดุ๊กดิ๊ก เราก็แบบ Wiggle ว่ะ แล้วมันเกี่ยวกับท่า Wave Ramp ที่เป็นแบบคลื่น พอไปเล่น Ramp ก็ยังดุ๊กดิ๊กอยู่ดี ล้มบ้างด้วยความไม่ได้เก่งนั่นแหละ ก็เลยกลายมาเป็น Wiggle Wave” ปอเล่าพร้อมรอยยิ้มกว้าง เมื่อได้ย้อนคิดถึงการตั้งชื่อธุรกิจของเขา

“เราอยากให้ที่นี่เป็นแลนด์มาร์กของวัยรุ่น ให้มารวมตัวกันในจุดเดิมเหมือนตอนนู้น ถึงของเก่าๆ พวกม่าน เก้าอี้ จะใช้การไม่ได้ บางส่วนทิ้ง บางอย่างยังเก็บเอาไว้ ป้ายไอยราก็ยังเก็บอยู่ อะไรที่ใช้ได้ เราก็พยายามเอากลับมาเหมือนกัน” 

หนุ่มหุ้นส่วนทิ้งท้าย

รีโนเวต ‘วิกไอยรา’ โรงหนังแสตนด์อโลนเก่า เป็นสนามเซิร์ฟสเก็ตในร่มแห่งแรกๆ ของไทย ที่ได้มาตรฐานจัดการแข่งขัน

 Wiggle Wave

วันเปิดบริการ : จันทร์-อาทิตย์ (แผนที่)

เวลา : 10.00 – 20.00 น.*ช่วงสถานการณ์โควิด-19 จำกัดจำนวนผู้เข้าใช้และเปิดให้จองเป็นรอบๆ ส่วนรอบ Public ดูรายละเอียดหรือติดต่อทาง Facebook : Wiggle Wave

Writer

Avatar

ปาริฉัตร คำวาส

อดีตบรรณาธิการสื่อสังคมและบทความศิลปวัฒนธรรม ผู้เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (กับเธอ)

Photographer

Avatar

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

Re-Place

เบื้องหลังการรีโนเวตอาคารเก่า

หากใครเคยได้นั่งรถผ่านตรงข้ามโรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง คงจะสังเกตบ้างว่ามีตึกลายแผนที่โบราณสีขาว-น้ำเงินตระหง่านอยู่

“ลงทุนขนาดนี้ ใครจะชอบตึกลื้อเหรอ” อากงเพื่อนบ้านพูด ไม่รู้ว่ากำลังปรามาสหรือถามด้วยความสงสัยจากใจจริงกันแน่

The Kheha : เพื่อนศิลปินวัยเก๋าร่วมใจเปลี่ยนตึกธนาคารยุค 80 เป็นที่พัก-ร้านอาหาร

แม้ดูจะแปลกตาชาวบ้านแถวนั้นบ้าง แต่ ‘The Kheha’ (เดอะ เคหา) ที่พักนักท่องเที่ยวและร้านอาหารที่อดีตเป็นธนาคารนี้ ก็สร้างมาจากแพสชันในศิลปะของผู้เป็นเจ้าของร้าน อ้อย-อินทิรา ทัพวงศ์ และการร่วมมือออกแบบ ร่วมใจเพนต์ผนังทั้งภายนอก-ภายในของแก๊งเพื่อนคณะมัณฑนศิลป์วัย (กำลังจะ) เกษียณ

เราเห็นกระบวนการก่อร่างของตึกนี้มาแต่ไหนแต่ไร ด้วยพ่อก็เป็นหนึ่งในแก๊งศิลปินที่ว่า

“วันนี้ไปไหน”

“ไปร้าน” พ่อตอบประโยคที่เราคุ้นเคยมาร่วมปี ถึงจะเหนื่อย แต่แน่นอนว่าทุกคนสนุกกับการไปเพนต์ผนังกับเพื่อน

ไม่ง่ายเลยที่ตึกธนาคารยุค 80 จะปรับฟังก์ชันภายใต้ข้อกำหนดยิบย่อยได้อย่างดี ไม่ง่ายเลยที่จะนำศิลปะหลายสไตล์ของคนร่วมสิบมารวมกันให้ลงตัวได้ และไม่ง่ายอีกเช่นกันที่จะเริ่มเปิดทำการภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ควรค่าที่อย่างยิ่งที่จะนำเบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมดนี้มาเล่า

The Kheha ร้านอาหารและที่พักย่านบำรุงเมือง ของเพื่อนศิลปินวัยเก๋าร่วมใจเปลี่ยนตึกธนาคารยุค 80 เป็นที่พัก-ร้านอาหาร

ออกเรือสำเภา

อินทิรา เจ้าของ The Kheha เป็นแฟชั่นดีไซเนอร์ ทำงานอยู่ที่แบรนด์เสื้อผ้าแถวหน้าของเมืองไทยมานาน 40 ปี เธอเคยเป็นอาจารย์พิเศษสอนที่คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร สถาบันที่ตนเองเรียนจบมาด้วย

อินทิรามีพื้นเพเป็นคนบางลำพู ย่านเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยเกสต์เฮาส์-โฮสเทลมากมายให้เห็นจนชินตา ด้วยความเป็นนักเรียนศิลปะ เธอคิดเงียบ ๆ ว่า ถ้านักท่องเที่ยวเหล่านี้ได้สัมผัสการถ่ายทอดความเป็นไทยผ่านงานศิลปะก็คงดี ประจวบเหมาะกับที่ทำเสื้อผ้ามาถึงจุดอิ่มตัว เธอก็คิดอยากทำอะไรที่อยู่ถาวร จับต้องได้ สร้างสรรค์ และแสดงถึงความคิดของตัวเอง ด้วยเหตุนี้ความคิดจะทำที่พักนักท่องเที่ยวจึงแล่นเข้ามาในหัว

The Kheha ร้านอาหารและที่พักย่านบำรุงเมือง ของเพื่อนศิลปินวัยเก๋าร่วมใจเปลี่ยนตึกธนาคารยุค 80 เป็นที่พัก-ร้านอาหาร

“เราเห็นแบบไทยจ๋าไปแล้ว หรือไม่ก็ตะวันตก เป็นโรงแรมหรูหราไปเลย เราก็อยากหาอะไรที่มันมีความสวยงามของศิลปะไทยและตะวันตกมารวมกันอย่างสวยงาม” เจ้าของร้านในลุคเสื้อคอเต่าคิดฝัน “อยากให้เป็นที่รวมคนที่ชอบงานศิลปะ ชอบท่องเที่ยว เป็นที่ของคนรุ่นใหม่ที่ทั้งโมเดิร์นและชอบความเป็นไทย”

‘เพนต์ตึกเป็นแผนที่’ เป็นไอเดียเริ่มต้นของโปรเจกต์ สำหรับเธอ แผนที่สื่อถึงการเดินทางของนักเดินทางทั่วทุกมุมโลก เธออยากให้ตึกของเธอมีลายแผนที่เดินเรือสมัยโบราณวาดไว้ ส่วนภายในตึกก็เป็นภาพวาดตามธีมตะวันออกพบตะวันตกโดยแก๊งเพื่อนคณะมัณฑนศิลป์

หลังจากที่วนหาตึกเหมาะ ๆ ในถิ่นกำเนิดอย่างบางลำพูอยู่หลายรอบแล้วไม่พบจนเกือบถอดใจ เธอก็มาพบกับตึกที่ต้องตาอย่างจังเข้าที่ย่านบำรุงเมือง

The Kheha ร้านอาหารและที่พักย่านบำรุงเมือง ของเพื่อนศิลปินวัยเก๋าร่วมใจเปลี่ยนตึกธนาคารยุค 80 เป็นที่พัก-ร้านอาหาร

“โอ้ว้าว! ตึกเก่า ทรงสวยว่ะ!” อินทิราอุทาน แล้วภาพแผนที่โลกในหัวก็ถูกทาบลงบนตึกนั้นโดยอัตโนมัติ “มันทั้งอยู่สามแยก ทั้งอยู่ตรงข้ามโรงพยาบาล ที่จอดรถไม่มี แต่เราไม่ได้คิดเรื่องฮวงจุ้ยหรืออุปสรรคอะไรเลย เราคิดแค่ว่าถ้าวาดต้องเจ๋งแน่”

ก่อนหน้านั้นเธอได้เกริ่นถึงโปรเจกต์ตามใจตัวเองนี้กับรุ่นพี่คนหนึ่งไว้ว่า หากมีโอกาสได้ทำเข้าจริง ๆ ก็อยากให้รุ่นพี่คนนี้เป็นคนลงมือแปลงโฉมตึกให้ โชคดีที่เมื่อได้เห็นตึกที่อินทิราเล็งไว้ เขาก็ตอบรับทำสมใจ รุ่นพี่คนนั้นคือ สมชาย จงแสง ดีไซเนอร์จาก Deca Atelier และศิลปินศิลปาธร สาขาสถาปัตยกรรมภายในและมัณฑนศิลป์คนแรกของประเทศ

“เราก็เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันที่มัณฑนศิลป์ แล้วอ้อยเขาก็ทำดีไซน์ ทำแฟชั่น เพราะฉะนั้นไอ้เรื่องแพสชันศิลปะมันไม่ต้องคุยแล้วล่ะ เขามีของเขาอยู่แล้ว” สมชายบอกถึงเหตุผลที่ตัดสินใจรับงานนี้ “แล้วอ้อยเขาก็มาแบบง่ายๆ เราไม่เกร็งกับตัวเขา”

เมื่อได้ฤกษ์เริ่มคิดงาน อินทิราก็เริ่มคิดถึงภาพวาดภายในที่เธออยากให้เพื่อน ๆ มาช่วยวาด

“เราไม่คิดถึงคนอื่นเลย เรานึกถึงไอ้เพื่อนที่เราสนิท จะได้ขอร้องให้มาช่วยกันง่ายขึ้น” เธอหัวเราะลั่น “แต่ละคนมีศักยภาพในแนวของตัวเอง คนนี้เก่งด้านเพนต์เนี้ยบมาก อีกคนเพนต์แบบเป็น Abstract อีกคนเพนต์ลายไทย มันก็มีหลากหลาย เลยมาปรึกษาพี่สมชายว่า พี่ ถ้ามันเป็นหลายแนวจะอยู่รวมกันได้มั้ย”

The Kheha : เพื่อนศิลปินวัยเก๋าร่วมใจเปลี่ยนตึกธนาคารยุค 80 เป็นที่พัก-ร้านอาหาร

‘Less is a bore’

แฟชั่นดีไซเนอร์อารมณ์ดีอย่างอินทิราไม่ชอบความมินิมอล เธอเป็นคนชอบเอาอะไรเยอะ ๆ มาอยู่ด้วยกันอย่างสนุกสนาน ซึ่งงานยาก ๆ ตรงนี้จะตกเป็นหน้าที่ของสมชายในการจัดวางทุกอย่างเข้าด้วยกัน

“ปกติเราต้องคิดเองทั้งหมด แต่อันนี้เราเอาสิ่งที่เขามีแพสชันมาทำ มีเพื่อนของเขามาร่วมกันวาดรูป คิดในแง่ของการทำงานมันก็สนุกเนอะ” แม้จะยาก แต่สมชายก็ดูจะเอ็นจอยไม่แพ้กัน

The Kheha : เพื่อนศิลปินวัยเก๋าร่วมใจเปลี่ยนตึกธนาคารยุค 80 เป็นที่พัก-ร้านอาหาร

แปลงตึกธนาคารเป็นที่พำนัก

ดั้งเดิมทีเดียวที่ตั้งของตึกนี้เคยเป็นตึกแถว 3 ห้อง จากนั้นก็ทุบสร้างใหม่เป็นตึกนี้ที่อายุราว 40 ปี ซึ่งเคยใช้เป็นบริษัทเงินทุน และเปลี่ยนมาเป็นธนาคารธนชาตตามลำดับ

สมชายเล่าว่าถนนสวนมะลินี้เป็นย่านธุรกิจใหม่ โดยทั่วไป รอบ ๆ จะเป็นตึกแถวขายเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน เป็นบริษัทของคนจีน ตึกนี้จึงดูแปลกและสมัยใหม่เมื่อเทียบกับตึกอื่น ๆ ในละแวก

“Space เนี่ย มันต้องมี Spirit นะ” สมชายเริ่มเล่าถึงความยากของงานชิ้นนี้ เมื่อสิ่งที่อินทิราอยากได้ไม่ใช่แค่ดีไซน์เท่านั้น แต่เธอต้องการงานศิลปะด้วย “ถ้าเราได้ตึกเก่าย่านรัตนโกสินทร์มา มันจะมี Volumn ของ Space ที่เหมาะ แค่เราใส่อะไรไปนิด ๆ Spirit มันก็จะได้เลย แต่เมื่อเป็นตึกสมัยใหม่ยุค 80 ความรู้สึกก็จะเป็นอีกแบบ”

อย่างที่เคยเห็นกัน ตึกธนาคารที่เก่าหน่อยจะมีความแกรนด์ เมื่อเดินเข้าประตูไปจะพบกับโถงฝ้าสูงแบบ Double Height ซึ่งความแกรนด์นี้ก็ไม่ได้เป็นผลดีเสียทุกครั้งไป สำหรับสมชาย ที่พักควรมีความ Cozy แต่โถงใหญ่ที่นี่ทำให้ตึกนี้ดูคล้ายโชว์รูม โดยการลดทอนความโอ่อ่านี้ก็มีอยู่หลายวิธีด้วยกัน

“ปกติผมจะใช้สถาปัตยกรรมซ้อนเข้าไปอีกทีหนึ่ง แต่อันนี้มันทำไม่ได้ด้วยเงื่อนไขหลายอย่าง วิธีแก้ก็คือ Tone Down มันลงมา เช่น สีเข้มขึ้น ฝ้าลดลง ให้ความรู้สึกมันกระชับขึ้นครับ แล้วก็ทำ Space ที่ใหญ่ให้ Borderless (ไร้ขอบเขต) ซอยแพตเทิร์นกระเบื้องบนพื้นและผนัง อย่าให้เห็นรูปทรงของ Space ชัดเจน”

“อย่างผนังห้องนี้นะครับ จริง ๆ ห้องมันอยู่แค่นี้ แต่เราก็ดึงผนังสีดำนี่ออกไปอีก เพื่อลดความใหญ่ของ Space ข้างล่างลง” สมชายชี้ผนังห้องชั้นลอยที่เรากำลังนั่งคุยกันอยู่ให้ดู “แล้วก็ได้เรื่องความเป็นส่วนตัวของห้องนี้ด้วย พอดึงผนังออกไป คนนั่งกินข้าวข้างล่างก็มองไม่เห็นห้องนี้”

The Kheha : เพื่อนศิลปินวัยเก๋าร่วมใจเปลี่ยนตึกธนาคารยุค 80 เป็นที่พัก-ร้านอาหาร

จริงอย่างที่ผู้ออกแบบตั้งใจ พอดึงผนังออกไป เราก็รู้สึกว่าห้องเงียบสงบและเป็นส่วนตัวพอจะใช้เป็นห้องประชุมได้เลย

นอกจากนั้นยังมีความยากอีก 3 อย่าง 

ยากแรกคือความเป็นสามเหลี่ยมของตึก ทำให้ลำบากในการซอยห้องพักเป็นรูปทรงที่ตอบโจทย์

ยากที่สองคือความแบนของตึกสำนักงาน ทำให้ห้องออกมายังไม่ลงตัวเท่าที่คิด Volumn ของ Space ยังไม่ค่อยไปด้วยกันกับงานเพนต์ของเพื่อน ๆ ตามที่ตั้งใจไว้

ยากที่สามคือเรื่องข้อกำหนดของการทำห้องพักให้เช่าชั่วคราว ซึ่งมีเรื่องทางหนีไฟที่ต้องอยู่ด้านหน้า และเรื่องการห้ามยื่นอะไรออกมานอกถนนตามราชกิจจานุเบกษา จึงต้องย้ายคอมเพรสเซอร์แอร์มาไว้ด้านหน้า และทำฟาซาดตึกเพื่อลดความเป็นโชว์รูมไม่ได้

แม้ด้านดีไซน์จะยังไม่เต็มร้อย ถึงอย่างนั้นอินทิราและสมชายก็พอใจในแง่ของการเป็นที่พักที่มีจำนวนเตียงเพียงพอ มีห้องหลายแบบให้เลือกสรร ทั้งห้องนอนรวมกันมีเตียงสองชั้น สำหรับชาวแบ็กแพ็กที่อยากหาที่นอนง่าย ๆ และห้องเดี่ยวที่มีห้องน้ำในตัว สำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว

“งานดีไซน์ที่ต้องตอบโจทย์ก็คงเป็นหมดนั่นแหละ ต้องปรับให้ได้ตามปัจจัยแวดล้อม” แฟชั่นดีไซเนอร์ให้ความเห็น “อย่างเวลาเราออกแบบเสื้อผ้า เราอยากให้มีตรงนี้ ๆ หน่อย มันก็ไม่ได้ ด้วยเหตุผลว่าติดอันนี้ไปแล้วราคาแพง ติดอันนี้ลูกค้าอาจจะไม่เก็ต มีอยู่แล้ว เพราะเราไม่ใช่ Pure Art มันต้องประกอบด้วยองค์ประกอบหลายอย่าง”

The Kheha : เพื่อนศิลปินวัยเก๋าร่วมใจเปลี่ยนตึกธนาคารยุค 80 เป็นที่พัก-ร้านอาหาร
The Kheha : เพื่อนศิลปินวัยเก๋าร่วมใจเปลี่ยนตึกธนาคารยุค 80 เป็นที่พัก-ร้านอาหาร

จับแพะชนแกะ จับเยอะชนแยะ

เจ้าของโปรเจกต์ตั้ง ‘ความเป็นไทยที่ไม่ใช่ไทยจ๋า มีความเป็นไทยผสมกับตะวันตก’ เป็นโจทย์ให้กับเพื่อน ๆ และรุ่นน้องมัณฑนศิลป์อีก 3 คนที่มาช่วยงาน โดยมีพ่อของเรา ตั้ง-ณัฐพงษ์ เรืองเวส ผู้เป็น Interior Designer เป็นที่ปรึกษาเรื่องหาตัวเพื่อนที่มีสไตล์เหมาะ ๆ มาวาด เรื่องเลือกรูปวาดให้ตรงธีม และเป็นผู้ร่วมวาดเองด้วยอีก 1 คน

“ประเทศไทยนี่มองได้หลายมุมนะ แต่ส่วนตัวเรามองความเป็นไทยในแง่ของความสนุก สดชื่นเฮฮา คาดการณ์ไม่ได้ มากกว่าไทยประเพณี ก็เลยคิดว่าดีแล้วที่มีใครต่อใครมาช่วยกันทำให้ Space สนุก”

เบื้องหลังโปรเจกต์ The Kheha กับการรีโนเวต-เพนต์ผนัง ปรับตึกธนาคารให้กลายเป็นที่พักนักท่องเที่ยวของเหล่าศิษย์เก่ามณฑนศิลป์ ศิลปากร

ตามที่ได้บอกไป ตึกนี้มีลักษณะ Space บางอย่างที่เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นโถงทางเข้าที่ใหญ่โต หรือชั้นอื่น ๆ ที่ฝ้าเตี้ยมาก ๆ เพราะเคยเป็นสำนักงานมาก่อน ดังนั้น อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ดีไซเนอร์หลักอย่างสมชายจะต้องทำ คือพิจารณาว่างานของใครมีคาแรกเตอร์เหมาะจะอยู่ใน Space แบบไหนกันบ้าง

“อย่างจ๊วด ภาพเขาไม่ต้องเป็นห้องก็ได้ ภาพเขาดูทันสมัย เป็นกึ่ง ๆ กราฟฟิตี้ เหมาะจะอยู่ใน Space ที่มัน Borderless” สมชายวิเคราะห์ให้ฟัง งานของ จ๊วด-วรเศรษฐ์ นพอภิรักษ์กุล คือภาพคนที่อยู่บริเวณชั้นล่าง

“ส่วนอันนี้ถ้าไป Borderless มันคงไม่ได้ มันต้องเป็นห้องจบ” สมชายพูดพลางผายมือไปที่ภาพวาดแนวจิตรกรรมฝาผนังของ ต๊อก-ทศพร แสวงการณ์ ในห้องที่เรานั่งคุยกันอยู่ “อย่าง อภิชัย วิจิตรปิยกุล เขาเป็นคนเขียนสวย เขียนเล็ก งานเขาต้องอยู่ในพื้นที่ที่อยู่ได้ ถ้าเราเอางานเขาไปลงในพื้นที่ใหญ่ ๆ อย่างงานจ๊วดมันก็จะหาย มองไม่เห็น”

เบื้องหลังโปรเจกต์ The Kheha กับการรีโนเวต-เพนต์ผนัง ปรับตึกธนาคารให้กลายเป็นที่พักนักท่องเที่ยวของเหล่าศิษย์เก่ามณฑนศิลป์ ศิลปากร

“บางทีก็มีถามกันขำ ๆ ว่า ทำไมฉันไม่ได้มีเขียนอยู่ตรงนั้นตรงนี้บ้าง!” อินทิราเม้าท์เพื่อนออกรส ในที่สุดแล้วก็มีห้องพักทั้งหมด 8 ห้อง ได้แก่ ห้องจิตรกรรม ห้องพวงมาลัย ห้องดอกไม้ไทย ห้องดอกไม้ขาว ห้องลายสักไทย ห้องท้องร่องสวน ห้องลายสักไทย ห้องลายรดน้ำประยุกต์ และห้องลายไทยสตูดิโอ

แล้วก็มาถึงส่วนสำคัญที่อินทิราฝันไว้ตั้งแต่ตอนแรก คือแผนที่ภายนอกอาคารโดยเพื่อนชื่อ ‘สุทิน’ โดยใช้เป็นแผนที่โบราณยุคที่ชาวตะวันตกเดินทางล่าอาณานิคม วาดเป็นลายเส้นและมีภาพเรือสำเภาในแผนที่

“สีที่ใช้เป็นสีที่บอกคาแรกเตอร์ทั้งตะวันตกและตะวันออก เพราะตอนทำคอนเซ็ปต์เรานึกถึงเครื่องลายครามของจีน ของฝรั่ง ที่เป็นสีไวท์-บลู” สมชายบรรยาย

การเพนต์ภายนอกนี้เป็นส่วนที่เหนื่อยที่สุดของโปรเจกต์ สุทินและทีมของเขาต้องใช้การตีสเกลเป็นช่อง ๆ แทน เพราะตึกติดถนน ทำให้ใช้การถอยระยะฉายโปรเจกเตอร์เพื่อวาดเหมือนงานอื่น ๆ ไม่ได้ ทั้งยังต้องตั้งนั่งร้านสูงเท่าตึกสี่ชั้น แล้วคลุมสแลนตามกฎของเทศบาล ระหว่างทำจึงต้องเผชิญกับทั้งความร้อน ทั้งฝุ่น และต้องคำนึงถึงความปลอดภัย วาดรูปไปพร้อมกับสลิง 

The Kheha เป็นที่ที่รวมความร่วมมือของเพื่อนหลายต่อหลายคน บางคนไม่ถนัดวาดก็ช่วยทำโลโก้ บางคนก็ช่วยเขียนคำบรรยาย รวมทุกขั้นตอนใช้เวลาทั้งหมดปีกว่า ๆ

เบื้องหลังโปรเจกต์ The Kheha กับการรีโนเวต-เพนต์ผนัง ปรับตึกธนาคารให้กลายเป็นที่พักนักท่องเที่ยวของเหล่าศิษย์เก่ามณฑนศิลป์ ศิลปากร

“การทำงานของที่นี่แตกต่างจากที่อื่น ที่สำคัญคือมัณฑนศิลป์มันคือการออกแบบ ไม่ใช่ Pure Art ด้วย” อินทิราอธิบาย “แล้วมันก็เป็นการทำงานร่วมกับเพื่อน ๆ ถ้าเป็นคนอื่นก็จะเกรงใจ แต่นี่เรามาลำบากด้วยกัน สนุกด้วยกัน เหมือนมานอนคณะ บางคนก็มาจากต่างจังหวัด มานอนที่นี่

“เอาจริง ๆ ถ้าไม่รักกันจริงไม่มีใครทำให้ มันไม่ได้สบาย ตอนวาดก็ยังเจาะ ฝุ่นเยอะ แอร์ก็ยังไม่ได้ติด เหมือนเขียนงานในไซต์ก่อสร้าง ผิดคาแรกเตอร์ของศิลปิน”

ถ้าเธอเทียบการมาเพนต์ผนังด้วยกันกับการ ‘นอนคณะ’ ได้ ถึงจะเหนื่อยหน่อย แต่จะเรียกโปรเจกต์นี้ว่าเป็นการคืนความสดชื่นของวัยเยาว์ก็ไม่ผิด

เบื้องหลังโปรเจกต์ The Kheha กับการรีโนเวต-เพนต์ผนัง ปรับตึกธนาคารให้กลายเป็นที่พักนักท่องเที่ยวของเหล่าศิษย์เก่ามณฑนศิลป์ ศิลปากร

สนุกกับความเป็นไปได้

“ชื่อ The Kheha มาจากลูกชายนะ” อินทิราเผยตอนใกล้จบ

“สามีแต่งกลอนเก่ง ชื่อที่เขาตั้งจะยากมาก เป็นสวรรค์เป็นอะไร มันเพราะแต่มันไม่ใช่ พอลองคิดว่าเป็นที่พักนักเดินทาง ลูกชายก็บอกว่า เคหาไง แปลว่าบ้าน ภาษาอังกฤษก็เขียนสวยนะแม่”

เส้นทางของบ้านหลังนี้ไม่ได้ราบรื่นเสียทีเดียว หลังจากที่สร้างเสร็จก็เจอกับสถานการณ์โควิด-19 ระลอกแรกปะทะเข้ามาทันที นักเดินทางทั่วทุกมุมโลกมาไม่ได้เหมือนที่คาดไว้ The Kheha ก็ไม่ได้เปิดเต็มทุกฟังก์ชันอย่างที่ตั้งใจ ด้านล่างที่เคยเตรียมไว้เป็นรีเซปชันและ Working Space จึงได้ปรับเป็นร้านอาหาร

เบื้องหลังโปรเจกต์ The Kheha กับการรีโนเวต-เพนต์ผนัง ปรับตึกธนาคารให้กลายเป็นที่พักนักท่องเที่ยวของเหล่าศิษย์เก่ามณฑนศิลป์ ศิลปากร

คอนเซ็ปต์ของการตกแต่งเป็นไทยผสมตะวันตก คอนเซ็ปต์ของอาหารเองก็เช่นกัน โดยเชฟที่มาช่วยทำเมนูออกแบบให้อาหารมีความผสมผสาน อย่างสปาเกตตี้ผัดกะเพรา หรือครัวซองต์กับมัสมั่น ฟังดูไทยแต่ก็มีอะไรใหม่ ๆ เข้าไปด้วย

“มัสมั่นรสชาติเหมือนกินที่บ้านที่แม่เราเคี่ยวเอง แต่ก็ปรุงแต่งอะไรให้มันไปตามคอนเซ็ปต์” อินทิราเล่า ก่อนบอกว่าเมนูเด็ดที่สุดของที่นี่ คือข้าวน้ำพริกกากหมูปลาทูทอดและไข่เจียวมหาศาล (ที่แปลว่าเครื่องเยอะ)

“จากที่เราไม่เคยคิดว่าจะเป็นร้านอาหารอย่างสมบูรณ์ พอทำแล้วกลับประสบความสำเร็จ เราก็เลยโชคร้ายในโชคดี โชคดีในโชคร้าย

เบื้องหลังโปรเจกต์ The Kheha กับการรีโนเวต-เพนต์ผนัง ปรับตึกธนาคารให้กลายเป็นที่พักนักท่องเที่ยวของเหล่าศิษย์เก่ามณฑนศิลป์ ศิลปากร

“Space ที่เคยบอกว่าดูกว้างก็เลยโอเค ไม่ต้อง Cozy แล้ว กลายเป็นร้านอาหารที่เพดานโปร่ง นั่งสบาย ลูกค้าไม่รู้สึกอึดอัดเวลามาทาน”

แม้บาร์ด้านบนดาดฟ้าที่ตั้งใจให้เป็นไฮไลต์จะไม่ได้เปิดใช้เพราะสถานการณ์โรคระบาด ห้องพักหลายห้องที่เตรียมไว้ก็เปิดได้บางห้อง แต่ถึงอย่างนั้นอินทิราก็ยังนำพาความคึกคักมาสู่บ้านหลังนี้จนได้ ด้วยการใช้ Space ที่ยังไม่ได้กั้นเป็นห้องชัดเจนมาจัดนิทรรศการศิลปะ

ปี 2021 เราได้มาร่วมงานนิทรรศการ ‘วันศิลป์ พีระศรี’ อยู่ครั้งหนึ่ง ตอนนั้นอินทิราชวนเพื่อน ๆ ในแวดวงเดียวกันให้นำงานศิลปะเกี่ยวกับอาจารย์ศิลป์มาแสดง ทั้งภาพวาดและประติมากรรม เมื่อวางอยู่ใน Space ที่มีลวดลายฝีมือศิษย์สำนักอาจารย์ฝรั่งแล้วก็ได้บรรยากาศไม่น้อย

“ช่วงที่จัดงานอาจารย์ศิลป์ก็รื้อเมนูที่อาจารย์ชอบขึ้นมาทำ” เจ้าของร้านชาวศิลปากรกล่าว 

“เคยมีเพื่อนของเพื่อนเป็นศิลปินจากนิวยอร์ก มาเช่าพื้นที่เป็นสตูดิโออยู่เป็นเดือน ๆ ด้วยนะ” พื้นที่ที่ว่าคือห้องลายไทย แต่เธอบอกว่า จริง ๆ แล้วทุกชั้นที่มีพื้นที่เปล่า ๆ ใช้เป็นสตูดิโอได้ทั้งหมด “ตอนนี้ก็มีศิลปินจากเยอรมนีกำลังจะมาเหมือนกัน เขาเห็นตึกแล้วมันดึงดูด พอขึ้นไปดูแล้วก็บอกว่าเจ๋งมาก”

“Living in an art space.” อินทิราว่า

เบื้องหลังโปรเจกต์ The Kheha กับการรีโนเวต-เพนต์ผนัง ปรับตึกธนาคารให้กลายเป็นที่พักนักท่องเที่ยวของเหล่าศิษย์เก่ามณฑนศิลป์ ศิลปากร

จากที่คุยกันกว่า 2 ชั่วโมง สำหรับเรา The Kheha คือความไม่คาดฝัน ตั้งแต่แนวคิดของเพนติ้งที่มาจากมุมมองของอินทิราว่า ประเทศไทยสนุกสนาน คาดการณ์ไม่ได้ มาจนถึงการทำงานที่ต้องแก้ปัญหาระหว่างทางกันไม่ได้พัก และเมื่อเปิดใช้งานก็มีการปรับเปลี่ยนฟังก์ชัน ซึ่งผลที่ออกมาก็ดีอย่างไม่น่าเชื่อ

ท้ายที่สุด เราจบลงด้วยการช่วยกันระดมสมองว่า ต่อไปที่นี่จะแปลงร่างเป็นอะไรได้อีกบ้าง ซึ่งก็ได้ข้อสรุปหลวม ๆ ว่า The Kheha ต้อนรับทุกคนที่ชอบศิลปะ เห็นคุณค่าของงานที่ทีมงานช่วยกันลงไม้ลงมือและลงใจเต็มร้อย โดยสามารถติดต่อเข้ามาใช้พื้นที่ในตึกที่ยังว่างได้แบบไม่จำกัดว่าจะใช้ทำอะไร อาจจะทำสตูดิโอ จัดสัมมนา จัดเวิร์กชอป หรือหากอยากเช่าดาดฟ้าไปจัดกิจกรรม รับลมชมดาวก็ได้เช่นกัน

ดูเหมือนว่าตึกลายแผนที่โบราณ อดีตตึกธนาคารนี้จะเล่นสนุกได้อีกเยอะ

เบื้องหลังโปรเจกต์ The Kheha กับการรีโนเวต-เพนต์ผนัง ปรับตึกธนาคารให้กลายเป็นที่พักนักท่องเที่ยวของเหล่าศิษย์เก่ามณฑนศิลป์ ศิลปากร

Writer

พู่กัน เรืองเวส

พู่กัน เรืองเวส

อดีตนักเรียนสถาปัตย์ สนใจใคร่รู้เรื่องผู้คนและรูปแบบการใช้ชีวิตอันหลากหลาย ชอบลองทำสิ่งแปลกใหม่ พอ ๆ กับที่ชอบนอนนิ่ง ๆ อยู่บ้าน

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load