The Cloud x ไทยประกันชีวิต

แรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต จากพลังเล็กๆ สู่การสร้างคุณค่าที่ยิ่งใหญ่ให้โลกใบนี้

เมื่อสิบกว่าปีก่อน ยิว-กรรณิการ์ ศรีวิจา วัย 12 ปี ยังเดินเหินได้คล่องแคล่ว การมาเฝ้าคุณตาซึ่งป่วยเป็นมะเร็งปอดที่โรงพยาบาลในตัวเมืองเชียงใหม่ ทำให้เธอได้พบกับพี่ๆ นักเรียนพยาบาลที่คอยดูแลคุณตาด้วยความห่วงใยเหมือนญาติมิตร ความประทับใจค่อยๆ เปลี่ยนเป็นแรงบันดาลใจให้เธออยากทำงานที่ได้ดูแลคนอื่นเช่นกัน

“ความฝันเดียวคือการเป็นพยาบาล” ยิวเล่ายิ้มๆ ว่า ตอนที่สอบแอดมิชชันปีแรกไม่ติดพยาบาล เธอเลือกเรียนครูเคมีอย่างไม่ลังเล เพื่อนำความรู้ที่จะได้เรียนในปีนั้นไปใช้สอบพยาบาลอีกครั้งในปีต่อมา และครั้งนี้เธอสอบเข้าเป็นนักเรียนพยาบาลได้สำเร็จ

กรรณิการ์ ศรีวิจา พยาบาลบนวีลแชร์ผู้ทำภารกิจเยียวยาผู้คนเคียงบ่าเคียงไหล่ทีมแพทย์

หนึ่งเดือนสุดท้ายก่อนสำเร็จการศึกษา ยิวประสบอุบัติเหตุ กระดูกสันหลังส่วนทรวงอกได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง ส่งผลให้ลำตัวและขาไม่รับรู้ความรู้สึก และไม่มีแรงที่จะเดินได้ 

เธอสูญเสียความสามารถในการเดินไปตลอดชีวิต ความฝันในการเป็นพยาบาลที่เธอใฝ่ฝันมาตลอดพร่ามัวจนแทบมองไม่เห็น ยิวใช้เวลากว่าสองปีฟื้นฟูร่างกายที่บอบช้ำและความเจ็บปวดจากการสูญเสีย ก่อนลุกขึ้นมาพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า เธอทำอาชีพพยาบาลที่รักได้ ​แม้จะเป็นผู้พิการเองก็ตาม 

ยิวเป็นนักศึกษาพยาบาลคนแรกของประเทศไทย ที่จบการศึกษาและสอบใบประกอบวิชาชีพพยาบาลบนวีลแชร์ 

ทุกวันนี้เธอเป็นพยาบาลวิชาชีพประจำโรงพยาบาลสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ช่วยเหลือผู้คนมาแล้วนับพันชีวิตด้วยสองล้อของเธอ และเป็นต้นแบบของผู้พิการหลายๆ คน จากเรื่องราวที่เธอบอกผ่านเฟซบุ๊กเพจ บันทึกจากวีลแชร์ ที่มีผู้ติดตามกว่า 40,000 คน 

และนี่คือภารกิจแห่งชีวิตของยิว ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงวันนี้

กรรณิการ์ ศรีวิจา พยาบาลบนวีลแชร์ผู้ทำภารกิจเยียวยาผู้คนเคียงบ่าเคียงไหล่ทีมแพทย์

01

เส้นทางแห่งการเยียวยาผู้คน

พยาบาลศาสตร์ เป็นศาสตร์เกี่ยวกับสุขภาพอนามัยที่เน้นการบริการตัวต่อตัวกับผู้ป่วย ทั้งด้านร่างกาย จิตใจไปจนถึงสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ผู้ป่วยอยู่ในสภาวะที่จะต่อสู้การคุกคามของโรคได้ดีที่สุด ทำให้พยาบาลมีความใกล้ชิดกับผู้ป่วยมาก ต่างจากแพทย์ที่ทำหน้าที่รักษา

ผู้บุกเบิกพยาบาลศาสตร์ยุคใหม่และยกระดับให้วิชาชีพพยาบาลได้รับการยอมรับอย่างมีเกียรติเท่าเทียมในสังคม คือ ฟลอเรนซ์ ไนติงเกล (Florence Nightingale) พยาบาลชาวอังกฤษผู้ทุ่มเทดูแลทหารในสงครามและคนยากไร้ 

เธอพัฒนาและจัดระบบการดูแลเยียวยาของพยาบาลให้ครอบคลุมในหลายมิติ ทำให้ประสิทธิภาพในการฟื้นตัวและหายดีของผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ในช่วงศตวรรษที่ 19 เธอทำงานอย่างหนักและสร้างนวัตกรรมให้การพยาบาล จนผู้คนต่างขนานนามเธอว่า ‘สุภาพสตรีแห่งดวงประทีป’ (Lady of The Lamp)

ยิวอธิบายว่า ปีแรกของการเป็นนักเรียนพยาบาล พวกเธอต้องเรียนภาคทฤษฎีเกี่ยวกับร่างกายมนุษย์ทั้งหมด โดยเฉพาะสรีรวิทยาและกายวิภาคศาสตร์ “อธิบายง่ายๆ คือเราต้องทำความเข้าใจความปกติของทุกระบบการทำงานในร่างกาย ตั้งแต่ระบบทางเดินหายใจไปจนถึงระบบประสาท”

จากนั้นปี 2 จึงเริ่มวิชาภาคปฏิบัติ หัดทำหัตถการซึ่งหมายถึงการรักษาผู้ป่วย โดยใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ทุกประเภท เช่น ฉีดยา เจาะเลือด และให้น้ำเกลือ “ภาคทฤษฎี ปีนี้ยากและเข้มข้นขึ้น เพราะเรียนเรื่องจุลชีววิทยาและพยาธิสภาพ เราต้องทำความเข้าใจและแยกให้ได้ว่า แต่ละโรค แต่ละความผิดปกติ ในระบบการทำงานของร่างกายแสดงอาการแตกต่างกันยังไง” 

ยิวนิ่งคิดถึงเรื่องราวสมัยเป็นนักเรียนพยาบาล “ปีสาม เราต้องฝึกงานและขึ้นวอร์ดถึงเจ็ดเดือนครึ่ง วอร์ด (Ward) คือหอพักผู้ป่วยที่รับไว้รักษาในโรงพยาบาล การขึ้นวอร์ดก็คือการเข้าเวร เช้า สาย บ่าย ดึก เพื่อดูแลผู้ป่วยในหอพักเหล่านั้น

“การดูแลผู้ป่วยแต่ละเคสนั้นแตกต่างกันไปตามลักษณะโรคและอาการเจ็บป่วย โดยต้องอาศัยความต่อเนื่องและการวางแผนจากข้อมูลที่แม่นยำ ดังนั้นเราต้องเขียนรายงานทุกอย่างอย่างละเอียด วันนี้คนไข้มีไข้เท่าไหร่ ความดันเท่าไหร่ ปัสสาวะเป็นยังไง ต้องตอบคำถามอาจารย์หมอและอาจารย์พยาบาลให้ได้ว่าอาการป่วยไข้ของผู้ป่วยแต่ละเคส เราจะปฏิบัติการยังไง 

“เราต้องแม่นยำทั้งข้อมูลในเชิงทฤษฎีและการลงมือปฏิบัติ ห้ามมีข้อผิดพลาด เพราะนี่คือการทำงานกับชีวิตคน” 

กว่า 7 เดือนแห่งความเหน็ดเหนื่อย เป็นเหมือนสัญญาณให้รู้ว่า นี่คือชีวิตการเป็นพยาบาลที่จะต้องพบเจอเมื่อเรียบจบไป ยิวบอกว่าปีนี้เป็นปีที่เหล่านักเรียนพยาบาลถอดใจกันมากที่สุด คำถามมากมายวนเวียนอยู่ในใจว่า เส้นทางแห่งการเยียวยาและดูแลผู้คน ยังเป็นเส้นทางที่พวกเธอพร้อมจะเสียสละก้าวเดินหรือไม่

กรรณิการ์ ศรีวิจา พยาบาลบนวีลแชร์ผู้ทำภารกิจเยียวยาผู้คนเคียงบ่าเคียงไหล่ทีมแพทย์
กรรณิการ์ ศรีวิจา พยาบาลบนวีลแชร์ผู้ทำภารกิจเยียวยาผู้คนเคียงบ่าเคียงไหล่ทีมแพทย์

02

คุณค่าที่ไม่มีวันเสื่อมสลายไป

วิชาจิตวิทยาพยาบาลเป็นหนึ่งในวิชาที่ยิวสนใจ วิชานี้มีเรียนทุกปี ตั้งแต่ปี 1 ถึงปี 4 ของการเป็นนักเรียนพยาบาล 

“คำพูดของอาจารย์ที่ยังอยู่ในใจจนถึงทุกวันนี้ ‘การเป็นพยาบาล ใครจะเป็นก็ได้ แต่การเป็นพยาบาลที่ดี มันเป็นกันยาก’ ภายใต้สภาวะเครียดและตื่นกลัวของผู้ป่วย แน่นอนว่าพยาบาลที่ใกล้ชิดเขา ย่อมได้รับความเครียดและกดดันไปด้วย การจะปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพในสภาวะแบบนั้น ต้องอาศัยจิตใจที่แข็งแกร่งและเปี่ยมไปด้วยเมตตา” 

แม้แต่เรื่องพื้นฐานอย่างการเจาะเลือด ก็มีจิตวิทยาพยาบาลซ่อนอยู่ “ถ้าเราเจาะเลือดผู้ป่วยครั้งแรกไม่สำเร็จ นั่นหมายถึงเขาต้องเจ็บอีกครั้งที่ต้องให้เราสอดเข็มเข้าไปในร่างกาย อาจารย์สอนให้เราคิดไว้เสมอว่าถ้าเป็นตัวเราเอง หรือเป็นญาติเรา เราอยากให้ญาติเราเจ็บซ้ำๆ มั้ย ดังนั้นต้องรอบคอบ ชีวิตคนหนึ่งคนฝากไว้กับเรา เราต้องรับผิดชอบชีวิตเขาอย่างสุดความสามารถ” เธอเอ่ยด้วยเสียงจริงจัง

ขึ้นปี 4 นักเรียนพยาบาลต้องฝึกงานต่ออีก 5 เดือน การปฏิบัติงานเหมือนพยาบาลในโรงพยาบาลทุกอย่าง และไม่มีอาจารย์พยาบาลมาคอยสอนหรือส่งเคสผู้ป่วยรายต่างๆ ให้อีกแล้ว ถือเป็นบททดสอบสุดท้าย ก่อนที่เหล่านักเรียนพยาบาลจะเรียนจบออกไปปฏิบัติหน้าที่บุคลากรสาธารณสุขจริงๆ

“ตอนนั้นเหลือเวลาฝึกงานอีกแค่เดือนเดียว เราก็จะเรียนจบเป็นพยาบาลวิชาชีพ ได้ทำงานดูแลคนอื่นอย่างที่ฝันไว้ แต่เราประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียก่อน ทำให้กระดูกสันหลังส่วนทรวงอกได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง ส่งผลให้ลำตัวและขาไม่รับรู้ความรู้สึก และไม่มีแรงที่จะเดินได้

“ความรู้ทั้งหมดที่เรียนมา ทำให้ประเมินด้วยตัวเองได้ทันทีว่าเราอาการหนัก ถึงคุณหมอจะยังไม่ยืนยัน แต่ในใจเราก็คิดว่าคงมีโอกาสที่จะกลับไปเดินไม่ได้อีก และถ้าเดินไม่ได้ เราก็จะเป็นพยาบาลไม่ได้อีกแล้ว เพราะตลอดเวลาที่ฝึกงาน เราต้องใช้ขาสองข้างเดินกระฉับกระเฉงดูแลผู้ป่วย ถ้าสูญเสียขาไป จะทำหน้าที่นี้ได้ยังไง ไม่ใช่แค่ความเจ็บปวดทางร่างกาย แต่สภาวะจิตใจมันสับสน หวาดวิตกไปหมด ยิ่งเรารู้ เราประเมินได้ เรายิ่งกลัว”

กรรณิการ์ ศรีวิจา พยาบาลบนวีลแชร์ผู้ทำภารกิจเยียวยาผู้คนเคียงบ่าเคียงไหล่ทีมแพทย์
กรรณิการ์ ศรีวิจา พยาบาลบนวีลแชร์ผู้ทำภารกิจเยียวยาผู้คนเคียงบ่าเคียงไหล่ทีมแพทย์

ยิวเล่าว่า เธอใช้เวลาทำกายภาพบำบัดทั้งหมดเกือบสองปี ความฝันที่จะได้เป็นพยาบาลวิชาชีพเลือนรางไปทีละน้อย

สองเดือนแรกหลังจากประสบอุบัติเหตุ การกายภาพบำบัดทำให้เธอกระดิกนิ้วเท้าได้เล็กน้อย จากนั้นเธอกลับมาอยู่บ้านในฐานะผู้ป่วยเรื้อรังที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ 

“ต้องมีคนมาพลิกตัวให้เราทุกๆ สองชั่วโมง อยากไปไหนก็ต้องมีคนอุ้มไป ยิ่งเห็นเพื่อนๆ ถ่ายรูปเรียนจบกัน ชีวิตที่วนอยู่กับการมีความหวังที่จะกลับไปเดินได้จึงหมดหวังไปเรื่อยๆ ทำให้เรายิ่งดาวน์ถึงขั้นมีภาวะซึมเศร้า

“จนถึงวันที่คิดได้ว่า เราต้องหยุดคิดเรื่องกลับไปเป็นพยาบาล สิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือโฟกัสที่การรักษาตัวเองก่อน ทำยังไงถึงจะกลับไปดูแลตัวเองได้ ไม่มีขาแต่เรายังมีชีวิตอยู่ จึงตัดสินใจเข้าโรงพยาบาลอีกครั้ง 

“คุณหมอแนะนำให้เราลองฝึกใช้วีลแชร์ ขณะเดียวกันก็ฝึกกายภาพในการทรงตัว การเดิน การยืนไปด้วย ถือเป็นประโยชน์ทั้งสองทาง หกเดือนหลังจากนั้น วีลแชร์กลายเป็นขาที่พาเราออกจากความสิ้นหวัง และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของเพจเฟซบุ๊ก ‘บันทึกจากวีลแชร์’

“ทุกวันนี้เราช่วยเหลือตัวเองได้หมด ขึ้นลงวีลแชร์ ใช้ชีวิตประจำวัน ทำงาน เดินทาง ท่องเที่ยว ทำกิจกรรมสนุกๆ เราไม่ขอความช่วยเหลือจากใครมาก ยกเว้นทางที่เราไปไม่ได้จริงๆ ถึงจะขอความช่วยเหลือ ทุกคนมีคุณค่าในตัวเอง แม้ว่าจะสูญเสียคุณค่าบางอย่างไป แต่เราสร้างคุณค่าบางอย่างเพิ่มขึ้นมาทดแทนได้เสมอ” ยิวเล่าพร้อมรอยยิ้ม

กรรณิการ์ ศรีวิจา พยาบาลบนวีลแชร์ผู้ทำภารกิจเยียวยาผู้คนเคียงบ่าเคียงไหล่ทีมแพทย์
กรรณิการ์ ศรีวิจา พยาบาลบนวีลแชร์ผู้ทำภารกิจเยียวยาผู้คนเคียงบ่าเคียงไหล่ทีมแพทย์

03

กำลังสำคัญของทีมแพทย์

ยิวเล่าว่าเพจเฟซบุ๊ก ‘บันทึกจากวีลแชร์’ ที่ตอนนี้มีผู้ติดตามกว่า 40,000 คน เดิมเป็นเพจที่เธอตั้งใจทำไว้ขายตุ๊กตา 

“ระหว่างที่รักษาตัว เราทำตุ๊กตาขายไปด้วย เพราะอยู่โรงพยาบาลนาน ถ้าอยู่เฉยๆ ไม่มีรายได้อะไรเลย เงินที่มีก็ร่อยหรอไปเรื่อยๆ ทีแรกก็ไม่กล้า เพราะพอถักได้แต่ไม่ได้เก่งอะไร เลยลองทำตุ๊กตาหน้าตาประหลาดๆ (หัวเราะ) สองตัวแรกโปรโมตในเพจเฟซบุ๊ก แล้วก็เขียนเล่าเรื่องตัวเองเอาไว้ ปรากฏว่ามีลูกค้าสนใจสั่งซื้อตุ๊กตา ยิ่งมีคนสั่ง เรายิ่งเก่งขึ้นเพราะได้ฝึกถักทุกวัน จากเดือนแรกได้เงินไม่กี่ร้อย ออเดอร์เพิ่มขึ้นเป็นหลายพันจนทำไม่ทัน บอกลูกค้าว่ามีคิว ลูกค้าก็รอ เราก็ถักมาจนถึงทุกวันนี้ 

“ในขณะเดียวกัน ก็มีคนเข้ามาให้กำลังใจและติดตามเพจเยอะขึ้นเรื่อยๆ มีน้องๆ ผู้พิการหลายคนทักมาปรึกษา เรื่องราวต่างๆ ที่เราโพสต์ไปไกลกว่าที่คิดมาก จนถึงวันหนึ่งที่เรารู้สึกว่าความสุขที่ได้รับ มันมากกว่าความทุกข์ที่เคยมีไปแล้ว ความเจ็บปวดทางร่างกายและใจ เปลี่ยนเป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต เราพร้อมกลับไปเป็นนักเรียนพยาบาลอีกครั้ง”

กรรณิการ์ ศรีวิจา พยาบาลบนวีลแชร์ผู้ทำภารกิจเยียวยาผู้คนเคียงบ่าเคียงไหล่ทีมแพทย์

ยิวอธิบายว่า พ.ร.บ.วิชาชีพพยาบาล ระบุไว้ในข้อสุดท้ายว่า “พยาบาลจะต้องไม่เป็นผู้ป่วยเรื้อรังที่มีอุปสรรคต่อวิชาชีพ โดยคณะกรรมการจะเป็นผู้พิจารณา”

“หลายคนถามว่าความพิการเป็นอุปสรรคต่อการเป็นพยาบาลหรือเปล่า แม้จะอยู่บนวีลแชร์ แต่เรายังทำหน้าที่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการเจาะเลือด ฉีดยา ทำแผล หรือให้อาหารทางสายยาง มีเพียงบางอย่างเท่านั้นที่ทำไม่ได้ ด้วยข้อจำกัดทางร่างกาย เช่น การยกตัวผู้ป่วย”

ยิวเล่าว่าเธอตัดสินใจเขียนฎีกาถึงสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทูลเกล้าฯ ถึงเรื่องราวของตัวเองที่ใฝ่ฝันจะช่วยเหลือผู้คนด้วยการเป็นพยาบาลวิชาชีพ แม้จะมีข้อจำกัดทางร่างกายบางส่วน แต่ยังมีความสามารถและใจที่มุ่งมั่นในการพยาบาลอย่างเต็มเปี่ยม และทำหนังสือส่งไปที่สภาการพยาบาล เพื่อขอพิจารณาการสอบใบประกอบวิชาชีพพยาบาล 

ต่อมาทางคณะกรรมการได้พิจารณาและตอบกลับมาว่า สิ่งที่เธอเป็นนั้นไม่ได้เป็นปัญหาต่อการปฏิบัติวิชาชีพ และยังมีงานในส่วนสาธารณสุขอีกมากมายที่เธอยังเป็นกำลังสำคัญของทีมแพทย์ได้

กรรณิการ์ ศรีวิจา พยาบาลบนวีลแชร์ผู้ทำภารกิจเยียวยาผู้คนเคียงบ่าเคียงไหล่ทีมแพทย์

04

พยาบาลวิชาชีพบนวีลแชร์

ยิวเป็นพยาบาลวิชาชีพมาเกือบสองปีแล้ว ทุกวันนี้เธอทำงานในแผนกผู้ป่วยนอก (OPD) เฉพาะทาง โรงพยาบาลสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่มีผู้มาใช้บริการนับพันคนต่อวัน 

“ปลายฤดูหนาว ช่วงต้นในการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 แต่ละวันโรงพยาบาลสันทรายรับผู้ป่วยไข้หวัดมากกว่าสามร้อยคน ส่วนใหญ่มีอาการไข้ ไอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ ซึ่งเป็นอาการเดียวกับ COVID-19”

ในช่วงแรกการคัดกรองเป็นไปอย่างยากลำบาก เพราะมีผู้มารับบริการเยอะ และบุคลากรทางการแพทย์ยังไม่ทันตั้งตัวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่เพียงไม่นาน พวกเขาก็ได้ดำเนินมาตรการเฉพาะกิจสำหรับการแพร่ระบาดในครั้งนี้อย่างทันท่วงที

“มีเคสหนึ่ง ผู้ป่วยหายใจเหนื่อยหอบ ทีมต้องซีพีอาร์ พยายามฟื้นชีพเขา เราช่วยผู้ป่วยได้สำเร็จ จากนั้นส่งตัวขึ้นไปถึงห้องไอซียู พอซักประวัติจากญาติผู้ป่วย ถึงเพิ่งทราบว่าผู้ป่วยไปคอนแท็กในพื้นที่เสี่ยงมา ทั้งทีมเลยโดนกักตัวและคัดกรองโรคกันทั้งหมด พอเจอเหตุการณ์นี้ โรงพยาบาลเราก็มีมาตรการทันที”

กรรณิการ์ ศรีวิจา พยาบาลบนวีลแชร์ผู้ทำภารกิจเยียวยาผู้คนเคียงบ่าเคียงไหล่ทีมแพทย์

ยิวอธิบายต่อว่า ตามปกติโรงพยาบาลจะมี OPD ทั่วไปและ OPD เฉพาะทาง แต่ตอนนี้มีคลินิกพิเศษเพิ่มขึ้นมานั่นคือ OPD ARI สำหรับการคัดกรอง COVID-19 โดยเฉพาะ ผู้ป่วยรายไหนมีอาการเข้าข่าย จะถูกส่งตัวมาที่คลินิกนี้เท่านั้น ห้ามไปส่วนอื่นของโรงพยาบาล โดยแพทย์และพยาบาลจะสวมใส่ชุดปฏิบัติการเต็มรูปแบบ 

“แม้ประเทศไทยจะยังไม่ประกาศการระบาดของเชื้อไวรัสเป็นเฟสที่สาม แต่โรงพยาบาลแต่ละแห่งก็มีข้อปฏิบัติที่รัดกุมในการคัดกรองโรคเป็นของตัวเอง เราวางแผนการทำงานกันอย่างละเอียด ประกอบกับพื้นฐานความรู้ด้านสาธารณสุข บุคลากรสาธารณสุขต่างรู้ว่าต้องปฏิบัติตัวยังไง เพื่อที่จะไม่ไปติดและเอาเชื้อไปแพร่ใส่คนที่บ้าน

“แต่ละโรงพยาบาลมีบริบทในการทำงานไม่เหมือนกัน ยิ่งเราเป็นโรงพยาบาลใหญ่ ก็ยิ่งต้องมีการวางแผนในโรงพยาบาลแน่นหนา ประชุมทุกวันและปรับเปลี่ยนแผนกันทุกวัน เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นแผนที่ดีที่สุด ซึ่งจะใช้ได้กับโรงพยาบาลเรา ถามว่าเหนื่อยไหม เหนื่อยนะ แต่คุ้มค่าความเหนื่อย” 

ยิวบอกว่า จริงๆ ทีมสาธารณสุขไม่ได้กลัวหรือหวาดวิตกกับเชื้อไวรัสขนาดนั้น ตราบใดที่ผู้ป่วยเล่าความจริงทั้งหมด ตั้งแต่ประวัติการเดินทาง ไปจนถึงการใช้ชีวิตที่อาจมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เพื่อการรักษาและควบคุมเชื้อที่มีประสิทธิภาพที่สุด

 บอกความจริงเราเถอะ เราไม่ได้จะทำอะไร แค่เราจะพาไปห้องแยก ซึ่งไม่ได้น่ากลัว มีทีวีให้ดู (ยิ้ม) แต่เปิดแอร์ไม่ได้นะ เพราะเชื้อแพร่กระจายทางอากาศได้ เปิดได้แค่พัดลม รักตัวเองก็ต้องรักคนอื่นด้วย

โรงพยาบาลสันทรายรักษาผู้ป่วย COVID-19 หายไปแล้วหลายคน ตอนนี้มีผู้ป่วยได้รับการรักษายู่ 2 ราย และผู้สังสัยว่าจะติดเชื้ออีกหลายคนได้รับการกักตัวอยู่ที่โรงพยาบาล “บางทีผู้ป่วยหรือผู้ที่ถูกกักตัวเบื่ออาหารโรงพยาบาล เราก็ซื้ออาหารและขนมจากข้างนอกเข้ามาให้ เพราะรู้ว่าผู้ป่วยอยู่ในสภาวะเครียดและกลัว”

 ยิวพูดขึ้นยิ้มๆ เรานึกถึงประโยคแรกที่เธอบอก ‘ดูแลด้วยความห่วงใยเหมือนญาติมิตร’ นอกจากทักษะและความรู้แล้ว หัวใจของการพยาบาลคือความใส่ใจนี่เอง

กรรณิการ์ ศรีวิจา พยาบาลบนวีลแชร์ผู้ทำภารกิจเยียวยาผู้คนเคียงบ่าเคียงไหล่ทีมแพทย์

05

สองล้อที่จะก้าวเดินไป

เราอยากเรียนต่อเฉพาะทางเป็นพยาบาลเวชศาสตร์ฟื้นฟู เพราะมีประสบการณ์ตรง เราประสบอุบัติเหตุและเคยสูญเสียมาก่อน คนที่ประสบอุบัติเหตุใหม่และต้องสูญเสียอะไรบางอย่างไปในชีวิต ความเข้มแข็งของจิตใจเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

“เราจึงอยากใกล้ชิดและดูแลผู้ประสบอุบัติเหตุโดยตรง เพื่อพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิด ไม่ใช่แค่ในฐานะพยาบาล แต่ในฐานะเพื่อนที่ประสบมันมาเช่นกัน เราเองก็จะได้มุมมองที่จะนำไปพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานต่อไป”

“หัวใจของการเป็นพยาบาลคืออะไร” ยิวเอ่ยทิ้งท้าย 

“บางทีผู้ป่วยอาจจะเป็นคนแก่ที่อยู่บ้านคนเดียว แล้วเขาไม่รู้จะเล่าความทุกข์ให้ใครฟัง เรารับฟังอย่างเข้าใจ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเอาข้อมูลที่จะใช้รักษาเขามาให้ได้ครบถ้วน ถ้าเขาไม่เป็นอะไร เขาไม่มาโรงพยาบาลหรอก เขาไม่อยากเจ็บปวด เขาถึงมาหาเรา และเราเป็นคนที่ต้องหยิบยื่นความช่วยเหลือให้อย่างเต็มใจและตั้งใจ”

กรรณิการ์ ศรีวิจา พยาบาลบนวีลแชร์ผู้ทำภารกิจเยียวยาผู้คนเคียงบ่าเคียงไหล่ทีมแพทย์

Writer

มิ่งขวัญ รัตนคช

อดีต Urban Designer ผู้รักการเดินทางสำรวจโลกกว้าง สนใจงานออกแบบเชิงพฤติกรรมมนุษย์ และยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ เชื่อว่าทุกการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นจากน้ำหยดเล็กที่ไหลมารวมกัน

Photographer

ชัยวัฒน์ ทาสุรินทร์

โด้เป็นช่างภาพดาวรุ่งจากสาขาศิลปะการถ่ายภาพ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นที่รักของเพื่อนๆ และสาวๆ ถึงกับมีคนก่อตั้งเพจแฟนคลับให้เขา ชื่อว่า 'ไอ้โด้ FC'

Larger than Life

แรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต จากพลังเล็กๆ สู่การสร้างคุณค่าที่ยิ่งใหญ่ให้โลกใบนี้

20 พฤศจิกายน 2563
12 K

The Cloud X ไทยประกันชีวิต

คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ตึกสูงกลางเมืองย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ในซอยโยธี เป็นโรงเรียนทันตแพทย์เก่าแก่ของไทย ปลุกปั้นทันตแพทย์เก่งๆ ทำงานในสังคมไทยมาตั้งแต่ พ.ศ. 2517

บรรยากาศโดยรวมในอาคารค่อนข้างแปลกตา ถ้าเทียบกับสถานโรงพยาบาลรัฐอื่นๆ ที่นี่มีความโมเดิร์น ตกแต่งโทนสีขาวสบายตาไม่อึดอัด เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย มีเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัยมาก เพื่อรองรับการทำงานของอาจารย์ การเรียนของเหล่านักศึกษาทันตแพทย์ และรองรับคนไข้ในงานทันตกรรมทุกด้าน

วันนี้เรากดลิฟต์ขึ้นชั้น 9 มายังคลินิกประดิษฐ์ใบหน้าขากรรไกร คุยกับ ผศ. ดร. ทพ.ณัฐดนัย โชติประเสริฐ อาจารย์ผู้ควบคุมคลินิกประดิษฐ์ใบหน้าขากรรไกร โครงการอะไหล่มนุษย์ อะไหล่ชีวิต

อะไหล่มนุษย์ ภารกิจประดิษฐ์อวัยวะเทียมโดยหมอฟัน เติมเต็มชีวิตผู้ป่วยด้อยโอกาสนับหมื่น, มหาวิทยาลัยมหิดล

เพื่อทำความรู้จักกับภาควิชาทันตกรรมประดิษฐ์แห่งเดียวในไทย ที่มีหลักสูตรการทำอวัยวะเทียมอย่างเป็นทางการ (Maxillofacial Prosthesis Service) ทำการรักษาและเติมเต็มอวัยวะให้กับผู้ป่วยที่มีความพิการทางใบหน้าและขากรรไกร เพื่อให้พวกเขาดำเนินชีวิตในสังคมได้ตามปกติ

คุณหมอณัฐดนัยอธิบายกับเราในเบื้องต้นว่า ผู้ป่วยมีความพิการบริเวณใบหน้าและขากรรไกรมีอยู่ 2 ประเภทใหญ่ๆ 

หนึ่ง คือพิการแต่กำเนิด เช่น ผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ หรือเด็กที่มีใบหูพิการ 

และสอง ผู้ป่วยที่พิการหลังกำเนิด ผู้ที่เป็นโรคเนื้องอกชนิดต่างๆ ผู้ป่วยมะเร็งบนใบหน้า แพทย์ต้องผ่าตัดอวัยวะบางส่วนบนใบหน้าพวกเขาออกไป ทำให้ใบหน้าไม่สมบูรณ์เหมือนเดิม การรักษาโดยวิธีศัลยกรรมตกแต่งไม่สามารถแก้ไขปัญหาผู้ป่วยใบหน้าพิการทุกราย คนไข้เหล่านั้นจึงถูกส่งต่อมาให้ทีมแพทย์ที่คลินิกประดิษฐ์ใบหน้าขากรรไกร มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นคนรักษาต่อ

วันนี้เรามาทำความรู้จักศาสตร์วิชาการแพทย์ที่ยังมีคนรู้จักน้อยมากๆ ในบ้านเรา

อะไหล่มนุษย์ ภารกิจประดิษฐ์อวัยวะเทียมโดยหมอฟัน เติมเต็มชีวิตผู้ป่วยด้อยโอกาสนับหมื่น, มหาวิทยาลัยมหิดล

01

เริ่มจากความตั้งใจที่อยากให้คนไข้มีกำลังใจใช้ชีวิต

คลินิกประดิษฐ์ใบหน้าขากรรไกรแห่งนี้เกิดขึ้นได้จากความตั้งใจของ ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณทันตแพทย์เบ็ญจพจน์ ยศเนืองนิตย์ อดีตหัวหน้าภาคทันตกรรมประดิษฐ์ ที่อยากช่วยคนไข้ไม่รู้สึกกลัวการใช้ชีวิตในสังคม

ย้อนกลับไปเมื่อราว 40 ปีที่แล้ว คุณหมอเบญจพจน์ได้เดินทางไปศึกษาต่อสาขาประดิษฐ์ใบหน้าขากรรไกรที่ประเทศอเมริกา เมื่อกลับมายังประเทศไทย ท่านก็เริ่มรับคนไข้เข้ามารักษา ทำอวัยวะเทียมเพื่อเติมเต็มอวัยวะบนใบหน้า ตอนนั้นยังทำงานภายใต้คลินิกทำฟันปลอม

“คนไข้กลุ่มแรกๆ คือคนไข้กลุ่มมะเร็งใบหน้าที่ต้องตัดโพรงจมูกและตัดขากรรไกรออก หมอก็จะส่งให้ทันตแพทย์มาใส่ฟันปลอม คนไข้ที่ถูกตัดใบหน้าออกไปมาก สมัยก่อนหมอศัลยกรรมตกแต่งเขาก็จะเอาเนื้อส่วนก้นมาแปะ ซึ่งมันก็จะไม่ได้เป็นรูปร่างลักษณะของใบหน้า เป็นก้อนเนื้อมาแปะไว้เฉยๆ ซึ่งถ้าพูดในแง่ของฟังก์ชันก็ใช้งานได้ กลืนน้ำได้ ไม่สำลัก แต่ว่าเรื่องความสวยงามไม่ได้ คนไข้กลุ่มนี้จึงไม่กล้าออกไปข้างนอกหรืออยู่ในสังคม

“อาจารย์หมอเบญจพจน์ตระหนักถึงคุณภาพชีวิตของคนไข้เหล่านี้ เลยพยายามผลักดันงานแบบนี้มากขึ้น สมัยแรกๆ เราทำเฉพาะฟันปลอม คนไข้กลืนไม่ได้ก็มาทำเพดานปากให้เคี้ยวอาหารได้บ้าง ใส่ฟันปลอมได้บ้าง พออาจารย์เบญจพจน์กลับมาจากอเมริกาก็ขยายงานเพิ่มขึ้น เป็นทำใบหูเทียม ใบหน้าเทียม ดวงตาเทียม และทำเบ้าตาเทียม” คุณหมอณัฐดนัยเล่าถึงจุดเริ่มต้นเมื่อหลายสิบปีก่อนให้ฟัง

อะไหล่มนุษย์ ภารกิจประดิษฐ์อวัยวะเทียมโดยหมอฟัน เติมเต็มชีวิตผู้ป่วยด้อยโอกาสนับหมื่น, มหาวิทยาลัยมหิดล
อะไหล่มนุษย์ ภารกิจประดิษฐ์อวัยวะเทียมโดยหมอฟัน เติมเต็มชีวิตผู้ป่วยด้อยโอกาสนับหมื่น, มหาวิทยาลัยมหิดล

ศาสตร์การทำอวัยวะเทียมมีมานานแล้วที่ประเทศอังกฤษและอเมริกา มีสาขาอาชีพที่เรียกว่า Anaplastologist เป็นวิชาชีพทางการแพทย์ที่สรรค์สร้างอวัยวะเทียมอย่างสมจริง ผู้ที่จะทำอาชีพนี้ได้ต้องร่ำเรียนเป็นเวลา 4 ปี เมื่อจบออกมาก็ทำงานร่วมกับแพทย์ในโรงพยาบาล แต่ในประเทศไทยยังไม่มีคณะและวิชาชีพนี้อย่างเป็นทางการ แต่ผู้ที่ทำงานได้ใกล้เคียงที่สุดก็คือทันตแพทย์ สาขาทันตกรรมประดิษฐ์ เนื่องจากหมอทันตกรรมประดิษฐ์ต้องทำฟันปลอมหรือทำรากฟันเทียมอยู่แล้ว เป็นงานที่ต้องใช้ความเก่งทั้งศาสตร์และศิลป์

เมื่อคุณหมอเบญจพจน์รับรักษาคนไข้อยู่ได้สักระยะหนึ่ง จำนวนคนไข้ก็มากขึ้นเรื่อยๆ เกินกว่าที่กำลังหมอคนเดียวจะจัดการไหว จึงตัดสินใจรับอาจารย์มาเพิ่ม หนึ่งในนั้นคือ รศ. ทพ. หม่อมหลวงธีรธวัช ศรีธวัช ผู้เป็นหัวหน้าโครงการในปัจจุบัน พร้อมเปิดเป็นหลักสูตรแห่งแรกและแห่งเดียวในไทย สอนนักศึกษาทันตแพทย์ที่สนใจมาเรียนเฉพาะทางด้านนี้ตั้งแต่ พ.ศ. 2547 

“เราเปิดหลักสูตรครั้งแรกตอน พ.ศ. 2547 แต่ตอนนั้นยังเป็น Advanced Clinic เป็นคลินิกรวมที่หลายแผนกใช้ร่วมกัน ยังไม่มีคลินิกประดิษฐ์ใบหน้าขากรรไกรตามผังโรงพยาบาล เป็นแค่หน่วยประดิษฐ์ใบหน้าขากรรไกรเท่านั้น จนงานของเราเป็นที่รับรู้ของสังคมและของหมอจากโรงพยาบาลต่างๆ ที่ Refer คนไข้มาเยอะ ทางคณะเลยตั้งเป็นคลินิกอย่างที่เห็นทุกวันนี้ เป็นคลินิกหนึ่งในคณะทันตแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งมหาวิทยาลัยอื่นหรือโรงพยาบาลอื่นไม่มีคลินิกนี้

“มันเป็นศาสตร์ที่คนไทยไม่รู้จักเลย แล้วก็มีแพทย์ที่ทำได้น้อย ตอนนี้เราก็มีคุณหมออาสาสมัคร ซึ่งจะเป็นคุณหมอจัดฟัน คุณหมอรักษารากฟัน คุณหมออุดฟัน คุณหมอรักษาโรคเหงือก และคุณหมอตา หมอเหล่านี้เข้ามาช่วยโดยไม่ได้รับเงินสักบาท อันนี้ผมก็ต้องให้คณะทำหนังสือขอบคุณทุกปี” หมอณัฐดนัยเล่า ก่อนขอตัวไปตรวจคนไข้สักพักหนึ่ง

อะไหล่มนุษย์ ภารกิจประดิษฐ์อวัยวะเทียมโดยหมอฟัน เติมเต็มชีวิตผู้ป่วยด้อยโอกาสนับหมื่น, มหาวิทยาลัยมหิดล

02

รักษาร่างกายและรักษาใจ

คลินิกประดิษฐ์ใบหน้าขากรรไกรรับรักษาคนไข้มาแล้วนับหมื่นเคส ทีมแพทย์เจอทั้งเคสง่ายไปจนถึงเคสที่ยากมาก เช่น คุณป้าผู้ป่วยมะเร็งบนใบหน้าที่ต้องผ่านการผ่าตัด จนสูญเสียอวัยวะบนใบหน้าไปเกินครึ่ง

“ผมกับอาจารย์หม่อมดูแลเคสนั้น เป็นเคสใหญ่มากของเรา จนทีมต้องคิดกันหนักเลยว่าจะเริ่มยังไงดี หนึ่งคือจะยึดใบหน้าเขายังไง ใบหน้าเป็นโพรงจนเห็นอวัยวะข้างใน มีการเจาะเต็มไปหมดเลยครับ คนไข้ถ่ายรูปยังไม่มองกล้องเลย ประโยคแรกที่คุยกัน เขาบอกว่าคุณหมอมาช่วยชีวิตเขาทำไม เขาอยากตาย

“พอเราเจอแบบนี้ก็คิดหนักเลยว่าจะช่วยคนไข้อย่างไรดี คนไข้จะกลืนอาหารยังไงเพราะเขาไม่มีเพดานปาก ไม่มีอะไรเลย กว่าจะทำออกมาได้สำเร็จใช้เวลานานเหมือนกัน เราก็พิมพ์แบบใบหน้าเทียมที่เราทำมา มีฟันปลอม มีเพดานปาก มีอวัยวะใบหน้าทั้งหมด 

“อาจารย์หม่อมบอกเราว่า เคสนี้ใหญ่มาก สมัยอยู่อเมริกาก็ไม่เคยเจอ เรารักษาคุณป้าจนลูกสาวสนิทกับพวกผู้ช่วย ลูกสาวบอกว่า ตอนแรกคุณแม่ไม่ยอมไปไหน ไม่ยอมออกจากบ้านเลย ไม่กล้าส่องกระจก ในบ้านห้ามมีอะไรที่จะให้เห็นตัวเอง 

“ปรากฏว่าพอได้ใบหน้าไปแล้ว คุณป้าก็ออกไปไหนมาไหน คุณป้าไปตลาด ไปเที่ยวข้างนอกบ้าน และทุกครั้งที่มาเช็กอุปกรณ์ที่โรงพยาบาล ป้าจะไปสอยมะม่วงมาแจกหมอๆ ลูกสาวก็บอกว่าเขาเห็นความเปลี่ยนไปของคุณแม่เขา คุณแม่เขามีกำลังใจที่จะอยู่มากขึ้น แต่ก็นั่นแหละ ด้วยความที่เป็นมะเร็ง พออยู่ไปอีกประมาณสี่ปี มะเร็งมันกินเข้าไปถึงฐานสมอง แล้วก็ทะลุเข้าไปในสมอง” 

อะไหล่มนุษย์ ภารกิจประดิษฐ์อวัยวะเทียมโดยหมอฟัน เติมเต็มชีวิตผู้ป่วยด้อยโอกาสนับหมื่น, มหาวิทยาลัยมหิดล
อะไหล่มนุษย์ ภารกิจประดิษฐ์อวัยวะเทียมโดยหมอฟัน เติมเต็มชีวิตผู้ป่วยด้อยโอกาสนับหมื่น, มหาวิทยาลัยมหิดล

คุณหมอณัฐดนัยเล่าให้เราฟังถึงอีกเคสที่เก็บไว้สอนนักเรียนแพทย์ เป็นคุณลุงคนหนึ่งที่เจ็บปวดจากโรคมะเร็งใบหน้า เข้ามารับการรักษากับทีมคุณหมอตั้งแต่ พ.ศ. 2544

“ค่ารักษาคุณลุงประมาณล้านบาท เพราะต้องใส่จมูกเทียม สร้างเพดานปากขึ้นมาใหม่ และใส่ตัวรากเทียมยาวขึ้นไปยึดถึงกระดูกด้านในใบหน้า โดยปกติรากเทียมจะยึดแค่เหงือกกับกระดูกขากรรไกร แต่เคสนี้กระดูกขากรรไกรไม่เหลือแล้ว เลยต้องไปยึดขึ้นไปถึงกระดูกแถวโหนกแก้ม เป็นเคสที่เรามีหมอจากต่างประเทศมาทำ Life Surgery ที่แผนกศัลยศาสตร์ช่องปาก ทำ VDO Conference ได้รับความร่วมมือจากหลายๆ ภาคส่วน

“ตอนหลังมะเร็งมันขึ้นตา ก็ต้องผ่าตาออกข้างหนึ่ง เข้ามาทำอวัยวะเพิ่ม ค่ารักษาคุณลุงจริงๆ เป็นล้าน แต่คุณลุงไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพราะที่บ้านยากจน ขอสังคมสงเคราะห์จากทางคณะ ก็เป็นอีกหนึ่งเคสตำนาน คุณลุงออกรายการทีวีด้วย แกบอกว่าแกอยากมาให้ความรู้กับคนที่เจอเรื่องแบบเดียวกัน” คุณหมอเล่าพร้อมเปิดภาพการรักษาบางส่วนให้เราดู

อย่างหนึ่งที่เราเห็นชัด คือที่แห่งนี้เป็นที่รักษาทั้งร่างกายและจิตใจ ช่วยให้ผู้ป่วยรับความกระทบกระเทือนทางจิตใจลดลงหลังจากสูญเสียอวัยวะนั้นไป จนผู้ที่ได้มารับการรักษา ก็อยากถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ แบบนี้กับผู้อื่นในสังคมด้วย

อะไหล่มนุษย์ ภารกิจประดิษฐ์อวัยวะเทียมโดยหมอฟัน เติมเต็มชีวิตผู้ป่วยด้อยโอกาสนับหมื่น, มหาวิทยาลัยมหิดล

03

มุ่งมั่นต่อไปอย่างสุดกำลัง

คุณหมอณัฐดนัยพาเราไปดูอุปกรณ์ทางการแพทย์อันทันสมัยที่คลินิกมี รวมถึงวิธีการรักษาคนไข้จริงๆ ของทีมแพทย์ที่นี่ 

เช้าวันนี้มีคนไข้เข้ามาไม่เยอะนัก พวกเขากำลังนั่งรอคิวบริเวณโถงตรงกลาง อีกด้านหนึ่งเป็นห้องแล็บผลิตอวัยวะเทียม มีเจ้าหน้าที่ช่างทันตกรรมประจำการ คอยทำหน้าที่ผลิตอวัยวะเทียมตามคำสั่งของเหล่าคุณหมอทุกวัน

ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาจากที่นี่ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ด้อยโอกาสทางสังคม ยิ่งได้รับความพิการบนใบหน้า ก็ทำให้ไม่กล้าออกไปทำงานหรือใช้ชีวิตอีก เหล่าทีมแพทย์ที่คลินิกประดิษฐ์ใบหน้าขากรรไกรจึงมุ่งมั่นรักษาผู้ป่วยอย่างสุดกำลัง 

“ห้าหกปีหลังมานี้บุคลากรเราน้อย ทีมเราก็ทำได้แค่ตั้งรับ อย่างคนไข้ดวงตาเทียมมีคิวอยู่ในสต๊อกหกร้อยกว่าคน เรามีแพลนเปิดคลินิกนอกเวลา ให้คุณหมอนักศึกษาที่เรียนไปกลับมาช่วยทำ จะเริ่มเปิดเดือนหน้าในวันที่ 1 ธันวาคม ส่วนอีกหนึ่งแพลนที่ว่าจะทำ คือเป็นโครงการทำดวงตาเทียมสำเร็จรูป คิดว่าถ้าเราทำเอง ต้นทุนจะถูกลงมากๆ เพราะไม่ต้องไปซื้อจากต่างประเทศเหมือนที่เป็นอยู่

“ผมคุยกับอาจารย์หม่อมมานานแล้วล่ะ หวังอยากให้ทันตแพทย์ดูแลคนไข้กลุ่มนี้ได้ คือบรรจุลงไปในหลักสูตรทันตแพทย์เลย แต่ว่ามันก็ยากถ้าไปปรับหลักสูตรทันตแพทยศาสตร์บัณฑิต ผมก็มองว่าเป็นไปได้ไหม ถ้าให้หมอที่ไปอยู่ตามโรงพยาบาลชุมชนต่างๆ มาพัฒนาความรู้ ความสามารถ แล้วรักษาคนไข้ในที่นั่นได้เลย เพราะมีคุณหมอที่อยู่ตามชุมชนเจอคนไข้แบบนี้แล้วไม่รู้จะทำยังไง ถ้าเราเอาเข้าไปเป็นนโยบายของกระทรวงได้ เราจะมีหมอที่ทำสิ่งนี้ได้เยอะขึ้น แต่ถ้าบทความนี้ออกไปแล้วมีคุณหมอที่สนใจอยากช่วยคนไข้กลุ่มนี้ ผมยินดีมากครับ”

อะไหล่มนุษย์ ภารกิจประดิษฐ์อวัยวะเทียมโดยหมอฟัน เติมเต็มชีวิตผู้ป่วยด้อยโอกาสนับหมื่น, มหาวิทยาลัยมหิดล

Writer

นิภัทรา นาคสิงห์

ตื่นเช้า ดื่มอเมริกาโน เลี้ยงปลากัด นัดเจอเพื่อนบ่อย แถมยังชอบวง ADOY กับ Catfish and the bottlemen สนุกดี

Photographer

นินทร์ นรินทรกุล ณ อยุธยา

นินทร์ชอบถ่ายรูปมาตั้งแต่เด็ก พ่อแม่ซื้อฟิล์มให้ไม่ยั้ง ตื่นเต้นกับเสียงชัตเตอร์เสมอต้นเสมอปลาย เพื่อนชอบชวนไปทะเล ไม่ใช่เพราะนินทร์น่าคบเพียงอย่างเดียวแน่นอน :)

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load