วันก่อนมีทายาทผู้ประกอบการท่านหนึ่งมาปรึกษาดิฉันเรื่องธุรกิจที่บ้าน ครอบครัวเขาทำกิจการค้าขายอะไหล่รถยนต์กว่า 30 ปี แต่ปัจจุบันธุรกิจโดนบริษัทขนาดใหญ่เข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดบ้าง ร้านค้าบางรายขายสินค้าตัดราคาบ้าง

ฟังแล้วรู้สึกเครียดแทน

ดิฉันนึกถึงบริษัทญี่ปุ่นแห่งหนึ่งที่ทำกิจการให้เช่าพื้นที่คลังสินค้าขนาดกลาง บริษัทนี้เคยประสบความสำเร็จในอดีต แต่โดนดึงเข้ามาพัวพันในสงครามราคา ทำให้ผลประกอบการแย่ลงเรื่อยๆ และสู้บริษัทขนาดใหญ่ไม่ได้

ทว่าบริษัทนี้ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง จนทำให้บริษัทกลายมาเป็นผู้นำในตลาดใหม่ได้อีกครั้ง

ขอยืนยันว่าท่านจะไม่มีทางเดาได้เลยว่าบริษัทนี้เปลี่ยนจากให้บริการคลังสินค้าไปทำอะไร

ธุรกิจท่านใดกำลังอยู่ในช่วงท้าทาย เรื่องราวของบริษัทนี้อาจให้คำใบ้อะไรบางอย่างแก่ท่านค่ะ

ว่าด้วยบริษัท Warehouse TERRADA

Warehouse TERRADA ก่อตั้งขึ้นใน ค.ศ. 1950 เป็นบริษัทแรกในญี่ปุ่นที่ได้รับการอนุมัติจากกระทรวงที่ดินและการขนส่งในการทำกิจการคลังสินค้า ธุรกิจหลักของบริษัท Terrada คือธุรกิจรับฝากสินค้าจากบริษัทอื่นๆ และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

กิจการคลังสินค้าเป็นธุรกิจที่สร้างความแตกต่างได้ยาก เนื่องจากบริษัทมีหน้าที่เพียง ‘รับฝากสินค้า’ และ ‘จัดส่งสินค้า’ นั้นให้ลูกค้าเท่านั้น ในช่วงหลังบริษัทหลายแห่งจึงพยายามดึงลูกค้าโดยการลดราคาแข่งกัน

นั่นทำให้บริษัทขนาดกลางอย่าง Terrada ไม่สามารถสู้บริษัทคลังสินค้าขนาดใหญ่ได้

ทายาทรุ่นสองของบริษัทในตอนนั้นตัดสินใจให้ นายโยชิฮิสะ นากาโนะ ที่ปรึกษาของบริษัท ก้าวขึ้นมารับตำแหน่ง CEO

TERRADA, บริษัทญี่ปุ่น

CEO ลึกลับ

พนักงานส่วนใหญ่ไม่เคยเห็นนากาโนะมาก่อน พวกเขารู้เพียงแค่ในรายงานประจำปีจะมีที่ปรึกษาบริษัทชื่อนายนากาโนะอยู่ แต่ไม่เคยเจอหน้ากัน จนพนักงานลือกันว่านายนากาโนะนี้อาจเป็นเพียงชื่อปลอมๆ ที่เจ้านายของพวกเขาใส่เข้าไปในรายงาน

จนวันที่นายนากาโนะก้าวเข้ามาในบริษัท ทุกคนถึงรับรู้ได้ว่าเขามีตัวตนจริงๆ

TERRADA, บริษัทญี่ปุ่น

ภาพ : www.businessinsider.jp

นากาโนะเคยอยู่ฝ่ายจัดซื้อของห้างอิเซตัน แล้วออกไปทำบริษัทแฟชั่นรายใหญ่ของญี่ปุ่น เขาช่วยดูแลตลาดนิวยอร์กและปารีส วันหนึ่งผู้บริหารบริษัท Rebar กลุ่มบริษัทขนาดยักษ์ใหญ่ในไต้หวัน ได้มาฟังนากาโนะบรรยาย พวกเขาจึงตัดสินใจจีบนากาโนะให้ไปช่วยบริหารห้างสรรพสินค้าในไต้หวัน นากาโนะทำงานอยู่ที่ไต้หวันพักใหญ่ จนเพื่อนของเขาซึ่งก็คือผู้บริหารบริษัท Terrada ขอให้มาช่วยกิจการ

หลังก้าวเข้ามาดำรงตำแหน่ง CEO สิ่งแรกที่นากาโนะทำคือ ขายกิจการที่ไม่สร้างกำไรทิ้ง และหาที่ทำงานใหม่ให้กับพนักงาน ภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี จำนวนพนักงานลดลงจาก 1,000 คน เหลือเพียงแค่ 100 คนเท่านั้น ยอดขายก็ลดลงไป 1 ใน 7 เท่า

แต่สิ่งที่บริษัทได้กลับมาคือ เงินในมือ …ซึ่งมากกว่าเดิม 8 เท่า

นากาโนะเอาเงินก้อนนี้ไปทำอะไร

พลิกความเชื่อเดิมของวงการ

หัวใจของธุรกิจคลังสินค้าคือการเคลื่อนย้ายสินค้าอย่างรวดเร็ว เนื่องจากพื้นที่คลังมีจำกัด กำไรของธุรกิจวงการนี้มาจากการรับฝากและจัดส่งสินค้า ยิ่งหมุนสินค้าได้ไวยิ่งมีกำไรมาก

แต่นากาโนะกลับเปลี่ยนวิธีทำธุรกิจแบบใหม่ คือ การทำคลังสินค้าที่ ‘ไม่ต้องเคลื่อนย้าย’ สินค้าเลย

เขาเปลี่ยนจากธุรกิจ Business-to-business มาสร้างบริการเพื่อผู้บริโภค (B2C) แทน

เดิมบริษัท Terrada รับฝากสินค้าประเภทงานศิลปะอยู่แล้ว นากาโนะจึงตัดสินใจลงทุนเพิ่ม โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและบริษัท IT เจ้าอื่น สร้างคลังสินค้าที่สามารถรักษาระดับอุณหภูมิและความชื้นได้อย่างเหมาะสม จากนั้นก็เริ่มรับลูกค้าบุคคลทั่วไปที่รักการสะสมงานศิลปะ หนังและเพลง หรือไวน์

TERRADA, บริษัทญี่ปุ่น TERRADA, บริษัทญี่ปุ่น

 คลังสินค้าที่รับฝากงานศิลปะ
ภาพ : terrada-art-assist.co.jp

TERRADA, บริษัทญี่ปุ่น

บริการขนย้ายงานศิลปะ
ภาพ : terrada-art-assist.co.jp

จากพื้นที่ว่างที่เอาไว้วางสินค้า นากาโนะเพิ่มมูลค่าให้กับพื้นที่เหล่านั้น

ยกตัวอย่างบริการเก็บไวน์ หากนากาโนะทำเพียงรับฝากไวน์ บริการของเขาคงแทบไม่ต่างอะไรกับห้องเก็บไวน์ในบ้านเศรษฐีทั่วไป

TERRADA, บริษัทญี่ปุ่น

ภาพ : terradawinestorage.com

แต่ห้องเก็บไวน์แห่งนี้มีการรักษาระดับอุณหภูมิให้คงที่ เหมาะกับการเก็บไวน์มากที่สุด

ไวน์เป็นสินค้าที่ยิ่งเก็บก็ยิ่งมีคุณค่า หากได้รับการเก็บรักษาอย่างเหมาะสม ราคาไวน์ก็จะเพิ่มขึ้นทวีคูณเมื่อเวลาผ่านไป

แต่นากาโนะไม่ได้หยุดอยู่เพียงเท่านี้

หากเศรษฐีคนไหนต้องการนำไวน์ไปดื่มฉลองที่บ้านพักตากอากาศ บริษัท Terrada สามารถจัดส่งไวน์ที่รับฝากไปถึงปลายทางได้ภายในวันเดียวกัน เช่น สั่งบ่าย 2 จะได้รับไวน์ภายใน 1 ทุ่มแน่นอน

นอกจากนี้ บริษัทยังถ่ายภาพไวน์ของลูกค้าแต่ละขวดจัดเก็บเป็นข้อมูล ทั้งชื่อไวน์และปีที่ผลิต เพื่อให้ลูกค้าดูไวน์ที่ตนเองฝากไว้ได้ง่าย อวดคอลเลกชันไวน์ตนเองให้เพื่อนดูผ่านโทรศัพท์มือถือหรือหน้าเว็บไซต์ได้เลย

TERRADA, บริษัทญี่ปุ่น TERRADA, บริษัทญี่ปุ่น

คอลเลกชันไวน์ส่วนตัว
ภาพ : terradawinestorage.com

ที่สำคัญ Terrada ยังมีบริการ ‘Alarm เตือนดื่ม’ คือช่วยเตือนว่าไวน์ขวดดังกล่าวควรดื่มช่วงปีไหน และยังแสดงราคาตลาดของไวน์รุ่นนั้นๆ อีกด้วย

บางครั้งก็มีการจัดอีเวนต์เชิญซอมเมอลิเยร์ระดับท็อปมาให้คำแนะนำเรื่องไวน์ ทำให้ลูกค้ายิ่งอยากซื้อและอยากฝากไวน์มากยิ่งขึ้น

เมื่อบ้านไม่มีที่เก็บ

บริการใหม่อีกบริการคือ Minikura อ่านว่า มินิคุระ แปลว่า คลังสินค้าขนาดจิ๋ว Minikura เป็นบริการรับฝากของสำหรับบุคคลทั่วไป บ้านไหนมีของเล่นเด็ก เสื้อผ้าที่ไม่ใช้แล้ว หรือหนังสือที่ไม่จำเป็น แต่ยังตัดใจทิ้งไม่ได้ ก็ใส่ลังแล้วส่งไปฝากที่คลังสินค้าของ Terrada ได้

TERRADA, บริษัทญี่ปุ่น

ภาพ : cowcamo.jp

ความน่าสนใจคือ ลูกค้าเพียงแค่ใส่ของลงในกล่องแล้วส่งไปที่คลังสินค้าเท่านั้น ค่าบริการรับฝาก คือเดือนละ 200 เยน (ประมาณ 60 บาท) ไม่ต้องเสียค่าจัดส่งทั้งตอนส่งไปและตอนให้บริษัทส่งกลับ

นั่นแปลว่า หากลูกค้ายิ่งฝากนาน บริษัท Terrada ก็จะยิ่งมีกำไรมากขึ้น

นอกจากนี้ ปัญหาหนึ่งของคนที่อยากฝากของคือ จำไม่ได้ว่าใส่อะไรไว้ในกล่องบ้าง ขี้เกียจเขียนหน้ากล่อง ขี้เกียจถ่ายภาพบันทึกเอาไว้

บริษัท Terrada จึงอาสาช่วยทำให้ เพียงแค่เสียค่าบริการรายเดือนเพิ่มอีก 50 เยน เป็น 250 เยน (ประมาณ 80 บาท) พนักงานก็จะเปิดกล่อง หยิบสินค้าแต่ละชิ้นมาถ่ายรูป เขียนชื่อสินค้า และอัพขึ้นระบบให้ ลูกค้าก็สามารถเปิดเว็บหรือแอพฯ มาดูได้ง่ายๆ ว่าฝากของอะไรไว้บ้าง

TERRADA, บริษัทญี่ปุ่น

หน้าตาสินค้าที่ฝากไว้ ดูได้ทันทีว่าเราเคยฝากอะไรไว้บ้าง
ภาพ : cowcamo.jp

TERRADA, บริษัทญี่ปุ่น

หน้าตา Minikura ทั้งหลายคงจะเก๋มาก หากเราอวดเพื่อนได้ว่า ‘ฉันฝากของไว้ที่โกดังส่วนตัว’
ภาพ : www.projectdesign.jp

Minikura เริ่มให้บริการตั้งแต่ ค.ศ. 2012 ภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี บริษัทมีจำนวนสมาชิกสูงถึง 1.75 แสนคน และมีกล่องที่รับฝากมากถึง 5.25 แสนกล่องแล้ว

เมื่อธุรกิจเติบโตได้ดี Minikura เริ่มไปพาร์ตเนอร์กับบริษัทอื่นๆ และให้บริการที่เกินกว่าเพียงแค่รับฝากสินค้าเท่านั้น เช่น การพาร์ตเนอร์กับร้านซักแห้ง หากลูกค้าฝากเสื้อกันหนาวไว้ เมื่อถึงเวลาที่จะใช้ก็ขอให้บริษัทเปิดกล่อง และช่วยส่งไปซักก่อนจะส่งไปถึงมือลูกค้าได้

พาร์ตเนอร์อีกรายคือ Yahoo Auction ลูกค้านำสินค้าตนเองไปประมูลขายในเว็บ Yahoo! ได้ เพียงแค่คลิกจากหน้าเว็บตนเองเพียงคลิกเดียว

นอกจากนี้ บริษัท Terrada ยังพาร์ตเนอร์กับ Bandai บริษัทของเล่นขนาดยักษ์ใหญ่ในญี่ปุ่น บริษัทช่วยออกแบบกล่องขนาดพิเศษที่พอดีกับกล่องหุ่นฟิเกอร์ได้ เป็นบริการที่โดนใจนักสะสมฟิเกอร์ที่มีหุ่นล้นตู้จนไม่มีที่เก็บ

TERRADA, บริษัทญี่ปุ่น

ภาพ : irorio.jp

บริการนี้ช่วยให้สาวกฟิเกอร์เก็บโมเดลที่สะสมไว้ในที่ที่ปลอดภัย ขณะเดียวกันก็ดูได้ทางออนไลน์ว่าเราฝากหุ่นตัวไหนไว้บ้าง และแชร์ให้เพื่อนนักสะสมดูได้

หากต้องการนำไปขายต่อก็ขอให้ Minikura เปิดกล่อง นำไปลงในเว็บประมูลสินค้า และขายต่อได้ทันที บริษัท Terrada จะจัดส่งให้จากคลังสินค้า ลูกค้าไม่ต้องส่งกลับมาที่บ้านตนเอง และไม่ต้องแพ็กของเองอีกด้วย

ส่วนบริษัทของเล่นอย่าง Bandai ได้แต่นั่งยิ้ม เพราะเมื่อลูกค้ามีที่เก็บหุ่นแล้ว พวกเขาก็สามารถซื้อหุ่นตัวใหม่ๆ มาเพิ่มในคอลเลกชันได้ต่อโดยไม่ต้องห่วงเรื่องพื้นที่เก็บอีกต่อไป

อ่านมาถึงตรงนี้ ตกลงบริษัท Terrada ยังเป็นเพียงบริษัทที่รับฝากสินค้าหรือเปล่านะ

Makoto Lesson

ผลประกอบการ เช่น ยอดขาย กำไร เป็นสิ่งที่สะท้อนคุณค่าขององค์กร

ผลประกอบการดี แปลว่าบริษัทช่วยเหลือลูกค้าได้ดี ผลประกอบการลดลง แปลว่ามีบริษัทอื่นที่สร้างประโยชน์ให้กับลูกค้าได้ดีกว่าเรา

เพราะฉะนั้น เมื่อธุรกิจเริ่มติดขัด สิ่งสำคัญมิใช่การทำโปรโมชันหรือกระโดดลงไปร่วมในสงครามราคา แต่คือการกลับมาทบทวนคุณค่าของธุรกิจตนเอง

คุณค่าของเรา …ดีพอสำหรับลูกค้าแล้วหรือยัง

Terrada เคยเกิดมาเพื่อเก็บสินค้าให้บริษัทต่างๆ แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป ‘คุณค่าของ Terrada’ กลับค่อยๆ ลดลงเมื่อเทียบกับคู่แข่ง

สิ่งที่ Terrada ทำคือการสร้างคุณค่าใหม่ให้กับธุรกิจ เปลี่ยนจากคุณค่าด้านการ ‘เก็บและจัดส่งสินค้า’ มาเป็น ‘การจัดระเบียบสินค้าและข้อมูลเกี่ยวกับสินค้านั้นๆ’

ลูกค้าสามารถดูของที่ตนฝากและได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับสินค้านั้นๆ เช่น บริการเตือนให้ดื่มไวน์ หรือข้อมูลราคาตลาดไวน์ในปัจจุบัน

นอกจากนี้ Terrada สร้างคุณค่าใหม่ให้กับคลังสินค้าอีกด้วย นั่นคือการสร้าง ‘การสื่อสาร’

นักสะสมไวน์เล่าเรื่องไวน์ของเขาให้เพื่อนฟังได้ นักสะสมของเล่นขายหุ่นจำลองของตนเองให้เพื่อนที่ถูกใจได้

ไม่น่าแปลกใจที่วันนี้กิจการ Warehouse TERRADA เติบโตขึ้นเรื่อยๆ และมีแต่คนอยากขอมาเป็นพาร์ตเนอร์ด้วย

นั่นเป็นเพราะคุณค่าใหม่ที่บริษัทนำเสนอนั้นสำคัญสำหรับลูกค้านั่นเอง

“ผมจะสร้างธุรกิจที่พวกเราอยากทำ และกำหนดราคาได้ด้วยตนเอง ถ้าลูกค้ายังไม่ยอมซื้อ ก็จะยกระดับคุณภาพขึ้นไปอีก” – โยชิฮิสะ นากาโนะ

Writer

เกตุวดี Marumura

อดีตนักเรียนทุนรัฐบาลญี่ปุ่นผู้หลงใหลในการทำธุรกิจแบบยั่งยืนของคนญี่ปุ่น ปัจจุบัน เป็นอาจารย์สอนการตลาดที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Photographer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Makoto Marketing

หลักสูตรการตลาดแบบจริงใจสไตล์ญี่ปุ่น

ระหว่างที่ดิฉันนั่งอ่านใบสมัคร The Cloud School หลักสูตรริเน็นรุ่นที่ 5 อยู่ พบว่าผู้สมัครหลายท่านทำงานด้านการออกแบบและสถาปัตยกรรม มานั่งนึกดูดี ๆ ดิฉันเขียนบทความใน The Cloud มา 4 ปีแล้ว แทบไม่เคยเขียนถึงบริษัทออกแบบเท่าไหร่เลย 

นั่งนึก ๆ ดู ก็นึกถึงบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งดิฉันเรียกในใจว่า บริษัทรับออกแบบ ‘ความสุข’ เป็นบริษัทที่ทำให้ลูกค้าที่บรีฟงาน ผู้บริโภค ตลอดจนพนักงาน ยิ้มกันแก้มปริทีเดียว 

Orange & Partners 

ทำไมถึงตั้งชื่อบริษัทว่า Orange 

Orange & Partners บริษัทรับออกแบบความสุขแบบเซอร์ไพรส์ของ Kundo Koyama ผู้สร้างคุมะมง
ภาพ : www.orange-p.co.jp

ช่วงระหว่างกลางคืนกับกลางวัน มีดวงอาทิตย์ค่อย ๆ ส่องแสง

ช่วงระหว่างกลางวันกับกลางคืน ก็มีดวงอาทิตย์กำลังตกดิน 

ในช่วงจังหวะระหว่างกาลเวลาที่ไม่แน่ชัดนัก แต่ท้องฟ้ากลับค่อย ๆ เปลี่ยนสี ภาพตรงหน้า ปรากฏเป็นท้องฟ้าถูกย้อมเป็นสีส้ม 

สำหรับพวกเราแล้ว สีส้ม จึงเป็นสีของ ‘ความไม่แน่ชัด’ และ ‘ความประทับใจ’ 

ส่วนคำว่า Partners มาจากหลักคิดว่า บริษัทต้องการเติบโตไปพร้อมกับลูกค้า 

นี่คือที่มาของบริษัทรับออกแบบความสุขที่ชื่อ ‘Orange & Partners’ 

บริษัท Orange & Partners ก่อตั้งขึ้นในปี 2006 โดยคุณ Kundo Koyama นักเขียนบทและนักวางแผนชื่อดัง (เป็นหนึ่งในคนที่มีส่วนสร้างหมีคุมะมง และเป็นผู้เขียนบทหนังเรื่อง The Departures

Orange & Partners บริษัทรับออกแบบความสุขแบบเซอร์ไพรส์ของ Kundo Koyama ผู้สร้างคุมะมง
ภาพ : www.orange-p.co.jp

คุณ Koyama บอกว่า บริษัทเขาสรุปไว้ได้ด้วย 2 คำ คือ Surprise และ Happiness 

ในเว็บไซต์ของบริษัทเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า พวกเขาปรารถนาจะเป็นพื้นที่แห่งความรัก ที่สร้างประโยชน์ให้กับโลก 

ลักษณะงานของที่นี่คือ งานออกแบบวางแผนการสื่อสาร ให้คำปรึกษาด้านแบรนด์ และให้คำปรึกษา เช่น มีบริษัทแห่งหนึ่งต้องการทดลองสร้างโรงแรมเพื่อรองรับตลาด Long Stay ทาง Orange & Partners ก็ช่วยออกแบบแนวคิดของโรงแรมนี้ให้อยู่กึ่งกลางระหว่างการพักสั้น ๆ กับการอยู่ระยะยาว 

Orange & Partners บริษัทรับออกแบบความสุขแบบเซอร์ไพรส์ของ Kundo Koyama ผู้สร้างคุมะมง
Orange & Partners บริษัทรับออกแบบความสุขแบบเซอร์ไพรส์ของ Kundo Koyama ผู้สร้างคุมะมง
Orange & Partners บริษัทรับออกแบบความสุขแบบเซอร์ไพรส์ของ Kundo Koyama ผู้สร้างคุมะมง
ภาพ : www.orange-p.co.jp

แขกพักที่นี่นานเท่าใดก็ได้ อาจจะมา Workcation ที่นี่ วันธรรมดา ทำงาน วันหยุด ก็ออกไปเดินเที่ยวในเมืองบ้าง คุยกับคนในเมืองบ้าง ทุกห้องมีห้องครัวและมีเครื่องซักผ้าอยู่ตรงพื้นที่ส่วนกลาง ได้ทำงานที่สงบ ๆ และได้เรียนรู้ชีวิตความเป็นอยู่ในท้องถิ่นด้วย 

อีกโครงการหนึ่ง คือ การออกแบบเครื่องประดับให้แบรนด์เก่าแก่ของเยอรมัน ชื่อ GROSSE ทาง Orange & Partners วางแนวคิดเครื่องประดับนี้เป็น ‘การทบทวน 1 ปีที่ผ่านมา และตัดสินใจเส้นทางในอนาคต’ 

Orange & Partners บริษัทของ Kundo Koyama ผู้สร้างคุมะมง ที่จะทำงานให้ลูกค้า ผู้บริโภค และพนักงาน สุขจนยิ้มแก้มปริ
Orange & Partners บริษัทของ Kundo Koyama ผู้สร้างคุมะมง ที่จะทำงานให้ลูกค้า ผู้บริโภค และพนักงาน สุขจนยิ้มแก้มปริ
ภาพ : www.orange-p.co.jp
Orange & Partners บริษัทของ Kundo Koyama ผู้สร้างคุมะมง ที่จะทำงานให้ลูกค้า ผู้บริโภค และพนักงาน สุขจนยิ้มแก้มปริ
ภาพ : www.grosse-onlineshop.com


สร้อยนี้มีชื่อว่า ‘Dear Future” แฝงความหมายถึงตัวฉันในอนาคต ในล็อกเก็ต มีคำ 5 คำให้เลือก ได้แก่ Faith (ฉันจะสร้างศรัทธา) Calm (ฉันจะใช้ชีวิตอย่างสงบ) True (เป็นตัวของตัวเอง รักตัวเอง) Luck (พบโชคดี) Leap (เติบโตอย่างก้าวกระโดด) เป็นเครื่องประดับที่ทุกครั้งที่สวมใส่ ก็จะนึกถึงภาพตนเองในอนาคต 

นอกจากนี้ หากสั่งซื้อทางออนไลน์ จะมีช่องให้เขียนจดหมายหาตนเองในอีก 1 ปีข้างหน้า เมื่อเวลาผ่านไป 1 ปี ทางระบบจะจัดส่งจดหมายฉบับนี้ให้ผู้ซื้อ สมคอนเซ็ปต์ Dear Future 

ความเชื่อของบริษัท

บริษัท Orange & Partners มีความเชื่อว่า งานคิดไอเดียและวางแผนกลยุทธ์นั้น เป็นบริการให้ใครสักคน ขณะเดียวกันก็แฝงความปรารถนาดีด้วย งานที่ดี จะทำให้ผู้คนรู้สึกประทับใจหรือตื่นเต้น และกลายเป็นการส่งต่อความรู้สึกร่วม เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน หรือสร้างเส้นทางใหม่ ๆ ได้

งานวางแผนที่ดี จะช่วยให้ชีวิตผู้คนดีขึ้น อย่างกรณีโรงแรมข้างต้น นักท่องเที่ยวก็ได้มาเที่ยว พัก ทำงาน เรียนรู้วัฒนธรรมเก่าแก่ คนในชุมชนก็รู้สึกภูมิใจในเมืองตนเอง มีการสื่อสารแลกเปลี่ยนกับคนต่างถิ่นบ้าง 

นอกจากนี้ บริษัทเชื่อมั่นว่า ผลงานของพวกเขาจะทำให้ผู้คนทั่วโลกรู้สึกอบอุ่นได้ 

Orange & Partners บริษัทของ Kundo Koyama ผู้สร้างคุมะมง ที่จะทำงานให้ลูกค้า ผู้บริโภค และพนักงาน สุขจนยิ้มแก้มปริ
Orange & Partners บริษัทของ Kundo Koyama ผู้สร้างคุมะมง ที่จะทำงานให้ลูกค้า ผู้บริโภค และพนักงาน สุขจนยิ้มแก้มปริ

ปณิธานของ Orange & Partners คือการสร้างโลกที่มีเรื่องเซอร์ไพรส์ (ดี ๆ) และมีความสุข ผ่านงานสื่อสาร และเป็นพื้นที่แห่งความรักที่สร้างประโยชน์ให้กับโลกนี้ 

บริษัทนี้จึงไม่รับงานที่เป็นงานครีเอทีฟ แต่ดังเปรี้ยงปร้างแค่ระยะเวลาสั้น ๆ พวกเขาต้องการสร้างผลงานที่ทำให้ผู้คนรู้สึกประทับใจและอยู่ในความทรงจำของผู้คน เช่น การสร้างแบรนด์หรือการออกแบบโรงแรมที่อยู่ร่วมกับท้องถิ่นได้ 

การสร้างทีมที่จะไปสร้างเซอร์ไพรส์

ถึงตรงนี้ บริษัท Orange & Partners ดูเป็นบริษัทที่คิดดี ทำดีอย่างจริงจังมาก แต่จริง ๆ แล้ว บรรยากาศในการทำงาน มีแต่ความสมัครสมานกลมเกลียวและเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ 

ที่นี่มีการจัดอีเวนต์ต่าง ๆ บ่อยมาก ทั้งการไปชมดอกไม้ การไปเที่ยวด้วยกัน การอบรม ตลอดจนปาร์ตี้สังสรรค์ต่าง ๆ 

แต่สิ่งหนึ่งที่บริษัทให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวด และทำมาตลอดตั้งแต่ตั้งบริษัทใหม่ ๆ คือ การเซอร์ไพรส์วันเกิดเพื่อนพนักงาน

ในช่วงแรก มีพนักงานเพียง 7 คน ทุกคนก็ช่วยกันคิดไอเดียเซอร์ไพรส์เจ้าของวันเกิดเวียนกันไป ปัจจุบัน แม้พนักงานจะมีจำนวนมากขึ้นเป็นเกือบ 30 คน พนักงานทุกคนก็ยังแบ่งหน้าที่กันรับผิดชอบเซอร์ไพรส์อยู่ 

ยกตัวอย่างการเซอร์ไพรส์ซาโตชิน พนักงานชายแผนกบัญชี

วันหนึ่งหลังประชุมเสร็จ บอร์ดบริษัทท่านหนึ่งบอกซาโตชินว่า “ซาโตชิน มีลูกค้าขอให้ออก Invoice แบบด่วนสุด ๆ ผมกดเข้าระบบไปแล้ว ฝากคุณช่วยทำเอกสารต่อนะ” 

ซาโตชินก็ตาลีตาเหลือกไปเปิดคอม แต่พอดูรายการที่ต้องออกใน Invoice แล้ว ช่องรายละเอียดเขียนว่า 

“ความพยายามของซาโตชินในการช่วยให้ทุกคนทำงานได้ราบรื่น… Priceless”

“ความใจดีเหมือนคุณพ่อที่พร้อมให้คำปรึกษาเสมอ… Priceless”

“น้ำเสียงอันอบอุ่นนุ่มนวลของซาโตชิน… Priceless”

มีรายละเอียดยาวขนาดนี้ จากนั้น ก็มีวิดีโอฉายขึ้นมา เป็นภาพบอร์ดบริษัทท่านนั้นไปขอพรศาลเจ้าเพื่อให้ซาโตชินสอบวุฒิด้านบัญชีผ่าน และซื้อเครื่องราง (แน่นอนว่า ถ่ายโดยบอร์ดท่านนั้น) 

ส่วนเพื่อน ๆ คนอื่นก็เดินเอาแก้วที่มีลายวาดหน้าเหมือนของซาโตชินมาให้ เพราะเขาเป็นคนชอบดื่มสาเก 

Orange & Partners บริษัทของ Kundo Koyama ผู้สร้างคุมะมง ที่จะทำงานให้ลูกค้า ผู้บริโภค และพนักงาน สุขจนยิ้มแก้มปริ
ภาพ : www.instagram.com/orange_and_partners

ส่วนการเซอร์ไพรส์ท่านประธานบริษัทนั้น ก็มีการเล่นใหญ่ไฟกะพริบเสมอ ๆ เช่น การสกรีนหน้าประธานบนรถหาเสียงและขับมาเซอร์ไพรส์ 

Orange & Partners บริษัทของ Kundo Koyama ผู้สร้างคุมะมง ที่จะทำงานให้ลูกค้า ผู้บริโภค และพนักงาน สุขจนยิ้มแก้มปริ
ภาพ : www.orange-p.co.jp

ส่วนอีกปีก็มีการฟอร์มทีม รวมพนักงานบริษัทในเครือทั้งหมด วิ่งผลัดกันจากจังหวัดโตเกียวไปยังจังหวัดนารา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของท่านประธาน เป็นระยะทางประมาณ 500 กิโลเมตร 

ท่านประธานซึ่งเปิดบ้านเลี้ยงฉลองทุกคนอยู่แล้วนั้น ก็ได้เห็นคลิปวิดีโอที่พนักงานทุกคนแบ่งหน้าที่กัน ผลัดกันวิ่ง แล้วนักวิ่งคนสุดท้ายก็วิ่งเข้ามาเอาของขวัญมาให้ท่านประธาน 

คุณ Kundo Koyama เชื่อว่า การเซอร์ไพรส์ใครสักคนนั้นต้องใช้พลังสูงมาก ต้องแคร์คนคนนั้นจริง ๆ ต้องแอบสังเกต คอยเข้าใจ และเดาว่าทำอย่างไรคนคนนั้นถึงจะดีใจ เขาจึงตั้งใจฝึกให้พนักงานมีทักษะเช่นนี้ ยิ่งสนุกกับการเซอร์ไพรส์ ก็ยิ่งทำงานได้ดี 

จากกิจกรรมเซอร์ไพรส์วันเกิด (ซึ่งมีแทบทุกเดือน เดือนละหลายครั้ง) นี้ ชาว Orange & Partners จึงมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สนุกกับการเล่น สนุกกับการทำงาน และแน่นอนว่า สนุกในการสร้างความสุขให้ลูกค้าและทุกคนที่เกี่ยวข้องนั่นเอง 

ความเชื่อที่ชัดเจน บวกกับการมีกิจกรรมที่ทำให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วม และสนุกกับการทำให้ผู้อื่นมีความสุข ทำให้บริษัท Orange & Partners ค่อย ๆ เติบโต และเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างวงจรความสุข (แบบเซอร์ไพรส์!) ให้เกิดขึ้นได้กว่า 16 ปี

www.orange-p.co.jp/english/

Writer

เกตุวดี Marumura

อดีตนักเรียนทุนรัฐบาลญี่ปุ่นผู้หลงใหลในการทำธุรกิจแบบยั่งยืนของคนญี่ปุ่น ปัจจุบัน เป็นอาจารย์สอนการตลาดที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load