‘หวานนวล’ เป็นคาเฟ่ขนาด 1 โต๊ะใหญ่ บวก 1 โต๊ะย่อย ที่ตั้งอยู่ในซอยแคบๆ ย่านสาทร แสงเงาในพื้นที่เล็กๆหลังผ้าม่านสีขาวให้บรรยากาศอุ่นๆ เหมือนอยู่ในคาเฟ่จากนิยายญี่ปุ่นสักเรื่อง 

หวานนวลคาเฟ่ เสิร์ฟขนมไทยประเภทที่คนคุ้นเคย เช่น สังขยาใบเตย กะหรี่ปั๊บ ตะโก้ ข้าวเหนียวเปียกลำไย และมีเครื่องดื่มเป็นกาแฟและชาจากแหล่งต่างๆ

หวานนวลคาเฟ่ คาเฟ่ขนมไทยตามใจตัวเองที่ตั้งใจจะไม่เปิดทุกวัน
หวานนวลคาเฟ่ คาเฟ่ขนมไทยตามใจตัวเองที่ตั้งใจจะไม่เปิดทุกวัน

หวานนวลคาเฟ่ เปิดให้บริการเพียงเดือนละ 2 สัปดาห์ ไม่สัญญาว่าจะเปิดทุกเดือน แต่สัญญาว่าจะแจ้งวันเปิดและปิดล่วงหน้าเสมอ

“ก็มันมีอีกหลายอย่างที่ต้องทำ” นวล-พาฝัน ศุภวานิช เจ้าของคาเฟ่แห่งนี้บอกเราอย่างอารมณ์ดี 

หวานนวลคาเฟ่ คาเฟ่ขนมไทยตามใจตัวเองที่ตั้งใจจะไม่เปิดทุกวัน

นวลเป็นบรรณาธิการสำนักพิมพ์วงกลมที่ขึ้นชื่อเรื่องการทำหนังสือท่องเที่ยว และเธอก็รักการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ นอกจากการทำหนังสือที่ทำให้เธอเดินทางทีครั้งละนานๆ แล้ว เธอยังต่อยอดการทำเนื้อหาไปเป็นการจัดทริปพาคนไปเที่ยวด้วย และในอีกมุมหนึ่ง นวลก็สนใจเรื่องอาหาร นวลเปิดคลาสสอนทำขนมอยู่บ่อยๆ และหลายทริปที่จัดก็มีเรื่องอาหารการกินเข้ามาเป็นแกนกลาง

การเปิดหวานนวลคาเฟ่เป็นโปรเจกต์ที่เพิ่มเข้ามาใหม่ เพื่อสนับสนุนโปรเจกต์อื่นๆ ของเธอให้สนุกยิ่งขึ้น หลายคนกลัวว่าการเปิดคาเฟ่จะทำให้ต้องคอยเฝ้าร้าน จะไปไหนก็ลำบาก แต่เพราะนวลไม่สามารถจะยอมอยู่กับที่ เงื่อนไขการทำคาเฟ่ของนวลเลยต่างจากคาเฟ่ทั่วไป

นวลบอกว่า “เราก็ยังอยากเดินทาง อยากเขียนหนังสือ อ่านหนังสือ เจอเพื่อน ดูซีรีส์ หรือไม่ก็ทดลองสูตรอาหารใหม่ๆ และเชื่อว่าการเปิดคาเฟ่มันก็ยังอนุญาตให้เราทำแบบนั้นได้” นวลยืนยัน

หวานนวลคาเฟ่ คาเฟ่ขนมไทยตามใจตัวเองที่ตั้งใจจะไม่เปิดทุกวัน

01

นวลเชื่อว่าขนมหวานไม่ใช่ของที่ควรจะกินทุกวัน ฉะนั้น หวานนวลคาเฟ่ก็ไม่ต้องเปิดทุกวันทั้งปีก็ได้

“ขนมเนี่ย กินสัปดาห์ละสองครั้งก็พอ และหลังสี่โมงก็ไม่ควรกินแล้ว” นวลแบ่งปันแนวคิดเรื่องการบริโภคขนมให้พอดีในวัยผู้ใหญ่ ซึ่งดูขัดกับตำแหน่งเจ้าของคาเฟ่ที่ควรจะเชียร์แขกให้มากกว่านี้

นวลเล่าว่าการทำหวานนวลคาเฟ่ไม่ได้มีโจทย์เป็นความต้องการของตลาด แต่มีโจทย์เป็นเงื่อนไขจากตัวเธอที่ตั้งใจทำคาเฟ่แบบที่อยากทำ และต้องเป็นรูปแบบที่ดำเนินการได้ด้วยคนเพียงหนึ่งคน 

หวานนวลคาเฟ่ คาเฟ่ขนมไทยตามใจตัวเองที่ตั้งใจจะไม่เปิดทุกวัน

นวลเลยวางแผนทุกอย่างมาแบบที่ทำคนเดียวได้ เช่น เมนูขนมที่มีประจำทุกวันจะเป็นสังขยาใบเตยกับกะหรี่ปั๊บที่นวลทำจนเชี่ยวชาญ เวลาทำก็เลยใช้เวลาไม่นานและคนกินชอบ ส่วนตะโก้ก็จะมีอาทิตย์ละ 2 วัน ส่วนขนมอื่นๆ ก็วนกันไป ชากาแฟที่เสิร์ฟแต่แบบร้อน มีอาหารกลางวันตามคำเรียกร้องแค่สัปดาห์ละ 2 วัน ไม่เข้าร่วมกับวงการเดลิเวอรี่ เปิดแค่ 2 สัปดาห์ต่อเดือน และระหว่างเวลา 11 โมงถึงบ่าย 3 เท่านั้น

หวานนวลคาเฟ่ คาเฟ่ขนมไทยตามใจตัวเองที่ตั้งใจจะไม่เปิดทุกวัน
หวานนวลคาเฟ่ คาเฟ่ขนมไทยตามใจตัวเองที่ตั้งใจจะไม่เปิดทุกวัน

“มีคนชอบมาบอกว่าลูกค้าเยอะ ทำไมไม่ขายไปเลยทุกวัน” นวลเล่า “เป็นคำถามที่แปลกนะ เพราะคงไม่มีใครที่จะมากินขนมทุกวันหรอก 

“ขนมหวานตามร้านเดี๋ยวนี้หวานมาก” นวลขึ้นเสียงสูง “ขนมของร้านเราทำแบบหวานพอดีๆ ใช้กะทิแท้ๆ อยากให้คนได้กินของดีๆ ที่ดีกับตัวเขา แล้วก็ไม่แน่นะ ถ้าใครมากินที่ร้านเราบ่อยๆ ลิ้นอาจจะปรับจนไม่ชอบกินรสหวานจัดไปเลยก็ได้” นวลแอบหวัง

หวานนวลคาเฟ่ คาเฟ่ขนมไทยตามใจตัวเองที่ตั้งใจจะไม่เปิดทุกวัน
หวานนวลคาเฟ่ คาเฟ่ขนมไทยตามใจตัวเองที่ตั้งใจจะไม่เปิดทุกวัน

02

ลูกค้าร้านหวานนวล มีลักษณะร่วมกันอย่างหนึ่งคือเป็น ‘คนแถวนี้’ 

“เราเคยเป็นคนทำงานที่อยู่แถวนี้ เลยรู้ว่าบางทีมันก็เบื่ออะไรเดิมๆ เราเปิดร้านเล็กๆ ตรงนี้ ขนมที่นี่อร่อย แต่ก็ไม่ได้วิเศษวิโสอะไร ไม่ต้องลำบากเดินทางจากที่ไกลๆ มากิน แค่คนที่เดินผ่าน เห็นแล้วแวะเข้ามาบ้างก็พอแล้ว” นวลเปิดกลยุทธ์ตกลูกค้าให้เราฟัง

พอคิดแบบนี้ โลกออนไลน์จึงไม่ใช่ยุทธศาสตร์หลักของหวานนวลคาเฟ่ เคยมีคนเสนอให้นวลจ้างพนักงานมาคอยรับออเดอร์จากคนที่สั่งทางออนไลน์ หรือเพิ่มบริการขายอาหารกลางวันแบบส่งปิ่นโต เพื่อจะได้มีรายได้เพิ่ม แต่นวลก็ไม่ได้ทำ แม้จะบอกว่า “รู้ว่าถ้าทำมากกว่านี้ก็คงได้เงินเยอะกว่านี้” ก็ตาม

นวลสนใจการสร้างชุมชนของพนักงานออฟฟิศใจกลางเมืองให้ได้กินขนมอร่อยๆ และมีช่วงเวลาที่ผ่อนคลายมากกว่า

ในตัวทุกคนที่เดินกันขวักไขว่ ล้วนแบกบทบาทฟันเฟืองขององค์กรในระหว่างเวลางาน แต่ร้อยทั้งร้อยก็ยังมีความเป็นคนที่ต้องการพื้นที่เพื่อคลายเนกไท ถอดส้นสูง แล้วกลับมาเป็นตัวเอง 

หวานนวลคาเฟ่จึงไม่ได้ให้แค่สถานที่แอร์เย็นๆ มีขนมและอาหารเพื่อให้อิ่มท้อง แต่ยังให้ช่องว่างทั้งในมิติของสถานที่และเวลาสำหรับคนกลางย่านธุรกิจ ให้ได้ใช้เวลาอยู่กับสิ่งสำคัญตรงหน้าจริงๆ

“อยากทำร้านที่ได้คุยกับคน และคนก็ชอบสิ่งที่เราเสนอให้” แก่นแกนของหวานนวลคาเฟ่ แท้จริงแล้วมันสั้นง่ายเท่านี้ 

หวานนวลคาเฟ่ คาเฟ่ขนมไทยตามใจตัวเองที่ตั้งใจจะไม่เปิดทุกวัน

03

นวลสารภาพว่าทำคาเฟ่นี้ขึ้นมาตามความรู้สึก

นวลบอกเราว่าการไปเยือนที่ไหนเธอก็อยากจะไปให้ ‘ถึง’ ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์จากสถานที่ กิจกรรมที่ทำ หรือแม้แต่อาหารที่กิน เธอก็ต้องชิม ศึกษา ทำความเข้าใจผ่านการพูดคุย หรือไม่ก็ลงมือลองทำ และเธอมักประทับใจบรรยากาศที่ดี เจ้าของร้านที่คุยสนุก อาหารที่อร่อย หรือคอนเซปต์ของการนำเสนอแบบพิเศษๆ ของคาเฟ่ โรงแรม หรือร้านอาหารต่างๆ และมักจะบันทึกประสบการณ์นั้นไว้ในรูปของความรู้สึก ความอยากเปิดคาเฟ่มันก็ผุดขึ้นในใจเป็นระยะๆ เวลาได้รับประสบการณ์เหล่านั้น

“อยากทำคาเฟ่ให้คนที่มา ได้รู้สึกแบบนั้นบ้าง” นวลบอก 

เธอจึงตั้งใจทำให้หวานนวลคาเฟ่เป็นพื้นที่ที่ทำให้คนมารู้สึกสบายใจ และกลับออกไปอย่างอิ่มเอม นวลเล่าว่า “อยากให้คนที่มาที่นี่ได้มีเราเป็นเพื่อนคุย บางคนเขาก็มาช่วงบ่ายที่ไม่ค่อยมีคนเพื่อจะได้คุยกับเรา มากินขนม มาเล่า มาระบาย พอได้คุยกันแล้ว พอท้องอิ่มแล้ว เขาก็อาจจะได้ไอเดียใหม่ๆ ได้รู้จักกับเรื่องใหม่ๆ ที่เราชวน เช่น ชวนมาเรียนทำขนม ชวนไปเดินทาง”

หวานนวลคาเฟ่ คาเฟ่ขนมไทยตามใจตัวเองที่ตั้งใจจะไม่เปิดทุกวัน

04

นวลไม่ใช่เชฟทำขนม ไม่ใช่นักชงชา ไม่ใช่บาริสต้า แต่เป็นนักป้ายยามือฉมัง

นวลมีต้นทุนมากมายในรูปแบบของเรื่องเล่า เธอเป็นนักเดินทาง เป็นคนทำหนังสือท่องเที่ยว เป็นนักจัดทริป และเป็นคนชอบการผจญภัย คนที่มาหวานนวลคาเฟ่เลยจะไม่ได้กินแค่ขนมและชากาแฟ แต่ยังได้เสพเรื่องราวจากการเดินทาง และบางทีก็อาจได้ชิมประสบการณ์เหล่านั้นด้วย

ทริปท่องเที่ยวที่นวลแนะนำอาจถูกอ้างอิงมาจากเมล็ดกาแฟที่คุณกำลังดื่ม ถ้าคุณชมว่าขนมที่กินอยู่อร่อยมาก คุณอาจตกลงจองคลาสเรียนทำขนมกับนวลไปตั้งแต่ยังไม่ก้าวออกจากร้าน คนที่ร่วมโต๊ะอยู่กับคุณก็อาจกลายมาเป็นเพื่อนใหม่ต่างออฟฟิศ และเรื่องมันอาจเลยเถิดถ้าบังเอิญว่าชาหอมๆ แก้วนั้น หรือขนมถ้วยนั้นมันพาคุณไปรู้จักกับประสบการณ์ใหม่ๆ ที่อาจจะเปลี่ยนชีวิตคุณ 

“เคยมีคนมาที่นี่ คุยกันเรื่องเหล้าบ๊วย เลยเอาให้เขาชิม แล้วก็ชวนเขาไปทริปทำเหล้าบ๊วยด้วยเลย” นวลเล่าถึงการป้ายยาครั้งล่าสุดให้เราฟัง

หวานนวลคาเฟ่ คาเฟ่ขนมไทยตามใจตัวเองที่ตั้งใจจะไม่เปิดทุกวัน
หวานนวลคาเฟ่ คาเฟ่ขนมไทยตามใจตัวเองที่ตั้งใจจะไม่เปิดทุกวัน

05

ในวัย 56 ปีที่เข้าใจชีวิต นวลได้เรียนรู้ว่า ความเหนื่อยแต่สนุกยังน่าหลงใหลกว่าความสบายแต่น่าเบื่อ

นวลบอกว่าการทำคาเฟ่คนเดียวแบบนี้มันก็เหนื่อย การเตรียมวัตถุดิบ เตรียมเปิดร้าน รวมทั้งการเก็บล้างมันเรียกร้องกำลังวังชาอยู่ไม่น้อย

และแม้หวานนวลจะเปิดแค่เดือนละ 2 สัปดาห์ แต่ก็ไม่ได้โดนแยกไว้เป็นโลกอีกใบ ช่วงที่ไม่ได้เปิดร้านนวลก็สะสมวัตถุดิบ ทั้งประสบการณ์สนุกๆ ไอเดียทริปใหม่ๆ สูตรขนมเมนูพิเศษ หรือการสะสมเมล็ดกาแฟ เพื่อเอามาเสิร์ฟเมื่อเปิดร้านรอบถัดไป

นวลทำทั้งหมดนี้ควบคู่ไปกับการดูซีรีส์ อ่านหนังสือ ไปแฮงก์เอาต์กับเพื่อน ทำหนังสือ ทำโปรเจกต์เกี่ยวกับพื้นที่ที่เชียงดาว และอื่นๆ อีกมากมาย

นวลบอกว่าไม่ได้คิดว่ามันคืองาน แต่เธอมองว่าทั้งหมดคือสิ่งที่เธออยากทำ

“วันที่เปิดร้านก็ล้างจานมากหน่อย” นวลพยายามหาความแตกต่างของวันที่เปิดร้านกับวันอื่นๆ

หวานนวลคาเฟ่ คาเฟ่ขนมไทยตามใจตัวเองที่ตั้งใจจะไม่เปิดทุกวัน

06

คนในวัยเดียวกันอาจถูกงานที่นับวันความรับผิดชอบก็ยิ่งมากดูดเอาพลังและความหนุ่มสาวไปหมดสิ้น แต่นวลยังเริ่มธุรกิจใหม่ ยังกระฉับกระเฉง และยังมีตาที่เป็นประกายเวลาชักชวนคนให้ทำโน่นทำนี่ 

เธอบอกเคล็ดลับว่า “ต้องเตรียมตัวให้ดี”

ถ้าอยากจะใช้ชีวิตแบบตามใจตัวเอง อย่างแรกที่ต้องมีคือเงินเก็บที่มากพอจะดูแลตัวเองและเรื่องที่จะทำไปได้สัก 6 เดือน อย่างที่สองคือ ความอยากในระดับที่อะไรก็ฉุดไม่อยู่ และอย่างที่สามคือ ร่างกายที่แข็งแรง

“แล้วก็ควรจะมีมิตรนะ การมีสิ่งที่ทำแล้วมีความสุขและมีมิตรที่เข้าใจมันเป็นเรื่องที่ดีมาก” นวลกล่าว ก่อนจะชวนให้เรากินฟักทองสังขยาให้หมดก่อนจบการสนทนา

หวานนวล คาเฟ่

ซอยศึกษาวิทยา สีลม (แผนที่)

เปิด-ปิด 11.00 – 15.00 น. 

(วันที่เปิดของแต่ละเดือนดูได้จากป้ายหน้าร้าน)

Writer

พิชญา อุทัยเจริญพงษ์

คนกรุงเทพฯ ที่มีความสนใจหลากหลายตั้งแต่เรื่องมนุษย์ไปจนถึงเรื่องนอกโลก ทำงานโฆษณาเป็นอาชีพ แต่ก็ยังอยากทำอะไรอีกหลายอย่าง ชอบบทสนทนาดีๆ ที่มากับกาแฟอุ่นๆ เป็นที่สุด

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Cafe Culture

คาเฟ่แนวคิดดี แตกต่าง และสร้างแรงบันดาลใจ

ร้านน้ำแข็งไสนี้ชื่อว่า ไสใส 

‘ไส’ แรกมาจากคำว่า น้ำแข็งไส 

‘ใส’ ที่สอง ถ้าเปรียบเป็นคำก็น่าจะเป็นคำว่า Honest โปร่งใส แบบ Honest Shaved Ice เป็นการดึงเอาวัตถุดิบมายังไงอย่างนั้น ไม่ต้องปรับปรุงอะไรมาก และเสนอผ่านตัวน้ำแข็งไส เอาทั้งสองมารวมกันจนกลายมาเป็น ‘ไสใส’ นั่นเอง

ฌา-ฬิฌฌา ตันติศิริวัฒน์ เจ้าของร้านน้ำแข็งไสเจ้าใหม่ล่าสุดย่านประตูผี เล่าที่มาของชื่อร้านให้เราฟัง ทำให้จินตนาการถึงแนวคิดคร่าว ๆ ของร้านได้  

ไสใส : ร้านน้ำแข็งไสที่ใช้ความหวานเย็นเป็นตัวเชื่อมวัตถุดิบท้องถิ่นกับคนกิน

ฌาเป็นผู้ก่อตั้ง HATCH goodies แบรนด์ข้าวสายพันธุ์ท้องถิ่นที่ปลูกด้วยวิถีออร์แกนิก ระหว่างเดินทางเพื่อทำเรื่องข้าว เธอได้พบวัตถุดิบท้องถิ่นอีกมากมายที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน 

คอนเซ็ปต์แรกเริ่มของไสใส มาจากอยากทำให้วัตถุดิบท้องถิ่นเป็นที่รู้จัก แล้วทำให้คนสัมผัสกับวัตถุดิบเหล่านี้ได้ง่าย ๆ 

“เราตั้งคอนเซ็ปต์ว่าอยากทำอะไรเกี่ยวกับวัตถุดิบท้องถิ่นที่คนรู้จักบ้าง ไม่รู้จักบ้าง เลยทำพื้นที่ที่เขามาแล้วสัมผัสได้ง่ายขึ้น รู้จักง่ายขึ้น กินง่ายขึ้น ก็เลยออกมาเป็นรูปแบบน้ำแข็งไส ของกินที่เข้าถึงง่าย พูดถึงปุ๊บก็เข้าใจว่าต้องทานยังไง แล้วค่อยปรับเปลี่ยนเครื่องน้ำแข็งไสข้างในเอา ให้ไม่ได้รู้สึกแปลก ใช้น้ำแข็งไสเป็นตัวเชื่อม ออกมาเป็นรูปแบบคล้าย ๆ คาเฟ่”

ฌาทำงานร่วมกับ มิ้นท์-เสาวลักษณ์ กิจวิกรัยอนันต์ เชฟที่เก่งเรื่องขนมหวาน โดยมีจุดหมายเดียวกัน คืออยากผลักดันวัตถุดิบไทยให้เป็นที่รู้จัก

ไสใส : ร้านน้ำแข็งไสที่ใช้ความหวานเย็นเป็นตัวเชื่อมวัตถุดิบท้องถิ่นกับคนกิน

 “ถ้าเกิดเราอยากกินวัตถุดิบอะไรที่เป็นท้องถิ่นจ๋า ๆ จะไม่ค่อยมีร้านที่เข้าถึงง่ายขนาดนั้น อาจต้องไป Chef’s Table หรือไปนั่งทานร้านอาหารที่ค่อนข้างเฉพาะ บางคนจึงรู้สึกว่าเข้าถึงยาก น้ำแข็งไสน่าจะทำให้คนกล้าลองมากขึ้น หรือลองสิ่งที่ดูหน้าตาปกติ แต่พอกินแล้วอาจสงสัยว่าอันนี้คืออะไร พอเริ่มมีคำถามจากรสชาติแล้ว มันก็ต่อยอดจากตรงนั้นได้” มิ้นท์ผู้มีประสบการณ์ครัวร้านไฟน์ไดนิ่งช่วยเสริม

แต่ละเมนูขึ้นอยู่กับวัตถุดิบตามแต่ฤดูกาล ทำให้ทั้งหมดมีเพียงแค่ 4 เมนูยืนพื้น แต่ละเมนูจะหยุดขายเมื่อวัตถุดิบนั้นหมดฤดูกาลไปแล้ว ถ้าอยากกินเมนูเดิมซ้ำอีก ก็อาจจะต้องอดทนรออีกทีปีหน้า 

“เราจะตามใจธรรมชาติระดับหนึ่ง เขามาอย่างนี้ก็ทำอย่างนี้ ไม่ว่าจะด้วยฤดูกาลหรือภัยธรรมชาติก็แล้วแต่ ต้องยอมรับ อาจจะต้องเหนื่อยที่มิ้นท์” ฌาเล่าพร้อมหัวเราะ

ไสใส : ร้านน้ำแข็งไสที่ใช้ความหวานเย็นเป็นตัวเชื่อมวัตถุดิบท้องถิ่นกับคนกิน

หวานจาก เค็มเคย

ผมเริ่มลองชิมแต่ละเมนู ถ้วยแรกชื่อ ‘หวานจาก เค็มเคย’ เป็นเมนูที่สร้างความแปลกใจตรงที่เป็นการผสมกันระหว่างของคาวกับของหวาน มีกุ้งเคยตัวจิ๋วโรยอยู่ด้านบน มีไซรัปน้ำเชื่อมดอกจากที่หอมและหวานละมุน พร้อมด้วยท็อปปิ้งอย่างลูกจากเชื่อม โมจิข้าว ข้าวเม่ามะพร้าวอ่อน รวมเป็นหวานเค็มที่เข้ากันสุด ๆ 

“เมนูนี้คิดมาจากน้ำเชื่อมก่อน เราอยากใช้น้ำเชื่อมที่เป็นความหวานจากธรรมชาติ พอเป็นน้ำเชื่อมจาก ก็จะเชื่อมโยงไปกับลูกจากและตัวเคย หลังจากนั้นก็เอาผลิตภัณฑ์จากข้าวมาใช้ เรามีข้าวเม่าที่คนกรุงเทพฯ ก็ไม่ค่อยได้ทานด้วย เลยดึงมันเข้ามาอยู่ด้วยกัน เหมือนอารมณ์กินข้าวเหนียวหน้ากุ้ง คือ มีมะพร้าว มีข้าว เราทำแป้งข้าวเองอยู่แล้ว ก็เลยทำแบบโมจิข้าว โดยใช้ข้าวพันธุ์พื้นเมืองทำออกมาเป็นเมนูนี้”

ไสใส : ร้านน้ำแข็งไสที่ใช้ความหวานเย็นเป็นตัวเชื่อมวัตถุดิบท้องถิ่นกับคนกิน

สตรอว์เบอร์รี่ บัฟ โยเกิร์ต

เป็นเมนูที่ค่อนข้างเข้าถึงได้ง่าย อร่อย มีความหวานเปรี้ยวพอดี ตัดด้วยโยเกิร์ตนมควายด้านล่าง และมีเท็กซ์เจอร์กรอบ ๆ จากครัมเบิ้ลข้าวเจ้าพันธุ์เวสสันตระ

“มันเป็นฤดูกาลสตรอว์เบอร์รี่ เราก็เลยเอามาใช้ แล้วเราไปเจอเกษตรกรที่ทำนมควายออร์แกนิก ก็เลยเอามาทำโยเกิร์ต อารมณ์แบบสตรอว์เบอร์รี่ชีสเค้ก คนก็น่าจะเข้าถึงง่ายขึ้น ใช้เป็นผลไม้สดปั่นแทนน้ำเชื่อม แต่สตรอว์เบอร์รี่บ้านเราค่อนข้างเปรี้ยวนำ เราก็อาจจะปรุงรสด้วยน้ำตาลจากนิดหนึ่ง ให้กินง่าย”

ไสใส : ร้านน้ำแข็งไสที่ใช้ความหวานเย็นเป็นตัวเชื่อมวัตถุดิบท้องถิ่นกับคนกิน

โตนด แอนด์ บีน

เมนูที่ตาลโตนดเป็นพระเอกจริง ๆ มีน้ำเชื่อมโตนดที่กลิ่นโตนดดีงามมาก ๆ ท็อปด้วยถั่วเหลืองเชื่อม ผงถั่วเหลือง ตัดด้วยถั่วเหลืองคาราเมลไลซ์ที่กรุบกรอบและหอมเบา ๆ และซ่อนด้วยเยลลี่จากน้ำตาลโตนดด้านใน

“เมนูนี้มีใช้น้ำเชื่อมโตนดที่ได้มาจากสงขลา มันมีความหมักค่อนข้างเยอะ มีรสชาติหวานเค็ม แล้วเราก็นึกถึงสิ่งที่จะมาจับคู่กันน่าจะเป็นถั่ว เลยเลือกถั่วเหลืองเชื่อม คล้าย ๆ ถั่วแดงเชื่อมของญี่ปุ่นออกมาเป็นเมนูนี้”

ไสใส : ร้านน้ำแข็งไสที่ใช้ความหวานเย็นเป็นตัวเชื่อมวัตถุดิบท้องถิ่นกับคนกิน
คุยกับ ฌา-ฬิฌฌา ตันติศิริวัฒน์ เรื่องร้านน้ำแข็งไสที่ใช้กุ้งเคย นมควาย น้ำตาลจาก และอีกหลากหลายของท้องถิ่นมาทำขนมคลายร้อน

Roots x ไสใส

ถ้วยนี้มีความพิเศษเพราะทำร่วมกับ Roots ร้านกาแฟที่พยายามผลักดันกาแฟไทย และเป็นร้านที่แชร์พื้นที่ร่วมกันกับไสใสด้วย เลยนึกสนุกแลกเปลี่ยนไอเดียกัน เป็นที่มาของเมนู Roots x ไสใส 

เมนูนี้พิเศษที่ใช้กาแฟที่คัดมาอย่างดีแล้วของ Roots ทำเป็นไซรัปกาแฟและเยลลี่กาแฟ ในถ้วยมีท็อปปิ้งอย่างอื่นอีก เช่น โมจิข้าวที่ให้ความรู้สึกหนุบหนับ ตามด้วยครัมเบิ้ลกระบกหรืออัลมอนด์ป่า ให้ความกรุบกรอบคล้ายอัลมอนด์อบแห้ง ตัดรสด้วยพุดดิ้งนมควายเข้ากันอย่างลงตัว

“เราเปลี่ยนเมนูกันเรื่อย ๆ ด้วยการเล่นสนุกกันของแต่ละเมนูระหว่างไสใสกับ Roots เรามีเมนูที่ทำกับกาแฟของ Roots แล้วเขาก็จะมีเมนูที่ทำจากวัตถุดิบของเราเหมือนกัน”

คุยกับ ฌา-ฬิฌฌา ตันติศิริวัฒน์ เรื่องร้านน้ำแข็งไสที่ใช้กุ้งเคย นมควาย น้ำตาลจาก และอีกหลากหลายของท้องถิ่นมาทำขนมคลายร้อน

Old Town Fizzy

เครื่องดื่มพิเศษที่ Roots ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นที่ได้จากไสใส ใช้เก๊กฮวยขาวกับเลม่อนคั้นสด และเติมความหวานด้วยน้ำตาลจากลูกจาก ผสมโซดา เป็นเครื่องดื่มที่ให้ความสดชื่นได้ดีมาก มีรสเปรี้ยวหวานลงตัว เหมาะกับอากาศร้อน ๆ มีเนื้อลูกจากให้เคี้ยวเพลินด้วย 

Yen-Yen Cold Brew

 เป็นน้ำแตงโมสกัดเย็น ผสมนม น้ำตาลลูกจาก และกาแฟ Cold Brew มีพุดดิ้งนมสดผสมเนื้อลูกจากให้เคี้ยววางอยู่ด้านบน

นอกจากน้ำแข็งไสและเครื่องดื่ม ที่นี่ยังเสิร์ฟเค้กที่ทำจากข้าว 100 เปอร์เซ็นต์ โดยใช้ข้าวจากแบรนด์ HATCH goodies พูดได้ว่าผลิตภัณฑ์ทั้งหมดทำมาจากข้าว ไม่ผสมแป้งสาลี คนที่แพ้กลูเตนจึงอร่อยกับทั้งน้ำแข็งไสและขนมได้อย่างสบายใจ

คุยกับ ฌา-ฬิฌฌา ตันติศิริวัฒน์ เรื่องร้านน้ำแข็งไสที่ใช้กุ้งเคย นมควาย น้ำตาลจาก และอีกหลากหลายของท้องถิ่นมาทำขนมคลายร้อน
คุยกับ ฌา-ฬิฌฌา ตันติศิริวัฒน์ เรื่องร้านน้ำแข็งไสที่ใช้กุ้งเคย นมควาย น้ำตาลจาก และอีกหลากหลายของท้องถิ่นมาทำขนมคลายร้อน

ไสใส Saisai

ที่ตั้ง : ถนนมหาไชย แขวงสำราญราษฎร์ เขตพระนคร จังหวัดกรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : 12.00 – 00.00 น. (ปิดวันจันทร์)

Facebook : ไสใส Saisai

Instagram : saisai.bangkok

Writers

วิทย์ อนันต์ธนาเกษม

เด็กฝึกงานผู้ยิ้มอ่อนกับทุกสถานการณ์

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load