‘Next Station : Wongwianyai’

เมื่อนึกถึงย่านวงเวียนใหญ่ มักนึกถึงของกินแสนอร่อย หรือย่านเก่าแก่ที่ออกมาจากศูนย์กลางของเมืองเล็กน้อย ไม่ไกลจากห้างสรรพสินค้าแถวฝั่งธนฯ แต่กลับเงียบสงบอย่างเหลือเชื่อ

วันนี้อากาศแจ่มใส อำนวยให้เราเดินเท้าลงจากรถไฟฟ้า BTS สถานีวงเวียนใหญ่อย่างสบายใจ เพื่อมาพิสูจน์คำร่ำลือตามคำเชิญของ SC ASSET

ระยะทาง 130 เมตรหรือเพียงไม่กี่ก้าว เราก็มาถึงที่ตั้งของนิทรรศการศิลปะบนกำแพงขนาดยักษ์ด้านขวามือ ‘Walls of Wongwianyai’ ซึ่งตั้งอยู่ใน Reference สาทร-วงเวียนใหญ่ โครงการคอนโดแห่งใหม่ เรื่อยไปจนถึงกำแพงเล็กด้านซ้ายก่อนถึงตัวโครงการ

นอกจากความสวยงาม คำถามที่สงสัยระหว่างทางคือ ทำไมโครงการที่อยู่อาศัยถึงเลือกอุทิศกำแพงขนาด 21 x 9 เมตร ไปจนถึงกำแพงด้านข้างเพื่อสร้างนิทรรศการศิลปะ

เรื่องราวทั้งหมดที่จะตอบทุกข้อสงสัยอยู่ที่นี่แล้ว

Ways of Wongwianyai

Walls of Wongwianyai เปลี่ยนกำแพงยักษ์เป็นแลนด์มาร์กศิลปะแห่งใหม่ย่านสาทร-วงเวียนใหญ่

เรามาพบกับ คุณจูน-โฉมชฎา กุลดิลก ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะมาคลายข้อสงสัยและความตั้งใจของนิทรรศการในครั้งนี้

“มันเริ่มมาจากคำถามแรก ตอนที่เรากำลังจะทำโครงการคอนโด Reference สาทร-วงเวียนใหญ่ ว่า จำเป็นต้องสร้างงานโฆษณาที่ไม่ได้เพิ่มความสวยงามให้กับเมืองที่วุ่นวายอยู่แล้วอีกหรือเปล่า คำตอบของวันนั้นคือไม่ใช่ แล้วในฐานะ Living Solutions Provider ที่แบรนด์ยึดถือ เราก็อยากเสนอโซลูชันบางอย่างให้กับเมือง

“นอกจากนี้ ย่านนี้ยังเต็มไปด้วยความลุ่มลึกของวัฒนธรรม เป็นย่านของคนเก่าคนแก่ กิจการที่สืบทอดกันมา แน่นอนว่าเราไม่เลือกวิธีที่เอาป้ายโฆษณาใหญ่ ๆ ไปสร้างความไม่สวยในชีวิตประจำวันของเขา” จึงกลายเป็นการสร้างงานศิลปะ เพื่อสร้างความสวยงามให้คนเดินเท้าและเหล่าผู้สัญจรไปมา แทนการขึ้นป้ายโฆษณาเหมือนที่เคยเห็นกันทั่วไป

นำไปสู่คำถามต่อมาว่า แล้วการสร้างผลงานศิลปะควรออกมาในรูปแบบไหน และเพื่อใคร

“คอนเซ็ปต์ก็ต่อยอดมาจากตัวโครงการด้วย เราอยากตอบโจทย์การอยู่อาศัยให้คน Gen Y เพราะพวกเขาคือคนวัยทำงานที่โลกกำลังต้องการ เมื่อเทียบสัดส่วนแล้วก็มากพอสมควรเลย ซึ่งคนวัยนี้มักจะมองหาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ในการใช้ชีวิตอยู่เสมอ หรือการมี Reference ในแบบของตัวเอง เราก็ตอบโจทย์ออกมาในรูปแบบการออกแบบคอนโด ให้คนอยู่ได้อย่างมีศิลปะเพื่อการใช้ชีวิตที่ดี

“และที่สำคัญคือ ไม่อยากให้คุณรู้สึกแปลกแยกกับย่านด้วย เพราะอยากให้ทั้งคนพื้นที่เดิมและลูกบ้านหน้าใหม่รู้สึกเหมือนถึงบ้านแล้วเหมือนกัน” งานศิลปะที่เกิดขึ้นจึงเปรียบเสมือนตัวกลางเชื่อมสัมพันธ์ และกลายเป็นตัวจุดประกายไอเดียใหม่ ๆ ในเวลาเดียวกัน

Artists in Wongwianyai

แต่งานศิลปะจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากขาดศิลปินนักสร้างสรรค์ โดยทาง SC ASSET ได้ชวนตัวตั้งตัวตีอย่าง โน้ต-พงษ์สรวง ตาชุบ แห่ง DUDESWEET มาร่วมงานกัน ซึ่งคุณจูนบอกว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรก

“ก่อนหน้านี้ เราเคยมีนิทรรศการศิลปะในโครงการ BEATNIQ Sukhumvit 32 จากคอนเซ็ปต์งานศิลปะที่วาดทับไปทับมาโดยศิลปิน 6 คน พี่โน้ตคือศิลปินคนแรกที่มาสร้างงานศิลปะหน้าแรกให้เรา ตอนนั้นเขาแต่งตัวเป็น รปภ. มานั่งอยู่หน้าโครงการ แล้ววาดรูปคนที่เดินผ่านไปผ่านมาสด ๆ วาดเสร็จก็เอาไปแขวนบนกำแพง เราชอบวิธีการคิดและการทำงานของเขาเพราะมันเปรี้ยวมาก รอบนี้ก็เลยชวนเขากลับมาใหม่” แต่โน้ตไม่ได้มาคนเดียว เพราะยังชวนเพื่อนศิลปินมาสร้างสรรค์งาน Mural Art ด้วยกัน

Walls of Wongwianyai เปลี่ยนกำแพงยักษ์เป็นแลนด์มาร์กศิลปะแห่งใหม่ย่านสาทร-วงเวียนใหญ่

เริ่มตั้งแต่การลงพื้นที่ไปทำความรู้จักย่าน พูดคุยกับชาวบ้านเพื่อศึกษาเอกลักษณ์และสิ่งที่น่าสนใจของวงเวียนใหญ่ จนค้นเสน่ห์ของย่านนี้ผ่าน 3 หลักคิด คือ หนึ่ง วัฒนธรรม วิถีชีวิต และอาชีพที่ตกทอดมารุ่นสู่รุ่น สอง ผู้คนหรือเพื่อนบ้านที่น่ารักเป็นกันเอง และสาม ร้านอาหารอร่อย

จากนั้นก็ใช้เวลา 4 – 5 วัน ช่วยกันดราฟต์ภาพ แล้วยิงโปรเจกเตอร์ขึ้นโครง ก่อนเพนต์สีตาม ให้ได้ออกมาเป็นภาพขนาดมหึมาบนกำแพง

Walls of Wongwianyai

นิทรรศการ Walls of Wongwianyai ประกอบด้วย 2 จุด ที่แรกคือ 1 กำแพงใหญ่ 3 ภาพ โดย 4 ศิลปิน

Walls of Wongwianyai เปลี่ยนกำแพงยักษ์เป็นแลนด์มาร์กศิลปะแห่งใหม่ย่านสาทร-วงเวียนใหญ่
Walls of Wongwianyai เปลี่ยนกำแพงยักษ์เป็นแลนด์มาร์กศิลปะแห่งใหม่ย่านสาทร-วงเวียนใหญ่

ทั้ง ‘มรดกทางวัฒนธรรม’ (Heritage) ของสองศิลปินจาก DUDESWEET แม้วันที่เราแวะไปเยี่ยมเยียน จะไม่ได้เจอกับ พุฒิ-พุฒิศักดิ์ แสนวิเศษ แต่ โน้ต ในฐานะตัวแทนศิลปิน ก็เล่าให้เราฟังว่า นี่คือภาพที่นำเอกลักษณ์การประกอบอาชีพผลิตขลุ่ย จากบ้านขลุ่ยเก่าแก่ในย่านและงานเครื่องหนังมานำเสนอ

Walls of Wongwianyai เปลี่ยนกำแพงยักษ์เป็นแลนด์มาร์กศิลปะแห่งใหม่ย่านสาทร-วงเวียนใหญ่
Walls of Wongwianyai เปลี่ยนกำแพงยักษ์เป็นแลนด์มาร์กศิลปะแห่งใหม่ย่านสาทร-วงเวียนใหญ่

ถัดมาคือภาพของ ยอร์ช-มงคล รัตนภักดี หรือที่รู้จักกันในชื่อ NEV3R บอกเล่าวิถีการใช้ชีวิตของผู้คนในย่าน จนถึงตัวแทนเหล่าคน Gen Y ที่ทำงานอยู่ในเมืองผ่าน ‘เพื่อนบ้าน’ (Good Neighbor)

Walls of Wongwianyai เปลี่ยนกำแพงยักษ์เป็นแลนด์มาร์กศิลปะแห่งใหม่ย่านสาทร-วงเวียนใหญ่

และภาพสุดท้าย ‘อาหาร’ (Food) ตัวแทนความคึกคักที่ แม็กซ์-เกรียงไกร กิมสวัสดิ์ ใช้ลายเส้นสไตล์มิกซ์มีเดียที่ตัวเองถนัด มารังสรรค์ย่านผ่านบาร์และร้านอาหารเจ้าดัง อย่างสมศักดิ์ปูอบ

นอกจากนี้ โน้ตยังชวนเพื่อนศิลปินที่เป็นชาววงเวียนใหญ่ตัวจริง ผู้เกิดและโตในย่านนี้ อาทิ ณัฐชนน สะวิคามิน, สุรวร เจริญสินทวีกุล และ พีรพัฒน์ อื้อพรรณรังสี ฟอร์มทีมกันมาสร้างงานบนกำแพงอีกฝั่ง ขนาด 17 x 2.8 เมตร ผ่านเทคนิค Doodle Art ร่วมกับการใช้เทคโนโลยี AR เพื่อเพิ่มความสนุกและให้คนเข้ามามีส่วนร่วมได้

เช็กอิน ถือกล้อง ส่อง AR ชวนคนรู้จักย่านผ่านนิทรรศการศิลปะ ที่โครงการคอนโด Reference สาทร-วงเวียนใหญ่

แรงบันดาลใจกว่าจะมาเป็นแต่ละภาพก็มีกิมมิกที่น่าสนใจ ตั้งแต่รถเมล์สาย 8ก ที่ศิลปินนั่งไปโรงเรียนทุกวัน ลวดลายของขลุ่ย รหัสไปรษณีย์ 10600 ลายเส้นซ่าหริ่มจากร้านขึ้นชื่อ แถมพวกเขายังให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมกับงานศิลปะ ด้วยการนำวุ้นเส้นของสมศักดิ์ปูอบของจริงมาสะบัดใส่กำแพง สนุกมาก!

ทั้งหมดนี้ก็เพราะอยากนำเรื่องราวของพื้นที่มาถ่ายทอดให้คนทั่วไปได้เห็น ส่วนเจ้าของพื้นที่เองก็จะได้ไม่รู้สึกแปลกแยก และรับรู้ถึงความตั้งใจของโครงการจาก SC ASSET ว่า อยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนนี้ด้วยเช่นกัน

Reference Sathorn-Wongwianyai

นี่เป็นเพียงหน้าแรกของ Walls of Wongwianyai เท่านั้น ในอนาคต คุณจูนบอกว่าอาจมีเรื่องราวอื่น ๆ หมุนเวียนสับเปลี่ยนมาให้เราคอยติดตาม หรืออาจขยายไปสร้าง Reference ยังโครงการอื่นต่อจากนี้ก็เป็นได้

ส่วนใครที่แวะไปเช็กอินที่นิทรรศการแล้ว เดินต่อไปอีกนิดจะพบกับสถาปัตยกรรมสวยงาม ออกแบบเท็กซ์เจอร์และส่วนเว้าส่วนโค้งให้เหมือนพระจันทร์แบบโมเดิร์น ของ Sales Gallery สุดเก๋ของโครงการ Reference สาทร-วงเวียนใหญ่

คอนโด High Rise จำนวน 2 อาคาร สูง 32 ชั้น และ 51 ชั้น จำนวน 815 ยูนิต ซึ่งมีกำหนดสร้างต่อไปในพื้นที่ 3 ไร่ด้านหลัง คาดว่าแล้วเสร็จภายใน พ.ศ. 2567 ด้านในก็มีห้องตัวอย่างให้ได้ชม

เช็กอิน ถือกล้อง ส่อง AR ชวนคนรู้จักย่านผ่านนิทรรศการศิลปะ ที่โครงการคอนโด Reference สาทร-วงเวียนใหญ่
เช็กอิน ถือกล้อง ส่อง AR ชวนคนรู้จักย่านผ่านนิทรรศการศิลปะ ที่โครงการคอนโด Reference สาทร-วงเวียนใหญ่

ถ้าใครเป็นสายคาเฟ่ อย่าลืมขึ้นไปที่ชั้น 3 แวะทานโดนัทที่ DROP BY DOUGH ซึ่งมีมุมถ่ายรูปเก๋ ๆ ด้วยเช่นกัน

เช็กอิน ถือกล้อง ส่อง AR ชวนคนรู้จักย่านผ่านนิทรรศการศิลปะ ที่โครงการคอนโด Reference สาทร-วงเวียนใหญ่

เชื่อเหลือเกินว่าเสน่ห์ของย่านเก่าแก่แห่งนี้ จะทำให้คนรู้จักและหลงรักที่นี่ไม่ต่างจากเรา ไม่แน่นะว่า อาจได้ชาววงเวียนใหญ่หน้าใหม่เพิ่มขึ้นอีกหลายอัตราก็ได้

“เราต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้พบเห็น ทุกคนที่ได้มาชมผลงานจะต้องได้อะไรดี ๆ กลับไปแน่นอน” คุณจูนกล่าวทิ้งท้าย ก่อนเราขอตัวออกมาเล่น AR ถ่ายรูปลงสตอรี่อย่างสนุกสนาน

เช็กอิน ถือกล้อง ส่อง AR ชวนคนรู้จักย่านผ่านนิทรรศการศิลปะ ที่โครงการคอนโด Reference สาทร-วงเวียนใหญ่

ใครที่แวะไปถ่ายแล้วก็อย่าลืมติด #WallsofWongwianyai #SCASSET แล้วแชร์มาให้เราดูบ้างนะ

โครงการ Reference สาทร-วงเวียนใหญ่

ที่ตั้ง : ซอยกรุงธนบุรี 2 แขวงบางลำภูล่าง เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

หากสนใจเยี่ยมชมห้องตัวอย่างของโครงการ ดูรายละเอียดได้ที่ www.scasset.com/th/condominium/reference-sathorn-wongwianyai/

Writer

ฉัตรชนก ชโลธรพิเศษ

ชาวนนทบุเรี่ยน ชอบเขียน และกำลังฝึกเขียนอย่างพากเพียร มีความหวังจะได้เป็นเซียน ในเรื่องขีดๆ เขียนๆ สักวันหนึ่ง

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

“ถ้าคนมาแล้วแฮปปี้ ก็ดีแล้วล่ะ”

คำพูดพร้อมเสียงหัวเราะของ ป้าตู๋-ธันยา จันทร์วิทัน ผู้บอกประวัติสั้น ๆ ของตัวเองว่า เป็นคนเชียงใหม่ เกิดที่นี่ โตที่นี่ เรียนหนังสือที่นี่ อีกทั้งยังเป็นเจ้าของแปลงที่ดินอันเป็นที่ตั้งของ ‘กาดต๋องตึง’ หนึ่งในตลาดขนาดเล็กค่อนไปทางปานกลางของจังหวัดเชียงใหม่ เต็มไปด้วยชีวิตชีวาจากธรรมชาติที่เจ้าของต้องการมอบความรื่นรมย์ให้กับผู้คน รวมถึงสร้างโอกาสให้แก่เหล่าพ่อค้าแม่ค้าไปพร้อม ๆ กัน

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

เอาเข้าจริง แรกเริ่มเดิมทีการกำเนิดเกิดมาของกาดแห่งนี้มีที่มาจากคำยุยงเชิญชวนของผู้อื่นเสียมากกว่า ป้าตู๋บอกว่า ที่ดินแปลงนี้เป็นหนึ่งในที่ดินของครอบครัว ค่อนข้างรกร้าง เนืองแน่นด้วยต้นไม้ใหญ่เก่าแก่ และแหล่งอาศัยของเหล่าสัตว์เลื้อยคลาน จนเพื่อนคนหนึ่งเอ่ยปากด้วยความเสียดาย

“ทำไมปล่อยให้มันร้าง ทำไมไม่ลองคิดหรือทำอะไรดูสักอย่างหนึ่ง” 

ป้าตู๋ริเริ่มบุกเบิกสถานที่ด้วยการนำผักออร์แกนิคของตนเข้ามาขายเป็นการกรุยทาง พร้อมกับขอให้บริษัท Bangkok Tokyo Architecture ของลูกสาว ช่วยสร้างศาลากลางแจ้งขึ้นมาให้

โดยคอนเซ็ปต์ของที่นี่ คือ ยกให้ธรรมชาติเป็นพระเอก แกล้มด้วยสถาปัตยกรรม วิถีท้องถิ่น และ ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อหวังเป็นพื้นที่เล็ก ๆ ของเชียงใหม่ สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนที่มาเยือน

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

ความเป็นตัวของตัวเอง

“ไป ๆ มา ๆ กลายเป็นว่ามีคนสนใจอยากจะมาของขายของที่นี่ด้วย ก็เลยเปลี่ยนมาเป็น Weekend Market หรือตลาดเสาร์อาทิตย์ที่คนมาเดิน มากิน มาเที่ยว มาเสพ หรือมานั่งใต้ต้นไม้เงียบ ๆ แล้วก็ดูผู้คนเขาทำอะไรกัน จะมานั่งทำงาน จะมาทำอะไรก็ได้” 

ป้าตู๋บอกเล่าถึงความไป ๆ มา ๆ จนเกิดเป็นตลาดแห่งนี้ขึ้นมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ แม้กระทั่งเจ้าของพื้นที่อย่างเธอเองก็ยังไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า ผู้คนที่มาใช้บริการทางสุนทรียภาพของสถานที่แห่งนี้จะเอ็นจอยไปกับตลาดได้ขนาดนี้

ขณะเดียวกัน ป้าตู๋ยังพยายามยึดโยงความเป็นพื้นที่สีเขียวเอาไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยเอาธรรมชาติเป็นหลักสำหรับการตั้งฐาน แล้วจึงให้ตัวเองค่อย ๆ กลืนไปกับธรรมชาติเหล่านั้น เพราะฉะนั้น ต้นไม้เก่าแก่ทุกต้นภายในตลาดจึงไม่มีต้นไหนถูกตัด ล้ม โค่น แม้เพียงต้นเดียว มีแค่การเล็มตัดแต่งเพื่อให้เกิดการแตกกิ่ง จนกลายเป็นร่มเงาทางธรรมชาติให้แก่ผู้คนที่มาใช้บริการตลาดแห่งนี้

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน
กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

กาดต๋องตึงเปิดทำการตั้งแต่ 8 โมงเช้า ถึง 4 โมงเย็น ในทุก ๆ วันเสาร์และอาทิตย์ ความน่าขบขันที่ป้าตู๋เล่าให้ฟังเห็นจะเป็นการที่เธอมักถูกตั้งคำถามมากมาย และคำบอกเล่าจากคนรอบตัวที่ประดังประดาถาโถมใส่อย่างเอาแต่ใจ เช่น ทำไมถึงเปิด 8 โมง ทำไมไม่เปิด 7 โมงหรือ 9 โมง ไม่ก็บอกว่า เปิดถึงบ่าย 2 ก็พอแล้ว ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลล้วนไม่ได้มาจากคนขายในตลาดสักคนเดียว 

“มันขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการให้เวลาทำงานของเราคือเวลาไหน บางคนบอก ทำไมไม่เปิดถึงตอนเย็น เปิดเป็นบาร์เบียร์ ลานเบียร์ เราก็บอกว่า ไม่เอาค่ะ” 

ปักธงเลยว่าไม่จำหน่ายแอลกอฮอล์ ป้าตู๋เชื่อว่าการทำอะไรสักอย่างไม่จำเป็นต้องเหมือนกับคนอื่นไปเสียหมด ความแตกต่างอย่างตั้งใจเพื่อให้เกิดความรื่นรมย์ สบายกายและสบายใจ คือสิ่งที่เธอต้องการ 

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

ป้าตู๋ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจนผ่านร้านเบเกอรี่แห่งหนึ่งบริเวณคูเมือง ประตูเชียงใหม่ ซึ่งเป็นร้านที่ไม่เสิร์ฟกาแฟแม้แต่แก้วเดียว ทางร้านขายเพียงแค่ชา ชาทุกชนิด 

“เขาบอก Sorry นะ We don’t serve coffee here.” เพราะว่าการเป็นร้านเบเกอรี่ไม่จำเป็นต้องเคียงคู่ด้วยกาแฟเสมอไป ป้าตู๋เองก็พอใจที่สถานที่ของเธอออกมาในรูปแบบที่เป็นอยู่นี้มากกว่า

ความเป็นนักธุรกิจ

ในแง่ธุรกิจ ป้าตู๋ยอมรับว่าการทำสถานที่แห่งนี้ย่อมมีเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ใจความสำคัญของเธอไม่ใช่การคืนทุน และความตั้งใจที่ตามมาหลังจากทำสิ่งนี้ไปสักพัก ก็ไม่ใช่การสร้างความรื่นรมย์ให้แก่ผู้คนเพียงอย่างเดียว แต่ยังสร้างอาชีพให้เหล่าพ่อค้าแม่ค้าด้วย 

เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันที่อยู่ในสภาวะย่ำแย่ ข้าวยากหมากแพง แม้แต่บัตรคอนเสิร์ตยังราคาแรง สวนทางกับค่าแรงและเงินเดือนที่เท่าเดิม อย่างเหตุการณ์เกือบล่าสุดที่กาดสวนแก้วปิดตัวลง มีร้านค้าไม่น้อยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์นั้น และไม่อาจปฏิเสธได้ว่า การเกิดขึ้นของกาดต๋องตึงช่วยเหลือและสร้างโอกาสให้พ่อค้าแม่ค้ามากมายในระยะเวลาเพียง 4 เดือนเท่านั้น

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

“พ่อค้าแม่ค้าที่ขายที่นี่ส่วนหนึ่งเป็นคนแถวนี้ เขาตัดสินใจมาขายของได้อย่างรวดเร็ว เพราะมันใกล้บ้านเขาดีจังเลย หรือบางคนได้รับผลกระทบจากการปิดตัวของกาดสวนแก้ว ทางนั้นเขายังเก็บของไม่เสร็จ ก็มาขอขายที่นี่ เขาบอกมันใกล้บ้านเขา ซึ่งมันเป็นการโยกย้ายที่ทำมาหากินของเขา ตลาดของเราทำให้คนในบริเวณมีโอกาสทำมาหากินมากขึ้น คนในหมู่บ้านก็เอาของในหมู่บ้านมาขายได้ด้วย”

สำหรับป้าตู๋ สิ่งตอบแทนที่เธอต้องการ คือความหวังว่าสถานที่นี้จะอยู่ต่อไปได้ 

ที่นี่ไม่เก็บค่าเช่าใน 3 เดือนแรก ป้าตู๋บอกว่า สิ่งนี้ถือเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดอย่างหนึ่ง เป็นการให้เหล่าคนค้าขายมาทดลองก่อนว่าเขาจะอยู่ได้ไหม นอกจากนี้ป้าตู๋ยังเสริมว่า

“ไม่ได้เก็บค่าเช่าก็จริง แต่เราเก็บค่าสาธารณูปโภค 30 บาท เป็นค่าน้ำ ค่าไฟ”

เมื่อมีการทำธุรกิจเกิดขึ้น การเติบโตและหวังผลตอบแทนจึงกลายเป็นสิ่งที่ตามมา แต่เธอรู้ตัวว่าจะไม่คืนทุนใน 1 หรือ 2 ปีแน่นอน แต่อย่างน้อย สถานที่ของเธอก็กระตุ้นเศรษฐกิจได้ แม้จะเพียงแค่เขยิบเดียวหรือเพียง 1 ก้าว ก็ถือว่ามีการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในท้องถิ่นมากขึ้นแล้ว 

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

ต๋องตึง ชื่อนี้มีที่มา

สาเหตุของการตั้งชื่อว่า ‘กาดต๋องตึง’ ไม่ได้ไกลจากที่คาดคิดไว้สำหรับคนที่รู้ และอาจไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรนักสำหรับคนที่ไม่รู้ เนื่องจากที่มาของชื่อนั้นมาจากใบตองตึง ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นวัสดุสำหรับมุงหลังคาศาลาประจำกาด ป้าตู๋เล่าให้ฟังอย่างครบถ้วนว่า แรกเริ่มเดิมทีนั้นมีพื้นฐานมาจากภูมิปัญญาของคนโบราณที่นำใบตองตึงแห้งแล้วมาเย็บสานกันเป็นแพเพื่อนำไปมุงหลังคา 

ในปัจจุบันสังเกตเห็นได้ตามทุ่งนา เพราะมันคือวัสดุที่นำไปใช้สร้างกระต๊อบ 

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

เพื่อให้ล้อไปกับความเป็นธรรมชาติ สถาปนิกชาวญี่ปุ่นของบริษัท บริษัท Bangkok Tokyo Architecture เล็งเห็นถึงความน่าอัศจรรย์ของการนำวัสดุทางธรรมชาติมาปรับใช้กับงานสถาปัตยกรรม ป้าตู๋เองก็ต้องการรักษาความเป็นธรรมชาติของพื้นที่เอาไว้อย่างครบถ้วน การจะใช้แผ่นเหล็ก (Metal Sheet) กระเบื้อง หรือสังกะสี ก็ดูจะหลุดจากความตั้งใจของตัวเองไปสักหน่อย แถมใบตองตึงยังระบายอากาศได้ดีกว่า เมื่อถูกน้ำฝน ยิ่งแนบแน่นทนทานขึ้นกว่าเก่า การใช้ใบตองตึงจึงมากับแนวคิดที่ว่า เปรียบเสมือนการนั่งอยู่ภายใต้กองใบไม้ เพื่อให้เกิดความใกล้ชิดกับธรรมชาติมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ 

ตัวศาลาเองก็มีการออกแบบที่แปลกไปกว่าศาลาสำหรับตลาดทั่วไป เนื่องจากหลังคาทรง Slope หันด้านปิดมาทางข้างหน้า และหันด้านเปิดไปทางข้างหลัง เพราะการออกแบบในครั้งนี้ยืนอยู่บนแนวคิดที่ว่า ต้องการให้เกิดความแตกต่างไปจากภาพจำเดิม ๆ ของตลาดที่ผู้คนเคยเห็นมา รวมถึงการนำด้านต่ำมาอยู่ข้างหน้า เพื่อให้ผู้คนได้เห็นการทำงานของใบตองตึงที่นำมาใช้ และความรู้สึกแง้ม ๆ ของด้านต่ำ ยิ่งเชิญชวนให้เกิดความรู้สึกสงสัยใคร่รู้ อยากมุดเข้าไปภายใน ก่อนจะเปิดกว้างออกไปในด้านหลัง

“แต่ไม่ทราบว่าคนอื่นเขาจะเข้าใจหรือเปล่านะ” ป้าตู๋เปรยติดตลก

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน
กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

ขณะเดียวกัน การใช้ใบตองตึงมาเป็นวัสดุก็ยังเสริมด้วยความแยบคายของการแทรกเสริมความคิดเกี่ยวกับการใช้ชีวิตที่แล้วแต่คนจะตีความกันไป การย่อตัวก้มหัวเพื่อเข้าไปยังภายในศาลา อาจหมายถึงการรู้จักยอมก้มหัวให้กับผู้อื่นบ้างเพื่อลดทิฐิของตน โดยมีธรรมชาติเป็นผู้สอนสั่ง หรืออีกแง่หนึ่ง การที่ใบตองตึงมีอายุการใช้งาน 2 – 3 ปี อย่างมากที่สุดคือ 4 ปี ก็มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนทั้งผืน สำหรับป้าตู๋แล้ว สิ่งนี้ถือเป็นการเรียนรู้ว่า ไม่มีอะไรที่อยู่ยงคงกระพัน เมื่อถึงเวลาของมัน มันก็ต้องไป

“สิ่งที่สถาปนิกออกแบบมันแตกต่างจากอาคารอื่น ๆ ตรงที่ตราบใดที่เราเลิกทำ ข้อต่อทุกข้อถอดออกจากกันได้หมด อาคารนี้แพงมาก” ป้าตู๋หัวเราะ “แพงเท่ากับตึก แพงเท่ากับห้องแถว 1 ห้อง แต่ละอันแต่ละชิ้นที่ผูกอยู่ข้างบน ใช้ช่างคนเดียวผูก เขาเป็นช่างเฟอร์นิเจอร์ ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะขึ้นมาผูก เขาค่อย ๆ ผูกทีละอัน ๆๆ ใช้เวลา 3 เดือน ข้อต่อแต่ละข้อก็มีการคำนวณและออกแบบมาอย่างดี ศาลาแห่งนี้เลยไม่จำเป็นต้องทิ้งให้เป็นอนุสาวรีย์ไว้กับที่นี่” เจ้าของตลาดเล่าพร้อมรอยยิ้ม

(ห้องสมุด) มนุษย์ (ห้อง) สละ (ห้อง) สลวย

‘ห้องสละ’ เป็นร้านรับบริจาคของใช้แล้วสภาพดี หากใครต้องการของชิ้นไหนก็หยิบได้ตามใจอยาก เพียงแต่ว่าต้องใส่เงินเข้าไปในโถที่เตรียมไว้ให้ ใส่เท่าไหร่ก็ได้ตามจิตศรัทธา โดยเงินจะนำไปสนับสนุนกิจกรรมของกลุ่มรักดี เป็นกลุ่มจิตอาสากลุ่มที่ดูแลเรื่องไฟไหม้ป่า ถางป่า การทำแนวกันไฟ ปลูกต้นไม้ ปลูกป่า เก็บขยะบนดอยสุเทพ ถือเป็นการสนับสนุนค่าอาหารกลางวัน เครื่องดื่ม ที่มาจากการสละสิ่งของเหล่านั้น เพื่อให้พวกเขามีแรงสำหรับออกไปสละแรงกายแรงใจทำจิตอาสาต่อไป

กาดต๋องตึง จ.เชียงใหม่ ตลาดเช้าเดินสบาย ๆ ที่ธรรมชาติมาบรรจบกับสถาปัตยกรรม วิถีท้องถิ่น และความคิดสร้างสรรค์
Tong Tung Market จ.เชียงใหม่ ตลาดเช้าเดินสบาย ๆ ที่ธรรมชาติมาบรรจบกับสถาปัตยกรรม วิถีท้องถิ่น และความคิดสร้างสรรค์

ส่วน ‘ห้องสลวย’ เป็น Workshop Space ที่ตั้งใจให้เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ด้านต่าง ๆ ในคราวที่แล้วมีคลาสสอน ‘การใช้โทรศัพท์ถ่ายรูปยังไงให้ออกมาสวย’ โดยเพื่อนพ้องที่รู้จักกัน

“เพราะเรามองเห็นความสามารถพิเศษของเพื่อนคนใดคนหนึ่ง งั้นมาเวิร์กชอปกันมั้ย เช่น คนนี้พับดอกไม้เป็นดอกกุหลาบเก่งมาก ก็มาสอนได้นะ ส่วนใหญ่เป็นคนรู้จักกันที่เราเชิญมาให้ความรู้”

Tong Tung Market จ.เชียงใหม่ ตลาดเช้าเดินสบาย ๆ ที่ธรรมชาติมาบรรจบกับสถาปัตยกรรม วิถีท้องถิ่น และความคิดสร้างสรรค์

Human Library หรือ ‘ห้องสมุดมนุษย์’ เป็นไอเดียที่เกิดจากความเชื่อว่า มนุษย์แต่ละคนเปรียบเสมือนหนังสือ 1 เล่ม ทุกการเติบโตไม่ต่างอะไรจากบทต่าง ๆ ที่ถูกบันทึกเอาไวในหนังสือแห่งชีวิต เมื่อถึงเวลาอันสมควรก็เอาประสบการณ์มาแบ่งปันกันได้ เลยเกิดเป็นมุมเล็ก ๆ ที่คนมานั่งคุยกัน 

กลายเป็นการเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ เหมือนกำลังอ่านหนังสือ ป้าตู๋ยกตัวอย่างให้ฟังว่า

 “สมมติเราสนใจเรื่องดาราศาสตร์ ถ้ามีใครสักคนมานั่งคุยเรื่องดาราศาสตร์กับเรา มันก็เหมือนเรากำลังเปิดหนังสือ แต่เป็นหนังสือที่เล่าโดยประสบการณ์ และได้สนทนากับคนที่รู้จริงด้านนั้น ๆ”

ประโยชน์ของสถานที่ ความสุขของผู้คน

“มันคงไม่โตไปกว่านี้แล้ว” ประโยคนี้ของป้าตู๋ไม่ใช่การแสดงความเศร้าโศกแต่อย่างใด

แต่ด้วยขนาดที่ดินของตลาดแห่งนี้ โตไปมากกว่านี้แล้วไม่ได้จริง ๆ สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตต่อไปเห็นจะเป็นเรื่องอันไกลตัวสำหรับตลาดที่เพิ่งมีอายุเพียง 4 เดือน ทว่าความน่าสนใจอย่างหนึ่งที่ป้าตู๋บอกกับเรา คือ ถ้าหากพื้นที่ตรงนี้เลิกทำหน้าที่เป็นตลาด และศาลาที่ถอดประกอบได้ถึงเวลาปลดประจำการ ป้าตู๋ก็มีความคิดจะทำให้ที่ดินผืนนี้กลายเป็นสวนสาธารณะแห่งหนึ่งไปโดยปริยาย 

Tong Tung Market จ.เชียงใหม่ ตลาดเช้าเดินสบาย ๆ ที่ธรรมชาติมาบรรจบกับสถาปัตยกรรม วิถีท้องถิ่น และความคิดสร้างสรรค์
Tong Tung Market จ.เชียงใหม่ ตลาดเช้าเดินสบาย ๆ ที่ธรรมชาติมาบรรจบกับสถาปัตยกรรม วิถีท้องถิ่น และความคิดสร้างสรรค์

การเปลี่ยนแปลงข้างต้นที่อาจเกิดขึ้นและไม่เกิดขึ้น ถือว่ายังคงแนวคิดเดิมของสถานที่แห่งนี้เอาไว้ได้อย่างครบถ้วน ทั้งเป็นสถานที่ใกล้บ้านอันแสนดี เพื่อให้ผู้คนได้ออกมาใช้ชีวิต ใกล้ชิดธรรมชาติ และการเป็นพื้นที่สาธารณะในละแวกใกล้บ้านสำหรับทุกคน, กาดต๋องตึง ไม่ว่าจะในตอนนี้หรือภายภาคหน้า ก็จะยังคงเป็นสถานที่สำหรับหย่อนกาย คลายใจ ดื่มน้ำสักแก้ว นั่งดูดนตรีสด พร้อมบรรยากาศธรรมชาติ

ป้าตู๋กล่าวทิ้งท้ายว่า เธออาจไม่ใช่นักการเมืองหรืออินฟลูเอนเซอร์ ที่สร้างสถานที่แห่งนี้ขึ้นมาเพื่อขับเคลื่อนสังคมให้เกิดแรงกระเพื่อมระดับจังหวัด สถานที่นี้เป็นเพียงหนึ่งในสิ่งที่สะท้อนตัวตนของเธอ สถานที่ซึ่งมองเห็นความสำคัญของธรรมชาติที่มีต่อการใช้ชีวิตของผู้คน และหวังอย่างยิ่งว่า ที่แห่งนี้จะทำให้ทุกคนมีความสุข หากใครจะทำเลียนแบบก็เรียนเชิญตามสบายใจ (ป้าตู๋ยินดีจ๊าดหนัก) 

Tong Tung Market จ.เชียงใหม่ ตลาดเช้าเดินสบาย ๆ ที่ธรรมชาติมาบรรจบกับสถาปัตยกรรม วิถีท้องถิ่น และความคิดสร้างสรรค์

กาดต๋องตึง

ที่อยู่ : 309 ซอยหมู่บ้านริมน้ำ ตำบลหนองจ๊อม อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่

เปิดให้บริการวันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 08.00 – 16.00 น.

Facebook : กาดต๋องตึง บ้านริมน้ำ Tong Tung Market

Writer

พัทธนันท์ สวนมะลิ

เด็กกรุงเทพฯ ผู้เป็น Sneakerhead และ Cinephile ที่หอบเสื่อผืนหมอนใบมาเรียนเชียงใหม่ แล้วสุดท้ายก็กลับไปตายรังที่กรุงเทพฯ

Photographer

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ผู้รักจักรยานไม่น้อยไปกว่าลูก ซึ่งความรักที่มีต่อทั้งสองมากกว่าการถ่ายรูปด้วยซ้ำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load