ตาม The Cloud ไปเยี่ยมชมบ้านไม้สีขาวอายุ 100 กว่าปี ในสวนเขียวขนาด 22 ไร่ ใจกลางถนนวิทยุ ที่ตั้งของทำเนียบเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ผ่านคำบอกเล่าของ ท่านทูตกลิน ที. เดวีส์ เจ้าบ้านผู้กำลังจะอำลาประเทศไทยกลับสู่สหรัฐอเมริกาในเดือนกันยายน

พร้อมรับฟังเกร็ดความรู้ทางประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย-สหรัฐอเมริกา ที่มีมายาวนานกว่า 200 ปี จาก ผศ. ดร.พีรศรี โพวาทอง อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสถาปัตยกรรมโบราณ

ถ้าพร้อมแล้ว ไปฟังท่านทูตเล่าเรื่องราวเก่าแก่ให้ฟังกันเถอะ

ทำเนียบเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา, สถานทูตอเมริกา, กลิน ที. เดวีส์, walk with the cloud,US Embassy

  1. ปีนี้ครบรอบความสัมพันธ์ 200 ปี ไทย-สหรัฐอเมริกา โดยความสัมพันธ์เริ่มต้นขึ้นในช่วงรัชกาลที่ 4 จากสนธิสัญญาเบาว์ริง เพื่อส่งเสริมการค้าและความสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศ ใน พ.ศ. 2398 ต่อมาได้มีการตั้งสถานกงสุลสหรัฐอเมริกาในประเทศไทยขึ้น เพื่อดูแลผลประโยชน์ของนักธุรกิจและพลเมืองอเมริกัน ในยุคแรก สหรัฐอเมริกามอบหมายให้มิชชันนารีที่อยู่ในประเทศไทยอยู่แล้วดำรงตำแหน่งกงสุล ที่คนไทยเรียก ‘หมอมัตตูน’
  2. ทำเนียบหลังนี้สร้างขึ้นในช่วงต้นรัชกาลที่ 6 เมื่อ พ.ศ. 2457 หรือ 103 ปีก่อน เป็นอาคารยกพื้นสูง มีใต้ถุน หลังคาปั้นหยาใหญ่ มีห้องอยู่ตรงกลาง และมีระเบียงล้อมรอบ บ้านแบบนี้เรียกว่า ‘บังกะโล’ เป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมที่คนยุโรปสร้างในเขตร้อนชื้น เช่น แอฟริกา อินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออกแบบมาอย่างรอบคอบให้ไม่มีแดดส่อง แต่มีลมพัดผ่าน เพื่อให้ชาวยุโรปรอดปลอดภัยต่อโรคและความชื้นทางสภาพอากาศ

ทำเนียบเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา, สถานทูตอเมริกา, กลิน ที. เดวีส์, walk with the cloud,US Embassy ทำเนียบเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา, สถานทูตอเมริกา, กลิน ที. เดวีส์, walk with the cloud,US Embassy

3. ผู้สร้างบ้านหลังนี้ที่ต่อมาถูกใช้เป็นทำเนียบเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย คือ นายโฮเรชีโอ เบลีย์ วิศวกรชาวอังกฤษผู้เกิดในช่วงกลางรัชกาลที่ 5  ผู้เป็นนักเผชิญโชค เขาย้ายข้ามน้ำข้ามทะเลมาทำงานที่บริษัท Bangkok Dock Company ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทอเมริกันแรกๆ ที่ดำเนินกิจการในสยาม จากนั้นย้ายมาทำงานที่โรงกษาปณ์ และสุดท้ายเปิดบริษัทชื่อ Siam Import นำเข้าสินค้าที่ผลิตในยุโรปและอเมริกาเข้าสู่พระนคร นอกจากนั้นยังรับราชกาลกรมมหาดเล็ก และได้รับพระราชทานราชทินนามจากรัชกาลที่ 6 ว่า ‘พระปฏิบัติราชประสงค์’

4.สมัยแรกก่อสร้าง บ้านหลังนี้ถือว่าอยู่บ้านนอก เนื่องจากไกลจากย่านการค้าเจริญกรุง และเป็นบ้านหลังแรกๆ ที่ถูกสร้างขึ้นในบริเวณนี้ ที่ถูกจัดสรรเป็นที่ดินสำหรับสร้างบ้านผู้มีอันจะกินและวังเจ้านายแต่ละพระองค์ เมื่อข้ามคลองขนาดเล็กที่ถูกขุดรอบรั้ว จะพบความอลังการของถนนที่ทอดยาวเข้าสู่ตัวบ้าน เป็นลักษณะการออกแบบพื้นที่ในสมัยรัชกาลที่ 6 ซึ่งความเป็นวังและความเป็นบ้านเริ่มผนวกเข้าหากัน

ปัจจุบันทำเนียบหลังนี้ทำหน้าที่บ้านพักเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกามา 71 ปี ได้รางวัลอาคารควรค่าแก่การอนุรักษ์ จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อ พ.ศ. 2527

ทำเนียบเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา, สถานทูตอเมริกา, กลิน ที. เดวีส์, walk with the cloud,US Embassy ทำเนียบเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา, สถานทูตอเมริกา, กลิน ที. เดวีส์, walk with the cloud,US Embassy

5. ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นได้ยึดบ้านหลังนี้ แต่ไม่มีหลักฐานบันทึกว่าญี่ปุ่นใช้บ้านหลังนี้ทำอะไร นอกจากเป็นที่พักของทหาร ในปัจจุบันยังมีคราบน้ำมันที่เปื้อนกระเบื้องปูนอกชานและรอยไหม้จางๆ จากเตาถ่าน 1 – 2 รอยบนพื้นไม้สักอยู่

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 นายเอ็ดวิน สแตนตัน เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยคนแรก คือผู้เข้ามารื้อฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และท่านทูตสแตนตันคือผู้มาเลือกบ้านหลังนี้เป็นทำเนียบ ที่ดินผืนนี้ปัจจุบันเป็นของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ โดยกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ดำเนินการ และสถานทูตสหรัฐอเมริกาเช่าอีกทีหนึ่ง

ทำเนียบเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา, สถานทูตอเมริกา, กลิน ที. เดวีส์, walk with the cloud,US Embassy

6. ท่านทูตกลิน ที. เดวีส์ ชี้ให้ดูบานประตูด้านหลังห้องรับประทานอาหารบนชั้นสองของบ้าน มีการขูดสีออกให้เห็นสีเนื้อไม้ดั้งเดิมบางส่วน และยังร่องรอยสีฟ้าที่นางโจเซฟิน สแตนตัน ภริยาของนายเอ็ดวิน สแตนตัน เป็นผู้ผสมสีเพื่อทาลงบนบานไม้

ทำเนียบเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา, สถานทูตอเมริกา, กลิน ที. เดวีส์, walk with the cloud,US Embassy

ทำเนียบเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา, สถานทูตอเมริกา, กลิน ที. เดวีส์, walk with the cloud,US Embassy

ภาพจิตรกรรมส่วนใหญ่ที่เห็นในบ้านเป็นของสะสมของภริยาท่านทูตกลิน ที. เดวีส์ เช่น ภาพสีชอล์กของแมรี เคแซต (Mary Stevenson Cassatt) ศิลปินหญิงชาวอเมริกัน นอกจากนี้ยังมีของสะสมอื่นๆ ที่น่าสนใจของท่านทูต เช่น หนังสือพิมพ์เก่าของ Chicago Daily Tribune ที่ลงพาดหัวผิดว่า Dewey Defeats Truman ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

ทำเนียบเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา, สถานทูตอเมริกา, กลิน ที. เดวีส์, walk with the cloud,US Embassy

ทำเนียบเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา, สถานทูตอเมริกา, กลิน ที. เดวีส์, walk with the cloud,US Embassy

7. มีความเป็นไทยซุกซ่อนอยู่ตามมุมต่างๆ ของตัวบ้าน เช่น บันไดขึ้นชั้นสองที่สร้างในลักษณะเหมือนเจาะพื้นแล้วเอาบันไดพาดเอาดื้อๆ แบบบ้านคนไทยสมัยก่อนเปี๊ยบ บ้านหลังนี้จึงถือเป็นบ้านฝรั่งที่มีความเป็นไทยอยู่ นายโฮเรชีโอ เบลีย์ เจ้าของบ้านคนแรก เป็นคนมีอารมณ์ขัน เขาจึงใส่อารมณ์ขันเข้ามาในบ้าน สังเกตได้จากงานปั้นหน้าคนอยู่ตรงโค้งเหนือหน้าต่าง ทุกหน้ามีจมูกแบบฝรั่งแต่มีตาแบบไทย แล้วก็มีใบหน้าที่แตกต่างกันหมด

ทำเนียบเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา, สถานทูตอเมริกา, กลิน ที. เดวีส์, walk with the cloud,US Embassy ทำเนียบเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา, สถานทูตอเมริกา, กลิน ที. เดวีส์, walk with the cloud,US Embassy

8. ความโดดเด่นในแง่สถาปัตยกรรมของบ้านหลังนี้อีกอย่างหนึ่งคือความโปร่ง หน้าต่างทุกบานสามารถเปิดได้จนจรดพื้นเพื่อรับลม แต่ต่อมามีการติดกระจกรอบบ้าน และกั้นห้องใหม่ทั้งหมดเพื่อติดเครื่องปรับอากาศใน พ.ศ. 2516 โครงสร้างพื้นฐานของบ้านหลังนี้เป็นแบบเรือนไม้เขตร้อนดั้งเดิม ใช้ระบบเสาโครงค้ำยัน หนุนหลังคาและพื้นทั้งหมดด้วยโครงและเสา พอเวลาผ่านมา 1 ศตวรรษพื้นจึงเริ่มไม่ค่อยตรงเท่าไหร่

ทำเนียบเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา, สถานทูตอเมริกา, กลิน ที. เดวีส์, walk with the cloud,US Embassy

9. Guest House หลังเล็กที่ตั้งอยู่ในรั้วเดียวกันได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีเช่นเดียวกับทำเนียบหลังใหญ่ ออกแบบโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง สร้างโดยกระทรวงการต่างประเทศ ในช่วงต้นรัชกาลที่ 9 ใช้เป็นที่รับรองเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอเมริกาเมื่อเดินทางมาเยือนประเทศไทย

ทำเนียบเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา, สถานทูตอเมริกา, กลิน ที. เดวีส์, walk with the cloud,US Embassy ทำเนียบเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา, สถานทูตอเมริกา, กลิน ที. เดวีส์, walk with the cloud,US Embassy

10. ที่ดินทั้งแปลงนี้มีคูน้ำล้อมรอบ ศาลาหลังนี้เดิมเป็นศาลาสำหรับว่ายน้ำ และจัดงานปาร์ตี้ของนายโฮเรชีโอ เบลีย์ ความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่สีเขียวในรั้วทำเนียบทูตสหรัฐอเมริกา ทำให้มีสัตว์อาศัยอยู่มากมายตามธรรมชาติ ทั้งนก เต่า ปลา และงูเหลือม ซึ่งเลื้อยข้ามไปมาระหว่างที่นี่และสถานทูตดัตช์เพื่อนบ้านที่อยู่ติดกัน

ทำเนียบเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา, สถานทูตอเมริกา, กลิน ที. เดวีส์, walk with the cloud,US Embassy

ทำเนียบเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา, สถานทูตอเมริกา, กลิน ที. เดวีส์, walk with the cloud,US Embassy

ส่วนสัตว์เลี้ยงประจำสถานทูตคือแมวขาวดำอายุประมาณ 13 ปี ชื่ออิซาเบล หรือเบลเบล ซึ่งภริยาท่านทูตรับมาเลี้ยงไว้นั่นเอง

ทำเนียบเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา, สถานทูตอเมริกา, กลิน ที. เดวีส์, walk with the cloud,US Embassy

Writers

Avatar

มิ่งขวัญ รัตนคช

อดีต Urban Designer ผู้รักการเดินทางสำรวจโลกกว้าง สนใจงานออกแบบเชิงพฤติกรรมมนุษย์ และยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ เชื่อว่าทุกการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นจากน้ำหยดเล็กที่ไหลมารวมกัน

ภัทรียา พัวพงศกร

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการ นักเขียน ที่สนใจตึกเก่า เสื้อผ้า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวที พอๆ กับการเดินทาง

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Walk with The Cloud

กิจกรรมที่จะพาเดินทางไปทำความรู้จักเมืองในหลากหลายมิติ

“สยามไปร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 แค่ในนาม ส่งทหารไปฝึกสวนสนามแล้วก็กลับเท่านั้นเอง”

คุณอาจเคยได้ยินเรื่องนี้เมื่อพูดถึงบทบาทของสยามในสงครามโลกครั้งที่ 1 แต่กิจกรรม Walk with The Cloud 01 ทริปแรกของเราจะพาคุณไปตามหาข้อเท็จจริงจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ว่า ประโยคข้างต้นนั้น…จริงหรือไม่

ยามบ่ายของวันที่ 5 สิงหาคม 2560 เรามีนัดกับผู้อ่าน The Cloud จำนวนหนึ่งที่หอวชิราวุธานุสรณ์ ในเขตหอสมุดแห่งชาติ เพื่อเดินชมนิทรรศการ ‘100 ปี สยามกับสงครามโลกครั้งที่ 1’ แบบสุดพิเศษ โดยมีคิวเรเตอร์ โจ-จิตติ เกษมกิจวัฒนา ผู้รับหน้าที่ดูแลภาพรวมของนิทรรศการนี้เป็นผู้นำชมและเล่าเรื่องเบื้องหลังให้ฟังอย่างละเอียด นอกจากคุณโจแล้วยังมี คุณเพชร-สุจิรา ศิริไปล์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ให้เกียรติมาให้ความรู้เพิ่มเติมแก่พวกเราในเรื่องที่นอกเหนือไปจากนิทรรศการ เสริมด้วย คุณเชื้อพร รังค วร เช่น ประวัติของหอวชิราวุธานุสรณ์ ไปจนถึงข้อมูลเบื้องลึกเบื้องหลังทั้งทางการเมืองในยุคสงครามโลกครั้งที่ 1 และพระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

เรารวมตัวกันที่หน้าพระบรมรูปหุ่นขี้ผึ้งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเครื่องมหาพิชัยยุทธจำลอง (แปลง่ายๆ คือหุ่นขี้ผึ้งของรัชกาลที่ 6 แต่งพระองค์ในชุดพร้อมออกศึกอย่างโบราณแบบเดียวกับที่พระมหากษัตริย์ในอดีตทรงออกไปรบทัพจับศึกนั่นแหละ) ก่อนที่จะเข้ากิจกรรมหลักอย่างเดินดูนิทรรศการนั้นก็ต้องมีการเกริ่นเกี่ยวกับที่มาที่ไปเล็กน้อยเป็นการเปิดงานตามธรรมเนียม ซึ่งขอบอกเลยว่างานนี้สนุกตั้งแต่เปิดเพราะเต็มไปด้วยเกร็ดสนุกมากมาย เริ่มตั้งแต่ประวัติของหอวชิราวุธานุสรณ์ที่เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจกันของหลายฝ่ายเพื่อให้ออกมาสมพระเกียรติที่สุด ไล่ไปจนถึงพระบรมราชะประทรรศนีย์ที่บริเวณชั้น 3 ที่สร้างขึ้นเพื่อฉลองวันพระบรมราชสมภพครบ 100  ปีของพระบาทสมเด็จพระมุงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2524 แน่นอนว่าพระบรมราชะประทรรศนีย์ก็เป็นหนึ่งในคำศัพท์ใหม่ที่เราเรียนรู้สดๆ ร้อนๆ ณ เวลานั้นด้วยว่าหมายถึง Exibition หรือนิทรรศการนั่นเอง

ในสมัยนั้นนิทรรศการนี้ถือเป็นนิทรรศการที่ล้ำสมัยสุดๆ เพราะจัดตั้งขึ้นด้วยแนวคิดว่าจะรวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเอาไว้ โดยใช้สื่อต่างๆ นิทรรศการนี้จึงจัดแสดงอย่างน่าสนใจ ไม่ใช่แค่มีบอร์ดให้ความรู้ นิทรรการนี้มีตั้งแต่พระบรมรูปหุ่นขี้ผึ้งที่ปั้นด้วยเทคนิคแบบมาดามทุสโซ ไปจนถึงการฉายภาพซ้อนกันจากโปรเจกเตอร์ถึง 3 ตัวเพื่อให้เกิดมิติ (อย่าลืมว่านิทรรศการนี้มีอายุสามสิบกว่าปีแล้วนะ)

เรียนรู้เกี่ยวกับหอวชิราวุธานุสรณ์กันพอหอมปากหอมคอแล้ว ทั้งคณะจึงย้ายกันเข้าไปยังห้องประชุมอเนกประสงค์ ห้องที่นอกจากจะสร้างไว้เพื่อใช้เป็นห้องประชุม อภิปราย หรือฉายภาพยนตร์แล้ว ยังมีลักษณะเป็นโรงละครเล็กแบบอังกฤษที่สามารถใช้แสดงละครได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องขยายเสียงอีกด้วย สะท้อนถึงพระราชนิยมเรื่องละคร เราเข้าไปในห้องประชุมเพื่อย้อนเวลาในความเงียบกลับไปชมคลิปวิดีโอที่ถ่ายขึ้นจริงๆ ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ภาพเคลื่อนไหวขาวดำนี้แสดงให้เห็นตั้งแต่การสวนสนามของทหาร ไปจนถึงชีวิตความเป็นอยู่ทั่วไปในค่าย แม้จะไม่ได้เห็นภาพการปฏิบัติหน้าที่จริงๆ แต่ก็แสดงภาพการเดินทางไปรบของทหารไทย ซึ่งจากบันทึกของฝรั่งเศสนั้นระบุว่าเหล่าทหารอาสาของไทยเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ถึงเขตกระสุนตกเลยทีเดียว

หลังจบการชมหนังสั้นเราก็ได้โอกาสชวนคุณโจ-จิตติ เกษมกิจวัฒนา คุยเล็กน้อยเกี่ยวกับบทบาทคิวเรเตอร์ของนิทรรศการครั้งนี้ที่เขาได้รับ ซึ่งเขาก็เล่าให้ฟังถึงความหนักใจจากการที่ไม่เคยรับงานใหญ่ขนาดนี้ การที่ต้องศึกษาทางประวัติศาสตร์อย่างหนักเพื่อจัดนิทรรศการครั้งนี้ขึ้น รวมไปถึงการทับซ้อนกันของประวัติศาสตร์เก่าในยุคสงครามโลก และประวัติศาสตร์ใหม่ในช่วง 30 ปีก่อนที่เกิดจากฝีมือของ ม.ล.ปิ่น มาลากุล ที่พยายามเล่าประวัติศาสตร์ครั้งเก่าในรูปแบบของตนเอง เพราะอย่างไรคุณโจก็เห็นว่าพิพิธภัณฑ์น่าจะเป็นการบันทึกเรื่องราวที่เกิดขึ้นมากกว่าจะเป็นแค่การรวบรวมสิ่งของในอดีตเท่านั้น

นอกจากนี้คุณโจยังเล่าเรื่องสนุกๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างรวบรวมข้อมูลเพื่อจัดนิทรรศการ ‘100 ปี สยามกับสงครามโลกครั้งที่ 1’ ให้เราฟังอีกหลายเรื่องด้วยกัน นับตั้งแต่เริ่มหาข้อมูลที่เขาพบว่ามีข้อมูล 2 ชุดที่แตกต่างกันสุดขีดอยู่ คือข้อมูลที่สนับสนุนการเข้าร่วมสงครามโลกของสยามว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องและชาญฉลาด กับข้อมูลอีกชุดที่พยายามบอกว่าการเข้าร่วมสงครามนี้เป็นความสิ้นเปลือง และเป็นความพยายามเอาหน้าของสยามที่เข้าร่วมสงครามเมื่อสงครามใกล้จบแล้ว ไม่ได้มีบทบาทในสงคราม แต่กลับได้อยู่ในประเทศผู้ชนะสงครามเสียอย่างนั้น

เมื่อศึกษาหลักฐานเหล่านี้แล้วคุณโจกลับพบว่าหลักฐานเหล่านี้ล้วนเป็นหลักฐานชั้นรอง เกิดจากการบอกเล่าต่อๆ กันมารวมไปถึงใส่ความเห็นของผู้รวบรวมลงไปทั้งสิ้น ไม่มีหลักฐานชั้นต้นที่เกิดขึ้นในเวลาที่เกิดสงครามโลกจริงๆ เลย เมื่อเขาคิดว่าพิพิธภัณฑ์ที่ดีในสายตาของเขาคือแหล่งที่เล่าเรื่องราวจากหลักฐานโดยไม่ใส่ความเห็น รวมไปถึงมุมมองของคิวเรเตอร์ผู้จัดลงไปแม้แต่น้อย เปิดโอกาสให้ผู้ชมคิดตีความเอาเองว่าจะเลือกเชื่อสิ่งใด กระบวนการตามหาหลักฐานชั้นต้นจึงเกิดขึ้น

การตามหาหลักฐานชั้นต้นที่เกิดขึ้นเมื่อเกือบ 100 ปีที่แล้วนั้นก็เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร คุณโจเริ่มจากให้น้องสาวซึ่งเรียนอยู่ที่ปารีสนั้นไปควานหาเข็มจากในร้านหนังสือเก่า โดยมีโจทย์ว่าให้หาหนังสือใดก็ได้ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ส่วนวิธีการก็ไม่มีอะไรซับซ้อนไปกว่าค่อยๆ พลิกไปทีละเล่ม ทีละหน้า โชคดีที่ระบบเก็บข้อมูลของฝรั่งเศสนั้นค่อนข้างดี เพียงแค่วันแรกน้องสาวของคุณโจก็พบหนังสือที่รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับวันฉลองชัยเอาไว้ แต่ถึงจะโชคดีในวันแรก กระบวนการนี้ก็ยังต้องดำเนินต่อไปถึง 2 เดือน และเป็น 2 เดือนที่เต็มไปด้วยความยุ่งยาก ทั้งโดนหลอกจากหนังสือที่เนื้อในไม่ตรงปก ไปจนถึงการเจอหนังสือเล่มที่ต้องการแต่หน้าที่ต้องการกลับหายไปเพียงหน้าเดียว

แม้จะเป็นเรื่องของสยามแต่การค้นคว้าที่ฝรั่งเศสคราวนี้ก็ให้ข้อมูลใหม่ เกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 1 เพราะเป็นมุมมองของนานาประเทศที่มองสยามจากการเข้าร่วมสงครามโลกครั้งนั้น ทั้งความสนใจของอังกฤษต่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว กษัตริย์สยามผู้เป็นนักเรียนเก่าอังกฤษ ฝรั่งเศสซึ่งยึดครองอาณานิคมแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่จึงเห็นว่าสยามเป็นเพื่อนบ้าน รวมไปถึงความเห็นจากฝ่ายตรงข้ามอย่างเยอรมนีที่เย้ยหยันสยามอยู่หน่อยๆ แต่ในเหตุการณ์เดียวกันนั้นก็จะเห็นความพยายามแก้ข่าวให้สยามจากฝั่งสัมพันธมิตร เช่นข้อหาที่ว่าทหารของสยามนั้นล้าหลังซึ่งก็ได้อังกฤษแก้ต่างให้ว่าสยามปฏิรูปการทหารมาตั้งแต่สมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวแล้ว ซึ่งความสนใจของนานาประเทศนี้ก็แสดงให้เห็นความสำคัญของสยามนับตั้งแต่ยังวางตัวเป็นกลางไปจนถึงวันที่ตัดสินใจเข้าร่วมสงคราม

คุณโจชี้ให้เราเห็นว่าท่ามกลางที่ตั้งของสยามที่รายล้อมด้วยอาณานิคมของฝ่ายสัมพันธมิตร สยามกลับวางตัวเป็นกลางและต้อนรับชาวเยอรมนีมากมายที่เข้ามาทำงานในตำแหน่งต่างๆ ทั้งรับราชการและทำงานเอกชนสืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 จนทำให้ฝ่ายสัมพันธมิตรหวาดกลัวว่าสยามจะเข้าร่วมกับเยอรมนี อย่างไรก็ตามเมื่อสยามเห็นเยอรมนีเริ่มทำตัวไร้ศีลธรรมและล่มเรือลูซิเทเนียซึ่งไม่ใช่เรือทางการทหาร สยามจึงตัดสินใจร่างคำประกาศสงครามเข้าร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตรทันทีส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโยกย้ายและจับกุมชาวเยอรมนีในประเทศมากมาย ซึ่งเอกสารคำประกาศสงครามครั้งนี้ก็ถือเป็นหลักฐานชั้นต้นอีกชิ้นหนึ่งที่คุณโจเลือกใช้งาน จากหลักฐานชั้นต้นทั้งในและนอกประเทศนี้ก็ช่วยทำให้ภาพรวมของสยามในสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่จะนำมาจัดแสดงในนิทรรศการเริ่มชัดเจนขึ้น

หลังจากนั่งฟังบรรยายมาพอสมควรจึงได้เวลาที่คุณโจจะนำเราเดินชมนิทรรศการของจริงเสียที ซึ่งหลังจากฟังเบื้องหลังการจัดงานแล้วก็ทำให้เราเห็นเรื่องราวที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังสิ่งของที่นำมาจัดแสดงในนิทรรศการได้เป็นอย่างดี สำหรับผู้ที่สนใจอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับนิทรรศการสามารถอ่านได้ที่บทความ Siam and World War I 100 ปีผ่านไป สงครามโลกครั้งที่ 1 ทิ้งอะไรไว้ให้ไทยบ้าง ซึ่งคุณก้อง-ทรงกลด บางยี่ขัน บรรณาธิการบริหารของเรา ได้มีโอกาสไปคุยกับคุณโจไว้ตั้งแต่เมื่อครั้งนิทรรศการนี้ยังไม่เปิดจัดแสดง

หลังจากเต็มอิ่มกับข้อมูลทางประวัติศาสตร์ตลอดบ่ายแล้ว ก็ได้เวลาที่ทุกคนจะแยกย้ายกลับพร้อมข้อมูลดีๆ ที่อัดเต็มพร้อมให้เรากลับไปคิดและวิเคราะห์เองต่อว่าเมื่อฟังจบแล้วเราเลือกที่จะเชื่อข้อมูลชุดไหน สยามเข้าร่วมสงครามโลกแค่ในนามหรือเปล่า? สยามคิดถูกหรือไม่ที่เข้าร่วมสงครามโลกในครั้งนั้น?

ใครที่ไม่อยากพลาดกิจกรรมดีๆ แบบนี้อย่าลืมติดตามกิจกรรม Walk with The Cloud ว่าครั้งต่อไปเราจะพาคุณไปเดินแบบพิเศษสุดๆ ที่ไหน ได้ที่ readthecloud.co หรือFacebook The Cloud

Writer

Avatar

‎chananya techajaksemar‎

มนุษย์ติดโซเชียลที่ชอบเล่าและเม้าท์มอยวรรณคดีเพื่อความบันเทิง ที่สำคัญชอบเนียนโฆษณาชาแนล Point of View และหนังสือวรรณคดีไทยไดเจสต์ของตัวเองเป็นที่สุด

Photographers

ทรงกลด บางยี่ขัน

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

Avatar

‎chananya techajaksemar‎

มนุษย์ติดโซเชียลที่ชอบเล่าและเม้าท์มอยวรรณคดีเพื่อความบันเทิง ที่สำคัญชอบเนียนโฆษณาชาแนล Point of View และหนังสือวรรณคดีไทยไดเจสต์ของตัวเองเป็นที่สุด

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load