ย้อนเวลากลับไปกว่า 4,000 ปี จุดเริ่มต้นของการใช้กลิ่นหอมนานาในปัจจุบันคือการจุดกำยานเพื่อบูชาเทพเจ้า เพราะเชื่อกันว่ากลิ่นหอมที่ลอยอบอวลขึ้นไปบนชั้นฟ้าจะเป็นสื่อกลางในการติดต่อสื่อสารกับเทพเจ้าได้

ประเทศในทวีปตะวันออกอย่างจีนมีคำว่า ‘เฮียง’ (香) แปลว่า กลิ่นหอมและธูป ส่วนทวีปตะวันตกเองก็มีคำว่า ‘Per fumus’ ภาษาละตินที่หมายถึง Through smoke และกลายเป็นรากศัพท์ของคำว่า Perfume ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในทุกวันนี้

กลิ่นเป็นสิ่งเดียวในประสาทสัมผัสของมนุษย์ที่ต่อตรงไปถึงสมองโดยไม่ผ่านต่อมใดของร่างกาย ไม่มีการวิเคราะห์ ไม่มีการแปลความหมาย ไม่เหมือนการที่เราเก็บภาพด้วยตาหรือฟังด้วยหู หากเรากลับมาได้เห็นหรือได้ยินสิ่งนั้นอีกครั้งเราจะนึกถึงภาพจำ แต่หากเราเก็บภาพด้วยกลิ่น กลิ่นจะหวนภาพทรงจำและความรู้สึกเหล่านั้นกลับมา 

สถานที่ทุกที่ คนทุกคน ความทรงจำทุกเรื่อง และอาหารแต่ละชนิด ต่างก็มีกลิ่นที่เคล้าไปด้วยเรื่องราวเฉพาะของตัวเอง The Cloud จึงร่วมมือกับ ชลิดา คุณาลัย นักออกแบบกลิ่น และ สมชัย กวางทองพาณิชย์ นักประวัติศาสตร์ชุมชน จัด ‘Walk with The Cloud 19 : หอมกลิ่นกรุงเทพ’ ชวนทุกท่านเตรียมจมูกให้พร้อม แล้วไปสูดความทรงจำให้เต็มปอด ณ เส้นทางกลิ่นหอมย่านเยาวราช ทรงวาด และพาหุรัดกัน

เส้นทางสายกลิ่นที่เราร่วมเดินทางกันมีหน้าตาและกลิ่นเป็นอย่างไร เราเก็บเรื่องราวมาฝากพร้อมให้ตามรอยกันง่ายๆ แล้วตามนี้เลย

แกะรอยเส้นทางประวัติศาสตร์ ย่านเยาวราช ทรงวาด และพาหุรัด ด้วยจมูก

วัดเล่งเน่ยยี่

เริ่มต้นที่วัดเล่งเน่ยยี่ หรือวัดมังกรกมลาวาส วัดจีนโบราณที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2414 โดยปฐมบูรพาจารย์ สกเห็งโจวซือ พระภิกษุจากกวางตุ้งและผู้นำชาวจีน ที่ได้รับความช่วยเหลือจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 จนสร้างวัดได้สำเร็จ

แกะรอยเส้นทางประวัติศาสตร์ ย่านเยาวราช ทรงวาด และพาหุรัด ด้วยจมูก

สถาปัตยกรรมจีนวางรูปแบบวัดตามแบบวัดหลวงมีวิหารท้าวจัตุโลกบาลทั้งสี่เป็นวิหารแรก ถัดมาตรงกลางเป็นพระอุโบสถมีพระประธาน 3 องค์เรียกว่า ‘ซำป้อหุกโจ้ว’ มีพระศรีศากยมุนีพุทธเจ้า พระอมิตาภพุทธเจ้า และพระไภษัชยคุรุพุทธเจ้า ส่วนด้านหลังพระอุโบสถเป็นวิหารเทพเจ้า 

แกะรอยเส้นทางประวัติศาสตร์ ย่านเยาวราช ทรงวาด และพาหุรัด ด้วยจมูก

ที่ลานหน้าวัด กลิ่นไอธูปที่ลอยอบอวลอยู่ในอากาศมาจากกลิ่นกำยาน อบเชย และไม้จันทน์หอม กลิ่นตระกูล Woody ให้ความรู้สึกสุขุมและอบอุ่น เหมาะกับสถานที่แห่งนี้ที่เป็นพึงพิงทางจิตใจ เป็น One-stop Service ของชุมชนและคนมากหน้าหลายตาที่แวะเวียนเข้ามาเคารพบูชาเทพแต่ละองค์ ไม่ว่าจะเทพเจ้าแห่งยาอย่าง ‘หั่วท้อเซียงซือกง’ และเทพเจ้าคุ้มครองดวงชะตา ‘ไท้ส่วยเอี๊ยะ’

ภายในยังมีพระพุทธรูปสมัยรัตนะหลายสิบองค์ พระพุทธรูปแปลกตาที่เห็นได้ยากในสมัยนี้ แต่ละองค์ห่มจีวรลายลูกไม้ซึ่งนับว่าเป็นผ้าชั้นดีในสมัยก่อนที่ผู้คนนิยมนำมาถวายแด่พระสงฆ์ 

423 ถนนเจริญกรุง แขวงป้อมปราบ 

เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร

ฉั่งแปะ

เดินต่อมา เข้าซอยเจริญกรุง 16 หรือซอยอิสรานุภาพ จะพบร้านฉั่งแปะ อดีตร้านฉั่งฮะเฮง ร้านค้าส่งอายุกว่า 50 ปีถูกปรับเปลี่ยนรูปแบบเป็นร้านขายน้ำเพื่อสุขภาพ เมื่อเห็นว่าน้ำสมุนไพรหลายชนิดที่ดีต่อสุขภาพเริ่มหายไปจากตลาดเยาวราช จึงหยิบจับเอาสูตรน้ำสมุนไพรโบราณเก่าแก่กว่า 90 ปี ของต้นตระกูลที่ดื่มกันเป็นประจำมาทำขายอีกครั้ง จนกลายเป็นร้านน้ำสมุนไพรและผลไม้หลากหลายชนิดในชื่อ ‘ฉั่งแปะ’

ร้านฉั่งแปะ อดีตร้านฉั่งฮะเฮง

น้ำสมุนไพรจีนขนานแท้ถูกทำให้มีกลิ่นเบาบาง แต่ยังคงสรรพคุณและโปรโยชน์ได้อย่างเต็มเปี่ยม สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนจีนที่ดื่มน้ำสมุนไพรเป็นประจำทุกวันจึงต้องทำให้มีกลิ่นที่อ่อนดื่มได้ง่าย 

ร้านฉั่งแปะ อดีตร้านฉั่งฮะเฮง

ร้านฉั่งแปะเต็มไปด้วยน้ำหลากหลายชนิดตั้งแต่น้ำชื่อคุ้นหูอย่างเก๊กฮวย กระเจี๊ยบ ไปจนถึงน้ำชื่อแปลกตา อย่างเห้งหยิ่งแต๊ นมอัลมอนด์จีนที่เต็มไปด้วยสรรพคุณมากมาย ทั้งบำรุงผิวพรรณ บำรุงปอด ขับเสมหะ ทั้งยังมีรสหอมอร่อยและกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว แวะมาแล้วต้องชิมสักครั้ง

127 ซอยเจริญกรุง 16 เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร

ซอยอิสรานุภาพ

แกะรอยเส้นทางประวัติศาสตร์ ย่านเยาวราช ทรงวาด และพาหุรัด ด้วยจมูก

หากพูดถึงเยาวราช มีใครบ้างที่ไม่นึกถึงเรื่องอาหาร 

เยาวราชย่านที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งรวบรวมของกินไว้มากมายหลากหลายประเภท เมื่อเดินสำรวจสองข้างทางในซอยอิสรานุภาพ จะพบว่าที่นี่เป็นศูนย์กลางและหัวใจสำคัญของเยาวราช เพราะที่นี่รวบรวมวัตถุดิบการประกอบอาหารไว้แทบทุกชนิด ไม่ว่าจะของแห้ง ของสด ผลไม้ ชา เครื่องปรุง หรือเครื่องเทศต่างๆ กลิ่นที่เราได้สูดดมจึงหลากหลายแทบทุกตระกูลกลิ่น

แกะรอยเส้นทางประวัติศาสตร์ ย่านเยาวราช ทรงวาด และพาหุรัด ด้วยจมูก
แกะรอยเส้นทางประวัติศาสตร์ ย่านเยาวราช ทรงวาด และพาหุรัด ด้วยจมูก

ซอยอิสรานุภาพเป็นซอยเก่าแก่ที่แสดงการเปลี่ยนผ่านของยุคสมัยให้เห็นได้อย่างชัดเจน 

ซอยเจริญกรุง 16 เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร

ตั้งกวงคี่เฮียง

แกะรอยเส้นทางประวัติศาสตร์ ย่านเยาวราช ทรงวาด และพาหุรัด ด้วยจมูก

เดินมาสุดซอยเจริญกรุง 16 แล้วข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามจะพบร้านกุนเชียงสูตรโบราณจากกวางตุ้งที่ทำอย่างพิถีพิถันสืบต่อกันมานานกว่า 3 รุ่น รวมอายุร้านกว่า 80 ปี โดยความอร่อยและหน้าตาร้านแทบไม่เปลี่ยนไปจากยุคเก่า

คำว่า ‘ตั้ง’ หมายถึง ตระกูลตั้ง ‘กวง’ หมายถึง กว้างไกล ‘คี่’ หมายถึง มหัศจรรย์ และ ‘เฮียง’ หมายถึง กลิ่น ‘ตั้งกวงคี่เฮียง’ กลิ่นมหัศจรรย์กว้างไกลของตระกูลตั้ง 

ตั้งกวงคี่เฮียง ร้านกุนเชียงสูตรโบราณ
ตั้งกวงคี่เฮียง ร้านกุนเชียงสูตรโบราณ

กุนเชียงร้านตั้งกวงคี่เฮียงเป็นสูตรเก่าแก่ที่ไม่มีการผสมแป้งลงไป ทำให้วัตถุดิบที่ใช้เป็นเนื้อและตับของสัตว์ล้วนๆ ซึ่งมีกลิ่นที่แรง แต่กุนเชียงของร้านนี้ไม่มีกลิ่นจัด กลับเป็นกลิ่นของแห้งที่ส่งกลิ่นหอมเบาๆ ด้วยเทคนิคทำให้แห้งจัด เราเลยต้องดมให้ถนัดด้วยการชิมคำใหญ่ เจ้าของร้านแอบกระซิบว่าเคล็ดลับความอร่อยของที่นี่คือการนึ่ง ไม่ใช่ทอด 

352 ซอยเยาวราช 11 แขวงจักรวรรดิ

เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร

ตรอกปลาเค็ม (ซอยเยาวราช 11)

ในยุคที่เทคโนโลยีการถนอมอาหารยังมาไม่ถึง วิถีการถนอมอาหารที่ดีที่สุดคือการนำมาทำให้แห้ง ผู้คนในอดีตจึงนิยมนำเนื้อสัตว์รวมทั้งวัตถุดิบต่างๆ มาตากแห้งเพื่อยืดอายุให้เก็บไว้ประกอบอาหารได้นานขึ้น 

แกะรอยเส้นทางประวัติศาสตร์ ย่านเยาวราช ทรงวาด และพาหุรัด ด้วยจมูก

เมื่อเดินเข้าซอยเยาวราช 11 หรือส่วนต่อมาของซอยอิสรานุภาพ ตลอดทั้งซอยตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นทะเลและของแห้ง จนได้รับการขนานนามว่า ‘ตรอกปลาเค็ม’ พื้นที่นี้ขายอาหารแห้งหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะปลากะพงเค็ม ปลาแดง หมึกแห้ง กระเพาะปลา แต่ปัจจุบันร้านค้าต่างๆ ในซอยเริ่มปรับไปขายส่งสินค้าอื่นๆ บ้าง เช่น ของเล่น ของที่ระลึก กลิ่นที่อบอวลจึงผสานกลิ่นพลาสติก ยาง บ่งบอกความเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

ปฐมาพาณิชย์

หากพูดถึงเครื่องเทศ ‘พริกไทย’ วัตถุดิบที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันดีนี้เคยเป็นสิ่งที่มีค่ามากเมื่อหลายร้อยปีก่อน เป็นจุดเริ่มต้นของการล่าอาณานิคม ด้วยคุณสมบัติที่ทั้งถนอมอาหาร รักษาโรคและอาการเจ็บป่วยได้ ผู้คนจึงต้องการจะครอบครองเครื่องเทศนี้จนเกิดการแย่งชิงอย่างรุนแรง ทำให้เครื่องเทศเป็นที่รู้จักและต้องการไปทั่วโลก กลายเป็นของวิเศษที่ไม่ว่าชาติไหนๆ ก็ต้องการ 

แกะรอยเส้นทางประวัติศาสตร์ ย่านเยาวราช ทรงวาด และพาหุรัด ด้วยจมูก

กลิ่นหอมฟุ้งของเครื่องเทศนานาชนิดลอยมาแตะจมูกแต่ไกลจากร้านปฐมาพาณิชย์ ร้านเก่าแก่ที่เปิดกิจการมานานกว่า 40 ปี เต็มไปด้วยเครื่องเทศและวัตถุดิบแห้งหลายสิบชนิดให้เลือกดม เลือกหยิบมาสอบถามตามอัธยาศัย เครื่องเทศและสมุนไพรแต่ละชนิดมักมีกลิ่นแรง รสชาติเผ็ด แต่แตกต่างกันที่สรรพคุณ เช่น เปลือกส้มดำหรือเรียกอีกชื่อว่าเปลือกส้มจีน ช่วยดับกลิ่นเนื้อสัตว์ แก้ไอ แก้อาเจียน ช่วยบำรุงกระเพาะอาหารและม้าม ส่วนลูกกระวานดำช่วยลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับลม ขับพยาธิ นอกจากนี้ ยังมีสมุนไพรที่ใช้ต้มดื่มเพื่อบำรุงรักษาร่างกายตามตำราจีน

แกะรอยเส้นทางประวัติศาสตร์ ย่านเยาวราช ทรงวาด และพาหุรัด ด้วยจมูก

580-582 ซอยอิศรานุภาพ ถนนทรงวาด 

เยาวราช กรุงเทพมหานคร

F.V

ซอกแซกตามซอยออกมาถนนทรงวาด จะพบตึกเก่าอายุเฉียดร้อยปีบนถนนทรงวาดถูกปรับปรุงและตกแต่งใหม่อย่างร่วมสมัย 

F.V คาเฟ่ ถนนทรงวาด

ร้านคาเฟ่ดีไซน์เท่แห่งนี้หยิบจับวัตถุดิบที่ถูกมองข้ามและถูกทอดทิ้งมาประยุกต์เข้ากับเครื่องดื่ม เช่น นำวัชพืชที่ผู้คนมองข้ามมาชงเป็นเครื่องดื่มสดชื่น ทั้งยังเต็มไปด้วยคุณค่าทางธรรมชาติ เสิร์ฟขนมไทยหากินยากในปัจจุบัน ไม่ว่าจะขนมสำปันนี ขนมโสมนัส รสชาติกลมกล่อม กลิ่นหวานหอมเบาๆ ของขนมไทยอบเทียนชวนให้หยิบมาลิ้มลอง 

F.V คาเฟ่ ถนนทรงวาด

เอฟวีนำเรือนไม้เก่าแก่มาจัดวางเป็นส่วนหนึ่งภายในร้าน โดยตัวบันไดขึ้นเรือนเป็นไม้เก่าที่รอดพ้นจากการไฟไหม้ครั้งใหญ่ในเยาวราช ร้านนี้จึงไม่ใช่แค่คาเฟ่สวยงามดีไซน์เก๋ แต่ยังแสดงออกถึงการผสมผสานยุคสมัยที่เปลี่ยนไปเข้ากับอดีตอันหอมหวานได้อย่างลงตัว

เลขที่ 827 ถนนทรงวาด 

เยาวราช

ซิงเตี่ยซัว

ร้านอาหารจีนแต้จิ๋วขนานแท้ที่ตั้งอยู่บนถนนทรงวาด ในอดีตชาวจีนที่เข้ามาในประเทศไทยเข้ามาเป็นกลุ่มเป็นกองทัพ ขนมาทั้งวัตถุดิบและคน ทำให้อาหารจีนที่หลงเหลือในปัจจุบันยังคงรสชาติของต้นตำรับไว้อย่างดี

ซิงเตี่ยซัว

ห่านพะโล้ อาหารจานพิเศษของชาวจีน ห่านและเป็ดเนื้อสัตว์ที่ถูกกล่าวขานว่าเหม็นกลิ่นสาบรุนแรง แต่ด้วยความรู้ด้านเครื่องเทศและสมุนไพรของชาวจีน พวกเขาไม่ได้ใช้เครื่องเทศเพื่อกลบกลิ่นของเนื้อสัตว์ กลับนำกลิ่นหอมเหล่านี้มาผสมผสานเข้ากับกลิ่นเฉพาะตัวของห่าน จนเกิดเป็นห่านพะโล้เนื้อนุ่มกลิ่นยัวน้ำลายจานนี้ อีกจานที่ขาดไม่ได้คือเต้าหู้ทอดที่เป็นความภูมิใจของคนโผวเล้ง เต้าหู้กรอบนอกนุ่มในจิ้มด้วยน้ำเกลือชุ่มๆ แม้ดูเป็นจานที่ธรรมดา แต่รสชาติรับรองว่าเด็ดดวงจนลูกคนจีนต้องซาบซึ้งในภูมิปัญญาบรรพบุรุษ

ซิงเตี่ยซัว

เลขที่ 793-795 ถนนทรงวาด

เยาวราช

โรงเจบุญสมาคม

กลิ่นไม้จันทน์หอมลอยฟุ้งมาแตะจมูกเมื่อเราถึงบริเวณด้านหน้าโรงเจแห่งเดียวในย่านสัมพันธวงศ์ ไม่เหมือนกับกลิ่นไอธูปที่วัดเล่งเน่ยยี่ การเลือกและคัดสรรไม้จันทน์หอมมาจุดบูชาอย่างพิถีพิถัน ทำให้ได้ไม้จันทน์หอมที่ดี กลิ่นอบอวลอย่างเป็นเอกลักษณ์ 

แกะรอยเส้นทางประวัติศาสตร์ ย่านเยาวราช ทรงวาด และพาหุรัด ด้วยจมูก
แกะรอยเส้นทางประวัติศาสตร์ ย่านเยาวราช ทรงวาด และพาหุรัด ด้วยจมูก

โรงเจแห่งนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นศูนย์กลางการกินเจที่ใหญ่และสำคัญที่สุด เพราะเทพประธานของที่นี่คือองค์เทพเต๋าบ้อ เต๋าคือดาวจระเข้ ส่วนบ้อคือมารดา ซึ่งมีความหมายถึงวังของมารดาเจ้าแม่ดาวฤกษ์ คนจีนมีความเชื่อว่าดาวจระเข้มีผลต่อดวงชะตาและชีวิต ที่นี่จึงขึ้นชื่อเรื่องของการกินเจ และมีคนมากหน้าหลายตาแวะเวียนมาร่วมกินเจและทำบุญที่ศาลเจ้าแห่งนี้อยู่ตลอด

แกะรอยเส้นทางประวัติศาสตร์ ย่านเยาวราช ทรงวาด และพาหุรัด ด้วยจมูก

นอกจากเป็นศูนย์กลางการกินเจแล้ว อย่าลืมสังเกตโรงงิ้วสีเหลืองขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่หน้าโรงเจ เป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมของโรงเจหรือศาลเจ้าขนานแท้ที่หลงเหลือให้เห็นในยุคปัจจุบัน

เลขที่ 184 3 ถนนมหาจักร แขวงจักรวรรดิ

เขตสัมพันธวงศ์

เจ้ากรมเป๋อ

ดมกลิ่นจีนมามากพอสมควร เราขยับมาดมกลิ่นสมุนไพรไทยที่ตึกแถวสองคูหาข้างวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร หรือวัดสามปลื้ม ที่ตั้งของร้านเจ้ากรมเป๋อ ร้านขายยาสมุนไพรไทยตำรับโบราณ ร้านนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2439 รวมระยะเวลามากกว่าร้อยปี โดย เป๋อ สุวรรณเตมีย์ ผู้เรียนรู้สมุนไพรจากอดีตเจ้าอาวาสวัดสามปลื้มอย่างลึกซึ้งแตกฉาน ได้เช่าที่วัดเปิดร้านและถ่ายทอดความรู้สู่ลูกหลานจนชำนาญ ทำให้ร้านนี้มีคนเข้ามาซื้อยาและปรึกษาอย่างไม่ขาดสายจนถึงยุคของทายาทรุ่นที่ 4 ในปัจจุบัน

ร้านเจ้ากรมเป๋อ ร้านขายยาสมุนไพรไทยตำหรับโบราณ

ภายในร้านประกอบไปด้วยสมุนไพรทั้งหมดกว่า 750 ชนิด ครอบคลุมทั้งสมุนไพรที่มาจากพืช สัตว์ และแร่ธาตุ ด้วยสมุนไพรที่มีหลายชนิดทำให้ร้านเจ้ากรมเป๋อทำยาสมุนไพรได้หลากหลาย ทั้งยาเบาหวาน แก้ท้องเสีย ไข้ทับระดู เรียกได้ว่าตั้งแต่บำรุงร่างกายไปจนถึงบรรเทาอาการต่างๆ เลยก็ว่าได้

ร้านเจ้ากรมเป๋อ ร้านขายยาสมุนไพรไทยตำหรับโบราณ

เลขที่ 229-231 ถนนจักรวรรดิ

ร้านถาวรธนสาร

ขยับจากสมุนไพรมาที่น้ำหอมไทยในร้านใกล้ๆ กัน ร้านถาวรธนสารเป็นร้านน้ำอบน้ำปรุงเก่าแก่ มีกลิ่นแสนชื่นจิตเย็นใจเป็นเอกลักษณ์ ผลิตภัณฑ์มีให้เลือกทั้งน้ำอบ น้ำปรุง และหัวน้ำหอมกลิ่นต่างๆ จะซื้อแบบปรุงสำเร็จไปใช้สรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ แจกจ่ายให้เป็นของที่ระลึกหรือใช้ปะพรมร่างกายเองก็ได้ หรือจะซื้อสารพัดหัวน้ำหอม อย่างกลิ่นเขี้ยวกระแต มะลิลา ไฮยาซินธ์ หรือกุหลาบตุรกี ไปปรุงน้ำอบน้ำปรุงสไตล์ตัวเองก็ทำได้

ร้านถาวรธนสาร

เลขที่ 211 ถนนจักรวรรดิ

แขวงจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์

ตรอกยาฉุน

ย้อนเวลาไปเมื่อหลายสิบปีก่อน ถนนที่เคยเงียบสงบเส้นนี้เต็มไปด้วยร้านขายยาฉุนกว่า 200 ร้าน กลิ่นยาฉุนตลบอบอวลอยู่ในอากาศตลอดเวลา ทำให้ตรอกเล็กๆ นี้ถูกขนานนามว่า ‘ตรอกยาฉุน’ ในที่สุด

แกะรอยเส้นทางประวัติศาสตร์ ย่านเยาวราช ทรงวาด และพาหุรัด ด้วยจมูก

ยาฉุนที่นิยมกันมากจะเป็นยาแดงและยาจืด ยาจืดคือการนำเอาใบยาสูบไปล้างน้ำและนำมาตากแห้งก่อนใช้สูบ เพื่อให้กลิ่นฉุนลดลง ส่วนยาแดงเป็นการนำใบยาฉุนธรรมดาไปย้อมสีแดง เพื่อให้เกิดสีที่สวยงาม ขายดีในสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ยาฉุนหรือยาเส้นเหล่านี้หากไม่ได้ใช้เพื่อสูบรับกลิ่นหอม ก็ยังนำไปใช้ถูฟันได้อีกด้วย

จินฮั่วเซ้ง

จากร้านยาฉุนนับร้อยร้าน ปัจจุบันกลับเหลือเพียงร้าน ‘จินฮั่วเซ้ง’ ร้านยาฉุนหนึ่งเดียวที่ยังคงยืนหยัดขายฉุนอยู่ในตรอกแห่งนี้ โดยรับยาฉุนจากจังหวัดกาญจนบุรีชนิดที่ปลูกในดินที่ดี สภาพอากาศที่เหมาะสม จนได้เป็นใบยาสูบที่หอมที่สุด

ปัญจาบสวีท

ปิดท้ายรายการกลิ่นด้วยกลิ่นอินเดียหอมหวานที่ปัญจาบสวีท เรามาจิบน้ำชายามบ่ายด้วย Chai อุ่นๆ กรุ่นกลิ่นเครื่องเทศ พร้อมชิมขนมหวานสารพัดที่ภัตตาคารอาหารอินเดียบนตึกสองชั้นใกล้ๆ คุรุดวาราศรีคุรุสิงห์สภาหรือวัดซิกข์ ย่านพาหุรัด 

ปัญจาบสวีท

ที่นี่มีอาหารให้เลือกทั้งของคาวและของหวาน หลากหลายรายการ เช่น ขนม Gulabjamun หรือเครื่องดื่มแสนอร่อยอย่าง Lassi 

ปัญจาบสวีท

หลังจากเดิน ดม และชม เรื่องราวจีน ไทย จนถึงอินเดีย บนเส้นทางไม่กี่กิโลเมตรในย่านเมืองเก่า เราได้สัมผัสความหลากหลายและประวัติศาสตร์ ซึ่งซ่อนตัวอยู่ในทุกอณูกลิ่น รอคอยให้ผู้คนสูดดมและค้นพบเรื่องเล่าหอมอร่อยเหล่านี้ได้ไม่รู้จบ

ถนนจักรเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์

เขตพระนคร

Writer

นิธิตา เอกปฐมศักดิ์

นักคิดนักเขียนมือสมัครเล่น ผู้สนใจงานคราฟต์ ต้นไม้และการออกแบบเป็นพิเศษ แต่สนใจหมูสามชั้นย่างเป็นพิเศษใส่ไข่

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Walk with The Cloud

กิจกรรมที่จะพาเดินทางไปทำความรู้จักเมืองในหลากหลายมิติ

28 พฤศจิกายน 2563
2 K

The Cloud x KIATNAKIN PHATRA

รู้ไหม นักประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่า ชื่อ ‘บางกอก’ ถูกตั้งตามลักษณะพื้นที่ซึ่งเต็มไปด้วยต้นมะกอกน้ำริมเจ้าพระยาในอดีต 

มองย้อนกลับไปในหน้าประวัติศาสตร์ ต้นไม้คือหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่อยู่คู่กับการก่อร่างสร้างกรุงรัตนโกสินทร์มาตั้งแต่แรกเริ่ม ดังนั้น นอกจากศิลาจารึก โบราณวัตถุ และสถาปัตยกรรมเก่าแก่ทรงคุณค่าแล้ว เราเรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านการเติบโตและคงอยู่ของต้นไม้ได้เช่นกัน

วันเวลาล่วงเลย จากเวนิสตะวันออกที่เต็มไปด้วยคูคลอง สู่เมืองบกที่การพัฒนารุดหน้าและเติบโต ต้นไม้โบราณที่เติบโตมาพร้อมกับเมืองหลงเหลืออยู่น้อยแทบจะนับต้นได้ เราจึงชักชวนผู้อ่านร่วมแกะรอยประวัติศาสตร์ ผ่านการเยี่ยมชมต้นไม้ใหญ่ที่ตั้งตระหง่านผ่านร้อนหนาวมานับร้อยปี ในย่านเก่าแก่ที่เปี่ยมไปด้วยเรื่องราวการผันเปลี่ยนวิถีวัฒนธรรมไปตามยุคสมัย ภายในคลองรอบกรุง ในทริป Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees เมื่อวันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

จากความตั้งใจของ The Cloud และกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ร่วมด้วย BIG Trees กลุ่มคนที่ต้องการสร้างความเข้าใจเรื่องการสร้างพื้นที่สีเขียวที่ยั่งยืนให้กับเมือง โดยเราได้ ดร.พรธรรม ธรรมวิมล ผู้อำนวยการกลุ่มภูมิสถาปัตยกรรม สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ดร.วิภากร ธรรมวิมล ที่ปรึกษาและอดีตนายกสมาคมภูมิสถาปนิกประเทศไทย ชนัตฎา ดำเงิน รุกขกร อรยา สูตะบุตร และ สันติ โอภาสปกรณ์กิจ ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม BIG Trees มาเป็นวิทยากรประจำทริป

แม้สายฝนจะโปรยปรายลงมาตลอดทั้งวัน แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความรู้ ตลอดจนบรรยากาศและความสนุกสนานของทริปลดน้อยลงเลย เตรียมหมวกและน้ำดื่มให้พร้อม นี่คือ 20 เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่น่าสนใจของชิ้นส่วนทางประวัติศาสตร์จากอดีต ที่มีลมหายใจและเติบโตมาพร้อมกับเมืองจนถึงปัจจุบันไปพร้อมกัน

01 

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees
15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees
15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ในแง่ภูมิทัศน์เมือง ต้นไม้ใหญ่ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญ เพราะแสดงถึงการตั้งอยู่ของชุมชนหรือสถานที่สำคัญที่มีความหมาย เกาะรัตนโกสินทร์ชั้นในประกอบไปด้วยพระบรมมหาราชวัง และวังของพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงหลายพระองค์ ทำให้พื้นที่บริเวณนี้ ตั้งแต่ในอดีตมีการปลูกต้นไม้และจัดภูมิทัศน์ไว้อย่างดี

ต่อมาเมื่อสยามเปลี่ยนแปลงการปกครอง เป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข วังบางส่วนเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานไปตามบริบทสังคมที่เปลี่ยนแปลง อย่างวังหน้าที่ถูกปรับพื้นที่เป็นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ และโรงละครแห่งชาติ 

ต้นไม้เก่าแก่และการทำภูมิทัศน์โบราณรูปแบบต่างๆ จึงตกทอดกลายเป็นมรดกจากยุคเก่าที่ติดมากับพื้นที่ บางต้นยังคงอยู่ แต่บางต้นล้มหายตายจากไปตามสภาพการดูแลและเวลาที่ล่วงไป

ต้นโพธิ์ บริเวณลานโพธิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ คือหนึ่งในต้นไม้เก่าแก่ประจำวังหน้าที่ตั้งตระหง่านอยู่ในบริเวณที่มีชัยภูมิเป็นที่นัดหมายและชุมนุมทางการเมืองของนักศึกษามายาวนาน ในสมัยแรกเริ่ม ตึกโดมมีปีกซ้ายขวา ขนาดอาคารยาวกว่าที่เห็นในปัจจุบันมาก แต่หลังจากเหตุการณ์ช่วง พ.ศ. 2519 ตึกโดมถูกตัดส่วนปีกซ้ายขวาออกไปเหลือเท่าที่เราเห็นในปัจจุบัน

นอกจากนี้ต้นโพธิ์ต้นนี้เคยเป็นที่เซ่นไหว้หัวหมูขอพรสำหรับการสอบของเหล่านักศึกษา แต่ถูกอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ สั่งห้าม เพราะมองว่าเป็นความงมงายและติดสินบนเจ้าที่ ในปัจจุบันต้นโพธิ์จึงกลายเป็นแลนด์มาร์กที่สำคัญของธรรมศาสตร์แทน 

02

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ต้นกร่างที่ตั้งอยู่หน้าคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นเสมือนจิตวิญญาณของเด็กศิลปากรที่ยุคหนึ่งผูกพันกับมันมากจนถึงขั้นเรียกต้นไม้ต้นนี้ว่าคุณปู่กร่าง ถ้าเทียบตามรูปภาพโบราณสมัยรัชกาลที่ 4 เราจะเห็นยอดของต้นกร่างต้นนี้สูงขึ้นมาเหนือหลังคาตึก ทำให้อนุมานได้ว่า คุณปู่ต้นนี้มีอายุมากเกิน 100 ปีแล้ว 

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

แม้ว่าทั้งต้นกร่างที่มหาวิทยาลัยศิลปากรและต้นโพธิ์ที่ลานโพธิ์ของธรรมศาสตร์จะดูสวยงาม แผ่กิ่งก้านใบออกเป็นร่มเงาให้กับเรา แต่ในความจริงนั้น ทั้งสองต้นโตขึ้นได้มากกว่านี้ แต่เพราะสภาพพื้นที่ที่ถูกอาคารปิดล้อม ทำให้เราไม่สามารถชื่นชมความงามของต้นไม้ทั้งสองต้นอย่างเต็มที่ 

03

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ในอดีต บริเวณพื้นที่ของกรมศิลปากรเคยเป็นที่ตั้งของวังมาก่อน ซึ่งมีถึง 3 วังด้วยกัน และมีต้นไม้โบราณที่ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน คือต้นกร่างและต้นยางอินเดีย ซึ่งนอกจากสองต้นนี้แล้ว ยังมีต้นจันทร์อีกต้นหนึ่งแทรกตัวอยู่ข้างหลังพิพิธภัณฑ์อาจารย์ศิลป์ พีระศรี ตึกที่เคยเป็นท้องพระโรงเก่ามาก่อน ต้นจันทร์นับเป็นต้นไม้ใหญ่อีกต้นที่ถูกลืมเลือนไป ถ้าใครมีโอกาสแวะไปกรมศิลป์ ก็เดินไปแวะทักทายคุณปู่ต้นไม้ต้นนี้กันได้นะ 

04

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees
15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

เคยได้ยินคำว่า ‘โพธิ์ไทรไกรกร่าง’ กันไหม 4 ต้นไม้ใหญ่เหล่านี้ คือต้นไม้ที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์และพระพุทธประวัติ นอกจากแสดงฐานานุศักดิ์ของเจ้านายแล้ว ต้นไม้เหล่านี้ต้องใช้พื้นที่ในการเติบโตแผ่กิ่งก้านออกไปรอบด้าน จึงเหมาะให้ร่มเงากับพื้นที่ที่มีคนมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก ทำให้เป็นที่นิยมปลูกกันมากในวัดและวังสมัยก่อน

05

แนวคิดในการปลูกต้นไม้และการออกแบบภูมิทัศน์โบราณของไทย ได้อิทธิพลมาจากประเทศอินเดียและจีนเป็นหลัก แนวคิดแบบอินเดียมีความเชื่อมโยงกับพุทธประวัติ ความเชื่อ และความศรัทธา มองต้นไม้เป็นแหล่งอาหารและยารักษาโรค ในขณะที่แนวคิดแบบจีน นิยมใช้ตกแต่งสวนเพื่อความสวยงาม และถือเป็นการบำบัดจิตใจชนิดหนึ่ง มักพบเห็นได้ในรูปแบบของเขามอและต้นไม้สวยงามในวัง

ดังนั้น ต้นไม้ที่ปลูกในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ชั้นในจึงจำแนกได้เป็น 2 ประเภท คือไม้มงคลและไม้ผล ไม้มงคลมักปลูกในพื้นที่วัง ส่วนไม้ผลมักปลูกริมคูคลอง เพื่อให้ประชาชนเก็บดอกผลรับประทานได้

06

นอกจากการปลูกต้นไม้เพื่อความสวยงามและประโยชน์ คนไทยสมัยก่อนก็นิยมปลูกต้นไม้ในเชิงสัญลักษณ์ด้วย เช่น การปลูกต้นยางนาที่โตสูงชะลูดจนมองเห็นจากที่ไกลๆ ไว้ในบริเวณวัด ทำให้คนที่เดินทางมาสังเกตเห็นต้นยางนาแล้วรู้ได้ทันทีว่าใกล้จะเข้าถึงเขตวัดแล้ว 

ในบริเวณภาคเหนือ เช่นเชียงตุงและเชียงใหม่ ก็มีการปลูกต้นไม้ในลักษณะนี้เหมือนกัน เรียกว่าไม้หมายเมืองเพื่อสัญลักษณ์ให้ผู้คนที่กำลังเดินทางเข้ามารับรู้ว่ากำลังใกล้ถึงเมืองแล้ว ต้นไม้จึงเป็นเหมือนจุดเช็กอินในสมัยก่อน

07

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ต้นยางอินเดียที่เรานิยมปลูกกันอยู่ตอนนี้ สามารถเจริญเติบโตจนใหญ่มาก ขนาดที่ว่าในสมัยก่อนเราใช้ลำต้นของมันผูกล่ามช้างได้เป็นสิบๆ เชือก ดังนั้น ถ้าใครมีต้นยางอินเดียอยู่ที่บ้านและคิดจะนำมันลงกระถาง อย่าลืมหาพื้นที่กว้างๆ ให้รากและกิ่งก้านได้แผ่ออกไป และไม่ควรปลูกใกล้ตัวอาคารก่อสร้างเด็ดขาด 

08

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ถ้าเดินเลียบคลองคูเมืองเดิมต่อไปจะเจอกับกลุ่มต้นตะเคียน 4 – 5 ต้นที่หน้าวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นต้นไม้ชุดดั้งเดิมที่รัชกาลที่ 1 ทรงปลูก เพื่อใช้ในการสร้างเรือ อีกทั้งยังเป็นต้นไม้ใหญ่ที่มีอายุมากที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่ของกรุงรัตนโกสินทร์ จากภาพถ่ายโบราณที่หลงเหลืออยู่ เห็นได้ว่าต้นตะเคียนเคยถูกปลูกมากในบริเวณนี้ เพื่อสร้างความเขียวชอุ่มให้กับผู้คนที่ผ่านไปมา

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

นักประวัติศาสตร์ค้นพบผังภูมิทัศน์สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ที่ระบุตำแหน่งและชนิดต้นไม้ที่ปลูกริมคลองคูเมืองเดิม ทั้งต้นพิกุล จำปี มะม่วง และขนุน แต่ปัจจุบันต้นไม้ดั้งเดิมแทบทั้งหมดถูกแทนที่ด้วยต้นไม้ชุดใหม่ จากการปรับปรุงพื้นที่สาธารณะริมคลองหลายครั้ง รวมถึงการสร้างสิ่งปลูกสร้าง อย่างสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ที่จำเป็นต้องก่อสร้างทับคลองคูเมืองเดิมทิศเหนือ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน เมื่อระบบถนนกลายเป็นการสัญจรหลัก

ข้างๆ กันนั้น เราจะเจอสะพานหก ซึ่งยกขึ้นลงได้สำหรับเรือสัญจรผ่านไปมา แต่เป็นอันจำลองที่ถูกสร้างขึ้นมาในสมัยฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี ส่วนของจริงผุพังลงไปมากแล้ว สันนิษฐานว่าเคยตั้งอยู่ที่แถวโรงสี ข้างอนุสาวรีย์สหแห่งชาติหรืออนุสาวรีย์หมู ไม่ไกลกันเท่าไรจากตำแหน่งปัจจุบัน

09

ถัดจากเกาะรัตนโกสินทร์ชั้นในออกมาเพียงข้ามฝั่งคลองคูเมืองเดิม คือแพร่งภูธร แพร่งนรา และแพร่งสรรพศาสตร์ จุดเริ่มต้นการค้าที่เชื่อมต่อไปยังเยาวราชและเจริญกรุง สถาปัตยกรรมเก่าบริเวณนี้ได้อิทธิพลมาจากฝรั่งเศสที่เป็นห้องแถวล้อมรอบคอร์ทสี่เหลี่ยม หากสังเกตดีๆ จะเห็นต้นไม้ใหญ่เหลือรอดอยู่บ้างในบางคอร์ท

คลองคูเมืองเดิมจึงเป็นเหมือนเส้นแบ่งเขตของรัตนโกสินทร์ชั้นนอกและในออกจากกัน จากการสำรวจพื้นที่ยังขุดเจอโบราณสถานต่างๆ เช่น กำแพงเมืองเดิม ร่องรอยของรถรางต่างๆ ภูมิสมาคมสถาปัตยกรรมแห่งประเทศไทยและกรมศิลปากร จึงเริ่มโครงการปรับภูมิทัศน์และ Live Museum เพื่อให้เป็นอีกสถานที่หนึ่งสำหรับศึกษาประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ 

10

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ต้นมะฮอกกานีต้นใหญ่บริเวณหลังกระทรวงกลาโหม กลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กของพื้นที่บริเวณนี้ เพราะความสวยงามของใบและกิ่งที่แผ่ออกเห็นเด่นชัดมาแต่ไกล ครั้งหนึ่งเคยเกือบถูกเปลี่ยนให้เป็นต้นขนุนเพราะความเข้าใจผิดแต่มีเอกสารเก่ายืนยันถึงที่มาของต้นไม้ได้ จึงได้รับการดูแลแทนการขุดทิ้งไป ซึ่งทั้งหมดเป็นความร่วมมือกันจากหน่วยงานของภาครัฐ ทหาร และภาคประชาชน ทำให้ต้นไม้นี้กลับมาสวยงามอีกครั้งหนึ่ง 

09

เมื่อรัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสเมืองใหญ่ในต่างประเทศ พระองค์ทอดพระเนตรเห็นความศิวิไลซ์ในการวางผังและการจัดการพื้นที่เมือง จึงดำริให้สร้างสนามหลวงอย่างพลาซ่าในยุโรปและปรับปรุงถนน พร้อมปลูกต้นไม้อย่างเป็นระเบียบสวยงามเช่นถนนฌ็องเซลิเซ่ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส 

โดยประยุกต์แนวคิดการปลูกไม้ผลอย่างต้นมะขามเข้าไป เพราะต้นมะขามเป็นพืชสารพัดประโยชน์ ประชาชนเก็บใบ เปลือก ผล ไปรับประทานได้ และที่สำคัญคือใบละเอียด เช่นเดียวกับต้นมะฮอกกานี ไม้ยืนต้นที่ให้ร่มเงาได้ดีแม้มีใบขนาดเล็ก เพราะใบเล็กละเอียดเหล่านี้ปลิวไปได้และทำความสะอาดง่าย ไม่อุดตันท่อระบายน้ำ ไม่ทำให้บ้านเมืองสกปรก 

นอกจากนั้น ท่านยังคิดชื่อต้นมะขามด้วยเองสื่อถึงความน่าเกรงขาม แต่ในปัจจุบันนั้นหลงเหลือต้นมะขามที่อยู่มาตั้งแต่สมัยแรกเริ่มเพียงประมาณ 20 – 30 ต้นเท่านั้น 

10

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

เมื่อก่อนต้นมะขามตรงสนามหลวงเคยสุขภาพแข็งแรงมาก จนกระทั่งช่วงที่เป็นตลาดนัดสนามหลวง ทำให้มะขามถูกใช้เป็นเสาผูกผ้าใบกางเต็นท์ของแม่ค้า บ้างก็ถูกเทน้ำร้อนราด ทำให้ไม่เจริญเติบโต แต่ในปัจจุบันกำลังถูกฟื้นฟูจากความร่วมมือกันของภาครัฐและกลุ่ม BIG Trees 

11

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

อุทยานพระราชวังสราญรมย์สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 เพื่อเป็นที่ประทับปลายรัชสมัยของพระองค์ แต่พระองค์เสด็จสวรรคตก่อน ภายหลังรัชกาลที่ 5 มีพระราชดำริให้จัดสวนของตามแบบสวนอังกฤษ และทรงใช้อุทยานแห่งนี้เป็นพื้นที่ต้อนรับพระราชอาคันตุกะจากต่างชาติ มีการออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมและตกแต่งอุทยานด้วยสระน้ำพุ สวนดอกไม้ โดยเฉพาะกุหลาบแดง ไม้ดอกที่ทรงโปรดปราน เรื่อยมาจนถึงการจัดงานฤดูหนาวในสมัยรัชกาลที่ 6

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ภายหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง รัชกาลที่ 7 ทรงโปรดเกล้าฯ มอบอุทยานแห่งนี้ให้รัฐบาล จากนั้นจึงมีการปรับปรุงและเปิดเป็นสวนสาธารณะแห่งแรกๆ ของสยาม และหลังจากปลี่ยนมือมาอยู่ในการดูแลของคณะราษฎร จึงมีการสร้างสำนักงานของคณะราษฎรไว้ภายในพื้นที่อีกด้วย 

แม้ที่นี่จะมีพันธุ์ไม้หายากมากมายที่รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้นำมาปลูกไว้ แต่ต้นจามจุรีและมะขาม สองไม้ยืนต้นเก่าแก่ในไทยก็ยังคงยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ที่นี่ตลอดมา

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

12

ภายในสวนสราญรมย์ยังมีอนุสาวรีย์ของพระนางเรือล่ม หรือสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี หนึ่งในพระราชินีของรัชกาลที่ 5 ที่เสด็จประพาสบางปะอิน ก่อนเกิดเหตุการณ์เรือล่มและไม่มีใครช่วยเหลือพระนางได้ เนื่องจากกฎมณเฑียรบาลในสมัยก่อน รัชกาลที่ 5 จึงทรงมีรับสั่งให้สร้างอนุสาวรีย์นี้ไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงความรักของพระองค์ที่มีต่อพระนาง

13

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ย้อนกลับไปช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ พื้นที่บริเวณมิวเซียมสยามเคยเป็นวังที่พระทับของเจ้านายถึง 5 พระองค์ เรื่อยมาถึงสมัยรัชกาลที่ 6 พระองค์มีพระบรมราชโองกางให้จัดตั้งกระทรวงพาณิชย์ขึ้นที่นี่ เนื่องจากอยู่ใกล้ย่านการค้าริมแม่น้ำเจ้าพระยา 

นอกจากอาคารกระทวงพาณิชย์ที่ต่อมาถูกปรับปรุงเป็นมิวเซียมสยาม จะเป็นสถาปัตยกรรมทรงคุณค่าที่ออกแบบและก่อสร้างด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยในยุคนั้นแล้ว ยังมีต้นไทรเก่าแก่อีก 2 ต้นที่เติบโตมาพร้อมกับอาคารตั้งแต่ยังเป็นกระทรวงพาณิชย์

14

เนื่องจากไม่มีการบันทึกเรื่องราวแรกเริ่มของต้นไทรคู่นี้เอาไว้ จึงคาดว่าอาจมีจุดเริ่มต้นได้ 2 กรณี คือ ตั้งใจปลูก เพราะเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อทางพุทธประวัติ จึงนำมาปลูกไว้ในสถานที่สำคัญ หรือเติบโตขึ้นเองจากการทิ้งเมล็ดของนกที่บินมาบริเวณนี้ เนื่องจากต้นไทรเป็นไม้ยืนต้นที่ทนทานและมีระบบรากแข็งแรงมาก 

ความน่าสนใจคือ ในช่วงปรับปรุงอาคารและภูมิทัศน์เป็นมิวเซียมสยาม นักประวัติศาสตร์และนักออกแบบต้องร่วมมือกันประเมินคุณค่าของต้นไม้และองค์ประกอบต่างๆ โดยรอบพื้นที่ ต้นไทรใหญ่คู่นี้ทรงคุณค่าทั้งทาง Tangible และ Intangible ระบบก้านใบและรากค้ำจุนพื้นที่มาเนิ่นนาน พอๆ กับความเคารพศรัทธาที่ผู้คนมอบให้อย่างไม่เสื่อมคลาย

15

เคยมีโครงการสำรวจต้นไม้เก่าแก่ของประเทศไทยตามลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้ค้นพบว่า ความเชื่อเรื่องผีของคนไทยมีส่วนช่วยในการรักษาต้นไม้ จากการศึกษาพบว่า ต้นไม้เก่าแก่ส่วนใหญ่ที่ยังคงอยู่มักถูกปลูกอยู่ตามบริเวณอาณาเขตวัด ซึ่งต้นไม้ที่โตสมบูรณ์และแข็งแรงที่สุดมักอยู่ตามป่าช้าที่ไม่มีใครกล้าไปรบกวน

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของเกร็ดความรู้ที่เราได้รับจาก Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees สัปดาห์หน้า เตรียมพบกับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าผ่านต้นไม้โบราณ ที่ชี้ให้เห็นรูปแบบการดำรงชีวิต ความศรัทธา การเปลี่ยนแปลงของเมืองและสังคมในแต่ละยุคสมัย ตั้งแต่เรื่องราวการวางผังเมืองโบราณ วิสัยทัศน์เกี่ยวกับการปลูกต้นในเมืองของเจ้านายหลายพระองค์ในอดีต เรื่อยมาจนถึงเรื่องราวการเคลื่อนไหวของภาครัฐ เอกชน และประชาสังคมในปัจจุบัน เพื่ออนุรักษ์ต้นไม้ซึ่งเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์รอบเกาะรัตนโกสินทร์ 

Writer

ณัฐณิชา โอภาสเสรีผดุง

นิสิตสถาปัตย์ สนใจประวัติศาสตร์ สถาปัตย์ ไลฟ์สไตล์ เวลาว่างหมดไปกับแมวและของกิน

Photographer

ปวรุตม์ งามเอกอุดมพงศ์

นักศึกษาถ่ายภาพที่กำลังตามหาแนวทางของตัวเอง ผ่านมุมมอง ผ่านการคิด และ ดู

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load