27 กุมภาพันธ์ 2561
36 K

ยินดีต้อนรับสู่โรงเรียนรุ่งอรุณ

หลังจาก The Cloud ได้สัมภาษณ์ รศ.ประภาภัทร นิยม สถาปนิกผู้ก่อตั้งโรงเรียนรุ่งอรุณ โรงเรียนทางเลือกที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ผู้ออกแบบพื้นที่กว่า ๕๐ ไร่ให้เป็นห้องเรียนธรรมชาติ เราค้นพบว่าแนวคิดเบื้องหลังโรงเรียนอายุ ๒๐ ปีนี้ยิ่งใหญ่มาก

วิธีที่ดีที่สุดที่ทำให้ผู้อ่านเข้าใจโรงเรียนทางเลือกแห่งนี้มากที่สุดคือการได้มาสัมผัสด้วยตนเอง

The Cloud จึงจับมือกับเครื่องดื่ม 100PLUS เพื่อชักชวนผู้อ่านนานา ไม่ว่าจะเป็นครู สถาปนิก ผู้ปกครอง นักศึกษา นักเรียน และเด็กๆ ย่ำเท้าเข้ารุ่งอรุณตอนเช้าเพื่อทำความรู้จักธรรมชาติแสนสงบ สถาปัตยกรรมอาคารไม้แสนสวย และแนวทางการศึกษาตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงมัธยม เราฝ่าสายฝนเข้าไปสำรวจโอเอซิสเขียวชอุ่มแห่งพระราม 2 รวมถึงทดลองเรียนวิชาสนุกๆ อย่างเวิร์กช็อปงานปั้นในสตูดิโอเซรามิก และฝึกพายเรือในบึงน้ำใจกลางโรงเรียน

เชิญพบสถานที่ ๑๕ แห่งที่น่าประทับใจในรุ่งอรุณ ที่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ ถ่ายภาพและเขียนเรื่องราวด้วยตัวเองมาให้ เพื่อถ่ายทอดมุมมองของผู้เรียนและใช้ชีวิตที่นี่จริงๆ ให้ผู้มาเยือนเข้าใจโรงเรียนแห่งนี้มากขึ้นอีกทาง

 

โรงช้าง

โถง

โรงช้างเป็นโถงโล่งใต้เรือนรับอรุณ มีเสาต้นใหญ่มากที่ดูคล้ายเสาของเพนียดคล้องช้าง เลยเรียกกันว่าโรงช้าง ถือเป็นประตูหนึ่งเพื่อเข้า-ออกโรงเรียนอนุบาล นอกจากนี้ยังมีอาหารและขนมขาย โต๊ะและเก้าอี้บริเวณนั้นจึงเป็นที่ที่ผู้ปกครองมารอรับลูกๆ กลับบ้านได้ หรือจะมานั่งคุย ซื้อขนมรับประทานก่อนกลับบ้าน ก็ไม่ว่ากัน

โรงช้างใช้เป็นสถานที่ในการจัดกิจกรรมในหลายๆ โอกาส เช่น การแสดงผลงานของนักเรียน และการจัดอีเวนต์ต่างๆ

 

สะพานไม้รอบบึง

สะพานไม้

สะพานไม้

สะพานไม้ทางเดินรอบบึงน้ำ มีความกลมกลืนกับธรรมชาติ ใช้เป็นทางเดินชมธรรมชาติของบึงที่สงบสวยงาม และยังเป็นทางเดินเชื่อมไปยังสถานที่ต่างๆ ในโรงเรียนของเหล่าครูและนักเรียน

หากเดินตามสะพานไปเรื่อยๆ จะไปถึงสวนป่าซึ่งเป็นที่อยู่ของห่าน สัตว์ที่ทุกคนในโรงเรียนรัก สะพานไม้นี้สร้างมายาวนานตั้งแต่ก่อตั้งโรงเรียน

 

บึงน้ำ

บึง บึง พายเรือ

บึงน้ำขนาดใหญ่เป็นศูนย์รวมความงามของโรงเรียน และยังเป็นแหล่งนิเวศที่น่าเรียนรู้ เพราะเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์หลายชนิด ตั้งแต่สัตว์เลื้อยคลานอย่างตัวเงินตัวทอง สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำอย่างกบ รวมทั้ง ‘ตะพาบ’ ที่กลายเป็นสัตว์ลึกลับของโรงเรียน อายุมากแล้ว น้องเล็กๆ เรียกว่า ‘คุณตา’ เราจะพบเจอแค่ในบางวันเท่านั้น

นอกจากนี้ในบึงยังพบสัตว์น้ำอื่น ได้แก่ ปลา รวมถึงปลาเลี้ยงอย่างปลาคาร์ฟที่ผู้นำมาปล่อยศึกษามาอย่างดีแล้วว่าชอบอยู่อาศัยในแหล่งอาศัยลักษณะนี้มากกว่าในบ่อตื้นๆ ที่เห็นทั่วไป

บึงยังเป็นแหล่งสันทนาการของห่าน สัตว์ประจำโรงเรียนรุ่งอรุณ ที่ชอบมาว่ายน้ำเล่นอยู่บ่อยๆ รวมทั้งเป็นแหล่งทำกิจกรรมต่างๆ ของน้องประถม อย่างกิจกรรมทักษะชีวิต เช่น ฝึกพายเรือ หรือกิจกรรมสร้างแพในโครงงานฟิสิกส์ของพี่มัธยม

 

โรงเรียนอนุบาล

สนามเด็กเล่น

โรงเรียนอนุบาลมีหลักสูตรที่น่าสนใจคือการจัดห้องเรียนแบบชั้นคละ หมายถึงในแต่ละห้องเรียนจะมีนักเรียนคละกันตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล ๑ ถึง อนุบาล ๓ มีการออกแบบการเรียนการสอนให้นักเรียนต่างวัยได้มาเรียนรู้รวมกัน ทำให้เด็กๆ ได้เรียนรู้เรื่องของความสัมพันธ์ตามความเป็นจริง โรงเรียนอนุบาลยังมีองค์พระพุทธรูปน้อยประดิษฐานอยู่ น้องอนุบาลมักจะสวดมนต์ ทำกิจกรรมทางศาสนาตรงหน้าองค์พระนั้น รวมทั้งยังมีลานทรายและเครื่องเล่นไม้ซึ่งเป็นวัสดุธรรมชาติ ช่วยให้เด็กๆ ซึมซับธรรมชาติจากการเล่นได้มากขึ้น

 

ตึกภาษา

ตึกเรียน

ตึกภาษาที่ ๓ มีชื่อเป็นทางการว่า ตึกอรุณรังสี และมีชื่อเล่นหรูๆว่าตึก Lakeside ในอดีตคือตึกเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ ที่นี่เป็นตึกเรียนที่น่าเรียนมากที่สุดในสายตาของนักเรียนเพราะมีส่วนของชานเรือนที่อยู่ติดบึงและเมื่อมองจากระเบียงชั้น ๒ จะเห็นวิวที่สวยงามและกิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียน ตึกนี้จัดเป็นตึกในฝันของนักเรียนมัธยม

 

Learning Center

ห้องเรียน ห้องเรียน

แนวคิด Learning Center หรือศูนย์การเรียนรู้เปิดโอกาสให้ชั้นเรียนและโถงชั้นเรียนกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สร้างสรรค์ของนักเรียน พื้นที่ในชั้นเรียนจะถูกจัดสรรเพื่อรองรับการเรียนการสอนในรูปแบบของการทำโครงงานในระดับชั้นอนุบาลและประถม และรูปแบบของ Studio หรือห้องทำงานของนักเรียนมัธยม เช่น สำนักข่าว สำหรับโถงของชั้นเรียนอาจถูกจัดเป็นทั้งที่จัดแสดงความรู้ หรือการนำเสนองานของนักเรียน

 

โรงแยกขยะ

อาคาร แยกขยะ

โรงแยกขยะเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของโรงเรียนรุ่งอรุณ เนื่องจากโรงแยกขยะเป็นสถานที่คัดแยกขยะเกือบทั้งหมดในโรงเรียนตามแนวคิด Zero Waste ในแต่ละวันนักเรียนจะมีเวรนำขยะในโถงชั้นเรียนของตนมาคัดแยกเป็นประเภทที่โรงแยกขยะ ซึ่งข้างในโรงแยกจะจัดที่รองรับขยะสำหรับการแบ่งแยกประเภทของขยะอย่างละเอียดและชัดเจน ซึ่งมีทั้งขยะพลาสติก โฟม กระดาษ วัสดุผสม ขยะอันตราย เป็นต้น ขยะทั้งหมดนี้อาจนำไปขาย หากเป็นขยะสดจะถูกส่งให้คนสวนไปทำปุ๋ย หรือส่งให้คนนำไปเลี้ยงปลา โรงเรียนมีขยะเหลือทิ้งให้ กทม. ที่น้อยมาก ผู้ปกครองหรือครอบครัวที่รักโลกก็มาใช้บริการโรงแยกนี้ได้

 

สถานีแยกขยะ

ล้างมือ

สถานีแยกขยะเป็นสถานีย่อยของโรงแยกขยะ (ศูนย์ทรัพยากรรีไซเคิล) ไม่ได้เป็นแค่ถังขยะทั่วไป แต่มีพื้นที่สำหรับทำความสะอาดขยะก่อนทิ้ง มีกรรไกร น้ำยาล้างจาน และไม้หนีบสำหรับตากขยะเตรียมไว้ให้ นักเรียนในโรงเรียนจะคุ้นหูมาตั้งแต่เด็กๆ กับคำว่า ‘ล้าง ตาก ผึ่ง’ ซึ่งเป็นกระบวนการทำความสะอาดขยะและคัดแยกเป็นประเภท ก่อนการทิ้งลงถังขยะที่จัดเตรียมไว้ให้ ขยะจากสถานีแยกขยะนี้จะถูกส่งไปโรงแยกขยะอีกที

 

นาข้าว

นาข้าวเป็นสถานที่สำคัญในโรงเรียน เพราะสะท้อนการเรียนการสอนของโรงเรียนได้ดี เนื่องจากข้าวเป็นอาหารหลักของคนไทย การมีภูมิศาสตร์ที่ปลูกข้าวได้และความรู้ในการปลูกข้าวนั้นจึงถือเป็นเรื่องที่สำคัญของประเทศไทย  

‘ข้าว’ จึงเป็นหัวข้อการเรียนของนักเรียนชั้นประถม ๕ รุ่งอรุณทุกปี และเป็นการเรียนที่อาศัยการลงมือปฏิบัติจริง นักเรียนจะได้เรียนรู้การปลูกข้าว ดูแลข้าว เกี่ยวข้าว และภูมิปัญญาที่เกี่ยวข้องโดยมีนาข้าวเป็นห้องเรียน นักเรียนได้เรียนรู้ว่ากว่าจะได้ข้าวแต่ละเมล็ดมานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย จึงช่วยปลูกฝังจิตสำนึกให้เห็นถึงคุณค่าในข้าวแต่ละเม็ด ช่วยให้เด็กทานข้าวเหลือน้อยลงอีกด้วย

 

๑๐

เรือนศิลปะ

โรงเรียน

เป็นสถานที่ที่แน่นอนว่าเอาไว้เรียนศิลปะ นักเรียนเลือกได้ว่าจะเรียนงานไม้ งานทอผ้า งานปั้นดิน งานจิตรกรรมไทย รวมไปถึงงานออกแบบและทัศนศิลป์ เรือนศิลปะเป็นเรือนไม้ ๒ ชั้น มีความเก่าแก่ เพราะเป็นกลุ่มเรือนกลุ่มแรกๆ ของโรงเรียน การสอนศิลปะที่นี่เน้นการมองเห็นตนเองขณะทำงานหรือที่บางทีเรียกว่า ‘จริยศิลป์’ การเลือกเรียนวิชาศิลปะของโรงเรียนเป็นไปตามความสนใจของนักเรียน และความเป็นสถานที่ที่สุนทรียะ จึงทำให้เรือนศิลปะคลาคล่ำไปด้วยผู้คน ทั้งนักเรียนและผู้ปกครอง

 

๑๑

เถาวัลย์อรพิม

เถาวัลย์

อรพิมเป็นไม้เถาเลื้อยขนาดใหญ่ มีรายงานว่าพบเฉพาะที่ประเทศไทย หน้าสำนักงานกลางของโรงเรียนมีต้นอรพิมอายุหลายสิบปี มีเถาขนาดใหญ่เลื้อยสานกันจนแข็งแรง เป็นชิงช้าธรรมชาติ และเป็นที่ปีนป่ายของนักเรียนอนุบาล นอกจากนี้ยังเป็นที่สร้างฐานทัพของนักเรียนประถมที่มากด้วยจินตนาการ เนื่องจากเถาอรพิมอยู่ใกล้กับลานจอดรถจึงกลายเป็นจุดนัดพบของเด็กๆ กับพ่อแม่ในตอนเย็น เถาอรพิมนี้ได้กลายเป็นหนึ่งในความทรงจำของนักเรียนรุ่งอรุณเกือบทุกคน

 

๑๒

เรือนปั้น

เรือนไม้ไผ่ เรือนไม้ไผ่ เรือนไม้ไผ่ ปั้นถ้วยดินเผา

สร้างมาประมาณ ๑ ปีแล้ว มีชื่อเรียกเป็นทางการว่า ‘เรือนเวฬุคาม’ เรือนปั้นสร้างใหม่โดยสร้างแยกออกมาจากเรือนศิลปะเดิม เพราะความคับแคบของพื้นที่ในที่เดิมและความแออัดด้วยจำนวนนักเรียนที่เลือกเรียนงานปั้นดินเพิ่มขึ้น แม้จะมาทีหลัง แต่เรือนปั้นก็งดงามจนอวดได้ เรือนปั้นนี้สร้างด้วยไม้ไผ่ โครงสร้างของเรือนเปิดโล่งสู่บึงน้ำของโรงเรียน จึงมีความสวยงาม เย็นสบาย ซึ่งมีช่วยสร้างบรรยากาศของการเรียนรู้ที่ถึงสุนทรียะได้ดี นอกจากนี้ตรงนี้ยังเป็นอีกจุดหนึ่งสำหรับการชมทัศนียภาพและบรรยากาศในยามพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามอีกด้วย

 

๑๓

ลานทราย

ลาน สนามเด็กเล่น

ลานทรายหลังโรงเรียนเป็นสถานที่ในความทรงจำของนักเรียนที่สำคัญอีกที่หนึ่ง ลานทรายใช้เป็นที่สอนกีฬาไทย แต่ว่าในทุกกลางวันตอนพักเที่ยง เด็กมัธยมต้นมักชอบมาเดินเล่นหรือพูดคุยกันที่นี่ สิ่งที่ทำให้ลานทรายดึงดูดนักเรียนคงหนีไม่พ้นร่มเงาของต้นไทรใหญ่ที่มีอายุมานานและมีความสูงใหญ่ นอกจากนี้ใกล้กับลานทรายยังมีศาลาริมบึงที่พักนั่งสบายๆ เพราะมีลมพัดตลอดเวลา ถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยดึงดูดนักเรียนมายังลานทราย

 

๑๔

สวนป่า

สวนป่า

เป็นสถานที่สำหรับนักเรียนผู้มีจินตนาการและรักการผจญภัย สวนป่าเป็นที่รวมของต้นไม้ใหญ่น้อยนานาพันธุ์ และยังเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ต่างๆ แม้แต่ห่านสัตว์เลี้ยงของโรงเรียนก็มักหลบมาอยู่ที่นี่ นอกจากนี้การสอนวิชาวิทยาศาสตร์เรื่องระบบนิเวศในบางระดับชั้นก็เลือกมาเรียนกันที่นี่

 

๑๕

Robinson

โกดัง

เป็นชื่อของเวิร์กช็อปที่สามารถซ่อมและสร้างได้เกือบทุกสิ่งทุกอย่างที่ครูและนักเรียนต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้หรือเฟอร์นิเจอร์ตั้งแต่โต๊ะ เก้าอี้ กระดาน ชั้นวางหนังสือ เป็นต้น สถานที่แห่งนี้มีสภาพเหมือนโกดังรวบรวมวัสดุต่างๆ อย่างสังกะสี ไม้ ฯลฯ รวบทั้งมีอุปกรณ์ครบครันสำหรับการสร้างหรือประกอบสิ่งต่างๆ ในช่วงหนึ่งโรงเรียนได้รับวัสดุอุปกรณ์ดังกล่าวมาจากห้างสรรพสินค้า Robinson สาขาหนึ่งที่ต้องการรีโนเวตตนเอง และมีสิ่งที่ไม่ต้องการมากมาย จึงอยากให้โรงเรียนได้รับมาเพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป ที่นี่จึงถูกเรียกว่าโรบินสัน

 

Walk with The Cloud Walk with The Cloud

Writer & Photographer

นักเขียนรุ่งอรุณ

รชต อนุวนาวงศ์, วันฟ้าใส เมธาคุณวุฒิ, อัยกมล จันทร์อัมพร, ต่อสกุล ตัณฑ์ธีระชาติ, ณภัทร พงศ์พนางาม คือกลุ่มนักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนรุ่งอรุณที่ถ่ายทอดมุมน่าประทับใจในสถานศึกษาให้คนทั่วไปรับรู้

Walk with The Cloud

กิจกรรมที่จะพาเดินทางไปทำความรู้จักเมืองในหลากหลายมิติ

28 พฤศจิกายน 2563
2 K

The Cloud x KIATNAKIN PHATRA

รู้ไหม นักประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่า ชื่อ ‘บางกอก’ ถูกตั้งตามลักษณะพื้นที่ซึ่งเต็มไปด้วยต้นมะกอกน้ำริมเจ้าพระยาในอดีต 

มองย้อนกลับไปในหน้าประวัติศาสตร์ ต้นไม้คือหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่อยู่คู่กับการก่อร่างสร้างกรุงรัตนโกสินทร์มาตั้งแต่แรกเริ่ม ดังนั้น นอกจากศิลาจารึก โบราณวัตถุ และสถาปัตยกรรมเก่าแก่ทรงคุณค่าแล้ว เราเรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านการเติบโตและคงอยู่ของต้นไม้ได้เช่นกัน

วันเวลาล่วงเลย จากเวนิสตะวันออกที่เต็มไปด้วยคูคลอง สู่เมืองบกที่การพัฒนารุดหน้าและเติบโต ต้นไม้โบราณที่เติบโตมาพร้อมกับเมืองหลงเหลืออยู่น้อยแทบจะนับต้นได้ เราจึงชักชวนผู้อ่านร่วมแกะรอยประวัติศาสตร์ ผ่านการเยี่ยมชมต้นไม้ใหญ่ที่ตั้งตระหง่านผ่านร้อนหนาวมานับร้อยปี ในย่านเก่าแก่ที่เปี่ยมไปด้วยเรื่องราวการผันเปลี่ยนวิถีวัฒนธรรมไปตามยุคสมัย ภายในคลองรอบกรุง ในทริป Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees เมื่อวันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

จากความตั้งใจของ The Cloud และกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ร่วมด้วย BIG Trees กลุ่มคนที่ต้องการสร้างความเข้าใจเรื่องการสร้างพื้นที่สีเขียวที่ยั่งยืนให้กับเมือง โดยเราได้ ดร.พรธรรม ธรรมวิมล ผู้อำนวยการกลุ่มภูมิสถาปัตยกรรม สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ดร.วิภากร ธรรมวิมล ที่ปรึกษาและอดีตนายกสมาคมภูมิสถาปนิกประเทศไทย ชนัตฎา ดำเงิน รุกขกร อรยา สูตะบุตร และ สันติ โอภาสปกรณ์กิจ ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม BIG Trees มาเป็นวิทยากรประจำทริป

แม้สายฝนจะโปรยปรายลงมาตลอดทั้งวัน แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความรู้ ตลอดจนบรรยากาศและความสนุกสนานของทริปลดน้อยลงเลย เตรียมหมวกและน้ำดื่มให้พร้อม นี่คือ 20 เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่น่าสนใจของชิ้นส่วนทางประวัติศาสตร์จากอดีต ที่มีลมหายใจและเติบโตมาพร้อมกับเมืองจนถึงปัจจุบันไปพร้อมกัน

01 

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees
15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees
15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ในแง่ภูมิทัศน์เมือง ต้นไม้ใหญ่ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญ เพราะแสดงถึงการตั้งอยู่ของชุมชนหรือสถานที่สำคัญที่มีความหมาย เกาะรัตนโกสินทร์ชั้นในประกอบไปด้วยพระบรมมหาราชวัง และวังของพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงหลายพระองค์ ทำให้พื้นที่บริเวณนี้ ตั้งแต่ในอดีตมีการปลูกต้นไม้และจัดภูมิทัศน์ไว้อย่างดี

ต่อมาเมื่อสยามเปลี่ยนแปลงการปกครอง เป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข วังบางส่วนเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานไปตามบริบทสังคมที่เปลี่ยนแปลง อย่างวังหน้าที่ถูกปรับพื้นที่เป็นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ และโรงละครแห่งชาติ 

ต้นไม้เก่าแก่และการทำภูมิทัศน์โบราณรูปแบบต่างๆ จึงตกทอดกลายเป็นมรดกจากยุคเก่าที่ติดมากับพื้นที่ บางต้นยังคงอยู่ แต่บางต้นล้มหายตายจากไปตามสภาพการดูแลและเวลาที่ล่วงไป

ต้นโพธิ์ บริเวณลานโพธิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ คือหนึ่งในต้นไม้เก่าแก่ประจำวังหน้าที่ตั้งตระหง่านอยู่ในบริเวณที่มีชัยภูมิเป็นที่นัดหมายและชุมนุมทางการเมืองของนักศึกษามายาวนาน ในสมัยแรกเริ่ม ตึกโดมมีปีกซ้ายขวา ขนาดอาคารยาวกว่าที่เห็นในปัจจุบันมาก แต่หลังจากเหตุการณ์ช่วง พ.ศ. 2519 ตึกโดมถูกตัดส่วนปีกซ้ายขวาออกไปเหลือเท่าที่เราเห็นในปัจจุบัน

นอกจากนี้ต้นโพธิ์ต้นนี้เคยเป็นที่เซ่นไหว้หัวหมูขอพรสำหรับการสอบของเหล่านักศึกษา แต่ถูกอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ สั่งห้าม เพราะมองว่าเป็นความงมงายและติดสินบนเจ้าที่ ในปัจจุบันต้นโพธิ์จึงกลายเป็นแลนด์มาร์กที่สำคัญของธรรมศาสตร์แทน 

02

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ต้นกร่างที่ตั้งอยู่หน้าคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นเสมือนจิตวิญญาณของเด็กศิลปากรที่ยุคหนึ่งผูกพันกับมันมากจนถึงขั้นเรียกต้นไม้ต้นนี้ว่าคุณปู่กร่าง ถ้าเทียบตามรูปภาพโบราณสมัยรัชกาลที่ 4 เราจะเห็นยอดของต้นกร่างต้นนี้สูงขึ้นมาเหนือหลังคาตึก ทำให้อนุมานได้ว่า คุณปู่ต้นนี้มีอายุมากเกิน 100 ปีแล้ว 

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

แม้ว่าทั้งต้นกร่างที่มหาวิทยาลัยศิลปากรและต้นโพธิ์ที่ลานโพธิ์ของธรรมศาสตร์จะดูสวยงาม แผ่กิ่งก้านใบออกเป็นร่มเงาให้กับเรา แต่ในความจริงนั้น ทั้งสองต้นโตขึ้นได้มากกว่านี้ แต่เพราะสภาพพื้นที่ที่ถูกอาคารปิดล้อม ทำให้เราไม่สามารถชื่นชมความงามของต้นไม้ทั้งสองต้นอย่างเต็มที่ 

03

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ในอดีต บริเวณพื้นที่ของกรมศิลปากรเคยเป็นที่ตั้งของวังมาก่อน ซึ่งมีถึง 3 วังด้วยกัน และมีต้นไม้โบราณที่ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน คือต้นกร่างและต้นยางอินเดีย ซึ่งนอกจากสองต้นนี้แล้ว ยังมีต้นจันทร์อีกต้นหนึ่งแทรกตัวอยู่ข้างหลังพิพิธภัณฑ์อาจารย์ศิลป์ พีระศรี ตึกที่เคยเป็นท้องพระโรงเก่ามาก่อน ต้นจันทร์นับเป็นต้นไม้ใหญ่อีกต้นที่ถูกลืมเลือนไป ถ้าใครมีโอกาสแวะไปกรมศิลป์ ก็เดินไปแวะทักทายคุณปู่ต้นไม้ต้นนี้กันได้นะ 

04

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees
15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

เคยได้ยินคำว่า ‘โพธิ์ไทรไกรกร่าง’ กันไหม 4 ต้นไม้ใหญ่เหล่านี้ คือต้นไม้ที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์และพระพุทธประวัติ นอกจากแสดงฐานานุศักดิ์ของเจ้านายแล้ว ต้นไม้เหล่านี้ต้องใช้พื้นที่ในการเติบโตแผ่กิ่งก้านออกไปรอบด้าน จึงเหมาะให้ร่มเงากับพื้นที่ที่มีคนมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก ทำให้เป็นที่นิยมปลูกกันมากในวัดและวังสมัยก่อน

05

แนวคิดในการปลูกต้นไม้และการออกแบบภูมิทัศน์โบราณของไทย ได้อิทธิพลมาจากประเทศอินเดียและจีนเป็นหลัก แนวคิดแบบอินเดียมีความเชื่อมโยงกับพุทธประวัติ ความเชื่อ และความศรัทธา มองต้นไม้เป็นแหล่งอาหารและยารักษาโรค ในขณะที่แนวคิดแบบจีน นิยมใช้ตกแต่งสวนเพื่อความสวยงาม และถือเป็นการบำบัดจิตใจชนิดหนึ่ง มักพบเห็นได้ในรูปแบบของเขามอและต้นไม้สวยงามในวัง

ดังนั้น ต้นไม้ที่ปลูกในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ชั้นในจึงจำแนกได้เป็น 2 ประเภท คือไม้มงคลและไม้ผล ไม้มงคลมักปลูกในพื้นที่วัง ส่วนไม้ผลมักปลูกริมคูคลอง เพื่อให้ประชาชนเก็บดอกผลรับประทานได้

06

นอกจากการปลูกต้นไม้เพื่อความสวยงามและประโยชน์ คนไทยสมัยก่อนก็นิยมปลูกต้นไม้ในเชิงสัญลักษณ์ด้วย เช่น การปลูกต้นยางนาที่โตสูงชะลูดจนมองเห็นจากที่ไกลๆ ไว้ในบริเวณวัด ทำให้คนที่เดินทางมาสังเกตเห็นต้นยางนาแล้วรู้ได้ทันทีว่าใกล้จะเข้าถึงเขตวัดแล้ว 

ในบริเวณภาคเหนือ เช่นเชียงตุงและเชียงใหม่ ก็มีการปลูกต้นไม้ในลักษณะนี้เหมือนกัน เรียกว่าไม้หมายเมืองเพื่อสัญลักษณ์ให้ผู้คนที่กำลังเดินทางเข้ามารับรู้ว่ากำลังใกล้ถึงเมืองแล้ว ต้นไม้จึงเป็นเหมือนจุดเช็กอินในสมัยก่อน

07

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ต้นยางอินเดียที่เรานิยมปลูกกันอยู่ตอนนี้ สามารถเจริญเติบโตจนใหญ่มาก ขนาดที่ว่าในสมัยก่อนเราใช้ลำต้นของมันผูกล่ามช้างได้เป็นสิบๆ เชือก ดังนั้น ถ้าใครมีต้นยางอินเดียอยู่ที่บ้านและคิดจะนำมันลงกระถาง อย่าลืมหาพื้นที่กว้างๆ ให้รากและกิ่งก้านได้แผ่ออกไป และไม่ควรปลูกใกล้ตัวอาคารก่อสร้างเด็ดขาด 

08

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ถ้าเดินเลียบคลองคูเมืองเดิมต่อไปจะเจอกับกลุ่มต้นตะเคียน 4 – 5 ต้นที่หน้าวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นต้นไม้ชุดดั้งเดิมที่รัชกาลที่ 1 ทรงปลูก เพื่อใช้ในการสร้างเรือ อีกทั้งยังเป็นต้นไม้ใหญ่ที่มีอายุมากที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่ของกรุงรัตนโกสินทร์ จากภาพถ่ายโบราณที่หลงเหลืออยู่ เห็นได้ว่าต้นตะเคียนเคยถูกปลูกมากในบริเวณนี้ เพื่อสร้างความเขียวชอุ่มให้กับผู้คนที่ผ่านไปมา

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

นักประวัติศาสตร์ค้นพบผังภูมิทัศน์สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ที่ระบุตำแหน่งและชนิดต้นไม้ที่ปลูกริมคลองคูเมืองเดิม ทั้งต้นพิกุล จำปี มะม่วง และขนุน แต่ปัจจุบันต้นไม้ดั้งเดิมแทบทั้งหมดถูกแทนที่ด้วยต้นไม้ชุดใหม่ จากการปรับปรุงพื้นที่สาธารณะริมคลองหลายครั้ง รวมถึงการสร้างสิ่งปลูกสร้าง อย่างสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ที่จำเป็นต้องก่อสร้างทับคลองคูเมืองเดิมทิศเหนือ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน เมื่อระบบถนนกลายเป็นการสัญจรหลัก

ข้างๆ กันนั้น เราจะเจอสะพานหก ซึ่งยกขึ้นลงได้สำหรับเรือสัญจรผ่านไปมา แต่เป็นอันจำลองที่ถูกสร้างขึ้นมาในสมัยฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี ส่วนของจริงผุพังลงไปมากแล้ว สันนิษฐานว่าเคยตั้งอยู่ที่แถวโรงสี ข้างอนุสาวรีย์สหแห่งชาติหรืออนุสาวรีย์หมู ไม่ไกลกันเท่าไรจากตำแหน่งปัจจุบัน

09

ถัดจากเกาะรัตนโกสินทร์ชั้นในออกมาเพียงข้ามฝั่งคลองคูเมืองเดิม คือแพร่งภูธร แพร่งนรา และแพร่งสรรพศาสตร์ จุดเริ่มต้นการค้าที่เชื่อมต่อไปยังเยาวราชและเจริญกรุง สถาปัตยกรรมเก่าบริเวณนี้ได้อิทธิพลมาจากฝรั่งเศสที่เป็นห้องแถวล้อมรอบคอร์ทสี่เหลี่ยม หากสังเกตดีๆ จะเห็นต้นไม้ใหญ่เหลือรอดอยู่บ้างในบางคอร์ท

คลองคูเมืองเดิมจึงเป็นเหมือนเส้นแบ่งเขตของรัตนโกสินทร์ชั้นนอกและในออกจากกัน จากการสำรวจพื้นที่ยังขุดเจอโบราณสถานต่างๆ เช่น กำแพงเมืองเดิม ร่องรอยของรถรางต่างๆ ภูมิสมาคมสถาปัตยกรรมแห่งประเทศไทยและกรมศิลปากร จึงเริ่มโครงการปรับภูมิทัศน์และ Live Museum เพื่อให้เป็นอีกสถานที่หนึ่งสำหรับศึกษาประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ 

10

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ต้นมะฮอกกานีต้นใหญ่บริเวณหลังกระทรวงกลาโหม กลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กของพื้นที่บริเวณนี้ เพราะความสวยงามของใบและกิ่งที่แผ่ออกเห็นเด่นชัดมาแต่ไกล ครั้งหนึ่งเคยเกือบถูกเปลี่ยนให้เป็นต้นขนุนเพราะความเข้าใจผิดแต่มีเอกสารเก่ายืนยันถึงที่มาของต้นไม้ได้ จึงได้รับการดูแลแทนการขุดทิ้งไป ซึ่งทั้งหมดเป็นความร่วมมือกันจากหน่วยงานของภาครัฐ ทหาร และภาคประชาชน ทำให้ต้นไม้นี้กลับมาสวยงามอีกครั้งหนึ่ง 

09

เมื่อรัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสเมืองใหญ่ในต่างประเทศ พระองค์ทอดพระเนตรเห็นความศิวิไลซ์ในการวางผังและการจัดการพื้นที่เมือง จึงดำริให้สร้างสนามหลวงอย่างพลาซ่าในยุโรปและปรับปรุงถนน พร้อมปลูกต้นไม้อย่างเป็นระเบียบสวยงามเช่นถนนฌ็องเซลิเซ่ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส 

โดยประยุกต์แนวคิดการปลูกไม้ผลอย่างต้นมะขามเข้าไป เพราะต้นมะขามเป็นพืชสารพัดประโยชน์ ประชาชนเก็บใบ เปลือก ผล ไปรับประทานได้ และที่สำคัญคือใบละเอียด เช่นเดียวกับต้นมะฮอกกานี ไม้ยืนต้นที่ให้ร่มเงาได้ดีแม้มีใบขนาดเล็ก เพราะใบเล็กละเอียดเหล่านี้ปลิวไปได้และทำความสะอาดง่าย ไม่อุดตันท่อระบายน้ำ ไม่ทำให้บ้านเมืองสกปรก 

นอกจากนั้น ท่านยังคิดชื่อต้นมะขามด้วยเองสื่อถึงความน่าเกรงขาม แต่ในปัจจุบันนั้นหลงเหลือต้นมะขามที่อยู่มาตั้งแต่สมัยแรกเริ่มเพียงประมาณ 20 – 30 ต้นเท่านั้น 

10

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

เมื่อก่อนต้นมะขามตรงสนามหลวงเคยสุขภาพแข็งแรงมาก จนกระทั่งช่วงที่เป็นตลาดนัดสนามหลวง ทำให้มะขามถูกใช้เป็นเสาผูกผ้าใบกางเต็นท์ของแม่ค้า บ้างก็ถูกเทน้ำร้อนราด ทำให้ไม่เจริญเติบโต แต่ในปัจจุบันกำลังถูกฟื้นฟูจากความร่วมมือกันของภาครัฐและกลุ่ม BIG Trees 

11

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

อุทยานพระราชวังสราญรมย์สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 เพื่อเป็นที่ประทับปลายรัชสมัยของพระองค์ แต่พระองค์เสด็จสวรรคตก่อน ภายหลังรัชกาลที่ 5 มีพระราชดำริให้จัดสวนของตามแบบสวนอังกฤษ และทรงใช้อุทยานแห่งนี้เป็นพื้นที่ต้อนรับพระราชอาคันตุกะจากต่างชาติ มีการออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมและตกแต่งอุทยานด้วยสระน้ำพุ สวนดอกไม้ โดยเฉพาะกุหลาบแดง ไม้ดอกที่ทรงโปรดปราน เรื่อยมาจนถึงการจัดงานฤดูหนาวในสมัยรัชกาลที่ 6

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ภายหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง รัชกาลที่ 7 ทรงโปรดเกล้าฯ มอบอุทยานแห่งนี้ให้รัฐบาล จากนั้นจึงมีการปรับปรุงและเปิดเป็นสวนสาธารณะแห่งแรกๆ ของสยาม และหลังจากปลี่ยนมือมาอยู่ในการดูแลของคณะราษฎร จึงมีการสร้างสำนักงานของคณะราษฎรไว้ภายในพื้นที่อีกด้วย 

แม้ที่นี่จะมีพันธุ์ไม้หายากมากมายที่รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้นำมาปลูกไว้ แต่ต้นจามจุรีและมะขาม สองไม้ยืนต้นเก่าแก่ในไทยก็ยังคงยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ที่นี่ตลอดมา

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

12

ภายในสวนสราญรมย์ยังมีอนุสาวรีย์ของพระนางเรือล่ม หรือสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี หนึ่งในพระราชินีของรัชกาลที่ 5 ที่เสด็จประพาสบางปะอิน ก่อนเกิดเหตุการณ์เรือล่มและไม่มีใครช่วยเหลือพระนางได้ เนื่องจากกฎมณเฑียรบาลในสมัยก่อน รัชกาลที่ 5 จึงทรงมีรับสั่งให้สร้างอนุสาวรีย์นี้ไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงความรักของพระองค์ที่มีต่อพระนาง

13

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ย้อนกลับไปช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ พื้นที่บริเวณมิวเซียมสยามเคยเป็นวังที่พระทับของเจ้านายถึง 5 พระองค์ เรื่อยมาถึงสมัยรัชกาลที่ 6 พระองค์มีพระบรมราชโองกางให้จัดตั้งกระทรวงพาณิชย์ขึ้นที่นี่ เนื่องจากอยู่ใกล้ย่านการค้าริมแม่น้ำเจ้าพระยา 

นอกจากอาคารกระทวงพาณิชย์ที่ต่อมาถูกปรับปรุงเป็นมิวเซียมสยาม จะเป็นสถาปัตยกรรมทรงคุณค่าที่ออกแบบและก่อสร้างด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยในยุคนั้นแล้ว ยังมีต้นไทรเก่าแก่อีก 2 ต้นที่เติบโตมาพร้อมกับอาคารตั้งแต่ยังเป็นกระทรวงพาณิชย์

14

เนื่องจากไม่มีการบันทึกเรื่องราวแรกเริ่มของต้นไทรคู่นี้เอาไว้ จึงคาดว่าอาจมีจุดเริ่มต้นได้ 2 กรณี คือ ตั้งใจปลูก เพราะเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อทางพุทธประวัติ จึงนำมาปลูกไว้ในสถานที่สำคัญ หรือเติบโตขึ้นเองจากการทิ้งเมล็ดของนกที่บินมาบริเวณนี้ เนื่องจากต้นไทรเป็นไม้ยืนต้นที่ทนทานและมีระบบรากแข็งแรงมาก 

ความน่าสนใจคือ ในช่วงปรับปรุงอาคารและภูมิทัศน์เป็นมิวเซียมสยาม นักประวัติศาสตร์และนักออกแบบต้องร่วมมือกันประเมินคุณค่าของต้นไม้และองค์ประกอบต่างๆ โดยรอบพื้นที่ ต้นไทรใหญ่คู่นี้ทรงคุณค่าทั้งทาง Tangible และ Intangible ระบบก้านใบและรากค้ำจุนพื้นที่มาเนิ่นนาน พอๆ กับความเคารพศรัทธาที่ผู้คนมอบให้อย่างไม่เสื่อมคลาย

15

เคยมีโครงการสำรวจต้นไม้เก่าแก่ของประเทศไทยตามลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้ค้นพบว่า ความเชื่อเรื่องผีของคนไทยมีส่วนช่วยในการรักษาต้นไม้ จากการศึกษาพบว่า ต้นไม้เก่าแก่ส่วนใหญ่ที่ยังคงอยู่มักถูกปลูกอยู่ตามบริเวณอาณาเขตวัด ซึ่งต้นไม้ที่โตสมบูรณ์และแข็งแรงที่สุดมักอยู่ตามป่าช้าที่ไม่มีใครกล้าไปรบกวน

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของเกร็ดความรู้ที่เราได้รับจาก Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees สัปดาห์หน้า เตรียมพบกับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าผ่านต้นไม้โบราณ ที่ชี้ให้เห็นรูปแบบการดำรงชีวิต ความศรัทธา การเปลี่ยนแปลงของเมืองและสังคมในแต่ละยุคสมัย ตั้งแต่เรื่องราวการวางผังเมืองโบราณ วิสัยทัศน์เกี่ยวกับการปลูกต้นในเมืองของเจ้านายหลายพระองค์ในอดีต เรื่อยมาจนถึงเรื่องราวการเคลื่อนไหวของภาครัฐ เอกชน และประชาสังคมในปัจจุบัน เพื่ออนุรักษ์ต้นไม้ซึ่งเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์รอบเกาะรัตนโกสินทร์ 

Writer

ณัฐณิชา โอภาสเสรีผดุง

นิสิตสถาปัตย์ สนใจประวัติศาสตร์ สถาปัตย์ ไลฟ์สไตล์ เวลาว่างหมดไปกับแมวและของกิน

Photographer

ปวรุตม์ งามเอกอุดมพงศ์

นักศึกษาถ่ายภาพที่กำลังตามหาแนวทางของตัวเอง ผ่านมุมมอง ผ่านการคิด และ ดู

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load