ถ้าตอนนี้เป็นหนังก็คงถึงตอนจบแบบไม่มีภาคต่อ เหมือนอยากให้มีภาคต่อ แต่คงหาจากที่ไหนไม่ได้แล้ว

ใจความสำคัญที่บอกเล่าถึงการมีตัวตน คือการยอมรับว่าเรายังอยู่ยังยืนหยัดและยังหายใจ 5 ปีที่มาอยู่ในที่ที่ตัวเองอยากอยู่ อยากเห็นตัวเองก้าวและข้ามผ่านความเป็นเด็กมาเป็นผู้ใหญ่ในมุมมองของคนอื่น แบบนั้นคงเข้าใจตัวเองมากขึ้น

ด้วยความที่เป็นคนใจร้อนไม่ชอบการรอคอย เลยอยากลองรออะไรสักอย่างดูบ้างเผื่อว่าจะได้เห็นอะไรที่แตกต่าง 

รูปถ่ายที่เกิดขึ้นก็เกิดจากการไปรอใครบางคน หรือรออะไรบางอย่าง หรือจมอยู่กับบางสิ่ง ถ้าหากเรื่องนั้นเป็นความเศร้าก็ขอให้รูปภาพสื่อสารบอกไปให้ถึงทีว่ากำลังเศร้าอยู่ และจะยิ้มได้ในสักวันหนึ่ง

ถ้าหากเป็นไปได้ก็อยากเป็นคนมองโลกในแง่ดี ไม่ร้ายเหมือนที่เคยโดน ไม่เห็นแก่ตัว และใจเย็นให้เหมือนกับเวลาถ่ายภาพเหล่านี้ ถ้าบทความนี้ทำให้ผมลุกขึ้นมาเขียนอะไรบางอย่าง สื่อสารอะไรบางอย่างส่งถึงใครสักคน ก็ถือว่าผมได้ทำในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยทำสักที ถ้าบทความนี้เป็นเมฆฝนที่ทำให้ใครบางคนเปียกปอน ก็ขอให้รูปภาพของผมเป็นสายรุ้งที่ทำให้คุณยิ้มออกมาที่มุมปากนิดหนึ่งก็ยังดี

ถ้าคุณมีเซ็ตภาพถ่ายที่อยากมาอวดในคอลัมน์นี้ ช่วยส่งเซ็ตภาพพร้อมคำบรรยาย(แบบไม่ยาวมาก) รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Photo Essay

ถ้าเซ็ตรูปของคุณได้รับการตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีหมวกรุ่นพิเศษจาก Painkiller Atelier X The Cloud ส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

เอกธาดา ชาวป่า

ปีสุดท้ายของคณะสถาปัตย์ อยากเป็นสถาปนิกตั้งแต่เด็ก สนุกกับบทสนทนาของคนแปลกหน้า ถึงแม้จะยังไม่เก่งแต่ก็มีความสุขกับสิ่งที่ทำ นอนน้อย งานหนัก เงินหมด แต่ก็ยังมีความสุข

Photo Essay

เรื่องเล่าผ่านภาพถ่าย

ถ้าคิดว่ารู้จักเชียงใหม่ดีแล้ว ชุดภาพถ่ายนี้จะเปลี่ยนมุมมองนั้นเสียใหม่ ผ่านนิทรรศการที่เกิดจากความบังเอิญของนักศึกษาและคณาจารณ์สาขาวิชาการถ่ายภาพสร้างสรรค์ เกิดความสนใจเรื่องของเมืองเชียงใหม่ร่วมกันมาจัดแสดงงานเล่าเรื่องราวเมื่อต้องอาศัยอยู่ในเชียงใหม่ในมุมแปลกไปจากที่คุ้นชิน ทั้งสภาพการณ์ที่เปลี่ยนไป บริบทสังคมที่เปลี่ยนแปลง รวมถึงความรู้สึกดั้งเดิมที่ถูกสั่นคลอนในยามโรคระบาด เหมือนเป็นอีกเมืองในแง่มุมที่หลายคนอาจยังไม่เคยเห็นผ่านเลนส์กล้องของ 6 ช่างภาพ 

ทั้ง ภาพขาว-ดำ เล่าเรื่องเมืองเชียงใหม่ในห้วงเวลาการระบาดของโรคโควิด-19 

ภาพคนในครอบครัว ตัวแทนความสับสนและหลงทางเมื่อเกิดโรคระบาด ผู้คนต่างพลัดพรากจากความสุขและความหวังในการใช้ชีวิต แม้อยู่ในบ้านแสนอบอุ่นของตัวเองก็ตาม 

ภาพคลองแม่ข่าของศิลปินที่เคยผันตัวจากนักท่องเที่ยวมาเป็นผู้อยู่อาศัยในเมืองเชียงใหม่ บริเวณคลองแม่ข่าซึ่งถูกขุดเพื่อเป็นทางระบายน้ำและเกิดมลพิษมาเป็นเวลานาน ทำให้เขาเกิดคำถามว่า ทำไมเมืองที่เขาคิดไว้จึงไม่สวยงามอย่างที่คิดไว้ 

ภาพพาโนรามาทิวทัศน์เมืองที่ต่อขึ้นจากภาพถ่าย แสดงให้เห็นบรรยากาศและสถาปัตยกรรมบนสองฝั่งถนนท่าแพในช่วงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2563 

ภาพจากการสังเกตทะเลสาบดอยเต่า ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างจากการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ และการใช้ชีวิตของชาวบ้านหลังจากที่ไม่มีน้ำเมื่อภัยแล้งที่รุนแรงมาเยือน 

และภาพการเดินทางไร้แบบแผนตามหาแสงอาทิตย์ที่ตกกระทบลงบนสิ่งต่างๆ เพื่อเยียวยาความคิดและจิตใจ ให้ผ่านวันที่ยากลำบากให้เดินไปต่อได้ 

หากชมภาพหน้าจอแล้วยังไม่จุใจ สามารถไปเยี่ยมชมนิทรรศการภาพถ่ายแบบเต็มๆ ได้ที่ศูนย์ศิลปะบ้านตึก ถนนท่าแพ จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม – 7 พฤศจิกายน 2564  เวลา 09.00 – 17.00 น. (เปิดทุกวันอังคาร-อาทิตย์)

Writer & Photographer

Lost in Chiang Mai

นิทรรศการภาพถ่ายเชียงใหม่ในมุมมองใหม่ของช่างภาพ 6 คน อัษฎา โปราณานนท์, กรรณ เกตุเวช, ณัฐพล นุกูลคาม, ศิริน ม่วงมัน, กรดนัย เกิดปฐม และ นวมินทร์ มูลรัตน์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load