ถ้าโลกไม่มีเสียงเพลง เราคงเหงาตายกันน่าดู 

ต้องขอชื่นชมและขอบคุณความฉลาดของนักคิดสมัยก่อน ที่ทำให้เนื้อเพลงและท่วงทำนองดีด สี ตี เป่า จากนักร้องและนักดนตรี ถูกจัดเก็บในวัสดุที่ให้เสียงใกล้เคียงการดูคอนเสิร์ตอย่าง ‘แผ่นเสียง’ ขึ้นมา 

แม้ปัจจุบันเทคโนโลยีจะก้าวกระโดด จนทำให้การฟังเพลงง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก แต่สิ่งที่น่าสนใจคือเสียงเพลงจากซีดีหรืออินเทอร์เน็ต ยังเปล่งเสียงที่ใกล้เคียงกับการเล่นดนตรีสดไม่ได้ จึงไม่แปลกที่ทำไมบางคนยังถวิลหาความวินเทจจากระบบแอนะล็อกนี้อยู่ 

เราจึงอยากพาผู้อ่านไปสัมผัสคลังเก็บแผ่นเสียงรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่ย่านเมืองเก่า สุขุมวิท ตลอดจนรัชดาภิเษก เพื่อช่วยตอบคำถามว่า 

“ทำไมกาลเวลาจึงไม่สามารถเอาชนะแผ่นเสียงพวกนี้ได้เลย” 

Track 01

สะพานเหล็กแผ่นเสียง-เทป

ร้านแผ่นเสียงที่ยืนหยัดข้ามยุคสมัย

ย้อนไปราว 30 – 40 ปีที่แล้ว ถนนเจริญกรุง เป็นถนนที่มีร้านแผ่นเสียงกว่า 30 ร้านตั้งเรียงรายกัน จนได้รับการกล่าวขานให้เป็นถนนแผ่นเสียงขนานแท้ โดยมีสะพานเหล็กแผ่นเสียง-เทป เป็นหนึ่งในร้านแผ่นเสียงยุคบุกเบิก

  ตอนนั้น อดิศักดิ์ แต้มศิริชัย เพิ่งเรียนจบและตัดสินใจเปิดร้านแผ่นเสียงกับพี่ชาย ด้วยความหลงใหลในแผ่นเสียงมาตั้งแต่เด็ก เวลาผ่านไปกว่า 50 ปี เขายังเป็นคนเฝ้าร้านเองทุกวันและรู้จักแผ่นเสียงในร้านของตัวเองดีกว่าใคร

“ยุคนั้นเราเหมือนเป็นผู้ผลิตแผ่นเสียง เทปและแผ่นเสียงบางชุดเราก็ทำเอง มีนักร้อง นักแต่งเพลงที่เขามาเสนอขายเพลงกับเรา” อดิศักดิ์วัย 70 ปีเล่าให้เราฟังถึงบทบาทของร้านขายแผ่นเสียงยุคก่อน 

ภาพลักษณ์สุดคลาสสิกของร้านที่คงอยู่จนถึงปัจจุบัน ไม่ได้ทำให้กลุ่มลูกค้าของร้านถูกจำกัดอยู่เฉพาะแค่นักสะสมแผ่นเสียงรุ่นใหญ่เท่านั้น หลายครั้งก็มีลูกค้าวัยรุ่นมากับผู้ปกครอง ซึ่งเป็นลูกค้าของร้านตั้งแต่ยังหนุ่ม ยังสาว

สำหรับอดิศักดิ์ เสน่ห์ของแผ่นเสียงคือความชัดกังวานที่เทปหรือซีดีเทียบไม่ติด แม้ว่าทุกวันนี้โรงงานผลิตแผ่นเสียงในประเทศไทยจะปิดตัวลงไปหมดแล้ว แต่ร้านสะพานเหล็กแผ่นเสียง-เทป ยังมีแผ่นเสียงอยู่แน่นขนัด รอให้ลูกค้าเข้ามาเลือกซื้อได้ตามชอบใจ แม้แต่แผ่นเสียงสุนทราภรณ์ชุดหายากแผ่นโปรดของเขา สนนราคากว่า 5,000 บาท จากทีแรกตั้งใจจะเก็บสะสมไว้เอง แต่อดิศักดิ์ก็แอบกระซิบว่าถ้ามีคนอยากได้ไปสะสมเขายินดีขายเช่นกัน

ร้านสะพานเหล็กแผ่นเสียง-เทป

ถนนเจริญกรุง แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

เปิดบริการทุกวันจันทร์-วันเสาร์ เวลา 11.00 – 18.00 น.

ติดต่อ 02 221 9807

Track 02

น้อง ท่าพระจันทร์

ร้านแผ่นเสียงที่ไม่มีใครไม่รู้จัก

แทบไม่มีใครไม่รู้จักร้านน้อง ท่าพระจันทร์ ร้านที่ยืนหยัดอย่างหยัดยืนริมแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่ปี 2522 จากความรักในเสียงเพลงของสามพี่น้องแห่งตระกูลนาคน้อย พวกเขาเปลี่ยนงานอดิเรกให้กลายเป็นอาชีพอย่างจริงจัง

นก-อนุชา นาคน้อย น้องคนสุดท้องของร้านบอกกับฉันว่า เดิมทีร้านน้องไม่ได้ขายแผ่นเสียง แต่ขายเทปคาสเซ็ต สิบกว่าปีก่อนเขาไม่คิดว่าแผ่นเสียงจะกลับมาบูมได้ แต่เมื่อได้หยิบแผ่นเสียงลงเครื่องเล่นแล้วเขากลับเปลี่ยนใจ

“เพลงๆ เดียวกันที่เราเคยฟังจากซีดี พอไปฟังกับแผ่นเสียงแล้วอรรถรสของเพลงต่างกัน แผ่นเสียงทำให้เรารู้สึกเหมือนนั่งฟังนักร้องร้องเพลงสดอยู่ตรงหน้า ฉะนั้นซีดีต้องคุณภาพดีมากถึงจะทำให้เรารู้สึกแบบนั้นได้”

นอกจากแผ่นเสียง ร้านน้องยังมีเทปและซีดีให้เลือกฟังตามชอบ ไม่ว่าจะเพลงแนวไหนร้านน้องก็หาให้คุณได้หมด ‘เพียงแค่คุณเปิดใจ’ นกจะแนะนำเพลงแนวใหม่ให้คุณได้ฟัง พูดไม่ทันขาดคำก็มีลูกค้าวัยรุ่นคนหนึ่งเดินเข้ามา เพียงบอกว่าอยากได้เพลงเป็นของขวัญวันเกิดเพื่อน นกก็ช่วยแนะนำและเลือกให้ลองฟังทันที

“เราเป็น Music Lover ไม่ใช่ Collector” น้องคนสุดท้องนิยามตัวเองและร้านน้อง ท่าพระจันทร์ 

ชวนคนรักเสียงดนตรีไปฟังเพลงยุคแอนะล็อกจาก 7 ร้านแผ่นเสียง รอบกรุงเทพฯ
ชวนคนรักเสียงดนตรีไปฟังเพลงยุคแอนะล็อกจาก 7 ร้านแผ่นเสียง รอบกรุงเทพฯ

แผ่นเสียงส่วนใหญ่ในร้านจึงเป็นเพลงเพราะแบบฉบับเขา นกไม่เน้นแผ่นเก่าหายาก เพราะราคาสูงเกินจับต้อง ความตั้งใจของเขาเพียงต้องการให้คนทุกกลุ่มเข้าถึงเสียงเพลงได้อย่างง่ายดาย

“สายเลือดเราเป็นดนตรีไปเกือบหมดแล้ว ยังนึกไม่ออกเหมือนกันว่าถ้าเปลี่ยนอาชีพจะทำอะไร” นกพูดพลางชวนฉันฟังเพลง ‘Tiger in the rain’ ของ Michael Franks แผ่นเสียงสุดโปรดที่นกได้ยินมาจากร้านอาหารในวันฝนพรำ

ร้านน้อง ท่าพระจันทร์

ท่าเรือท่าพระจันทร์ (ใกล้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์-สนามหลวง)

เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00 – 20.00 น.

ติดต่อ 02 221 4421 / 08 6317 9889

Facebook : Nong taprachan

Instagram : @nongtaprachan1

Track 03

Bungkum House

ร้านแผ่นเสียงใจกลางทองหล่อ

ถ้าไม่มาด้วยตัวเอง คงไม่เชื่อว่า ‘Bungkum House’ จะอยู่บนชั้น 4 ของอาคารพาณิชย์ใจกลางทองหล่อ เป็นแหล่งรวบรวมแผ่นเสียงไว้หลายประเภทกว่า 3,000 แผ่น มีทั้งแผ่นเสียงมือสองและแผ่นเสียงมือหนึ่งแบบใหม่กริ๊บ

จากความฝันในวัยเด็กของ กฤติกร สิทธิชัย เขาฝันอยากจะเป็นดีเจสแครชแผ่น แม้ผันตัวไปเป็นพ่อค้าเสื้อผ้ามาแล้ว แต่กฤติกรบอกเหตุผลน่ารักในการพลิกบทบาทจากนักสะสมมาเป็นเจ้าของร้านแผ่นเสียงว่า

“ผมกลัวธุรกิจหลักเจ๊ง แล้วจะไม่มีเงินซื้อแผ่นเสียง

“แผ่นเสียงก็เหมือนศิลปะ แต่งบ้านก็ได้ เพราะดีไซน์สวย เนื้อเสียงก็เพราะกว่า เหมือนมีคนมาเล่นดนตรีสดให้ฟังถึงหน้าบ้าน” หลังจบประโยคแสดงความหลงใหล เขาเดินไปหยิบแผ่นเสียงสุดโปรด เป็นแผ่นรวมเพลงของ Sarah Record  

ชวนคนรักเสียงดนตรีไปฟังเพลงยุคแอนะล็อกจาก 7 ร้านแผ่นเสียง รอบกรุงเทพฯ

“เพลงมันก็ดีเหมือนกันหมด อย่าไปวัดกันเรื่องราคาเลย เหมือนแผ่นนี้นั่นแหละ ตอนออกมาไม่มีคนสนใจเลยนะ กลับกันตอนนี้มีแต่คนต้องการ เพราะเพลงเขาดี นั่นแสดงให้เราเห็นแล้วว่าแผ่นเสียงมันมีคุณค่าซ่อนอยู่ในตัวเอง”

ร้าน Bungkum House

ชั้น 4 Black Amber Barber shop ซอยสุขุมวิท 55 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา

เปิดบริการทุกวัน เวลา 13.00 – 21.00 น. (ยกเว้นวันจันทร์-อังคาร)

ติดต่อ 08 6606 2230

Track 04

8 Musique 

ร้านแผ่นเสียงขนาด 15 ตารางเมตร

ร้านแผ่นเสียงเล็กๆ ขนาด 15 ตารางเมตร อัดแน่นไปด้วยแผ่นเสียงนับร้อยในยุค 60 จนถึงปัจจุบัน แถมยังแฝงด้วยความหลงใหลในแผ่นเสียงของ ป๋อง-ประพันธ์ อมรพิทักษ์สุข เจ้าของร้าน 8 Musique

จากบรรณาธิการหนังสือการ์ตูน จนถึงดีเจร้านทรูและเพลย์กราวด์ เขาผันตัวออกมาเปิดร้านแผ่นเสียงของตัวเอง รู้ตัวอีกทีก็เปิดร้านได้ 7 ปีแล้ว ป๋องบอกว่าเพลงจากแผ่นเสียงไพเราะ เสียงแต๊กๆ เป็นหมัดเด็ดมัดใจเขา

แม้ปัจจุบันคนจะฟังเพลงง่ายเพียงนิ้วคลิก แต่เขากลับตอบอย่างภูมิใจว่าแผ่นเสียงระบบแมนวลมีเสน่ห์กว่ามากราวกับมันมีชีวิต อาร์ตเวิร์กและลูกเล่นของปกแผ่นเสียงก็นับเป็นเอกลักษณ์ที่หาไม่ได้จากการฟังเพลงแบบสตรีมมิ่ง

เมื่อถามถึงแผ่นเสียงที่ป๋องรักมากที่สุด ชายหนุ่มเดินไปหยิบแผ่นซาวนด์แทร็กจากหนังเรื่อง ‘500 Days of Summer’ ออกมา บอกเลยว่ามีเพียง 2 แผ่นในประเทศไทยเท่านั้น! 

คำตอบสุดเท่ของป๋องที่มีต่อวงการแผ่นเสียงและเหตุผลที่เขายังคงเปิดร้านนี้อยู่ก็คือ 

“เอาน่า อย่างน้อยถ้าฝรั่งยังผลิต เราก็คิดว่ายังมีคนซื้อ” 

ร้าน 8 Musique 

ชั้น LG ตึก Eight ทองหล่อ ซอยสุขุมวิท 55

เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00 – 21.30 น.

Line : 8musique

Track 05

ร้านแผ่นเสียง

ร้านแผ่นเสียงในบ้าน บ้านในร้านแผ่นเสียง

บ้านปูนสีขาวสองชั้นทรง 70 ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ท่ามกลางสนามหญ้าสีเขียว มีร้านกาแฟขนาดเล็กอยู่ด้านข้าง ล้อมรอบด้วยกำแพงสีขาวสะอาดตา ดูไปดูมาเหมือนเป็นบ้านคนมากกว่าจะเป็น ‘ร้านแผ่นเสียง’ 

ชวนคนรักเสียงดนตรีไปฟังเพลงยุคแอนะล็อกจาก 7 ร้านแผ่นเสียง รอบกรุงเทพฯ

  แต่ใครจะเชื่อว่าบ้านหลังนี้แหละที่พาเราย้อนเวลากลับสู่ยุครุ่งเรืองของแผ่นเสียงอีกครั้ง!

  ร้านแผ่นเสียงในบ้านหลังสวยชื่อตรงตัวว่า ร้านแผ่นเสียง เป็นบ้านในร้านเป็นร้านในบ้านของ นก-พงศกร ดิถีเพ็ง ชายผู้เติบโตมากับเสียงเพลง เทป แผ่นเสียง และซีดี โดยเฉพาะแผ่นเสียง ‘เขิน’ ของวงแกรนด์เอ็กซ์ ทำให้เขาตกหลุมรักเสียงเพลงมากกว่าเดิม แม้จะทำงานมาสารพัดอย่าง สุดท้ายเขาก็กลับมาตายรังที่อาชีพนี้ อาชีพที่ทำงานกับเสียง  

“แสดงว่าผูกจิตมาตั้งแต่ชาติก่อน” นกบอกอย่างภูมิใจ

ชายเจ้าของบ้านบางทีก็เป็นชายเจ้าของร้านพาเราเดินสำรวจร้านแผ่นเสียง ภายในถูกแบ่งออกเป็น 3 ห้อง แต่ละห้องประดับด้วยปกแผ่นเสียง ห้องกลางเป็นห้องแผ่นเสียงผลิตใหม่ ส่วนห้องซ้ายเป็นห้องแผ่นเสียงเก่า มีเครื่องเล่นแผ่นเสียงและโซฟาห้องละ 1 ตัว บริการสำหรับคนรักแผ่นเสียงมานั่งหย่อนใจ ส่วนห้องฟังเพลงด้านขวาเราขอยกให้เป็นไฮไลต์ เมื่อนกเปิดม่านให้เราดูก็พบว่าเป็นมุมนั่งฟังเพลง เหมาะกับการทอดสายตาและดื่มด่ำกับบรรยากาศเป็นที่สุด         

ชวนคนรักเสียงดนตรีไปฟังเพลงยุคแอนะล็อกจาก 7 ร้านแผ่นเสียง รอบกรุงเทพฯ
ชวนคนรักเสียงดนตรีไปฟังเพลงยุคแอนะล็อกจาก 7 ร้านแผ่นเสียง รอบกรุงเทพฯ

ทีเด็ดของร้านคือมีแผ่นเสียงเก่าหายากจำนวนมากชนิดว่านับไม่ถ้วน แผ่นเสียงส่วนใหญ่เป็นแผ่นเพลงสากล แต่เพลงไทยก็มีมาก แม้นกจะเป็นสายเพลงร็อกสากลยุคเก่าหน่อย แต่เขาก็ฟังเพลงใหม่ทั้งไทยและเทศ 

“เดี๋ยวจะหาว่าลุงไม่ทันสมัย” พูดพลางเขาก็เดินไปเปิดเพลงของอะตอม ชนกันต์ให้ฟังพร้อมยิ้มร่า 

ไม่ว่าคุณจะเป็นวัยเก่าหรือวัยเก๋า เพียงเปิดบ้านเดินเข้ามา ‘ร้านแผ่นเสียง’ รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน

เลขที่ 3 ซอยประดิพัทธ์ 19 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร

เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00 – 19.00 น. 

ติดต่อ 08 1875 5888

Facebook : ร้านแผ่นเสียง Record Shop

Track 06

ไวนิลลิกา

ร้านแผ่นเสียงที่สร้างเพื่อนด้วยดนตรีร็อก

นี่คือร้านแผ่นเสียงสไตล์ร็อกสุดโต่งใจกลางศูนย์การค้า ฟอร์จูนทาวน์ ภายในห้องสี่เหลี่ยมเต็มไปด้วยแผ่นเสียงแนว Heavy Metal วางเรียงรายท่ามกลางแสงไฟสลัวอยู่กลางร้าน ดนตรีอันดุดัน หนักแน่น และถึงใจ ถูกปล่อยออกมาตั้งแต่เรายังไม่ก้าวเข้าไป บอกได้เลยว่า ‘โคตรมันส์ โคตรดุ โคตรเท่’ 

ชวนคนรักเสียงดนตรีไปฟังเพลงยุคแอนะล็อกจาก 7 ร้านแผ่นเสียง รอบกรุงเทพฯ

แต่เจ้าของร้านไวนิลลิกา (Vinyllica) ไม่ได้ดูดุดันแข็งกร้าวเลยสักนิด ตรงกันข้าม เขาพูดถึงแผ่นเสียงยุคเก่า แนะนำเพลงจัดจ้านอย่างเป็นกันเอง รวมถึงสอนวิธีทำความสะอาดแผ่นเสียงสุดละเอียดให้กับลูกค้าที่เขาเรียกว่า ‘เพื่อน’ อย่างใกล้ชิด แม้ วี-วีระ เวชวิชานิยม จะเปิดธุรกิจมาแล้ว 12 ปี แต่ความตั้งใจที่อยากให้ร้านแผ่นเสียงของเขาเป็นพื้นที่สร้างเพื่อนคอเดียวกันก็ยังคงเป็นจุดประสงค์หลักในการดำเนินกิจการ

“ลูกค้าบางคนมาคุยกับเราเป็นชั่วโมงไม่ซื้อสักแผ่นก็มี เราไม่เคยว่า สนุกด้วยซ้ำ วันนี้เขาไม่ซื้อ วันหน้าเขาอาจมาซื้อก็ได้ แต่เราได้ผูกความสัมพันธ์กันไว้แล้ว” วีระเล่าด้วยรอยยิ้มละมุน

ชวนคนรักเสียงดนตรีไปฟังเพลงยุคแอนะล็อกจาก 7 ร้านแผ่นเสียง รอบกรุงเทพฯ
ชวนคนรักเสียงดนตรีไปฟังเพลงยุคแอนะล็อกจาก 7 ร้านแผ่นเสียง รอบกรุงเทพฯ

ชายคนนี้ผ่านมาแล้วหลายบทบาท ตั้งแต่ขายคอมพิวเตอร์ ไปจนถึงคลุกคลีอยู่ในแวดวงการเมือง เมื่อถึงจุดหนึ่งเขาเลือกหยิบจับสิ่งที่เกิดมาก็เห็นเลยอย่างแผ่นเสียง ที่ซึมซับจากคุณพ่อมาตั้งแต่จำความได้ ผสมกับวงดนตรีสไตล์ร็อกที่ชอบตั้งแต่สมัยเรียนอย่างวง ‘Metallica’ มาตั้งเป็นชื่อร้าน โดยนำคำว่า Vinyl รวมกับคำท้ายของชื่อวงดนตรีโปรด

นั่นคงเป็นเหตุผลที่อัลบั้ม ‘Kill ‘​Em All’ ของ Metallica จะเป็นแผ่นเสียงเดียวจากอีกหลายพันแผ่นในร้าน ที่เขาเลือกหยิบและอินทุกครั้งที่ได้ฟัง

ร้านไวนิลลิกา (Vinyllica)

ชั้น 3 ฟอร์จูนทาวน์ ติดลิฟท์แก้ว 1 ถนนรัชดาภิเษก ดินแดง กรุงเทพมหานคร

เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00 – 21.00 น.

ติดต่อ 02 058 0434

Facebook : Vinyllica Shop,Fortune Town

Track 07

Hall of Frame Records

ร้านแผ่นเสียงที่ไม่เคยหยุดเล่น

“เรามีเครื่องเล่นแผ่นเสียงให้ลองคุณภาพแผ่นก่อน เพราะเราอยากเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้มีแผ่นที่ใช่จริงๆ”

ประโยคข้างต้นของ กฤษณ์ สังขปรีชา เจ้าของร้าน Hall of Frame Records (HOF) ไม่มีการใช้คำว่าซื่อสัตย์หรือจริงใจอยู่ในประโยคสักนิด แต่ฟังแล้วกลับเชื่ออย่างสนิทจนน่าแปลกใจ

เมื่อได้รู้ว่าชื่อของ HOF อยู่คู่คอเพลงมาตั้งแต่ปี 2542 ก็ยิ่งไม่น่าแปลกใจเข้าไปใหญ่ เพราะกฤษณ์เริ่มขายเทปเพลง ซีดี และแผ่นเสียงมาหลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ เขาผ่านการย้ายร้านมาแล้วถึง 5 ครั้ง เจอประสบการณ์ขายไม่ออก ห้องเล็กไป ค่าเช่าแพง กว่าจะเจอสถานที่ที่ชอบ ในเวลาที่ใช่ 

ปัจจุบัน HOF เป็นคลังดนตรีที่ทุกสัปดาห์จะมีแผ่นเสียงสุดเจ๋งหลากแนวเพลงมาลงเพิ่มอยู่เสมอ เหมือนกับตอนนี้ฉันกำลังฟังเพลงแนวอินดี้อย่าง Dancing in the Moonlight ของวง Toploader ที่กฤษณ์พึ่งได้มาสดๆ ร้อนๆ (บอกเลยว่าเพราะมาก) แต่ไม่ใช่ฉันคนเดียวนะที่ฟัง เพราะลูกค้าคนอื่นในร้าน ก็โยกย้ายออกสเต็ปตามจังหวะเสียงเพลงเช่นกัน

ชวนคนรักเสียงดนตรีไปฟังเพลงยุคแอนะล็อกจาก 7 ร้านแผ่นเสียง รอบกรุงเทพฯ
ชวนคนรักเสียงดนตรีไปฟังเพลงยุคแอนะล็อกจาก 7 ร้านแผ่นเสียง รอบกรุงเทพฯ

ถ้าถามว่าเขาหลงใหลแผ่นเสียงมาตั้งแต่ตอนไหน ก็คงเป็นตอนอายุ 12 ปี ในขณะที่เด็กชายกฤษณ์นั่งฟังวิทยุแล้วบังเอิญเจอเพลง Time ของ Pink Floyd ที่เปิดโลกทัศน์ ทำให้เด็กชายคนนี้จินตนาการถึงความตื่นเต้นของโลกภายนอกอย่างใสซื่อและไร้ความกังวล

แถมวันนี้อัลบั้ม Dark Side of the Moon ที่มีเพลง Time เป็นหนึ่งในเพลย์ลิสต์ ก็ยังคงอยู่ในมือเขา ราวกับไม่เคยหายไปจากชีวิตเลยด้วยซ้ำ

“อยากลองฟังไหม?” เขาถาม

 แน่นอน เราตอบรับ 

.

.

.

โห 

โคตร

_ (จงเติมคำในช่องว่าง)

ลองไปฟังกันดูนะ

ร้าน Hall of Frame Records (HOF) 

3058 ชั้น 3 ฟอร์จูนทาวน์ ถนนรัชดาภิเษก ดินแดง กรุงเทพมหานคร

เปิดบริการทุกวัน เวลา 12.00 – 20.00 น.

ติดต่อ 08 1844 9709

www.hof-records.co

เรื่อง : พัชญ์สิตา ไพบูลย์ศิริ, นิธิตา เอกปฐมศักดิ์, สาริศา เลิศวัฒนากิจกุล, ฉัตรชนก ชัยวงค์, ฉัตรชนก ชโลธรพิเศษ

ภาพ : ปวรุตม์ งามเอกอุดมพงศ์, กรริน วิจิตรประไพ

Writer & Photographer

Avatar

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

7 กุมภาพันธ์ 2566
1 K

ก่อนที่วลี “สาวบางโพนั้นโก้จริง ๆ” จะระบือลือเลื่องตามความนิยมของเพลงดังวัยดึก บางโพมีชื่อเสียงในฐานะย่านการค้าไม้ขนาดใหญ่และครบวงจรที่สุดในกรุงเทพมหานคร

โรงไม้และร้านผลิตเฟอร์นิเจอร์ไม้นับ 100 รายเรียงกันบนระยะทางเพียง 1 กิโลเมตรของซอยประชานฤมิตรที่เชื่อมต่อระหว่างถนนประชาราษฎร์สาย 1 กับถนนกรุงเทพ-นนทบุรี สิ่งที่จะได้พบจากที่นี่ตั้งแต่ปากซอยยันท้ายซอย คือผลิตภัณฑ์ไม้แปรรูปที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา รถกระบะวิ่งรอกขนส่งสินค้าประเภทโต๊ะ เก้าอี้ บานประตู วงกบ หรือคิ้วบัวไม่ขาดสาย ระคนด้วยเสียงตัดและตอกไม้ที่ดังดุจบทเพลงประจำซอย เป็นเหตุให้ซอยประชานฤมิตรได้รับสมัญญาว่า ‘ถนนสายไม้’

ชวนเที่ยวบางโพ สัมผัส 8 ไฮไลต์น่าทึ่งของถนนสายไม้ในงาน Bangkok Design Week 2023

เมื่อครั้งยังเฟื่องฟู ซอยนี้เคยมีกิจการร้านค้ามากกว่า 200 เจ้า ทว่ากาลเวลาที่ล่วงผ่านได้หอบนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่ย่านนี้ช้า ๆ ด้วยรสนิยมการใช้เฟอร์นิเจอร์ที่เปลี่ยนไป คนรุ่นเก่าพากันล้มหายตายจาก ซ้ำด้วยพิษเศรษฐกิจในยุคโควิด-19 ซอยประชานฤมิตรวันนี้ตกอยู่ในสภาวะซบเซา

เพื่อสืบสานจิตวิญญาณของถนนสายไม้ กลุ่มผู้ค้าไม้และนักขับเคลื่อนเมืองรุ่นใหม่จึงมารวมตัวกันในนาม ‘Bangpho Wood Street’ สร้างอัตลักษณ์ใหม่ ๆ ให้กับซอยประชานฤมิตร พัฒนาย่านการค้าแบบดั้งเดิมที่ใกล้สูญพันธุ์ไปสู่แหล่งการเรียนรู้ชุมชนที่เปิดตัวสู่โลกภายนอกมากขึ้น

ชวนเที่ยวบางโพ สัมผัส 8 ไฮไลต์น่าทึ่งของถนนสายไม้ในงาน Bangkok Design Week 2023

และในโอกาสที่งาน Bangkok Design Week 2023 เทศกาลออกแบบกรุงเทพฯ กลับมาจัดขึ้นอีกครั้งในระหว่างวันที่ 4 – 12 กุมภาพันธ์ 2566 ภายใต้ธีม ‘เมือง-มิตร-ดี’ กลุ่ม Bangpho Wood Street ร่วมด้วยกลุ่มภาคีเครือข่าย ได้รับเลือกเป็นพื้นที่จัดแสดงหลัก พร้อมชูแนวคิด ‘ถนนสายไม้ ตำนานที่มีชีวิตที่บางโพ’

ทั้งหมดนี้คือไฮไลต์ในงานบางส่วนที่กลุ่ม Bangpho Wood Street อยากชวนคุณมาลองสัมผัส เชิญไปทัศนาจรกันที่ถนนสายไม้ แล้วจะรู้ว่าที่นี่ไม่ได้มีดีแค่สาวโก้ แต่ภูมิปัญญา วิถีชีวิต และสินค้าที่สืบทอดมาจากรุ่นสู่รุ่นของชาวบางโพก็โก้ไม่แพ้กัน!

#01

The Gate of Bangpho

ซุ้มประตูไม้ทรงโคโลเนียลอันงดงามที่ปากซอยประชานฤมิตร

ชวนเที่ยวบางโพ สัมผัส 8 ไฮไลต์น่าทึ่งของถนนสายไม้ในงาน Bangkok Design Week 2023

ซอยประชานฤมิตรอยู่ที่ไหนหาได้ไม่ยาก มองจากถนนใหญ่ทั้ง 2 ฟาก ถ้าได้เห็นซุ้มประตูใหญ่ตามรูปนี้ ก็แปลว่าคุณมาถูกที่แล้ว

นี่คือซุ้มประตูทางเข้าซอยที่งดงาม เปี่ยมเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สุดในเขตบางซื่อก็ว่าได้ ซุ้มนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2540 ด้วยทุนจากผู้ประกอบการร้านค้าซอยประชานฤมิตรที่ต้องการสร้างจุดเด่นให้กับชุมชนการค้าของตนเอง รูปลักษณ์ของประตูออกแบบโดย อาจารย์สุดสาคร ชายเสม ศิลปินผู้ทรงคุณวุฒิด้านจิตรกรรม ประติมากรรมไทย โดยได้รับแรงบันดาลใจจากซุ้มประตูทางเข้าเวิ้งนาครเขษม เขตสัมพันธวงศ์ ของเก่า

บนซุ้มตกแต่งด้วยลายไม้ฉลุที่มีความโค้งงอ แลดูพลิ้วไหว เต็มไปด้วยกลิ่นอายของศิลปะโคโลเนียลที่นิยมมากในสมัยล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 เหนือชื่อ ‘ประชานฤมิตร’ ยังมีตราสัญลักษณ์รูปช้างสีทองบนกรอบวงกลมพื้นหลังแดงที่ออกแบบจากตราประทับอำเภอบางซื่อในสมัยนั้นด้วย

เริ่มปักหมุดกันที่ซุ้มประตูนี้ แล้วไปตะลอนในถนนสายไม้กันเถอะ

The Gate of Bangpho
  • ปากซอยประชานฤมิตรฝั่งถนนกรุงเทพ-นนทบุรี และถนนประชาราษฎร์สาย 1 (แผนที่)
#02

WOOD STREET PAVILION

ศิลปะจัดวางที่ผสมผสานภูมิปัญญาไทยเดิมกับความเป็นสมัยใหม่

ชวนเที่ยวบางโพ สัมผัส 8 ไฮไลต์น่าทึ่งของถนนสายไม้ในงาน Bangkok Design Week 2023
ภาพ : bangphowoodstreet

มาต่อกันที่ศูนย์กลางงานนี้ที่จัดขึ้นในศาลเจ้าแม่ทับทิม ซอยประชานฤมิตร

ตั้งแต่วันที่ 4 – 12 กุมภาพันธ์ 2566 ใครก็ตามที่ก้าวย่างเข้ามาในบริเวณศาลเจ้าแห่งนี้ คงต้องตกตะลึงกับสถาปัตยกรรมไม้หลังใหญ่ ดูละม้ายกำแพงผสมขั้นบันไดสูง แผ่อาณาเขตอยู่ที่มุมหนึ่งของศาลเจ้า

ชวนเที่ยวบางโพ สัมผัส 8 ไฮไลต์น่าทึ่งของถนนสายไม้ในงาน Bangkok Design Week 2023
ภาพ : bangphowoodstreet

ผลงานชิ้นนี้มีชื่อว่า ‘WOOD STREET PAVILION’ ออกแบบโดยทีมงาน Plan Associates Co.,Ltd. ภายใต้คอนเซปต์ ‘FILL THE GAP – เติมเต็ม ต่อยอดยุคสมัย ต่อยอดอาชีพ’ เป็นงานศิลปะสมัยใหม่ที่ผสานกับภูมิปัญญาของช่างไม้ไทยที่มีกรรมวิธีเข้าเดือยแบบโบราณ ไม่อาศัยตะปูในการตอกหรือยึดโครงไม้แต่ละส่วนเข้าด้วยกันเลยแม้แต่จุดเดียว

ภายในศิลปะจัดวางชิ้นนี้มีอะไรซ่อนอยู่ ร่วมสืบหาความลับและแกะเกาความงามที่เกิดจากงานไม้ล้วน ๆ ของ WOOD STREET PAVILION ได้แล้วในวันนี้จนถึงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 

WOOD STREET PAVILION
  • ศาลเจ้าแม่ทับทิม ซอยประชานฤมิตร (แผนที่)
  • วันที่ 4 – 12 กุมภาพันธ์ 2566
#03

TO RETURN PEOPLE, THE REBORN HEAVEN

แสงสีแสดงความศรัทธาต่อองค์เจ้าแม่ทับทิม

ชวนเที่ยวบางโพ สัมผัส 8 ไฮไลต์น่าทึ่งของถนนสายไม้ในงาน Bangkok Design Week 2023
ภาพ : bangphowoodstreet

‘เจ้าแม่ทับทิม’ หรือที่ชาวจีนไหหลำออกพระนามว่า ตุ้ยบ่วยเต็งเหนี่ยง (水尾圣娘) คือเทพีแห่งน้ำที่ชาวไหหลำเคารพศรัทธา ที่ใดมีศาลเจ้าแม่องค์นี้ พึงรู้ไว้ว่าที่นั่นคือศาลเจ้าของชาวไหหลำ รวมทั้งศาลเจ้าแม่ทับทิมกลางซอยประชานฤมิตร ศูนย์รวมจิตรวมใจของผู้ค้าไม้ในย่านนี้ด้วย

Lighting Artist มือทอง แพรว-ฉันทิศา เตตานนทร์สกุล หรือ ASITNAHC ผู้เคยฝากผลงานไว้ในงาน Unfolding Bangkok : Hidden Temples ณ วัดภุมรินทร์ราชปักษี เมื่อปลายปีก่อน อาสามาร่วมสร้างผลงานชิ้นใหม่ให้กับชาวบางโพ เกิดเป็นผลงานศิลปะแสงชื่อว่า ‘TO RETURN PEOPLE, THE REBORN HEAVEN’

ชวนเที่ยวบางโพ สัมผัส 8 ไฮไลต์น่าทึ่งของถนนสายไม้ในงาน Bangkok Design Week 2023
ภาพ : bangphowoodstreet
ชวนเที่ยวบางโพ สัมผัส 8 ไฮไลต์น่าทึ่งของถนนสายไม้ในงาน Bangkok Design Week 2023

มากกว่าสีสันอันสวยงามที่ส่องสว่างบนอาคารศาลเจ้า งานศิลปะแสงสีชิ้นนี้ยังต้องการส่งต่อเรื่องราวความเชื่อมต่อระหว่างวัฒนธรรมไทย-จีน วิถีชีวิตของคนบางโพ ตลอดจนความศรัทธาล้นเหลือที่ผู้คนบนถนนสายไม้มีต่อศาลเจ้าแม่ผู้ศักดิ์สิทธิ์ เปรียบเสมือนสวรรค์ในย่านบางโพที่พวกเขาภาคภูมิใจ

หลังกราบไหว้ขอพรเจ้าแม่ทับทิมเสร็จในตอนกลางวันแล้ว ตอนกลางคืนก็อย่าลืมแวะมาดูไฟสวย ๆ ต่อนะ

TO RETURN PEOPLE, THE REBORN HEAVEN
  • ศาลเจ้าแม่ทับทิม ซอยประชานฤมิตร (แผนที่)
  • วันที่ 4 – 12 กุมภาพันธ์ 2566 (ช่วงกลางคืน)
#04

Balance in Space

พื้นที่สาธารณะขนาดเล็กที่ทดลองทำในซอยการค้าอันพลุกพล่าน

ชวนเที่ยวบางโพ สัมผัส 8 ไฮไลต์น่าทึ่งของถนนสายไม้ในงาน Bangkok Design Week 2023
ภาพ : bangkokdesignweek.com

“พื้นที่ค้าขายทั้งเส้นทางของกรุงเทพมหานครเราไม่มีต้นไม้ให้เห็นเท่าไหร่เลยนะครับ พื้นที่สาธารณะก็ไม่ค่อยมี เราก็เลยมองหาทางออกว่า พื้นที่ค้าขายกับพื้นที่สาธารณะอยู่ร่วมกันได้หรือเปล่า จะมีองค์ประกอบอะไรที่นำมันมาอยู่ร่วมกันได้ สร้างเมืองที่ดีไปพร้อมกับการค้าขายที่อยู่ต่อได้” อาจารย์โจ้-เจนณรงค์ ทาคูมิ ซาก้า ผู้จัดการโครงการ ‘ถนนสายไม้บางโพ ตำนานที่มีชีวิต’ กล่าวถึงแนวคิดที่อยู่เบื้องหลังไฮไลต์ของงานชิ้นนี้

ชวนเที่ยวบางโพ สัมผัส 8 ไฮไลต์น่าทึ่งของถนนสายไม้ในงาน Bangkok Design Week 2023

โจทย์ดังกล่าวทำให้ we!park และ Shma ออกแบบพื้นที่สวนสาธารณะขนาดเล็ก (Pocket Park) จากพื้นที่จอดรถ โดยนำวัสดุเหลือใช้ภายในย่านมาใช้งาน พร้อมกันนั้นยังสนับสนุนฝีมือของช่างไม้ในย่านไปด้วย

Pocket Park ในถนนสายไม้เป็นแบบไหน มีแนวคิดและวิธีการสร้างสรรค์อย่างไร สิ่งนี้ตอบโจทย์พื้นที่คับแคบที่นำมาต่อยอดพัฒนาได้น้อยอย่างซอยประชานฤมิตรได้อย่างไร เชิญมาร่วมหาคำตอบกัน

Balance in Space
  • ซอยประชานฤมิตร (แผนที่)
  • วันที่ 4 – 12 กุมภาพันธ์ 2566
#05

Pieces of a Living

นิทรรศการรวมผลงานจากไม้ที่บ่งบอกว่าไม้อยู่ในทุกส่วนของชีวิต

ชวนเที่ยวบางโพ สัมผัส 8 ไฮไลต์น่าทึ่งของถนนสายไม้ในงาน Bangkok Design Week 2023
ภาพ : bangkokdesignweek.com

หน้าต่าง ประตู โต๊ะ ตู้ ตั่ง เตียง เขียง เก้าอี้

คือตัวอย่างของงานไม้ที่ได้รับการผลิตและวางจำหน่ายบนถนนสายไม้แห่งนี้ นับได้ว่าคนเราใช้ไม้ในทุกอิริยาบถของชีวิต และสินค้าไม้จำนวนมากก็มีแหล่งกำเนิดอยู่บนถนนสายนี้เอง

ต้อนรับ BKKDW2023 สัปดาห์ออกแบบกรุงเทพฯ กับ 8 สิ่งที่จะมาปลุกชีวิตย่านค้าไม้บางโพด้วยวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และไอเดียสร้างสรรค์
ต้อนรับ BKKDW2023 สัปดาห์ออกแบบกรุงเทพฯ กับ 8 สิ่งที่จะมาปลุกชีวิตย่านค้าไม้บางโพด้วยวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และไอเดียสร้างสรรค์
ภาพ : bangphowoodstreet

‘Pieces of a Living สิ่งละอันพันละน้อยสร้างชีวิต’ คือพื้นที่จัดแสดงชิ้นส่วนจากงานไม้ในบางโพที่ชักชวนคนมาเรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ ในรูปแบบของศาลาจัดแสดงนิทรรศการเพื่อเล่าเรื่องราววิถีชีวิต ผู้คน กิจกรรม ภายในพื้นที่จัดแสดงแยกย่อยเป็นนิทรรศการหลายส่วน อาทิ นิทรรศการภาพสีน้ำสร้างสรรค์ นำเสนอสีสันตำนานที่ยังมีชีวิต นิทรรศการแสดงผลงานการออกแบบเฟอร์นิเจอร์นักศึกษาจากคณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ นิทรรศการศิลปะจัดวางเล่าเรื่องผ่านองค์ประกอบ Elements และชิ้นส่วนและเศษวัสดุจากงานไม้ของร้านค้าในพื้นที่ เป็นต้น

ภาพ : bangkokdesignweek.com
Pieces of a Living
  • ซอยประชานฤมิตร (แผนที่)
  • วันที่ 4 – 12 กุมภาพันธ์ 2566
#06

Bangpho Feel Food

รถเข็นขายอาหารทำจากไม้ที่สร้างมาเพื่องานนี้

ต้อนรับ BKKDW2023 สัปดาห์ออกแบบกรุงเทพฯ กับ 8 สิ่งที่จะมาปลุกชีวิตย่านค้าไม้บางโพด้วยวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และไอเดียสร้างสรรค์
ภาพ : bangkokdesignweek.com

มาเที่ยวถนนสายไม้ที่ 2 ข้างทางมีแต่ร้านผลิตภัณฑ์ไม้ เกิดหิวขึ้นมาจะทำอย่างไร

เรื่องนั้นหายห่วงได้ เพราะในสัปดาห์ Bangkok Design Week 2023 ร้านอร่อยในย่านบางโพได้มารวมตัวกันออกร้านขายของให้คุณได้เลือกชิมกันอย่างจุใจ ในรูปแบบของ ‘Food Kiosk’ หรือรถเข็นขายอาหารที่ออกแบบมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ

Bangpho Feel Food
  • ซอยประชานฤมิตร (แผนที่)
  • วันที่ 4 – 12 กุมภาพันธ์ 2566
#07

Bangpho Living Museum

พิพิธภัณฑ์จัดแสดงวิถีถนนสายไม้โดยอนาคตของชาติ

ต้อนรับ BKKDW2023 สัปดาห์ออกแบบกรุงเทพฯ กับ 8 สิ่งที่จะมาปลุกชีวิตย่านค้าไม้บางโพด้วยวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และไอเดียสร้างสรรค์
ภาพ : bangkokdesignweek.com

การค้าไม้ ภูมิปัญญาช่าง ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวจีน หากไม่อนุรักษ์ไว้ วันหนึ่งข้างหน้าสิ่งที่เป็นเสน่ห์ของซอยประชานฤมิตรที่บางโพคงเหลือแต่อดีตที่ไม่มีวันหวนคืน

เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และสร้างความตระหนักแก่คนรุ่นใหม่ นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จึงจับมือกันเปิดนิทรรศการ ‘Bangpho Living Museum’ เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้เรื่องราวของซอยประชานฤมิตรให้กับทุกคน เพื่ออนุรักษ์ภูมิปัญญางานช่างไทยเชื้อสายจีน และต่อยอดพัฒนาศักยภาพช่างฝีมือไทยเพื่อผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์

ชวนเที่ยวบางโพ สัมผัส 8 ไฮไลต์น่าทึ่งของถนนสายไม้ในงาน Bangkok Design Week 2023
ภาพ : bangkokdesignweek.com

ในนิทรรศการยังอุทิศพื้นที่บางส่วนไว้สำหรับจัดแสดงผลงานของน้อง ๆ นิสิตนักศึกษาด้วย จะมีอะไรบ้างนั้น ไปชมกันได้ที่ Bangpho Living Museum

Bangpho Living Museum
  • ซอยประชานฤมิตร (แผนที่)
  • วันที่ 4 – 12 กุมภาพันธ์ 2566
#08

A Story of Wood

ทัวร์และเวิร์กช็อปที่จะพาไปรู้จักความเป็นมาของไม้ตั้งแต่ซุงจนถึงเฟอร์นิเจอร์

ต้อนรับ Bangkok Design Week 2023 สัปดาห์ออกแบบกรุงเทพฯ กับ 8 สิ่งที่จะมาปลุกชีวิตย่านค้าไม้บางโพด้วยวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และไอเดียสร้างสรรค์
ภาพ : bangphowoodstreet

หากดูด้วยตาแล้วยังไม่เข้าใจ ชมนิทรรศการแล้วก็ยังเข้าไม่ถึงจิตวิญญาณของถนนสายไม้ เราขอแนะนำให้คุณเข้าร่วมกิจกรรม ‘A Story of Wood’ กิจกรรมเดินเที่ยวพร้อมเวิร์กช็อปที่จะช่วยให้คุณได้เข้าถึงการค้าไม้ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ!

ต้อนรับ Bangkok Design Week 2023 สัปดาห์ออกแบบกรุงเทพฯ กับ 8 สิ่งที่จะมาปลุกชีวิตย่านค้าไม้บางโพด้วยวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และไอเดียสร้างสรรค์
ภาพ : bangphowoodstreet

นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ชุมชนประชานฤมิตรพร้อมใจกันเปิดโอกาส โอบรับบุคคลภายนอกให้เข้ามาเรียนรู้การทำงานของเขาถึงถิ่น ในรูปแบบของ Walking Tour ที่แบ่งออกเป็น 4 สถานีย่อย เริ่มจาก ‘From Woodland to Urban จากป่าสู่เมือง’ ชมสาธิตวิธีการเลื่อยซุงไม้สักที่โรงเลื่อยจักร์ไท้เชียง ของ หลงจู๊อ่าง-ชาญสิทธิ์ มีอุดมศักดิ์ ที่รับหน้าที่นี้มานานกว่า 50 ปี ต่อด้วยขั้นตอนการแกะสลักไม้ของช่าง ตบท้ายด้วยเวิร์กช็อปทำกรอบรูปไม้ที่ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมนำวัสดุไม้มาประกอบเป็นชิ้นงาน

กิจกรรมจัดทั้งหมด 4 รอบ ในวันที่ 4, 5, 11 และ 12 กุมภาพันธ์ ตั้งแต่เวลา 15.00 – 17.00 น. รับจำนวนจำกัดที่ 30 คนต่อรอบ สมัครเข้าร่วมได้ที่นี่

A Story of Wood
  • ซอยประชานฤมิตร (แผนที่)
  • วันที่ 4 – 5 และ 11 – 12 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 15.00 – 17.00 น.

Writer

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

Photographer

Avatar

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load