วิธีเลี้ยงไส้เดือน สัตว์สารพัดประโยชน์ที่ช่วยกินเศษอาหารในบ้านและสร้างปุ๋ยให้ต้นไม้

“ที่ฝรั่งเขาสั่งซื้อไส้เดือนไป เขาสนใจเรื่องปุ๋ยแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นนะ สิ่งที่เขาให้ความสำคัญเป็นพิเศษเห็นจะเป็นเรื่องการสร้างนิสัยให้คนในครอบครัวเขามาชุมนุม เป็นจุดสนใจของบ้านมากกว่า” 

หนึ่งในบางช่วงของลุงรีย์เจ้าของฟาร์ม Uncle Ree’s Farm ฟาร์มเกษตรในเมืองหลวงที่เล่าถึงการเลี้ยงไส้เดือนที่เริ่มต้นจากการเลี้ยงไส้เดือนเพื่อจัดการกับเศษอาหาร จนปัจจุบันยอดขายไส้เดือนเพื่อเลี้ยงได้โกอินเตอร์ไปไกลจนถึงต่างประเทศแล้ว 

เลี้ยงไส้เดือนสร้างนิสัยได้ด้วย

“ได้ครับ” 

ลุงรีย์ตอบแล้วเล่าให้ฟังต่อว่า การเลี้ยงไส้เดือนมีประโยชน์หลายทาง อย่างแรกคือการเลี้ยงไส้เดือนช่วยแก้โรคเสียดายของ พวกอาหารเหลือในตู้เย็น เศษอาหารที่เห็นแล้วก็เสียดายไม่อยากทิ้งไป อยากจัดการกับเศษอาหารพวกนี้ให้มีประสิทธิภาพกว่านี้ 

การเลี้ยงไส้เดือนแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ เพราะไส้เดือนจะย่อยเศษอาหารที่เหลือจนได้ปุ๋ย ซึ่งปุ๋ยเหล่านี้ก็ตอบโจทย์คนที่ชอบปลูกพืชปลูกผักให้ใช้ประโยชน์ต่อยอดได้อีก ปุ๋ยจากมูลไส้เดือนเอาไปใช้เป็นดินรองพื้นปลูกพืช หรือจะต่อยอดด้วยการเอาปุ๋ยนี้มาทำน้ำหมัก หมักเป็นเอนไซม์เมือกไส้เดือนช่วยบำรุงพืชได้ด้วย

ประโยชน์อีกอย่างของการเลี้ยงไส้เดือนคือ เป็นจุดศูนย์กลางในการสร้างกิจกรรมร่วมกันภายในครอบครัว ทำให้มีการฝึกวางแผนร่วมกันภายในบ้าน ว่าเศษอาหารจะนำมาให้ไส้เดือนตรงนี้นะ ช่วยกันดูแล รวมถึงสร้างข้อตกลงร่วมกันว่าเมื่อสมาชิกไม่อยู่บ้าน จะจัดการสัตว์เลี้ยงน้อยๆ นี้อย่างไร เหมือนการเลี้ยงสัตว์อย่างน้องหมาน้องแมว ต่างเพียงแค่หากไส้เดือนตายก็วางแผนใหม่เลี้ยงใหม่ได้ ความเสียใจอาจไม่เท่ากัน ถือว่าได้ฝึกนิสัยและระเบียบวินัยไปพร้อมๆ กัน 

ต่างชาติเขาเลยสั่งไส้เดือนไปเลี้ยงและฝึกนิสัยลูกด้วยวิธีนี้

ลุงรีย์บอกว่า ใครๆ ก็เลี้ยงไส้เดือนได้ทั้งนั้น ไม่ต้องกังวลเรื่องพื้นที่ ไม่ต้องสร้างโรงเรือน แค่มีพื้นที่ 1 ช่องกระเบื้องก็เลี้ยงได้แล้ว ขอแค่มีใจรักและเอาใจใส่มันแค่นั้นก็พอ ทั้งยังแนะนำวิธีการเลี้ยงมาอย่างละเอียด 

วิธีเลี้ยงไส้เดือน สัตว์สารพัดประโยชน์ที่ช่วยกินเศษอาหารในบ้านและสร้างปุ๋ยให้ต้นไม้

อุปกรณ์

  1. ไส้เดือนพันธุ์ลายเสือ 500 กรัม
  2. มูลไส้เดือน 2 ถุง
  3. เอนไซม์ไส้เดือน 1 ขวด
  4. กระบะเพาะเลี้ยงขนาด 3 ใบ 
  5. อาหารเสริม (เศษอาหาร)

6. ดิน Bedding 1 ถุง

วิธีทำ

วิธีเลี้ยงไส้เดือน สัตว์สารพัดประโยชน์ที่ช่วยกินเศษอาหารในบ้านและสร้างปุ๋ยให้ต้นไม้
  1. เตรียมกระบะเพาะเลี้ยงมีความสูงประมาณ 1 คืบจะมีความหนาพอดี ไม่กดทับ และอย่าลืมเจาะรูเพื่อระบายน้ำเผื่อมีน้ำขัง
วิธีเลี้ยงไส้เดือน สัตว์สารพัดประโยชน์ที่ช่วยกินเศษอาหารในบ้านและสร้างปุ๋ยให้ต้นไม้
  1. เริ่มต้นด้วยการใส่ดินขี้วัวหมักหรือที่ลุงรีย์เรียกว่า Bedding ลงไปครึ่งหนึ่งของกระบะเลี้ยง โดยชิดฝั่งใดฝั่งหนึ่งเพื่อเป็นบ้านใหม่ของไส้เดือน ในปริมาณ 10 เท่าของจำนวนไส้เดือนที่เราจะเลี้ยง 
วิธีเลี้ยงไส้เดือน สัตว์สารพัดประโยชน์ที่ช่วยกินเศษอาหารในบ้านและสร้างปุ๋ยให้ต้นไม้
  1. นำเศษผักผลไม้ที่เตรียมไว้เป็นอาหารไส้เดือนใส่ลงไปในดิน Bedding แล้วกลบเพื่อป้องกันไม่ให้แมลงมาตอม แมลงอาจเป็นอันตรายกับไส้เดือน การใส่อาหารไส้เดือนไม่ควรมากเกินไป เพราะอาจทำให้อาหารย่อยไม่ทันจนเน่า หลักการใส่อาหารคือไม่ควรเกิน 1 เท่าตัวของปริมาณไส้เดือน เพราะเป็นปริมาณที่ไส้เดือนจะย่อยสลายได้ใน 1 เดือน เช่น ไส้เดือน 1 ขีด อาหารไม่ควรมากกว่า 1 กิโลกรัม
วิธีเลี้ยงไส้เดือน สัตว์สารพัดประโยชน์ที่ช่วยกินเศษอาหารในบ้านและสร้างปุ๋ยให้ต้นไม้
  1. ฉีดสเปรย์เอนไซม์ลงไปให้ทั่วดิน เพื่อให้เมือกไส้เดือนในน้ำเอนไซม์แต่งกลิ่นดิน Bedding จะทำให้ไส้เดือนคุ้นชินและย้ายเข้ามาอยู่บ้านหลังใหม่ที่เตรียมไว้

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าใส่เอนไซม์มากหรือน้อยเกินไป สังเกตได้จากการใช้นิ้วจิ้มลงไปในดิน หากเย็นชื้น ไม่แห้งหรือเปียกเกินไป ถือว่าพอดี เหมาะกับการเจริญเติบโตของไส้เดือน มิฉะนั้นไส้เดือนอาจตายได้

วิธีเลี้ยงไส้เดือน สัตว์สารพัดประโยชน์ที่ช่วยกินเศษอาหารในบ้านและสร้างปุ๋ยให้ต้นไม้
วิธีเลี้ยงไส้เดือน สัตว์สารพัดประโยชน์ที่ช่วยกินเศษอาหารในบ้านและสร้างปุ๋ยให้ต้นไม้
  1. มาถึงขั้นที่เรารอคอย คือการนำไส้เดือนลงไป โดยใส่ไส้เดือนในบริเวณว่างที่เราเว้นไว้พร้อมกับบ้านเก่าของเขา (ดินเก่า) ให้ปรับตัวก่อนเข้าสู่บ้านหลังใหม่ ถ้าต้องการความชัวร์ว่าไส้เดือนจะปลอดภัย โรยมูลไส้เดือนโรยกลบลงไปนิดหน่อย ไส้เดือนจะปรับตัวได้ง่ายขึ้น
วิธีเลี้ยงไส้เดือน สัตว์สารพัดประโยชน์ที่ช่วยกินเศษอาหารในบ้านและสร้างปุ๋ยให้ต้นไม้

6. นำกระบะเพาะเลี้ยงทั้ง 3 ใบมาเรียงต่อกันเป็นชั้น โดยให้ชั้นบนสุดเป็นเป็นกระบะเพาะเลี้ยงจริง และที่เหลือเป็นกระบะเปล่า สามารถนำถาดหรือกะละมังใส่น้ำมารองชั้นใต้สุดเพื่อป้องกันมด แมลง หรือหนูที่ได้กลิ่นอาหารจะมาก่อกวนและทำร้ายไส้เดือนได้

วิธีเลี้ยงไส้เดือน สัตว์สารพัดประโยชน์ที่ช่วยกินเศษอาหารในบ้านและสร้างปุ๋ยให้ต้นไม้

7. คลุมด้วยผ้าขาวบางและหนีบด้วยตัวหนีบผ้า เพื่อป้องกันแมลงวัน แมลงหวี่ และแมลงอื่นๆ ที่จะมารบกวนไส้เดือน การเติมอาหารสามารถเติมได้เรื่อยๆ ตามความเหมาะสม ส่วนการเติมดิน Bedding เติมได้ทุกๆ 1 เดือน หากไม่มีดิน Bedding ก็ใช้ปุ๋ยคอกหรือขุยมะพร้าวผสมกับกากกาแฟแทนได้เช่นกัน

8. หาที่จัดวางที่เหมาะสมให้ไส้เดือน สามารถเลี้ยงในอุณหภูมิห้องปกติ แต่ต้องให้พ้นจากแสงแดดและหลบฝน หากเป็นห้องแอร์ยิ่งดี เพราะอุณหภูมิจะชื้นพอเหมาะกับการเจริญเติบโตของไส้เดือน และฉีดน้ำแบบวันเว้นวันให้ความชื้นกับไส้เดือน

ข้อควรระวังในการเลี้ยงไส้เดือน

  • การใส่เศษอาหารเยอะเกินไปอาจทำให้การย่อยของไส้เดือนทำได้ช้าลง
  • สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือเศษอาหารที่มีฤทธิ์เผ็ดหรือเป็นกรด เช่น พริก เปลืกมะนาว หรือน้ำส้มสายชู เหมาะที่จะใส่ในการเพาะเลี้ยงที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่กว่านี้
  • เศษอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ อาจเป็นตัวเรียกแมลง มด หรือหนู มาก่อกวนหรือเป็นอันตรายต่อไส้เดือนได้
  • การใส่ข้าวควรระวังเรื่องมดในข้าว
  • ในกรณีไม่อยู่บ้านหลายวัน สามารถให้ความชื้นโดยการฉีดน้ำ ให้อาหารไว้ได้ แต่ก็ไม่ควรทิ้งไส้เดือนไว้นานกว่า 1 สัปดาห์

การเลี้ยงไส้เดือนจะได้ปุ๋ยจากมูลไส้เดือน และเรายังต่อยอดไปทำน้ำหมักเอนไซม์เมือกไส้เดือนเพื่อเป็นฮอร์โมนพืชได้ด้วย เรียกได้ว่าเลี้ยงไส้เดือนครั้งเดียวได้ประโยชน์แบบ 2 อิน 1 อุปกรณ์และขั้นตอนการทำ มีดังนี้

อุปกรณ์

  1. ถุงน้ำหมัก
  2. น้ำเปล่า
  3. มูลไส้เดือน
  4. กรวยกรอง
  5. ขวดสเปรย์
  6. กะละมังหรือภาชนะสำหรับรอง

วิธีทำ

วิธีเลี้ยงไส้เดือน สัตว์สารพัดประโยชน์ที่ช่วยกินเศษอาหารในบ้านและสร้างปุ๋ยให้ต้นไม้
  1. เก็บมูลไส้เดือนที่ผ่านจากการเลี้ยงมาแล้วไม่ต่ำกว่ากว่า 1 อาทิตย์ ปริมาณ 1 กิโลกรัม
วิธีเลี้ยงไส้เดือน สัตว์สารพัดประโยชน์ที่ช่วยกินเศษอาหารในบ้านและสร้างปุ๋ยให้ต้นไม้
  1. นำมูลไส้เดือนใส่ในถุงที่เตรียมไว้
วิธีเลี้ยงไส้เดือน สัตว์สารพัดประโยชน์ที่ช่วยกินเศษอาหารในบ้านและสร้างปุ๋ยให้ต้นไม้
  1. เตรียมน้ำเปล่า 1 ลิตรใสกะละมังไว้เพื่อหมักเอนไซม์
วิธีเลี้ยงไส้เดือน สัตว์สารพัดประโยชน์ที่ช่วยกินเศษอาหารในบ้านและสร้างปุ๋ยให้ต้นไม้
  1. นำถุงที่เตรียมไว้มาจุ่มในน้ำ สลับกับบีบคั้นเล็กน้อยเพื่อให้ได้เอนไซม์จากมูลไส้เดือน 
วิธีเลี้ยงไส้เดือน สัตว์สารพัดประโยชน์ที่ช่วยกินเศษอาหารในบ้านและสร้างปุ๋ยให้ต้นไม้
  1. เมื่อได้น้ำที่ข้มข้นพอสมควรแล้ว ทิ้งไว้ 1 คืนเพื่อให้ตกตะกอน สุดท้ายคือการกรองน้ำหมักเอนไซม์เมือกไส้เดือนใส่ขวดสเปรย์ที่เตรียมไว้ และใช้รดต้นพืชได้ตามต้องการ
วิธีเลี้ยงไส้เดือน สัตว์สารพัดประโยชน์ที่ช่วยกินเศษอาหารในบ้านและสร้างปุ๋ยให้ต้นไม้
  1. ถ้าไม่สะดวกทำน้ำสเปรย์ นำมูลไส้เดือนใส่ถุงผ้าขนาดเล็ก วางไว้ตามกระถางต้นไม้ แล้วรดน้ำต้นไม้ตามปกติเพื่อให้เอมไซม์เมือกไส้เดือนละลายไปกับน้ำก็ได้เช่นกัน

ข้อควรระวังในการในการใช้น้ำหมักเอนไซม์เมือกไส้เดือน

  • ในกรณีพืชขนาดเล็ก เช่น กระบองเพชร การใช้งานต้องเจือจางกับความเข้มข้นน้ำหมักเอนไซม์เมือกไส้เดือนกับน้ำเปล่าก่อน 1 เท่าจึงจะใช้ได้ เพราะความเข้มข้นของเอนไซม์ที่มากจะทำให้ยอดพืชเหล่านั้นไหม้ได้
  • พยายามใช้ให้หมดภายใน 2 อาทิตย์ เพราะน้ำเอนไซม์จะค่อยๆ เจือจางลง

Uncle Ree’s Farm

โทรศัพท์ : 08 3236 0006

อินสตาแกรม : @unclereefarm

Line ID : @unclereefarm

G-mail : [email protected]

Writer

Avatar

อมรวิวัฒน์ แต้มพิมาย

นิสิตฝึกประสบการณ์ผู้หลงใหลในแฟชั่น เสียงเพลง การท่องเที่ยว วัฒนธรรม และรักน้องหมาโกลเด้นเท่าๆ กับรักเจ้า otter

Photographer

Avatar

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

Staycation

กิจกรรมคัดสรรสำหรับการอยู่บ้านวันหยุด

29 กันยายน 2560
10 K
The Cloud X Maru

เนื่องจากจิบกาแฟแล้วใจเต้นแรงเกินไป เมื่อนึกถึงเครื่องดื่มที่ช่วยเพิ่มสุนทรีย์ในชีวิต ฉันจึงมักหันไปจิบชา แล้วเมื่อลิ้มรสชาหลากหลายแบบมาได้สักพัก ฉันก็เริ่มศึกษาข้อมูล ได้คุยกับผู้รู้เรื่องชา ทำให้รู้ว่ามากกว่าความรื่นรมย์ เครื่องดื่มที่มีประวัติยาวนานกว่า 5,000 ปีนี้ยังมีประโยชน์หลากหลาย ที่สำคัญ ยังมีวัฒนธรรมน่าสนใจโคจรอยู่รอบถ้วยชา

หนึ่งในตัวอย่างน่าสนใจมากคือ ประเทศอย่างญี่ปุ่น ที่นั่นความสำคัญของชาไม่ได้อยู่แค่เครื่องดื่มในแก้ว แต่อยู่ที่ขั้นตอนการชงด้วย

ขณะที่เราก็แค่หยิบถุงชาใส่น้ำร้อนในแก้วใบใหญ่ ทำไมประเทศฝั่งตะวันออกอย่างญี่ปุ่นถึงซีเรียสกับการชงชานัก ธี-ธีรชัย ลิมป์ไพฑูรย์ เจ้าของร้านชา Peace Oriental Teahouse อธิบายเหตุผลให้ฉันฟังว่า เพราะชาของญี่ปุ่น (ซึ่งเป็นประเทศที่เน้นดื่มชาเขียว) เชื่อมโยงอยู่กับศาสนา วัฒนธรรมชาเริ่มต้นจากการชงชาเขียวมัทฉะของพระในวัดนิกายเซน ซึ่งไม่ได้ชงดื่มกันเล่นๆ แต่ตั้งใจออกแบบเป็นพิธีชงชาที่เป็นเครื่องมือขัดเกลาจิตใจ เช่น ประตูห้องชงชาจะบานเล็ก เพื่อให้คนสูงศักดิ์แค่ไหนก็ต้องค้อมตัวต่ำ ไม่ใช่แค่ตัวพื้นที่หรืออุปกรณ์ หากขั้นตอนการชงนั้นก็ถูกคิดมาเป็นขนบเพื่อให้ผู้ชงได้ฝึกฝนใจตัวเอง

“ระเบียบแบบแผนทั้งหมดมีไว้เพื่อล้างกิเลส ขัดเกลาจิตใจ มันต้องทำเป็นแบบแผนเหมือนเดิมทุกครั้งซ้ำๆ เพื่อขัดเกลาความโง่ ความขี้รำคาญ ขี้เบื่อ ของเราออกไป” ธีอธิบาย

จากผงมัทฉะในถ้วย วัฒนาธรรมชาของญี่ปุ่นขยับขยายกว้างออกไปสู่ชาเขียวอีกหลายรูปแบบ หนึ่งในนั้นคือเกียวคุโระ ชาเขียวประเภทใบเกรดดีที่สุดของญี่ปุ่นหรือ King of Japanese Green Tea ที่ไม่ผ่านกระบวนการหมัก มีความขมฝาดน้อยและมีรสอูมามิแสนอร่อย แม้ชาชนิดนี้ไม่ได้มีพิธีชงเข้มงวดซับซ้อนเหมือนชงมัทฉะ แต่ก็ยังคงมีระเบียบแบบแผนที่สืบทอดมาเพื่อฝึกฝนใจ เช่น ขั้นตอนที่คนใจร้อนอาจรู้สึกเหมือนโดนแกล้งอย่างการเทน้ำชาจนหยดสุดท้าย ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นกุศโลบายให้รู้จักมีความสุขกับสิ่งที่ดูเหมือนไม่มีอะไรและรู้จักรอ

หากเอาใจจดจ่ออยู่กับการชงชา เราจะรู้สึกได้ว่าใจค่อยๆ สงบลง ค่อยๆ สะอาดขึ้น ในโลกยุคดิจิทัลที่หมุนเร็วรี่ การใช้เวลาวันหยุดค่อยๆ ชงชาหอมกรุ่นนับเป็นการบำบัดใจที่ไม่เลวเลย แถมการชงเกียวคุโระยังทำให้ฉันได้เปิดประสบการณ์ใหม่กับชา นั่นคือไม่ใช่แค่ชงแล้วยกจิบ แต่เรายังกินใบชาได้ ซึ่งอร่อยด้วยแฮะ

เอาเป็นว่าใครที่รู้สึกว่าทั้งเราและโลกช่างวุ่นวายสับสน ลองหยุดอยู่บ้านหัดชงเกียวคุโระสักกาอย่างตั้งใจ รับรองว่าบำบัดใจได้ดีเลยล่ะ

อุปกรณ์

  1. ใบชาเกียวคุโระ 2 กรัม
  2. น้ำความกระด้างต่ำ 45 มิลลิลิตร (ทำได้โดยเอาถ่านไม้ไผ่มาแช่ในน้ำข้ามคืน)
  3. กาเซรามิกหรือกาแก้ว เพราะเกียวคุโระเป็นชารสละมุน ถ้าใช้กาดิน ความละมุนจะถูกรูพรุนดูดซับเข้าไป กลิ่นจะออกมาได้น้อย
  4. ถ้วยเซรามิกปากกว้าง
  5. ตะเกียบ
  6. ซอสพอนซึ

วิธีทำ

(*วิธีด้านล่างเป็นการรวบวิธีชงทั้งหมดไว้ในการชงครั้งเดียว)

1. ใช้น้ำอุณหภูมิห้อง 25 มิลลิลิตร แช่ใบชาในกาทั้งหมดไว้ จับเวลาให้ได้ 13 นาที

2. เทน้ำชาใส่ถ้วย จิบน้ำชาทีละนิด ประมาณ 1 ส่วน 10 ของถ้วย ปล่อยให้เคลือบลิ้นทั้งลิ้นก่อนกลืนให้ความหวานไหลไปในคอ แล้วหายใจออกให้ยาวที่สุดเพื่อให้ได้สัมผัสกลิ่นโน้ตบนสุดของเกียวคุโระ

3. ต้มน้ำให้เดือด เสร็จแล้วเทลงถ้วย ประมาณ 20 มิลลิลิตร รอประมาณ 10 – 20 วินาทีเพื่อให้อุณหภูมิน้ำเหลือประมาณ 85 องศา จากนั้นเอียงกาเกียวคุโระแล้วเทน้ำร้อนให้ค่อยๆ ไหลผ่านผิวกาก่อนลงไปถึงใบชา เพื่อให้อุณหภูมิน้ำลดลงเหลือประมาณ 45 – 55 องศา แกว่งกาเบาๆ ประมาณ 1 นาที

4. เทน้ำชาออกมา โดยเทให้ถึงหยดสุดท้าย แล้วค่อยๆ จิบชาอีกครั้ง

5. หยดซอสพอนซึลงในกาประมาณ 5 – 6 หยด (ถ้าเกียวคุโระเกรดดีมากใช้ 1 – 2 หยดก็พอ) แล้วเทใบชาใส่ถ้วย ลิ้มรส

นอกจากชาเขียวจะหอมละมุนและมีประโยชน์แล้ว พิธีชงชาเขียวของญี่ปุ่นยังช่วยให้เราได้ฝึกฝนบำบัดใจตัวเอง การหัดชงชาจึงเป็นกิจกรรมที่เหมาะจะค่อยๆ ทำขณะอยู่บ้านวันหยุด เพื่อผ่อนคลายจังหวะชีวิตและหัวใจให้ช้าลง สงบขึ้น และสำหรับชาวคอนโดที่ไม่อยากนั่งชงชาคนเดียวในห้อง ตอนนี้มีคอนโดที่ใส่ใจวิถีชีวิตแตกต่างกันของผู้อยู่อาศัย ด้วยการเพิ่มพื้นส่วนกลางหรือ Co-Creation Space ให้ทำกิจกรรมได้หลากหลาย คอนโดที่ว่าคือ MARU (มารุ) โครงการใหม่ล่าสุดของบริษัทเมเจอร์ ดีเวลลอปเมนต์ ที่มีพื้นที่ส่วนกลางกว้างขวางและตอบโจทย์ชีวิตผู้อยู่อาศัย หนึ่งในนั้นคือห้องชงชาที่น่าเข้าไปนั่งชงชาบำบัดใจเป็นที่สุด

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

  1. ชาเขียวเป็นชาฤทธิ์เย็นที่มีคาเฟอีนสูง โดยเฉพาะชาเขียวญี่ปุ่นถือว่าแรงที่สุด เพราะฉะนั้น ควรชงดื่มในเวลาเช้า อย่างช้าสุดไม่ควรเกิน 3 – 4 โมงเย็น
  2. หาซื้อใบชาเกียวคุโระได้ที่ร้านชาอย่าง Piece Oriental Teahouse และ Double Dogs หรือเดินลองหาในห้างอย่างอิเซตันก็น่าจะมี
  3. ถ้าอยากกินเกียวคุโระแบบชงเย็นอย่างเดียว นอกจากชงน้ำอุณหภูมิห้องตามปกติ ถ้าอยากให้อร่อยเป็นพิเศษ ให้ใส่น้ำอุณหภูมิห้องแล้วเอาไปแช่ตู้เย็นสักครึ่งชั่วโมง หรือใส่น้ำเย็นเลยแล้วรอชั่วโมงครึ่งก็จะยิ่งอร่อย

Writer

Avatar

ธารริน อดุลยานนท์

สาวอักษรฯ ผู้หลงรักการเขียนเสมอมา และฝันอยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยสิ่งที่มี ณ จุดที่ยืนอยู่ รวมผลงานการมองโลกผ่านตัวอักษรไว้ที่เพจ RINN

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load