วิธีเลี้ยงไส้เดือน สัตว์สารพัดประโยชน์ที่ช่วยกินเศษอาหารในบ้านและสร้างปุ๋ยให้ต้นไม้

“ที่ฝรั่งเขาสั่งซื้อไส้เดือนไป เขาสนใจเรื่องปุ๋ยแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นนะ สิ่งที่เขาให้ความสำคัญเป็นพิเศษเห็นจะเป็นเรื่องการสร้างนิสัยให้คนในครอบครัวเขามาชุมนุม เป็นจุดสนใจของบ้านมากกว่า” 

หนึ่งในบางช่วงของลุงรีย์เจ้าของฟาร์ม Uncle Ree’s Farm ฟาร์มเกษตรในเมืองหลวงที่เล่าถึงการเลี้ยงไส้เดือนที่เริ่มต้นจากการเลี้ยงไส้เดือนเพื่อจัดการกับเศษอาหาร จนปัจจุบันยอดขายไส้เดือนเพื่อเลี้ยงได้โกอินเตอร์ไปไกลจนถึงต่างประเทศแล้ว 

เลี้ยงไส้เดือนสร้างนิสัยได้ด้วย

“ได้ครับ” 

ลุงรีย์ตอบแล้วเล่าให้ฟังต่อว่า การเลี้ยงไส้เดือนมีประโยชน์หลายทาง อย่างแรกคือการเลี้ยงไส้เดือนช่วยแก้โรคเสียดายของ พวกอาหารเหลือในตู้เย็น เศษอาหารที่เห็นแล้วก็เสียดายไม่อยากทิ้งไป อยากจัดการกับเศษอาหารพวกนี้ให้มีประสิทธิภาพกว่านี้ 

การเลี้ยงไส้เดือนแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ เพราะไส้เดือนจะย่อยเศษอาหารที่เหลือจนได้ปุ๋ย ซึ่งปุ๋ยเหล่านี้ก็ตอบโจทย์คนที่ชอบปลูกพืชปลูกผักให้ใช้ประโยชน์ต่อยอดได้อีก ปุ๋ยจากมูลไส้เดือนเอาไปใช้เป็นดินรองพื้นปลูกพืช หรือจะต่อยอดด้วยการเอาปุ๋ยนี้มาทำน้ำหมัก หมักเป็นเอนไซม์เมือกไส้เดือนช่วยบำรุงพืชได้ด้วย

ประโยชน์อีกอย่างของการเลี้ยงไส้เดือนคือ เป็นจุดศูนย์กลางในการสร้างกิจกรรมร่วมกันภายในครอบครัว ทำให้มีการฝึกวางแผนร่วมกันภายในบ้าน ว่าเศษอาหารจะนำมาให้ไส้เดือนตรงนี้นะ ช่วยกันดูแล รวมถึงสร้างข้อตกลงร่วมกันว่าเมื่อสมาชิกไม่อยู่บ้าน จะจัดการสัตว์เลี้ยงน้อยๆ นี้อย่างไร เหมือนการเลี้ยงสัตว์อย่างน้องหมาน้องแมว ต่างเพียงแค่หากไส้เดือนตายก็วางแผนใหม่เลี้ยงใหม่ได้ ความเสียใจอาจไม่เท่ากัน ถือว่าได้ฝึกนิสัยและระเบียบวินัยไปพร้อมๆ กัน 

ต่างชาติเขาเลยสั่งไส้เดือนไปเลี้ยงและฝึกนิสัยลูกด้วยวิธีนี้

ลุงรีย์บอกว่า ใครๆ ก็เลี้ยงไส้เดือนได้ทั้งนั้น ไม่ต้องกังวลเรื่องพื้นที่ ไม่ต้องสร้างโรงเรือน แค่มีพื้นที่ 1 ช่องกระเบื้องก็เลี้ยงได้แล้ว ขอแค่มีใจรักและเอาใจใส่มันแค่นั้นก็พอ ทั้งยังแนะนำวิธีการเลี้ยงมาอย่างละเอียด 

วิธีเลี้ยงไส้เดือน สัตว์สารพัดประโยชน์ที่ช่วยกินเศษอาหารในบ้านและสร้างปุ๋ยให้ต้นไม้

อุปกรณ์

  1. ไส้เดือนพันธุ์ลายเสือ 500 กรัม
  2. มูลไส้เดือน 2 ถุง
  3. เอนไซม์ไส้เดือน 1 ขวด
  4. กระบะเพาะเลี้ยงขนาด 3 ใบ 
  5. อาหารเสริม (เศษอาหาร)

6. ดิน Bedding 1 ถุง

วิธีทำ

วิธีเลี้ยงไส้เดือน สัตว์สารพัดประโยชน์ที่ช่วยกินเศษอาหารในบ้านและสร้างปุ๋ยให้ต้นไม้
  1. เตรียมกระบะเพาะเลี้ยงมีความสูงประมาณ 1 คืบจะมีความหนาพอดี ไม่กดทับ และอย่าลืมเจาะรูเพื่อระบายน้ำเผื่อมีน้ำขัง
วิธีเลี้ยงไส้เดือน สัตว์สารพัดประโยชน์ที่ช่วยกินเศษอาหารในบ้านและสร้างปุ๋ยให้ต้นไม้
  1. เริ่มต้นด้วยการใส่ดินขี้วัวหมักหรือที่ลุงรีย์เรียกว่า Bedding ลงไปครึ่งหนึ่งของกระบะเลี้ยง โดยชิดฝั่งใดฝั่งหนึ่งเพื่อเป็นบ้านใหม่ของไส้เดือน ในปริมาณ 10 เท่าของจำนวนไส้เดือนที่เราจะเลี้ยง 
วิธีเลี้ยงไส้เดือน สัตว์สารพัดประโยชน์ที่ช่วยกินเศษอาหารในบ้านและสร้างปุ๋ยให้ต้นไม้
  1. นำเศษผักผลไม้ที่เตรียมไว้เป็นอาหารไส้เดือนใส่ลงไปในดิน Bedding แล้วกลบเพื่อป้องกันไม่ให้แมลงมาตอม แมลงอาจเป็นอันตรายกับไส้เดือน การใส่อาหารไส้เดือนไม่ควรมากเกินไป เพราะอาจทำให้อาหารย่อยไม่ทันจนเน่า หลักการใส่อาหารคือไม่ควรเกิน 1 เท่าตัวของปริมาณไส้เดือน เพราะเป็นปริมาณที่ไส้เดือนจะย่อยสลายได้ใน 1 เดือน เช่น ไส้เดือน 1 ขีด อาหารไม่ควรมากกว่า 1 กิโลกรัม
วิธีเลี้ยงไส้เดือน สัตว์สารพัดประโยชน์ที่ช่วยกินเศษอาหารในบ้านและสร้างปุ๋ยให้ต้นไม้
  1. ฉีดสเปรย์เอนไซม์ลงไปให้ทั่วดิน เพื่อให้เมือกไส้เดือนในน้ำเอนไซม์แต่งกลิ่นดิน Bedding จะทำให้ไส้เดือนคุ้นชินและย้ายเข้ามาอยู่บ้านหลังใหม่ที่เตรียมไว้

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าใส่เอนไซม์มากหรือน้อยเกินไป สังเกตได้จากการใช้นิ้วจิ้มลงไปในดิน หากเย็นชื้น ไม่แห้งหรือเปียกเกินไป ถือว่าพอดี เหมาะกับการเจริญเติบโตของไส้เดือน มิฉะนั้นไส้เดือนอาจตายได้

วิธีเลี้ยงไส้เดือน สัตว์สารพัดประโยชน์ที่ช่วยกินเศษอาหารในบ้านและสร้างปุ๋ยให้ต้นไม้
วิธีเลี้ยงไส้เดือน สัตว์สารพัดประโยชน์ที่ช่วยกินเศษอาหารในบ้านและสร้างปุ๋ยให้ต้นไม้
  1. มาถึงขั้นที่เรารอคอย คือการนำไส้เดือนลงไป โดยใส่ไส้เดือนในบริเวณว่างที่เราเว้นไว้พร้อมกับบ้านเก่าของเขา (ดินเก่า) ให้ปรับตัวก่อนเข้าสู่บ้านหลังใหม่ ถ้าต้องการความชัวร์ว่าไส้เดือนจะปลอดภัย โรยมูลไส้เดือนโรยกลบลงไปนิดหน่อย ไส้เดือนจะปรับตัวได้ง่ายขึ้น
วิธีเลี้ยงไส้เดือน สัตว์สารพัดประโยชน์ที่ช่วยกินเศษอาหารในบ้านและสร้างปุ๋ยให้ต้นไม้

6. นำกระบะเพาะเลี้ยงทั้ง 3 ใบมาเรียงต่อกันเป็นชั้น โดยให้ชั้นบนสุดเป็นเป็นกระบะเพาะเลี้ยงจริง และที่เหลือเป็นกระบะเปล่า สามารถนำถาดหรือกะละมังใส่น้ำมารองชั้นใต้สุดเพื่อป้องกันมด แมลง หรือหนูที่ได้กลิ่นอาหารจะมาก่อกวนและทำร้ายไส้เดือนได้

วิธีเลี้ยงไส้เดือน สัตว์สารพัดประโยชน์ที่ช่วยกินเศษอาหารในบ้านและสร้างปุ๋ยให้ต้นไม้

7. คลุมด้วยผ้าขาวบางและหนีบด้วยตัวหนีบผ้า เพื่อป้องกันแมลงวัน แมลงหวี่ และแมลงอื่นๆ ที่จะมารบกวนไส้เดือน การเติมอาหารสามารถเติมได้เรื่อยๆ ตามความเหมาะสม ส่วนการเติมดิน Bedding เติมได้ทุกๆ 1 เดือน หากไม่มีดิน Bedding ก็ใช้ปุ๋ยคอกหรือขุยมะพร้าวผสมกับกากกาแฟแทนได้เช่นกัน

8. หาที่จัดวางที่เหมาะสมให้ไส้เดือน สามารถเลี้ยงในอุณหภูมิห้องปกติ แต่ต้องให้พ้นจากแสงแดดและหลบฝน หากเป็นห้องแอร์ยิ่งดี เพราะอุณหภูมิจะชื้นพอเหมาะกับการเจริญเติบโตของไส้เดือน และฉีดน้ำแบบวันเว้นวันให้ความชื้นกับไส้เดือน

ข้อควรระวังในการเลี้ยงไส้เดือน

  • การใส่เศษอาหารเยอะเกินไปอาจทำให้การย่อยของไส้เดือนทำได้ช้าลง
  • สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือเศษอาหารที่มีฤทธิ์เผ็ดหรือเป็นกรด เช่น พริก เปลืกมะนาว หรือน้ำส้มสายชู เหมาะที่จะใส่ในการเพาะเลี้ยงที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่กว่านี้
  • เศษอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ อาจเป็นตัวเรียกแมลง มด หรือหนู มาก่อกวนหรือเป็นอันตรายต่อไส้เดือนได้
  • การใส่ข้าวควรระวังเรื่องมดในข้าว
  • ในกรณีไม่อยู่บ้านหลายวัน สามารถให้ความชื้นโดยการฉีดน้ำ ให้อาหารไว้ได้ แต่ก็ไม่ควรทิ้งไส้เดือนไว้นานกว่า 1 สัปดาห์

การเลี้ยงไส้เดือนจะได้ปุ๋ยจากมูลไส้เดือน และเรายังต่อยอดไปทำน้ำหมักเอนไซม์เมือกไส้เดือนเพื่อเป็นฮอร์โมนพืชได้ด้วย เรียกได้ว่าเลี้ยงไส้เดือนครั้งเดียวได้ประโยชน์แบบ 2 อิน 1 อุปกรณ์และขั้นตอนการทำ มีดังนี้

อุปกรณ์

  1. ถุงน้ำหมัก
  2. น้ำเปล่า
  3. มูลไส้เดือน
  4. กรวยกรอง
  5. ขวดสเปรย์
  6. กะละมังหรือภาชนะสำหรับรอง

วิธีทำ

วิธีเลี้ยงไส้เดือน สัตว์สารพัดประโยชน์ที่ช่วยกินเศษอาหารในบ้านและสร้างปุ๋ยให้ต้นไม้
  1. เก็บมูลไส้เดือนที่ผ่านจากการเลี้ยงมาแล้วไม่ต่ำกว่ากว่า 1 อาทิตย์ ปริมาณ 1 กิโลกรัม
วิธีเลี้ยงไส้เดือน สัตว์สารพัดประโยชน์ที่ช่วยกินเศษอาหารในบ้านและสร้างปุ๋ยให้ต้นไม้
  1. นำมูลไส้เดือนใส่ในถุงที่เตรียมไว้
วิธีเลี้ยงไส้เดือน สัตว์สารพัดประโยชน์ที่ช่วยกินเศษอาหารในบ้านและสร้างปุ๋ยให้ต้นไม้
  1. เตรียมน้ำเปล่า 1 ลิตรใสกะละมังไว้เพื่อหมักเอนไซม์
วิธีเลี้ยงไส้เดือน สัตว์สารพัดประโยชน์ที่ช่วยกินเศษอาหารในบ้านและสร้างปุ๋ยให้ต้นไม้
  1. นำถุงที่เตรียมไว้มาจุ่มในน้ำ สลับกับบีบคั้นเล็กน้อยเพื่อให้ได้เอนไซม์จากมูลไส้เดือน 
วิธีเลี้ยงไส้เดือน สัตว์สารพัดประโยชน์ที่ช่วยกินเศษอาหารในบ้านและสร้างปุ๋ยให้ต้นไม้
  1. เมื่อได้น้ำที่ข้มข้นพอสมควรแล้ว ทิ้งไว้ 1 คืนเพื่อให้ตกตะกอน สุดท้ายคือการกรองน้ำหมักเอนไซม์เมือกไส้เดือนใส่ขวดสเปรย์ที่เตรียมไว้ และใช้รดต้นพืชได้ตามต้องการ
วิธีเลี้ยงไส้เดือน สัตว์สารพัดประโยชน์ที่ช่วยกินเศษอาหารในบ้านและสร้างปุ๋ยให้ต้นไม้
  1. ถ้าไม่สะดวกทำน้ำสเปรย์ นำมูลไส้เดือนใส่ถุงผ้าขนาดเล็ก วางไว้ตามกระถางต้นไม้ แล้วรดน้ำต้นไม้ตามปกติเพื่อให้เอมไซม์เมือกไส้เดือนละลายไปกับน้ำก็ได้เช่นกัน

ข้อควรระวังในการในการใช้น้ำหมักเอนไซม์เมือกไส้เดือน

  • ในกรณีพืชขนาดเล็ก เช่น กระบองเพชร การใช้งานต้องเจือจางกับความเข้มข้นน้ำหมักเอนไซม์เมือกไส้เดือนกับน้ำเปล่าก่อน 1 เท่าจึงจะใช้ได้ เพราะความเข้มข้นของเอนไซม์ที่มากจะทำให้ยอดพืชเหล่านั้นไหม้ได้
  • พยายามใช้ให้หมดภายใน 2 อาทิตย์ เพราะน้ำเอนไซม์จะค่อยๆ เจือจางลง

Uncle Ree’s Farm

โทรศัพท์ : 08 3236 0006

อินสตาแกรม : @unclereefarm

Line ID : @unclereefarm

G-mail : [email protected]

Writer

Avatar

อมรวิวัฒน์ แต้มพิมาย

นิสิตฝึกประสบการณ์ผู้หลงใหลในแฟชั่น เสียงเพลง การท่องเที่ยว วัฒนธรรม และรักน้องหมาโกลเด้นเท่าๆ กับรักเจ้า otter

Photographer

Avatar

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

Staycation

กิจกรรมคัดสรรสำหรับการอยู่บ้านวันหยุด

24 ธันวาคม 2565
2 K

ในยุคที่ผู้คนเริ่มหันมาสนใจ Sustainable Fashion กันอย่างจริงจังมากขึ้น ใช้เวลาทำความรู้จักแบรนด์ที่ให้ความสำคัญเรื่องความยั่งยืน สืบหาประวัติและที่มาก่อนจะตัดสินใจเลือกซื้อของชิ้นหนึ่ง ตั้งใจเตรียมตัวและเดินทางไปงานแลกเสื้อผ้า รวมถึงสนับสนุนการสวมใส่เสื้อผ้ามือสอง

แต่นั่นคือทั้งหมดของแฟชั่นยั่งยืนแล้วหรือยัง 

อีกทางเลือกหนึ่งที่เริ่มลงมือทำเองได้ที่บ้าน คือ ‘การซ่อมแซมเสื้อผ้า’ ซึ่งลดกระบวนการผลิตจากทรัพยากรใหม่ต่าง ๆ และเสริมส่งให้อายุการใช้งานเสื้อผ้าของคุณ รวมไปถึงอายุของโลกของเรายาวขึ้นอีกนิด วิธีการซ่อมที่อยากแนะนำนั้นไม่ซับซ้อน เพียงใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่แล้วในบ้าน ผสานกับความสร้างสรรค์ที่มีอยู่ในตัว เสกให้เสื้อผ้าเก่านั้นดูใหม่ขึ้นในพริบตา

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

ซ่อม กับ ผ้า

กว่าเสื้อผ้าสุดเก๋ตัวหนึ่งในตู้จะเดินทางมาอยู่บนตัวเรานั้น มันผจญภัยผ่านหลายกระบวนการแทบนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการสรรหาวัสดุ การผลิตในระบบอุตสาหกรรมผ่านแรงงานจำนวนมาก การบรรจุใส่หีบห่อและขนส่ง การวางขายในร้านหรือออนไลน์ ไปจนถึงการทำลายชิ้นส่วนที่ไม่ผ่านการควบคุมคุณภาพ

เสื้อผ้าแต่ละชิ้นจะอยู่กับผู้บริโภคนานที่สุดในช่วง ‘การใช้งาน’ เมื่อเสื้อผ้าเกิดร่องรอยขึ้น ผู้ใส่ก็อาจไม่อยากใช้งานเสื้อผ้านั้นอีกต่อไป เพราะรู้สึกว่า ‘มันเก่า ไม่สมบูรณ์ ดูไม่เรียบร้อย’ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันแนวคิดการซ่อมเสื้อผ้าเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น กลายเป็นเทรนด์ที่น่าสนใจและกำลังถูกพูดถึงในหลายประเทศ นั่นคงเป็นเพราะทุกคนตระหนักเรื่องความยั่งยืน และร่วมอยากเป็นส่วนหนึ่งของความเคลื่อนไหว เพราะฉะนั้น เราลองลงมือเย็บปักพร้อมกันทีละขั้นตอน

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

ซ่อม กับ เข็ม

‘เย็บ ปัก ถัก ร้อย’ หลายคนแค่ฟังก็รู้สึกยาก เพราะนึกถึงวิธีการที่ละเอียดจนน่าปวดหัว อุปกรณ์ต่าง ๆ ก็น่าจะใช้งานไม่ง่าย จะทำตามอย่างไรยังคิดไม่ออก ใจเย็นก่อน! เราคัดเลือกอุปกรณ์คู่ใจในการเริ่มลงมือซ่อมเสื้อผ้าครั้งแรกสำหรับมือใหม่มาให้แล้ว 

ไม่ต้องมีจักรเย็บผ้าอันใหญ่ ๆ เพราะการเย็บปักด้วยมือนั้นง่าย เริ่มต้นทำด้วยเข็ม ด้าย และอื่น ๆ อีกมากมายในวิชา กพอ.

1. เสื้อผ้าที่มีร่องรอย

2. เข็มเย็บผ้าหรือเข็มปักผ้า

3. ด้าย ไหมปัก หรือไหมพรม 

4. สะดึง

5. เข็มหมุด

6. กรรไกรก้ามปูหรือทั่วไป

7. ดินสอหรือชอล์กเขียนผ้า

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

ซ่อม กับ มือ

1. หยิบเสื้อผ้าที่มีร่องรอยซึ่งเก็บซ่อนไว้ไม่ยอมโยนทิ้งไปขึ้นมาสักหนึ่งชิ้น ร่องรอยดังกล่าวจะเป็นรูขาด รอยเลอะเปรอะเปื้อน หรือความไม่ตั้งใจใดก็ได้

2. สังเกตร่องรอย แล้วลองใช้เวลาทบทวนที่มาและเรื่องราวของเสื้อผ้าชิ้นนั้น

3. ขึงสะดึงให้ตึงรอบ ๆ ร่องรอย จะได้สะดวกต่อการทำงานเย็บปัก

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

4. ร่างลวดลายอย่างง่าย โดยอาจอิงกับจินตนาการหรือสิ่งที่อยู่รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงจากเรขาคณิต และเส้นสายจากธรรมชาติ

5. ในที่นี้เราเลือกเสื้อสีส้มตัวโปรดที่ไม่ได้หยิบมาซ่อมสักที เสื้อเชิ้ตนี้มีรอยขาดขนาดเล็กตรงด้านหลังของแขนขวา ร่องรอยไม่ได้ใหญ่มาก แต่เวลาใช้งานเพื่อนบางคนก็มักจะทักว่า “เสื้อขาดตรงนี้หรือเปล่า” ตอนนี้คงถึงเวลารักษารอยกันแล้วล่ะ

6. ขอหยิบรูปทรง ‘Sparkle’ ซึ่งมีลวดลายเหมือนประกายส่องแสงและขั้นตอนการเย็บไม่ซับซ้อนจนเกินไป ผนวกกับเรื่องราวในตอนนั้นที่ซื้อเสื้อตัวนี้จากตลาดที่อากาศร้อน และมีแสงแดดจากพระอาทิตย์ส่องเป็นประกาย 

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

7. นำรูปทรงที่เลือกสรรในจินตนาการหรือในอินเทอร์เน็ตมาลงมือร่างที่ร่องรอยบนผ้า โดยใช้ดินสอหรือชอล์กเขียนผ้า หากไม่มี ใช้ดินสอหรือสีธรรมดาเขียนลงไปอ่อน ๆ ก็ได้

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

8. เลือกสีด้ายที่เข้ากับผ้าในมุมมองของคุณ จะเป็นคู่สีตรงข้าม สีข้างเคียงกัน หรือสีที่โปรดปรานก็ย่อมได้ ในที่นี้ขอเลือกสีที่ชอบซึ่งเป็นสีส้ม อ่อนลงเล็กน้อยและไม่โดดจากสีเสื้อจนเกินไป จากนั้นจึงร้อยด้ายเข้าในเข็ม และมัดปมที่ปลายด้าย

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

9. ปักเข็มขึ้นมาบนผ้าจุดหนึ่งตามรอยดินสอ ให้ปมที่ผูกไว้อยู่ด้านในเสื้อผ้า และปักเข็มลงบนจุดต่อไปตามที่ร่างไว้ 

แปลงความสร้างสรรค์เป็นลวดลายปัก ลงมือซ่อมเสื้อผ้าที่รักให้อยู่ไปนาน ๆ และเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นยั่งยืน

10. ปักขึ้นและลงเรื่อย ๆ โดยเริ่มจากสร้างกรอบให้รูปทรง จากนั้นปักขึ้นลงคล้ายการระบายสีให้เต็มพื้นที่ รูปทรงจะปรากฏขึ้นช้า ๆ ขั้นตอนนี้ขึ้นอยู่กับลวดลายที่เลือกว่าซับซ้อนมากน้อยเท่าไร ต้องใช้เวลาแค่ไหนในการรังสรรค์

แปลงความสร้างสรรค์เป็นลวดลายปัก ลงมือซ่อมเสื้อผ้าที่รักให้อยู่ไปนาน ๆ และเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นยั่งยืน

11. ในระหว่างนี้เราเลือกใช้ด้ายมากกว่าหนึ่งสี เพื่อเพิ่มความสดใสให้กับเสื้อเชิ้ตที่มีอายุขัยตัวนี้ และตั้งใจสื่อสารว่านี่เป็นลวดลายที่มีมิติ สร้างขึ้นจากความละเมียดละไม ไม่ได้ต้องการลบร่องรอยให้กลืนหายไป

แปลงความสร้างสรรค์เป็นลวดลายปัก ลงมือซ่อมเสื้อผ้าที่รักให้อยู่ไปนาน ๆ และเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นยั่งยืน

12. ซ่อมเสร็จแล้ว! เสื้อเชิ้ตตัวเก่านี้ดูใหม่ขึ้นเป็น ‘ประกาย’ จากพลังความตั้งใจและความสร้างสรรค์ พร้อมให้นำไปสวมใส่ต่อ

แปลงความสร้างสรรค์เป็นลวดลายปัก ลงมือซ่อมเสื้อผ้าที่รักให้อยู่ไปนาน ๆ และเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นยั่งยืน

ซ่อม กับ ใส่

สวมใส่ไปกับรอยซ่อม ไม่ต้องเขินอาย! 

แม้เสื้อผ้าตัวแรกที่ผ่านการซ่อมแซมสำเร็จแล้ว อาจดูไม่สมบูรณ์และถูกใจสักทีเดียว ไม่เป็นไร นี่คือการเรียนรู้และลงมือทำจากฝีมือของเราที่พัฒนาต่อไปได้เรื่อย ๆ ขั้นตอนการเย็บปักถักซ่อมเบื้องต้นนี้ เป็นเพียงวิธีการพื้นฐานที่ทุกคนทดลองหาวิธีการที่เหมาะกับตัวเองได้โดยการลงมือทำต่อไป พอซ่อมเสร็จแล้ว อย่าลืมนำเสื้อผ้าที่มีร่องรอยและลวดลายไปสวมใส่เป็นประจำด้วยความภาคภูมิใจ เพราะความสร้างสรรค์ล้วนเกิดขึ้นด้วยความพยายามจากสองมือของเรา 

การซ่อมเสื้อผ้าเป็นอีกทางเลือก หากคุณอยากเริ่มลงมือทำอะไรง่าย ๆ ด้วยตัวเองที่บ้าน การเย็บปักลวดลายให้ร่องรอยเหล่านี้ ไม่เพียงแต่จะลดปริมาณการใช้จ่ายเพื่อซื้อเสื้อผ้าตัวใหม่ สนับสนุนการบริโภคแฟชั่นอย่างยั่งยืน หรือทำให้อยากใช้งานเสื้อผ้าตัวนั้นต่อไป แต่ยังสร้างสมาธิระหว่างการเย็บปัก ความภูมิใจในการเริ่มต้นลงมือใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ แถมยังนำผลงานสร้างสรรค์ลวดลายต่าง ๆ ไปอวดเพื่อนได้ด้วยนะ 

แปลงความสร้างสรรค์เป็นลวดลายปัก ลงมือซ่อมเสื้อผ้าที่รักให้อยู่ไปนาน ๆ และเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นยั่งยืน

วันไหนเสื้อผ้าเกิดร่องรอย ก็ซ่อมแซมวนไป จนกว่าจะสวมใส่ต่อไม่ได้!

หากอยากรู้แนวคิดและหลักการซ่อมแซมเสื้อผ้า เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการยืดอายุเสื้อตัวโปรดต่อไป ลองมาทำความรู้จักกับ Community ที่ส่งเสริมการซ่อมเสื้อผ้า ใช้งานซ้ำ และเล่าเรื่องราวแฟชั่นยั่งยืน ได้ที่

https://www.facebook.com/amore.amend

Writer

Avatar

วีณา พันธุ์ธีรานุรักษ์

นักออกแบบที่ชอบแอบบอกว่าตัวเองเป็นเป็ด สนใจเรื่องความยั่งยืนไปจนถึงการพบคนแปลกหน้า และสักวันจะเลี้ยงหมาที่ตั้งชื่อเผื่อเอาไว้ให้ได้

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load