งดกินเนื้อสัตว์ งดอารมณ์ขุ่นมัว งดออกนอกศีล แค่ 10 วันเท่านั้น ไม่ถึงกับจะเป็นอะไรไป ดีเสียอีกที่จะได้ทำอะไรบ้าง ยังมีวันที่เหลืออีกตั้ง 355 วัน อยากทำอะไร เคยทำอย่างไร ก็ทำไป

10 วันที่ว่านี้คือเทศกาลกินเจประจำปีครับ สำหรับเทศกาลนี้มีประวัติเป็นมาอย่างไร มีมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ผมจะขอผ่านเรื่องไป เพราะว่าประวัติที่มานั้นมีหลายตำนาน หลายความเชื่อ ครั้นจะไปคัดลอกมาจากที่อื่นๆ ก็ยืดยาว แล้ว เป็นเรื่องนานนับเป็นร้อยเป็นพันปีห่างไกลตัว เชื่อว่าหลายคนคงไม่สนใจที่จะจำ

เอาเรื่องใกล้ๆ ตัวว่ากินเจเพื่ออะไร แค่เพื่ออะไรก็มีเหตุผลเยอะแยะ ส่วนใหญ่มักจะกล่าวว่าเป็น 10 วันแห่งการไม่เบียดเบียน แต่การไม่เบียดเบียนก็ไม่ใช่แค่ไม่กินเนื้อสัตว์เท่านั้น ดั้งเดิมต้องเรียกว่าถือศีลกินเจ การถือศีลนั้นก็ครอบคลุมทุกอย่างอยู่แล้ว

คนจีนทุกกลุ่มภาษาถือศีลกินเจกันมานาน แต่ใช่ว่าถึงเวลากินเจแล้วต้องกินเจกันทุกคน จะเอาความพร้อมของตัวเองเป็นหลัก แต่ส่วนใหญ่ก็กินเจครับ เพราะถือว่าเพื่อเป็นบุญกุศลปีละครั้ง

อาหารเจที่ทำกันในบ้านในสมัยก่อน เป็นอาหารง่ายๆ ผักพวกที่มีกลิ่นฉุนอย่างกระเทียม หัวหอม ต้นหอม ผักชี ขึ้นฉ่าย กุ้ยช่าย จะไม่เอามาใช้ การปรุงรสก็ใช้เกลือและซีอิ๊วเท่านั้น ตัวอย่างอาหารที่ทำก็มีต้มจับฉ่าย ถั่วลิสงต้มรากบัว วุ้นเส้นผัดใส่เห็ดหอม ดอกไม้จีน ฟองเต้าหู้ ใส่ซีอิ้ว ข้าวผัดเผือก ข้าวผัดหนำเลี้ยบ กาน่าฉ่ายใส่หนำเลี้ยบ มะระต้มกับหัวไชโป๊ว ผมว่าแค่ตัวอย่างของอาหารนี่ก็เหมือนเป็นการตัดกิเลส ไม่หลงใหลกับรสชาติมากนัก มีรสเดียวคือจืดๆ เค็มประปราย

ส่วนเรื่องที่ว่าต้องใช้อุปกรณ์หม้อ กระทะ ใหม่นั้น ก็ไม่ถึงขนาดนั้น แค่ล้างขัดคราบติดหม้อติดกระทะให้สะอาดเท่านั้น คนกินเจพอจะมีวันไหนว่างก็ใส่ชุดขาวไปศาลเจ้า เอาผลไม้ไปไหว้เจ้า

ศาลเจ้าในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่มีขนาดเล็ก ไม่ค่อยมีโรงเจ ซึ่งอาจจะลำบากสักหน่อยสำหรับคนที่ไปศาลเจ้าแล้วคาบเกี่ยวกับมื้อกลางวัน ระยะหลังจึงมีคนทำอาหารเจขายข้างศาลเจ้าต่างๆ ด้วย

อาหารเจ

อาหารเจ

ศาลเจ้าใหญ่ๆ มีโรงเจอยู่ด้วย ส่วนมากเป็นศาลเจ้าตามต่างจังหวัดใหญ่ๆ อย่างนครสวรรค์ ชลบุรี กาญจนบุรี มีศาลเจ้าที่ผมรู้จักชื่อศาลเจ้าลุ่ยอิ้มยี่ อยู่ที่ตำบลไร่เก่า อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภูมิทัศน์ศาลเจ้าแห่งนี้สง่างาม เพราะศาลเจ้าพิงอยู่กับเขาสามร้อยยอด เมื่อถึงเทศกาลกินเจจะมีคนเข้าไปกันมาก ภายหลังศาลเจ้าจึงทำห้องพักสำหรับผู้ปฎิบัติธรรม ถือศีล กินเจ อย่างพอเพียง และโรงเจที่นั่นใหญ่มาก คนทำอาหารเจก็เยอะ และทำกันอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ข้าวของก็มีครบ เพราะก่อนหน้าเทศกาลกินเจจะมีคนเอาข้าวสาร น้ำมันพืช ซีอิ๊ว โปรตีน ผัก ขนกันเป็นคันรถไปบริจาค ถือว่าไปช่วยทำบุญ ได้กุศลแรง

อาหารเจ

จากภาพรวมๆ ของศาลเจ้า มาดูอาหารเจนอกบ้านหรืออาหารเจที่ทำขายบ้าง คงต้องมองพุ่งไปที่ตลาดเล่งบ๊วยเอี๊ย หรือตลาดซอยอิสรานุภาพ ที่ทะลุระหว่างถนนเยาวราชกับถนนเจริญกรุง ตลาดนี้เป็นแหล่งรวบรวมอาหารสด อาหารแห้ง เครื่องปรุง ของอาหารจีนที่ใหญ่ที่สุด ปกติก็พลุกพล่านจอแจอยู่แล้ว พอเทศกาลกินเจก็ยิ่งจอแจหนักขึ้นไปอีก ถ้าหยุดดูอะไรนานๆ จะโดนชนเอา ที่ดูแปลกๆ หน่อยคือของที่วางขายอย่างหน่อไม้แห้ง เม็ดแปะก๊วย ลูกบัว ถั่วลิสง พุทราจีน เกี้ยมฉ่าย เต้าเจี้ยว ปักธงกินเจสีเหลืองทั้งนั้น สงสัยว่าก่อนหน้ากินเจของพวกนี้ไม่ใช่เจหรือไงไม่รู้

อาหารเจ

อาหารเจ

อาหารเจ อาหารเจ

อาหารเจ

ตรงปากทางด้านถนนเจริญกรุงมีหลายร้านขายอาหารสำเร็จรูปเจหลายอย่างในหม้อใหญ่มหึมา มีหัวกะหล่ำปลีต้มใส่หมี่กึงใส่เห็ดหอม มีหม้อจับฉ่ายใส่เห็ดหอม หม้อกาน่าฉ่ายใส่หนำเลี้ยบ และอีกหลายๆ อย่าง ทุกร้านฝีมืออร่อยสูสีไม่ยิ่งหย่อนกัน ความน่ากินไม่ต้องพูดถึง ถึงไม่กินเจก็ยังต้องซื้อกลับไปกิน ถือว่านานๆ จะได้กินที ผมเองไม่ค่อยอยากพลาด ซื้อแล้วยังต้องข้ามถนนเข้าวัดเล่งเน่ยยี่ มีแผงขายน้ำถั่วแดงบด น้ำถั่วดำบด และงาบด นั่นก็ขายเฉพาะเทศกาลกินเจเหมือนกัน เจ้าน้ำทั้งสามอย่างนี้หน้าตาสีดำๆ เวลากินเหมือนกินโคลน แต่อร่อย นี่ก็นานๆ ถึงจะได้กินเหมือนกัน

แสดงให้เห็นว่าอาหารเจไม่อร่อยจืดชืดแบบเดิมไม่มีแล้ว และมีอาหารแบบใหม่ๆ เกิดขึ้นเยอะ ผมเคยกินเส้นหมี่ผัดผักกระเฉดตรงแผงลอยในศาลเจ้าเล่งบ๊วยเอี๊ยกลางตลาดนั่นเอง ฝีมือผัดเยี่ยมยอด ผมว่าเส้นหมี่ผัดผักกระเฉดนี่เกิดขึ้นมาเพราะการกินเจแท้ๆ ต่อมาก็ดังระเบิดเถิดเทิง เจ๊ง้อง เจ๊เงี้ยว เอาไปขายกันอุตลุต ต่อมาอีกก็เกิดกระแสความนิยม ที่พอถึงช่วงเวลานี้ต้องเสาะแสวงหาอาหารเจอร่อยๆ เหมือนกับการหาของกินในเวลาปกติอย่างไรก็อย่างนั้น

เรื่องอาหารเจก็มีที่เลยเถิดบ้าง ก็ที่ตลาดแห่งนั้นอีกเหมือนกัน มีร้านทำเป็ดพะโล้เจขาย โดยเอาแป้งหมี่กึงมาปั้นเป็นเป็ด มีคอ มีปีก มีน่อง เหมือนเป็ดทุกอย่าง แล้วเอาไปต้มพะโล้สำหรับคนกินเจที่ยังอยากกินเป็ดพะโล้ แถมมีคนซื้อไปกินเยอะแยะ โดนกระหน่ำเสียผู้เสียคน ถ้าอยากกินเป็ดพะโล้ ไปกินของจริงเสียเลยก็สิ้นเรื่อง

จากเรื่องอาหารเจ ถ้าไม่พูดถึงรูปแบบของเทศกาลกินเจก็จะข้ามความสำคัญไป สมัยก่อนในกรุงเทพฯ ไม่เอิกเกริกครึกโครมเหมือนสมัยนี้ จะเงียบๆ อย่างที่บอกตั้งแต่ต้นว่ากินกันในครอบครัวง่ายๆ ที่จะโด่งดังที่สุดก็เป็นที่ภูเก็ต ความที่ภูเก็ตมีศาลเจ้าใหญ่ๆ หลายแห่ง โรงเจก็มีเพียบ ถึงเวลานั้นคนจากที่ไหนๆ ก็ไปภูเก็ตเพื่อถือศีลกินเจ บางคนไม่ได้กินเจก็ถือว่าไปเที่ยวไปดูประเพณีกินเจ

เป็นธรรมดาเมื่อภูเก็ตได้ตำแหน่งแชมป์ของเทศกาลกินเจแล้ว ต้องทำอะไรให้ยิ่งใหญ่แปลกพิสดารให้สมชื่อ มีขบวนพิธีอัญเชิญองค์เทพเจ้า พร้อมทั้งขบวนเครื่องดนตรีประโคม มีฆ้อง กลอง ปี่ ฉาบ ดังสนั่นอึกทึกเร้าใจ เพื่อให้ชาวบ้านไหว้ ชาวบ้านก็ตั้งโต๊ะบูชาหน้าบ้านเครื่องบูชาเป็นผลไม้

อาหารเจ

ที่จะขาดไม่ได้ในขบวนคือกลุ่มร่างทรงของเหล่าลูกศิษย์เทพเจ้าองค์ต่างๆ หรือลูกศิษย์ของเซียนต่างๆ อย่างเซียนมังกรเมฆเหินฟ้า 16 ทิศ หรือเซียนแห่งหุบเขานักพรตไฟมรกต อะไรทำนองนั้น บรรดาลูกศิษย์นั้นก็เป็นคนธรรมดาๆ นั่นเอง แต่เมื่อเข้าทรงแล้วจะอยู่ยงคงกระพัน เอาเหล็กแหลมเสียบปากก็ไม่เป็นไร เลือดไม่ไหล ไม่เจ็บปวด แล้วต้องมีพิธีลุยไฟให้เห็นเป็นประจักษ์ว่ามีอิทธิฤทธิ์จริง ไฟที่ลุยนั้นเป็นกองถ่านแดงๆ ยาวพอประมาณ ลูกศิษย์ทั้งหลายเมื่อวิ่งฝ่าไฟแล้วเท้าก็ไม่เป็นไร หนังเท้าไม่พอง จริงๆ แล้วผมอยากให้เดินหรือค่อยๆ เดินนับก้าวมากกว่าที่จะวิ่งแบบแข่ง 100 เมตร รูปแบบพิธีการเทศกาลกินเจภูเก็ตในสมัยก่อนหรือดั้งเดิมก็มีแค่นั้น

ตอนปีหลังๆ ชักเลยทะลุมิติภาคพิสดาร มีอยู่ปีหนึ่งผมลงไปเดินในขบวนแห่ลูกศิษย์เซียนทั้งหลายนั้นด้วย นั่นเป็นความกร่างของผมเมื่อครั้งยังเป็นนักข่าวหนังสือพิมพ์อยู่

รูปแบบแสดงเดิมๆ ที่เอาเหล็กแหลมแทงปากแล้ววิ่งลุยไฟนั้นกลายเป็นการแสดงขั้นอนุบาลไปแล้ว ของใหม่ต้องเหนือชั้นกว่า ต้องสยดสยองซาดิสม์ชั้นเทพ

ที่ผมจำได้ก็มีที่เอาเบ็ดตกปลาที่มีสายเบ็ดห้อยลูกมะนาวไว้ แล้วเอาเบ็ดนั่นเกี่ยวตามคอ หน้าอก แผ่นหลัง ยังมีกลุ่มที่มาในชุดของมีคม มีแหล็กแหลมหลายอันแทงข้างปาก แทงทะลุลิ้นก็มี ยังมีมีดดาบ หอกสามง่าม เสียบปาก จากชุดของมีคมก็เป็นชุดของกีฬา ที่เอาด้ามไม้เทนนิสยัดทะลุปาก

ที่ดุเดือดในครั้งนั้นคือมาในชุดของจักรยาน เอาแฮนด์จักรยานแทงทะลุปากบ้าง ผ่าล้อจักรยานแล้วยัดปากเหมือนเดินคาบล้อจักรยาน มีที่หนักกว่าคือเอาจักรยานทั้งคันเลย ผ่าคานกลางแล้วยัดปาก แต่ก็ต้องมีคนเดินประคองล้อทั้งสองด้าน ชุดจักรยานนี้เป็นของใหญ่และหนัก เมื่อต้องอ้างปากค้างอยู่นานๆ น้ำลายก็ไหลยืดยาว ยังมีชุดอื่นๆ อีกครับ ทั้งหมดนี้ต้องยอมรับว่ามีความคิดสร้างสรรค์อันสุดบรรเจิดจริงๆ

เวลาขบวนเดินผ่านตรงไหนชาวบ้านสองข้างทางก็จุดประทัดสายโยนใส่ ทั้งควันทั้งเสียงนั้นสุดจะอื้ออึง ผมหูอื้อคันเนื้อตัวด้วยเขม่าประทัด สมน้ำหน้าตัวเองที่หาเรื่องไปเดินกับเขา แต่รูปแบบอย่างนั้นมีคนชอบมากครับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในสมัยนั้นถึงขนาดบรรจุเมืองภูเก็ตตอนกินเจเป็น Amazing Thailand บนปฏิทินท่องเที่ยว โฆษณาชักชวนให้ฝรั่งมาดูสิ่งมหัศจรรย์

อาหารเจ

ผมเคยอยากรู้ว่าที่อื่นจะเป็นอย่างไร เลยลองไปที่เมืองตะกั่วป่าเก่าที่พังงา ที่นั่นอาคารบ้านเรือนเคยเฟื่องฟูเป็นยุคเดียวกับภูเก็ต คนจีนก็เป็นกลุ่มภาษาฮกเกี้ยนเหมือนกับภูเก็ต ศาลเจ้าก็มี องค์เทพเทวดาก็เหมือนกัน มีลูกศิษย์เซียนเหมือนกัน แต่รูปแบบงานน่ารัก เงียบ และขลัง ไม่มีอะไรโลดโผนเหมือนภูเก็ต ผมยังเชื่อว่าถ้าในสมัยนี้เขายังมีเทศกาลกินเจอยู่ก็คงยังน่ารักเหมือนเดิม

นั่นเป็นเรื่องราวของเทศกาลกินเจที่ผมรู้จักเคยเห็น สำหรับในกรุงเทพฯ ในปัจจุบันมีงานเทศกาลอันเอิกเกริกใหญ่โต แต่มาในรูปแบบสวยงาม มีขบวนแห่พระโพธิสัตว์กวนอิม ขบวนนางฟ้าเทศกาลกินเจ แล้วเกือบทั่วกรุงเทพฯ ประดับประดาด้วยธงเจสีเหลือง

อาหารเจ

อาหารเจ

มีอีกอย่างหนึ่งที่เชื่อว่า เทศกาลกินเจเป็นงานเทศกาลที่ยิ่งใหญ่จริงๆ เพราะเคยมีคนคำนวณตัวเลขทางเศรษฐกิจว่าจะมีเงินสะพัดในช่วงเวลานี้จำนวนมหาศาลเหลือเชื่อ แต่สำหรับปีนี้ยังไม่เห็นตัวเลขนั้น

ไหนๆ เป็นเรื่องเงินสะพัดแล้ว ก็ขอบ่นเรื่องเงินออกจากใครไปเข้าใคร และเป็นเรื่องใกล้ตัวทั้งคนกินเจและคนไม่กินเจที่จะโดนเอาเปรียบจากราคาผักทุกชนิด พอใกล้เทศกาลกินเจต้องมีข่าวผักแพงทุกปี มีการโทษฝนมากไปบ้าง ฝนน้อยไปบ้าง ที่ทำให้ผักแพง ผักหลายอย่าง เช่น หอม กระเทียม ผักชี ต้นหอม ขึ้นฉ่าย กุ้ยช่าย ซึ่งไม่ได้ใช้ในอาหารเจก็ติดขบวนการผักแพงไปด้วย

อีกอย่าง อาหารเจที่ต้องซื้อกินราคาเหมือนกดปุ่มขึ้น-ลงได้ในวันเดียว เห็นง่ายๆ ตามศูนย์อาหารในห้าง ในศูนย์อาหารส่วนใหญ่จะมีร้านข้าวแกงหรือกับข้าวข้าวต้ม กับข้าวตามตัวอย่าง เช่น มะเขือยาวผัดใส่หมูสับ ใส่ใบกะเพรา ใส่พริกชี้ฟ้า ปกติจานละ 25 บาท ผัดถั่วงอกใส่เต้าหู้ ใส่ต้นหอม 20 บาท พอวันรุ่งขึ้นที่เป็นวันแรกของเทศกาลกินเจราคาอาหารจะเปลี่ยนทันที มะเขือยาวผัดใส่ใบโหระพาไม่มีหมูสับ ไม่มีพริก ขึ้นเป็น 30 บาท ผัดถั่วงอกไส่เต้าหู้ ไม่ใส่ต้นหอม ขึ้นเป็น 25 บาท ราคาจะยืนอย่างนั้นไป 10 วัน พอวันรุ่งขึ้นที่ออกเจแล้วอาหารอย่างเดิมราคากลับไปเหมือนเดิม มีคำตอบที่ไม่ใช่คำตอบคือต้นทุนอาหารและผักแพง ก็นี่แหละเทศกาลกินเจที่ไม่น่าเบียดเบียนกันเลย

พอเห็นตัวอย่างนี้ คงต้องกลับไปย้อนวิธีคิด วิธีปฏิบัติ ของคนสมัยก่อนที่เคยมีว่าไม่กินเนื้อสัตว์ ไม่หงุดหงิดอารมณ์ขุ่นมัว (กับราคาอาหาร) รักษาศีล ไม่คิดร้ายไม่ว่าใคร แล้วจะเป็น 10 วันแห่งมีความแจ่มจิตแจ่มใสนั่นเองครับ

Writer

สุธน สุขพิศิษฐ์

ศิลปะ-ดนตรี-อาหาร ที่มีอยู่ในโลกนี้ ไม่มีพรมแดน ไม่มีภาษา ไม่มีการเมือง ไม่มีการกีดกัน ไม่มีรวยหรือจน เข้าถึงง่าย มีความสุขเท่าเทียมกัน เอาสามอย่างเท่านี้ก็พอ

Photographer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื่องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

รสเกษม

เรื่องอาหารยุคเก่า วัฒนธรรมการกินในวันวาน เปรียบเทียบกับสมัยใหม่โดยนักชิมรุ่นเก๋า

พอออกพรรษาแล้วก็ถึงเทศกาลทอดกฐิน ชาวพุทธจะรู้ว่าสำคัญอย่างไร จะต้องทำอะไร ผมเองเป็นชาวพุทธที่ไม่ได้เรื่อง เรื่องที่ควรรู้กลับไม่รู้ ที่ไหนทอดกฐินก็ไปกินกฐินอย่างเดียว กินตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่ไหน อย่างไร ก็เก็บเอามาเล่า

เอาตั้งแต่เด็กที่ยังไม่ประสีประสา ผู้ใหญ่หอบหิ้วไปงานทอดกฐินทางน้ำ สนุกตื่นเต้นเพราะได้นั่งเรือใหญ่ๆ ไปไกลๆ ถึงวัดริมน้ำที่ทอดกฐิน ซึ่งเป็นปกติของวัดภาคกลาง คนจัดจะเช่าเรือโดยสารเหมาลำขนาดใหญ่ที่ปกติวิ่งขึ้นล่องกรุงเทพฯ อยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี จุคนได้เป็นร้อย ตอนจะลงเรือก็ตื่นเต้น จากที่เรือประดับไฟสว่างไสวทั่วลำ ทั้งสีเหลือง แดง เขียว ดูเหมือนกำลังนั่งศาลเจ้าลอยน้ำ เรือออกจากท่าเรือที่ท่าเตียน วิ่งไปทั้งคืน กว่าจะไปถึงวัดเช้า จำไม่ได้ว่าวัดไหน แต่รู้ว่าอยู่ในเขตอยุธยา 

พอขึ้นศาลาท่าน้ำวัด เห็นคนเยอะแยะ และครึกครื้นด้วยเสียงวงปี่พาทย์ดนตรีไทย มีของกินเพียบ ขนมไทยเยอะแยะ กล้วย ส้ม อ้อย มะพร้าวอ่อน มีเป็นกุรุส ข้าวปลาอาหารใส่กระทง ใช้ใบตาลตัดแทนช้อน แล้วกินกันไม่อั้น

พวกผู้ใหญ่ขึ้นบนศาลาการเปรียญไปทำพิธีทอดกฐิน เราเป็นเด็กก็เดินเล่นรอบๆ วัด ไปเจอผู้ใหญ่นั่งล้อมวงกินอะไรอยู่ก็แถไปดู ก็ได้เรื่อง เพราะวงผู้ใหญ่นั้นกำลังเล่นกระแช่กับเหล้าอุอยู่ เขาเห็นเป็นเด็กกรุงเทพฯ เลยแกล้งให้กินเหล้าอุที่อยู่ในไห ต้องใช้หลอดไม้ซางดูด ตอนกินก็อร่อยดี หวานๆ แต่พอลุกยืนเท่านั้น เป๋ซ้ายเป๋ขวา ทอดกฐินครั้งนั้นจำได้ว่าได้นั่งเรือโดยสาร ได้เที่ยวงานวัด และจำเหล้าอุได้ ซึ่งเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิต

น้ำพริก ขนมจีนแกงไก่ ขนมไทย ผลไม้ และสารพัดของกิน จากครัวสามัคคีงานกฐินในความทรงจำ
น้ำพริก ขนมจีนแกงไก่ ขนมไทย ผลไม้ และสารพัดของกิน จากครัวสามัคคีงานกฐินในความทรงจำ

พอโตเป็นหนุ่ม ไปงานทอดกฐินอยู่บ้าง ส่วนใหญ่มีคนบอกบุญแล้วชวนให้ไปร่วมงาน สนุกตอนแห่ผ้าพระกฐินรอบพระอุโบสถ มันสุดเหวี่ยงจากเสียงแตรวง คนที่จัดพิธีทอดผ้าพระกฐินก็ว่ากันไป แต่ผมมาสนใจเอาที่โรงครัว ซึ่งเหล่าแม่บ้านอาสาสมัครช่วยกันทำอาหารกันเป็นทีมเวิร์ก ทำเสร็จจัดใส่สำรับ เราเป็นแขกก็จัดให้นั่งกิน ที่นั่งกินเป็นโต๊ะและม้ายาวอยู่ใต้ถุนศาลาการเปรียญนั่นเอง สำหรับอาหารคาวหวาน ผลไม้มีครบ เรื่องอร่อยนั้นแน่นอนอยู่แล้ว เพราะเหล่าแม่บ้านแต่ละคนฝีมือเฉียบขาด แล้วยังอิ่มบุญปากที่กินของวัด นี่เป็นการกินกฐินแบบหนึ่ง

เคยรู้จัก ผู้ใหญ่ทองหยิบ แก้วนิลกุล ผู้ใหญ่บ้านผู้หญิงที่บ้านหัวหาด อัมพวา สมุทรสงคราม ผู้ใหญ่ทองหยิบเป็นผู้ใหญ่ผู้หญิงแรกๆ ของเมืองไทย ชาวบ้านนับถือมาก เรื่องการดูแลท้องถิ่นได้ใจชาวบ้าน บุคลิกคล่องแคล่ว พูดจาฉะฉาน อัชฌาสัยเป็นเลิศ เป็นนักอนุรักษ์นิยมและหัวก้าวหน้าไปพร้อมๆ กัน ผู้ใหญ่จึงได้รางวัลแหนบทองคำฐานะผู้นำชุมชนยอดเยี่ยม แต่ที่เด็ดดวงที่สุดที่ผมรู้จัก เป็นแม่ครัวมีฝีมือหาใครเทียบยาก

ผมได้สูตรน้ำพริกกะปิ น้ำพริกมะขามสด ปลาทูสดย่างกาบมะพร้าวกับน้ำปลาพริกแบบมอญ แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย จากผู้ใหญ่ทองหยิบนี่แหละ ผู้ใหญ่เป็นผู้บุกเบิกโฮมเสตย์ในแถบคลองอัมพวา ที่พ่วงสอนทำอาหารไทยให้อีกด้วย 

ญี่ปุ่น ฝรั่งหลายชาติ ชอบมาพักมาบ้านผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่จับเดินเข้าสวนเก็บผลหมากรากไม้ในสวนเอามาทำกิน เรื่องภาษาไม่มีปัญหา พูดกันรู้เรื่องจนได้ ความฉลาดและจี้เส้นของผู้ใหญ่ชอบตั้งชื่อใหม่ให้แขก คนนั้นชื่อแตงกวา ลิ้นจี่ ส้มโอ กล้วย มะม่วง เพราะว่าชื่อติดตัวคนพวกนั้นเรียกยาก ตั้งใหม่จำง่ายว่าใครเป็นใคร

น้ำพริก ขนมจีนแกงไก่ ขนมไทย ผลไม้ และสารพัดของกิน จากครัวสามัคคีงานกฐินในความทรงจำ
เล่าเรื่องบรรยากาศและของกินประจำงานกฐิน ความอิ่มบุญและอิ่มท้องในงานบุญสมัยก่อน

ผมไปงานทอดกฐินวัดใกล้บ้านผู้ใหญ่ สนุกมาก ถามว่าทำไมกับข้าวเลี้ยงแขกมีแต่ขนมจีนน้ำยา กับขนมจีนแกงไก่เท่านั้น ผู้ใหญ่บอกว่าง่าย สะดวก และอิ่ม ดั้งเดิมตั้งแต่โบราณทำกันมาอย่างนั้น สมัยก่อนชาวบ้านมาช่วยกันตั้งโรงทำขนมจีน ตั้งแต่หมักข้าวเจ้า โม่เป็นแป้ง ปั้นก้อนแป้ง นวด และเอามาโรยในน้ำร้อนเป็นเส้นขนมจีน ส่วนน้ำยานั้น ปลากับมะพร้าวทำกะทินั้นอัมพวามีเหลือเฟือ พอมาสมัยนี้ขนมจีนก็ซื้อเอา ทำแกงเขียวหวานไก่เพิ่ม นี่ทำให้รู้ว่าขนมจีนน้ำยา เป็นอาหารของสังคมประเพณีใช้ได้ทุกงาน รวมทั้งงานทอดกฐิน

มาเป็นทอดกฐินแบบเหนือบ้าง สมัยก่อนผมขึ้นดอยอินทนนท์เป็นนิจ แล้วลงไปอำเภอแม่แจ่ม ซึ่งดั้งเดิมอำเภอนี้เหมือนเป็นเมืองลับแลของเชียงใหม่ จะเข้า-ออก ต้องไปทางออบหลวง ชายขอบระหว่างอำเภอจอมทอง เชียงใหม่ กับแม่ฮ่องสอน พอมีถนนบนดอยอินทนนท์ก็ตัดลงไปอีกเส้นหนึ่ง สะดวกขึ้น แต่ค่อนข้างชันและคดเคี้ยว จำแม่นว่าพอโค้งสุดท้ายจะเห็นแม่แจ่มแบบพาโนรามาเต็มตา ตื่นตาตื่นใจกับความงามบริสุทธิ์เหมือนรักแรกพบ แล้วไม่ใช่เป็นแต่ผมคนเดียว เผ่าทอง ทองเจือ เพื่อนเก่าแก่ผมก็ตกอยู่ในอาการเดียวกัน จะหนักกว่าด้วยซ้ำไป ไปหลายๆ ครั้งสุดท้ายก็ซื้อบ้านเก่า ที่เคยเป็นคุ้มหมอเมืองเก่า ที่ปล่อยรกร้างอยู่นาน สวยตามแบบบ้านเรือนล้านนาแท้ๆ แต่เฮี้ยนน่าดู

แม่แจ่มมีวัดป่าแดดเก่าแก่ที่มาก อุโบสถเป็นสถาปัตยกรรมล้านนาโบราณย่อเก็จสามชั้น อาจารย์สน สีมาตรัง ผู้เชี่ยวชาญสถาปัตยกรรมและจิตรกรรมฝาผนังล้านนา ยกย่องวัดป่าแดดเป็น 1 ใน 12 วัดที่จิตรกรรมฝาผนังยอดเยี่ยมของล้านนา แต่สมัยก่อนทรุดโทรมไปเยอะ เผ่าทองมีจิตกุศลไปทำโครงการบูรณะซ่อมแซมวัดป่าแดดจนเรียบร้อย 

เสร็จงานวัดป่าแดดแล้ว หาเรื่องมาทำงานจุลกฐินที่วัดยางหลวง เมื่อ พ.ศ. 2548 บอกบุญกับเหล่าไฮโซกระเป๋าหนักให้ไปทอดกฐิน งานเท่มาก จับเหล่าไฮโซพักตามบ้านชาวบ้าน ให้กินง่ายอยู่ง่าย ตอนค่ำมีมื้อสุดซึ้งกับกับบรรยากาศล้านนาหรือกาดมั่ว นั่งกินกับเสื่อ ข้าวปลา อาหารเป็นพื้นถิ่นตัวจริง เป็นกาดมั่วที่ไม่ดัดจริต ง่ายๆ ชาวบ้านมานั่งจัดสำรับให้กิน ยังมีสะล้อ ซอ ซึง ฟังเสนาะหู แถมมีชาวบ้านเอาผ้าทอมือ ผ้าผวยห่มนอน ผ้าคลุมไหล่กันหนาว ผ้าซิ่นตีนจก มาวางขายยั่วกิเลส อะไรๆ ลงตัวไปหมด โดยเฉพาะตอนนั้นแม่แจ่มเหมือนเปิดแอร์ทั้งอำเภอ

จุลกฐินเป็นประเพณีโบราณ มีขบวนการขั้นตอนการทำผ้าไตรจีวรสำหรับพระ เริ่มตั้งแต่เก็บดอกฝ้ายมาหีบ ปั่นเป็นเส้นด้าย ทอเป็นผืน ตัดเย็บ ย้อมสี รีดจนเป็นจีวร จะต้องเสร็จภายใน 24 ชั่วโมง เรียกว่าเสร็จหมาดๆ ก็ถวายเป็นผ้าพระกฐินได้เลย ที่สำคัญที่สุดการเก็บดอกฝ้าย มาหีบปั่นเป็นเส้นด้ายนั้น ต้องเป็นเด็กสาวพรหมจรรย์ แม่แจ่มเหมาะกับทำจุลกฐินเพราะเป็นเมืองปลูกฝ้าย สำหรับทอผ้าอยู่แล้ว 

ที่เผ่าทองทำจุลกฐินครั้งนั้น อยากให้ชาวเมืองกรุงให้เห็นจุลกฐิน ซึ่งที่อื่นๆ หายไปเกือบหมดแล้ว

เล่าเรื่องบรรยากาศและของกินประจำงานกฐิน ความอิ่มบุญและอิ่มท้องในงานบุญสมัยก่อน

ตอนทอดกฐินนั้นอลังการ แต่เป็นธรรมชาติสุดๆ ชาวบ้านตั้งแต่แม่อุ้ยถึงเด็กสาวเล็กๆ นุ่งผ้าซิ่นตีนจกแม่แจ่มทุกคน ผ้าซิ่นตีนจกที่ยอดเยี่ยมที่สุดในเมืองไทยมีที่หาดเสี้ยว ศรีสัชนาลัย บ้านน้ำอ่าง อุตรดิตถ์ และแม่แจ่มเชียงใหม่ ถ้าอยากเห็นผ้าซิ่นตีนจกหาดเสี้ยวกับบ้านน้ำอ่าง ต้องไปงัดจากตู้ที่ร้านขายผ้า แต่สำหรับแม่แจ่มนั้นพอมีงานบุญทีไรจะใส่กันทั้งเมือง เห็นผ้าซิ่นสวยๆ ละลานตา นี่เป็นประเพณีที่งดงามหมดจด ใครเห็นก็ต้องหลงเสน่ห์เมืองแม่แจ่ม

การทอดกฐินปรับตัวมาเรื่อยๆ ตามสภาพสังคม บางทีก็งงๆ อยู่เหมือนกันว่าวัดเยอะแยะไปหมด บางวัดห่างกันแค่ 100 – 200 เมตร แล้วญาติโยมอุปัฏฐากวัดจะทอดกฐินวัดไหน เดี๋ยวนี้ถึงมีการหลีกทางกัน วัดนั้นทอดวันเสาร์ วัดนี้ทอดวันอาทิตย์ อีกอย่างเพื่อความสะดวกต่อคนทำงาน พนักงานต่างๆ ที่หยุดวันเสาร์-อาทิตย์ด้วย

วัดเองก็ต้องมีศรัทธาวัดที่จะมาเป็นเจ้าภาพในการทอดกฐิน คนนั้นต้องไประดมปัจจัยมาทำบุญ ให้ได้เงินเข้าวัดมากๆ ยิ่งดี นอกจากศรัทธาหาเงินแล้วต้องมีศรัทธาเอาอาหาร เครื่องดื่ม ขนม มาตั้งซุ้มให้คนมาร่วมงานกินกัน จะมีอยู่ 2 อย่าง มีทั้งร้านค้าขายอาหารอยู่แล้ว เอาของที่ขายมาร่วมทำบุญ อีกอย่างมีคนไปเหมาร้านอาหารที่ดังๆ มีฝีมือมาออกร้าน วัดไหนใหญ่โต ศรัทธาวัดเยอะ อาหารการกินก็สมบรูณ์ ก๋วยเตี๋ยว ข้าวแกง กวยจั๊บ กระเพาะปลา ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ส่วนใหญ่เน้นสะดวกทำมาเรียบร้อยแล้วมาตั้งเลย ประเภทมาทำหน้างานจานต่อจานจะยุ่งยาก ไม่ค่อยนิยม

ชาวบ้านรวมทั้งผมเองด้วยชอบ ไปทำบุญถวายปัจจัยให้วัดแล้วถือโอกาสกินกฐิน วันเสาร์ไปกินวัดนั้น วันอาทิตย์ไปกินวัดนั้น ร้านไหนถูกปากขึ้นทะเบียนไว้ ตามไปกินที่ร้านที่เขาขายอยู่ หรือบ้านไหนทำอะไรอร่อยก็ถามสูตรมา แต่การกินกฐินปีนี้อาจจะทำไม่ได้ เพราะคนเยอะเสี่ยงกับโควิด-19 ต้องยกยอดไปปีหน้า

Writer & Photographer

สุธน สุขพิศิษฐ์

ศิลปะ-ดนตรี-อาหาร ที่มีอยู่ในโลกนี้ ไม่มีพรมแดน ไม่มีภาษา ไม่มีการเมือง ไม่มีการกีดกัน ไม่มีรวยหรือจน เข้าถึงง่าย มีความสุขเท่าเทียมกัน เอาสามอย่างเท่านี้ก็พอ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load