ใครไป 7-Eleven บ่อย ๆ แล้วชอบเลือกซื้อสินค้าในตู้เย็นที่เต็มไปด้วยอาหาร Ready to Eat น่าจะเคยหยิบข้าวโพดฝัก V Farm ในบรรจุภัณฑ์สีเขียวสดลงตะกร้า อุ่นทานร้อน ๆ แกะซองออกมาพบว่าหวาน หอม อร่อย เหมือนแกะเปลือกกินสด ๆ จากต้นแบบไม่ต้องลุ้น

เริ่มต้นจากข้าวโพด แตกลายสินค้าจากพืชชนิดเดียวกันเป็นหลายอย่าง ตามมาด้วยผลิตภัณฑ์ชนิดอื่น ๆ ที่ส่งตรงจากฟาร์มในรูปแบบพร้อมทานอย่างแห้วหรือมันหวานญี่ปุ่น และล่าสุดปีที่ผ่านมา มีอาหารพร้อมทานกลุ่ม Plant-based ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก

ธุรกิจนี้ก่อตั้งในปี 2014 ภายใต้ชื่อบริษัท V Foods Thailand โดย คุณอภิรักษ์ โกษะโยธิน ไอเดียตั้งต้นคือการทำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ จนได้ไปอ่านงานวิจัยเกี่ยวกับข้าวโพด ซึ่งตีพิมพ์โดยมหาวิทยาลัยคอร์เนล บทความเล่าถึงคุณประโยชน์ของข้าวโพดต้มสุกที่ยังไม่รู้ทั่วในวงกว้าง แม้ว่าจะเป็นอาหารที่คนไทยคุ้นเคยกันอยู่แล้ว

“แต่ผู้บริโภคส่วนใหญ่กินเพื่อรสชาติอร่อย เป็นอาหารทานเล่นทั่วไป ไม่ได้ทานในเชิงคุณประโยชน์แบบ Functional Benefits”

V Farm ประสบความสำเร็จในการผลิตสินค้าจากวัตถุดิบทางการเกษตร ได้ทำงานวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ พร้อมรางวัลในมือมากมาย อาทิ 7-Eleven Innovation Awards และ 7-Eleven Thai SMEs Sustainability Awards จากซีพี ออลล์, Innovative House Awards ประเภทผู้ประกอบการดีเด่น จากสำนักพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และเมื่อปีที่ผ่านมาก็ได้รับรางวัลชนะเลิศในด้านเศรษฐกิจประเภทวิสาหกิจขนาดกลาง National Innovation Awards จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA)

พี-อนรรฆ โกษะโยธินเริ่มเข้ามารับช่วงต่อจากคุณพ่อในแผนกการตลาดเมื่อหลายปีก่อน และจะมารับหน้าที่เล่าเรื่องการเดินทางของแบรนด์นี้ให้เราฟัง

V Farm เจ้าของข้าวโพดใน 7-Eleven ที่มีระบบกระจายสินค้าสดจากไร่ทุกวันทั่วไทย

01

ธุรกิจข้าวโพดของ V Farm มีจุดเริ่มต้นอยู่ 2 เรื่อง คือผลิตภัณฑ์มีคุณประโยชน์ที่ดีต่อร่างกายและตลาดในเมืองไทยคนรู้จักข้าวโพดอยู่แล้ว ทำให้การสื่อสารการให้ความรู้นั้นง่ายกว่า

ตอนเริ่มต้นธุรกิจบริษัทยังไม่มีโรงงานผลิตของตัวเอง จึงต้องสร้างเครือข่ายกับโรงงานที่ได้มาตรฐาน รวมถึงเกษตรกรที่ได้คุณภาพมาเป็นคู่ค้า 

ด้วยความที่สินค้ามี Low Shelf Life หรืออายุในการเก็บรักษาระยะสั้น โมเดลธุรกิจจึงให้ความสำคัญกับการกระจายสินค้าเป็นที่สุด คำตอบคือการจำหน่ายใน 7-Eleven ร้านสะดวกซื้อที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศและทุกหัวเมือง แถมยังเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งพีบอกว่า

“หัวใจของสินค้าเราคือ Fresh from farm to you ถ้าไม่ใช้โมเดลนี้ เราไม่มีทางกระจายสินค้าทั่วประเทศได้ทุกวัน”

กระบวนการผลิตของข้าวโพด V Farm เริ่มตั้งแต่ช่วงตี 4 เกษตรกรจะออกไปไร่เพื่อตัดข้าวโพด ที่ต้องไปแต่เช้ามืดเพราะแดดกลางวันทำให้ผลผลิตเสียง่ายขึ้น พวกเขาใช้เวลาราว ๆ 8 ชั่วโมงในการเก็บเกี่ยว ก่อนจะนำมาเข้ากระบวนการทำความสะอาด ปอกเปลือก แบ่งตามสายผลิตภัณฑ์ ซึ่งใช้เวลาอีก 4 ชั่วโมง

นั่นแปลว่าภายใน 12 ชั่วโมง ผลผลิตจะอยู่ในแพ็กเกจพร้อมส่ง และกระจายไปยัง 7-Eleven นับหมื่นสาขา

เรียกได้ว่าต้องอาศัย Know-how ตั้งแต่การเพาะปลูก การถนอมอาหาร และการกระจายสินค้าที่จะตอบโจทย์ธุรกิจนี้

“ตั้งแต่ตัดออกมาจากต้น ผู้บริโภคสามารถกินได้เลยในวันเดียวกัน สินค้าของเราจึงสด ใหม่ อร่อย สินค้าที่ส่ง 7-Eleven จะผ่านกระบวนการพาสเจอไรซ์ พูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็เหมือนนม นมยูเอชทีในกล่องกับนมพาสเจอไรซ์ที่ต้องแช่ตู้เย็น เวลาดื่มจะรู้สึกว่ารสชาติแตกต่างกัน ของเราก็เป็นแบบนั้น”

ข้อดีของการพาสเจอไรซ์คือคงรสชาติดั้งเดิมไว้ได้มากที่สุด ขณะที่ข้อเสียคือ Shelf Life ต่ำกว่ามาก สินค้าส่วนใหญ่มีอายุแค่ 7 วัน บางอย่างโชคดีหน่อยก็ 12 วัน และจำเป็นต้องอยู่ในตู้เย็น 

“ข้อจำกัดคือเราไปขายที่อื่นไม่ได้ เช่น ร้านซูเปอร์มาร์เก็ตและห้างสรรพสินค้า เพราะสินค้าที่ห้างต้องมี Shelf Life นานหน่อย เพราะคนเดินห้างช่วงวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ดังนั้น Business Model สินค้านี้มันเหมาะกับ 7-Eleven ซึ่งพอจะไปขายที่อื่น เราก็ต้องพัฒนาสินค้าขึ้นมาใหม่”

การเป็นคู่ค้ากับร้านสะดวกซื้อเจ้าเดียวก็กลายเป็นอีกข้อจำกัดในด้านแบรนดิ้ง เพราะลูกค้าจำแบรนด์ไม่ได้ รู้จักแต่ ‘ข้าวโพดเซเว่น’

พีและทีมจึงผลัดกันสื่อสารผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ รวมถึงรีแบรนดิ้งครั้งใหญ่ พัฒนาเว็บไซต์ ปรับแพ็กเกจจิ้ง และเปลี่ยนจากที่เคยใช้ชื่อเฉพาะสำหรับอาหารประเภทต่าง ๆ เช่น V Corn กับข้าวโพด และ V Farm กับฟาร์มโปรดักต์อื่น ๆ มาอยู่ภายใต้ร่มเดียวกันในชื่อ V Farm ทั้งหมด

02

ข้าวโพดไม่ใช่ของใหม่ในตลาดและหาซื้อได้ทั่วไป แต่ V Farm เล็งเห็นความต้องการของผู้บริโภคที่ยังไม่มีใครเคยตอบรับ

“มันเป็นจุด Unmet Needs เราพัฒนาจากข้าวโพดที่ซื้อได้ทั่วไป มาเป็นข้าวโพดสายพันธุ์พิเศษ เพื่อให้ผู้บริโภคได้กินข้าวโพดที่อร่อย สะอาดกว่า สดกว่า เราให้ความสำคัญกับกระบวนการต่าง ๆ ตั้งแต่การวิจัยข้าวโพดสายพันธุ์ต่าง ๆ และวิธีปลูก ไปจนถึงกระบวนการผลิตแบบพาสเจอไรซ์

“เรามอบความแน่นอนให้ผู้บริโภค ด้วยแหล่งที่มาคุณภาพ ผลผลิตได้มาตรฐาน ไม่ต้องลุ้นขนาดฝักว่าจะเล็กหรือใหญ่ ครั้งนี้จะเท่ากับที่ซื้อครั้งก่อนไหม หวานเหมือนกันทุกฝัก และมีขายตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ต้องกลัวว่าวันนี้แม่ค้าจะมาหรือไม่มา” พีหัวเราะ

“เราเลยไม่เคยเปรียบเทียบว่าของเราดีกว่า แต่มีจุดยืนอยากทำให้คนเห็นประโยชน์จากข้าวโพด มากกว่ากินแค่เพราะอร่อย และพยายามสื่อสารเรื่องข้อดีของมันมาตั้งแต่วันแรก”

V Farm เจ้าของข้าวโพดใน 7-Eleven ที่มีระบบกระจายสินค้าสดจากไร่ทุกวันทั่วไทย

03

โปรดักต์หลักของ V Farm คือข้าวโพดสายพันธุ์ Golden Sweet Corn ซึ่งวิจัยมาแล้วว่าปลูกได้ดี ได้ผลสม่ำเสมอ และเป็นสินค้ากินง่ายที่คนคุ้นเคยกันดี แต่หากลองดูรายการสินค้าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สินค้าของแบรนด์นี้ทั้งสนุกและตอบโจทย์ ขอยกตัวอย่างสักเล็กน้อย

ปี 2014 ข้าวโพดหวานพร้อมทานแบบฝัก เมล็ดข้าวโพดคลุกเนยแบบถ้วย

ปี 2015 ข้าวโพดหวานแบบฟักตัด 3 ท่อน น้ำนมข้าวโพด

ปี 2016 เมล็ดข้าวโพดปิ้งน้ำกะทิแบบถ้วย

ปี 2017 เมล็ดข้าวโพดพร้อมทานแบบถ้วย

ปี 2018 ชุดรวมนึ่งหรือ Healthy Mix ประกอบด้วยข้าวโพด มันม่วง ฟักทอง นึ่ง

ปี 2019 ข้าวโพดข้าวเหนียวม่วงแบบฝัก (สินค้าตามฤดูกาล) ข้าวโพดฝักรสซอสต๊อด (ทำงานร่วมกับTODD Sauce) น้ำฟักทอง 

ปี 2020 ส้มตำข้าวโพดสูตรตำมั่ว (ทำงานร่วมกับTUMMOUR) น้ำนมข้าวโพดสูตรเพิ่มเนื้อ น้ำนมข้าวโพดสูตรน้ำตาลน้อยกว่า มันหวานญี่ปุ่นนึ่ง ลูกเดือยอบกรอบ

ปี 2021 อาหารพร้อมทานที่ทำจากพืชในซีรีส์ Plant-based Bites Classic Thai Taste แห้วนึ่งพร้อมทาน ข้าวโพดเทียนทิพย์แบบฝัก (สินค้าตามฤดูกาล)

พีเล่าให้ฟังว่า ขณะที่สินค้าบางอย่างคิดค้นขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างแท้จริง เช่น ชุดรวมนึ่งตั้งแต่ยุคที่คลีนฟู้ดยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง แต่เป็นของว่างที่อิ่มท้องและมีสารอาหารเพียงพอ หาซื้อง่าย กินได้เร็ว หรือน้ำนมข้าวโพดที่แต่ก่อนไม่มีเมล็ดข้าวโพด แต่จากการสอบถามพบว่าคนรุ่นใหม่ชอบกิน ก็เลยใส่เพิ่มเข้าไป เป็นต้น

สินค้าบางอย่างก็ตอบโจทย์ธุรกิจไปด้วยในเวลาเดียวกัน อย่างสายผลิตภัณฑ์ข้าวโพดทั้งหลายที่นอกจากถูกใจคนกิน ยังใช้ประโยชน์จากข้าวโพดได้ทุกส่วน ฝักที่ได้เกรดเอนำไปขายทั้งฝัก ส่วนฝักที่ขนาดไม่ได้มาตรฐานแทนที่จะเสียเปล่า ก็มาคิดต่อว่ามีวิธีไหนที่แก้ไขปัญหานี้ได้ แต่ยังเสิร์ฟได้เหมือนเดิม ทั้งกินง่ายขึ้น เลยนำมาตัดเป็น 3 ท่อน รวมถึงน้ำนมข้าวโพดและข้าวโพดคลุกเนยที่เสิร์ฟในถ้วย เพื่อให้มีส่วนที่เหลือจากการผลิตให้น้อยที่สุด

เขาคิดไปถึงขั้นที่นำซังข้าวโพดที่เหลือทิ้งจากการรูดเมล็ดทำน้ำนม ต่อยอดเป็นถ่านฟืนออกมาขาย และวันหนึ่งถ้าเราเห็นผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าที่ทอจากไหมข้าวโพดก็ไม่ต้องแปลกใจ

สินค้า Collaboration อย่างข้าวโพดกับซอสต๊อดและส้มตำข้าวโพดก็มีที่มาที่ไปน่าสนใจมาก ข้าวโพดกับซอสต๊อดเกิดจากที่แบรนด์มองหาความสดใหม่จากเทรนด์ชอบกินเผ็ด ออกมาเป็นข้าวโพดเสียบไม้คลุกซอสทานง่าย

ส่วนส้มตำข้าวโพดได้ร้านตำมั่วเข้ามาเป็นพาร์ตเนอร์ พัฒนาซอสส้มตำในแพ็กเกจจิ้งเป็นถ้วย แยกวัตถุดิบเครื่องปรุงทุกอย่าง เขย่าให้เข้ากันและกินได้เลย

ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ของ V Farm แบ่งออกเป็น3 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ สินค้าจากข้าวโพด สินค้าจากฟาร์มอย่างแห้ว มันหวานญี่ปุ่น มันม่วง หรือฟักฟอง และสินค้ากลุ่มอาหาร Plant-based พร้อมทานที่ทำจากพืช

V Farm เจ้าของข้าวโพดใน 7-Eleven ที่มีระบบกระจายสินค้าสดจากไร่ทุกวันทั่วไทย

Plant-based Food เกิดจากการที่บริษัทไปร่วมลงทุนในบริษัท Foodtech Startup เจ้าของผลิตภัณฑ์เนื้อที่ทำจากพืช More Meat และนำมาต่อยอดเป็นอาหารพร้อมทานที่ทำจากพืช V Farm Plant-based Bites รสชาติไทย ๆ เช่น ลาบทอด ต้มยำทอด และทอดมันข้าวโพดเนื้อปู โดยใช้โปรตีนจากพืชที่ทำจากถั่วเหลืองและเห็ดแครง ซึ่งเป็นโปรตีนจากพืชที่มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ และยังเป็นการไปส่งเสริมเกษตรกรที่ จ.สงขลา ซึ่งถือเป็นก้าวใหม่ของ V Farm เพราะเป็นโปรดักต์ที่ไม่เคยทำมาก่อน แถมยังสะดวก

“ตั้งแต่เปิดบริษัทมา เรายกให้ผู้บริโภคเป็นหลัก ยุคก่อนเวลาหากลุ่มเป้าหมาย ก็มักจะยึด Demographicต่าง ๆ เพศอะไร อายุเท่าไหร่ มีรายได้ต่อเดือนแค่ไหน ทาร์เก็ตของเราในวันนี้ไม่ใช่แบบนั้นอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นกลุ่มที่เราเรียกว่า Urban Healthy Lifestyle หรือคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในหัวเมือง ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพฯ เชียงใหม่ อุบลฯ หรือภูเก็ต คนในหัวเมืองจะมีวิถีใกล้เคียงกัน คนทำงานใช้ชีวิตเร่งรีบ ไม่ค่อยมีเวลาดูแลตัวเอง 

“สินค้าของเราไปทาง Mass อยู่แล้ว แต่ต้องอยู่ในราคาที่จับต้องได้ ทาร์เก็ตอีกกลุ่มอย่างคนที่ทานมังสวิรัติหรือวีแกน ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณในช่วงหลังมานี้ จนตอนนี้มีแบบที่เรียกว่า Flexitarian ซึ่งมาจาก Flexible กับ Vegetarian คนเหล่านี้จะยืดหยุ่นมากกว่า ทานผักมากกว่าเนื้อ ซึ่งนอกจากดีต่อสุขภาพแล้ว ยังช่วยลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มาจากการผลิตเนื้อสัตว์ได้อีกด้วย

“เราไม่ได้บังคับให้ทุกคนเปลี่ยนมากินผัก แต่เราทำอะไรที่คนคุ้นเคยอยู่แล้ว ให้มันสะอาด ได้คุณประโยชน์ครบถ้วน ใครกินก็เป็นสิ่งที่ดีต่อตัวเขา”

V Farm อาหารพร้อมทานสดจากฟาร์ม เจ้าของข้าวโพดใน 7-Eleven ที่มีระบบกระจายสินค้าทุกวันทั่วประเทศ

04

สายผลิตภัณฑ์ข้าวโพดยังขายอยู่ที่เดียวที่ 7-Eleven เพราะมีข้อจำกัดเครื่องการกระจายสินค้าเพื่อคงความสดใหม่ ส่วน Farm Product ที่พัฒนาให้เก็บรักษาได้นานขึ้น และ Plant-based Food ซึ่งมีอายุยืนกว่า เริ่มกระจายไปที่ซูเปอร์มาร์เก็ตและบนร้านค้าออนไลน์ และส่งออกไปต่างประเทศเช่นอังกฤษและฮ่องกงในปีที่ผ่านมา

ข้าวโพดฝักตัด 3 ท่อนจำนวนหมื่นกว่าแพ็ก แห้วพร้อมทานจำนวนหมื่นกว่าแพ็ค และข้าวโพดถ้วยคลุกเนยจำนวนเกือบ 2 หมื่นแพ็ก ถูกกระจายไปทั่วประเทศในทุก ๆ วัน

ด้วยยอดการผลิตที่สูงและสม่ำเสมอในทุกวัน V Farm จึงต้องการคนร่วมอุดมการณ์ในการทำธุรกิจนี้ให้ยั่งยืน โดยบริษัทได้เข้าไปส่งเสริมครือข่ายเกษตรกรที่ทำงานร่วมกันตั้งแต่วันแรกในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี และขยายไปในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและอีสานกว่า 1,000 ครัวเรือนต่อปี

“ถ้าเกษตรกรปลูกข้าว 10 ไร่ จะได้สูงสุด 2 รอบต่อปี และมีผลกำไร 80,000 บาท แต่ถ้าปลูกข้าวโพดจะได้ 2 – 3 รอบ จะมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 210,000 บาทต่อปี

“เครือข่ายเกษตรกรทุกรายจะได้ทำข้อตกลง Contract Farming เราจะเข้าไปให้ความรู้ ให้ Know-how ในการปลูก เข้าไปช่วยพัฒนาให้ฟาร์มทันสมัยมากขึ้นเป็น Smart Farming เราใช้โดรนในการเพาะปลูกเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายและเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร รวมถึงมีการรับประกันราคาให้เกษตรกรมีความมั่นคงทางรายได้ ส่งเสริมการจ้างงาน”

พียังบอกว่า ในเร็ว ๆ นี้ V Farm จะเริ่มทำฟาร์มทดลองของตัวเองที่โคราช เพื่อทดลองปลูกพืชสายพันธุ์ใหม่ ๆ แก้ปัญหาที่พบมาตลอด คือการันตีเรื่องจำนวนหรือคุณภาพของผลผลิตตามฤดูกาลไม่ได้ เพราะสินค้าตามฤดูกาลมีจำนวนไม่มาก พอปลูกได้ไม่มากแถมยังเป็นของใหม่ เกษตรกรก็ไม่กล้าเสี่ยง 

“เราเคยมีข้าวโพดข้าวเหนียวสีม่วงวางขาย เราเคยมีข้าวโพดเทียนของอีสานด้วย แต่ก็ทำได้ไม่นานเพราะมันจัดการยาก”

ฟาร์มทดลองจะช่วยให้มีสินค้าใหม่ ๆ สนุก ๆ มากขึ้น เป็นต้นแบบให้เกษตรกรในเครือข่าย สร้างความมั่นใจ เพิ่มโอกาสในการทำเกษตรของเขา และมาพัฒนาต่อยอดให้เป็นฟาร์มประจำแบรนด์ไปได้ด้วย ในทางกลับกัน อาจช่วยดึงดูดให้เกษตรกรรุ่นใหม่รับช่วงต่อฟาร์มครอบครัว แล้วพัฒนาให้เท่าทันเทคโนโลยีและสินค้าที่เปลี่ยนแปลงอยู่ทุกวัน

V Farm อาหารพร้อมทานสดจากฟาร์ม เจ้าของข้าวโพดใน 7-Eleven ที่มีระบบกระจายสินค้าทุกวันทั่วประเทศ

05

ในสมัยผู้เป็นพ่อตั้งใจสร้างแบรนด์อาหารที่ส่งผลดีต่อผู้บริโภค มายุคของลูกชาย เขามอง V Farm ไกลไปกว่านั้น

ไม่ใช่ธุรกิจอาหาร แต่เป็นธุรกิจที่เกี่ยวกับการใช้ชีวิต

“ผมว่าพอเราเป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์ก็ทำให้ภาพลักษณ์เห็นชัดกว่า เข้าถึงได้ง่ายกว่า มากกว่าที่จะบอกว่า ฉันเป็นแบรนด์อาหาร ฉันเป็นแบรนด์เสื้อผ้า ถ้าสังเกตแบรนด์ใหญ่ ๆ ในปัจจุบันต่างขยับมาแตะเรื่องไลฟ์สไตล์หมดแล้ว ซึ่งจริง ๆ หัวใจสำคัญเราไม่เคยเปลี่ยน เราให้ความสำคัญกับวิถีชีวิตคนมาตั้งแต่วันแรก โดยเริ่มจากอาหารที่ดีต่อสุขภาพ”

ถ้าลองไล่ดูการสื่อสารบนโซเชียลมีเดียของแบรนด์ จะเห็นเลยว่า V Farm พยายามสื่อสารเรื่องไลฟ์สไตล์มาโดยตลอด เช่น คอนเทนต์เกี่ยวกับเมนูใหม่ ๆ ที่ทำจากข้าวโพด หรือคำอธิบายถึงประโยชน์ของผลิตผลแต่ละชนิดที่มีต่อร่างกาย

แบรนด์ไลฟ์สไตล์ของ V Farm เลยไม่ใช่แค่สินค้าที่สรรค์สร้างออกมา แต่คือเป้าหมาย คือชีวิต คือหัวใจของลูกค้า อนาคตของธุรกิจนี้จึงไร้ข้อจำกัด พวกเขาอาจจะร่วมงานกับแบรนด์เสื้อผ้า ออกสินค้าเฟอร์นิเจอร์ของตัวเอง หรือทำโปรเจกต์สนุก ๆ กับศิลปินสักคน

06

การขยายตัวของธุรกิจทำให้มีพนักงานเจเนอเรชันใหม่เข้ามาร่วมทีม เรื่องการสื่อสารเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดขององค์กรที่มีคนหลายรุ่น 

“เราต้องทำให้ทีมรักกัน ให้เขารู้สึกต่อกันเหมือนเป็นพี่น้อง ไม่ใช่คนนี้แก่ คนนี้เด็ก” พีเล่าพลางเปิดรูปกิจกรรมมากมายที่ยืนยันว่าในทีมมีคนทุกวัย ไม่ว่าจะเวิร์กชอป Team Building หรือทริปทั้งในและต่างประเทศ

กิจกรรมหนึ่งที่ฟังแล้วชอบมากคือV Farm Running Club แบ่งทีมวิ่งเก็บระยะทาง เมื่อถึงเวลาที่กำหนดจะเอาระยะทางมารวมกัน แล้วคำนวณเป็นระยะทางของสถานที่ที่บริษัทจะพาไปเที่ยว

แล้วปีนั้นได้ไปเที่ยวไหน – เราอดสงสัยไม่ได้จริง ๆ 

เขาหัวเราะแล้วตอบว่า เกาหลีใต้

V Farm อาหารพร้อมทานสดจากฟาร์ม เจ้าของข้าวโพดใน 7-Eleven ที่มีระบบกระจายสินค้าทุกวันทั่วประเทศ

07

ครั้งก่อนที่คุยกันเร็ว ๆ พีบอกว่าอยากเห็น V Farm เติบโตไปเป็น Global Thai Brand ซึ่งหมายถึงแบรนด์ไทยที่มีคุณภาพระดับโลก มาวันนี้เขาบอกว่านั่นไม่ใช่วิสัยทัศน์หลัก แต่จะเกิดขึ้นทันทีเมื่อทำธุรกิจอย่างยั่งยืนได้

“เราอยากให้แบรนด์อยู่ไปได้กับทุกยุคสมัย จะด้วยวิธีการผลิต วิธีการเลือกสรร หรือวิธีการแนะนำผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ท้ายที่สุดในแต่ละวัน ถ้าเป็น Global Thai Brand ได้จริง ๆ ก็คงเป็นผลพลอยได้ที่ดีมาก แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร”

เขาแอบเล่าให้ฟังถึงโปรดักต์ใหม่จากวิสัยทัศน์ที่เขาอยากให้ V Farm เป็นธุรกิจที่ยั่งยืนก่อนสิ่งใด และจะนำไปขายที่งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม THAIFEX 2022  ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 – 28 พฤษภาคมนี้

“ทีมงานวิจัยที่อเมริกาบอกว่า อีกไม่กี่ปีคนจะมองหาสินค้า Plant-based ที่มีกระบวนการผลิตและแปรรูปน้อยกว่า หรือที่เรียกว่า Low Processed Food และหันมาบริโภคสินค้าในรูปแบบ Whole Food มากขึ้น 

“ปีนี้ เราเลยจะออกสินค้า Plant-based ในรูปแบบใหม่ ที่ใช้พืชและผักในรูปแบบจากธรรมชาติจริง ๆ ทั้งหมด แต่ยังอร่อยและกินง่าย ตัวแรกคือ Buffalo Cauliflower Wings เหมือนปีกไก่ทอดคลุกซอส แต่เป็นดอกกะหล่ำทั้งหัวแทน อีกตัวคือ Mushroom Nuggets ที่ทำจากเห็ดออร์แกนิคทั้งชิ้น ซึ่งจะเป็น Plant-based Food เวอร์ชันใหม่ ที่ทานง่ายและจะช่วยให้คนหันมาทานพืชผักมากขึ้นมากขึ้น”

แม้มีโมเดลธุรกิจ แนวคิดตั้งต้น สินค้าที่ผลิตออกมา และรางวัลที่น่าภูมิใจกันทั้งบริษัทอย่าง SMEs Sustainability Awards อยู่เต็มสองมือ พียังพูดไม่ได้เต็มปากว่าธุรกิจของเขาประสบความสำเร็จเรื่องความยั่งยืนร้อยเปอร์เซ็นต์

แต่รับปากเอาไว้ว่าจะมีวันนั้น

Writer

พิมพ์อร นทกุล

บัญชีบัณฑิตที่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

เวลาอยากทำอาหารให้อร่อยขึ้น คุณนึกถึงอะไร

ชื่อของสารพัดเครื่องและผงปรุงรสคู่ครัวอาจปรากฏขึ้นในใจ ทุกวันนี้เรามีตัวช่วยมากมายให้เลือกสรรไม่ขาด

แต่ถ้าถามว่าจะทำอาหารให้อร่อยขึ้นได้อย่างไร โดยยังเป็นมิตรต่อสุขภาพ ผู้ป่วยและเด็กน้อยรับประทานได้อย่างไม่ต้องกังวลใจ ตัวเลือกของคุณอาจเหลือเพียงหยิบมือ

“ถ้าอยากสุขภาพดี อย่ารับประทานอะไรที่ทวดของคุณจะไม่รู้จักว่าเป็นอาหาร”

ไมเคิล พอลแลน นักสื่อสารเรื่องอาหาร เคยเขียนประโยคนี้ไว้ ทุกวันนี้อาหารแต่ละมื้อของเรา มักอุดมด้วยสารเคมีสังเคราะห์จากกระบวนการอุตสาหกรรมที่คนทั่วไปอ่านชื่อไม่ค่อยถูกในครั้งแรก ซึ่งช่วยให้อาหารมีคุณสมบัติพิเศษหรืออร่อยขึ้น ชักชวนให้อยากกลับมาลองอีกครั้ง แต่บางอย่าง สะสมไปเรื่อย ๆ ร่างกายจะโกรธคุณแน่

‘Carechoice’ คือแบรนด์ผงปรุงรสจากผักปลอดสารผสมวัตถุดิบธรรมชาติและอาหารเสริมเด็ก ที่เกิดขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานี้ รวมกว่า 80 ผลิตภัณฑ์

Carechoice ผงปรุงรสจากผักที่สู้กับยักษ์ ด้วยการยืนเคียงข้างสุขภาพและธรรมชาติ

ก่อตั้งภายใต้บริษัทชื่อ ด.เด็กกินผัก โดย อ๋า-ธีระวุธ ศิริทองนภา อดีตนักออกแบบภายใน ร่วมด้วย ป้อม-กิตติมา ทองเกตุ อดีตผู้บริหารสถาบันการเงินและภรรยา ที่ฝันอยากเห็นคนไทยรับประทานอาหารอย่าง ‘อร่อย สบายใจ ไร้ผงชูรส’

หากพลิกหลังซองหรือกล่องดูฉลากโภชนาการแล้ว คุณและรุ่นทวดจะรู้จักว่าผัก ปลาแต่ละตัวของ Carechoice คืออะไร ไม่มีการแต่งเติมสารเคมีแปลก ๆ และลดโซเดียมลงจากผงปรุงทั่วไปมากสุดถึง 85 เปอร์เซ็นต์ 

นอกจากคุณค่าทางสุขภาพแล้ว ยังมีด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม เพราะผักปริมาณมากที่นำมาผลิต รับมาจากเกษตรกรในท้องถิ่น ช่วยลดอาหารที่อาจตกค้างกลายเป็นเศษเหลืออย่างเปล่าประโยชน์ รวมแล้วเป็นส่วนผสมของแบรนด์ที่น่าสนับสนุน

พวกเขาพยายามตอบภารกิจทั้ง 3 ด้าน พร้อม ๆ ไปกับการอยู่รอดทางธุรกิจได้อย่างไร 

ชวนเข้าครัวมาเปิดสูตรและปรุงไปด้วยกัน

Carechoice ผงปรุงรสจากผักที่สู้กับยักษ์ ด้วยการยืนเคียงข้างสุขภาพและธรรมชาติ

01 
แรงบันดาลใจที่กลายเป็นการลงมือทำ

“ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจทำผงปรุงรส แค่อยากแก้ปัญหาเรื่องเศษอาหาร” อ๋าเล่าถึงจุดเริ่มต้นที่ไม่ได้แพลนไว้เมื่อสิบกว่าปีก่อน

เดิมคุณแม่ของอ๋าค้าขายผักเป็นอาชีพอยู่แล้ว เมื่อเติบโตทางหน้าที่การงานถึงจุดหนึ่ง อ๋ามองว่าน่าจะช่วยต่อยอดธุรกิจของแม่ ประกอบกับความฝันที่อยากเป็นเจ้าของกิจการ เขาจึงลาออกจากวงการดีไซน์ มาสร้างโรงงานตัดแต่งผักที่จังหวัดราชบุรี เน้นส่งให้ร้านอาหารและโรงงานอุตสาหกรรม อาศัยการบริการที่ละเอียดลออตามความต้องการของลูกค้าเป็นจุดขาย

แต่แม้ประณีตสุดชีวิตแค่ไหน การสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งนั้นทำยาก และโรงงานอุตสาหกรรมมักมีมาตรฐานการรับผลผลิตที่ตายตัว เช่น ต้องมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางกี่เซนติเมตร ก้านต้องตัดให้สั้นไม่เกินเท่าไร รูปลักษณ์ต้องสวยโดนใจ ถ้าสุ่มตรวจเจอผลผลิตที่ไม่ตรงตามกำหนดแม้เพียงเล็กน้อย ก็เสี่ยงถูกคัดทิ้ง ตีกลับยกล็อต ทั้งที่จริง ผักเหล่านั้นยังถือว่าคุณภาพใช้ได้ ปลอดภัยต่อการรับประทาน

เราจะเปลี่ยนชะตาชีวิตของผักอายุสั้น ๆ เหล่านี้อย่างไรดี เป็นคำถามที่เกิดขึ้นในใจอ๋า

การเดินทางไปแถบชานเมืองของแดนอาทิตย์อุทัย เป็นคำตอบที่เขาพาตัวเองไปค้นพบ

Carechoice ผงปรุงรสจากผักที่สู้กับยักษ์ ด้วยการยืนเคียงข้างสุขภาพและธรรมชาติ

“เราไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วต้องหลบหิมะในวัด มีคนแจกซุปไชเท้าต้มให้เรา ซึ่งอร่อยมาก ถามเขาว่าใส่อะไรไป เขาบอกว่าไม่ได้ใส่อะไรพิเศษเลย เป็นรสชาติของธรรมชาติ” 

อูมามิ คือรสชาติกลมกล่อมที่จุดประกายอ๋าให้ศึกษาเรื่องนี้จริงจัง เป็นรสชาติที่ห้าที่มนุษย์รับรู้ได้ นอกเหนือจากความหวาน เค็ม เปรี้ยว ขม ในกรณีนี้ เกิดจากน้ำซุปดาชิที่อยู่คู่ครัวชาวญี่ปุ่นมาเนิ่นนาน มักปรุงจากวัตถุดิบจากธรรมชาติอย่างปลาคัตสึโอะ สาหร่ายคอมบุ เห็ดชิตาเกะ 

หรือจะใช้กรรมวิธีทางอุตสาหกรรมผลิตเป็นผงชูรสในปริมาณมากอย่างรวดเร็วแทนก็ได้ แต่ต้องใส่สารพัดสารสังเคราะห์เข้าไป

“เราน่าจะทำได้เหมือนกันจากผักที่มี แบบที่ไม่ต้องใช้ผงชูรส” 

นี่น่าจะเป็นโมเมนต์ยูเรก้าแบบอ๋าร์คิเมดิส

จริง ๆ ในวัตถุดิบอาหารไทยอย่างกะปิ ปลาร้า ก็อุดมด้วยรสอูมามิ แต่เราจะไม่ค่อยเห็นที่เป็นผงจากวัตถุดิบธรรมชาติที่รวมหลากรสและใช้ได้กับหลากหลายเมนู

เมื่อเกิดแรงบันดาลใจ เขากลับมาใช้เวลาเดินสำรวจซูเปอร์มาร์เก็ต และพบว่าโซนผงปรุงรสเป็นพื้นที่ที่คนไทยชอบแวะเวียนมาจับจ่ายใช้สอยจริง แต่ส่วนใหญ่ยังเต็มไปด้วยสารปรุงแต่ง น่าจะยังมีตลาดรองรับสิ่งที่เขาฝันถึง

แล้วจะรออะไรล่ะ

02
ความหนักแน่นในจุดยืนเป็นสิบปี

“ผมลองผสมนู่นนี่และชิมเองน่าจะเป็นพัน ๆ หมื่น ๆ ครั้งแล้ว” นักพัฒนาผลิตภัณฑ์ผู้ฝึกปรือฝีมือด้วยตัวเองกล่าว
เนื่องจากอ๋าไม่ได้เรียนสายอาหารโดยตรง แต่อยากเข้าใจกระบวนการผลิตอย่างลึกซึ้ง เขาจึงเริ่มเรียนรู้ตั้งแต่ธรรมชาติของผักแต่ละชนิดว่ารสชาติเป็นอย่างไร ปลูกและเก็บเกี่ยวฤดูกาลใดบ้าง เพื่อตามหาส่วนผสมที่ลงตัว โดยช่วงแรกอาศัยการรับผักปลอดสาร เช่น หัวไชเท้าที่เป็นองค์ประกอบสำคัญ จากเกษตรกรภายในจังหวัดราชบุรี ในฤดูกาลที่มีผลผลิตจำนวนมากและเสี่ยงต่อการขายไม่หมด มาทำการทดลอง

Carechoice ผงปรุงรสจากผักที่สู้กับยักษ์ ด้วยการยืนเคียงข้างสุขภาพและธรรมชาติ
Carechoice ผงปรุงรสจากผักที่สู้กับยักษ์ ด้วยการยืนเคียงข้างสุขภาพและธรรมชาติ

ใช้เวลาควบคู่ไปกับการบริหารโรงตัดแต่งผักอยู่เกือบ 3 ปี Carechoice สูตรดั้งเดิมจึงแจ้งเกิด
“คนอาจสงสัยว่าทำไมเราใช้เวลาเยอะจัง เปลี่ยนผักสดให้เป็นผงแห้งไม่น่ายาก

“ความท้าทายอยู่ที่ความตั้งใจของเรา เราต้องการใช้วัตถุดิบธรรมชาติล้วน ๆ แปลว่าต้องไม่ใส่สารป้องกันการจับตัวเป็นก้อน ไม่เจือปนสารเคมีสังเคราะห์ใด ๆ ในขณะเดียวกันก็ควรมีอายุอยู่ได้นานเป็นปี และไม่เปลี่ยนสภาพ ไม่จับตัวเป็นก้อน เมื่อแกะซองแล้วอยู่ภายใต้ค่าความชื้นหนึ่ง แถมยังต้องอร่อย” 

เหมือนการทำน้ำจิ้มของร้านอาหาร การพัฒนาสูตรให้เสร็จสิ้นเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่ง แต่การทำให้มีคุณสมบัติตามต้องการ รสชาติถูกปาก ติดตรึงใจคน จนเป็นเอกลักษณ์ประจำแบรนด์ ไม่ใช่โจทย์ง่ายเลย

แม้ต้องใช้เวลานานมาก แต่อ๋าไม่คิดหันเหไปใช้ทางลัด ยึดมั่นการใช้เพียงวัตถุดิบจากธรรมชาติ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความเป็นมิตรต่อสุขภาพของผู้บริโภค

อีกส่วนคือ ใช้เป็นจุดเด่นที่ธุรกิจรายเล็กจะหาที่ยืนของตัวเอง ในตลาดที่มียักษ์ใหญ่ครองตลาด

“ถ้าบริษัทรายใหญ่อยากผลิตผงปรุงรสจากวัตถุดิบธรรมชาติจริงจัง เขาจะต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตที่ต่างไปจากปัจจุบันเลย เหมือนการผลิตสูตรที่ได้รับรองฮาลาล ก็ใช้คนละกรรมวิธีกับสูตรทั่วไป ซึ่งขั้นตอนพวกนี้อาศัยการลงทุน อาจไม่คุ้มค่ากับการผลิตแบบอุตสาหกรรมที่เป็นอยู่” 

เมื่อเจอช่องว่าง และหาทางอบ บด ผสม จนเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตัวเองและคนใกล้ตัวคิดว่าช่วยปรุงให้อาหารอร่อยได้จริงแล้ว ถึงเวลาออกไปพิสูจน์ให้โลกเห็น

Carechoice ผงปรุงรสจากผักที่สู้กับยักษ์ ด้วยการยืนเคียงข้างสุขภาพและธรรมชาติ

03
การเรียนรู้อยู่เสมอ

“เราเคยไปเสนอสินค้าให้ซูเปอร์มาร์เก็ตแล้วพอเดินออกมา เห็นฝ่ายจัดซื้อโยนทิ้งลงถังขยะเลย” 

คงเป็นภาพน่าเจ็บปวดใจไม่น้อยสำหรับผู้ประกอบการ เมื่อผลิตภัณฑ์ที่เราตั้งใจพัฒนาและมองว่าพิเศษ ไม่ได้มีความหมายสำหรับคนอื่นเหมือนที่เราคิด

แต่อาจไม่น่าแปลกใจมาก เพราะเมื่อ 7 – 8 ปีก่อน กระแสอาหารเพื่อสุขภาพยังไม่ได้รับความนิยมเท่าทุกวันนี้ และการสร้างความน่าเชื่อถือสำหรับแบรนด์เกิดใหม่ เป็นด่านที่ต้องฝ่าฟันอยู่พักใหญ่

จนกว่าเราจะเจอพื้นที่ของตัวเอง

“เรารู้สึกว่าผลิตภัณฑ์นี้ไปต่อได้ เพราะพอเราออกบูทครั้งแรกที่ BITEC จำความรู้สึกได้ชัดเลย มีคนสนใจ ไม่รู้ว่ามีสินค้าแบบนี้ด้วย แต่ก็มีฟีดแบ็กกลับมาว่า รสชาติจืดไปหน่อย หน้าตาแพ็กเกจจิ้งไม่สวย เรารับความคิดเห็นเหล่านั้นกลับมาพัฒนาต่อ”

ขั้นตอนลองผิดลองถูกนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น ช่วงแรก ๆ อ๋าไม่ได้รู้วิธีการเสนอสินค้าเข้าร้านค้าปลีก ต้องปรับผลิตภัณฑ์และกระบวนการอยู่หลายรอบ กว่าจะได้รับอนุมัติวางจำหน่ายที่ธุรกิจค้าปลีกรายแรก ๆ อย่าง Tops Supermarket และ Lemon Farm

นอกจากการขายสินค้าแล้ว เขาพยายามสอดแทรกเรื่องราว ความตั้งใจของแบรนด์ รวมทั้งไอเดียทำเมนูอาหารไปไว้ในแพ็กเกจจิ้งด้วย 

พอเริ่มเป็นที่รู้จัก มีจุดเด่นที่ชัด ก้าวต่อไปก็เริ่มง่ายขึ้น

ปัจจุบัน Carechoice วางอยู่บนเชลฟ์โมเดิร์นเทรดชั้นนำหลายราย เช่น Gourmet Market, Makro, Villa Market เคียงข้างกับผงปรุงรสชื่อดัง

Carechoice ผงปรุงรสจากผักที่สู้กับยักษ์ ด้วยการยืนเคียงข้างสุขภาพและธรรมชาติ

04
มีลูกค้าเป็นเพื่อน

งง ๆ อาจเป็นความรู้สึกแรกของลูกค้าที่เพิ่งรู้จัก Carechoice ช่วงนี้
เพราะปัจจุบัน แบรนด์มีผลิตภัณฑ์หลากหลาย มีทางเลือกที่ตอบโจทย์คนเฉพาะกลุ่มมากขึ้น อาจต้องใช้เวลาทำความรู้จักกันสักนิด

แต่สูตรเกือบทั้งหมดไม่ได้คิดเองเออเอง ล้วนมาจากการฟังความต้องการของลูกค้า ประกอบกับสัญชาตญาณ ความช่ำชอง

“เรานั่งอ่านคอมเมนต์และคุยกับลูกค้า เช่น คนถามว่าเราไม่มีสูตรเจหรอ เลยพัฒนาสูตรเห็ดหอมขึ้นใหม่ ตอนแรกเราขายแค่แบบกล่อง คนถามว่าไม่มีแบบซองให้ใช้ง่าย ๆ หรอ เราก็มาเน้นผลิตแบบซองมากขึ้น วันดีคืนดีคนถามว่าเราไม่มีสูตรสำหรับให้เด็กอ่อนโดยเฉพาะหรอ เขาอยากได้ เลยทำผงปรุงรสที่เสริมแคลเซียมและธาตุเหล็ก และทำอาหารเสริมสำหรับเด็ก ทั้งเนื้อสัตว์ ธัญพืช ผักรวมบดผง 

“พอผ่านการชิมอาหารเยอะ ๆ หลัง ๆ จะทำได้เร็วขึ้น บางทีแค่ดมกลิ่นจะรู้เลยว่าสูตรนี้ คนชอบแน่นอน”

Carechoice ผงปรุงรสจากผักที่สู้กับยักษ์ ด้วยการยืนเคียงข้างสุขภาพและธรรมชาติ

แบ่งคร่าว ๆ จักรวาลผลิตภัณฑ์ของ Carechoice ครอบคลุม 4 กลุ่มหลัก

หนึ่ง คนทำอาหารทั่วไปที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพ อยากปรุงอาหารให้อร่อยโดยไม่ต้องกังวลเรื่องผงชูรส มีทั้งสำหรับปรุงอาหารทั่วไปที่ลดโซเดียมลงจากเครื่องปรุงปกติ ทำได้ทั้งต้ม ผัด ตุ๋น แกง ปรุงน้ำซุป หมักเนื้อสัตว์ และสูตรปรุงสำเร็จ เช่น น้ำยำแซ่บ ลาบน้ำตก 

สอง คนทำอาหารแบบคลีนและคีโตเจนิก มีสูตรที่ลดโซเดียมสูงสุดถึง 85 เปอร์เซ็นต์ ไม่ใส่แป้งและน้ำตาล ช่วยเติมรสชาติให้มื้อที่เบื่อ ๆ 

สาม (ผู้ดูแล) ผู้ป่วยโรคไต เบาหวาน ความดัน กับสูตรที่ไม่เติมเกลือและน้ำตาลเลย มีโซเดียมแค่ 10 มิลลิกรัมจากผัก ซึ่งน้อยมาก และไม่ได้ใช้โพแทสเซียมคลอไรด์ที่อาจมีผลต่อโรคไต ตอบโจทย์ความทรมานของคนกลุ่มนี้ที่ต้องควบคุมการรับประทานอาหารเคร่งครัด 

“มีคนที่ต้องดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้ติดต่อเข้ามาซื้อผลิตภัณฑ์ ปรึกษา และขอบคุณเราเยอะมาก ผงนี้ช่วยให้คนที่เขารักเจริญอาหาร และผ่านแต่ละมื้อไปได้อย่างมีความสุขมากขึ้น” อ๋ากล่าวถึงความประทับใจที่ผลิตภัณฑ์ของเขามีผลต่อชีวิตประจำวันของคนจริง
และสี่ แม่ที่ต้องเตรียมอาหารให้ลูกน้อยวัย 6 เดือนขึ้นไป ช่วยคลายความกังวลว่าลูกจะได้รับสารอาหารเพียงพอหรือเปล่า อาหารจะถูกปากลูกไหม โดยไม่ทำให้ลูกติดใจรสใดรสหนึ่งมากเกินไป ประหยัดเวลาการปรุงอาหาร

Carechoice ผงปรุงรสจากผักที่สู้กับยักษ์ ด้วยการยืนเคียงข้างสุขภาพและธรรมชาติ
Carechoice ผงปรุงรสจากผักที่สู้กับยักษ์ ด้วยการยืนเคียงข้างสุขภาพและธรรมชาติ

เมื่อลองเปิดดูยอดขาย พบว่ามีตัวที่ขายดีเป็นดาวเด่นเสมอมา และตัวที่ค่อนข้างขายลำบาก ปะปนกันเป็นเรื่องธรรมดา สิ่งนี้เป็นเสียงสะท้อนของลูกค้าที่ทำให้แบรนด์รู้ตำแหน่งของตัวเองในตลาด และปรับตัวได้อย่างเหมาะสม

“ต้องรู้จักตัวเองและฟังลูกค้าไปพร้อมกัน เราทำสูตรตัวหนึ่งออกมาที่คิดว่าตรงกับเทรนด์ของโลก แต่ปรากฏว่าลูกค้าไม่ได้คาดหวังสิ่งนี้จากเรา และไม่ได้เป็นสูตรที่ถนัดด้วย มันก็ไปได้ไม่ดีเท่าที่คิด”
การแคร์ชอยส์ของลูกค้าจึงเป็นเรื่องสำคัญ

05
ทีมที่เข้ากันได้ดี

“เราไม่ค่อยรู้เรื่องการตลาดเลย” หนุ่มผู้ทุ่มเทชีวิตให้กับการผลิตผงปรุงรสเอ่ยถึงจุดบอดในมุมมองของตัวเอง ใครเล่าจะถนัดทุกด้าน

แต่เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น มีคนที่เพียงได้รู้จัก Carechoice สักครั้ง จะยินดีสนับสนุนเต็มที่อยู่จำนวนไม่น้อย อ๋ารู้ว่าตัวเองต้องการกำลังเสริม

ป้อม ภรรยาที่อยู่เคียงข้างเขาและเห็นการเดินทางของ Carechoice มาโดยตลอด ตัดสินใจลาออกจากสถาบันการเงินใหญ่เมื่อ 4 ปีก่อน เข้ามาบริหารธุรกิจเต็มตัว

“เราอยากมาช่วยลุยเต็มที่ เพราะเชื่อว่าผลิตภัณฑ์ที่พัฒนามาไปต่อได้อีกเยอะ” ป้อมกล่าวผ่านทางโทรศัพท์มาจากเชียงใหม่ เนื่องจากต้องดูแลลูกแฝดที่เพิ่งคลอดเมื่อไม่นานมานี้

“เราสองคนต่างกันมาก เราจะติสต์ ๆ หน่อย ส่วนป้อมเขาเก่งมากและเป็นคนจริงจัง ทำให้มีสิ่งที่มองไม่เหมือนกันอยู่บ้าง แต่เราฟังกันและแบ่งชัดว่าใครตัดสินใจเรื่องอะไร” อ๋าเสริมเคล็ดลับการทำงานร่วมกัน ทั้งในฐานะครอบครัวและเพื่อนร่วมงาน

เปิดสูตรธุรกิจ Carechoice ผงปรุงรสจากผักและวัตถุดิบธรรมชาติ ที่ตั้งใจเป็นเหมือนซุปดาชิคู่ครัวไทย

การบริหารของป้อมทำให้ Carechoice ปรากฏตัวตามห้างร้านต่าง ๆ มากขึ้น ได้รับคำเชิญชวนให้ออกรายการโทรทัศน์ จนเป็นที่รู้จักและมีกิจการนับร้อยติดต่อมาให้ช่วยผลิตสินค้า ซึ่งป้อมเลือกรับผลิตให้เพียงรายเดียวและปฏิเสธที่เหลือไปทั้งหมด

รวมทั้งขยายเข้าสู่การขายออนไลน์จริงจัง เช่น ทาง Shopee ต่อยอดจากที่อ๋าเคยทำไว้ 

ตอนแรกอาจดูไม่ใช่แหล่งรายได้สำคัญ คนอาจเลือกซื้อผงปรุงพร้อมกับวัตถุดิบอาหารอื่นที่หน้าร้านมากกว่า แต่เมื่อลองทำไปเรื่อย ๆ กลับกลายเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ทั่วทั้งประเทศ 

ความฝันของอ๋าในวันเริ่มก่อตั้ง ดูใกล้ความจริงขึ้นมาอีกขั้น

06
อิคิไก

“อยากทำให้ Carechoice เป็นเหมือนซุปดาชิของญี่ปุ่น” 

สองผู้ประกอบการเล่าถึงหมุดหมายที่อยากปักธงไปให้ถึง เป็นไปได้ไหมว่าผงปรุงรสจากผักและวัตถุดิบธรรมชาติแบบนี้ จะเป็นช้อยส์ที่คนรักสุขภาพนึกถึง และซื้อไว้ติดคู่ครัวเหมือนแบรนด์ใหญ่ที่คนคุ้นเคย

เพื่อไปถึงจุดนั้น อ๋าและป้อมกำลังปรับโครงสร้างองค์กรขนาด 25 คน ให้ทำงานเป็นระบบมากขึ้น พัฒนาสูตรใหม่ที่น่าจะสร้างแรงกระเพื่อมให้เกิดขึ้นในตลาด และวางแผนเตรียมส่งออกปีหน้า

การเติบโตของ Carechoice จะไม่เป็นเพียงแค่ความสำเร็จของพวกเขา 2 คนและบริษัทเท่านั้น แต่จะยิ่งได้ช่วยชีวิตผักคุณภาพดีที่อาจกลายเป็นเศษเหลืออย่างไร้เยื่อใย

เปิดสูตรธุรกิจ Carechoice ผงปรุงรสจากผักและวัตถุดิบธรรมชาติ ที่ตั้งใจเป็นเหมือนซุปดาชิคู่ครัวไทย

“ตอนนี้เรารับผักมากกว่า 20 ชนิดมาเป็นวัตถุดิบ ทั้งเห็ดหอม หอมหัวใหญ่ ผักชี กระเทียม สาหร่ายทะเล หล่อฮังก๊วย และเพียงหัวไชเท้าอย่างเดียว ปริมาณที่ใช้ก็มากกว่าปีละหลายร้อยตัน ช่วยลดการสูญเสียโอกาสและสร้างรายได้ให้กับชุมชน” อ๋าย้ำถึงสาเหตุสำคัญที่เขาเริ่มทำธุรกิจ

พร้อมกันนี้ ยังมีผู้บริโภคที่ลิ้มรสชาติความอร่อยได้อย่างสบายกาย สบายใจ

มีคนที่ทำอาหารเพื่อดูแลคนอื่นด้วยความห่วงใย ไม่ต้องนั่งกังวลเรื่องฝีมือ

มีมื้ออาหารที่ช่วยให้ผู้ป่วยผ่านวันยาก ๆ ไปได้ทีละมื้อ ๆ 

นี่คือคุณค่าของผงปรุงรสจากผักและวัตถุดิบธรรมชาติซองเล็ก ๆ ที่ราคาเริ่มต้น 25 บาท

ทำอาหารครั้งต่อไป ลองให้ Carechoice เป็นชอยส์ในการปรุงมื้อพิเศษของคุณดีไหมครับ

เปิดสูตรธุรกิจ Carechoice ผงปรุงรสจากผักและวัตถุดิบธรรมชาติ ที่ตั้งใจเป็นเหมือนซุปดาชิคู่ครัวไทย

Lessons Learned

  • หาจุดเด่นของธุรกิจ สิ่งอื่นอาจปรับเปลี่ยนได้ตามกาลเวลา แต่ควรยึดตัวตนของแบรนด์ไว้เป็นแก่นใหัชัดเจน
  • ลูกค้ามีคำตอบที่เราตามหาอยู่ แบ่งเวลาคุยกับลูกค้าเยอะ ๆ
  • ธุรกิจต้องอาศัยทีมที่ถนัดกันคนละด้าน มาช่วยเติมเต็มซึ่งกันและกัน

Carechoice

Website : carechoicethailand.com

Facebook : ผงปรุงรสจากผัก100% – Carechoice

Writer

ปัน หลั่งน้ำสังข์

บัณฑิตวิศวฯ ที่ผันตัวมาทำงานด้านสื่อ เพราะเชื่อว่าเนื้อหาดี ๆ จะช่วยให้คนอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป

Photographer

ญาณกวี ช่วยนุ่ม

นักศึกษาถ่ายภาพที่กำลังค้นหาตัวเอง รักการเดินทาง ชอบเรียนรู้ผ่านผู้คน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load