The Cloud X ททท.

โปรดเก็บเครื่องมือสื่อสารใส่กระเป๋าและรูดซิปปิดให้สนิท เพราะสถานที่ที่เรากำลังจะพาคุณไป ไร้สัญญาณอินเทอร์เน็ตกวนใจ ขอชวนใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติสีเขียวของจังหวัดน่านกับ อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม

หนิง-ดนิตา สุภพัฒน์บงกช นัดหมายกับเราที่ปั๊มน้ำมันบนถนนสีเทาสายยาวไกลสุดลูกหูลูกตา

หญิงสาวผมสั้นท่าทางทะมัดทะแมงมาพร้อมรถกระบะสีดำคู่กาย ก่อนรถเธอจะออกตัว เรายกมือขอนั่งหลังกระบะรับลม เธอใจดีอนุญาต

รถเคลื่อนตัวออกจากถนนไปไม่ไกล แต่ราวกับอยู่กันละโลก สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้สีเขียวหลากพันธุ์ เราเห็นสวนส้ม ความจริงต้องเรียกว่า ‘ไร่’ เพราะเยอะมากจนเรายกสิบนิ้วมานับคงไม่หมด ล้อสีดำทักทายเจ้าโคลนสีแดงได้ไม่นานก็จอดสนิทหน้าบ้านที่สร้างจากไม้ทั้งหลัง บรรยากาศเบื้องหลังเป็นภูเขาลูกโต มองเพียงแวบก็รู้ว่าอุดมสมบูรณ์สุดขีด

หนิง-ดนิตา สุภพัฒน์บงกช และ หนึ่ง-ศุภกิจ บุญญพาพงศ์

หนิง และ หนึ่ง-ศุภกิจ บุญญพาพงศ์ สองเจ้าบ้านพาเราเดินบนบันไดไม้ไผ่ทำเองลงไปยังห้องพักใกล้ชิดธรรมชาติ ก่อนจะปล่อยให้เราเดินสำรวจรอบบ้าน นั่งเล่นกับบอสตันและบรูตัส สุนัขต่างสายพันธุ์ที่มักโปรยเสน่ห์ให้แขกผู้มาเยือนอยู่เป็นประจำ 

ก่อนจะพาคุณเดินสำรวจด้วยกัน ขอเล่าก่อนว่าเรื่องราวทั้งหมดเป็นของหญิงสาวเมืองกรุงที่ทำลายกำแพงอายุ ด้วยการเริ่มต้นชีวิตใหม่ตอนอายุ 40 ปีในจังหวัดน่าน ด้วยการแปรรูปเมล็ดกาแฟเมืองน่านเป็นผลิตภัณฑ์สปา อย่างสบู่เหลว แชมพู ครีมนวด สครับขัดผิวกาย รวมกว่า 10 ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ ‘อยู่อย่างน่าน’ และทำบ้านพักหลังน้อยสุดอบอุ่น 2 หลัง พ่วงสตูดิโองานศิลปะของคนรัก ท่ามกลางป่าผืนใหญ่ที่แอบซ่อนตัวอยู่ในเมืองเล็กของภาคเหนือ

หนิงไม่ใช่คนน่าน แต่เหตุผลใดทำให้เธอตัดสินใจมาลงหลักปักฐานในจังหวัดเล็กๆ หลังทำความรู้จักเมืองนี้ได้ไม่ถึงสัปดาห์ ล้อมวงรอบเตาหมูกระทะแล้วฟังเธอเล่าพร้อมกัน (เราเลือกหมูกระทะเป็นอาหารมื้อเย็น)

ผู้มาเยือน

5 ปีก่อน หนิงแวะมาเที่ยวจังหวัดน่าน บังเอิญเจอเจ้าของร้านกาแฟวัยใกล้เคียงกัน คุยกันถูกคอจนรู้ว่าเจ้าของก็เป็นคนต่างถิ่นที่ลาออกจากงานมาเปิดร้านกาแฟอยู่จังหวัดน่านตอนอายุ 40 ตอนนั้นเธออายุเข้าเลข 4 พอดี

บทสนทนาครานั้นราวกับเป็นชนวนชั้นดีให้เธอฉุกคิดบางอย่างและตั้งคำถามกับตัวเอง 

“ทำไมเราไม่ทำแบบนั้นบ้างวะ” 

เพล้ง! กำแพงอายุทลายตัวลง เหมือนดังประโยค ‘อายุเป็นเพียงตัวเลข’ 

หลังจากกลับบ้านได้เพียง 1 เดือน เธอตัดสินใจเดินทางมาปักหลักอยู่จังหวัดน่านทันที

“เราอยู่น่านหนึ่งวัน เราทำอะไรได้เยอะเมื่อเทียบกับกรุงเทพฯ เรามีความสุขกว่ามาก

“คนน่านก็น่ารัก ตั้งแต่เราเริ่มมาอยู่ไม่เคยมีใครมองว่าเราเป็นคนจากที่อื่น เขามีไมตรีและเมตตาสูงมาก” 

นั่นคงเป็นเหตุผลให้เธอตัดสินใจได้อย่างฉับพลันทันด่วน แต่การมาของหนิง เธอวางแผนอย่างดิบดี ไม่ได้มาตัวเปล่าแน่นอน เพราะเธอพกวิชาแปลงโฉมสมุนไพรเป็นผลิตภัณฑ์สปา ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัวติดตัวมาด้วย 

ผู้มาอยู่

หนิงเช่าบ้านไม้ 2 ห้องราคาหลักพัน มีบานเฟี้ยมอย่างที่เธอชอบ เพื่อเปิดเป็นหน้าร้านขายผลิตภัณฑ์สปาจากสมุนไพร ภายใต้แบรนด์อยู่อย่างน่าน ถ้าถามว่าชื่อนี้ได้แต่ใดมา เธอบอกว่ามันลอยมาเอง ตอนคิดจะมาอยู่จังหวัดน่าน 

อยู่ได้ 2 ปี เธอเริ่มเรียนรู้ผ่านการสังเกตว่าน่านก็ปลูกกาแฟ มีหลายดอยด้วย แต่น้อยคนนักจะรู้จัก เธอเลยปิ๊งความคิดจากการนั่งดูรายการทีวีจากแดนอาทิตย์อุทัย ว่าด้วยเทศกาลทุ่งลาเวนเดอร์ ภายในงานมีผลิตภัณฑ์จากลาเวนเดอร์จำหน่าย ย้ำ! ผลิตจากลาเวนเดอร์เท่านั้น 

อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40

หนิงเปิดการ์ดกาแฟน่านมาสู้ ด้วยการแปรรูปเมล็ดกาแฟเป็นผลิตภัณฑ์สปามากมาย เช่น สบู่เหลว แชมพู ครีมนวดผม สครับขัดผิวหน้าและผิวตัว ฯลฯ 

“เราไม่อยากให้คนรู้สึกว่ากาแฟเป็นได้แค่เครื่องดื่ม แต่ยังมีประโยชน์อีกมากมาย เป็นผลิตภัณฑ์สปาได้ด้วยนะ

“เราพยายามขายความเป็นตัวตน ขายความเป็นจังหวัดน่าน มากกว่าเน้นสรรพคุณความดีเลิศ อยากให้คนรู้ว่าเราเอากาแฟจากชาวบ้านมาช่วยเขาแปรรูป ถ้าการดื่มกาแฟหนึ่งแก้วเท่ากับปลูกป่า ผลิตภัณฑ์ของเราก็ไม่ต่างกัน” 

อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40

หนิงทำงานร่วมกับวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปกาแฟสวนยาหลวง บ้านสันเจริญ สมาชิกกลุ่มจะคัดเมล็ดกาแฟสวยเต็มเมล็ดส่งไปยังอีกกลุ่มเพื่อคั่วอ่อน คั่วกลางและคั่วเข้ม ส่วนเมล็ดกาแฟไม่สวย แต่ยังใช้งานได้ดีจะถูกคัดทิ้งเป็นขยะ หนิงเลือกเก็บเมล็ดส่วนนั้นมาใช้ เพื่อแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สารพัดกาแฟ แถมสร้างรายได้ให้ชุมชนบ้านสันเจริญด้วย

ปัจจุบันเธอฝากขายในร้านค้าจังหวัดน่านและร้านตำรับไทยอีก 67 สาขาทั่วประเทศ

ผู้มาอยู่เจอผู้มาเยือน 

“ปีแรกเรามาอยู่เพื่อเรียนรู้ ปีที่สองเรามาอยู่ จบปีที่สามเราถึงเรียนรู้ได้ว่าควรจะไปหรือควรจะอยู่ต่อ” เธอหัวเราะเสียงดังก่อนจะเสริมต่อว่า “ปีที่สองเรากลับกรุงเทพฯ ไปขายคอนโดฯ เพื่อที่จะอยู่น่านต่อในปีต่อไปอย่างไม่เครียด” 

หลังจากได้เงินก้อน เธอตัดสินใจแบ่งเงินจำนวนหนึ่งซื้อที่ดินขนาด 2 ไร่กลางป่าร่วมกับเพื่อนพ้องพี่น้องชาวน่าน

อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40
อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40

พูดแบบกันเองว่าเธอซื้อทิ้งเอาไว้ จะเก็บไว้สร้างเป็นอะไรเธอยังไม่ฟันธง อย่างน้อยก็มีที่นอนเป็นของตัวเอง

จนกระทั่งหนิงพบรักกับหนึ่ง ครูสอนศิลปะจากสังขละบุรี ไม่เพียงเกิดเป็นความรัก แต่เกิดเป็น ‘เริงใจโฮม’ โฮมสเตย์ท่ามกลางธรรมชาติพ่วงสตูดิโอศิลปะสุดสงบ มีเพียงเสียงลมไหวและใบไม้ปลิวกระทบกัน ช่างสุนทรีย์เกินบรรยาย

อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40

“มันเป็นความฝันว่าเราอยากมีโฮมสเตย์ แต่จะทำยังไงให้เป็นตัวเรามากที่สุดโดยไม่ต้องบริการมากจนเกินตัว เลยเกิดเป็น ‘เริงใจโฮม’ เราทำสตูดิโอเป็นพื้นที่ทำงานของเรากับพี่หนึ่ง อีกส่วนเราเปิดบริการห้องพักเล็กๆ กางเต็นท์บ้างบางช่วง เราพยายามไม่ทำเยอะเกินฐานความพอดีของตัวเอง เมื่อไหร่ที่เราเหนื่อยเกินไป ความสุขจะหายไปทันที” 

อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40

เขาและเธอจึงเลือกทำโฮมสเตย์ด้วยแนวคิดกิน-อยู่-รู้-นอน ชวนแขกมากินในแบบที่เขาและเธอมี มาอยู่ในแบบที่เขาและเธอเป็น มารู้ในสิ่งที่เขาและเธอรัก และมานอนอย่างที่เคยๆ ปราศจากแอร์คอนดิชันเนอร์ มีเพียงลมหนาวจากภูเขา

บันเทิง เริงจิต เริงใจ 

จากพื้นที่กลางป่า ถูกถางหญ้า ปรับหน้าดิน เดินสายไฟฟ้าจนกลายเป็นพื้นที่พร้อมสร้าง 

หนิงเลือกสร้างสตูดิโอก่อน ตามด้วยห้องครัว ห้องเก็บของ ก่อนจะปิดท้ายด้วยบ้านพัก 2 หลัง ตามความฝัน

อ้อ ก่อนจะพาเดินสำรวจห้องบันเทิง บ้านเริงจิตและบ้านเริงใจ เจ้าบ้านหนุ่มเล่าที่มาที่ไปของชื่อให้เราฟังว่า

อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40

“เริงใจ แปลว่า ความรื่นเริงในความสงบ เราชอบเรื่องของข้างใน เรื่องของจิตใจอยู่แล้ว วัยนี้แล้วด้วยเลยต้องการความเงียบและสงบเป็นพิเศษ” หนิงเสริมต่อแทบจะทันที “เริงใจฟังดูแรด แต่มีความครบรส กับข้าวฉันก็ทำได้ อันนั้นฉันก็พอทำเป็น ทำเป็นทุกอย่าง แต่อาจจะไม่ได้แตกฉานสักเรื่อง เอาตัวรอดได้ด้วยนะ มันเลยเป็นความหมายของชื่อเริงใจ”

เริงใจโฮมสเตย์รับผู้มาเยือนได้มากสุด 16 คน บ้านเริงจิตและบ้านเริงใจนอนพักได้ห้องละ 3 คน ห้องบันเทิงพักได้ 2 คน อีกส่วนนั้นขอเชิญสายชิลล์นอนกลางเต็นท์ตีพุงให้สบายใจ มีห้องอาบน้ำบริการครบครัน แถมทุกห้องรวมอาหารเช้าและอาหารเย็นไว้เสร็จสรรพ

อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40

ขอแนะนำหมูกระทะเป็นมื้อเย็น เพราะเข้ากับบรรยากาศลมพัดเย็นสบายเป็นที่สุด

ภายในห้องนอนทั้งสามห้อง ตกแต่งด้วยชุดเครื่องนอนสีน้ำเงินสดใสจากฝีมือการมัดและย้อมของหนิง 

ความน่ารักอีกอย่างของเจ้าบ้าน คือทุกห้องจะมีผลิตภัณฑ์กาแฟแบรนด์อยู่อย่างน่านให้ทดลองใช้ ขัดผิวด้วยสครับบ์น้ำตาลกาแฟผสมขมิ้น ตามด้วยสบู่เหลวกาแฟเนื้อละมุน แถมสระผมด้วยแชมพูและครีมนวดกาแฟปิดท้าย แล้วคุณจะหลงรักคาเฟอีน ถ้าใครติดใจกาแฟน่าน บริเวณสตูดิโอมีวางจำหน่าย ทั้งขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ เลือกติดมือกลับบ้านได้เลย

กาแฟ ผ้าคราม ฟันดาบ

  ก่อนแขกผู้มาเยือนจะเก็บกระเป๋ากลับบ้าน หนิงจัดกิจกรรมย้อมผ้าครามคนละ 1 ผืนให้เป็นที่ระลึก หรือใครสนใจเวิร์กช็อปแปรรูปกาแฟน่านเป็นผลิตภัณฑ์สปา หนิงยินดีเปิดสอนทั้งแบบกลุ่มและแบบส่วนตัว ขอเพียงบอก เธอจัดให้

“ถ้าช่วงไหนลงไปกรุงเทพฯ เราจะไปหากิจกรรมทำ เคยไปลองมัดย้อมชิโบริมา มันสนุกมาก เราเชื่อว่าตอนแกะมัดผ้าออกมาทุกคนต้องยิ้มเหมือนเราแน่นอน พอกลับมาน่านเราเลยเพิ่มกิจกรรมนี้ให้แขกผู้มาพักทุกคน” 

อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40
อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40

“ถ้ามีลูกมีหลานมาฝึกดาบเบื้องต้นได้ด้วยนะ เราสอนฟันดาบและวาดภาพได้ อีกหน่อยจะทำลานฝึกซ้อมด้านล่างข้างบ่อน้ำ” อาจารย์สอนศิลปะเสริมต่อ

แค่ฟังดูก็น่าสนุก กิจกรรมเยอะแยะชวนลงมือทำ แถมพื้นที่สีเขียวมากมายเหมาะเป็นปอดของเมืองน่าน หนิงมองว่าที่นี่ยังขาดพื้นที่ธรรมชาติในการทำกิจกรรมสำหรับเด็กและครอบครัว 

“ถ้าวันหนึ่งเราพร้อม เราจะมีพื้นที่สำหรับเด็ก มีกระบะทราย มีพื้นที่นั่งระบายสี ให้เขาเรียนรู้ผ่านธรรมชาติ” 

อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40
อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40

หนิงให้สัญญา เพราะภาพที่เธอเห็นคุณแม่คุณลูกช่วยกันมัดย้อมสีธรรมชาติช่างน่ารักและมีความสุขเหลือเกิน

น่านเป็นเมืองเล็กๆ ที่ทำให้เธอตั้งคำถามและตัดสินใจเปลี่ยนแปลงบางอย่าง และเราเชื่อว่าเธอกำลังทำบางอย่างเพื่อเปลี่ยนแปลงและตอบแทนเมืองเล็กๆ เมืองนี้

หนิง-ดนิตา สุภพัฒน์บงกช และ หนึ่ง-ศุภกิจ บุญญพาพงศ์

อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม

เปิดจองที่พักตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เข้าพักท่ามกลางธรรมชาติได้อีกครั้งเดือนตุลาคม

ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน 55000 

Facebook : อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม

ติดต่อ : 08 9664 3402

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

สโรชา อินอิ่ม

Freelance photographer ชอบความอิสระ ชอบเดินทางท่องเที่ยว บันทึกความทรงจำผ่านภาพถ่าย

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

รู้รึเปล่าว่าดาราฮอลลีวูด นักการเมือง เศรษฐีน้ำมัน หรือนักธุรกิจระดับสูง เขานอนพักผ่อนกันแบบไหนเวลาไปเที่ยวฝรั่งเศส?

ฉันเพิ่งรู้ เมื่อครั้งหนึ่งในชีวิตได้โอกาสเข้าไปนอนพักใน Hôtel Lancaster และ Hôtel Raphael สองโรงแรมที่เรียกได้ว่าหรูหราที่สุดในปารีส แถมทั้งสองที่ยังเปิดห้องให้เข้าไปสำรวจแทบทุกซอกทุกมุมในโรงแรมอีกต่างหาก

Hôtel Raphael

โรงแรม

ก่อนจะเริ่มสาธยายสรรพคุณโรงแรม ต้องอธิบายก่อนว่า Hôtel Lancaster และ Hôtel Raphael ไม่ได้มีเจ้าของเดียวกัน แต่ทั้งคู่เป็นส่วนหนึ่งของเครือ Leading Hotels of the World หรือกลุ่มโรงแรมชั้นนำที่มี 300 กว่าแห่งทั่วโลก โรงแรมในเครือนี้คือโรงแรมหรูที่มีเอกลักษณ์ เป็นอิสระแยกออกจากกัน แต่มารวมตัวกันเป็นกลุ่มเพื่อความร่วมมือทางธุรกิจ แต่ละที่จึงแตกต่างกันมาก ไม่เหมือนโรงแรม chain ใหญ่ๆ ที่จะรักษาบรรยากาศคล้ายคลึงกันทั่วสากลโลก

เริ่มจาก Hôtel Lancaster กันก่อน ที่นี่อยู่ในซอยเล็กๆ ที่แยกตัวมาจากถนน Champs-Élysées (ฌ็องเซลิเซส์) เพียงไม่กี่ก้าว ตัวตึกเก่าแก่สร้างขึ้นใน ค.ศ. 1889 เพื่อเป็น private apartment แต่หลังจากนั้นก็ถูกปรับเป็นโรงแรมใน ค.ศ. 1924 ประตูทางเข้าที่นี่สูงมากเพราะสมัยก่อนให้คนขี่ม้าเข้ามา ล็อบบี้โรงแรมจึงมีอุปกรณ์ขี่ม้าแขวนตกแต่งไว้เป็นที่ระลึก

Hôtel Lancaster

Hôtel Lancaster

Hôtel Lancaster

ระบบรักษาความปลอดภัยของที่นี่คือกุญแจห้องที่เป็นล็อกแบบโบราณ วิธีไขซับซ้อน 3 จังหวะ และยังห้อยตุ้มทองเหลืองหนักมากจนต้องฝากไว้ที่ล็อบบี้ ซึ่งพนักงานจะจำหน้าแขกทุกคนไว้และมอบกุญแจให้ถูกต้องตามใบหน้าของเรา ความน่ารักคือหน้าประตูห้องพักทุกห้องจะปักกุหลาบสดสีแดงไว้ต้อนรับด้วย

บาร์

เฟอร์นิเจอร์ในห้องพักส่วนใหญ่เป็นของเก่าแก่ มีอ่างอาบน้ำสไตล์โบราณ เตาผิง รูปวาดสีน้ำมันนับร้อยรูปที่ศิลปินในยุค 1900 วาดตอบแทนค่าห้องพัก กระจายตัวอยู่ตามห้องพักต่างๆ ทั้ง 45 ห้อง และห้อง Suite 11 ห้อง

โรงแรมหรู โรงแรมหรู โรงแรมในปารีส โรงแรมหรู โรงแรมหรู โต๊ะทำงาน โรงแรมหรู แชนเดอร์เลีย

นางเอกของที่นี่คือห้อง 401 หรือห้อง Marlene Dietrich ที่กว้างประหนึ่งเพนต์เฮาส์ เพราะดาราสาวยุคหนังเงียบมาพักอยู่ที่นี่ตั้ง 3 ปี แถมดาราคนอื่นๆ อย่าง Clark Gable, Greta Garbo และ Grace Kelly ก็เคยมานอนที่โรงแรมนี้ด้วย

บรรยากาศที่นี่มีกลิ่นย้อนยุคและเงียบสงบอย่างไม่น่าเชื่อ ยิ่งตอนเปิดหน้าต่างกว้างๆ ของห้อง Suite ออกไปรับลมและชมวิวหอไอเฟล ยิ่งรู้สึกเหมือนย้อนเวลากลับไปยุค 20 – 30 ยังไงยังงั้นเลย

วิวหอไอเฟล

ปารีส

เดินถัดจากประตูชัย Arc de Triomphe มาไม่กี่นาทีแล้วเดินเข้า Hôtel Raphael ฉันเกิดความสับสนเมื่อก้าวเท้าเข้าไปในตึก 7 ชั้น ว่าสรุปนี่โรงแรมหรือวังกันแน่ ทำไมมันโอ่อ่าตระการตาขนาดนี้

โรงแรมหรู

โรงแรมหรู

โรงแรมหรู

ที่นี่ถูกสร้างขึ้นเป็นโรงแรมตั้งแต่ ค.ศ. 1925 โดย Léonard Tauber (เลโอนาร์ โตแบร์) นักสร้างโรงแรมผู้ยกกิจการนี้ให้มือขวาของเขา Constant Baverez (กงสตองท์ บาเวอเรซ์) โดยครอบครัวปารีเซียงของบาเวอเรซ์ดำเนินกิจการนี้ต่อมาจนถึงปัจจุบัน นับเป็นรุ่นที่ 4

พวกเขายังมีโรงแรมอีก 2 แห่งเป็นสมบัติของตระกูล คือ Hôtel Regina และ Hôtel Majestic ทั้งสามโรงแรมนี้เรียกรวมๆ ว่า Les Hôtels Baverez ในโลกที่โรงแรมหรูห้าดาวส่วนใหญ่เป็นของบริษัทยักษ์ไปหมดแล้ว การดำเนินกิจการโดยตระกูลเดียวมายาวนานขนาดนี้เป็นเรื่องพิเศษมาก

ข้างในโรงแรมก็จำกัดความได้สั้นๆ ว่า ‘หรูมาก’ และ ‘หลุยส์มาก’

โรงแรมหรู

โรงแรมหรู โรงแรมหรู ย้อนยุค

โรงแรมหรู

ที่นี่มีลิฟต์แก้วแบบโบราณ บันไดวนหินอ่อน ห้องประชุมไม้สีเข้มโอ่โถงใหญ่โตบนชั้นบนสุดที่มองเห็นวิวเมืองปารีส แถมบรรดาห้องนอน 83 ห้องก็ตกแต่งด้วยโทนสีแตกต่างกันอย่างวิจิตรพิสดารประหนึ่งย่อแวร์ซายส์มาไว้ในนี้ มีทั้งห้องสีขาว สีเขียว สีฟ้า สีแดงปนทอง ฯลฯ แต่ละห้องใหญ่โตกว่าห้องมาตรฐานโรงแรมทั่วไป แค่ตู้เสื้อผ้า walk-in ในห้องนอนฉันก็ใหญ่เท่าห้องนอนเล็กๆ แล้ว อลังการงานสร้างจนขอแนะนำให้พกชุดนอนเต็มยศมาใส่ให้คู่ควรกับสถานที่ บางห้องมองเห็นประตูชัยและหอไอเฟลด้วย

ย้อนยุค

โรงแรมหรู

โรงแรมหรู

โรงแรมหรู

โรงแรมหรู

ไม่แปลกใจเลยว่าที่นี่เคยเป็นฉากในหนังหลายเรื่อง และเป็นที่พักของดาราดังๆ ตั้งแต่ยุค Marlon Brando จนถึง Natalie Portman ในสมัยที่เธอมาถ่าย Léon: The Professional นอกจากนี้ประธานาธิบดีปูตินและประธานาธิบดีอเมริกาถึง 3 คนก็เคยมาพักที่นี่

ผู้จัดการฝ่ายขายที่นี่เล่าให้ฟังว่าทูตต่างๆ ทั่วโลกนิยมพักที่ Hôtel Raphael และเศรษฐีตะวันออกกลางชอบมาพักเหมาชั้นกันในวันหยุดยาว ฟังแล้วพยักหน้าหงึกหงัก ไลฟ์สไตล์ของคนมีเงินมันเจิดจ้าเช่นนี้นี่เอง

ความดีงามของที่นี่ไม่หยุดแค่ห้องพัก แต่ดินเนอร์ที่ห้องอาหาร ‘Le 17’ ก็ยอดเยี่ยมมาก ถ้าอยากรับประทานมื้อหรูและฝึกใช้ช้อนส้อมวาววับเรียงเป็นตับให้ชำนาญก็ลองคอร์สอาหารที่นี่ได้ เป็นอาหารฝรั่งเศสที่มีลูกเล่นสนุกๆ แยะ และใช้เวลาอ้อยอิ่งบนโต๊ะได้นานเต็มที่เลย

ห้องอาหาร

มิ้ออาหารหรู

เชฟ

ประสบการณ์หลับสนิทบนเตียงนุ่มแพงระยับ ทำให้ฉันอยากบอกว่ารู้สึกเหมือนเจ้าหญิง แต่เมื่อนึกถึงประวัติศาสตร์และสิ่งประดิษฐ์ที่เรียกว่ากิโยตินของประเทศนี้ ขอเป็นแค่เศรษฐินีที่มีสตางค์และมีสไตล์ก็พอ

ภาพ: ภัทรียา พัวพงศกร, Hotel Lancaster, Hotel Raphael

Hôtel Lancaster
7 Rue de Berri, 75008, Paris, France
TEL : +33(0)1 40 76 40 76
FAX : +33(0)1 40 76 40 00
[email protected]
https://www.hotel-lancaster.com 

Hôtel Raphael
17 Avenue Kléber, 75116, Paris, France
Tel: +33(0)1 53 64 32 10
Fax: +33 (0)1 53 64 32 01
[email protected]
http://www.leshotelsbaverez.com/en/raphael/

การเดินทางไปปารีส : จะไปนอนโรงแรมห้าดาวทั้งที ขอแนะนำให้นั่ง business class ของ Qatar Airways ที่มีเที่ยวบินกรุงเทพฯ – ปารีส ทุกวัน วันละหลายรอบ ชีวิตจะได้ luxury ครบสูตร ตั้งแต่ก้าวแรกจนเท้าแตะเมืองน้ำหอม ตรวจสอบเส้นทางการบินและราคาได้ที่นี่

Writer & Photographer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load