The Cloud X ททท.

โปรดเก็บเครื่องมือสื่อสารใส่กระเป๋าและรูดซิปปิดให้สนิท เพราะสถานที่ที่เรากำลังจะพาคุณไป ไร้สัญญาณอินเทอร์เน็ตกวนใจ ขอชวนใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติสีเขียวของจังหวัดน่านกับ อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม

หนิง-ดนิตา สุภพัฒน์บงกช นัดหมายกับเราที่ปั๊มน้ำมันบนถนนสีเทาสายยาวไกลสุดลูกหูลูกตา

หญิงสาวผมสั้นท่าทางทะมัดทะแมงมาพร้อมรถกระบะสีดำคู่กาย ก่อนรถเธอจะออกตัว เรายกมือขอนั่งหลังกระบะรับลม เธอใจดีอนุญาต

รถเคลื่อนตัวออกจากถนนไปไม่ไกล แต่ราวกับอยู่กันละโลก สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้สีเขียวหลากพันธุ์ เราเห็นสวนส้ม ความจริงต้องเรียกว่า ‘ไร่’ เพราะเยอะมากจนเรายกสิบนิ้วมานับคงไม่หมด ล้อสีดำทักทายเจ้าโคลนสีแดงได้ไม่นานก็จอดสนิทหน้าบ้านที่สร้างจากไม้ทั้งหลัง บรรยากาศเบื้องหลังเป็นภูเขาลูกโต มองเพียงแวบก็รู้ว่าอุดมสมบูรณ์สุดขีด

หนิง-ดนิตา สุภพัฒน์บงกช และ หนึ่ง-ศุภกิจ บุญญพาพงศ์

หนิง และ หนึ่ง-ศุภกิจ บุญญพาพงศ์ สองเจ้าบ้านพาเราเดินบนบันไดไม้ไผ่ทำเองลงไปยังห้องพักใกล้ชิดธรรมชาติ ก่อนจะปล่อยให้เราเดินสำรวจรอบบ้าน นั่งเล่นกับบอสตันและบรูตัส สุนัขต่างสายพันธุ์ที่มักโปรยเสน่ห์ให้แขกผู้มาเยือนอยู่เป็นประจำ 

ก่อนจะพาคุณเดินสำรวจด้วยกัน ขอเล่าก่อนว่าเรื่องราวทั้งหมดเป็นของหญิงสาวเมืองกรุงที่ทำลายกำแพงอายุ ด้วยการเริ่มต้นชีวิตใหม่ตอนอายุ 40 ปีในจังหวัดน่าน ด้วยการแปรรูปเมล็ดกาแฟเมืองน่านเป็นผลิตภัณฑ์สปา อย่างสบู่เหลว แชมพู ครีมนวด สครับขัดผิวกาย รวมกว่า 10 ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ ‘อยู่อย่างน่าน’ และทำบ้านพักหลังน้อยสุดอบอุ่น 2 หลัง พ่วงสตูดิโองานศิลปะของคนรัก ท่ามกลางป่าผืนใหญ่ที่แอบซ่อนตัวอยู่ในเมืองเล็กของภาคเหนือ

หนิงไม่ใช่คนน่าน แต่เหตุผลใดทำให้เธอตัดสินใจมาลงหลักปักฐานในจังหวัดเล็กๆ หลังทำความรู้จักเมืองนี้ได้ไม่ถึงสัปดาห์ ล้อมวงรอบเตาหมูกระทะแล้วฟังเธอเล่าพร้อมกัน (เราเลือกหมูกระทะเป็นอาหารมื้อเย็น)

ผู้มาเยือน

5 ปีก่อน หนิงแวะมาเที่ยวจังหวัดน่าน บังเอิญเจอเจ้าของร้านกาแฟวัยใกล้เคียงกัน คุยกันถูกคอจนรู้ว่าเจ้าของก็เป็นคนต่างถิ่นที่ลาออกจากงานมาเปิดร้านกาแฟอยู่จังหวัดน่านตอนอายุ 40 ตอนนั้นเธออายุเข้าเลข 4 พอดี

บทสนทนาครานั้นราวกับเป็นชนวนชั้นดีให้เธอฉุกคิดบางอย่างและตั้งคำถามกับตัวเอง 

“ทำไมเราไม่ทำแบบนั้นบ้างวะ” 

เพล้ง! กำแพงอายุทลายตัวลง เหมือนดังประโยค ‘อายุเป็นเพียงตัวเลข’ 

หลังจากกลับบ้านได้เพียง 1 เดือน เธอตัดสินใจเดินทางมาปักหลักอยู่จังหวัดน่านทันที

“เราอยู่น่านหนึ่งวัน เราทำอะไรได้เยอะเมื่อเทียบกับกรุงเทพฯ เรามีความสุขกว่ามาก

“คนน่านก็น่ารัก ตั้งแต่เราเริ่มมาอยู่ไม่เคยมีใครมองว่าเราเป็นคนจากที่อื่น เขามีไมตรีและเมตตาสูงมาก” 

นั่นคงเป็นเหตุผลให้เธอตัดสินใจได้อย่างฉับพลันทันด่วน แต่การมาของหนิง เธอวางแผนอย่างดิบดี ไม่ได้มาตัวเปล่าแน่นอน เพราะเธอพกวิชาแปลงโฉมสมุนไพรเป็นผลิตภัณฑ์สปา ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัวติดตัวมาด้วย 

ผู้มาอยู่

หนิงเช่าบ้านไม้ 2 ห้องราคาหลักพัน มีบานเฟี้ยมอย่างที่เธอชอบ เพื่อเปิดเป็นหน้าร้านขายผลิตภัณฑ์สปาจากสมุนไพร ภายใต้แบรนด์อยู่อย่างน่าน ถ้าถามว่าชื่อนี้ได้แต่ใดมา เธอบอกว่ามันลอยมาเอง ตอนคิดจะมาอยู่จังหวัดน่าน 

อยู่ได้ 2 ปี เธอเริ่มเรียนรู้ผ่านการสังเกตว่าน่านก็ปลูกกาแฟ มีหลายดอยด้วย แต่น้อยคนนักจะรู้จัก เธอเลยปิ๊งความคิดจากการนั่งดูรายการทีวีจากแดนอาทิตย์อุทัย ว่าด้วยเทศกาลทุ่งลาเวนเดอร์ ภายในงานมีผลิตภัณฑ์จากลาเวนเดอร์จำหน่าย ย้ำ! ผลิตจากลาเวนเดอร์เท่านั้น 

อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40

หนิงเปิดการ์ดกาแฟน่านมาสู้ ด้วยการแปรรูปเมล็ดกาแฟเป็นผลิตภัณฑ์สปามากมาย เช่น สบู่เหลว แชมพู ครีมนวดผม สครับขัดผิวหน้าและผิวตัว ฯลฯ 

“เราไม่อยากให้คนรู้สึกว่ากาแฟเป็นได้แค่เครื่องดื่ม แต่ยังมีประโยชน์อีกมากมาย เป็นผลิตภัณฑ์สปาได้ด้วยนะ

“เราพยายามขายความเป็นตัวตน ขายความเป็นจังหวัดน่าน มากกว่าเน้นสรรพคุณความดีเลิศ อยากให้คนรู้ว่าเราเอากาแฟจากชาวบ้านมาช่วยเขาแปรรูป ถ้าการดื่มกาแฟหนึ่งแก้วเท่ากับปลูกป่า ผลิตภัณฑ์ของเราก็ไม่ต่างกัน” 

อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40

หนิงทำงานร่วมกับวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปกาแฟสวนยาหลวง บ้านสันเจริญ สมาชิกกลุ่มจะคัดเมล็ดกาแฟสวยเต็มเมล็ดส่งไปยังอีกกลุ่มเพื่อคั่วอ่อน คั่วกลางและคั่วเข้ม ส่วนเมล็ดกาแฟไม่สวย แต่ยังใช้งานได้ดีจะถูกคัดทิ้งเป็นขยะ หนิงเลือกเก็บเมล็ดส่วนนั้นมาใช้ เพื่อแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สารพัดกาแฟ แถมสร้างรายได้ให้ชุมชนบ้านสันเจริญด้วย

ปัจจุบันเธอฝากขายในร้านค้าจังหวัดน่านและร้านตำรับไทยอีก 67 สาขาทั่วประเทศ

ผู้มาอยู่เจอผู้มาเยือน 

“ปีแรกเรามาอยู่เพื่อเรียนรู้ ปีที่สองเรามาอยู่ จบปีที่สามเราถึงเรียนรู้ได้ว่าควรจะไปหรือควรจะอยู่ต่อ” เธอหัวเราะเสียงดังก่อนจะเสริมต่อว่า “ปีที่สองเรากลับกรุงเทพฯ ไปขายคอนโดฯ เพื่อที่จะอยู่น่านต่อในปีต่อไปอย่างไม่เครียด” 

หลังจากได้เงินก้อน เธอตัดสินใจแบ่งเงินจำนวนหนึ่งซื้อที่ดินขนาด 2 ไร่กลางป่าร่วมกับเพื่อนพ้องพี่น้องชาวน่าน

อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40
อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40

พูดแบบกันเองว่าเธอซื้อทิ้งเอาไว้ จะเก็บไว้สร้างเป็นอะไรเธอยังไม่ฟันธง อย่างน้อยก็มีที่นอนเป็นของตัวเอง

จนกระทั่งหนิงพบรักกับหนึ่ง ครูสอนศิลปะจากสังขละบุรี ไม่เพียงเกิดเป็นความรัก แต่เกิดเป็น ‘เริงใจโฮม’ โฮมสเตย์ท่ามกลางธรรมชาติพ่วงสตูดิโอศิลปะสุดสงบ มีเพียงเสียงลมไหวและใบไม้ปลิวกระทบกัน ช่างสุนทรีย์เกินบรรยาย

อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40

“มันเป็นความฝันว่าเราอยากมีโฮมสเตย์ แต่จะทำยังไงให้เป็นตัวเรามากที่สุดโดยไม่ต้องบริการมากจนเกินตัว เลยเกิดเป็น ‘เริงใจโฮม’ เราทำสตูดิโอเป็นพื้นที่ทำงานของเรากับพี่หนึ่ง อีกส่วนเราเปิดบริการห้องพักเล็กๆ กางเต็นท์บ้างบางช่วง เราพยายามไม่ทำเยอะเกินฐานความพอดีของตัวเอง เมื่อไหร่ที่เราเหนื่อยเกินไป ความสุขจะหายไปทันที” 

อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40

เขาและเธอจึงเลือกทำโฮมสเตย์ด้วยแนวคิดกิน-อยู่-รู้-นอน ชวนแขกมากินในแบบที่เขาและเธอมี มาอยู่ในแบบที่เขาและเธอเป็น มารู้ในสิ่งที่เขาและเธอรัก และมานอนอย่างที่เคยๆ ปราศจากแอร์คอนดิชันเนอร์ มีเพียงลมหนาวจากภูเขา

บันเทิง เริงจิต เริงใจ 

จากพื้นที่กลางป่า ถูกถางหญ้า ปรับหน้าดิน เดินสายไฟฟ้าจนกลายเป็นพื้นที่พร้อมสร้าง 

หนิงเลือกสร้างสตูดิโอก่อน ตามด้วยห้องครัว ห้องเก็บของ ก่อนจะปิดท้ายด้วยบ้านพัก 2 หลัง ตามความฝัน

อ้อ ก่อนจะพาเดินสำรวจห้องบันเทิง บ้านเริงจิตและบ้านเริงใจ เจ้าบ้านหนุ่มเล่าที่มาที่ไปของชื่อให้เราฟังว่า

อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40

“เริงใจ แปลว่า ความรื่นเริงในความสงบ เราชอบเรื่องของข้างใน เรื่องของจิตใจอยู่แล้ว วัยนี้แล้วด้วยเลยต้องการความเงียบและสงบเป็นพิเศษ” หนิงเสริมต่อแทบจะทันที “เริงใจฟังดูแรด แต่มีความครบรส กับข้าวฉันก็ทำได้ อันนั้นฉันก็พอทำเป็น ทำเป็นทุกอย่าง แต่อาจจะไม่ได้แตกฉานสักเรื่อง เอาตัวรอดได้ด้วยนะ มันเลยเป็นความหมายของชื่อเริงใจ”

เริงใจโฮมสเตย์รับผู้มาเยือนได้มากสุด 16 คน บ้านเริงจิตและบ้านเริงใจนอนพักได้ห้องละ 3 คน ห้องบันเทิงพักได้ 2 คน อีกส่วนนั้นขอเชิญสายชิลล์นอนกลางเต็นท์ตีพุงให้สบายใจ มีห้องอาบน้ำบริการครบครัน แถมทุกห้องรวมอาหารเช้าและอาหารเย็นไว้เสร็จสรรพ

อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40

ขอแนะนำหมูกระทะเป็นมื้อเย็น เพราะเข้ากับบรรยากาศลมพัดเย็นสบายเป็นที่สุด

ภายในห้องนอนทั้งสามห้อง ตกแต่งด้วยชุดเครื่องนอนสีน้ำเงินสดใสจากฝีมือการมัดและย้อมของหนิง 

ความน่ารักอีกอย่างของเจ้าบ้าน คือทุกห้องจะมีผลิตภัณฑ์กาแฟแบรนด์อยู่อย่างน่านให้ทดลองใช้ ขัดผิวด้วยสครับบ์น้ำตาลกาแฟผสมขมิ้น ตามด้วยสบู่เหลวกาแฟเนื้อละมุน แถมสระผมด้วยแชมพูและครีมนวดกาแฟปิดท้าย แล้วคุณจะหลงรักคาเฟอีน ถ้าใครติดใจกาแฟน่าน บริเวณสตูดิโอมีวางจำหน่าย ทั้งขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ เลือกติดมือกลับบ้านได้เลย

กาแฟ ผ้าคราม ฟันดาบ

  ก่อนแขกผู้มาเยือนจะเก็บกระเป๋ากลับบ้าน หนิงจัดกิจกรรมย้อมผ้าครามคนละ 1 ผืนให้เป็นที่ระลึก หรือใครสนใจเวิร์กช็อปแปรรูปกาแฟน่านเป็นผลิตภัณฑ์สปา หนิงยินดีเปิดสอนทั้งแบบกลุ่มและแบบส่วนตัว ขอเพียงบอก เธอจัดให้

“ถ้าช่วงไหนลงไปกรุงเทพฯ เราจะไปหากิจกรรมทำ เคยไปลองมัดย้อมชิโบริมา มันสนุกมาก เราเชื่อว่าตอนแกะมัดผ้าออกมาทุกคนต้องยิ้มเหมือนเราแน่นอน พอกลับมาน่านเราเลยเพิ่มกิจกรรมนี้ให้แขกผู้มาพักทุกคน” 

อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40
อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40

“ถ้ามีลูกมีหลานมาฝึกดาบเบื้องต้นได้ด้วยนะ เราสอนฟันดาบและวาดภาพได้ อีกหน่อยจะทำลานฝึกซ้อมด้านล่างข้างบ่อน้ำ” อาจารย์สอนศิลปะเสริมต่อ

แค่ฟังดูก็น่าสนุก กิจกรรมเยอะแยะชวนลงมือทำ แถมพื้นที่สีเขียวมากมายเหมาะเป็นปอดของเมืองน่าน หนิงมองว่าที่นี่ยังขาดพื้นที่ธรรมชาติในการทำกิจกรรมสำหรับเด็กและครอบครัว 

“ถ้าวันหนึ่งเราพร้อม เราจะมีพื้นที่สำหรับเด็ก มีกระบะทราย มีพื้นที่นั่งระบายสี ให้เขาเรียนรู้ผ่านธรรมชาติ” 

อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40
อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม โฮมสเตย์จิ๋วกลางป่าของสาวชาวกรุงผู้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในน่านในวัย 40

หนิงให้สัญญา เพราะภาพที่เธอเห็นคุณแม่คุณลูกช่วยกันมัดย้อมสีธรรมชาติช่างน่ารักและมีความสุขเหลือเกิน

น่านเป็นเมืองเล็กๆ ที่ทำให้เธอตั้งคำถามและตัดสินใจเปลี่ยนแปลงบางอย่าง และเราเชื่อว่าเธอกำลังทำบางอย่างเพื่อเปลี่ยนแปลงและตอบแทนเมืองเล็กๆ เมืองนี้

หนิง-ดนิตา สุภพัฒน์บงกช และ หนึ่ง-ศุภกิจ บุญญพาพงศ์

อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม

เปิดจองที่พักตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เข้าพักท่ามกลางธรรมชาติได้อีกครั้งเดือนตุลาคม

ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน 55000 

Facebook : อยู่อย่างน่าน & เริงใจโฮม

ติดต่อ : 08 9664 3402

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

สโรชา อินอิ่ม

Freelance photographer ชอบความอิสระ ชอบเดินทางท่องเที่ยว บันทึกความทรงจำผ่านภาพถ่าย

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

“เหมือนกับเราเดินเข้ามาในภาพวาด เป็นเหมือนมิติที่เซอร์เรียลนิด ๆ รู้สึกไหม”

หยุม-สิริรัตน์ ถวิลเวชกุล เจ้าของบ้านหลังสีขาวแดงกลางซอยสามเสน 4 ย่านเทเวศร์ กึ่งบอกความรู้สึกของตัวเอง กึ่งถามความรู้สึกของคนมา เมื่อเธอกำลังหาคำนิยามสักอย่างให้สถานที่แห่งนี้

ตลอดต้นซอยถึงท้ายซอย ซอยข้าง ๆ และรอบ ๆ อาณาบริเวณย่านสามเสน มีที่พักเกิดขึ้นมากมาย แต่สิ่งที่ทำให้ Yoom Up ไม่เหมือนใคร คือเป็นบ้านที่มองเข้ามาเจอแต่บันได บันได และบันได จากความชอบส่วนตัวของเจ้าของบ้าน แต่เป็นการจัดวางบันไดวกวนที่ไม่ชวนอึดอัดหรืองุนงงเลยแม้แต่นิดเดียว

คำว่า นักท่องเที่ยว คือคำที่แนะนำตัวตนของเจ้าของบ้านได้ดีและชัดเจนมากพอ จนเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอตัดสินใจทำ Airbnb แห่งนี้ขึ้นมา เธอพาตัวเองออกเดินทางมาแล้วหลายประเทศ เที่ยวไปเที่ยวมาจนมาเจอย่านนี้ “พี่ชอบแถวนี้มาก ถึงขนาดตั้งใจเลยว่า วันหนึ่งอยากมีบ้านแถวนี้สักหลัง”

และวันนั้นก็เกิดขึ้นแล้ว เมื่อหยุมบังเอิญเจอตึกห้องนี้ประกาศขายพอดี ที่นี่จึงเหมือนเป็นทั้งภาพวาดอย่างที่หยุมว่า และเป็นภาพฝันในคราวเดียวกัน แต่งแต้มภาพนี้ด้วยความเป็นตัวตนของเจ้าของบ้าน รวมกับความรู้สึกของคนมาพัก ให้แต่ละคนหาคำตอบสุดท้ายเองว่า ‘มาพักที่นี่เหมือนเดินเข้ามาในภาพวาด เป็นเหมือนมิติที่เซอร์เรียลนิด ๆ’ นั้นจริงไหม 

Yoom Up : Airbnb สไตล์บ้านไทยโมเดิร์น ใต้ถุน 3 หลัง ภายใน 1 คูหา ย่านสามเสน-เทเวศร์

ก๊อก ๆๆ เปิดประตู

“หยุมคือชื่อพี่ และพี่ชอบบันได คิดไปคิดมา งั้นก็ Yoom Up แล้วกัน” ก่อนจะแนะนำให้รู้จัก หยุมก็ขอเฉลยชื่อบ้านหลังนี้ก่อน ไม่ต้องคาดเดาไปไกลหรือใหญ่โต เพราะทุกอย่างเป็นความเรียบง่าย สบาย ๆ เหมือนที่มาของชื่อและบรรยากาศของที่นี่

ห้องพักทรงบ้านไทย มีกลิ่นอายความจีนนิด ๆ โมเดิร์นหน่อย ๆ แต่ไม่แปลกแยกออกจากชายคาอื่นในละแวกใกล้เคียง มาจากความชอบที่หยุมส่งโจทย์ให้ ก็อป-ชัยเศรษฐ เศรษฐีสกุลชัย สถาปนิกผู้ออกแบบว่า “อยากให้มีบรรยากาศอบอุ่น มีความเป็นบ้าน ให้คนมาพักแล้วรู้สึกสบาย ๆ แต่ก็แอบดึงความสนใจด้วยสเปซที่เซอร์ไพรส์”

คำว่าเซอไพรส์ใช้ได้อย่างไม่เกินจริง หลังจากเปิดประตูสู่ตัวบ้าน ใครจะคิดว่าภายในตึก 1 คูหาเล็ก ๆ กลางซอยสามเสน 4 จะแบ่งเป็นห้องพร้อมใต้ถุน 3 หลังอยู่ในนั้นได้ ก็คงจะต้องใช้จินตนาการหน่อย ๆ ว่าพื้นที่จะแคบหรือไม่ ห้องจะกว้างได้แค่ไหนกันเชียว

ข้อดีของตึกนี้คือเพดานสูง จึงใช้โครงเดิมของบ้านได้เลย และเหมาะกับแบบบ้านที่ออกแบบไว้ หยุมเล่าว่าตอนแรกสถาปนิกอยากซอยให้ได้ยูนิตเยอะ แต่นั่นจะแลกมากับที่ว่างที่น้อยลง อาจจะเบียดกันและบางห้องจะไม่เจอข้างนอกเลย ไม่ได้เห็นแสงหรือท้องฟ้า เขาเลยลดจำนวนลง เพื่อเปิดพื้นที่โล่งให้แสงให้ธรรมชาติส่องเข้ามา ทำให้บรรยากาศโปร่งโล่ง ไม่อึดอัด

ส่วนสีแดงขาวมาจากสีบ้านเก่าของหยุม และเป็นโทนแม่สีที่หยุมใช่บ่อยในผลงานของเธอ สีแดงจึงปรากฏขึ้นหลังปาดแปรงทาสี กลายเป็นหนึ่งภาพจำที่โดดเด่นของ Yoom Up 

“พี่มองว่าอันนี้คือบ้านพี่ พี่คาดหวังให้แขกมองเห็นสถานที่นี้แล้วชอบ รู้สึกมีสเปซที่น่าสนใจ เลยอยากเช่า อยากมาพัก ให้เขาชอบจากใจ จะได้ดูแลบ้านด้วยกัน”

Yoom Up : Airbnb สไตล์บ้านไทยโมเดิร์น ใต้ถุน 3 หลัง ภายใน 1 คูหา ย่านสามเสน-เทเวศร์
Yoom Up : Airbnb สไตล์บ้านไทยโมเดิร์น ใต้ถุน 3 หลัง ภายใน 1 คูหา ย่านสามเสน-เทเวศร์

เข้าบ้านหยุม

ทำเลของตึกแถวกลางซอยแน่นอนว่าอยู่ติดถนน เสียงและบริบทของความเป็นชุมชนจึงอยู่รอบ ๆ ซึ่งหยุมต้องการรักษามวลนี้เอาไว้ ไม่ให้บ้านของเธอตัดขาดจากบรรยากาศชุมชน จึงตัดสินใจไม่ทำกำแพงทึบ แต่แทนที่ด้วยระแนงไม้ เพื่อเชื่อมภายในกับภายนอกถึงกันโดยไม่มีกำแพง

ชั้นแรกของบ้านแบ่งเป็นใต้ถุนห้องที่ 1 และใต้ถุนห้องที่ 2 (ใต้ถุนห้องที่ 3 อยู่บนชั้นลอยด้านหลัง) และมีโซนส่วนกลางที่มีขนม กล่องพยาบาล ของใช้ต่าง ๆ ไว้สำหรับแขกต้องการหรือขาดเหลืออะไร 

Yoom Up : Airbnb สไตล์บ้านไทยโมเดิร์น ใต้ถุน 3 หลัง ภายใน 1 คูหา ย่านสามเสน-เทเวศร์
Yoom Up : Airbnb สไตล์บ้านไทยโมเดิร์น ใต้ถุน 3 หลัง ภายใน 1 คูหา ย่านสามเสน-เทเวศร์

ต้องบอกก่อนว่าใต้ถุนในแบบ Yoom Up คือใต้ถุนที่ให้บรรยากาศเสมือนจริงอย่างมาก ไม่ใช่เป็นแค่พื้นที่ว่างข้างล่างบ้าน แต่มีบรรยากาศโปร่งโล่ง ลมเย็นจากนอกบ้านพัดผ่านเข้ามาเป็นระยะ เครื่องปรับอากาศจึงไม่จำเป็น 

แสงแดดอุ่น ๆ และเม็ดฝนปรอย ๆ แวะมาทักทายต้นไม้ใหญ่กลางบ้านอยู่เป็นประจำ เสียงรถเสียงคนแว่วเข้ามาบาง ๆ ให้บรรยากาศของชุมชนจริง ๆ (ตั้งแต่เรานั่งอยู่ตรงนั้น ได้ยินทั้งเสียงรถไอศกรีมเอย ตุ๊กตุ๊กเอย บะหมี่ป๊อก ๆ หรือข้าวเหนียวหมูบ้าง) เสียงรถส่วนใหญ่เอนน้ำหนักไปทางของกิน เชื่อว่าถ้ามานั่งตรงนี้นานกว่านี้อีกนิด อาจจะมีหวั่นไหวกับอาหารสักหนึ่งถึงหลายเจ้า

ห้องพักแต่ละห้องมีบันไดส่วนตัวพาขึ้นไปยังห้องนอนขนาดกะทัดรัด ดีไซน์ภายในคงสไตล์บ้านแบบไทย ๆ ผสมผสานกับความสมัยใหม่เอาไว้ โดยเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่เน้นฟังก์ชัน และสวยโดยพื้นผิวเดิมแบบไม่ปรับเปลี่ยน เช่น เตียงไม้ โต๊ะหินขัด ห้องนอนมีห้องน้ำในตัว ออกแบบจัดวางมาแล้วว่าไม่รบกวนพื้นที่ ทำให้รู้สึกว่าอยู่ในห้องกว้างแม้มีพื้นที่จำกัด ทุกห้องมีหน้าต่างบานใหญ่ให้แสงสาดความสว่างตกกระทบ

ชวนมาชิลล์เหมือนนอนบ้านเพื่อนกลางย่านเมืองเก่าที่ Yoom Up ที่พักสไตล์แปลกใหม่ในการวางสเปซที่น่าสนใจ
ชวนมาชิลล์เหมือนนอนบ้านเพื่อนกลางย่านเมืองเก่าที่ Yoom Up ที่พักสไตล์แปลกใหม่ในการวางสเปซที่น่าสนใจ

เดินเล่นรอบย่าน

แถวนี้เป็นเหมือนข้าวสารแต่ไม่ตื๊ด’ นี่คือคำที่หยุมนิยามให้ย่านนี้ เข้าใจง่ายในประโยคเดียว

ถ้าจะอธิบายเพิ่มอีกนิด เทเวศร์เป็นหนึ่งในย่านที่รักษาชุมชนเก่า ๆ สถาปัตยกรรม วิถีชีวิตของคนในชุมชนเอาไว้อยู่ เป็นที่ที่ทั้งสงบและไม่เหงาในเวลาเดียวกัน อยู่ไม่ไกลจากความเป็นเมือง แต่ก็ไกลพอให้มีมุมสโลว์ไลฟ์สบาย ๆ ของผู้คน มีบรรยากาศริมแม่น้ำให้รู้สึกปลอดโปร่ง ใกล้ย่านเมืองเก่า ใกล้วัด ใกล้สนามหลวง เป็นพื้นที่ที่เชื่อมไปไหนก็ได้ด้วยการสัญจรหลากหลายวิธี และเป็นย่านที่มีเสน่ห์ในตัวเอง

“มันแปลกดี คือเดินเลี้ยวไปทางไหนก็มีที่เที่ยว หรือเดินไปอีกหน่อยก็ข้ามสะพานพระราม 8 ได้ เดินตรงนี้ไปท่าพระอาทิตย์ได้ ตรงนี้ไปข้าวสารได้ ตรงนี้ไปวัดบวรฯ หรือจะนั่งเรือแม่น้ำเจ้าพระยาก็ใกล้ ๆ เลย” นี่คือเสน่ห์เล็ก ๆ ที่ทำให้หยุมตกหลุมรักที่นี่ จนมีความฝันต้องมีบ้านหลังนี้ให้ได้ เพื่อให้คนที่มาพักได้สัมผัสบรรยากาศในแบบที่เธอเห็น

“ในประเทศไทยนี่นะ กินมั่วก็อร่อยแล้ว” หยุมยกตัวอย่างสิ่งที่เรียกว่ากินมั่วว่า แค่เดินออกไปรอบ ๆ ที่พัก เจออะไรน่ากินก็ซื้อ ร้านท้องถิ่นหรือสตรีทฟู้ดมีอยู่เป็นระยะตามท้องถนน ห่างไกลคำว่าหิวหลายสิบหลายร้อยกิโล

ชวนมาชิลล์เหมือนนอนบ้านเพื่อนกลางย่านเมืองเก่าที่ Yoom Up ที่พักสไตล์แปลกใหม่ในการวางสเปซที่น่าสนใจ

ก่อนกลับบ้าน

ของตกแต่งดินปั้นที่วางบ้างแขวนบ้าง การันตีเลยว่ามีชิ้นเดียวในโลก เพราะปั้นเองจากสองมือของเจ้าของบ้าน รูปวาดตามกำแพงก็เหมือนกัน บางรูปวาดไว้อยู่ก่อนแล้ว หลายรูปวาดขึ้นทีหลังโดยได้แรงบันดาลใจจากบ้านใหม่แห่งนี้

“อย่างรูปนี้วาดทีหลัง ได้แรงบันดาลใจมาจากบ้านหลังนี้แหละ ก็วาดแมวดำเล่น ๆ แล้วแถวนี้ดันมีแมวดำตัวหนึ่ง เป็นแมวใครก็ไม่รู้ มีปลอกคอด้วย เหมือนภาพที่เราวาดเลย แล้วมันชอบเข้ามาในนี้ แต่ว่าตอนหลังไม่ให้เข้า เพราะมันชอบที่นี่มากเกินไปไง มันชอบเข้ามาขูดเบาะ แต่แปลกมากเลย รู้สึกอันนี้เหมือนเป็นเดจาวู” หยุมเล่าเรื่องราวของภาพหนึ่งให้ฟัง เป็นภาพที่บ่งบอกตัวตนของเธอมาก ๆ ภาพนั้นเต็มไปด้วยขั้นบันได มีมิติ ความซับซ้อน และโดดเด่นด้วยแม่สีสด ถ้าใครสนใจผลงานก็ตามไปดูที่อินสตาแกรม yoominsta ได้เลย

ชวนมาชิลล์เหมือนนอนบ้านเพื่อนกลางย่านเมืองเก่าที่ Yoom Up ที่พักสไตล์แปลกใหม่ในการวางสเปซที่น่าสนใจ

นอกจาก Yoom Up จะเป็นที่พักแล้ว ยังเป็นที่แสดงผลงานขนาดย่อมของเจ้าของบ้าน ไม่ใช่แค่ภาพวาดหรืองานแฮนด์เมดที่ทำขึ้น แต่ทุกรายละเอียดที่สร้างที่นี่หลอมรวมให้บ้านหลังนี้เป็นเหมือนแกลเลอรี่ของหยุม

จากระยะเวลาหน่วยเดือนนิด ๆ ที่ Yoom Up เปิดบ้าน ก็มีแขกแวะเวียนมาพักบ้าง พร้อมทิ้งทวนความประทับใจไว้ให้เจ้าของบ้านได้ยิ้มแก้มแทบปริ 

“คนแรกที่มาพักเป็นอินทีเรีย เขาบอกว่าชอบเพราะที่นี่สเปซดี ชอบต้นไม้กลางบ้าน คนที่สองบอกว่าชอบภาพวาด อยากซื้อรูป และคนที่สามมาตอนฝนตก พี่ก็กังวลใจนะว่านักท่องเที่ยวจะรู้สึกแย่หรือเปล่า เพราะว่าบ้านนี้มีฝนตกลงมาปรอย ๆ นิดหน่อยตรงคอร์ตกลางบ้าน แต่เขาบอกว่ามันเป็นความรู้สึกที่ดี เหมือนเชื่อมภายในกับภายนอกถึงกัน ไม่เป็นปัญหาเลย เย็นดี ฉันนอนหลับสบายมาก พี่ก็ดีใจและแอบมีความสุขนะที่เขาชอบ”

คุยกันมาสักพัก ก่อนกลับ เจ้าของบ้านชวนให้กินน้ำกินขนมที่เธอจัดเตรียมไว้สำหรับแขกทุกคน ทุกสิ่งในบ้านเน้นความเรียบง่าย ไม่เยอะ ไม่มากไป ให้ความรู้สึกเหมือนมานอนบ้านเพื่อน แต่เป็นเพื่อนใหม่ที่น่ารู้จัก ทั้งคน บ้าน และย่าน

“เราไม่ได้มีอะไรให้มาก ให้เขาได้ออกไปเดินเล่น ไปค้นหาสิ่งที่สนใจ ไปทำความรู้จักรอบ ๆ ย่านแถวนี้ด้วยตัวเอง”

ชวนมาชิลล์เหมือนนอนบ้านเพื่อนกลางย่านเมืองเก่าที่ Yoom Up ที่พักสไตล์แปลกใหม่ในการวางสเปซที่น่าสนใจ

Yoom Up

ที่ตั้ง : 360/9 ซอยสามเสน 4 แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

Facebook : Yoom Up

Instagram : yoom_up

Writer

ปิยฉัตร เมนาคม

หัดเขียนจากบันทึกหน้าที่ 21/365 เพิ่งค้นพบว่า สลัดผักก็อร่อย หลงใหลงานคราฟต์เป็นชีวิต ของมือสองหล่อเลี้ยงจิตใจ ขอจบวันง่าย ๆ แค่ได้มองพระอาทิตย์ตกจนท้องฟ้าเปลี่ยนสี วันนั้นก็คอมพลีทแล้ว

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load