The Cloud x TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง 

เคยมีวลีของใครคนหนึ่งที่ชาวอุตรดิตถ์รู้สึกชื่นชอบว่า “อุตรดิตถ์แดนฝัน สวรรค์บนดิน เมืองแห่งภูเขากินได้” รวมถึงตำนานของเมืองลับแล ดินแดนแห่งลางสาดหวาน ทุเรียนพื้นเมือง หลงลับแล หลินลับแล สับปะรดห้วยมุ่น ก็ยังเป็นที่สนใจของผู้คนจากต่างแดนอีกเช่นกัน 

เดิมทีตัวเมืองอุตรดิตถ์คือบางโพธิ์ท่าอิฐ ซึ่งปัจจุบันเป็นเพียงตำบลเล็กที่ยังมีวิถีแห่งย่านการค้าเก่า อุตรดิตถ์ตั้งอยู่ทางใต้สุดของภาคเหนือตอนล่าง ไม่ได้ใกล้อุดรธานี ไม่ติดอุบลราชธานี อย่างที่หลายคนเข้าใจ 

อุตรดิตถ์มีภูเขาสูงสลับซับซ้อน อากาศค่อนข้างร้อนอบอ้าวในฤดูร้อน คนอุตรดิตถ์ใช้ชีวิตวิถีเกษตรกรรมเป็นหลัก ความน่ารักของคนอุตรดิตถ์อีกอย่างหนึ่งคือภาษาพูด จนเคยมีผู้กล่าวไว้ว่า อุตรดิตถ์เป็นเมืองที่มีภาษาพูดมากที่สุดในประเทศ ส่วนจะเท็จจริงอย่างไร คงต้องมาลองสนทนาพาทีกับคนที่นี่ดู

ส่วนการท่องเที่ยวมีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแหล่งโบราณคดี ประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ ซึ่งในระยะหลังอุตรดิตถ์ชัดเจนเรื่องการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ชุมชน ตลอดจนการนำเสนอด้วยเสน่ห์อาหารการกินหลากหลายเชื้อชาติของคนอุตรดิตถ์ มีรสชาติแบบ กลาง เหนือ อีสาน ใต้ จีน ที่สำคัญราคาน่ารัก ข้าวจานละ 15 บาทก็ยังหาทานได้ เรียกได้ว่าถ้ามีเงินสัก 100 บาทก็พุงกางได้ 

ครั้งนี้อยากให้ใคร ๆ ลองกำหนดแผนเพียงหลวม ๆ แล้วใช้วิธีการเสาะแสวงหา ลัดเลาะไปตามแหล่งชุมชน กระทั่งลองแวะชิมอาหารริมทาง หรือเดินดูหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ไหนสักแห่ง แทนที่จะตั้งหน้าตั้งตาขับรถไปให้ถึงที่หมายโดยเร็วที่สุด ลองเปลี่ยนเป็นเริ่มจากแวะร้านค้า ตลาด ไร่ นา สวน แม่น้ำ วัด บ้านชาวบ้านข้างทางระหว่างเส้นทางนั้น และทำความรู้จักอุตรดิตถ์ผ่าน 10 สถานที่ต่อไปนี้ ตั้งแต่ร้านก๋วยเตี๋ยว สวนผลไม้ ไปถึงอาร์ตสเปซ เมืองเล็ก ๆ ที่ใคร ๆ ก็บอกว่าเป็นเมืองผ่าน และครั้งหนึ่งเคยติดอันดับเมืองที่มีมวลความสุขของประเทศไทยมาแล้ว

01

มา มะ อาร์ตสเปซ

พื้นที่ศิลปะที่เริ่มต้นจากความรักในศิลปะของครอบครัวเล็ก ๆ

มา มะ อาร์ตสเปซ, พื้นที่ศิลปะที่เริ่มต้นจากความรักในศิลปะของครอบครัวเล็ก ๆ

หลังจากเรียนจบด้านศิลปะ ติ๋ว-แสงเดือน จริยารัตนกูล เคยรับสอนศิลปะชั้นเรียนเล็ก ๆ ของแกลเลอรี่แห่งหนึ่งในบ้านเกิด ควบคู่กับการใช้ชีวิตครอบครัว โดยมีสามีเป็นอาจารย์สอนศิลปะ

ครอบครัวมามะทำงานศิลปะหลายอย่าง วาด ปั้น สื่อผสม ด้วยความชอบชีวิตเรียบง่าย การใช้วัสดุธรรมชาติ ปรับเปลี่ยนแปลงผักของแม่เป็นพื้นที่แสดงงานศิลปะของครอบครัว และผลงานเพื่อน ๆ พี่ น้อง ครู อาจารย์ ด้วยแรงเสริมจากประโยคที่น้องคนหนึ่งบอกว่า 

“เราทำงานศิลปะไว้เยอะมาก ถ้าจะทำบ้านอีกหลัง ก็น่าจะเป็นการดีที่เอาผลงานเราแขวนให้คนอื่นดูบ้าง ให้คนเห็นงานศิลปะสวย ๆ” 

รู้จักอุตรดิตถ์ ผ่าน 10 สถานที่ ตั้งแต่ร้านก๋วยเตี๋ยว สวนผลไม้ ไปถึงอาร์ตสเปซ

ชื่อ มา มะ อาร์ตสเปซ มีที่มาจากชื่อเล่นของลูกทั้งสอง มาหนุนและมะนอย พื้นที่แบ่งเป็นบ้านพักอาศัยของครอบครัว กับบ้านอีกหลังเป็นส่วนทำกิจกรรมทางศิลปะ ด้วยอาคารปูนแบบง่าย ๆ ด้านบนมีพื้นที่ทำงานวาดภาพ และมีภาพวาดจัดแสดงอยู่จำนวนมาก ด้วยความตั้งใจอยากพัฒนาพื้นฐานการใช้ชีวิตให้คนในชุมชนรู้จักชื่นชมความงาม ผ่านงานทัศนศิลป์ที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน คอยต้อนรับพี่น้องเพื่อนฝูงที่มาเยี่ยมเยือน มาทำงานศิลปะ วาด ระบายสี ปั้น และอื่น ๆ บนพื้นฐานของความเชื่อที่ว่า ศิลปะจะต้องเข้าถึงง่าย ทำได้ง่าย ใครก็ทำได้ 

รู้จักอุตรดิตถ์ ผ่าน 10 สถานที่ ตั้งแต่ร้านก๋วยเตี๋ยว สวนผลไม้ ไปถึงอาร์ตสเปซ

ชั้นล่างเป็นห้องเก็บผลงานสำคัญของศิลปิน เพื่อน ครูอาจารย์ ด้วยเหตุผลคืออยากมีงานศิลปะดี ๆ ให้ได้ชมกันหากไม่มีโอกาสไปหอศิลป์ในเมืองอย่างเชียงใหม่หรือกรุงเทพฯ อีกส่วนหนึ่งเป็นพื้นที่ห้องเรียนศิลปะ นั่งเรียนกันโล่ง ๆใต้ถุนบ้าน รวมถึงปัจจุบันได้เพิ่มงานเครื่องปั้นดินเผาเข้ามา 

ในช่วงวันลอยกระทงของทุกปี มา มะ อาร์ตสเปซ ยังร่วมกับชุมชนจัดกิจกรรมทำกระทง ลอยกระทง ให้คนในชุมชนได้มีส่วนร่วมสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอีกด้วย

ที่ตั้ง : 52 หมู่ 2 ตำบลผาจุก อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ (แผนที่)

วันเวลาทำการ : เสาร์-อาทิตย์ 09.00 – 17.00 น. (ปิดวันจันทร์-ศุกร์ แต่จะเปิดเป็นกรณีพิเศษหากติดต่อล่วงหน้า)

โทรศัพท์ : 08 9859 9161 

Facebook : MA MA ART SPACE

02

บุญดำรงค์กรีนฟาร์ม

ฟาร์มเกษตรอินทรีย์ที่มีป่าวนเกษตรเป็นตู้กับข้าวของชุมชน

บุญดำรงค์กรีนฟาร์ม, ฟาร์มเกษตรอินทรีย์ที่มีป่าวนเกษตรเป็นตู้กับข้าวของชุมชน

หากจะพูดถึงเกษตรกรระดับแนวหน้าของอุตรดิตถ์ คงอดไม่ได้ที่จะกล่าวถึง เอด-สุทธิรัตน์ ปลาลาศ เกษตรกรอีกคนหนึ่งที่มีความคิดเด็ดเดี่ยวควบคู่กับการอนุรักษ์ผืนป่า ความตั้งใจนี้ชัดเจนตั้งแต่สมัยเลือกเรียนมหาวิทยาลัยแม่โจ้ สาขาพืชศาสตร์ไม้ผล ด้วยความที่ตอนเด็กเคยเดินตามผู้เฒ่าผู้แก่ หาบกล้าทุเรียน ลางสาด ขึ้นรถไฟไปปลูกในป่า จากสถานีน้ำริดไปยังสถานีปางต้นผึ้ง สถานีเล็ก ๆ ก่อนขบวนรถไฟจะลอดอุโมงค์เขาพลึงขึ้นเหนือไปเรื่อย ๆ 

ภาพจำที่คอยตอกย้ำว่าการปลูกผลไม้ให้ขึ้นในป่าดีกว่าถางป่าเพื่อปลูกพืชผลเชิงเดี่ยว จากบัณฑิตคณะเกษตร มาถึงการเป็นเกษตรกรของบุญดำรงค์กรีนฟาร์ม ฟาร์มเกษตรเล็ก ๆ บนผืนนาที่ติดกับทางรถไฟ ในหมู่บ้านน้ำริด มีด้านหลังเป็นภูเขาคนละครึ่งฝั่งกับเมืองลับแล จากผืนนาของ ปู่ ย่า ตา ทวด ที่ทำเกษตรสู่รุ่นลูกหลาน มีตั้งแต่ผักพื้นบ้าน มะเขือ พริก มะกรูด ไปจนถึงผักกาดแก้ว ผักโขมแดง โรสแมรี่ ทั้งหมดปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่ฟาร์มที่มีร้านค้ากึ่งร้านอาหาร

วันดีคืนดีแม่ของเอดจะทำอาหารพื้นบ้านอร่อย ๆ อย่างขนมจีนน้ำเงี้ยว ยำผักกูด แกงแค มีผลผลิตแปรรูป ข้าวกล้อง ข้าวอินทรีย์ นมถั่วเหลือง ผลไม้แช่อิ่ม น้ำลางสาด ซึ่งลางสาดถือเป็นผลผลิตที่สะท้อนถึงคุณค่าการมีตัวตน ชีวิต จิตวิญญาณของเอดได้เป็นอย่างดี

รู้จักอุตรดิตถ์ ผ่าน 10 สถานที่ ตั้งแต่ร้านก๋วยเตี๋ยว สวนผลไม้ ไปถึงอาร์ตสเปซ

หากมีเวลานั่งฟังเรื่องเล่า จะรู้ว่าวนเกษตรคือหัวใจของบุญดำรงกรีนฟาร์ม และหลายคนอาจยังไม่รู้ว่าผลผลิตของบุญดำรงค์กรีนฟาร์มได้ส่งถึงผู้บริโภคในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานครนานแล้ว ต้องมาคุยมาฟัง ถึงจะร้องอ๋อกันเลยทีเดียว

ที่ตั้ง : 172 หมู่ 1 ตำบลน้ำริด อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ (แผนที่)

วันเวลาทำการ : จันทร์-อาทิตย์ 09.00 – 17.00 น. (หรือติดต่อล่วงหน้าเพื่อความสะดวก)

โทรศัพท์ : 08 6590 6115 

Facebook : บุญดำรงกรีนฟาร์ม

 03

ลับแล เมืองน่ารัก

บ้านที่เล่าชีวิตความเป็นอยู่ของเมืองลับแลแบบเรียบง่าย

ลับแล เมืองน่ารัก, บ้านที่เล่าชีวิตความเป็นอยู่ของเมืองลับแลแบบเรียบง่าย

ลับแล เมืองน่ารัก เป็นบ้านไม้ธรรมดา เป็นบ้านดิน เป็นร้านทำข้าวแคบและข้าวพัน อันเป็นอาหารพื้นเมืองขึ้นชื่อของชาวลับแล เป็นแกลเลอรี่ภาพถ่ายวิถีชีวิต ซึ่งนำเสนอมุมมองที่ต่างออกไป เพื่อบอกเล่าความจริง ความดี ความงาม ของคนลับแลผ่านภาพถ่าย และการจัดกิจกรรมเที่ยวลับแลแบบบ้าน ๆ

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะคุ้นชื่อ เมืองลับแล มากกว่า จังหวัดอุตรดิตถ์ ไม่ว่าจะด้วยการรับรู้ผ่านตำนาน เรื่องเล่า หรือกระแสความนิยมของเหล่านักชิมผลไม้ โดยเฉพาะทุเรียน หลงลับแล หลินลับแล ลางสาด ลองกอง อันเป็นที่มาของสมญานาม ‘เมืองแห่งภูเขากินได้’ 

การนำเสนอเรื่องราวของเมืองลับแลในมุมมองที่ต่างออกไป จึงเป็นความท้าทายสำหรับ ใหม่-ณฐพร พรมโพธิ์ อดีตเด็กนักศึกษานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ที่มีโอกาสฝึกปรือฝีมือประสบการณ์ด้านการทำสื่อจากบริษัททำสารคดี สื่อสิ่งพิมพ์ กระทั่งได้เรียนรู้ด้านการทำภาพยนตร์ และมีโอกาสติดสอยห้อยตามไปทำงานกับผู้กำกับหลายคน 

รู้จักอุตรดิตถ์ ผ่าน 10 สถานที่ ตั้งแต่ร้านก๋วยเตี๋ยว สวนผลไม้ ไปถึงอาร์ตสเปซ

เริ่มจากความสนใจของเด็กคนหนึ่งเป็นที่ตั้ง เมื่อสิ่งต่าง ๆ ที่ได้เรียนรู้ทำให้เขากลับมาคิด ปู่เย็น เฒ่าทรนง แห่งลุ่มน้ำเพชรบุรี คือหนึ่งในบุคคลที่ทำให้เกิดคำถามว่า ‘เราเกิดมาเพื่ออะไร’ 

และคำตอบที่ได้คือ กลับบ้าน 

รู้จักอุตรดิตถ์ ผ่าน 10 สถานที่ ตั้งแต่ร้านก๋วยเตี๋ยว สวนผลไม้ ไปถึงอาร์ตสเปซ

ใหม่ใช้พื้นที่ชั้นบนของบ้านเล่าเรื่องราวเมืองลับแลในแบบง่าย ๆ ผ่านการจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ ภาพถ่ายมุมองต่าง ๆ ในเมืองลับแล หนังสือ ตำราเก่า ข้างบ้านมีเพิงเล็ก ๆ ภายใต้เพิงมีเตาทำข้าวแคบที่ได้เรียนรู้การทำจากปราชญ์ชาวบ้านแล้วมาหัดทำ หัดก่อเตา จนได้เตาใช้งานเอง ใช้ทำข้าวแคบ ข้าวพัน ทั้งทำจำหน่าย สาธิตให้นักท่องเที่ยวที่สนใจได้ลองชิมและหัดทำ ไปจนถึงจัดกิจกรรมกับเด็กในชุมชน ในอนาคตอันใกล้ ใหม่และภรรยากำลังเตรียมพื้นที่เล็ก ๆ ในสวนใกล้บ้านทำเป็นร้านขายข้าวพันผัก อาหารหลักของคนลับแล ทำสตูดิโอภาพถ่าย ของที่ระลึก และเป็นที่พักสำหรับนักเดินทางที่ชอบความเงียบ ง่าย งาม 

ที่ตั้ง : 662 ถนนศรีวิจารณ์ ตำบลศรีพนมมาศ อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ (แผนที่)

วันเวลาทำการ : จันทร์-อาทิตย์ 09.00 – 17.00 น. (หรือติดต่อล่วงหน้าเพื่อความสะดวก)

โทรศัพท์ : 08 76575959 

Facebook : ลับแล เมืองน่ารัก

04

นานา ฟิลด์

ร้านอาหารกลางทุ่งนาอินทรีย์ของแม่และยาย

นานา ฟิลด์, ร้านอาหารกลางทุ่งนาอินทรีย์ของแม่และยาย
รู้จักอุตรดิตถ์ ผ่าน 10 สถานที่ ตั้งแต่ร้านก๋วยเตี๋ยว สวนผลไม้ ไปถึงอาร์ตสเปซ

“เราอยากให้คนมาเที่ยว มาเห็นวัดพระฝาง” 

คำพูดของ แป้ง-ธัญญารัตน์ สุนทรารัณญ์ นักศึกษาเทคนิคการแพทย์ สาขารังสีเทคนิค มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ไม่ได้ใช้ชีวิตตรงสายหลังจากเรียนจบ 

ด้วยความที่เติบโตมากับครอบครัวในชุมชนบ้านพระฝาง อันเป็นที่ตั้งของวัดพระฝางสวางคบุรีมุนีนาถ โบราณสถานที่มีทั้งความงามของบานประตูไม้แกะสลัก แป้งจึงทำร้านอาหารของตัวเอง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการบอกเล่าเรื่องราวแหล่งท่องเที่ยวชุมชน ชวนให้คนที่มาวัดพระฝาง ต้องมาแวะกินอาหารอร่อยที่นานา ฟิลด์ 

นานา ฟิลด์ เป็นร้านอาหารและคาเฟ่บรรยากาศร่มรื่น เย็นสบาย นั่งชมนา ชมนก มีทางเดินทอดยาวออกไปยังผืนนา นอกเหนือจาก กิน ดื่ม ชม กิจกรรมที่ต้องมาทำที่นี่คือการร่วมกันดำนา หรือเรียกอีกอย่างว่าลงแขกดำนา ซึ่งแป้งได้ชวนเพื่อนบ้าน พี่ น้อง มาเรียนรู้และร่วมสนุกเป็นประจำทุกปี นอกจากนี้ยังมีห้องพักอีก 3 ห้อง เป็นกระท่อมกลางนาหลังเล็กน่ารัก ที่กำลังจะเปิดให้บริการในเร็ววันนี้ 

รู้จักอุตรดิตถ์ ผ่าน 10 สถานที่ ตั้งแต่ร้านก๋วยเตี๋ยว สวนผลไม้ ไปถึงอาร์ตสเปซ

หากอยากลองมาใช้ชีวิตชาวนา นอนกลางนา กินข้าวกลางนา นั่งนับดาวกลางนา ก็น่าจะมีความสุขไม่น้อย ช่วงที่ไม่มีต้นข้าวก็จะมีต้นปอเทืองออกดอกเหลืองงามเต็มทุ่งไว้แทน

และขาดไม่ได้คือการแนะนำข้าวปลาอาหารของนานา ฟิลด์ ตั้งแต่ข้าวหอมมะลิ ข้าวไรซ์เบอรี่ ข้าวอินทรีย์ที่แสนอร่อย อาหารพื้นบ้านอย่างลาบ ต้มปลา น้ำพริก หรือ สปาเก็ตตี้ ข้าวแกงกะหรี่และปอเปี๊ยะทอด ซึ่งได้สูตรมาจากเพื่อนตอนไปเรียนภาษาที่อเมริกา สลัด เค้กแบบต่าง ๆ วันดีคืนดีมีน้ำลิ้นจี่สดปั่นสั่งตรงจากฟาร์มที่เชียงใหม่ 

ไม่ต่างจากผืนนาของเธอ อาหารทุกเมนูก็ปรุงมาจากใจ จากความรักในสิ่งที่ทำอีกเช่นกัน 

ที่ตั้ง : 185 บ้านพระฝาง หมู่ 3 ตำบลผาจุก อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ (แผนที่)

วันเวลาทำการ : อังคาร-อาทิตย์ 09.30 – 17.30 น. (ปิดวันจันทร์)

โทรศัพท์ : 09 7297 2396 

Facebook : NANA Field

05

ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นยาจีนครูเก่ง

ร้านก๋วยเตี๋ยวที่นั่งกินแล้วอิ่มกับเรื่องเล่าเมืองพิชัยแบบลึกซึ้ง

ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นยาจีนครูเก่ง, ร้านก๋วยเตี๋ยวที่นั่งกินแล้วอิ่มกับเรื่องเล่าเมืองพิชัยแบบลึกซึ้ง

เมืองพิชัย เมืองที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์ของอุตรดิตถ์ เมืองที่มีของกินอร่อย แกงหอย ไส้อั่วแบบพิชัย หากใครเคยเดินทางท่องเที่ยวโดยรถไฟสายเหนือ จะรู้ว่าถ้าลงที่สถานีพิชัย สามารถเที่ยวได้ในแบบกระชับ พอดี พองาม และหากเดินลัดเลาะย่านตลาดหน้าสถานีรถไฟมาอีกเล็กน้อย จะเจอร้านก๋วยเตี๋ยวเส้นสดร้านเล็ก ๆ หัวมุมถนน ร้านก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นยาจีนครูเก่ง ตั้งตามชื่อ ครูเก่ง-วิทยา ศรีม่วง คนพิชัยโดยแท้ 

ครูเก่งเรียนจบด้านจิตรกรรมสากล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เป็นครูสอนศิลปะ ครูติวศิลปะ จิตรกร นักเดินทาง นักเขียน นักศึกษาประวัติศาสตร์เมืองพิชัยตัวยง ใครต้องการฟังเรื่องราวเมืองพิชัยหรือพระยาพิชัย มาที่นี่ไม่ผิดหวังแน่นอน หน้าร้านอาจดูเหมือนไม่ใช่ร้านก๋วยเตี๋ยว และเมื่อแรกมองเข้าไปอาจคิดว่าเป็นสตูดิโอศิลปะ ร้านทำป้าย หรือร้านขายของเก่า เพราะบรรยากาศในร้านเต็มไปด้วยการสร้างสรรค์งานศิลปะ การตกแต่งเหมือนทำงานศิลปะแบบสื่อผสม ปะปนไปกับสิ่งของที่บอกเล่าเรื่องการเดินทางในอดีต

พาไปรู้จักอุตรดิตถ์ เมืองที่เคยติดอันดับเมืองที่มีมวลความสุขมากที่สุด ผ่าน 10 สถานที่เที่ยว ตั้งแต่ร้านก๋วยเตี๋ยว สวนผลไม้ ไปถึงอาร์ตสเปซ
พาไปรู้จักอุตรดิตถ์ เมืองที่เคยติดอันดับเมืองที่มีมวลความสุขมากที่สุด ผ่าน 10 สถานที่เที่ยว ตั้งแต่ร้านก๋วยเตี๋ยว สวนผลไม้ ไปถึงอาร์ตสเปซ

 ภายในร้านมีพื้นที่สำหรับชงชา กาแฟ และเครื่องดื่มอื่น ๆ มีโต๊ะสำหรับนั่งกินก๋วยเตี๋ยว ทั้งก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น ไก่ตุ๋น ต้มยำแบบไทย ต้มยำแบบพิชัย หรือแบบจีน แบบเกาหลี เกาเหลาลวกจิ้ม กิมจิและหัวไชเท้าดองสูตรเกาหลีขนานแท้ เส้นทั้งหมดทำเองด้วยสูตรพิเศษของครูเก่ง

บางเมนูครูเก่งได้สูตรและกระบวนการทำจากเพื่อนศิลปินและอาจารย์ศิลปะ เมื่อครั้งเดินทางไปเวียดนามและชักชวนกันไปแสดงงานที่เกาหลี เพื่อน ๆ ต่างมอบสูตรการทำเส้น จนถึงขั้นแทบจะยกไม้ตีแป้งประจำตระกูลให้ครูเก่งเอามาทำเส้นที่เมืองพิชัยเลยทีเดียว 

หากจะพูดว่า “ศิลปะ หนังสือ เส้นก๋วยเตี๋ยว กิมจิ และการเดินทาง คือ ส่วนหนึ่งของครูเก่ง” ก็คงจะไม่ผิดนัก

ที่ตั้ง : 410/10 ตำบลในเมือง อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ (แผนที่)

วันเวลาทำการ : ทุกวัน 10.00 – 14.30 น.

ติดต่อ : 08 6927 7508 

Facebook : Kenny Witthaya Srimuang

06

Summer Green cafe

คาเฟ่กลางสวนทุเรียนในชุมชนวัดเจดีย์คีรีวิหาร เมืองลับแล 

Summer Green cafe, คาเฟ่กลางสวนทุเรียนในชุมชนวัดเจดีย์คีรีวิหาร เมืองลับแล

สวนทุเรียนมีคาเฟ่ หรือ คาเฟ่ในสวนทุเรียน ไม่แน่ใจ แต่สามารถมองหาทางเข้าตรงข้ามวัดเจดีย์คีรีวิหาร ในเมืองลับแล เลี้ยวซ้ายเข้าไปในซอยเล็ก ๆ ตรงข้ามวัด สักพักจะเจอป้าย ‘สวนป้าเรียน’ 

สิ่งที่ขาดไปไม่ได้เมื่อพูดถึงเมืองลับแลคือผลไม้นานาชนิด โดยเฉพาะทุเรียนสายพันธุ์หลงลับแลและหลินลับแล และผลไม้จากเมืองลับแลก็ยังสร้างรายได้หลักล้านต่อปีให้จังหวัดอุตรดิตถ์อีกด้วย 

พาไปรู้จักอุตรดิตถ์ เมืองที่เคยติดอันดับเมืองที่มีมวลความสุขมากที่สุด ผ่าน 10 สถานที่เที่ยว ตั้งแต่ร้านก๋วยเตี๋ยว สวนผลไม้ ไปถึงอาร์ตสเปซ

ป้าเรียน มีรัตน์ เป็นชาวลับแลโดยกำเนิด ทำสวนลับแลมาแต่รุ่นปู่ย่าตายาย ขายทุเรียน ลางสาด ลองกอง มาหลายสิบปี ชาวลับแลมีการปลูกต้นทุเรียนกันแทบทุกบ้าน บ้านป้าเรียนเองก็มีเนื้อที่กว้างขวาง ปลูกต้นทุเรียน ลางสาด ลองกอง ในบ้านได้เป็นจำนวนมาก ยังไม่รวมในสวนที่อยู่ห่างออกไปในตัวอำเภอลับแลอีกด้วย 

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ลูก ๆ ของป้าเรียนเห็นว่าท่านอายุมากขึ้น ไม่อยากให้ออกนอกบ้านไปค้าขายผลไม้ที่ตลาด จึงใช้พื้นที่บริเวณบ้านทำเป็นร้านขายทุเรียน ข้างใต้ถุนมีแคร่จำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงราวเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม 

พาไปรู้จักอุตรดิตถ์ เมืองที่เคยติดอันดับเมืองที่มีมวลความสุขมากที่สุด ผ่าน 10 สถานที่เที่ยว ตั้งแต่ร้านก๋วยเตี๋ยว สวนผลไม้ ไปถึงอาร์ตสเปซ

หลังจากมีลูกค้าเข้ามาชิม มาซื้อ ผลไม้จากสวนป้าเรียนอยู่ไม่ขาดสาย จึงเกิดเป็น Summer Green cafe เพื่อเป็นพื้นที่รับรองลูกค้า โดยมีเครื่องดื่ม ชา กาแฟ และยังนำผลผลิตจากทุเรียนมาสรรสร้างเมนูใหม่ เช่น เค้กทุเรียน น้ำทุเรียนปั่น และอีกหลากหลายรายการ ภายใต้บรรยากาศแบบนั่งกินทุเรียนใต้ต้นทุเรียนได้เลย

ที่ตั้ง : 14 หมู่ 5 ตำบลฝายหลวง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ (แผนที่)

วันเวลาทำการ : ทุกวัน 09.00 – 18.00 น. (ปิดวันจันทร์)

โทรศัพท์ : 06 1714 5956 

Facebook : สวนผลไม้บ้านป้าเรียน และ Summer Green cafe

07

มานิดา คาเฟ่ @สวนสุวรรณ

คาเฟ่ในสวนผลไม้ที่เริ่มต้นทำในสิ่งที่รักจากศูนย์

มานิดา คาเฟ่ @สวนสุวรรณ, คาเฟ่ในสวนผลไม้ที่เริ่มต้นทำในสิ่งที่รักจากศูนย์

มานิดา คาเฟ่ เป็นคาเฟ่แบบเรียบง่ายในสวนมะยงชิดและอินทผลัมของครอบครัว ตั้งอยู่ติดทางหลวงสายเหนือ 

พ่อของ หนึ่ง-สุปราณี สุวรรณรอด เริ่มทำการเกษตรพืชสวน พืชผลไม้ จากการเรียนรู้ด้วยตนเอง เพราะไม่ได้เรียนสูง จบแค่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ต่างจากลูกสาวที่เรียนจบการศึกษาด้านศิลปะ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ เคยทำงานมาหลายอย่าง ตัั้งแต่เป็นครูสอนศิลปะเด็ก ลูกจ้างร้านอาหาร ร้านกาแฟ ขายของตลาดนัด รับทำงานภาพประกอบ จนสุดท้าย มาจบที่ความฝันว่าอยากกลับมาช่วยพ่อทำสวนสุวรรณและเปิดร้านเล็ก ๆ ในสวนของพ่อ ซึ่งสวนทางกับความคิดของพ่อโดยสิ้นเชิง 

พาไปรู้จักอุตรดิตถ์ เมืองที่เคยติดอันดับเมืองที่มีมวลความสุขมากที่สุด ผ่าน 10 สถานที่เที่ยว ตั้งแต่ร้านก๋วยเตี๋ยว สวนผลไม้ ไปถึงอาร์ตสเปซ

มานิดา คาเฟ่ เสิร์ฟเครื่องดื่มจากผลผลิตในสวน น้ำมะยงชิด ชาดอกอินทผลัม ชามะนาวอินทผลัม อินทผลัมนมสด อินทผลัมแบบตากแห้ง ทุเรียนปั่น พร้อมอาหารทานง่ายอย่างข้าวหน้าลาบมะแขว่น หมูย่าง ไปจนถึงรับจัดชุดหมูกระทะสำหรับนั่งกินระหว่างดูพระอาทิตย์ตกตอนเย็น ๆ อีกด้วย 

พาไปรู้จักอุตรดิตถ์ เมืองที่เคยติดอันดับเมืองที่มีมวลความสุขมากที่สุด ผ่าน 10 สถานที่เที่ยว ตั้งแต่ร้านก๋วยเตี๋ยว สวนผลไม้ ไปถึงอาร์ตสเปซ

ใครได้มาเยี่ยมเยียนที่นี่จะรู้สึกถึงความเป็นกันเองของเจ้าของร้าน ท่ามกลางความร่มรื่นของสวนผลไม้แบบเกษตรอินทรีย์ปลอดสารเคมี 100 เปอร์เซ็นต์ ร้านยังมีระเบียงและทางเดินลอยฟ้าเหนือสวนเชื่อมไปยังกลางสวนผลไม้ ให้แขกไปใครมาได้สัมผัสธรรมชาติ ภูเขา นั่งดูอาทิตย์ตกดิน ได้อย่างเต็มที่ 

ถ้าต้องการซึมซับบรรยากาศมากไปกว่านั้น สามารถเช่าพื้นที่กางเต็นท์ได้ในทุกจุดของสวนสุวรรณ ซึ่งอัตราค่าบริการไม่แพง คุ้มค่ากับการได้นอนนับดาว ตื่นเช้ามาสูดอากาศบริสุทธิ์ เรียนรู้ชีวิตชาวสวน และการดูแลผักผลไม้แบบใกล้ชิด

ที่ตั้ง : 212/1 ตำบลด่านนาขาม อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ (แผนที่)

วันเวลาทำการ : เปิดทุกวัน 09.00 – 17.00 น. 

โทรศัพท์ : 08 6206 0795 

Facebook : มะยงชิดสวนสุวรรณ

08

วัดใหญ่ท่าเสา ชุมชนท่าเสา

วัดที่บอกเล่าประวัติศาสตร์และย่านเก่าของอุตรดิตถ์

วัดดใหญ่ท่าเสา ชุมชนท่าเสา, วัดที่บอกเล่าประวัติศาสตร์และย่านเก่าของอุตรดิตถ์

ด้วยที่ตั้งตัวเมืองอุตรดิตถ์นั้นอยู่ริมแม่น้ำน่าน อันเป็นเส้นทางคมนาคมสำคัญที่มีความเคลื่อนไหวมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ และยังมีท่าน้ำที่สำคัญ 3 ท่า คือ ท่าเซา ท่าอิด และท่าโพธิ์ ทำให้บริเวณแถบนี้มีการย้ายถิ่นฐานของผู้คนมาตลอด

วัดใหญ่ท่าเสา ชุมชนท่าเสา เป็นย่านการค้าเก่าของอุตรดิตถ์ 

คำว่า ‘เสา’ ในชื่อ ท่าเสา มาจากคำว่า ‘เซา’ ในภาษาล้านนา แปลว่า พักผ่อน ทั้งสองคำนี้มีที่มาจากการเดินทางมาค้าขายที่ท่าอิด กว่าจะถึงก็เหนื่อยและต้องพักผ่อนที่นี่

ชุมชนท่าเสาประกอบด้วยวัด ย่านการค้า สถานีรถไฟ เป็นหลัก มีบ้านเรือนของประชาชนรายล้อม มีรถไฟผ่านกลางชุมชน สองฝั่งทางรถไฟจึงเรียงรายด้วยร้านค้าและอาคารพาณิชย์ ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงมีวิถีชีวิตในแบบย่านการค้าเก่าให้เห็นอยู่ 

พาไปรู้จักอุตรดิตถ์ เมืองที่เคยติดอันดับเมืองที่มีมวลความสุขมากที่สุด ผ่าน 10 สถานที่เที่ยว ตั้งแต่ร้านก๋วยเตี๋ยว สวนผลไม้ ไปถึงอาร์ตสเปซ
พาไปรู้จักอุตรดิตถ์ เมืองที่เคยติดอันดับเมืองที่มีมวลความสุขมากที่สุด ผ่าน 10 สถานที่เที่ยว ตั้งแต่ร้านก๋วยเตี๋ยว สวนผลไม้ ไปถึงอาร์ตสเปซ

รูปแบบของอาคารมี 3 ลักษณะ คือ แบบไม้มีประตูบานเฟี้ยม แบบครึ่งไม้ครึ่งปูน และแบบปูน บางอาคารเป็นบ้าน บางอาคารปรับบ้านให้เป็นร้านค้า ก่อนนี้จุดเด่นที่น่าสนใจของท่าเสาคือสถาปัตยกรรมภายในวัด หอไตร อุโบสถ ศาลาการเปรียญ ซึ่งมีรูปแบบศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลาย 

นอกจากนี้ยังมีสถานีดับเพลิงและสถานีรถไฟ ที่ปัจจุบันทางการรถไฟได้ยกเลิกการจอดขบวนรถที่สถานีท่าเสาไปแล้ว ทำให้ตัวอาคารของสถานีเหลือเพียงบางส่วนให้พอได้คิดถึง 

ในส่วนของร้านค้าต่าง ๆ เริ่มมีการปรับตามยุคสมัย บางร้านจากเดิมที่รุ่นอากงอาม่าขายวัสดุก่อสร้าง ก็มีการเปลี่ยนเป็นร้านกาแฟหรือร้านอาหาร 

ในตอนเย็น บริเวณสถานีรถไฟจะมีร้านอาหารและร้านค้าเล็ก ๆ หลายร้านมาเปิดขายกับข้าว ขายขนมพื้นบ้าน บางวันอาจจะโชคดีได้กินขนมสูตรโบราณ เช่น ขนมใส่ไส้ ขนมกล้วย จากคุณยายละแวกนั้นที่ใส่กระจาดมานั่งขายอีกด้วย

ที่ตั้ง : 433 ตำบลท่าอิฐ อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ (แผนที่)

09

ทุ่งยั้งเฮาส์

คาเฟ่และที่พักเล็ก ๆ ในตำบลทุ่งยั้งกับความหมายของอัฏฐมีบูชา

ทุ่งยั้งเฮาส์, คาเฟ่และที่พักเล็ก ๆ ในตำบลทุ่งยั้งกับความหมายของอัฏฐมีบูชา

ถ้าพูดถึงวัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง คงอดไม่ได้ที่จะเชื่อมโยงไปถึงประเพณีท้องถิ่นในวันแรม 8 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปี การจัดแสดงพุทธประวัติตอนถวายพระเพลิงพระบรมศพด้วย หรือที่เรียกกว่า วันอัฏฐมีบูชา เป็นพิธีจำลองเหตุการณ์การถวายพระเพลิงองค์สัมมาสัมพุทธเจ้า พระพุทธสรีระจำลอง จัดสร้างจิตกาธาน พระเมรุมาศ และมีการถวายพระเพลิงจริง 

“วันอัฏฐมีบูชาใครได้มาร่วมถือเป็นเหมือนได้บุญใหญ่ บุญทางใจ บุญจากการประพฤติดีต่อองค์สัมมาสัมพุทธเจ้า”

ตั้ม-อรรถพงษ์ ทองจินดา เจ้าของทุ่งยั้งเฮาส์ ร้านกาแฟและที่พักข้างตลาดทุ่งยั้งที่อยู่ติดกับวัดพระบรมธาตุฯ กล่าวอย่างภูมิใจในความเป็นคนตำบลนี้ หลังจากเรียนจบรัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก็มีโอกาสได้ทำงานเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมเพราะมีความสนใจเป็นพิเศษ

พาไปรู้จักอุตรดิตถ์ เมืองที่เคยติดอันดับเมืองที่มีมวลความสุขมากที่สุด ผ่าน 10 สถานที่เที่ยว ตั้งแต่ร้านก๋วยเตี๋ยว สวนผลไม้ ไปถึงอาร์ตสเปซ

สังเกตได้ชัดเจนจากการตกแต่งร้านกาแฟของเขา ไปจนถึงที่พักที่ปรับปรุงจากบ้านกึ่งปูนกึ่งไม้สองชั้นเดิม เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่เป็นไม้ มีของตกแต่งเป็นของใช้ตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายายตกทอดมา ผสมผสานไปกับของสะสมที่เขารักหลายชิ้น 

พาไปรู้จักอุตรดิตถ์ เมืองที่เคยติดอันดับเมืองที่มีมวลความสุขมากที่สุด ผ่าน 10 สถานที่เที่ยว ตั้งแต่ร้านก๋วยเตี๋ยว สวนผลไม้ ไปถึงอาร์ตสเปซ

ชั้นล่างเป็นร้านกาแฟที่เขาทำกับแม่ ส่วนชั้นบนโครงสร้างหลักเป็นไม้ ดูอบอุ่น จัดสรรให้เป็นห้องพักสำหรับนักท่องเที่ยว เดิมจะมีทั้งหมด 4 ห้อง แต่ด้วยความที่แม่แก่ตัวลงทุกวัน จึงตัดสินใจลดจำนวนห้องให้เหมาะสมกับการดูแลผู้เข้าพักได้เต็มที่เหลือเพียง 1 ห้อง แต่เป็น 1 ห้องที่พิเศษสุด ด้วยขนาดใหญ่และมีระเบียงยื่นออกไป จึงมองเห็นวิถีชีวิตผู้คนจากมุมนี้ได้เลย

ที่ตั้ง : 102 ตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ (แผนที่)

วันเวลาทำการ : ทุกวัน 09.30 – 16.30 น.

โทรศัพท์ : 08 6435 0458

10

ใจสั่นเพราะแก หรือ กาแฟวะ

คาเฟ่ที่มีแต่คนบ่นว่าไปยาก แต่เป็นขวัญใจเด็ก ๆ ชุมชนลาวเวียง

ใจสั่นเพราะแก หรือ กาแฟวะ, คาเฟ่ที่มีแต่คนบ่นว่าไปยาก แต่เป็นขวัญใจเด็ก ๆ ชุมชนลาวเวียง

หาดสองแคว เป็นทั้งหมู่บ้านและตำบลที่มีชีวิตความเป็นอยู่แบบชุมชนลาวเวียง เป็นวิถีที่ผสมผสานรูปแบบไทยภาคกลางและลาวได้อย่างลงตัว ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม มีการปลูกข้าว ทำไร่อ้อย และยังสืบทอดศิลปวัฒนธรรมประเพณีค่อนข้างชัดเจน อย่างการทำบุญตักบาตรหาบจังหัน แบบประเพณีไหลแพไฟ และอาหารการกิน อาทิ อั่วบักเผ็ด 

อะไรคือหาบจังหันและอั่วบักเผ็ด ทุกคนในชุมชนหาดสองแควให้คำตอบได้ 

เช่นเดียวกับที่ สตางค์-สุดารัตน์ พุทธา อดีตนักศึกษาคณะครุศาสตร์ สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ บอกกับเราว่า ตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบัน วิถีความเป็นอยู่ที่นี่เปลี่ยนแปลงน้อยมาก และเป็นเหตุผลหนึ่งที่หลังจากเรียนจบ เธอได้ลองสอบบรรจุข้าราชการครูเพียงครั้งเดียว และตัดสินใจเปิดร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่บ้านในชุมชนที่ตัวเองรัก 

เธอใช้เวลาฝันถึงร้านตัวเองหลายปี แต่ตัดสินใจว่าจะเปิดร้านเพียง 2 วัน

พาไปรู้จักอุตรดิตถ์ เมืองที่เคยติดอันดับเมืองที่มีมวลความสุขมากที่สุด ผ่าน 10 สถานที่เที่ยว ตั้งแต่ร้านก๋วยเตี๋ยว สวนผลไม้ ไปถึงอาร์ตสเปซ
พาไปรู้จักอุตรดิตถ์ เมืองที่เคยติดอันดับเมืองที่มีมวลความสุขมากที่สุด ผ่าน 10 สถานที่เที่ยว ตั้งแต่ร้านก๋วยเตี๋ยว สวนผลไม้ ไปถึงอาร์ตสเปซ

ใจสั่นเพราะแก หรือ กาแฟวะ คือชื่อร้านที่ไม่เป็นชื่อร้าน ดูเหมือนจะเป็นการตั้งคำถามให้มึนงงสงสัยพอ ๆ กับเส้นทางการมาร้าน ด้วยที่ตั้งที่อยู่ในซอยเล็ก ๆ ในชุมชน หน้าร้านคลุมด้วยต้นไม้จึงสังเกตได้ยาก แต่สตางค์บอกว่าตั้งแต่เปิดร้านมากลับไม่ค่อยได้หยุดพักเลย 

พื้นที่ร้านคือสวนหลังบ้านที่อยู่ด้านหลังร้านขายของชำของแม่ มีบรรยากาศร่มรื่นเย็นสบาย อาหารและเครื่องดื่มปรุงจากผลผลิตในชุมชน และราคาไม่แพง (เริ่มต้นที่ 25 – 70 บาท) เพราะอยากให้เด็ก ๆ และคนในชุมชนได้ลิ้มลองของอร่อย

สตางค์ไม่อยากปิดร้านให้ลูกค้าคิดถึงจึงไม่กล้ามีวันหยุด เพียงปิดป้ายบอกเฉพาะในวันที่ไปจับจ่ายซื้อวัตถุดิบ อีกทั้งตอนนี้ยังมีผู้ช่วยเป็น กิ๊ก-สุวรรณรัตน์ อักษรกริช มาช่วยงานที่ร้านอีกแรง ถ้าถามว่า ใจสั่นเพราะแก หรือ กาแฟวะ อาจได้คำตอบว่า ก็ใจสั่นเพราะแกนั่นแหละ สองสาวที่ทำให้ร้านกาแฟสร้างเสน่ห์และสีสันให้ชุมชนแห่งนี้

ที่ตั้ง : 83/3 หมู่ 2 ตำบลหาดสองแคว อำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ (แผนที่)

วันเวลาทำการ : ทุกวัน 09.30 – 17.30 น. (ปิดเฉพาะวันไปจ่ายตลาด)

โทรศัพท์ : 06 2292 7555

Facebook : ใจสั่นเพราะแก หรือ กาแฟวะ

Writer

จาตุรันต์ จริยารัตนกูล

อาจารย์สอนศิลปะคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ และยังคงทำงานศิลปะในบ้านหลังเล็กๆ กับครอบครัวที่จังหวัดอุตรดิตถ์

Photographer

วิษณุ เมืองอินทร์

ชอบดนตรี ศิลปะ ภาพถ่าย กาแฟ และอิสรภาพที่ได้ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาพถ่ายในแบบตัวเอง สบายๆ ตามสไตล์ รู้สึกดีทุกครั้งที่ได้ถ่ายภาพแล้วมีคนสนใจงานของเรา

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

The Cloud x การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

เคยได้ยินไหมว่าแม้จะออกกำลังกายดีแค่ไหน แต่ถ้ากินไม่ดี ยังทานอาหารที่เต็มไปด้วยสารพิษ คำว่า ‘แข็งแรง’ อาจไม่เกิดขึ้นจริง จะเด็กหรือผู้ใหญ่ จะมีโรคหรือไม่ การ ‘กินดี’ จึงเป็นหัวใจสำคัญของคนทุกรุ่น ทุกวัย 

เราจึงรวบรวมสารพัด 14 กิจการทั่วไทยที่เชื่อเรื่องอาหารเป็นยา และเชื่อว่าการกินดีคือทางออกของทุกปัญหา ทั้งร้านสมุนไพรโบราณเก่าแก่ประจำเมือง ร้านอาหารปลูกผักปลอดสาร ไอศกรีมจากพืชผักอินทรีย์ของเกษตรกรไทย ไหนจะเครื่องดื่มมากสรรพคุณจากข้าวท้องถิ่น ไม่ว่าจะปักหมุดแวะเวียนไปร้านไหน ก็ได้ ‘กินดี’ ทั้งสิ้น 

ความพิเศษคือร้านเหล่านี้ไม่ได้ดีต่อท้องไส้และร่างกายของเราเท่านั้น แต่ยังเรียกว่าดีแบบ 4 in 1 

เพราะนอกจากสุขภาพจะดีแล้ว สิ่งแวดล้อมก็ดีตาม แถมเกษตรกรไทยยังมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นทั้งกายและใจ เพราะร้านส่วนใหญ่ตั้งอยู่ท่ามกลางพื้นที่สีเขียว เราจึงได้นั่งรับลมชมบรรยากาศดี ๆ ตามไปด้วย

01

เครื่อมดื่มซูเปอร์ฟู้ดแบบญี่ปุ่นจากข้าวท้องถิ่นไทย

YoRice 

14 คาเฟ่และร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบปลอดภัย ดีต่อคนกิน คุณภาพชีวิตเกษตรกร และโลกใบนี้

เราต่างรู้กันดีว่าในบรรดาสายพันธุ์ข้าวทั่วโลก ‘ข้าวไทย’ มีชื่อเสียงไม่แพ้ข้าวเมืองใด แต่ไฉนความเป็นอยู่ของชาวนาไทยกลับยากลำบาก และคนไทยกลับรู้จักข้าวไทยอยู่เพียงไม่กี่สายพันธุ์

ด้วยคำถามเดียวกันนี้เอง ปอ-ภราดล พรอำนวย จึงหันกลับมามองข้าวไทยเพื่อนำมาต่อยอดให้มีคุณค่า โดยได้รับคำแนะนำจากคุณหมอที่เชื่อเรื่องการทานอาหารให้เป็นยา และทำงานวิจัยเรื่องข้าวอย่าง นพ.ก้องเกียรติ เกษเพ็ชร์ ว่าหากอยากสร้างความยั่งยืนให้พี่น้องเกษตรกรไทยจริง ๆ เราต้องเพิ่มคุณค่าให้เมล็ดข้าวที่คนอาจไม่เห็นค่า 

14 คาเฟ่และร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบปลอดภัย ดีต่อคนกิน คุณภาพชีวิตเกษตรกร และโลกใบนี้

“คุณหมอเสนอไอเดียกับเราว่า ญี่ปุ่นมีอาหารชนิดหนึ่งเป็น Super Food ของเขา นั่นคือ อามาซาเกะ (Amazake) หรือสาเกหวานไม่มีแอลกอฮอล์ เกิดจากการหมักข้าวให้เกิดคุณค่าทางอาหารมากขึ้นด้วยโคจิ (Koji) เราเกิดไอเดียลองรับซื้อข้าวไทยพันธุ์ต่างๆ ที่ได้จากพี่น้องเกษตรอินทรีย์ รวมถึงผู้คนในค่ายอพยพ ไม่ว่าจะสวยหรือหัก มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มอามาซาเกะจากข้าวไทยภายใต้แบรนด์ ‘YoRice’ ออกมา” ปอเล่าความตั้งใจ

ฟังดูเหมือนจะง่าย แต่กว่าจะได้ YoRice ขวดแรกออกมา เขาและเหล่าเพื่อนต้องเสียเวลาและน้ำตาไปเกือบ 1 ปี เริ่มตั้งแต่ลองปลูกข้าวด้วยตนเอง เพื่อให้เข้าใจความยากลำบากของเกษตรอินทรีย์ ศึกษาการเลี้ยงโคจิ ซึ่งเป็นเชื้อราชนิดหนึ่งที่ต้องใช้เวลากว่า 70 ชั่วโมงถึงจะนำมาหมักข้าวต่ออีก 14 ชั่วโมง จนได้เป็นอามาซาเกะจากข้าวไทยรสชาติต่างๆ แม้จะปราศจากการเติมน้ำตาล แต่ได้รสชาติหอมอร่อยที่คนแพ้แลคโตสทานได้ คนทานมังสวิรัติทานดี 

มีทั้งรสออริจินัลจากข้าวญี่ปุ่นและข้าวหอมมะลิ และรสข้าวหอมมะลินิลสุรินทร์จากจังหวัดสุรินทร์ 

14 คาเฟ่และร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบปลอดภัย ดีต่อคนกิน คุณภาพชีวิตเกษตรกร และโลกใบนี้

YoRice จึงเป็นเครื่องดื่ม 4 in 1 ที่ช่วยสร้างสิ่งดีๆ ถึง 4 ด้าน นั่นคือ หนึ่ง ผู้บริโภคอย่างเรา ๆ ได้ทานอาหารที่ดี มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เพราะอามาซาเกะอุดมด้วยแบคทีเรียดี ใยอาหาร วิตามินบี แร่ธาตุ และกรดอะมิโนที่ดีต่อร่างกาย สอง เกษตรกรอินทรีย์ทั่วประเทศมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สาม ผู้อพยพไร้รัฐมีโภชนาการอาหารที่ยั่งยืนกว่าเก่า และสี่ สนับสนุนพันธุ์ข้าวไทยพื้นเมืองที่กำลังจะหายไป ให้กลับมามีชีวิตในสายตาคนไทยอีกครั้ง

ที่ตั้ง : 18 ซอย 8 (ถนนสุขเกษม) ตำบลป่าตัน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 09 5595 5244

Facebook : Yorice Amazake เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

02

คาเฟ่และซูเปอร์มาร์เก็ตที่อยากให้ลูกค้ากินดีและเกษตรกรมีชีวิตดีขึ้น

แสนสุขโฮมคาเฟ่ 

14 คาเฟ่และร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบปลอดภัย ดีต่อคนกิน คุณภาพชีวิตเกษตรกร และโลกใบนี้
14 คาเฟ่และร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบปลอดภัย ดีต่อคนกิน คุณภาพชีวิตเกษตรกร และโลกใบนี้

แสนสุขโฮมคาเฟ่ คือร้านอาหารและซูเปอร์มาร์เก็ตของ เจ-วิภาดา จาฏุพจน์ ที่สนใจอาหารออร์แกนิกเมื่อ 8 ปีก่อน จึงชักชวนคนที่ทำงานในโรงสีของครอบครัว ซึ่งมีที่นาเป็นของตัวเองให้หันมาทำนาออร์แกนิก แต่ช่วงแรกคนยังไม่เข้าใจ จึงเป็นหน้าที่ของเจที่ต้องแชร์มุมมองเรื่องอาหารปลอดภัยให้ทั้งเกษตรกรและลูกค้า

“คนชอบมองว่าทำไมผักผลไม้ออร์แกนิกไม่ใช้ปุ๋ยเคมีแต่ราคาแพง ยกตัวอย่างแบบนี้ สมมติเราทำนาหนึ่งแปลง ใช้คนหนึ่งคนกับยาฆ่าหญ้าก็พ่นได้หมดแล้ว คนเดียวอยู่ แต่พอเป็นออร์แกนิก หญ้าต้องถูกถอนด้วยมือ หนึ่งคนไม่จบในหนึ่งวัน เราพยายามทำให้ทั้งเกษตรกรและผู้บริโภคเข้าใจเรื่องนี้มาตลอด และหวังว่ามันจะทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น” 

เจเริ่มจากรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรมาบริหารจัดการใหม่ ส่วนหนึ่งนำมาวางขายในซูเปอร์มาร์เก็ตที่เธอเปิดขึ้นเพื่อกระจายผัก อาหารแปรรูป และเมล็ดพันธุ์จากเกษตรกร และในพื้นที่สีเขียวลมโกรกแห่งนี้ เจยังเปิดแสนสุขโฮมคาเฟ่ นำผลผลิตอีกส่วนหนึ่งมาปรุงเป็นอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อส่งต่อสิ่งดี ๆ ตั้งแต่คนต้นน้ำจนถึงคนปลายน้ำ

14 คาเฟ่และร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบปลอดภัย ดีต่อคนกิน คุณภาพชีวิตเกษตรกร และโลกใบนี้

เพราะการเลือกใช้วัตถุดิบอินทรีย์ คือหัวใจสำคัญของแสนสุขโฮมคาเฟ่ เมนูในร้านจะสับเปลี่ยนไปตามผลไม้ที่ออกในฤดูกาลนั้น ๆ นอกจากปราศจากสารเคมี ยังมีรสชาติดีกว่าผลไม้นอกฤดูกาล ส่วนเมนูแนะนำที่ใครมาก็ควรลองนั้นมีนามว่า แสนสุขโรล ภายนอกคล้ายเมี่ยงสด แต่ภายในสอดไส้ของขึ้นชื่อเมืองอุบลฯ อย่างหมูยอ นอกจากนั้นยังมีข้าวยำแสนสุข เจคัดสรรสมุรไพรที่ปลูกเองในสวน มาปรุงเป็นน้ำราดสูตรพิเศษแทนน้ำบูดูของภาคใต้ 

นอกจากได้ทานอาหารดี ๆ ในสวนสวย หากอยากสนับสนุนเกษตรกรอินทรีย์ของไทย ก็เลือกซื้อสรรพสินค้าที่เจเลือกสรรไว้แล้วกลับไปทานที่บ้านได้ เรียกว่าได้กินดีทั้งนอกบ้าน แถมยังได้ต่อยอดการกินดีที่บ้านอีกด้วย

ที่ตั้ง : 215 ถนนสถลมารค ตำบลแสนสุข อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน (ปิดวันจันทร์) 09.00 – 17.00 น. 

โทรศัพท์ : 08 2686 4909

Facebook : แสนสุขโฮมคาเฟ่

03

ขนมปังไร้แป้ง ไร้น้ำตาล จากวัตถุดิบอินทรีย์ ดีต่อสุขภาพ

Dancing With A Baker 

14 คาเฟ่และร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบปลอดภัย ดีต่อคนกิน คุณภาพชีวิตเกษตรกร และโลกใบนี้
14 คาเฟ่และร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบปลอดภัย ดีต่อคนกิน คุณภาพชีวิตเกษตรกร และโลกใบนี้

เชื่อว่าคนรักขนมปังอย่างเราคงรู้สึกเศร้าทุกครั้งที่พบร้านขนมปังแสนอร่อยในดวงใจ แต่กลับกินตามใจปากไม่ได้มากเพราะรู้ดีว่าหากทานเกินปริมาณที่ร่างกายควรได้รับ น้ำหนักจะขึ้นและตัวจะบวมทันที 

ก็แหงล่ะ เพราะขนมปังอุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรตมากมี ด้วยปัญหาเดียวกันนี้ ‘Dancing with A Baker’ แบรนด์ขนมปังไร้แป้งและน้ำตาลของคู่รักอย่าง ตรัย สัสตวัฒนา และ พีรดา ศุภรพันธ์ จึงเกิดขึ้น 

“ทำไมเธอไม่ทำขนมปังที่กินแล้วไม่อ้วนล่ะ” พีรดาเสนอไอเดียให้ตรัย แฟนหนุ่มผู้เติบโตมากับร้านเบเกอรี่ของคุณแม่ และคุ้นชินกับการการนวดแป้ง-อบขนมมาตลอด จากข้อเสนอนั้น ตรัยเริ่มศึกษางานวิชาการและทดลองสูตรขนมปังแบบเฉพาะตัวจนหมดวัตถุดิบไปหลายร้อยกิโลกรัม เพื่อให้ได้ขนมปังทรงสี่เหลี่ยมและทรงกลมที่มีคาร์โบไฮเดรตเพียง 4 กรัม

“ในเมื่อคาร์โบไฮเดรตเยอะไม่ดี ก็อยากลองตัดแป้งออกไป แล้วหาสิ่งอื่นมาทดแทน โดยที่ยังทำให้ผิวสัมผัสเวลากินกรอบหนุบหนับเหมือนขนมปังทั่วไป มีโปรตีนสูง ไฟเบอร์และไขมันในปริมาณพอเหมาะ” ตรัยอธิบาย

14 คาเฟ่และร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบปลอดภัย ดีต่อคนกิน คุณภาพชีวิตเกษตรกร และโลกใบนี้

ถึงตรงนี้หลายคนคงสงสัยว่า ขนมปังรสอร่อยแถมยังกินดีของตรัยทำขึ้นจากอะไร คำตอบนี้ปรากฏบนบรรจุภัณฑ์ของ Dancing with A Baker อย่างโปร่งใสว่า ขนมปัง 1 ชิ้นของทั้งคู่เสกสรรค์ขึ้นจากเนยฝรั่งเศส วีตโปรตีน ไข่สดใหม่ส่งตรงจากฟาร์มที่มีอายุไม่เกิน 3 วัน เมล็ดแฟล็กออร์แกนิกที่อุดมด้วยความหอมและน้ำมันช่วยเพิ่มความอร่อย อัลมอนด์ผงกลิ่นหอมจากสหรัฐอเมริกา น้ำมันมะกอกจากผลที่เก็บเกี่ยวเร็ว และแป้งมะพร้าวออร์แกนิกที่ตรัยการันตีว่าอร่อยที่สุดในไทย 

นอกจากความพิเศษของส่วนผสมทั้งหมดนี้ ทั้งคู่ยังตั้งใจให้ขนมปังถึงมือผู้รับอย่างร้านค้าและผู้บริโภคภายใน 18 ชั่วโมง หลังขนมปังกลิ่นหอมกรุ่นออกจากเตา เพื่อให้เราได้ทานขนมปังอร่อยและดีต่อสุขภาพแบบวันต่อวัน

ที่ตั้ง : 7, 5-6 ถนนประดิพัทธ์ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 06 4961 7895

Facebook : Dancing With A Baker

04 

ร้านผลไม้ครบวงจรที่อยากพัฒนาสวนผลไม้เมืองจันท์

Generation Fruit

14 คาเฟ่และร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบปลอดภัย ดีต่อคนกิน คุณภาพชีวิตเกษตรกร และโลกใบนี้
14 คาเฟ่และร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบปลอดภัย ดีต่อคนกิน คุณภาพชีวิตเกษตรกร และโลกใบนี้

“เราทำล้ง อยู่กับเกษตรกร เรารู้ว่าเขาเหนื่อยจริงๆ ทำมาทั้งปี ขายผลผลิตก็แล้ว ยังไม่พอจ่ายหนี้ค่าปุ๋ยตลอดทั้งปีเลย มันมีแต่ทุกข์ ไม่มีแสงสว่าง แล้วอนาคตเขาก็ต้องเจอคนจีนที่พยายามจะครองตลาดอีก” 

นี่คือคำพูดจากปากของ วัฒน์-ศุภกฤษฏิ์ เย็นฉ่ำ ผู้คลุกคลีกับกิจการล้งเมืองจันท์มาเกือบ 20 ปี 

20 ปี คือระยะเวลายาวนานพอให้วัฒน์ตระหนักว่า หากไม่ทำอะไรสักอย่าง ชาวสวนผลไม้และลูกหลานเมืองจันท์ต้องย่ำแย่แน่ ๆ หลังได้แรงบันดาลใจจากรายการโทรทัศน์ของญี่ปุ่น ที่นำเสนอร้านค้ากระจายผลผลิตทางการเกษตรอย่างเป็นระบบ เช่น มีบาร์โค้ดให้ลูกค้าตรวจสอบว่า ซื้อผลไม้จากที่ไหน ข้อมูลการปลูกเป็นอย่างไร และคนปลูกเป็นใคร วัฒน์จึงบ่มเพาะโมเดลนี้อยู่กว่า 6 ปี จนเกิด ‘Generation Fruit’ แล็บน้ำผลไม้สกัดเย็นและมินิสโตร์ขายผลไม้

หากผลักประตูเข้ามาในร้าน เราจะพบคาเฟ่ผลไม้ที่ยึดหลัก ‘กินเป็นยา’ มาออกแบบบริการต่าง ๆ 

14 คาเฟ่และร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบปลอดภัย ดีต่อคนกิน คุณภาพชีวิตเกษตรกร และโลกใบนี้

ทั้งผลไม้สดคัดสรรจากสวนชาวจันท์ และผลไม้นำเข้าจากต่างประเทศ 30 – 40 ชนิด ทั้งยังมีผลไม้ตัดแต่งที่ผ่านการล้างทำความสะอาดด้วยระบบโอโซน เพื่อฆ่าเชื้อรา แบคทีเรีย และลดสารตกค้างเรียบร้อย นอกจากนั้น ยังมีผลไม้แปรรูปอย่างเจลลี่ผลไม้ลูกกลมและแยม ซึ่งทำขึ้นจากผลไม้ในร้านที่อาจไม่งามเท่าเก่า แถมยังมีโซนบริการจัดกระเช้าผลไม้ให้ลูกค้าโดยนักโภชนาการ เพื่อให้ได้ผลไม้ที่มีสรรพคุณแตกต่างตามความต้องการของลูกค้าแต่ละคน

นอกจากบริการทั้งหมดที่ว่ามาแล้ว ความกิ๊บเก๋ที่ต้องบอกต่อคือ Generation Fruit มีบริการน้ำผลไม้สกัดเย็นที่แบ่งออกเป็น 3 หมวด ได้แก่ Balance Beauty และ Detox เช่น เมนู Multiple Vitamin ที่สกัดน้ำจากแครอท มะเขือเทศ เซเลอรี และบีทรูท ช่วยดูแลผิวพรรณให้สดใสเปล่งปลั่ง และฟื้นฟูความเหนื่อยล้าจากภาระงานทั้งปวง 

ซึ่งสูตรน้ำผลไม้สกัดเย็นทั้งหมด คิดค้นโดยพนักงานรุ่นใหม่ที่จบการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์การอาหาร ถ้าใครอยากเสกสูตรเครื่องดื่มของตนเอง ก็หยิบผลไม้ในร้านมาให้นักทดลอง Generation Fruit รังสรรค์ได้ทันที

ที่ตั้ง : 95/9-10 หมู่ 7 ตำบลจันทนิมิต อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 07.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 09 3329 0970

Facebook : Generation Fruit น้ำผักผลไม้สกัดเย็น ผลไม้สดนำเข้า

05

ร้าน Chef’s Table ที่ออกแบบมื้ออาหารจากการตอบแบบสอบถามสุขภาพ

บ้านสุขภาพพุทธิญา

14 คาเฟ่และร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบปลอดภัย ดีต่อคนกิน คุณภาพชีวิตเกษตรกร และโลกใบนี้

“กินที่กาย ตื่นรู้ที่ใจ ให้อาหารเป็นยา” 

นี่คือหัวใจสำคัญของบ้านสุขภาพพุทธิญา ร้านอาหารแบบ Chef’s Table ที่ให้ลูกค้าตอบแบบสุขภาพล่วงหน้าเพื่อให้ เชฟฮ้ง-พุฒิพงศ์ เตชมานะชัย อดีตวิศวกรผู้รักการทำอาหารยิ่งชีพ และ จิ๊บ-สุกัญญา บุญเลิศรพ นักบำบัดจิตและนักโภชนาบำบัด จัดสรรเมนูและลำดับการทาน ให้การกินอาหารทุกเมนูช่วยฟื้นฟูสุขภาพกายใจ

แรกเริ่มเดิมทีจิ๊บเป็นนักบำบัดด้วยธรรมชาติ ซึ่งใส่ใจเรื่องการบำบัดจิตอยู่แล้ว แต่เธอไม่ได้ใส่ใจเรื่องการทานอาหารเพื่อสร้างสุขภาพกายที่ดีมากนัก กระทั่งได้เรียนรู้เรื่องธรรมชาติบำบัดด้วยอาหารและการทานอาหารให้เป็นยา ตลอดจนเธอมีโอกาสได้ตรวจสุขภาพโดยใช้คลื่นความถี่ จิ๊บจึงพบว่าร่างกายของเธอไม่ค่อยแข็งแรงนัก และตื่นรู้ว่าหากกายของเธอนั้นไม่สมบูรณ์ การพัฒนาจิตด้วยวิธีต่าง ๆ ที่ได้ร่ำเรียนมาก็ไม่เกิดประโยชน์ 

14 คาเฟ่และร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบปลอดภัย ดีต่อคนกิน คุณภาพชีวิตเกษตรกร และโลกใบนี้

จากที่ทานอาหารโดยไม่สนใจที่มาและกรรมวิธีการปรุงเท่าไหร่ เธอจึงเริ่มใส่ใจมากขึ้น ประกอบกับได้รู้จักกับฮ้ง ซึ่งมาฟังการบรรยายเรื่องจิต เมื่อแนวทางความคิดสอดคล้องกัน ทั้งคู่จึงตัดสินใจเปิดร้านอาหารสุขภาพพุทธิญา โดยปิ๊งชื่อนี้ขึ้นจากการนั่งสมาธิ มีจิ๊บผู้เป็นนักโภชนบำบัดมาจัดการหน้าร้านและดูแลเมนูร่วมกับฮ้งผู้ทำหน้าที่ในครัว

รูปแบบการทานอาหารที่บ้านสุขภาพพุทธิญา จึงเป็นการสั่งจองล่วงหน้าและตอบแบบสอบถามสุขภาพทั่วไป 10 ข้อ เช่น อายุ น้ำหนัก ปัญหาสุขภาพร่างกายที่ประสบอยู่ พื้นฐานอาหารที่เสิร์ฟคืออาหารบริสุทธิ์ ปราศจากน้ำตาล ไขมัน และสารเคมีตกค้าง เน้นอาหารที่ผ่านความร้อนต่ำหรือไม่ผ่านความร้อน เพื่อให้เอนไซม์ยังคงอยู่ 

แต่ถ้าแขกผู้มารับประทานอาหารเป็นโรคเฉพาะทางที่ควรงดวัตถุดิบบางอย่าง จิ๊บจะจัดให้เฉพาะ เช่น หากเป็นไทรอยด์ห้ามทานกะหล่ำ หรือหากเป็นโรคลำไส้แปรปรวนควรงดอาหารรสเผ็ดและเปรี้ยว ส่วนเมนูซิกเนเจอร์ที่ทั้งคู่จะเสิร์ฟประจำ คือ ยำอ่อมแซบเห็ดแครง ผัดกะทิสมุนไพรตะไคร้หอม ช่วยปรับสมดุลและล้างพิษในร่างกาย

14 คาเฟ่และร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบปลอดภัย ดีต่อคนกิน คุณภาพชีวิตเกษตรกร และโลกใบนี้

เมื่อมาถึงร้าน ทั้งคู่จะเสิร์ฟอาหารตามลำดับที่ร่างกายจะย่อยได้ เริ่มจากเสิร์ฟน้ำผลไม้ ผลไม้ ผัก ตามด้วยโปรตีน แป้ง ตบท้ายด้วยธัญพืช ก่อนทานอาหาร จิ๊บจะอธิบายที่มาของการเลือกวัตถุดิบแต่ละอย่างว่าเลือกเพราะวัตถุดิบนั้น ๆ มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร ระหว่างทาน จิ๊บจะแนะนำให้เคี้ยวช้า ๆ เพื่อให้กระเพาะและลำไส้ไม่ทำงานหนักจนเกินไป ทั้งแนะนำให้งดการดื่มน้ำระหว่างทาน และให้ดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง เพื่อไม่ให้ร่างกายต้องทำงานหนักจนเลือกเป็นกรด

นอกจากจะได้ทานอาหารรสอร่อย การกินอาหารที่บ้านสุขภาพพุทธิญายังทำให้คนทานตื่นรู้ด้านอาหารทางใจและเปลี่ยนวิถีการกินใหม่เมื่อกลับบ้านด้วย 

ที่ตั้ง : ซอยเกษมสันต์ 2 ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 063 195 9782 (ติดต่อนัดหมายทางโทรศัพท์ล่วงหน้า)

Facebook : บ้านสุขภาพพุทธิญา : ดูแลสุขภาพด้วยวิธีธรรมชาติบำบัด

06

คาเฟ่ที่เสิร์ฟกาแฟส้มซ่าและเอสเพรสโซ่คอนปันน่าจากน้ำตาลโตนด

แต้ม คาเฟ่ T’aime Cafe

14 คาเฟ่และร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบปลอดภัย ดีต่อคนกิน คุณภาพชีวิตเกษตรกร และโลกใบนี้

แม้อาคารอันเป็นที่ตั้งของ ‘แต้ม คาเฟ่ T’aime Cafe’ จะดูใหม่เพราะการตกแต่ง แต่ประสบการณ์การทำกาแฟของ ตั้ม-มนัส สมสวัสดิ์ นั้นมีมากว่า 10 ปี จากคนที่ไม่ชอบทานกาแฟแม้แต่น้อย บัดนี้กาแฟคือส่วนหนึ่งในชีวิตเขา

“ในภาษาไทย ชื่อร้านจะอ่านว่า แต้ม เพราะเป็นชื่อของหมาที่ผมรักมาก ๆ แต่เสียไปแล้ว ส่วนในภาษาฝรั่งเศส มันคือ T’aim ที่แปลว่า ความรัก เพราะผมทำร้านนี้ขึ้นมาด้วยแพสชันและความรักในกาแฟ” ตั้มยืนยันอย่างนั้น

ความรักและแพสชันในการทำร้านกาแฟของตั้มนั้นมีหลายความหมาย ความหมายที่หนึ่งคือตั้มจะคัดเลือกวัตถุดิบทุกอย่างด้วยตนเองทั้งหมด ตั้งแต่เมล็ดกาแฟของไทยและต่างชาติ ที่ต้องคั่วอ่อนถึงปานกลางเท่านั้น เพราะดึงรสชาติกาแฟออกมาได้ดีที่สุด ส่วนวัตถุดิบอื่น ๆ ที่นำมาเสิร์ฟในร้าน ก็ต้องดีต่อสุขภาพและโลกใบนี้ 

14 คาเฟ่และร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบปลอดภัย ดีต่อคนกิน คุณภาพชีวิตเกษตรกร และโลกใบนี้
14 คาเฟ่และร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบปลอดภัย ดีต่อคนกิน คุณภาพชีวิตเกษตรกร และโลกใบนี้

นอกจากเมนูเอสเปรสโซ่ คาปูชิโน ลาเต้ และกาแฟดริปที่เขาหลงใหลเป็นพิเศษ ตั้มยังมีเมนูกาแฟแบบที่หาทานไม่ได้ที่ไหน เพราะเขาคัดสรรวัตถุดิบพื้นถิ่นมาผสมผสานให้เกิดรสชาติใหม่ นอกจากน่าสนใจแล้วยังดีต่อสุขภาพ อย่างเมนูเอสเปรสโซ่ คอนปันน่า ชงขึ้นจากการนำวิปครีมอย่างดีมาตีด้วยมือ ผสมผสานกับน้ำตาลโตนดแท้ ๆ จากเพชรบุรีที่นำมาเคี่ยวจนงวดและแห้ง ซึ่งดีต่อสุขภาพกว่าน้ำตาลทรายทั่วไป นอกจากนั้นยังมีเมนูพิเศษเฉพาะช่วงปลายปีอย่างกาแฟส้มซ่า ที่ตั้มนึกสนุกหยิบผลไม้โบราณที่คนไม่สนใจมาคั้นสด เพิ่มความหอมและความสดชื่นขึ้นอีก

นอกจากจะใส่ใจสุขภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย ตั้มยังบอกว่าอีกสิ่งที่เขาจริงจังไม่แพ้กัน คือร้านของเขาต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จึงเน้นให้คนทานกาแฟที่ร้านมากกว่าซื้อกลับบ้าน แต่ถ้าต้องซื้อกลับจริง ๆ ตั้มจะเลือกใช้แก้วกระดาษและหลอดข้าวสาลี นอกจากนั้น เขายังแยกขยะรีไซเคิลออกจากขยะอาหารแล้วนำไปทำความสะอาด ก่อนส่งต่อให้คนงานประจำหมู่บ้านนำไปขายเพิ่มรายได้

เพราะตั้มยินดีอธิบายความเป็นมาของกาแฟแต่ละเมนูอย่างลงลึก และเต็มใจเปิดเผยที่มาของวัตถุดิบที่นำมารังสรรค์ ร้านกาแฟแห่งนี้จึงเหมาะยิ่งนักกับคอกาแฟและคนใส่ใจสุขภาพ จะมานั่งทานกาแฟอย่างเดียวก็ได้ หรือทานขนมโฮมเมดที่คนรักของเขาตั้งใจทำขึ้นด้วยสองมือจากแป้งญี่ปุ่น เนยชั้นดี และวัตถุดิบชั้นเลิศที่ไม่ทำร้ายร่างกายก็เข้าที

ที่ตั้ง : 123/10 หมู่ 5 หมู่บ้านน้ำเพชร 5 อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 09.00 – 18.00 น. 

โทรศัพท์ : 06 2165 5644

Facebook : แต้ม คาเฟ่ T’aime Cafe

07

ฟาร์มเกษตรอินทรีย์ที่อยากสร้างความยั่งยืนทางสุขภาพให้ครอบครัว

ตงศิริฟาร์ม 

กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม
กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม

ฟาร์มเกษตรผสมผสานที่มีทุ่งนา สวนผัก และเล้าไก่ คือฟาร์มเกษตรอินทรีย์ของอดีตนายหน้าค้าทองในตลาดหลักทรัพย์อย่าง นัท-อุกฤษณ์ อภิวัฒนานนท์ ที่ต้องการสร้างความยั่งยืนในชีวิตและอยากให้คนในครอบครัวได้ทานอาหารปลอดสารพิษ จึงเริ่มต้นเรียนรู้จากศูนย์ เพื่อพลิกฟื้นผืนดินเคมีตรงหน้าให้เต็มด้วยพืชผลปลอดสารพิษ

แรกเริ่มเดิมที นัทหรือ ‘ตง’ ที่คนเรียกกัน เริ่มต้นเกษตรอินทรีย์โดยการซื้อที่ผืนหนึ่ง ณ สุพรรณบุรี มาปลูกข้าวปลอดเคมีอย่างไรซ์เบอร์รี่ อันอุดมด้วยสารแอนโทไซยานิน และยังมีค่าน้ำตาลต่ำกว่าข้าวทั่วไป แต่เมื่อประสบภัยแล้งและถูกหักรายได้จากพ่อค้าคนกลางไปมาก เขาจึงหันมาทำเกษตรผสมผสาน พร้อมสร้างแบรนด์ของตนเองขึ้นว่า ‘ตงศิริฟาร์ม’ และใช้การตลาดแบบปากต่อปากเพื่อสร้างตลาดค้าปลีกของตนเอง

กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม

นัทเริ่มจากทำสวนผักปลอดสารที่มีพืชผักสวนครัวนานาพรรณ เพื่อสร้างระบบนิเวศตามธรรมชาติที่ไม่เป็นมิตรกับแมลง แต่เป็นมิตรกับมนุษย์ ทั้งแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งเลี้ยงไก่ ห่าน และเป็ดแบบปล่อยอิสระ แถมยังผสมอาหารให้ทานสด ๆ ของดีของเด็ดที่ต้องซื้อให้ได้จากตงศิริฟาร์มคือไข่ไก่ เพราะนัทการันตีว่าไข่แดงนั้นแดงสวยธรรมชาติจริง ๆ ทั้งยังอุดมด้วยสารอาหารสูงกว่าไข่ทั่วไป ทั้งหมดนี้นัทบริการขนส่งจากฟาร์มสุพรรณบุรีถึงครัวในกรุงเทพฯ ด้วยตัวเอง เพื่อตัดต้นทุนพ่อค้าคนกลางออกไป 

เพราะเข้าใจดีว่าเกษตรที่ยั่งยืนจะต้องไม่ยืนหนึ่งเพียงของสดเท่านั้น เพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้าที่มีอยู่และไม่ให้วัตถุดิบดี ๆ ต้องถูกทิ้งไปอย่างไร้ประโยชน์ เขาจึงหันมาทำเกษตรแบบครบวงจร โดยนำสารพันสิ่งของในฟาร์มมาแปรรูปเป็นน้ำผัก น้ำสต็อกไก่ น้ำเต้าหู้ออร์แกนิก ฯลฯ ภายในปลายปีนี้ นัทยังเปิด ​​Tiddin café & farmcation คาเฟ่สุดอบอุ่นที่รายล้อมด้วยฟาร์มเกษตรอินทรีย์ เสิร์ฟเมนูเด็ด ๆ อย่างครัวซองต์ไข่อารมณ์ดี ข้าวไก่ทอดซอสโคชูจังที่หุงด้วยข้าวปลอดเคมี ทานคู่กับกระเจี๊ยบเขียวปลอดสารที่นำมาย่างหอม ๆ ให้ทาน ท่ามกลางบรรยากาศฟาร์มอินทรีย์ที่เขาตั้งใจ

ที่ตั้ง : 79 หมู่ 3 ตำบลทุ่งคอก อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี (แผนที่)

โทรศัพท์ : 09 4168 4944

Facebook : ตงศิริฟาร์ม TongSiri Farm 

08

ร้านแยมโฮมเมด 350 ชนิดจากพืชผักท้องถิ่นในฟาร์มอินทรีย์

Tasty Herb 

กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม
กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม

สารภาพตามตรงว่าเกิดมาก็รู้จักแยมทาขนมปังเพียงไม่กี่ชนิด แต่ละชนิดล้วนทำขึ้นจากผลไม้เมืองนอกที่อ่านชื่อยาก ๆ ทั้งนั้น เมื่อได้รู้ว่ากลางเมืองเชียงใหม่มีร้านขายแยมโฮมเมดนาม ‘Tasty Herb’ ของ วี-วีรยุทธ บุญมา ผู้รังสรรค์แยมกว่า 350 ชนิด โดยใช้วัตถุดิบท้องถิ่นไทยออร์แกนิก เราก็รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย

จุดเริ่มต้นของ Tasty Herb นั้นเรียบง่ายแต่งดงาม นั่นคือเมื่อกว่าสิบปีก่อน วีเคยทำงานในแผนกเบเกอรี่ โรงแรมเครือแมนดาริน โอเรียนเต็ล ที่เชียงใหม่ ที่นี่สอนให้เขารู้จักวิธีการทำแยมสารพัด แต่ทุกอย่างล้วนทำขึ้นจากผลไม้นำเข้า วีจึงเกิดคำถามว่า เหตุใดเมืองเกษตรกรรมอย่างไทยถึงไม่มีใครคิดนำผลไม้ไทยมาทำเป็นแยมบ้าง 

เขาจึงหยิบผลไม้ท้องถิ่นล้านนา ผลไม้ที่เห็นได้ทั่วไปแต่คนทิ้งขว้าง และสารพัดผลไม้ไทยตามท้องตลาด มาทดลองทำแยมแบบฉบับตนเอง เริ่มจากแยมรสสตรอว์เบอร์รี ซึ่งได้จากสวนสตรอว์เบอร์รีในเชียงใหม่ แยมมะเกี๋ยง แยมทุเรียนเทศ แยมตะขบ และแยมลูกหม่อนจากต้นหม่อนที่หาได้ทั่วไป แถมมีแยมจากสมุนไพร เช่น แยมงาขี้ม้อนและแยมมะตูม วัตถุดิบส่วนใหญ่มาจาก ‘วสุ ออร์แกนิคฟาร์ม’ ฟาร์มเกษตรอินทรีย์ที่ผ่านการรับรอง IFOAM EU และ COR ของวีเอง 

กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม

จากนั้นวีจึงขยายวงการแยมให้มีรสชาติซับซ้อนขึ้น เช่น แยมลิ้นจี่กุหลาบ จากกุหลาบอินทรีย์ที่เขาปลูกเอง ซึ่งเก็บเฉพาะช่วงเช้า เพราะจะได้กลิ่นกุหลาบชัดเจน และแยมข้าวเหนียวมะม่วง จากมะม่วงของเกษตรท้องถิ่นและข้าวเหนียวปลูกเองในพื้นที่ฟาร์ม ซึ่งหากใครอยากไม่ทานน้ำตาลปกติทั่วไป วีก็มีแยมชนิดที่ใช้หญ้าหวานด้วย

นอกจากใส่ใจสุขภาพอย่างการเลือกสรรวัตถุดิบออร์แกนิกมาทำแยมแล้ว เขายังเลือกใช้เพียงสารเพกตินที่สกัดจากพืช แต่ไม่ใช้เจลาตินและสารคงตัวอื่น ๆ แยมของวีจึงจะไม่เป็นก้อนอย่างแยมทั่วไปตามซูเปอร์มาร์เก็ต แต่จะเหลวเล็กน้อย รับรองว่าตักไปตรงไหนก็เจอวัตุดิบเป็นชิ้น ๆ และนำไปชงเป็นเครื่องดื่มได้อีกด้วย

ไม่พอ เขายังไม่ใช้สารกันบูดในแยมทุกชนิด แต่เลือกใช้วิธีการสเตอริไลซ์ฆ่าเชื้อโรค หากยังไม่เปิดทาน แยมของเขาเก็บได้ 1 ปี แต่หากเปิดทานแล้วอยู่ได้นาน 3 เดือนในตู้เย็น และเน้นว่าลูกค้าต้องใช้ช้อนสะอาดตักเสมอ 

Tasty Herb จึงไม่เพียงเป็นแยมที่สนับสนุนเกษตรกรไทยให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ไม่เพียงทำให้คนไทยเห็นความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ของวัตถุดิบท้องถิ่น แต่ยังดีต่อสุขภาพคนกิน คนทำ และเกษตรกรด้วย

ที่ตั้ง : ถนนนิมมานเหมินทร์ ซอย 7 ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)

เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 083 072 7051

Facebook : Tasty Herb

09

วิสาหกิจชุมชนที่รวมอาหารทะเลจากประมงพื้นบ้านมาเสิร์ฟกลางกรุง

ปลาออร์แกนิก 

กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม
กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม

ร้าน ‘ปลาออร์แกนิก’ แถววิภาวดี 22 แห่งนี้ ก่อตั้งขึ้นโดย พี่นุช หรือ ดร.สุภาภรณ์ อนุชิราชีวะ นักวิชาการด้านการจัดการทรัพยากรชายฝั่ง ผู้เห็นว่าทรัพยากรทางทะเลไทยนั้นอุดมสมบูรณ์ แต่ขาดการบริหารจัดการที่ดี ทรัพยากรเหล่านี้จึงไม่ได้คุณภาพ แถมเกษตรกรยังมีรายได้ต่ำ พี่นุชจึงจัดตั้งโครงการประมงพื้นบ้าน-สัตว์น้ำอินทรีย์ขึ้น เพื่อขอทุนวิจัยจากสหภาพยุโรปมาช่วยพัฒนา

“ประมงพื้นบ้านกลุ่มนี้ คอยดูแลไม่ให้มีการจับสัตว์น้ำที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในน่านน้ำของเขา มีการเพาะปูนอกกระดอง และไม่ใช้สารและเครื่องมืออันตรายในการจับสัตว์ทะเล แต่ทำไมถึงไม่มีพื้นที่ให้เขาเลย อย่างเวลาไปซื้อข้าว เรารู้ว่าข้าวนี้มาจากเกษตรกรคนไหน จังหวัดอะไร แต่เวลาไปซื้ออาหารทะเลที่ตลาด เรารู้แค่ว่าปลานี้มาจากมหาชัย”

กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม

แรกเริ่ม พี่นุชเข้าไปช่วยพัฒนาวิธีการจับสัตว์น้ำที่เป็นมิตรต่อโลกให้ชาวประมง แถมยังสอนวิธีทำให้สัตว์ทะเลที่จับขึ้นมายังสดใหม่ ทั้งเข้าไปช่วยชาวบ้านพัฒนาอาหารทะเลแปรรูปให้มีมาตรฐาน จนได้เป็นสินค้าที่มีเท่าไหร่ก็ขายหมด เช่น กะปิ กุ้งแห้ง จากนั้นเข้าไปขายสินค้าในตลาดสีเขียวต่างๆ และเมื่อเห็นว่ามีลูกค้าต้องการอาหารทะเลคุณภาพจำนวนมาก จึงเปิดร้านปลาออร์แกนิกใจกลางกรุง เพื่อรับพรีออเดอร์และส่งต่อวัตถุดิบดี ๆ ให้ผู้บริโภคในราคาเหมาะสม 

อาหารทะเลของที่นี่จึงเป็นอาหารทะเลจากประมงพื้นบ้าน 7 จังหวัด รับประกันว่าเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม แถมยังทำให้ชาวประมงมีรายได้เพิ่มขึ้น เพราะชุมชนชาวประมงจะได้ส่วนแบ่ง 70 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ ทั้งยังก่อให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่เปราะบาง เปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้ทำงานที่ปลอดภัยและได้ค่าแรงเป็นธรรมด้วย 

ด้วยเครือข่ายรักษ์ปลา-รักษ์ทะเลนั้นอยู่ภายใต้มูลนิธิสายใยชุมชน นอกจากจะมีสารพัดอาหารทะเลดี ๆ ส่งตรงจากน่านน้ำอ่าวไทยและอันดามันแล้ว ยังมีสารพันวัตถุดิบออร์แกนิกจากพันธมิตรเกษตรอินทรีย์มาให้เลือกสรร

ที่ตั้ง : 8, 27 ซอยวิภาวดีรังสิต 22 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันอังคาร-เสาร์ เวลา 10.00 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 09 0004 2401

Facebook : เครือข่ายรักษ์ปลา-รักษ์ทะเล

10

ไอศกรีมโฮมเมดที่ใช้วัตถุดิบอินทรีย์จากเกษตรกรไทย

Jinta Homemade Icecream 

กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม
กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม

ขนมครก มะม่วงน้ำปลาหวาน และปลาแห้งแตงโม เหล่านี้หาใช่ขนมและของหวานทั่วไป แต่คือไอศกรีมรสชาติแปลกของ ‘Jinta Hommade Icecream’ ร้านที่รังสรรค์ไอศกรีมจากวัตถุดิบของเกษตรอินทรีย์ทั่วประเทศ เพราะผู้เป็นเจ้าของอย่าง หนุ่ม-เมธวัจน์ เกียรติกีรติสกุล อยากให้วัตถุดิบไทย ๆ ที่ดีอยู่แล้วได้รับความสนใจมากกว่านี้

เรื่องราวย้อนกลับไปเมื่อเกือบสิบปีก่อน หลังรู้ว่ากำลังจะกลายเป็นคุณพ่อของลูกสาว หนุ่มคิดอยากหารายได้เสริมเพื่อสร้างอนาคตที่ดีให้ครอบครัว เขาจึงไปเรียนทำไอศกรีมและกลับมาเปิดร้านไอศกรีมชื่อว่า ‘จินตา’ ซึ่งเป็นชื่อเดียวกันกับลูก เพื่อเตือนให้เขาตั้งใจทำไอศกรีมที่มีคุณภาพ จะได้ไม่มีใครว่าลูกสาวของเขาได้ 

ช่วงแรก ๆ ไอศกรีมของหนุ่มเหมือนไอศกรีมทั่วไป คือใช้สารคงตัวจำนวนมากกว่าปัจจุบัน ใช้วัตถุดิบแต่งเติมกลิ่นสี และสารพันวัตถุดิบจากต่างประเทศ แต่เมื่อได้ไปออกตลาดสีเขียวและได้รู้จักกับเกษตรกรไทย เขาจึงเริ่มเข้าใจว่าวัตถุดิบไทย ๆ จากเกษตรที่ตั้งใจนั้นมีคุณค่าขนาดไหน ได้เข้าใจว่าไอศกรีมที่ดีหาใช่ไอศกรีมกลิ่นชัดๆ ใช้ของแพง ๆ รสจัด ๆ จนได้รับคำแนะนำจากพี่น้องเกษตรกร ว่าทำไมจึงไม่เอาผักผลไม้ไทยไปทำไอศกรีมบ้าง 

กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม

จากจุดนั้น หนุ่มปิ๊งไอเดียทำไอศกรีมเสาวรส มะม่วง ก่อนจะหยิบผักมาลองทำเป็นรสชาติต่าง ๆ เช่น รสผักโขมฟักทอง รสคะน้าสะระแหน่ ซึ่งทลายกำแพงการทำไอศกรีมรสชาติแตกต่างให้กว้างขึ้น หนุ่มคิดค้นไอศกรีมรสชาติที่คนกินอย่างเรา ๆ คิดไม่ถึงอีกมาก ทั้งรสขนมครกที่ใช้ต้นหอมปั่นผสมกะทิเคี่ยวหอมกลิ่นไหม้ ได้แรงบันดาลใจจากร้านขนมครกที่เห็น หรืออย่างไอศกรีมมะระที่ได้รสมันๆ จากครีมชีส ได้ความเปรี้ยวจากโยเกิร์ต และปิดท้ายด้วยรสขมนิด ๆ จากมะระ ก็ปิ๊งไอเดียจากการดูรายการ MasterChef Thailand

ความน่าสนใจคือตั้งแต่หนุ่มเข้าใจเรื่องการกินอาหารที่ดี ไอศกรีมของเขาก็เปลี่ยนไปจากช่วงแรกมาก เขาไม่แต่งเติมกลิ่นและสี ทั้งยังใช้สารคงตัวให้น้อยที่สุด เนื้อสัมผัสของไอศกรีม Jinta จึงจะไม่เหนียว ๆ ยืด ๆ เท่าไอศกรีมร้านทั่วไป แต่ยังคงความเป็นไอศกรีมได้ดีอยู่ ด้วยเหตุนี้ Jinta Hommade Icecream จึงเป็นไอศกรีมที่ทั้งดีต่อสุขภาพคนทาน ดีต่อเกษตรกรพื้นบ้าน และยังแตกต่างจากแบรนด์อื่น ๆ ซึ่งคนรักสุขภาพทานดี ส่วนคนทั่วไปก็ทานได้ เพราะไอศกรีมของเขามีเรื่องราว แปลกแตกต่าง และถึงเครื่องจริง ๆ 

ที่ตั้ง : ชั้น 1 อาคาร A Design Village ห้างสรรพสินค้าบุญถาวร เกษตร-นวมินทร์ แขวง นวลจันทร์ เขต บึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 19.00 น.

โทรศัพท์ : 08 7318 0057

Facebook : Jinta Homemade Icecream

11

ร้านรีฟิลและคาเฟ่รักษ์โลกหนึ่งเดียวในขอนแก่น

.limited 

กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม
กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม

บ้านไม้เก่าแก่กว่า 70 ปีหลังตรงหน้า หาใช่ร้านขายยาจีนหรือร้านขายของเก่าแต่อย่างใด นี่คือ ‘.limited’ ร้านชำและร้านรีฟิลที่รวมสารพัดของที่ดีต่อโลก และคาเฟ่เล็กๆ เสิร์ฟแต่ของดีต่อเรา ก่อตั้งขึ้นโดยพาร์ตเนอร์ผู้ใส่ใจสิ่งแวดล้อม 4 คน อย่าง กิ๊ฟ-วรรณภรณ์ สงวนตระกูล, ดุษ-ดุษฎี สุ่มมาตย์, กอล์ฟ-ณรงค์วิทย์ อารีมิตร และ อุ้ม-จริงใจ อารีมิตร 

ชื่อ .limited จึงหาใช่ชื่อเก๋ ๆ ที่ตั้งขึ้นโดยไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย แต่เกิดจากคอนเซ็ปต์ว่า ทรัพยากรบนโลกนี้มีอยู่อย่างจำกัด เราควรรู้จักใช้ทรัพยากรอันมีคุณค่าเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การรีโนเวตอาคาร กระทั่งการเลือกสรรสินค้ามาเรียงขายในร้าน เริ่มจากกอล์ฟและดุษผู้เป็นสถาปนิกจากสตูดิโอสถาปนิก 49 มองว่า อาคารไม้เก่าอายุกว่า 70 ปีหลังนี้ควรค่าแก่การรักษา การรีโนเวตบ้านไม้เป็นร้านชำจึงไม่ใช่การรีโนเวตเพื่อความสวยงามโมเดิร์น แต่เน้นซ่อมแซมและคงความเป็นไม้ให้มากที่สุด

ภายในร้านแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วน คือพื้นที่ด้านซ้ายสำหรับจัดวางสินค้าออร์แกนิกที่ดีต่อโลกและยังดีต่อเรา ซึ่งพาร์ตเนอร์ทั้งสี่คัดสรรกันเอง เช่น ข้าวพื้นถิ่นที่ให้คุณค่าทางสารอาหารมากกว่าข้าวหอมมะลิทั่วไป กาแฟอาข่าอ่ามา กล้วยตากสะอาดปลอดภัยจากกล้วยปลูกเองในสวนของกอล์ฟ ทั้งยังมีสารพัดผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวกายปลอดสารอันตราย ที่อุ้มผู้เป็นเภสัชกรคิดค้นขึ้นเอง 

ส่วนกลางร้านคือบริเวณที่ตั้งของกระจุกกระจิกน่ารักอย่างต้นไม้ต้นเล็ก ๆ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในร้านและในบ้านลูกค้า งานไม้จากเศษไม้เหลือทิ้งที่ลูกชายของอุ้มและกอล์ฟตั้งใจทำขึ้น รวมถึงมีเสื้อผ้าพิมพ์ลายทำมือโดยฝีมือน้องสาวของกอล์ฟ ทั้งยังมีกระเป๋าผ้าจากผ้าเหลือทิ้งในอุตสาหกรรมสิ่งทอ ที่ผู้ก่อตั้งทั้งสี่ทำร่วมกับ mooreloop ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 2.15 กิโลกรัม เทียบเท่ากับการขับรถยนต์ 18.05 กิโลเมตร

กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม

ความพิเศษอยู่ที่ด้านขวาสุดของร้าน นั่นคือโซนเวิร์กชอปที่ในสถานการณ์ปกติ ทั้งสี่จะเชิญวิทยากรมารังสรรค์งานทำมือขึ้นเอง เช่น งานไม้ งานผ้า เพราะทั้งสี่มองว่ามากกว่าการขาย คือการส่งต่อองค์ความรู้ด้านการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์ เพื่อสร้างสิ่งดีๆ ให้สังคมได้มากทีุ่สด

นอกจากเป็นร้านรวมสารพัดของรักษ์โลกหนึ่งเดียวในขอนแก่นแล้ว ที่นี่ยังเป็นคาเฟ่ขนาดย่อม เสิร์ฟอาหารดีๆ จากธรรมชาติอีกด้วย สินค้าซิกเนเจอร์ประจำร้านที่มาแล้วไม่ลองไม่ได้ คือเมนูน้ำปั่นจากผักผลไม้ออร์แกนิกที่ทั้งสี่คิดค้นสูตรขึ้นเอง เช่น Taro Milkshake ที่ร้านทั่วไปมักใช้ผงเผือกหอม แต่ .limited ใช้เผือกหอมแท้ ๆ แถมยังมีตะลิงปลิงปั่นจากตะลิงปลิงท้องถิ่นที่เปรี้ยวจี๊ด ดื่มแล้วชุ่มชื่นหัวใจ แต่ถ้าใครอยากอิ่มท้องกว่านั้น ที่นี่ก็มีสลัดผักรสชาติดีจากผักปลอดสารที่ปลูกกันเอง ซึ่งให้ไฟเบอร์มากแต่แคลอรี่กำลังดี 

ที่ตั้ง : 2 ถนนชีท่าขอน 7 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 19.00 น.

โทรศัพท์ : 08 1984 8700 

Facebook : Dotlimited

12

ร้านสมุนไพรไทยโบราณในลำปาง ที่เปิดก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2

รัตนโอสถ

กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม
กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม

หากพูดถึง ‘รัตนโอสถ’ ร้านขายสมุนไพรไทยกลางเมืองลำปาง ชาวลำปางจะต้องรู้จักแน่แท้ เพราะเปิดมาตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนที่ ลุงตี๋-วิรัตน์ วิทยานุการุณ ทายาทรุ่นสองของร้านซึ่งมีอายุ 70 กว่าปีจะเกิดเสียอีก

ลุงตี๋ย้อนเล่าให้ฟังว่า เตี่ยของคุณลุงเป็นคนจีนแต้จิ๋วจากเมืองซัวเถา มณฑลกว้างตุ้ง อพยพย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากที่จังหวัดลำปาง ก่อนจะพบรักกับคุณแม่ของลุง และใช้ความรู้ด้านแพทย์แผนจีนที่พกมาจากบ้านเกิดเปิดร้านขายยาจีน โดยสั่งซื้อยาจีนจากฮ่องกง เพราะขณะนั้นจีนปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ ไทยซึ่งกำลังหวั่นกลัวคอมมิวนิสต์จึงขาดการติดต่อซื้อขายกับจีน ยาจีนที่ขายในช่วงนั้นจึงมีราคาสูงกว่ายาทั่วไป 

ด้วยเตี่ยนั้นมีลูกชายคนจีนที่เดินทางมาด้วยกันซึ่งรู้ภาษาอังกฤษอยู่แล้ว ช่วงแรก ๆ จึงเปิดขายยาฝรั่งควบคู่กัน และไม่นานก็เปิดแผนกขายสมุนไพรไทยควบด้วย ร้านรัตนโอสถแต่เดิมชื่อ ‘ตั้งจี้เคี้ยวตึ๊ง’ หรือ ‘กะจ่างโอสถ’ จึงเป็นร้านขายยาประเภท ก. นั่นคือมา 1 ร้านแต่ขายยาครบ 3 แผน

กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม

ด้วยการขายยาจีนนั้นต้องอาศัยความรู้ด้านยาและภาษาจีนสูง ลูกทั้ง 3 คนของเตี่ยรวมถึงลุงวิรัตน์ที่ไม่รู้ภาษาจีนเลยจึงสานต่อกิจการร้านยาจีนไม่ได้ เมื่อเตี่ยเสียชีวิตเมื่อกว่า 30 ปีก่อน คุณลุงผู้กำลังทำงานเป็นพนักงานธนาคารอยู่จึงกลับมารับช่วงต่อ และเปลี่ยนมาขายสมุนไพรไทยแทน ทั้งส้มป่อย หญ้าหนวดแมว เหงือกปลาหมอ เก๊กฮวย สเลดพังพอน มะตูมแห้ง พิกุล กวาวเครือ กานพลู และอีกสารพัดชนิดที่ช่วยรักษาสมดุลร่างกายได้ดี และปัจจุบันทายาทรุ่นสามอย่าง เก่ง-อธิวัฒน์ วิทยานุการุณ ก็มารับช่วงต่อร้านสมุนไพรโบราณต่อจากผู้เป็นพ่ออีกที

รัตนโอสถจึงไม่ใช่เพียงร้านขายสมุนไพรไทยคุณภาพที่ช่วยบำบัดร่างกายได้ แต่ยังเป็นประวัติศาสตร์ร้านขายยาโบราณหน้าหนึ่งของจังหวัดลำปาง

ที่ตั้ง : 162 ถนนทิพย์ช้าง ตำบลหัวเวียง อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ (ปิดวันอาทิตย์) เวลา 08.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 0 5422 1162

Facebook : ร้านรัตนโอสถ ลำปาง

13

ร้านอาหารกลางป่าที่รังสรรค์อาหารอร่อยจากวัตถุดิบปลอดภัย

Pathum organic products

กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม
กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม

ไม่ใกล้ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ หากจอดรถแวะพักริมทางถนนใหญ่ จะเจอกับ ‘Pathum organic products’ คาเฟ่และร้านอาหารของคู่รักผู้รับเหมาก่อสร้างที่ตกหลุมรักผืนดินแห่งนี้ จนออกแบบและก่อสร้างเองกว่า 3 ปี เพื่อเสิร์ฟอาหาร เครื่องดื่มและขนมรสดีจากวัตถุดิบปลอดภัย

แรกเริ่มเดิมที ดร๊าฟ-สารินทร์ ศิริอัธการ ต้องการเปลี่ยนผืนดินตรงนี้เป็นเป็นคาเฟ่ขนาดย่อมเท่านั้น แต่เพราะคนรักอย่าง ตุ้ย-กฤษณ์ หอมรื่น มีปัญหาเรื่องสุขภาพ และเลือกทานอาหารจากวัตถุดิบออร์แกนิกอยู่แล้ว ไอเดียแรกเริ่มจึงขยับขยายมาเป็นคาเฟ่และร้านอาหารกลางป่า ที่มีดร๊าฟเป็นคนทำเครื่องดื่มและขนม ส่วนตุ้ยเป็นเชฟกระทะเหล็กในครัว ตั้งใจเสิร์ฟอาหารที่ดีต่อสุขภาพให้ลูกค้า

กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม

เมนูแนะนำที่พลาดไม่ได้คือข้าวกล้องราดกะเพราหมูคั่วแห้ง ตุ้ยคั่วกะเพราปลูกเองกับสารพัดสมุนไพรโดยไม่ใช้น้ำมัน นอกจากนั้นยังมีสารพันขนมอบของดร๊าฟต์ ซึ่งนอกจากใช้วัตถุดิบออร์แกนิก เธอยังใช้น้ำตาลดอกมะพร้าวแทนสารให้ความหวานอื่น ๆ และเลือกใช้ไข่จากแม่ไก่ที่เลี้ยงเองด้วย 

ถ้าใครเป็นคอกาแฟ ที่นี่ยังมีกาแฟชงสดจากโมค่าพอต และกาแฟดริปที่ใช้เมล็ดกาแฟออร์แกนิกจากชาวเขาที่เชียงราย ส่วนใครอยากทดลองกาแฟสูตรเฉพาะของดร๊าฟ ที่นี่ก็มีเมนูกาแฟฮันนี่เลม่อน ด้านล่างเป็นฮันนี่เลม่อนทำเอง ท็อปด้วยกาแฟดำด้านบน

การมาทานอาหารรสอร่อยใส่ใจตั้งแต่วัตถุดิบที่นี่ ต้องเดินผ่านป่าขนาดย่อมและคลองขนาดเล็ก จึงถือเป็นการบำบัดกายและใจด้วยธรรมชาติอย่างแท้จริง 

ที่ตั้ง : 4/6 หมู่ 18 ตำบลบึงคำพร้อย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน (ปิดวันอังคาร) เวลา 08.30 – 20.00 น. 

โทรศัพท์ : 08 8253 5515

Facebook : Pathum organic products ปทุม ออแกนิค โปรดักส์

14

ร้านอาหารที่หยิบผักอินทรีย์ปลูกเองมาปรุงด้วยรสมือแม่

สุขกินได้

กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม
กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม

อาคารไม้ที่รายล้อมด้วยโรงเรือนปลูกผักอินทรีย์และต้นไม้นานาพรรณนาม ‘สุขกินได้’ ณ นครปฐมแห่งนี้ คือคาเฟ่ที่รังสรรค์อาหารจากวัตถุดิบอินทรีย์ โดยสองมือและหนึ่งใจของ คุณแม่ส้มฉุน-ธนภรณ์ ทำสวน

ลูกชายอย่าง นนท์-กฤษดา ทำสวน พาเราย้อนกลับไปก่อนที่สุขกินได้จะเปิด แต่เดิมคุณแม่ปลูกกล้วยไม้ส่งขายต่างประเทศ ซึ่งต้องคลุกคลีกับการใช้สารเคมีทุกเช้าค่ำ กระทั่งอนามัยชุมชนสุ่มตรวจค่าสารพิษที่ตกค้างในร่างกายเกษตรกร จึงพบว่าสารพิษในร่างกายคุณแม่นั้นสูงถึง 60 – 70 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินค่ามาตรฐานไปมาก ครอบครัวทำสวนจึงคิดหาหนทางหารายได้ใหม่

ด้วยคุณตาของนนท์เคยปลูกผักสวนครัวมาตั้งแต่คุณแม่ยังเด็ก คุณแม่จึงย้อนคิดถึงวันวาน และตัดสินใจกลับมาปลูกผักด้วยตนเองอีกครั้ง เริ่มจากปลูกผักสลัดไฮโดรโปนิกส์ ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีจากโรงแรมห้าดาว แต่ต้องใช้แรงงานคนล้างทำความสะอาดถาดเพาะจำนวนมาก คุณแม่จึงหันมาปลูกผักอินทรีย์และเปิดร้านอาหารควบคู่

กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม

ร้านสุขกินได้แห่งนี้จึงเสิร์ฟอาหารจากผักในสวน และวัตถุดิบจากเกษตรกรไทยที่เข้าร่วมกับวิสาหกิจชุมชน ที่สนับสนุนเกษตรอินทรีย์อย่างศาลานา เช่น พาสต้าซอสเพสโตจากอิตาเลียนเบซิลที่ปลูกเอง ทานพร้อมน้ำผักเคลสกัดเย็นจากเคลที่เก็บสดๆ ในสวน แถมยังมีซูเฟลชีสเค้กราดซอสเสาวรสโฮมเมด ทั้งหมดนี้คือเมนูจากปลายจวักคุณแม่ทั้งนั้น 

นอกจากคุณแม่และนนท์จะใส่ใจเรื่องอาหารการกินมากๆ อีกสิ่งที่ทั้งคู่ให้ความสำคัญ คือการสร้างระบบจัดสรรอาหารและขยะภายในร้านให้หมุนเวียนเป็นวัฏจักร นั่นคือกากใยเหลือทิ้งที่ได้จากการสกัดน้ำผัก จะถูกนำไปผสมเป็นดินปลูก ส่วนเศษอาหารเหลือภายในร้าน ทั้งคู่จะนำไปหมักเป็นปุ๋ยเพื่อเติมสารอาหารให้เหล่าผักน้อย ๆ 

เรียกว่าไป 1 ร้าน ได้ครบทั้งความอร่อยหลากหลาย สุขภาพดี ๆ และช่วยให้โลกน่าอยู่ขึ้นอีกมากโข

ที่ตั้ง : 1/6 หมู่ 5 ตำบลคลองโยง อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน (ปิดวันอังคาร) เวลา 10.00 – 20.00 น. 

โทรศัพท์ : 06 2323 9619 

Facebook : สุขกินได้

Writer

ฉัตรชนก ชัยวงค์

เด็กเอกไทยที่สนใจประวัติศาสตร์ งานคราฟต์ และเรื่องท้องถิ่น เวลาว่างชอบกิน เล่นแมว และชิมโกโก้

Photographer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load