26 มิถุนายน 2564
9 K

The Cloud x TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง 

เคยมีวลีของใครคนหนึ่งที่ชาวอุตรดิตถ์รู้สึกชื่นชอบว่า “อุตรดิตถ์แดนฝัน สวรรค์บนดิน เมืองแห่งภูเขากินได้” รวมถึงตำนานของเมืองลับแล ดินแดนแห่งลางสาดหวาน ทุเรียนพื้นเมือง หลงลับแล หลินลับแล สับปะรดห้วยมุ่น ก็ยังเป็นที่สนใจของผู้คนจากต่างแดนอีกเช่นกัน 

เดิมทีตัวเมืองอุตรดิตถ์คือบางโพธิ์ท่าอิฐ ซึ่งปัจจุบันเป็นเพียงตำบลเล็กที่ยังมีวิถีแห่งย่านการค้าเก่า อุตรดิตถ์ตั้งอยู่ทางใต้สุดของภาคเหนือตอนล่าง ไม่ได้ใกล้อุดรธานี ไม่ติดอุบลราชธานี อย่างที่หลายคนเข้าใจ 

อุตรดิตถ์มีภูเขาสูงสลับซับซ้อน อากาศค่อนข้างร้อนอบอ้าวในฤดูร้อน คนอุตรดิตถ์ใช้ชีวิตวิถีเกษตรกรรมเป็นหลัก ความน่ารักของคนอุตรดิตถ์อีกอย่างหนึ่งคือภาษาพูด จนเคยมีผู้กล่าวไว้ว่า อุตรดิตถ์เป็นเมืองที่มีภาษาพูดมากที่สุดในประเทศ ส่วนจะเท็จจริงอย่างไร คงต้องมาลองสนทนาพาทีกับคนที่นี่ดู

ส่วนการท่องเที่ยวมีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแหล่งโบราณคดี ประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ ซึ่งในระยะหลังอุตรดิตถ์ชัดเจนเรื่องการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ชุมชน ตลอดจนการนำเสนอด้วยเสน่ห์อาหารการกินหลากหลายเชื้อชาติของคนอุตรดิตถ์ มีรสชาติแบบ กลาง เหนือ อีสาน ใต้ จีน ที่สำคัญราคาน่ารัก ข้าวจานละ 15 บาทก็ยังหาทานได้ เรียกได้ว่าถ้ามีเงินสัก 100 บาทก็พุงกางได้ 

ครั้งนี้อยากให้ใคร ๆ ลองกำหนดแผนเพียงหลวม ๆ แล้วใช้วิธีการเสาะแสวงหา ลัดเลาะไปตามแหล่งชุมชน กระทั่งลองแวะชิมอาหารริมทาง หรือเดินดูหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ไหนสักแห่ง แทนที่จะตั้งหน้าตั้งตาขับรถไปให้ถึงที่หมายโดยเร็วที่สุด ลองเปลี่ยนเป็นเริ่มจากแวะร้านค้า ตลาด ไร่ นา สวน แม่น้ำ วัด บ้านชาวบ้านข้างทางระหว่างเส้นทางนั้น และทำความรู้จักอุตรดิตถ์ผ่าน 10 สถานที่ต่อไปนี้ ตั้งแต่ร้านก๋วยเตี๋ยว สวนผลไม้ ไปถึงอาร์ตสเปซ เมืองเล็ก ๆ ที่ใคร ๆ ก็บอกว่าเป็นเมืองผ่าน และครั้งหนึ่งเคยติดอันดับเมืองที่มีมวลความสุขของประเทศไทยมาแล้ว

01

มา มะ อาร์ตสเปซ

พื้นที่ศิลปะที่เริ่มต้นจากความรักในศิลปะของครอบครัวเล็ก ๆ

มา มะ อาร์ตสเปซ, พื้นที่ศิลปะที่เริ่มต้นจากความรักในศิลปะของครอบครัวเล็ก ๆ

หลังจากเรียนจบด้านศิลปะ ติ๋ว-แสงเดือน จริยารัตนกูล เคยรับสอนศิลปะชั้นเรียนเล็ก ๆ ของแกลเลอรี่แห่งหนึ่งในบ้านเกิด ควบคู่กับการใช้ชีวิตครอบครัว โดยมีสามีเป็นอาจารย์สอนศิลปะ

ครอบครัวมามะทำงานศิลปะหลายอย่าง วาด ปั้น สื่อผสม ด้วยความชอบชีวิตเรียบง่าย การใช้วัสดุธรรมชาติ ปรับเปลี่ยนแปลงผักของแม่เป็นพื้นที่แสดงงานศิลปะของครอบครัว และผลงานเพื่อน ๆ พี่ น้อง ครู อาจารย์ ด้วยแรงเสริมจากประโยคที่น้องคนหนึ่งบอกว่า 

“เราทำงานศิลปะไว้เยอะมาก ถ้าจะทำบ้านอีกหลัง ก็น่าจะเป็นการดีที่เอาผลงานเราแขวนให้คนอื่นดูบ้าง ให้คนเห็นงานศิลปะสวย ๆ” 

รู้จักอุตรดิตถ์ ผ่าน 10 สถานที่ ตั้งแต่ร้านก๋วยเตี๋ยว สวนผลไม้ ไปถึงอาร์ตสเปซ

ชื่อ มา มะ อาร์ตสเปซ มีที่มาจากชื่อเล่นของลูกทั้งสอง มาหนุนและมะนอย พื้นที่แบ่งเป็นบ้านพักอาศัยของครอบครัว กับบ้านอีกหลังเป็นส่วนทำกิจกรรมทางศิลปะ ด้วยอาคารปูนแบบง่าย ๆ ด้านบนมีพื้นที่ทำงานวาดภาพ และมีภาพวาดจัดแสดงอยู่จำนวนมาก ด้วยความตั้งใจอยากพัฒนาพื้นฐานการใช้ชีวิตให้คนในชุมชนรู้จักชื่นชมความงาม ผ่านงานทัศนศิลป์ที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน คอยต้อนรับพี่น้องเพื่อนฝูงที่มาเยี่ยมเยือน มาทำงานศิลปะ วาด ระบายสี ปั้น และอื่น ๆ บนพื้นฐานของความเชื่อที่ว่า ศิลปะจะต้องเข้าถึงง่าย ทำได้ง่าย ใครก็ทำได้ 

รู้จักอุตรดิตถ์ ผ่าน 10 สถานที่ ตั้งแต่ร้านก๋วยเตี๋ยว สวนผลไม้ ไปถึงอาร์ตสเปซ

ชั้นล่างเป็นห้องเก็บผลงานสำคัญของศิลปิน เพื่อน ครูอาจารย์ ด้วยเหตุผลคืออยากมีงานศิลปะดี ๆ ให้ได้ชมกันหากไม่มีโอกาสไปหอศิลป์ในเมืองอย่างเชียงใหม่หรือกรุงเทพฯ อีกส่วนหนึ่งเป็นพื้นที่ห้องเรียนศิลปะ นั่งเรียนกันโล่ง ๆใต้ถุนบ้าน รวมถึงปัจจุบันได้เพิ่มงานเครื่องปั้นดินเผาเข้ามา 

ในช่วงวันลอยกระทงของทุกปี มา มะ อาร์ตสเปซ ยังร่วมกับชุมชนจัดกิจกรรมทำกระทง ลอยกระทง ให้คนในชุมชนได้มีส่วนร่วมสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอีกด้วย

ที่ตั้ง : 52 หมู่ 2 ตำบลผาจุก อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ (แผนที่)

วันเวลาทำการ : เสาร์-อาทิตย์ 09.00 – 17.00 น. (ปิดวันจันทร์-ศุกร์ แต่จะเปิดเป็นกรณีพิเศษหากติดต่อล่วงหน้า)

โทรศัพท์ : 08 9859 9161 

Facebook : MA MA ART SPACE

02

บุญดำรงค์กรีนฟาร์ม

ฟาร์มเกษตรอินทรีย์ที่มีป่าวนเกษตรเป็นตู้กับข้าวของชุมชน

บุญดำรงค์กรีนฟาร์ม, ฟาร์มเกษตรอินทรีย์ที่มีป่าวนเกษตรเป็นตู้กับข้าวของชุมชน

หากจะพูดถึงเกษตรกรระดับแนวหน้าของอุตรดิตถ์ คงอดไม่ได้ที่จะกล่าวถึง เอด-สุทธิรัตน์ ปลาลาศ เกษตรกรอีกคนหนึ่งที่มีความคิดเด็ดเดี่ยวควบคู่กับการอนุรักษ์ผืนป่า ความตั้งใจนี้ชัดเจนตั้งแต่สมัยเลือกเรียนมหาวิทยาลัยแม่โจ้ สาขาพืชศาสตร์ไม้ผล ด้วยความที่ตอนเด็กเคยเดินตามผู้เฒ่าผู้แก่ หาบกล้าทุเรียน ลางสาด ขึ้นรถไฟไปปลูกในป่า จากสถานีน้ำริดไปยังสถานีปางต้นผึ้ง สถานีเล็ก ๆ ก่อนขบวนรถไฟจะลอดอุโมงค์เขาพลึงขึ้นเหนือไปเรื่อย ๆ 

ภาพจำที่คอยตอกย้ำว่าการปลูกผลไม้ให้ขึ้นในป่าดีกว่าถางป่าเพื่อปลูกพืชผลเชิงเดี่ยว จากบัณฑิตคณะเกษตร มาถึงการเป็นเกษตรกรของบุญดำรงค์กรีนฟาร์ม ฟาร์มเกษตรเล็ก ๆ บนผืนนาที่ติดกับทางรถไฟ ในหมู่บ้านน้ำริด มีด้านหลังเป็นภูเขาคนละครึ่งฝั่งกับเมืองลับแล จากผืนนาของ ปู่ ย่า ตา ทวด ที่ทำเกษตรสู่รุ่นลูกหลาน มีตั้งแต่ผักพื้นบ้าน มะเขือ พริก มะกรูด ไปจนถึงผักกาดแก้ว ผักโขมแดง โรสแมรี่ ทั้งหมดปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่ฟาร์มที่มีร้านค้ากึ่งร้านอาหาร

วันดีคืนดีแม่ของเอดจะทำอาหารพื้นบ้านอร่อย ๆ อย่างขนมจีนน้ำเงี้ยว ยำผักกูด แกงแค มีผลผลิตแปรรูป ข้าวกล้อง ข้าวอินทรีย์ นมถั่วเหลือง ผลไม้แช่อิ่ม น้ำลางสาด ซึ่งลางสาดถือเป็นผลผลิตที่สะท้อนถึงคุณค่าการมีตัวตน ชีวิต จิตวิญญาณของเอดได้เป็นอย่างดี

รู้จักอุตรดิตถ์ ผ่าน 10 สถานที่ ตั้งแต่ร้านก๋วยเตี๋ยว สวนผลไม้ ไปถึงอาร์ตสเปซ

หากมีเวลานั่งฟังเรื่องเล่า จะรู้ว่าวนเกษตรคือหัวใจของบุญดำรงกรีนฟาร์ม และหลายคนอาจยังไม่รู้ว่าผลผลิตของบุญดำรงค์กรีนฟาร์มได้ส่งถึงผู้บริโภคในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานครนานแล้ว ต้องมาคุยมาฟัง ถึงจะร้องอ๋อกันเลยทีเดียว

ที่ตั้ง : 172 หมู่ 1 ตำบลน้ำริด อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ (แผนที่)

วันเวลาทำการ : จันทร์-อาทิตย์ 09.00 – 17.00 น. (หรือติดต่อล่วงหน้าเพื่อความสะดวก)

โทรศัพท์ : 08 6590 6115 

Facebook : บุญดำรงกรีนฟาร์ม

 03

ลับแล เมืองน่ารัก

บ้านที่เล่าชีวิตความเป็นอยู่ของเมืองลับแลแบบเรียบง่าย

ลับแล เมืองน่ารัก, บ้านที่เล่าชีวิตความเป็นอยู่ของเมืองลับแลแบบเรียบง่าย

ลับแล เมืองน่ารัก เป็นบ้านไม้ธรรมดา เป็นบ้านดิน เป็นร้านทำข้าวแคบและข้าวพัน อันเป็นอาหารพื้นเมืองขึ้นชื่อของชาวลับแล เป็นแกลเลอรี่ภาพถ่ายวิถีชีวิต ซึ่งนำเสนอมุมมองที่ต่างออกไป เพื่อบอกเล่าความจริง ความดี ความงาม ของคนลับแลผ่านภาพถ่าย และการจัดกิจกรรมเที่ยวลับแลแบบบ้าน ๆ

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะคุ้นชื่อ เมืองลับแล มากกว่า จังหวัดอุตรดิตถ์ ไม่ว่าจะด้วยการรับรู้ผ่านตำนาน เรื่องเล่า หรือกระแสความนิยมของเหล่านักชิมผลไม้ โดยเฉพาะทุเรียน หลงลับแล หลินลับแล ลางสาด ลองกอง อันเป็นที่มาของสมญานาม ‘เมืองแห่งภูเขากินได้’ 

การนำเสนอเรื่องราวของเมืองลับแลในมุมมองที่ต่างออกไป จึงเป็นความท้าทายสำหรับ ใหม่-ณฐพร พรมโพธิ์ อดีตเด็กนักศึกษานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ที่มีโอกาสฝึกปรือฝีมือประสบการณ์ด้านการทำสื่อจากบริษัททำสารคดี สื่อสิ่งพิมพ์ กระทั่งได้เรียนรู้ด้านการทำภาพยนตร์ และมีโอกาสติดสอยห้อยตามไปทำงานกับผู้กำกับหลายคน 

รู้จักอุตรดิตถ์ ผ่าน 10 สถานที่ ตั้งแต่ร้านก๋วยเตี๋ยว สวนผลไม้ ไปถึงอาร์ตสเปซ

เริ่มจากความสนใจของเด็กคนหนึ่งเป็นที่ตั้ง เมื่อสิ่งต่าง ๆ ที่ได้เรียนรู้ทำให้เขากลับมาคิด ปู่เย็น เฒ่าทรนง แห่งลุ่มน้ำเพชรบุรี คือหนึ่งในบุคคลที่ทำให้เกิดคำถามว่า ‘เราเกิดมาเพื่ออะไร’ 

และคำตอบที่ได้คือ กลับบ้าน 

รู้จักอุตรดิตถ์ ผ่าน 10 สถานที่ ตั้งแต่ร้านก๋วยเตี๋ยว สวนผลไม้ ไปถึงอาร์ตสเปซ

ใหม่ใช้พื้นที่ชั้นบนของบ้านเล่าเรื่องราวเมืองลับแลในแบบง่าย ๆ ผ่านการจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ ภาพถ่ายมุมองต่าง ๆ ในเมืองลับแล หนังสือ ตำราเก่า ข้างบ้านมีเพิงเล็ก ๆ ภายใต้เพิงมีเตาทำข้าวแคบที่ได้เรียนรู้การทำจากปราชญ์ชาวบ้านแล้วมาหัดทำ หัดก่อเตา จนได้เตาใช้งานเอง ใช้ทำข้าวแคบ ข้าวพัน ทั้งทำจำหน่าย สาธิตให้นักท่องเที่ยวที่สนใจได้ลองชิมและหัดทำ ไปจนถึงจัดกิจกรรมกับเด็กในชุมชน ในอนาคตอันใกล้ ใหม่และภรรยากำลังเตรียมพื้นที่เล็ก ๆ ในสวนใกล้บ้านทำเป็นร้านขายข้าวพันผัก อาหารหลักของคนลับแล ทำสตูดิโอภาพถ่าย ของที่ระลึก และเป็นที่พักสำหรับนักเดินทางที่ชอบความเงียบ ง่าย งาม 

ที่ตั้ง : 662 ถนนศรีวิจารณ์ ตำบลศรีพนมมาศ อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ (แผนที่)

วันเวลาทำการ : จันทร์-อาทิตย์ 09.00 – 17.00 น. (หรือติดต่อล่วงหน้าเพื่อความสะดวก)

โทรศัพท์ : 08 76575959 

Facebook : ลับแล เมืองน่ารัก

04

นานา ฟิลด์

ร้านอาหารกลางทุ่งนาอินทรีย์ของแม่และยาย

นานา ฟิลด์, ร้านอาหารกลางทุ่งนาอินทรีย์ของแม่และยาย
รู้จักอุตรดิตถ์ ผ่าน 10 สถานที่ ตั้งแต่ร้านก๋วยเตี๋ยว สวนผลไม้ ไปถึงอาร์ตสเปซ

“เราอยากให้คนมาเที่ยว มาเห็นวัดพระฝาง” 

คำพูดของ แป้ง-ธัญญารัตน์ สุนทรารัณญ์ นักศึกษาเทคนิคการแพทย์ สาขารังสีเทคนิค มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ไม่ได้ใช้ชีวิตตรงสายหลังจากเรียนจบ 

ด้วยความที่เติบโตมากับครอบครัวในชุมชนบ้านพระฝาง อันเป็นที่ตั้งของวัดพระฝางสวางคบุรีมุนีนาถ โบราณสถานที่มีทั้งความงามของบานประตูไม้แกะสลัก แป้งจึงทำร้านอาหารของตัวเอง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการบอกเล่าเรื่องราวแหล่งท่องเที่ยวชุมชน ชวนให้คนที่มาวัดพระฝาง ต้องมาแวะกินอาหารอร่อยที่นานา ฟิลด์ 

นานา ฟิลด์ เป็นร้านอาหารและคาเฟ่บรรยากาศร่มรื่น เย็นสบาย นั่งชมนา ชมนก มีทางเดินทอดยาวออกไปยังผืนนา นอกเหนือจาก กิน ดื่ม ชม กิจกรรมที่ต้องมาทำที่นี่คือการร่วมกันดำนา หรือเรียกอีกอย่างว่าลงแขกดำนา ซึ่งแป้งได้ชวนเพื่อนบ้าน พี่ น้อง มาเรียนรู้และร่วมสนุกเป็นประจำทุกปี นอกจากนี้ยังมีห้องพักอีก 3 ห้อง เป็นกระท่อมกลางนาหลังเล็กน่ารัก ที่กำลังจะเปิดให้บริการในเร็ววันนี้ 

รู้จักอุตรดิตถ์ ผ่าน 10 สถานที่ ตั้งแต่ร้านก๋วยเตี๋ยว สวนผลไม้ ไปถึงอาร์ตสเปซ

หากอยากลองมาใช้ชีวิตชาวนา นอนกลางนา กินข้าวกลางนา นั่งนับดาวกลางนา ก็น่าจะมีความสุขไม่น้อย ช่วงที่ไม่มีต้นข้าวก็จะมีต้นปอเทืองออกดอกเหลืองงามเต็มทุ่งไว้แทน

และขาดไม่ได้คือการแนะนำข้าวปลาอาหารของนานา ฟิลด์ ตั้งแต่ข้าวหอมมะลิ ข้าวไรซ์เบอรี่ ข้าวอินทรีย์ที่แสนอร่อย อาหารพื้นบ้านอย่างลาบ ต้มปลา น้ำพริก หรือ สปาเก็ตตี้ ข้าวแกงกะหรี่และปอเปี๊ยะทอด ซึ่งได้สูตรมาจากเพื่อนตอนไปเรียนภาษาที่อเมริกา สลัด เค้กแบบต่าง ๆ วันดีคืนดีมีน้ำลิ้นจี่สดปั่นสั่งตรงจากฟาร์มที่เชียงใหม่ 

ไม่ต่างจากผืนนาของเธอ อาหารทุกเมนูก็ปรุงมาจากใจ จากความรักในสิ่งที่ทำอีกเช่นกัน 

ที่ตั้ง : 185 บ้านพระฝาง หมู่ 3 ตำบลผาจุก อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ (แผนที่)

วันเวลาทำการ : อังคาร-อาทิตย์ 09.30 – 17.30 น. (ปิดวันจันทร์)

โทรศัพท์ : 09 7297 2396 

Facebook : NANA Field

05

ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นยาจีนครูเก่ง

ร้านก๋วยเตี๋ยวที่นั่งกินแล้วอิ่มกับเรื่องเล่าเมืองพิชัยแบบลึกซึ้ง

ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นยาจีนครูเก่ง, ร้านก๋วยเตี๋ยวที่นั่งกินแล้วอิ่มกับเรื่องเล่าเมืองพิชัยแบบลึกซึ้ง

เมืองพิชัย เมืองที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์ของอุตรดิตถ์ เมืองที่มีของกินอร่อย แกงหอย ไส้อั่วแบบพิชัย หากใครเคยเดินทางท่องเที่ยวโดยรถไฟสายเหนือ จะรู้ว่าถ้าลงที่สถานีพิชัย สามารถเที่ยวได้ในแบบกระชับ พอดี พองาม และหากเดินลัดเลาะย่านตลาดหน้าสถานีรถไฟมาอีกเล็กน้อย จะเจอร้านก๋วยเตี๋ยวเส้นสดร้านเล็ก ๆ หัวมุมถนน ร้านก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นยาจีนครูเก่ง ตั้งตามชื่อ ครูเก่ง-วิทยา ศรีม่วง คนพิชัยโดยแท้ 

ครูเก่งเรียนจบด้านจิตรกรรมสากล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เป็นครูสอนศิลปะ ครูติวศิลปะ จิตรกร นักเดินทาง นักเขียน นักศึกษาประวัติศาสตร์เมืองพิชัยตัวยง ใครต้องการฟังเรื่องราวเมืองพิชัยหรือพระยาพิชัย มาที่นี่ไม่ผิดหวังแน่นอน หน้าร้านอาจดูเหมือนไม่ใช่ร้านก๋วยเตี๋ยว และเมื่อแรกมองเข้าไปอาจคิดว่าเป็นสตูดิโอศิลปะ ร้านทำป้าย หรือร้านขายของเก่า เพราะบรรยากาศในร้านเต็มไปด้วยการสร้างสรรค์งานศิลปะ การตกแต่งเหมือนทำงานศิลปะแบบสื่อผสม ปะปนไปกับสิ่งของที่บอกเล่าเรื่องการเดินทางในอดีต

พาไปรู้จักอุตรดิตถ์ เมืองที่เคยติดอันดับเมืองที่มีมวลความสุขมากที่สุด ผ่าน 10 สถานที่เที่ยว ตั้งแต่ร้านก๋วยเตี๋ยว สวนผลไม้ ไปถึงอาร์ตสเปซ
พาไปรู้จักอุตรดิตถ์ เมืองที่เคยติดอันดับเมืองที่มีมวลความสุขมากที่สุด ผ่าน 10 สถานที่เที่ยว ตั้งแต่ร้านก๋วยเตี๋ยว สวนผลไม้ ไปถึงอาร์ตสเปซ

 ภายในร้านมีพื้นที่สำหรับชงชา กาแฟ และเครื่องดื่มอื่น ๆ มีโต๊ะสำหรับนั่งกินก๋วยเตี๋ยว ทั้งก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น ไก่ตุ๋น ต้มยำแบบไทย ต้มยำแบบพิชัย หรือแบบจีน แบบเกาหลี เกาเหลาลวกจิ้ม กิมจิและหัวไชเท้าดองสูตรเกาหลีขนานแท้ เส้นทั้งหมดทำเองด้วยสูตรพิเศษของครูเก่ง

บางเมนูครูเก่งได้สูตรและกระบวนการทำจากเพื่อนศิลปินและอาจารย์ศิลปะ เมื่อครั้งเดินทางไปเวียดนามและชักชวนกันไปแสดงงานที่เกาหลี เพื่อน ๆ ต่างมอบสูตรการทำเส้น จนถึงขั้นแทบจะยกไม้ตีแป้งประจำตระกูลให้ครูเก่งเอามาทำเส้นที่เมืองพิชัยเลยทีเดียว 

หากจะพูดว่า “ศิลปะ หนังสือ เส้นก๋วยเตี๋ยว กิมจิ และการเดินทาง คือ ส่วนหนึ่งของครูเก่ง” ก็คงจะไม่ผิดนัก

ที่ตั้ง : 410/10 ตำบลในเมือง อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ (แผนที่)

วันเวลาทำการ : ทุกวัน 10.00 – 14.30 น.

ติดต่อ : 08 6927 7508 

Facebook : Kenny Witthaya Srimuang

06

Summer Green cafe

คาเฟ่กลางสวนทุเรียนในชุมชนวัดเจดีย์คีรีวิหาร เมืองลับแล 

Summer Green cafe, คาเฟ่กลางสวนทุเรียนในชุมชนวัดเจดีย์คีรีวิหาร เมืองลับแล

สวนทุเรียนมีคาเฟ่ หรือ คาเฟ่ในสวนทุเรียน ไม่แน่ใจ แต่สามารถมองหาทางเข้าตรงข้ามวัดเจดีย์คีรีวิหาร ในเมืองลับแล เลี้ยวซ้ายเข้าไปในซอยเล็ก ๆ ตรงข้ามวัด สักพักจะเจอป้าย ‘สวนป้าเรียน’ 

สิ่งที่ขาดไปไม่ได้เมื่อพูดถึงเมืองลับแลคือผลไม้นานาชนิด โดยเฉพาะทุเรียนสายพันธุ์หลงลับแลและหลินลับแล และผลไม้จากเมืองลับแลก็ยังสร้างรายได้หลักล้านต่อปีให้จังหวัดอุตรดิตถ์อีกด้วย 

พาไปรู้จักอุตรดิตถ์ เมืองที่เคยติดอันดับเมืองที่มีมวลความสุขมากที่สุด ผ่าน 10 สถานที่เที่ยว ตั้งแต่ร้านก๋วยเตี๋ยว สวนผลไม้ ไปถึงอาร์ตสเปซ

ป้าเรียน มีรัตน์ เป็นชาวลับแลโดยกำเนิด ทำสวนลับแลมาแต่รุ่นปู่ย่าตายาย ขายทุเรียน ลางสาด ลองกอง มาหลายสิบปี ชาวลับแลมีการปลูกต้นทุเรียนกันแทบทุกบ้าน บ้านป้าเรียนเองก็มีเนื้อที่กว้างขวาง ปลูกต้นทุเรียน ลางสาด ลองกอง ในบ้านได้เป็นจำนวนมาก ยังไม่รวมในสวนที่อยู่ห่างออกไปในตัวอำเภอลับแลอีกด้วย 

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ลูก ๆ ของป้าเรียนเห็นว่าท่านอายุมากขึ้น ไม่อยากให้ออกนอกบ้านไปค้าขายผลไม้ที่ตลาด จึงใช้พื้นที่บริเวณบ้านทำเป็นร้านขายทุเรียน ข้างใต้ถุนมีแคร่จำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงราวเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม 

พาไปรู้จักอุตรดิตถ์ เมืองที่เคยติดอันดับเมืองที่มีมวลความสุขมากที่สุด ผ่าน 10 สถานที่เที่ยว ตั้งแต่ร้านก๋วยเตี๋ยว สวนผลไม้ ไปถึงอาร์ตสเปซ

หลังจากมีลูกค้าเข้ามาชิม มาซื้อ ผลไม้จากสวนป้าเรียนอยู่ไม่ขาดสาย จึงเกิดเป็น Summer Green cafe เพื่อเป็นพื้นที่รับรองลูกค้า โดยมีเครื่องดื่ม ชา กาแฟ และยังนำผลผลิตจากทุเรียนมาสรรสร้างเมนูใหม่ เช่น เค้กทุเรียน น้ำทุเรียนปั่น และอีกหลากหลายรายการ ภายใต้บรรยากาศแบบนั่งกินทุเรียนใต้ต้นทุเรียนได้เลย

ที่ตั้ง : 14 หมู่ 5 ตำบลฝายหลวง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ (แผนที่)

วันเวลาทำการ : ทุกวัน 09.00 – 18.00 น. (ปิดวันจันทร์)

โทรศัพท์ : 06 1714 5956 

Facebook : สวนผลไม้บ้านป้าเรียน และ Summer Green cafe

07

มานิดา คาเฟ่ @สวนสุวรรณ

คาเฟ่ในสวนผลไม้ที่เริ่มต้นทำในสิ่งที่รักจากศูนย์

มานิดา คาเฟ่ @สวนสุวรรณ, คาเฟ่ในสวนผลไม้ที่เริ่มต้นทำในสิ่งที่รักจากศูนย์

มานิดา คาเฟ่ เป็นคาเฟ่แบบเรียบง่ายในสวนมะยงชิดและอินทผลัมของครอบครัว ตั้งอยู่ติดทางหลวงสายเหนือ 

พ่อของ หนึ่ง-สุปราณี สุวรรณรอด เริ่มทำการเกษตรพืชสวน พืชผลไม้ จากการเรียนรู้ด้วยตนเอง เพราะไม่ได้เรียนสูง จบแค่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ต่างจากลูกสาวที่เรียนจบการศึกษาด้านศิลปะ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ เคยทำงานมาหลายอย่าง ตัั้งแต่เป็นครูสอนศิลปะเด็ก ลูกจ้างร้านอาหาร ร้านกาแฟ ขายของตลาดนัด รับทำงานภาพประกอบ จนสุดท้าย มาจบที่ความฝันว่าอยากกลับมาช่วยพ่อทำสวนสุวรรณและเปิดร้านเล็ก ๆ ในสวนของพ่อ ซึ่งสวนทางกับความคิดของพ่อโดยสิ้นเชิง 

พาไปรู้จักอุตรดิตถ์ เมืองที่เคยติดอันดับเมืองที่มีมวลความสุขมากที่สุด ผ่าน 10 สถานที่เที่ยว ตั้งแต่ร้านก๋วยเตี๋ยว สวนผลไม้ ไปถึงอาร์ตสเปซ

มานิดา คาเฟ่ เสิร์ฟเครื่องดื่มจากผลผลิตในสวน น้ำมะยงชิด ชาดอกอินทผลัม ชามะนาวอินทผลัม อินทผลัมนมสด อินทผลัมแบบตากแห้ง ทุเรียนปั่น พร้อมอาหารทานง่ายอย่างข้าวหน้าลาบมะแขว่น หมูย่าง ไปจนถึงรับจัดชุดหมูกระทะสำหรับนั่งกินระหว่างดูพระอาทิตย์ตกตอนเย็น ๆ อีกด้วย 

พาไปรู้จักอุตรดิตถ์ เมืองที่เคยติดอันดับเมืองที่มีมวลความสุขมากที่สุด ผ่าน 10 สถานที่เที่ยว ตั้งแต่ร้านก๋วยเตี๋ยว สวนผลไม้ ไปถึงอาร์ตสเปซ

ใครได้มาเยี่ยมเยียนที่นี่จะรู้สึกถึงความเป็นกันเองของเจ้าของร้าน ท่ามกลางความร่มรื่นของสวนผลไม้แบบเกษตรอินทรีย์ปลอดสารเคมี 100 เปอร์เซ็นต์ ร้านยังมีระเบียงและทางเดินลอยฟ้าเหนือสวนเชื่อมไปยังกลางสวนผลไม้ ให้แขกไปใครมาได้สัมผัสธรรมชาติ ภูเขา นั่งดูอาทิตย์ตกดิน ได้อย่างเต็มที่ 

ถ้าต้องการซึมซับบรรยากาศมากไปกว่านั้น สามารถเช่าพื้นที่กางเต็นท์ได้ในทุกจุดของสวนสุวรรณ ซึ่งอัตราค่าบริการไม่แพง คุ้มค่ากับการได้นอนนับดาว ตื่นเช้ามาสูดอากาศบริสุทธิ์ เรียนรู้ชีวิตชาวสวน และการดูแลผักผลไม้แบบใกล้ชิด

ที่ตั้ง : 212/1 ตำบลด่านนาขาม อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ (แผนที่)

วันเวลาทำการ : เปิดทุกวัน 09.00 – 17.00 น. 

โทรศัพท์ : 08 6206 0795 

Facebook : มะยงชิดสวนสุวรรณ

08

วัดใหญ่ท่าเสา ชุมชนท่าเสา

วัดที่บอกเล่าประวัติศาสตร์และย่านเก่าของอุตรดิตถ์

วัดดใหญ่ท่าเสา ชุมชนท่าเสา, วัดที่บอกเล่าประวัติศาสตร์และย่านเก่าของอุตรดิตถ์

ด้วยที่ตั้งตัวเมืองอุตรดิตถ์นั้นอยู่ริมแม่น้ำน่าน อันเป็นเส้นทางคมนาคมสำคัญที่มีความเคลื่อนไหวมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ และยังมีท่าน้ำที่สำคัญ 3 ท่า คือ ท่าเซา ท่าอิด และท่าโพธิ์ ทำให้บริเวณแถบนี้มีการย้ายถิ่นฐานของผู้คนมาตลอด

วัดใหญ่ท่าเสา ชุมชนท่าเสา เป็นย่านการค้าเก่าของอุตรดิตถ์ 

คำว่า ‘เสา’ ในชื่อ ท่าเสา มาจากคำว่า ‘เซา’ ในภาษาล้านนา แปลว่า พักผ่อน ทั้งสองคำนี้มีที่มาจากการเดินทางมาค้าขายที่ท่าอิด กว่าจะถึงก็เหนื่อยและต้องพักผ่อนที่นี่

ชุมชนท่าเสาประกอบด้วยวัด ย่านการค้า สถานีรถไฟ เป็นหลัก มีบ้านเรือนของประชาชนรายล้อม มีรถไฟผ่านกลางชุมชน สองฝั่งทางรถไฟจึงเรียงรายด้วยร้านค้าและอาคารพาณิชย์ ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงมีวิถีชีวิตในแบบย่านการค้าเก่าให้เห็นอยู่ 

พาไปรู้จักอุตรดิตถ์ เมืองที่เคยติดอันดับเมืองที่มีมวลความสุขมากที่สุด ผ่าน 10 สถานที่เที่ยว ตั้งแต่ร้านก๋วยเตี๋ยว สวนผลไม้ ไปถึงอาร์ตสเปซ
พาไปรู้จักอุตรดิตถ์ เมืองที่เคยติดอันดับเมืองที่มีมวลความสุขมากที่สุด ผ่าน 10 สถานที่เที่ยว ตั้งแต่ร้านก๋วยเตี๋ยว สวนผลไม้ ไปถึงอาร์ตสเปซ

รูปแบบของอาคารมี 3 ลักษณะ คือ แบบไม้มีประตูบานเฟี้ยม แบบครึ่งไม้ครึ่งปูน และแบบปูน บางอาคารเป็นบ้าน บางอาคารปรับบ้านให้เป็นร้านค้า ก่อนนี้จุดเด่นที่น่าสนใจของท่าเสาคือสถาปัตยกรรมภายในวัด หอไตร อุโบสถ ศาลาการเปรียญ ซึ่งมีรูปแบบศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลาย 

นอกจากนี้ยังมีสถานีดับเพลิงและสถานีรถไฟ ที่ปัจจุบันทางการรถไฟได้ยกเลิกการจอดขบวนรถที่สถานีท่าเสาไปแล้ว ทำให้ตัวอาคารของสถานีเหลือเพียงบางส่วนให้พอได้คิดถึง 

ในส่วนของร้านค้าต่าง ๆ เริ่มมีการปรับตามยุคสมัย บางร้านจากเดิมที่รุ่นอากงอาม่าขายวัสดุก่อสร้าง ก็มีการเปลี่ยนเป็นร้านกาแฟหรือร้านอาหาร 

ในตอนเย็น บริเวณสถานีรถไฟจะมีร้านอาหารและร้านค้าเล็ก ๆ หลายร้านมาเปิดขายกับข้าว ขายขนมพื้นบ้าน บางวันอาจจะโชคดีได้กินขนมสูตรโบราณ เช่น ขนมใส่ไส้ ขนมกล้วย จากคุณยายละแวกนั้นที่ใส่กระจาดมานั่งขายอีกด้วย

ที่ตั้ง : 433 ตำบลท่าอิฐ อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ (แผนที่)

09

ทุ่งยั้งเฮาส์

คาเฟ่และที่พักเล็ก ๆ ในตำบลทุ่งยั้งกับความหมายของอัฏฐมีบูชา

ทุ่งยั้งเฮาส์, คาเฟ่และที่พักเล็ก ๆ ในตำบลทุ่งยั้งกับความหมายของอัฏฐมีบูชา

ถ้าพูดถึงวัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง คงอดไม่ได้ที่จะเชื่อมโยงไปถึงประเพณีท้องถิ่นในวันแรม 8 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปี การจัดแสดงพุทธประวัติตอนถวายพระเพลิงพระบรมศพด้วย หรือที่เรียกกว่า วันอัฏฐมีบูชา เป็นพิธีจำลองเหตุการณ์การถวายพระเพลิงองค์สัมมาสัมพุทธเจ้า พระพุทธสรีระจำลอง จัดสร้างจิตกาธาน พระเมรุมาศ และมีการถวายพระเพลิงจริง 

“วันอัฏฐมีบูชาใครได้มาร่วมถือเป็นเหมือนได้บุญใหญ่ บุญทางใจ บุญจากการประพฤติดีต่อองค์สัมมาสัมพุทธเจ้า”

ตั้ม-อรรถพงษ์ ทองจินดา เจ้าของทุ่งยั้งเฮาส์ ร้านกาแฟและที่พักข้างตลาดทุ่งยั้งที่อยู่ติดกับวัดพระบรมธาตุฯ กล่าวอย่างภูมิใจในความเป็นคนตำบลนี้ หลังจากเรียนจบรัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก็มีโอกาสได้ทำงานเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมเพราะมีความสนใจเป็นพิเศษ

พาไปรู้จักอุตรดิตถ์ เมืองที่เคยติดอันดับเมืองที่มีมวลความสุขมากที่สุด ผ่าน 10 สถานที่เที่ยว ตั้งแต่ร้านก๋วยเตี๋ยว สวนผลไม้ ไปถึงอาร์ตสเปซ

สังเกตได้ชัดเจนจากการตกแต่งร้านกาแฟของเขา ไปจนถึงที่พักที่ปรับปรุงจากบ้านกึ่งปูนกึ่งไม้สองชั้นเดิม เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่เป็นไม้ มีของตกแต่งเป็นของใช้ตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายายตกทอดมา ผสมผสานไปกับของสะสมที่เขารักหลายชิ้น 

พาไปรู้จักอุตรดิตถ์ เมืองที่เคยติดอันดับเมืองที่มีมวลความสุขมากที่สุด ผ่าน 10 สถานที่เที่ยว ตั้งแต่ร้านก๋วยเตี๋ยว สวนผลไม้ ไปถึงอาร์ตสเปซ

ชั้นล่างเป็นร้านกาแฟที่เขาทำกับแม่ ส่วนชั้นบนโครงสร้างหลักเป็นไม้ ดูอบอุ่น จัดสรรให้เป็นห้องพักสำหรับนักท่องเที่ยว เดิมจะมีทั้งหมด 4 ห้อง แต่ด้วยความที่แม่แก่ตัวลงทุกวัน จึงตัดสินใจลดจำนวนห้องให้เหมาะสมกับการดูแลผู้เข้าพักได้เต็มที่เหลือเพียง 1 ห้อง แต่เป็น 1 ห้องที่พิเศษสุด ด้วยขนาดใหญ่และมีระเบียงยื่นออกไป จึงมองเห็นวิถีชีวิตผู้คนจากมุมนี้ได้เลย

ที่ตั้ง : 102 ตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ (แผนที่)

วันเวลาทำการ : ทุกวัน 09.30 – 16.30 น.

โทรศัพท์ : 08 6435 0458

10

ใจสั่นเพราะแก หรือ กาแฟวะ

คาเฟ่ที่มีแต่คนบ่นว่าไปยาก แต่เป็นขวัญใจเด็ก ๆ ชุมชนลาวเวียง

ใจสั่นเพราะแก หรือ กาแฟวะ, คาเฟ่ที่มีแต่คนบ่นว่าไปยาก แต่เป็นขวัญใจเด็ก ๆ ชุมชนลาวเวียง

หาดสองแคว เป็นทั้งหมู่บ้านและตำบลที่มีชีวิตความเป็นอยู่แบบชุมชนลาวเวียง เป็นวิถีที่ผสมผสานรูปแบบไทยภาคกลางและลาวได้อย่างลงตัว ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม มีการปลูกข้าว ทำไร่อ้อย และยังสืบทอดศิลปวัฒนธรรมประเพณีค่อนข้างชัดเจน อย่างการทำบุญตักบาตรหาบจังหัน แบบประเพณีไหลแพไฟ และอาหารการกิน อาทิ อั่วบักเผ็ด 

อะไรคือหาบจังหันและอั่วบักเผ็ด ทุกคนในชุมชนหาดสองแควให้คำตอบได้ 

เช่นเดียวกับที่ สตางค์-สุดารัตน์ พุทธา อดีตนักศึกษาคณะครุศาสตร์ สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ บอกกับเราว่า ตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบัน วิถีความเป็นอยู่ที่นี่เปลี่ยนแปลงน้อยมาก และเป็นเหตุผลหนึ่งที่หลังจากเรียนจบ เธอได้ลองสอบบรรจุข้าราชการครูเพียงครั้งเดียว และตัดสินใจเปิดร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่บ้านในชุมชนที่ตัวเองรัก 

เธอใช้เวลาฝันถึงร้านตัวเองหลายปี แต่ตัดสินใจว่าจะเปิดร้านเพียง 2 วัน

พาไปรู้จักอุตรดิตถ์ เมืองที่เคยติดอันดับเมืองที่มีมวลความสุขมากที่สุด ผ่าน 10 สถานที่เที่ยว ตั้งแต่ร้านก๋วยเตี๋ยว สวนผลไม้ ไปถึงอาร์ตสเปซ
พาไปรู้จักอุตรดิตถ์ เมืองที่เคยติดอันดับเมืองที่มีมวลความสุขมากที่สุด ผ่าน 10 สถานที่เที่ยว ตั้งแต่ร้านก๋วยเตี๋ยว สวนผลไม้ ไปถึงอาร์ตสเปซ

ใจสั่นเพราะแก หรือ กาแฟวะ คือชื่อร้านที่ไม่เป็นชื่อร้าน ดูเหมือนจะเป็นการตั้งคำถามให้มึนงงสงสัยพอ ๆ กับเส้นทางการมาร้าน ด้วยที่ตั้งที่อยู่ในซอยเล็ก ๆ ในชุมชน หน้าร้านคลุมด้วยต้นไม้จึงสังเกตได้ยาก แต่สตางค์บอกว่าตั้งแต่เปิดร้านมากลับไม่ค่อยได้หยุดพักเลย 

พื้นที่ร้านคือสวนหลังบ้านที่อยู่ด้านหลังร้านขายของชำของแม่ มีบรรยากาศร่มรื่นเย็นสบาย อาหารและเครื่องดื่มปรุงจากผลผลิตในชุมชน และราคาไม่แพง (เริ่มต้นที่ 25 – 70 บาท) เพราะอยากให้เด็ก ๆ และคนในชุมชนได้ลิ้มลองของอร่อย

สตางค์ไม่อยากปิดร้านให้ลูกค้าคิดถึงจึงไม่กล้ามีวันหยุด เพียงปิดป้ายบอกเฉพาะในวันที่ไปจับจ่ายซื้อวัตถุดิบ อีกทั้งตอนนี้ยังมีผู้ช่วยเป็น กิ๊ก-สุวรรณรัตน์ อักษรกริช มาช่วยงานที่ร้านอีกแรง ถ้าถามว่า ใจสั่นเพราะแก หรือ กาแฟวะ อาจได้คำตอบว่า ก็ใจสั่นเพราะแกนั่นแหละ สองสาวที่ทำให้ร้านกาแฟสร้างเสน่ห์และสีสันให้ชุมชนแห่งนี้

ที่ตั้ง : 83/3 หมู่ 2 ตำบลหาดสองแคว อำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ (แผนที่)

วันเวลาทำการ : ทุกวัน 09.30 – 17.30 น. (ปิดเฉพาะวันไปจ่ายตลาด)

โทรศัพท์ : 06 2292 7555

Facebook : ใจสั่นเพราะแก หรือ กาแฟวะ

Writer

จาตุรันต์ จริยารัตนกูล

อาจารย์สอนศิลปะคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ และยังคงทำงานศิลปะในบ้านหลังเล็กๆ กับครอบครัวที่จังหวัดอุตรดิตถ์

Photographer

วิษณุ เมืองอินทร์

ชอบดนตรี ศิลปะ ภาพถ่าย กาแฟ และอิสรภาพที่ได้ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาพถ่ายในแบบตัวเอง สบายๆ ตามสไตล์ รู้สึกดีทุกครั้งที่ได้ถ่ายภาพแล้วมีคนสนใจงานของเรา

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

The Cloud x TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง

คนยโสธรเป็นสายกรีนมาแต่กำเนิด พวกเขายึดถือการทำนาข้าวเป็นอาชีพเลี้ยงตัวมาแต่เก่าก่อน ผูกพันกับชีวิตชนิดแยกกันไม่ขาด ที่สำคัญคือต่อยอดเป็นเมืองเกษตรอินทรีย์มาสักพักใหญ่แล้ว จากความร่วมมือของชาวนาชาวไร่ที่ผันตัวมาใช่วิธีดูแลพืชพรรณให้ปลอดภัยทั้งกับตัวเองและผู้บริโภค ขณะเดียวกันทางจังหวัดก็ส่งเสริมเต็มที่ เกิดเป็นตราบั้งไฟหลากสี แบ่งตามมาตรฐานอินทรีย์แต่ละขั้น เพื่อช่วยรับรองผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรโดยเฉพาะ

เมื่อได้พูดคุยกับพี่น้องเกษตรกร พบว่าพวกเขาช่วยกันขับเคลื่อนสังคมเกษตรอินทรีย์กันอย่างคึกคัก สร้างช่องทางส่งขายอย่างเป็นระบบ รวมกลุ่มกันเป็นเครือข่ายมากมายในพื้นที่ ตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการปลูกพืชและปศุสัตว์ ทั้งยังมีตลาดให้จำหน่ายผลิตผลแทบทุกอำเภอ สับเปลี่ยนสถานที่ เวียนวันกันไปไม่ซ้ำในแต่ละอาทิตย์ 

หลังจากทำความรู้จักยโสธรผ่าน 10 สถานที่เก่า-ใหม่ของเมืองบั้งไฟ กันพอหอมปากหอมคอ คราวนี้มาสัมผัสอีกตัวตนของคนยโสฯ กับสารพัดพื้นที่สีเขียวปลอดสารพิษ ทั้งนาข้าวหอมมะลิ นาบัวหวาน ฟาร์มปศุสัตว์หลากหลายแนว หมู่บ้านอินทรีย์ที่ทำเกษตรปลอดสารกันทุกครัวเรือน รวมถึงคาเฟ่ที่เลือกนำเสนอความออร์แกนิกผ่านอาหารการกิน

เปลี่ยนบรรยากาศ Work from Home ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 แสนอุดอู้ แล้วออกไปสูดอากาศสดชื่นรื่นรมย์ที่ยโสธรผ่านคอลัมน์ Take Me Out ด้วยกัน

01 

บัวหวานยโสธร

นาบัวอินทรีย์ที่รักษาความหวานกรอบเหมือนเพิ่งเก็บจากบึง

บัวหวานยโสธร
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

จากอาชีพทำนาข้าวและแม่ค้ารับบัวมาขายตามตลาด จันทร์-ธนพร จันทร์หอม ผันตัวเริ่มทำนาบัวด้วยตัวเองเพราะความหลงใหลในรสชาติ เลือกแนวทางอินทรีย์ในการปลูก โดยมีเหตุผลเพียงไม่อยากทำร้ายสัตว์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลายเป็นเม็ดบัวที่มีคุณภาพดีตามไปด้วย เพราะระบบนิเวศสมบูรณ์ ทำให้เหล่าผึ้งและชันโรงที่อยู่กันอย่างสบายใจก็เป็นลูกมือช่วยผสมเกสร จึงได้หน้าบัวที่เต็ม กลมสวยไม่เว้าแหว่ง และขายได้ราคาดี

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

เมื่อผลตอบรับดีจนไม่พอขาย จันทร์จึงเพิ่มบ่อบัวให้มากขึ้น วางแผนปลูกแต่ละบ่อให้บานไล่เลี่ยกันจะได้มีผลผลิตเก็บเกี่ยวทั้งปี นอกจากประคบประหงมด้วยความใส่ใจ บำรุงด้วยน้ำหมักสูตรพิเศษ และดูแลอย่างไร้สารเคมีแล้ว เคล็ดไม่ลับอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย คือการแช่น้ำแข็งทันทีตั้งแต่เก็บขึ้นจากบ่อ ทำให้หวานกรอบจนถึงมือลูกค้า และนอกจากเม็ดบัวสดที่คนนิยมกิน จันทร์มีเมนูแนะนำด้วย นั่นคือ ส้มตำเม็ดบัว อีกทางเลือกที่แซ่บหลายใช้ได้ไม่แพ้กัน

หากสนใจอยากมาพิสูจน์ความหวาน เข้ามาอุดหนุนได้ทุกเมื่อ หรือถ้าอยากมาเที่ยวถ่ายรูปกับดอกบัวสีขาวเต็มบ่อ ลองติดต่อมาถามจันทร์ล่วงหน้าได้ว่าดอกบัวเริ่มบานแล้วหรือยัง จะได้มาแล้วไม่เสียเที่ยว

ที่ตั้ง : ตำบลค้อเหนือ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 06 2990 1395

Facebook : บัวอินทรีย์ บัวหวานยโสธร

02

บ้านไร่รุ้งตะวัน 

ฟาร์มเมล่อนญี่ปุ่น นาข้าวอินทรีย์ และคาเฟ่กลางทุ่งนา

บ้านไร่รุ้งตะวัน
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

 เอก-ธนิสร จิตตะมา ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านไร่รุ้งตะวัน กลับมาอำเภอเลิงนกทาบ้านเกิดอีกครั้ง หลังจากทำงานในกรุงเทพฯ กว่า 20 ปี เขาเล็งเห็นว่าตำบลที่อาศัยอยู่มีทรัพยากรธรรมชาติสมบูรณ์ สถานที่ท่องเที่ยวก็พอมีอยู่บ้าง น่าจะต่อยอดที่ดิน 20 กว่าไร่ของตนให้มีประโยชน์มากกว่าการปลูกข้าว หลังจากหาข้อมูลอยู่นานว่าจะปลูกพืชอะไร เอกก็พบว่าเมล่อนญี่ปุ่นเป็นพืชที่น่าสนใจ ปลูกได้ง่ายทั่วประเทศ เจริญเติบโตไวเพียง 3 เดือนก็เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ รวมถึงมีมูลค่าในท้องตลาดสูง 

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

จากคนไม่มีความรู้เรื่องเกษตร เขาทำการบ้านอย่างจริงจัง ลองผิดลองถูก หาความรู้เพิ่มเติมจากอินเทอร์เน็ตและเข้าอบรมตามที่ต่าง ๆ ลองปลูกทั้งสายพันธุ์ราคาแพงและถูกเพื่อเปรียบเทียบ ก่อนพบว่าคุณภาพต่างกันโดยสิ้นเชิง ทั้งรูปร่างของลูกและรสชาติ เขาเลือกพันธุ์ที่ดีที่สุด แม้ราคาสูงแต่ใครได้ลองลิ้มก็ติดใจ บางครั้งต้องรีบจองไว้ก่อนก็มี

แถมเอกยังมองการณ์ไกลแชร์พื้นที่นาที่ไม่ได้ใช้ให้กับสมาชิกวิสาหกิจชุมชน โดยเขาช่วยจัดการ ให้คำปรึกษา และควบคุมวิธีการทำให้เป็นอินทรีย์ 100 เปอร์เซ็นต์ ก่อนจะรวบรวมผลผลิตไปจำหน่ายให้ ภายใต้แบรนด์บ้านไร่รุ้งตะวัน ที่มีสารพัดใบรับรองอินทรีย์ทั้งภายในจังหวัดและเกรดส่งออกเป็นเครื่องการันตี

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

หลังจากทำมาพักใหญ่ เพิ่มนู่นเติมนี่ในพื้นที่จนทุกอย่างเปลี่ยนไปแทบไม่เหลือเค้าเดิม เขาแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นคาเฟ่เล็กกลางท้องทุ่ง นอกจากจะมีเมล่อนคุณภาพดีรสชาติหวานไว้ชูโรง ยังมีไอศกรีมข้าวเม่าอินทรีย์ที่อยากให้ลอง รวมถึงเครื่องดื่มอื่น ๆ ที่เอกอยากชวนให้นั่งลงมองนาข้าว พักเหนื่อยสักประเดี๋ยว แล้วค่อยออกเดินทางไปเที่ยวต่อ

ที่ตั้ง : 203 หมู่ 5 ตำบลบุ่งค้า อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร 35120 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 09 8232 8961

Facebook : บ้านไร่รุ้งตะวัน Baan Rai Rung Tawan

03 

ดอกกระเจียวหวานอินทรีย์ บ้านโคกนาโก

ฟาร์มดอกกระเจียวหวาน อีกสัญลักษณ์ใหม่ของเมืองบั้งไฟ

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

หลายคนรู้จักดอกกระเจียวในฐานะพืชดอกสวยงามที่จะบานเต็มทุ่งในช่วงฤดูฝน แต่สำหรับชาวบ้านโคกนาโก อำเภอป่าติ้ว กลับให้นิยามต่างออกไป เพราะดอกกระเจียวคือพืชเศรษฐกิจที่นำเม็ดเงินเข้าสู่หมู่บ้านตลอดปี

“เราผลักดันจนเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด เดี๋ยวนี้พูดถึงยโสธร คนไม่นึกถึงบุญบั้งไฟแล้ว นึกถึงดอกกระเจียว” โบ้-เมืองชัย ทองลา เล่าด้วยน้ำเสียงภูมิใจ ก่อนชวนเราย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน ตอนบัณฑิตด้านเกษตรตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่เดินทางสายงานประจำ แต่อยากมาทำสวนเกษตรตามความถนัดที่บ้านเกิด 

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

วันนั้นเขามองเห็นอรรถประโยชน์หลายอย่างของดอกกระเจียว พืชท้องถิ่นคู่วิถีชีวิตลูกอีสานมาตั้งแต่เด็ก จึงลองหยิบเอาพันธุ์จากป่ามาสู่เมือง นำมาปรับเข้ากับวิธีการสมัยใหม่ที่ได้เล่าเรียนมา ปลูกบนโคกควบคู่ไปกับนาข้าว

วันนี้เขายังคงดูแลแบบปลอดสารเหมือนเดิม บำรุงด้วยปุ๋ยคอกปุ๋ยหมัก ใช้ฟางข้าวมาคลุมดินเพื่อจัดการวัชพืช ทำให้ไม่ต้องพึ่งยาฆ่าหญ้า ด้วยความตั้งใจอยากควบคุมระบบการปลูกแบบอินทรีย์ จึงได้ผลผลิตออกมาดีและปลอดภัย เป็นที่สนใจของชาวบ้านทั้งในและนอกพื้นที่ ถึงขั้นซื้อพันธุ์และขอคำแนะนำลงใต้ไปปลูกถึงอำเภอเบตงเลยก็มี

โบ้ให้ความรู้เพิ่มเติมว่า ดอกกระเจียวมีหลายพันธุ์ รสชาติแตกต่างกันออกไป ทั้งเผ็ดซ่าคล้ายหน่อข่าจนถึงหวานกรอบอร่อยกินง่าย สำหรับฟาร์มของโบ้เลือกปลูกพันธุ์อย่างหลัง หากใครถูกใจรสชาติหรืออยากลองปลูก ไม่ว่าจะแปลงเล็ก ๆ กินในครัวเรือน หรือทำเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ก็ขอคำแนะนำได้ถึงฟาร์ม หนุ่มบ้านโคกนาโกยินดีต้อนรับ

ที่ตั้ง : บ้านโคกนาโก อำเภอโคกนาโก อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร 35150 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 09 5593 9010

Facebook : ดอกกระเจียวหวาน บ้านโคกนาโก

04 

นัธรินทร์ฟาร์มปูนา

ฟาร์มและศูนย์การเรียนรู้เรื่องปูนาแห่งแรกของยโสธร

นัธรินทร์ฟาร์มปูนา

นัธรินทร์ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้เรื่องการเลี้ยงปูนาที่เกิดจากความชอบกิน ตั้งต้นจากการเลี้ยงไว้แค่พอกินในครอบครัว ก่อนต่อยอดเป็นธุรกิจเสริมเพาะปูขยายพันธุ์จนเกินกิน

นัท-นัฐวุฒิ เงาฉาย เริ่มทำฟาร์มด้วยการหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับปูนา และขั้นตอนการเลี้ยงขั้นพื้นฐาน เขาเลือกเลี้ยงปูนาพันธุ์พระเทพฯ ที่มีขนาดตัวใหญ่ ก้ามโต ต่างไปจากปูนาในแถบภาคกลาง ทำบ่อ 2 แบบสำหรับ 2 ช่วงอายุ โดยปูแรกเกิดจะอยู่ในบ่ออนุบาลหรือที่เรียกว่าบ่อน้ำใส เมื่ออายุครบ 2 เดือนจึงย้ายไปลงบ่อดินที่จัดบรรยากาศเสมือน ใส่ผักตบชวา พืชน้ำต่าง ๆ ให้ปูนาได้ใช้ชีวิตเหมือนอยู่ตามธรรมชาติ

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

จากผู้เริ่มต้นแบบไม่มีความรู้ สู่ศูนย์เรียนรู้ด้านการเลี้ยงปูนาแห่งแรกของจังหวัดยโสธรที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง และกำลังจะได้รับใบรับรองจากกรมประมงในฐานะผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ นัทยินดีอย่างยิ่งหากมีผู้สนใจเริ่มลองเลี้ยงปูนาเข้ามาขอคำแนะนำ หรือถ้านักท่องเที่ยวผ่านมาซื้อกลับบ้านก็ทำได้ แถมที่นี่ยังมีปูนาแปรรูปเป็นน้ำพริกปูนาให้ลองด้วย

ใครที่เป็นปูนาเลิฟเวอร์ อยากเลี้ยงไว้ดูเล่นก็เพลินตา ประกอบอาหารก็สบายใจ เพราะสะอาดและไร้พยาธิ ที่นี่มีชุดเริ่มต้นที่มาพร้อมพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ไว้จำหน่าย ลองดูได้ในเพจหรือจะโทรศัพท์ติดต่อไปก็ได้ พร้อมส่งถึงบ้านทั่วประเทศ

ที่ตั้ง : 61 หมู่ 7 บ้านหนองแหน ตำบลกุดชุม อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร 35140 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 06 5536 2567

Facebook : นัธรินทร์ฟาร์มปูนา

05 

ฟาร์มแพะ ยโสธร

ฟาร์มแพะอินทรีย์ที่จำหน่ายตั้งแต่แพะจนถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากน้ำนม

ฟาร์มแพะ ยโสธร
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

สิทธิ์-คิดดี คนธรรมดี หนุ่มนครศรีธรรมราช ย้ายมาใชีวิตแบบพอเพียงยังบ้านเกิดของภรรยา บนพื้นที่นามรดกขนาด 6 ไร่ เขาค่อย ๆ ปรับพื้นที่ทีละน้อย วางแลนด์สเคปตามโคกหนองนาโมเดล ใช้ศาสตร์พระราชาเป็นหลักคิดนำทาง หาความรู้เพิ่มเติมจากผู้รู้ในยูทูบ เช่น อาจารย์ยักษ์-วิวัฒน์ ศัลยกำธร และ โจน จันได รวมถึงขอคำแนะนำจากปราชญ์ชาวบ้านที่ต่าง ๆ ช่วงแรกสิทธิ์ลองเลี้ยงสัตว์หลายชนิดเพื่อบริโภคและจำหน่าย ภายหลังลงตัวแล้วจึงเหลือแค่แพะเป็นหลัก เพราะทำเงินได้มากที่สุด

ฟาร์มแห่งนี้เลี้ยงทั้งแพะเนื้อและแพะนม ผลิตอาหารอินทรีย์เลี้ยงแพะเอง โดยใช้ต้นกระถินป่นและเมล็ดข้าวโพดเพื่อลดต้นทุน และยังเพิ่มรายได้ด้วยการขายให้กับเกษตรกรในพื้นที่ เมื่อได้ผลผลิตจะส่งออกไปต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศลาว เวียดนาม และจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักรับซื้อ

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ถ้ามาถึงฟาร์มก็มีผลิตภัณฑ์แปรรูปหลากหลายให้ชอป ทั้งแพะแปรรูปทำเป็นบาร์บีคิวเพิ่มความเผ็ดร้อนสไตล์บ่าวใต้ และชานมที่ใช้ชามาเลฯ ผสมกับน้ำนมแพะ สิทธิ์บอกว่ามีคุณประโยชน์มากพอกันกับน้ำนมแม่เลยทีเดียว

ไม่ใช่แค่ได้สินค้าติดมือกลับไป แต่ทางฟาร์มยังเตรียมกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยวผู้มาเยือน ทั้งที่เหมาะสำหรับกลุ่มครอบครัวที่อยากพักผ่อนวิถีเกษตรกร ได้ให้นมแพะและสัมผัสได้อย่างใกล้ชิด มีเวิร์กชอปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่าง ๆ จากน้ำนมแพะ ทำเสร็จเอากลับบ้านไปใช้ ส่วนกลุ่มเกษตรกรแวะมาเรียนรู้ขั้นตอนการเลี้ยงได้เสมอ เพราะที่นี่คือฟาร์มแพะลำดับต้น ๆ ของภาคอีสาน และเป็นศูนย์การเรียนรู้เรื่องแพะของผู้เลี้ยงแพะในละแวกนี้ 

ที่ตั้ง : 221 หมู่ 3 ตำบลหนองหิน อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 18.30 น.

โทรศัพท์ : 08 9626 6642

Facebook : ฟาร์มแพะ ยโสธร

06

ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงไร่ฮักคัก

ศูนย์การเรียนรู้ในพื้นที่สีเขียวของสองพี่น้องเกษตรกรแห่งยโสฯ

ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงไร่ฮักคัก
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ไร่ฮักคักคือพื้นที่ทำการเกษตรแนวผสมผสานบนท้องทุ่งกว่า 30 ไร่ของ เอ้-โยษิตา วงศางามกิติ และ อี๊ด-จิตตนันท์ วงศางาม พี่น้องเจ้าของไร่ที่อยากแบ่งปันที่นาเพื่อทำเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านเกษตรตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง 

ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้เปรียบเสมือนต้นน้ำที่เชื่อมโยงเกษตรกรยุคใหม่กับเก่า มาแบ่งปันประสบการณ์ทำงานด้านเกษตรกรรมร่วมกัน มีปราชญ์ชาวบ้านและกลุ่มเกษตรกรคนรุ่นใหม่ในนาม Young Smart Farmer เต็มใจช่วยกันเป็นวิทยากรให้กับเยาวชนและเกษตรกรมือสมัครเล่นที่เข้ามาอบรม ขณะเดียวกันเมื่อพืชที่ปลูกในไร่ออกผลผลิตก็ส่งตรงไปวางขายที่ร้านไร่ฮักคักในเมืองเก่า เป็นวิถีเกษตรอินทรีย์ครบวงจรจนถึงมือผู้บริโภค

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ด้วยไอเดียอยากเปิดพื้นที่สีเขียวให้เด็กมาปล่อยพลัง มีการเตรียมฐานกิจกรรมที่ทั้งสนุกสนานและได้ความรู้ ตั้งแต่การจัดการพื้นที่แบบโคกหนองนาโมเดล วิธีปลูกข้าวแบบต่าง ๆ การย้อมผ้าจากดอกไม้ หรือเก็บไข่เป็ดไข่ไก่มาทำเป็นไข่เค็ม มีไฮไลต์เป็นพิซซาโฮมเมดเตาดินที่ใช้แป้งข้าวให้ได้ลองทำและชิมกันริมทุ่งนา แถมยังสอดแทรกเรื่องคุณค่าของเกษตรกรให้เด็ก ๆ ในทุกกิจกรรม 

ส่วนของผู้ใหญ่เป็นเวิร์กชอปที่เปิดโอกาสให้เกษตรกรมาอบรมสร้างอาชีพ อาทิ เลี้ยงปลา ทำเห็ด เลี้ยงไก่ สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจอยากมาเที่ยวชมฟาร์มเกษตรอินทรีย์แห่งนี้ หรืออยากเรียนรู้วิธีการทำเกษตรอินทรีย์ขั้นต้น เอ้และอี๊ดยินดีต้อนรับ แต่โปรดติดต่อล่วงหน้าสักนิด เพื่อจะได้เตรียมกิจกรรมที่เหมาะกับเวลาและความสนใจ เนื่องด้วยไม่ได้เปิดเป็นสาธารณะ

ที่ตั้ง : 238 หมู่ 3 บ้านบ่อ ตำบลสำราญ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 09 2935 2451

Facebook : ไร่ฮักคัก Raihugkug

07

ไร่ฮักคัก เมืองเก่า

ปลายทางผลผลิตจากฟาร์มของเกษตรกรรุ่นใหม่

ไร่ฮักคัก เมืองเก่า
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

หลังจากไปเยือนต้นน้ำอย่างศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงไร่ฮักคักไปแล้ว เปลี่ยนบรรยากาศมาที่เมืองเก่าสิงห์ท่ากันบ้าง เพราะสองพี่น้องยังเปิดร้านในชื่อเดียวกับไร่ ตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เพื่อใช้เป็นจุดหมายปลายน้ำของงานด้านเกษตรให้เหล่าคนรักสุขภาพเดินทางมาอุดหนุนกัน

ความตั้งใจลึก ๆ อีกอย่าง เอ้อยากฟื้นฟูโซนนี้ให้คึกคักยิ่งขึ้น โดยเริ่มจากเปิดเป็นร้านอาหารเช้าง่าย ๆ คัดสรรวัตถุดิบสดใหม่ปลอดภัย อาทิ ต้มเลือดหมูใส่จิงจูฉ่ายจากสวนผักอินทรีย์ ข้าวห่อใบบัว เมนูหากินยากก็ใช้ข้าวออร์แกนิกจากเครือข่าย หรือจะน้ำเงี้ยวและข้าวซอยจากฝีมือเอ้ สาวอีสานที่แวบไปเรียนอยู่เมืองเหนือมาหลายปีก็มีให้ลองชิม เมื่อท้องอิ่มแล้วอย่าเพิ่งรีบไปไหน มีของหวานเป็นไอศกรีมข้าวไรซ์เบอร์รี น้ำเต้าหู้ และกะทิสดไว้ช่วยดับร้อนด้วย

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

บางโอกาสอาคารเก่า 3 ห้องนี้ ก็เปลี่ยนเป็นที่พบปะของเครือข่ายเกษตรกร เช่น กลุ่ม Young Smart Farmer และกลุ่มตลาดเขียว โดยเอ้ยินดีเปิดหน้าร้านให้นำผลิตภัณฑ์จากไร่นาโดยตรงมาวางขาย มาเลือกหากันได้ในวันเสาร์ที่จะจัดถนนคนเดิน (ในห้วงย้ามปกติที่ไม่มีโรคโควิด-19)

ฟาร์มชอปแห่งนี้วางจำหน่ายพืชผักสดใหม่ที่ปลูกตั้งแต่หัวไร่ยันปลายนาในศูนย์การเรียนรู้ไร่ฮักคัก แปรรูปออกมาเป็นผลิตภัณฑ์หลายอย่าง เช่น กล้วยตาก คุกกี้อัลมอนด์ ขนมปังโฮลวีต ทองม้วนจากแป้งข้าว ฯลฯ ซึ่งเอ้ลดความหวานกว่าปกติ รับประกันว่าถูกใจคนรักสุขภาพ และยังมีพริกลาบที่อยู่ในขั้นตอนปรับปรุงสูตร น่าจะเสร็จพร้อมวางขายเร็ว ๆ นี้

ที่ตั้ง : ถนนอุทัยรามฤทธิ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 06.00 – 15.30 น.

โทรศัพท์ : 09 2935 2451

Facebook : ไร่ฮักคัก Raihugkug

08

Organic Cafe

คาเฟ่ออร์แกนิกฮิมเซบายสุดชิลล์ที่ชวนใกล้ชิดธรรมชาติ

Organic Cafe
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

Organic Cafe เกิดจากแพลนของคุณแม่และ เป๋า-ธราธร ประดับศรี ที่อยากปลูกผักออร์แกนิกบนที่ดินของบ้านเพื่อส่งออก พอดีกับเจอน้ำท่วมใหญ่ทั่วภาคอีสานเมื่อ พ.ศ.2562 ทำให้ต้องพับแผนไปก่อน ลดพื้นที่ปลูกให้เล็กลง แล้วเปิดเป็นคาเฟ่เล็ก ๆ ที่ใช้ผักสดจากในแปลงมาเป็นวัตถุดิบในครัวแทน

 คาเฟ่ยอดฮิตของชาวเลิงนกทาแห่งนี้แบ่งเป็นโซนด้านในห้องแอร์ และด้านนอกริมฝั่งคลองเซบายสำหรับใครที่อยากดื่มด่ำบรรยากาศสุดชิลล์ แต่อาจต้องรอให้แดดร่มลมตกสักนิดจะเหมาะมาก เป๋าคุมโทนร้านทั้งหมดให้เป็นสีเขียวดูใกล้ชิดกับธรรมชาติสมชื่อ แถมฉากหลังยังเป็นทุ่งนาอินทรีย์ไกลสุดตา เป็นอีกมุมหนึ่งที่ลูกค้านิยมมาถ่ายรูปเช็กอิน 

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

สำหรับในร้านมีอาหารตามสั่งง่าย ๆ แต่เลือกใช้ผักสดปลอดสารที่ปลูกเองมาปรุง นอกจากความอร่อยแล้ว สิ่งที่ตามมาคือความปลอดภัย เป๋าบอกว่าอนาคตอาจทำแปลงผักใหญ่ขึ้น ให้ลูกค้าได้เข้าไปใกล้ชิดกับพืชผักอินทรีย์

มุมกาแฟเป็นส่วนที่เป๋าคลุกคลีดูแลเอง เขาตามหารสชาติกาแฟที่ถูกปากคนในพื้นที่ มีให้เลือกทั้งคั่วเข้มและคั่วกลาง หรือจะเป็นเมล็ดใหม่ ๆ ก็มีให้คอกาแฟได้ลองกันตามแต่โอกาสที่ได้มา แนะนำว่ามีเมนูซิกเนเจอร์ประจำร้านที่อยากให้ลองกันคือ OG SIG ด้วยรสชาติกาแฟบาง ๆ ผสานกับน้ำผึ้งและเลมอน ใส่น้ำสมุนไพรสูตรพิเศษ เป็นเครื่องดื่มออร์แกนิกที่ให้รสชาติฟรุตตีสดชื่นอย่าบอกใคร

ที่ตั้ง : 161 หมู่ 5 ตำบลสามแยก อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร 35120 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : วันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.30 – 21.00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 08.30 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 06 3632 6644

Facebook : ออร์แกนิคคาเฟ่ – Organic Cafe

09 

หมู่บ้านอินทรีย์ บ้านโสกขุมปูน

หมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ที่อยากชวนผู้มาเยือนลงดำนากันสักมื้อ

หมู่บ้านอินทรีย์ บ้านโสกขุมปูน

ชาวบ้านโสกขุมปูนยึดถืออาชีพทำนาข้าวแบบดั้งเดิมมาแต่ไหนแต่ไร จนกระทั่งปุ๋ยเคมีเริ่มเข้ามาเมื่อหลายสิบปีก่อน แรกใช้ผลผลิตก็ได้เยอะขึ้น ข้าวก็งอกงามดี แต่เวลาผ่านไปส่งผลให้ดินในนาเริ่มแข็งขึ้น สุขภาพของเกษตรกรก็เริ่มแย่ลง พ่อมั่น สามสี เป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบดังกล่าว จึงริเริ่มชวนชาวบ้านกลับมาทำนาข้าวด้วยวิธีอินทรีย์ ดูแลบำรุงจากปุ๋ยธรรมชาติอีกครั้ง ตั้งแต่ พ.ศ. 2533 ในวันที่กระแสอินทรีย์ยังค่อยไม่แพร่หลายในสังคมไทย

“ส่งให้คุณด้วยรอยยิ้ม กินอิ่มปลอดภัย จากใจชาวนา สู่จานข้าวคุณ”

ชุ-ชุติมา ม่วงมั่น ทวนสโลแกนที่สื่อถึงความตั้งใจของ กลุ่มเกษตรกรทำนานาโส่ ให้เราฟังอีกครั้ง เธอคนนี้คือผู้รับไม้ต่อจากพ่อมั่น ช่วยดูแลแบรนด์ ‘ข้าวใจยิ้ม’ ข้าวไร้สารเคมีจากนาของเกษตรกรในชุมชน และเธอยังเป็นผู้วางหลักสูตรในโรงเรียนประจำหมู่บ้าน ปลูกฝังเรื่องเกษตรอินทรีย์ให้กับเยาวชน เรียนรู้วัฒนธรรมงานบุญเกี่ยวกับข้าว ด้วยความหวังว่าอยากส่งต่อความรู้และปลูกฝังให้เด็ก ๆ ยึดถืออาชีพปลอดภัยนี้ต่อไปในอนาคต

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ปัจจุบันหมู่บ้านนี้ทำเกษตรอินทรีย์กันแทบทุกครัวเรือน แถมยังมีธรรมนูญของตำบลนาโส่ช่วยกำกับไว้ คือห้ามใช้ยาฆ่าแมลง ชาวบ้านก็ร่วมกันสอดส่องเป็นหูเป็นตา ช่วยให้นาอินทรีย์ปลอดภัยปราศจากเคมีด้วย

ทั้งนี้ชุมองว่าโรงสีไม่ใช่ปลายทางของเกษตรกร แต่สิ่งที่จะทำให้เกษตรกรมีรายได้คือการสร้างตลาด เธอทำวิจัยอยู่พักใหญ่ แล้วเกิดเป็น ‘ตลาดเขียว’ ของพี่น้องชาวยโสธร จุดนัดพบของเหล่าเกษตรกรกับผู้ซื้อ จัดขึ้นตามที่ต่าง ๆ ทั้งในอำเภอกุดชุมและอำเภอเมืองยโสธร 

ใครมาเยือนหมู่บ้านอินทรีย์แห่งนี้ รับรองจะตกหลุมรัก ทั้งมิตรไมตรีและวิถีชนบทของชาวบ้าน รวมถึงอากาศดีที่หายใจเข้าได้เต็มที่ไม่มีสารพิษลอยมาตามลม แถมชุยังอยากเชิญชวนแขกให้มากินข้าวหอมมะลิใหม่ ๆ ว่าดีงามแค่ไหน และทำความเข้าใจว่าทำไมข้าวหอมมะลิถึงมีราคาสูง ตั้งแต่ลองดำนาสาธิต ขั้นตอนการดูแลอย่างใส่ใจ จนถึงเก็บเกี่ยวยามข้าวออกรวง

ที่ตั้ง : บ้านโสกขุมปูน ตำบลนาโส่ อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร 35140 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 08 0798 2236

Facebook : ข้าวใจยิ้ม หมู่บ้านอินทรีย์ยโสธร บ้านโสกขุมปูน

10 

อินดี้ ออร์แกนิค

ร้านค้าที่รวบรวมสารพัดผลิตผลอินทรีย์จากชาวอำเภอกุดชุม

อินดี้ ออร์แกนิค
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

อินดี้ ออร์แกนิค คือศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์อินทรีย์ที่รวบรวมสินค้านานาชนิดของชาวยโสธรไว้ครบครัน

ต๋อ-มาณิชรา ทองน้อย คร่ำหวอดงานด้านส่งเสริมเกษตรอินทรีย์มาหลายปีในเมืองหลวง ตัดสินใจเกษียณก่อนกำหนด มาทำนาข้าวและไร่อ้อยคั้นน้ำบนที่ดินของครอบครัว ก่อนจะสบโอกาสชวนเพื่อนบ้านโสกขุมปูน มาร่วมทำร้านค้าเพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ด้วยเหตุผลหลักคือ อยากเชื่อมเกษตรกรกับผู้บริโภคให้ใกล้กัน

“เราทำคล้าย ๆ สหกรณ์ เพื่อสนับสนุนให้คนได้กินอาหารดี ๆ และรองรับลูกหลานที่กลับมาอยู่บ้านให้มีรายได้จากการทำผลิตภัณฑ์อินทรีย์” ต๋อเฉลยถึงความตั้งใจเริ่มแรกเมื่อเกือบ 2 ปีก่อน

ปัจจุบันร้านมีสารพัดสินค้าปลอดภัยวางจำหน่าย ส่วนใหญ่มาจากพี่น้องชาวนาในหมู่บ้าน นำโดยข้าวหอมมะลิเกรดดี ข้าวไรซ์เบอร์รี และข้าวพันธุ์พื้นเมืองหากินยาก มีหลายยี่ห้อให้เลือกลองซื้อไปหุงที่บ้าน มั่นใจได้ว่าเป็นข้าวออร์แกนิกแท้ ไม่ปนข้าวจากที่อื่น หรือหากแวะมาตรงฤดูกาล ก็จะเจอพืชผักประจำฤดูกาลนั้น ๆ จากสวนอินทรีย์มาวางร่วมด้วย ทั้งมะเขือเทศราชินีลูกเต่งกรอบอร่อย แตงโมของดีประจำจังหวัด และหอมกระเทียมก็มีให้เลือกซื้อ 

ถ้าสนใจอยากได้พันธุ์ไม้ไปปลูกเองที่บ้าน ต๋อก็เพาะชำไว้เป็นกระถางให้ยกกลับไปได้เช่นกัน

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

นอกจากนี้ยังมีเนื้อโคขุนจากกลุ่มโคขุนหนองแหน มีให้เลือกตั้งแต่เนื้อทำสเต็ก เนื้อย่างเสียบไม้ จนถึงลูกชิ้นเนื้อ และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากต้นไผ่ตงอินทรีย์ของสวนไผ่ทองประสาร อย่างหน่อไม้ดอง หลอดไม้ไผ่ และถ่านไม้ไผ่

แต่สินค้าที่เหมาะกับช่วงนี้ที่โรคภัยกำลังถาโถม ต้องยกให้สมุนไพรจากสมุนไพรสูตรหมอยาพื้นบ้านแบบโบราณ และสูตรของโรงพยาบาลกุดชุมที่เชี่ยวชาญด้านแพทย์แผนไทย อย่างแคปซูลฟ้าทะลายโจร ก็มีวางจำหน่ายที่นี่ด้วย

ร้านเล็ก ๆ แต่อัดแน่นไปด้วยผลิตภัณฑ์อินทรีย์แห่งนี้ยังมีสินค้าอื่นอีกมาก เรียกได้ว่ามาที่เดียวได้ของฝากของดีของเด่นกลับบ้านแน่นอน

ที่ตั้ง : ปั๊มน้ำมัน ปตท. แยกตับเต่า ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.30 – 18.30 น.

โทรศัพท์ : 08 9718 2516

Facebook : อินดี้ ออร์แกนิค

Writer

พณิช ตั้งวิชิตฤกษ์

นักลองฝึกพิสูจน์อักษร ผู้แสร้งเป็นนักลองฝึกเขียน อดีตเป็นนักเรียนภาษา ผู้สนใจเป็นนักเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์ รักในมวลรอบข้างที่ดี กาแฟ ชาเขียว และแมวเหมียว

Photographer

ณัฐพล พุ่มสาขา

ช่างภาพสาระพัดประโยชน์ จริงๆ แล้วงานหลักคือ ตัดต่อวีดีโอ ทำวีดีโอโฆษณา วีดีโองานแต่ง ได้มาจับกล้องเพราะทีมขาดช่างวีดีโอ หลังจากนั้นก็เริ่มฝึกเรียนรู้แบบ ครูพักลักจำมาเรื่อยๆ และแล้วอยู่มาวันนึง ช่าวภาพนิ่งในทีมก็ขาดอีก ผมจึงได้มาจับงานถ่ายภาพ จนถึงทุกวันนี้

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load