1 สิงหาคม 2563
45.35 K

The Cloud x TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง

คนอุทัยธานี บอกว่าบ้านของพวกเขาเป็นเมืองเล็ก ตรงไปตรงมา และไร้จริตจะก้าน 

แม้แต่คนต่างถิ่นที่กลายมาเป็นคนอุทัยฯ อย่างสมัครใจ ก็บอกว่าบ้านหลังที่สองของพวกเขา น่ารัก

มวลความ ‘รัก’ และมวลความ ‘น่ารัก’ คงเป็นเหตุผลให้คนอยากกลับบ้าน ด้วยประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม อาหารการกิน ของดีท้องถิ่น รวมถึงธรรมชาติรอบตัว ซึ่งอุทัยธานีอุดมสมบูรณ์ไปด้วยส่วนประกอบเหล่านี้ครบครัน และน่าดีใจเป็นอย่างมากที่คนกลับบ้านต่างเลือกหยิบเรื่องราวของบ้านเกิดมานำเสนอตามแนวทางถนัดของตนเอง ทั้งเรือนแถวไม้เก่าย่านตลาดพัฒนา ความเขียวขจีของธรรมชาติในบ้านไร่ ส้มซ่ารสชื่นใจจากสวน

สตาร์ทรถยนต์ออกเดินทางสัก 3 ชั่วโมง ใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ไม่ไกลเมืองกรุงฯ จะเช้ามาเย็นกลับ หรืออยู่สัก 3 วัน 2 คืน ตามแต่สะดวก แล้วเพลิดเพลินกับเรื่องราวของคนกลับบ้านทั้ง 11 คน ที่ทำให้อุทัยฯ น่ารักไม่เสื่อมคลาย

01

ดีไซเนอร์ที่ผจญโลกกว่าสิบปีกลับบ้านมาสานต่อสูตรขนมไทยของคุณยายเป็นรุ่นที่ 3

แม่ณา

สโลว์ไลฟ์กับ 11 กิจการของคนกลับบ้าน ที่ทำให้อุทัยธานีเป็นเมืองน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย, ที่เที่ยว อุทัยธานี, คาเฟ่ อุทัยธานี

เสียงดนตรีเบาสบายต้อนรับเราทันทีหลังเปิดประตูเข้าร้าน ‘แม่ณา’ คาเฟ่ขนมไทยตำหรับคุณยาย ที่ตั้งชื่อตามคุณแม่ของ ท็อป-อธิคม ถมยา อดีตนักออกแบบเจ้าของร้านขนมไทยรสดั้งเดิม ที่ใครมาต้องซื้อกลับเป็นของฝาก

ท็อปโตมากับการเช็ดใบตองรองขนมใส่ไส้และกลิ่มหอมมันของกะทิไทย วัยเด็กเขาไม่ได้สนใจมันมากเท่าตอนที่ตัดสินใจกลับบ้านเป็นครั้งที่ 2 อาการเบื่องานและโรคระบาดพันธุ์ใหม่ ชักชวนเขากลับอุทัยฯ จากดีไซเนอร์หนุ่มเบนเข็มมาเป็นเจ้าของคาเฟ่ขนมไทย ที่สืบทอดสูตรขนมไทยตำหรับโบราณของคุณยาย ด้วยลายมือที่จดลงสมุดเล่มเก่า ถูกส่งไม้ต่อมายังคุณแม่ของท็อป และปัจจุบันอยู่ในมือหลานชายรุ่นที่ 3 ของครอบครัว เขาฟื้นรสอร่อยให้คนอุทัยฯ ได้ลิ้มอีกครั้ง

สโลว์ไลฟ์กับ 11 กิจการของคนกลับบ้าน ที่ทำให้อุทัยธานีเป็นเมืองน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย, ที่เที่ยว อุทัยธานี, คาเฟ่ อุทัยธานี
สโลว์ไลฟ์กับ 11 กิจการของคนกลับบ้าน ที่ทำให้อุทัยธานีเป็นเมืองน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย, ที่เที่ยว อุทัยธานี, คาเฟ่ อุทัยธานี

ข้าวฟ่างราดน้ำกะทิ เมนูหาทานยากที่ท็อปบอกว่ามาแล้วต้องลอง! ข้าวฟ่างเมล็ดเล็กจิ๋วรสชาติหวานนิดทานกับน้ำกะทิรสเค็มหน่อย อร่อยเข้ากันจนต้องยกมือขออีกถ้วย ยิ่งรู้ว่าท็อปเลือกใช้ข้าวฟ่างจากบ้านประดาหักของคนท้องถิ่น ยิ่งอยากอุดหนุน แถมเมนูชวนทานยังมีอีกเพียบ ทั้งเต้าส่วน สาคูใต้มะพร้าวอ่อน บัวลอย ครองแครงน้ำกะทิ ฯลฯ

ใครคิดถึงขนมไทยรสชาติดั้งเดิมรีบจดลงลิสต์และแวะมาสนทนากับคนรุ่นใหม่กลับบ้านคนนี้ได้

ที่ตั้ง : 237/2 ถนนท่าช้าง อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน ยกเว้นวันศุกร์ เวลา 09.30 – 17.00 น.

โทร : 09 1162 4191 (ขนมไทยรสอร่อยมักหมดก่อนเวลาปิดเสมอ โทรจองก่อนจะดีที่สุด)

Facebook : แม่ณา

02

หนุ่มมาร์เกตติ้ง ทายาทร้านน้ำพริกมีชื่อของอุทัยฯ กลับบ้านมาเปิดคาเฟ่ที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น

Tone Cafe

สโลว์ไลฟ์กับ 11 กิจการของคนกลับบ้าน ที่ทำให้อุทัยธานีเป็นเมืองน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย, ที่เที่ยว อุทัยธานี, คาเฟ่ อุทัยธานี

อาชีพสุดท้ายของ โตน-ณัฐกิตติ์ พุทธยากูล คือมาร์เกตติ้งดูแลการตลาดให้กับแบรนด์เครื่องดื่ม เขาเดินทางทั่วประเทศเป็นเวลากว่า 7 ปี ใช้ชีวิตบนรถยนต์ไปแล้วกว่าค่อนวัน จากความสนุกกลายเป็นความหน่าย ทายาทร้านน้ำพริกรุ่นที่ 3 ของครอบครัวเลยตัดสินใจลาออกจากงาน เขากลับบ้านด้วยความตั้งใจจะสานต่อกิจการรสเผ็ดร้อน

สโลว์ไลฟ์กับ 11 กิจการของคนกลับบ้าน ที่ทำให้อุทัยธานีเป็นเมืองน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย, ที่เที่ยว อุทัยธานี, คาเฟ่ อุทัยธานี

เผอิญการเดินทางทำให้เขาเป็นนักดื่ม (กาแฟ) ‘Tone Cafe’ เลยก่อร่างขึ้นมาได้ประมาณหนึ่งปีครึ่ง แถมชายหนุ่มเฉลยตอนท้ายว่า เขาเรียนจบด้านคหกรรม เบเกอรี่รสชาติดีที่มากี่ทีก็ไม่เคยทันล้วนเป็นฝีมือของเขา มีทั้งทาร์ตส้มซ่า ชีสเค้กหน้าไหม้ เค้กแครอท บัตเตอร์บัน (แรร์ไอเทม) ฯลฯ ส่วนเมนูซิกเนเจอร์ห้ามพลาด คือส้มซ่ากาแฟ เพราะโตนหยิบส้มท้องถิ่นอุทัยฯ ที่คนเกือบลืมไปแล้วมาใช้เป็นส่วนผสม มีกลิ่นเฉพาะไม่เหมือนส้มพันธุ์อื่น เปรี้ยวนิดหวานกำลังดี

สโลว์ไลฟ์กับ 11 กิจการของคนกลับบ้าน ที่ทำให้อุทัยธานีเป็นเมืองน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย, ที่เที่ยว อุทัยธานี, คาเฟ่ อุทัยธานี
สโลว์ไลฟ์กับ 11 กิจการของคนกลับบ้าน ที่ทำให้อุทัยธานีเป็นเมืองน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย, ที่เที่ยว อุทัยธานี, คาเฟ่ อุทัยธานี

ทายาทร้านน้ำพริกยังคงทำน้ำพริกและหยิบของท้องถิ่นอย่างปลาแรดมาเป็นส่วนผสม โตนกลับมาใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ในบ้านเกิดที่เขาเดินตั้งไข่ เป็นตัวอย่างน่ารักดีของคนอุทัยฯ รุ่นใหม่ที่หยิบของดีท้องถิ่นมาเล่าในมุมมองที่แตกต่าง

ที่ตั้ง : 38 ซอยสุขเกษม ตำบลอุทัยใหม่ อำเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน ยกเว้นวันอังคาร เวลา 08.30 – 16.30 น.

โทร : 08 8273 2531

Facebook : Tone Cafe

03

สาวบัญชีและครอบครัว กลับบ้านมาเปิดเกสเฮาต์ ย่านตลาดเก่าที่เคยรุ่งเรืองของอุทัยฯ

ค่ำนี้ที่อุทัย

สโลว์ไลฟ์กับ 11 กิจการของคนกลับบ้าน ที่ทำให้อุทัยธานีเป็นเมืองน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย, ที่เที่ยว อุทัยธานี, คาเฟ่ อุทัยธานี

ตลาดพัฒนา ย่านตลาดเก่าแก่ที่เคยคึกคักและรุ่งเรือง นุช-นุชรี มลทอง สาวอุทัยฯ แท้ที่มอบชีวิตให้เมืองกรุงเป็นเวลากว่า 14 ปี เล่าย้อนความสมัยเธอเป็นเด็กให้เราฟังว่า กลางตลาดเป็นโรงลิเก มีเรือนแถวไม้เรียงรายเสมือนอาคารพาณิชย์ที่บรรจุสารพัดร้านรวง เธอจะตื่นตาตื่นใจทุกครั้งเวลาแม่พาเข้าตลาด ยุคนั้นเวลาซื้อหมู แม่ค้าจะห่อใบบัวให้

สโลว์ไลฟ์กับ 11 กิจการของคนกลับบ้าน ที่ทำให้อุทัยธานีเป็นเมืองน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย, ที่เที่ยว อุทัยธานี, คาเฟ่ อุทัยธานี

เมื่อถึงคราวต้องกลับบ้านเพื่อสร้างครอบครัว ตลาดเก่าที่เคยวนเวียนในความทรงจำกลับกลายมาเป็นที่ตั้งของ ‘ค่ำนี้ที่อุทัย’ กิจการเกสเฮาต์ขนาดกะทัดรัดที่คงเอกลักษณ์บ้านไม้ฉบับคนต่างจังหวัดไว้เต็มร้อย โดยมี กอล์ฟ-อรรถรัตน์ ฆะสันต์ สถาปนิกคู่ใจที่คอยเคียงข้างออกแบบตลอดชีวิต นุชเล่าที่มาของชื่อเกสเฮาสต์ได้สนุกจนน่าบอกต่อ

เธอจับคู่คำผสมไปผสมมาจากคำพังเพยดั้งเดิมของบ้านเกิด “อยู่อุทัย ไม่ต้องอุทธรณ์, มืดค่ำก็นอน ที่อุทัย, ดำน้ำสามผุด ไม่หลุดอุทัย” สมัยก่อนคมนาคมไม่สะดวกสบายเท่าปัจจุบัน คนนิยมนอนพักที่อุทัยธานีก่อนจึงค่อยกลับ

สโลว์ไลฟ์กับ 11 กิจการของคนกลับบ้าน ที่ทำให้อุทัยธานีเป็นเมืองน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย, ที่เที่ยว อุทัยธานี, คาเฟ่ อุทัยธานี

ค่ำนี้ที่อุทัย ตกแต่งด้วยจักสานและกระจกสีพอให้มีจริต มีห้องพักทั้งหมด 4 ห้อง พักรวมทั้งหลังได้ทั้งหมด 10 คน เหมาะสำหรับครอบครัว คู่รักและแก๊งเพื่อน บรรยากาศเหมือนพักบ้านญาติต่างจังหวัด เจ้าบ้านเป็นกันเองมาก

“เรามีความสุขกับการที่อุทัยฯ เป็นแบบนี้ เราเชื่อว่าลูกค้าเขาก็มีความสุขที่เห็นอุทัยฯ เป็นแบบนี้ เขาคงไม่อยากให้อุทัยฯ เป็นเหมือนที่อื่น สำหรับเรา อุทัยฯ น่ารักของมันแบบนี้แหละ” เธอบอกเป็นนัยว่าอุทัยฯ น่ารักเสมอต้นเสมอปลาย

สโลว์ไลฟ์กับ 11 กิจการของคนกลับบ้าน ที่ทำให้อุทัยธานีเป็นเมืองน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย, ที่เที่ยว อุทัยธานี, คาเฟ่ อุทัยธานี

ที่ตั้ง : 43/11-12 ถนนพรพิบูลย์อุทิศ ตำบลอุทัยใหม่ อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี (แผนที่)

โทร : 08 6652 7749

Facebook : ค่ำนี้ที่อุทัย

04

วิศวกรหญิงกลับบ้านมาทำพิพิธภัณฑ์ชุมชนและชวนพ่อเป็นไกด์เล่าเรื่องอุทัยฯ ในความทรงจำ

บ้านจงรัก 

สโลว์ไลฟ์กับ 11 กิจการของคนกลับบ้าน ที่ทำให้อุทัยธานีเป็นเมืองน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย, ที่เที่ยว อุทัยธานี, คาเฟ่ อุทัยธานี

หวนคิดถึงความทรงจำวัยเด็กและย้อนประวัติศาสตร์อุทัยธานีกับ ‘บ้านจงรัก’ (พิพิธภัณฑ์คุณตาหลวงเพชรสงคราม) ของ ฟิล์ม-ญานิศา เทศนา วิศวกรหญิงกลับบ้านที่ตั้งใจให้มิวเซียมมีชีวิตแห่งนี้เป็นกิจการหลังเกษียณของคุณพ่อและคุณแม่ ภายในอาคารกึ่งไม้กึ่งปูนสองชั้นเชื่อมกับเรือนไม้ไทยโบราณอายุ 107 ปี บรรจุข้าวของเครื่องใช้ของครอบครัวนักสะสม ไล่เรียงจากคุณพ่อ สะสมหนังสือเก่า คุณแม่ สะสมเครื่องเงิน และฟิล์ม สะสมแสตมป์

สโลว์ไลฟ์กับ 11 กิจการของคนกลับบ้าน ที่ทำให้อุทัยธานีเป็นเมืองน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย, ที่เที่ยว อุทัยธานี, คาเฟ่ อุทัยธานี

คุณตาทวด (คุณตาหลวงเพชรสงคราม) ของฟิล์มเป็นยกกระบัตรเมืองสมัยรัชกาลที่ 5 จึงมีของโบราณหาชมยากหลายชิ้นจัดแสดงอยู่ด้วย ส่วนคนที่ทำให้พิพิธภัณฑ์มีชีวิตคือคุณพ่อของฟิล์ม คุณพ่อจะคอยแนะนำและเล่าความเป็นมาของของทุกชิ้นที่ตั้งอยู่ในบ้าน ทั้งการ์ดแต่งงานรุ่นเก๋า ตู้เย็นเก็บมะนาวแบบโฮมเมด เฟรนด์ชิพเล่มเก่า ฯลฯ เพลินดีเหมือนกัน บ้านจงรักทำให้เรื่องราวประวัติศาสตร์สนุกกว่าที่คิด แถมรู้จักอุทัยฯ จนยกระดับเลเวลเข้าใกล้คำว่า ‘สนิท’

สโลว์ไลฟ์กับ 11 กิจการของคนกลับบ้าน ที่ทำให้อุทัยธานีเป็นเมืองน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย, ที่เที่ยว อุทัยธานี, คาเฟ่ อุทัยธานี
สโลว์ไลฟ์กับ 11 กิจการของคนกลับบ้าน ที่ทำให้อุทัยธานีเป็นเมืองน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย, ที่เที่ยว อุทัยธานี, คาเฟ่ อุทัยธานี

ด้านล่างของบ้านบรรยากาศเสมือนนั่งอยู่ในร้านโชห่วยสมัยก่อน ฟิล์มเลือกทำเป็นคาเฟ่ขนาดย่อม เพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้มาทำความรู้จักบ้านเกิดของพวกเขา เมนูน่ารักที่เราอยากให้คุณลอง เป็นโอเลี้ยงโบราณสีดำขลับรสเข้ม สูตรจากความทรงจำของคุณพ่อ ที่เคยแอบดูดโอเลี้ยงในถุงของคุณทวด คนวัยเก๋าได้มาลองบอกว่ารสชาตินี้แหละใช่เลย!

“สมัยเรียนเรามีปม เพื่อนเราไม่รู้จักอุทัยฯ อยู่ตรงไหน อุดรฯ หรือเปล่า กลับบ้านมาเราเลยตั้งใจจะเผยแพร่ แนะนำอุทัยฯ ให้คนรู้จัก เราทำบ้านจงรักให้คนมาเที่ยวอุทัยฯ มากขึ้น บางคนขอบคุณที่เรายังเก็บของพวกนี้เอาไว้

“การกลับบ้านอาจต้องแลกมาด้วยความไม่สะดวกสบายบางอย่าง แต่เราเต็มใจแลกกับสิ่งนั้นเพื่อกลับมาหาสมดุลให้ตัวเอง มันดีนะ เห็นคนมาร้านเราแล้วเขามีความสุข เป็นคาเฟ่ที่คนอายุแปดสิบ เก้าสิบ มานั่งรำลึกอดีตกัน”

ที่ตั้ง : 221/3 ถนนศรีอุทัย ตำบลอุทัยใหม่ อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการวันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันจันทร์ เวลา 07.30 – 17.00 น.

พิพิธภัณฑ์บ้านคุณตาหลวงเพชรสงคราม (ชั้นสอง) เปิดเวลา 09.00 น.

โทร : 08 1886 3685

Facebook : บ้านจงรัก

05

อาจารย์สถาปัตย์ เตรียมตัวกลับบ้านด้วยการสร้าง Postel เล่าเมืองอุทัยผ่านลายเส้นและสถาปัตยกรรม

เส้น นอน วาด

สโลว์ไลฟ์กับ 11 กิจการของคนกลับบ้าน ที่ทำให้อุทัยธานีเป็นเมืองน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย, ที่เที่ยว อุทัยธานี, คาเฟ่ อุทัยธานี

“ตอนเด็กเวลาผมไปโรงเรียนก็เดินผ่านเรือนแถวไม้ตรงนี้ตลอด สมัยนั้นก็วิ่งเล่นในทุ่งนา เตะฟุตบอลบ้าง”

ผศ. กวิน ว่องวิกย์การ เด็กอุทัยฯ ที่ห่างบ้านกว่าค่อนชีวิตด้วยหน้าที่การงานที่ต้องประจำอยู่จังหวัดเชียงใหม่ เลยวางแผนเตรียมตัวกลับบ้านด้วยการสร้าง ‘เส้น นอน วาด’ บริเวณเรือนแถวไม้ที่เขาเดินผ่านไปผ่านมาตั้งแต่เด็ก

สโลว์ไลฟ์กับ 11 กิจการของคนกลับบ้าน ที่ทำให้อุทัยธานีเป็นเมืองน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย, ที่เที่ยว อุทัยธานี, คาเฟ่ อุทัยธานี
สโลว์ไลฟ์กับ 11 กิจการของคนกลับบ้าน ที่ทำให้อุทัยธานีเป็นเมืองน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย, ที่เที่ยว อุทัยธานี, คาเฟ่ อุทัยธานี

‘เส้น’ หมายความตามความชอบของอาจารย์กวิน เขาชอบวาดภาพลายเส้น จึงคิดจะนำเสนอเสน่ห์เมืองอุทัยฯ ผ่านเส้นสายจากปลายดินสอ จัดที่ทางให้อยู่ในโปสการ์ดใบสี่เหลี่ยม สำหรับส่งความคิดถึงจากอุทัยฯ หาคนใกล้และคนไกลบ้าน เป็นความคิดของคน Gen X อาจารย์กวินบอกกับเราแบบนั้น ส่วน ‘นอน’ หมายความตามตัว เรือนแถวไม้หนึ่งคูหา มี 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นพื้นที่หย่อนใจ ด้านบนเป็นห้องพัก รับแขกกลุ่มเดียวเท่านั้น เหมือนได้ถือครองบ้านหลังนี้แต่เพียงผู้เดียว

“ด้วยความเป็นสถาปนิก ผมอยากให้คนซึบซับความงามของอุทัยฯ ผ่านสถาปัตยกรรม ย่านเรือนแถวไม้มีก่อนผมเกิดอีก คาแรกเตอร์ชัดเจนมาก มีกลิ่นอายอดีตของไทย เรียบง่ายและมันมีเสน่ห์ในความเรียบง่ายนั้น”
‘วาด’ เป็นความฝันที่อยากชวนนักท่องเที่ยวและเด็กๆ อุทัยฯ ไปวาดภาพตามสถานที่ในบ้านเกิดด้วยกัน

อ้อ! POSTEL หลังนี้ มีตู้ไปรษณีย์สีแดงตั้งเฉิดฉายอยู่หน้าบ้านรอคนมาหย่อนความคิดถึงหากัน

สโลว์ไลฟ์กับ 11 กิจการของคนกลับบ้าน ที่ทำให้อุทัยธานีเป็นเมืองน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย, ที่เที่ยว อุทัยธานี, คาเฟ่ อุทัยธานี

ที่ตั้ง : 95/16 ถนนพรพิบูลย์อุทิศ ตำบลอุทัยใหม่ อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี (แผนที่)

โทร : 09 4364 1652

Facebook : ZEN NON WAD

06

อดีตออแกไนซ์ที่ผูกพันกับอุทัยฯ ตั้งแต่เด็กจนต้องกลับมาเปิดคาเฟ่เก๋บนเรือนแถวไม้

THREEcafe

สโลว์ไลฟ์กับ 11 กิจการของคนกลับบ้าน ที่ทำให้อุทัยธานีเป็นเมืองน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย, ที่เที่ยว อุทัยธานี, คาเฟ่ อุทัยธานี

“พูดได้เต็มปากว่าเราเป็นคนอุทัยฯ”

 โจ้-ศักดิ์สิทธิ์ สงขำ หนุ่มจากอำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท บ้านของเขามีเขตพื้นที่ติดต่อกับจังหวัดอุทัยธานี ห่างกันเพียงสิบกิโลฯ วัยเด็กของเขามีอุทัยฯ ในความทรงจำเสียเป็นส่วนใหญ่ จนกระทั่งเข้าสู่วัยเล่าเรียน ต้องโยกย้ายและเข้าทำงานยังเมืองหลวง โจ้ทำงานสายมาร์เกตติ้งและออแกไนซ์นับนิ้วรวม 6 ปี จนเลือกกลับบ้านมาดูแลคุณพ่อ

“เราชอบบรรยากาศอุทัยฯ ชอบเสน่ห์เมือง เป็นเมืองน่ารักนะ สงบและไม่วุ่นวาย”
โจ้มาอยู่อุทัยฯ คนเดียว เพื่อทำตามความฝันที่อยากจะเปิดคาเฟ่ในอุทัยฯ หลายเสียงสงสัยทำไมไม่เปิดชัยนาท ถ้าตามเหตุผลด้านบน เราว่าคงเพียงพอแล้วสำหรับการมีกิจการอะไรสักอย่างในบ้านเกิดที่เขารักหมดหัวใจ (ไปแล้ว)

สโลว์ไลฟ์กับ 11 กิจการของคนกลับบ้าน ที่ทำให้อุทัยธานีเป็นเมืองน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย, ที่เที่ยว อุทัยธานี, คาเฟ่ อุทัยธานี
สโลว์ไลฟ์กับ 11 กิจการของคนกลับบ้าน ที่ทำให้อุทัยธานีเป็นเมืองน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย, ที่เที่ยว อุทัยธานี, คาเฟ่ อุทัยธานี

THREEcafe ทรี แปลว่า สาม สาม เป็นเลขที่บ้านของเขาในชัยนาท คาเฟ่ของโจ้อยู่มุมสุดของเรือนแถวไม้ย่านตลาดพัฒนา เขาตกแต่งมันด้วยต้นไม้สีเขียวนับชนิดไม่ถ้วน แต่เราหลงรักสร้อยอินทนิลดอกสีม่วงแกมน้ำเงินที่สุด เฟอร์นิเจอร์สีขาว และของสะสม อย่างจาน ชาม แก้ว บางใบสีหลุดร่อนตามกาลเวลา แต่กลับเต็มไปด้วยเรื่องราว

สโลว์ไลฟ์กับ 11 กิจการของคนกลับบ้าน ที่ทำให้อุทัยธานีเป็นเมืองน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย, ที่เที่ยว อุทัยธานี, คาเฟ่ อุทัยธานี

ถ้าแวะมาคาเฟ่หมายเลขสาม เราแนะนำให้คุณสั่ง THREE Coffee เครื่องดื่มสีน้ำตาลมีคาเฟอีนรสนุ่มนวล ที่บาริสต้าละเลียดยืนชงหลังเคาน์เตอร์บาร์อย่างตั้งใจ ยิ่งลิ้มคู่กับบราวนี่ช็อกโกแลตโฮมเมดรสเข้ม เข้ากันชวนฝัน!

“อุทัยฯ กลายเป็นบ้านของเราแล้ว อยู่เมืองเล็กมีความสุขนะ เวลาชีวิตเพิ่มขึ้น แนะนำเลย” เขาหัวเราะร่า

ที่ตั้ง : 95/21 ถนนพรพิบูลย์อุทิศ ตำบลอุทัยใหม่ อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน ยกเว้นวันพุธ เวลา 09.00 – 17.00 น.

โทร : 09 3286 7501

Facebook : THREEcafe

07

ญามิลา นักเขียนที่กลับบ้านมาเปิดร้านหนังสืออิสระและใช้โลกน้ำหมึกผูกมิตรผู้คน

Booktopia

สโลว์ไลฟ์กับ 11 กิจการของคนกลับบ้าน ที่ทำให้อุทัยธานีเป็นเมืองน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย, ที่เที่ยว อุทัยธานี, คาเฟ่ อุทัยธานี

ญามิลา,ปลาอ้วน นามปากกาของ อ้วน-วิรัตน์ โตอารีย์มิตร คนวงการหนังสือที่คลุกคลีกับการทำหนังสือมาร่วม 30 ปี เป็นมาหมดแล้วทั้งคนอ่านหนังสือ คนเขียนหนังสือ คนทำหนังสือ คนทำร้านหนังสือ และคนทำหนังสือในร้านหนังสือ เขาวนเวียนอยู่ในกรุงเทพฯ ยาวนานถึง 20 ปี ก่อนตัดสินใจกลับอุทัยฯ บ้านเกิด เขาว่าโชคดีที่คิดกลับมา

“สมัยนั้นใครกลับมาบ้านก็เหมือนแพ้มาจากกรุงเทพฯ ยุคนี้ไม่ใช่แล้ว” ชายตรงหน้าพูดสิ่งที่คนส่วนใหญ่กังขา

“แล้วพี่อ้วนแพ้กรุงเทพฯ กลับมาหรือเปล่า” เราถาม

“ไม่แพ้” ตอบทันที “เรางานเยอะมากเลยนะ จนเขาลือกันว่าเป็นคอลัมนิสต์ที่งานเยอะที่สุดในประเทศ” เขาเว้นวรรคช่วงหนึ่งก่อนจะพูดว่า “แต่มันก็เป็นช่วงชีวิตหนึ่ง”

สโลว์ไลฟ์กับ 11 กิจการของคนกลับบ้าน ที่ทำให้อุทัยธานีเป็นเมืองน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย, ที่เที่ยว อุทัยธานี, คาเฟ่ อุทัยธานี

‘Booktopia’ (บุ๊กโทเปีย) ร้านหนังสืออิสระที่ชื่อพ้องกับหนังสือ Rocktopia เป็นหนึ่งในแผนของชีวิตที่อ้วนตั้งไว้ แต่เขาไม่ได้ฝันว่าร้านหนังสือในฝันจะเป็นแบบไหน ปัจจุบันร้านหนังสือของเขาเลยเถิดเป็นมากกว่าร้านหนังสือ

 นักอ่านที่มา Booktopia มีทั้งนักอ่านที่เป็นแฟนหนังสือของเขา นักอ่านที่เป็นกัปตันเครื่องบิน นักอ่านที่เป็นผู้พิพากษา นักอ่านที่เป็นนักสืบ และนักอ่านที่เป็นคนอกหักร้องไห้โฮบนเก้าอี้ไม้ในร้านหนังสืออิสระกลางเมืองอุทัยฯ 

“เราเห็นบางคนโตขึ้น เห็นบางคนหายไป เป็นเรื่องธรรมดา” เจ้าของร้านหนังสือนิสัยช่างคุยบอกกับเรา

สโลว์ไลฟ์กับ 11 กิจการของคนกลับบ้าน ที่ทำให้อุทัยธานีเป็นเมืองน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย, ที่เที่ยว อุทัยธานี, คาเฟ่ อุทัยธานี
สโลว์ไลฟ์กับ 11 กิจการของคนกลับบ้าน ที่ทำให้อุทัยธานีเป็นเมืองน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย, ที่เที่ยว อุทัยธานี, คาเฟ่ อุทัยธานี

อ้วนไม่ได้บอกเราว่าเขาเป็นเจ้าของร้านหนังสือแบบไหน แต่สิ่งที่เขาไม่ได้พยายามทำ แต่กลับเป็นไปโดยธรรมชาติ คือการสร้างชุมชมนักอ่าน ผูกสัมพันธ์ฉันมิตรด้วยน้ำหมึกและสารพัดเรื่องราวที่บรรจุอยู่ใน Booktopia

“เราอยากให้คนอ่านมีความสุขออกไปจากร้านหนังสือของเรา ส่วนการกลับบ้าน มันได้กลับมาเห็นรากของตัวเองเข้าใจอะไรเยอะขึ้นเมื่อมองย้อนกลับมาในอีกวัยหนึ่ง” ญามิลาในเสื้อยืดสีขาวสกรีนลาย The Smiths จบบทสนทนา

ป.ล. อ้วนมีสำนักพิมพ์ของตัวเองนาม อารีมิตร พิมพ์หนังสือมาแล้วหลายเล่ม หนึ่งในสอง สาม และสี่ของหนังสือหลายเล่มควรมีไว้ครอบครองอย่างหาเหตุผลไม่ได้

ป.ล. 2 คุณอาจจะกลายเป็น Booktopian โดยไม่รู้ตัวหลังจากเปิดประตูเข้า Booktopia

ที่ตั้ง : 9/17 ถนนณรงค์วิถี ตำบลอุทัยใหม่ อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน ยกเว้นวันพุธ เวลา 10.30 – 19.30 น. 

โทร : 0 5651 2932

Facebook : Booktopia

08

คู่รักสาย NGO กลับบ้านมาหาสมดุลชีวิตกับธรรมชาติและทำเกษตรอินทรีย์จนดินอุทัยฯ ร้องดีใจ!

ไร่ดินดีใจ

สโลว์ไลฟ์กับ 11 กิจการของคนกลับบ้าน ที่ทำให้อุทัยธานีเป็นเมืองน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย, ที่เที่ยว อุทัยธานี, คาเฟ่ อุทัยธานี

กำพล กาหลง หนุ่มอุทัยฯ ที่ทำงาน NGO สายเย็น เกี่ยวกับสื่อด้านเกษตรของมูลนิธิศูนย์สื่อเพื่อการพัฒนา

หทัยชนก อินทรกำแหง สาวปราจีนฯ ที่ทำงาน NGO สายร้อน เกี่ยวกับการรณรงค์การจัดการทรัพยากร

เขาและเธอเจอกันในโครงการกระดาษเพื่อต้นไม้ แสงแห่งความรักเริ่มก่อตัวขึ้นแต่นั้นเป็นต้นมา จนกระทั่งเขาและเธอเจอจุดเปลี่ยนใหญ่ของชีวิตคู่ ‘ลูกสาว’ ทำให้กำพลและหทัยชนกตั้งคำถามและวางแผนอนาคตครอบครัว

จุดร่วมของทั้งสองคนคือความเรียบง่ายและดำรงชีวิตด้วยปัจจัยพื้นฐาน คำตอบคือการกลับบ้าน

สโลว์ไลฟ์กับ 11 กิจการของคนกลับบ้าน ที่ทำให้อุทัยธานีเป็นเมืองน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย, ที่เที่ยว อุทัยธานี, คาเฟ่ อุทัยธานี
สโลว์ไลฟ์กับ 11 กิจการของคนกลับบ้าน ที่ทำให้อุทัยธานีเป็นเมืองน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย, ที่เที่ยว อุทัยธานี, คาเฟ่ อุทัยธานี

บ้านของกำพลอยู่อำเภอหนองฉาง หน้าบ้านของเขาเป็นไร่งาอินทรีย์ มองเห็นภูเขาสีเขียวลูกใหญ่ มาอุทัยฯ ครานี้กำพลและครอบครัวเลือกใช้ชีวิตทางเลือก ดำรงชีวิตด้วยวิถีเกษตรอินทรีย์และมีรายได้จากการแปรรูปผลิตภัณฑ์ธรรมชาติจากฟาร์ม ‘ไร่ดินดีใจ’ มีที่มาที่ไปจากการกระทบกันของคุณแม่กับลูกชายที่เชื่อกันคนละแนวทาง ระหว่างการใช้สารเคมีกับไม่ใช้สารเคมี แต่สิ่งที่เรียกสติกำพลกลับมาคือผืนดิน ผืนดินที่ไม่เคยโกหก มันปกคลุมด้วยความอุดมสมบูรณ์ ต้นหญ้าเขียวขจี หมู่แมลงน้อยใหญ่บินหยอกล้อกัน ซึ่งเทียบไม่ได้กับผืนดินแตกระแหงที่อุดมสมบูรณ์ด้วยสารเคมี 

สโลว์ไลฟ์กับ 11 กิจการของคนกลับบ้าน ที่ทำให้อุทัยธานีเป็นเมืองน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย, ที่เที่ยว อุทัยธานี, คาเฟ่ อุทัยธานี

ส่วนการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากพืชผลต้นไม้ในไร่ มีทั้งแชมพูสระผมสมุนไพรจากส้มซ่า ใบหมี่ ผงถั่วเขียวทำความสะอาดใบหน้า งากินเล่น น้ำมันงาอินทรีย์สกัดเย็น ฯลฯ รับรองว่าปลอดสารเคมี เสมือนโอบกอดธรรมชาติไว้เต็มอก

การกลับบ้านของเขาและเธอ เหมือนเป็นการเติมความสุขให้ดินอุทัยฯ ร้องดีใจ! มากว่า 15 ปี (เท่าอายุลูกสาว) กำพลและหทัยชนกยินดีหากมีคนสนใจเยี่ยมชมฟาร์มเกษตรอินทรีย์และขอข้อแนะนำเกี่ยวกับการใช้ชีวิตทางเลือก 

ที่ตั้ง : 95 หมู่ 8 ตำบลเขากวางทอง อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี (แผนที่)

โทร : 08 6059 8939 (นัดหมายล่วงหน้าเพื่ออุดหนุนผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติและแนวทางการพึ่งพาตนเอง)

Facebook : ไร่ดินดีใจ Raidindeejai

09

ชายวัย 30 ที่ทำงานในเมืองตั้งแต่ 18 กลับบ้านมาอยู่กับป่า ปลูกต้นไม้และทำผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ

เบญจ

สโลว์ไลฟ์กับ 11 กิจการของคนกลับบ้าน ที่ทำให้อุทัยธานีเป็นเมืองน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย, ที่เที่ยว อุทัยธานี, คาเฟ่ อุทัยธานี

“ผมเก็บเงินหนึ่งก้อน ซึ้อต้นไม้ส่งไปรษณีย์มาให้แม่ปลูกไว้รอ และขอพื้นที่หนึ่งไร่ของแม่ไว้ทำสวน”

พนม เชิดโฉม หนุ่มอำเภอลานสักที่เติบโตมากับวิถีธรรมชาติ บ้านของเขาห้อมล้อมด้วยภูเขาลูกโต เพื่อนของเขาคือป่าและแสงสว่างจากดวงดาว (พนมบอกว่า หมู่บ้านเขาเพิ่งมีไฟฟ้าเข้าไปถึงได้เพียงหนึ่งเดือน) จากพื้นที่สีเขียวเริ่มกลายเป็นไร่ข้าวโพด ต้นไม้ใหญ่ที่เคยปีนป่ายถูกโค่นเหี้ยน พนมวัย 18 ปีทนไม่ได้กับสิ่งที่เห็น เขาเลยตัดสินใจเดินทางเข้าเมืองหลวง เพื่อหวังเก็บเงินสักก้อนและวางแผนกลับบ้าน กลับมาเปลี่ยนพื้นที่โล่งให้เป็นสีเขียวด้วยเกษตรผสมผสาน

สโลว์ไลฟ์กับ 11 กิจการของคนกลับบ้าน ที่ทำให้อุทัยธานีเป็นเมืองน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย, ที่เที่ยว อุทัยธานี, คาเฟ่ อุทัยธานี

จากความตั้งใจอยากทำเสื้อผ้าใส่เอง ประกอบกับต้นไม้ที่พนมปลูกเมื่อครั้นส่งไปรษณีย์มาให้แม่ เริ่มออกดอกผลและบางชนิดให้สี ‘เบญจ’ แบรนด์เสื้อผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติจึงเกิดขึ้น เพื่อเล่าเรื่องความสมดุลระหว่างการอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติ พนมบอกว่า เบญจ แปลว่า ห้า ซึ่งเขาใช้ประโยชน์จากพืชที่ปลูกตั้งแต่ใบ ดอก ผล ต้น และราก รวมเป็นห้า

คนมักจำเบญจได้จากสีสันและลวดลาย ชายนักปลูกทดลองรวบรวมสีสันจากต้นไม้ให้สีได้ถึง 26 ชนิด อย่างฝาง ให้สีแดงเอกลักษณ์ของแบรนด์ ใบสีเสียด ให้สีดำ สีน้ำตาลเข้ม เพกา ให้สีเหลือง และใบสมอ ใบหว้า ใบฝรั่ง ฯลฯ

เนื้อผ้าพนมเน้นเส้นใยธรรมชาติเป็นหลัก ลวดลายได้แรงบันดาลใจจากสิ่งที่เขาเห็น ป่า ภูเขา ดวงอาทิตย์

สโลว์ไลฟ์กับ 11 กิจการของคนกลับบ้าน ที่ทำให้อุทัยธานีเป็นเมืองน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย, ที่เที่ยว อุทัยธานี, คาเฟ่ อุทัยธานี

“ตอนอยู่ในเมือง ผมอยากกลับบ้านตลอดเลย” เขายิ้มตาหยี “ในเมืองไม่ใช่วิถีของผม ผมชอบป่าเขา เพราะผมเกิดมากับธรรมชาติ การทำเบญจเลยเป็นส่วนหนึ่งในการพูดถึงธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และพันธุกรรมพืช ผมอยากให้พวกเราช่วยกันปลูกแล้วเอามาใช้ให้เกิดประโยชน์ จะได้เห็นคุณค่าของต้นไม้มากขึ้น” นี่คงเป็นความสุขของคนกลับบ้านที่เราเห็นผ่านแววตาของชายหนุ่มที่มุ่งมั่นและเอาจริง เพื่อพาชีวิตกลับไปพึ่งพาธรรมชาติและอยู่กับวิถีเดิมให้ได้มากที่สุด

ที่ตั้ง : ตลาดซาวไฮ่ 92 ตำบลบ้านไร่ อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการวันเสาร์ – วันอาทิตย์ เวลา 08.00 – 16.00 น.

โทร : 06 4456 4994

Facebook : BENJA Natural

10

นักอนุรักษ์กลับบ้านมา 29 ปี เพื่อขับเคลื่อนเรื่องเกษตรด้วยตลาดอินทรีย์และเสียงเพลง

ตลาดซาวไฮ่

สโลว์ไลฟ์กับ 11 กิจการของคนกลับบ้าน ที่ทำให้อุทัยธานีเป็นเมืองน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย, ที่เที่ยว อุทัยธานี, คาเฟ่ อุทัยธานี

“กลับบ้านมายี่สิบเก้าปี มันมีความโรแมนติกของมันอยู่ ภาพในหัวเราเป็นเหมือนหนังสือ บ้านเล็กในป่าใหญ่ หนังสือเสเพลบอยชาวไร่ ของ ’รงศ์ วงสวรรค์ ตอนนั้นอยากพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน อยากเปลี่ยนแปลงโลก ทำให้สังคมดีงาม”

น้าเมศ-ราเมศวร์ เลขยันต์ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งตลาดซาวไฮ่ (ชาวไร่) ย้อนความสมัยกลับบ้าน ถ้าย้อนความสมัยก่อนกลับบ้าน น้าเมศชอบเรื่องการอนุรักษ์มาตั้งแต่เด็ก ทำงานด้านการพัฒนาเกษตร สิทธิมนุษยชน กลุ่มชาติพันธุ์ สะสมกัลยาณมิตรมาตลอดทางของการทำงาน จนตัดสินใจกลับบ้าน ก็ยังวนเวียนกับการอนุรักษ์พันธุกรรม เมล็ดพันธุ์ เพราะบ้านไร่มีความอุดมสมบูรณ์ด้านพืชพันธุ์มากมาย น้าเมศสื่อสารสิ่งนั้นด้วยดนตรี ภาพวาด และงานศิลปะ

สโลว์ไลฟ์กับ 11 กิจการของคนกลับบ้าน ที่ทำให้อุทัยธานีเป็นเมืองน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย, ที่เที่ยว อุทัยธานี, คาเฟ่ อุทัยธานี
สโลว์ไลฟ์กับ 11 กิจการของคนกลับบ้าน ที่ทำให้อุทัยธานีเป็นเมืองน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย, ที่เที่ยว อุทัยธานี, คาเฟ่ อุทัยธานี

เมล็ดความตั้งใจถูกหว่านตั้งแต่คนหนุ่มกลับบ้าน เวลากว่าค่อนชีวิตผ่านไป ดอกผลงอกงามเป็น ‘ตลาดซาวไฮ่’ ตลาดอินทรีย์ที่เกิดจากการชักชวนมิตรสหายคอเดียวจากนครสวรรค์ ชัยนาท กำแพงเพชร ฯลฯ มาใช้ความสามารถในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งเป็นพื้นที่เดิมของครอบครัวน้าเมศ ปัจจุบันมีร้านรวงหลากประเภท ทั้งอาหารท้องถิ่น ร้านกาแฟดริป ผักผลไม้ปลอดภัย เสื้อผ้าและงานหัตถกรรม ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากธรรมชาติ ซุ้มงานศิลปะและวงดนตรีโฟล์กซอง

ตลาดอินทรีย์บรรยากาศร่มรื่น เหมาะกับการเดินทอดน่องและหย่อนกายตลอดทั้งวัน แค่แวะสนทนากับพ่อค้าแม่ขายก็อิ่มใจ แถมอิ่มท้อง หรือจะนอนฟังดนตรีสดก็เพลินหู ซึ่งเป็นวง ‘ซุมข้าวแลง’ ของน้าเมศกับเพื่อน

สโลว์ไลฟ์กับ 11 กิจการของคนกลับบ้าน ที่ทำให้อุทัยธานีเป็นเมืองน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย, ที่เที่ยว อุทัยธานี, คาเฟ่ อุทัยธานี

“ซุมข้าวแลง นัยแฝงของมันคือการสื่อสารเรื่องอาหารพื้นบ้าน ความมั่นคงทางอาหาร วัฒนธรรมและความดีงามในอดีต ผ่านเนื้อเพลงที่เราแต่งกันขึ้นมาเอง เพราะบ้านไร่ก็มีห้วยขาแข้ง เราทำเรื่องการอนุรักษ์มาตลอดอยู่แล้ว” 

น้าเมศและเพื่อนพ้องต่างเป็นฟันเฟืองสำคัญในการกลับบ้านมาพัฒนาพื้นที่ในถิ่นที่พวกเขาอยู่
น้าเมศบอกว่า การกลับบ้านไม่ได้โรแมนติกอย่างที่คิด แต่ถ้าไม่เจอปัญหา ก็ไม่เจอสมดุลชีวิตเหมือนกัน

นี่แหละความโรแมนติกของการกลับบ้าน 

ที่ตั้ง : 92 ตำบลบ้านไร่ อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการวันเสาร์-วันอาทิตย์ เวลา 08.00 – 16.00 น.

โทร : 08 4337 3505

Facebook : ตลาดซาวไฮ่

11

คนค่ายที่ออกเดินทางเรียนรู้โลกกว่า 20 ปี เลือกอุทัยฯ เป็นที่ทำค่ายและบ้านหลังที่สองของชีวิต

ไร่ลุงคิงคอง

สโลว์ไลฟ์กับ 11 กิจการของคนกลับบ้าน ที่ทำให้อุทัยธานีเป็นเมืองน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย, ที่เที่ยว อุทัยธานี, คาเฟ่ อุทัยธานี

บ้าน กลับบ้าน บ้านเกิด เราเคยนิยามและความหมายชุดคำเหล่านี้ในใจไว้อีกแบบหนึ่ง พอได้นั่งลงสนทนากับ ลุงคิงคอง-สุพจน์ ศรีไสยเพชร คนค่ายจากจังหวัดนครศรีธรรมราชที่ออกเดินทางเรียนรู้คนและเรียนรู้โลกมาแล้วทั่วประเทศไทย แต่กลับเลือกอุทัยธานีเป็นบ้านหลังที่สองของชีวิต เราก็ลบความหมายและนิยามที่ทดขึ้นในใจนั้นทิ้งไป

ลุงคิงคองนั่งลงบนแคร่ไม้ไผ่ ฉากหลังเป็นเขารักลูกโตสลับทับซ้อนกัน มีลานหญ้ากว้างใหญ่เหมาะกับการทำแคมป์ขนาดย่อม บนพื้นที่ 30 ไร่ถูกแบ่งด้วยต้นไม้หลายชนิด หนึ่งในนั้นคืออ้อยอินทรีย์ คุณอาจจะคิดว่าเป็นภาพในจินตนาการ แต่ธรรมชาติและความอุดมสมบูรณ์ยังคงมีอยู่ในตำบลแก่นมะกรูด อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี

สโลว์ไลฟ์กับ 11 กิจการของคนกลับบ้าน ที่ทำให้อุทัยธานีเป็นเมืองน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย, ที่เที่ยว อุทัยธานี, คาเฟ่ อุทัยธานี
สโลว์ไลฟ์กับ 11 กิจการของคนกลับบ้าน ที่ทำให้อุทัยธานีเป็นเมืองน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย, ที่เที่ยว อุทัยธานี, คาเฟ่ อุทัยธานี

‘ไร่ลุงคิงคอง’ เป็นจุดพักในบั้นปลายชีวิตและการสร้างครอบครัว ใหญ่ไปกว่านั้น ลุงคิงคองเลือกใช้ประสบการณ์ที่มีให้เป็นประโยชน์ด้วยการออกแบบพื้นที่ในไร่จัดค่ายเอาตัวรอดสำหรับเด็ก (ไม่คิดค่าใช้จ่าย) ให้เด็กจากหลายพื้นที่มาใช้ชีวิต 3 วัน 2 คืน นำเสบียงอาหารมาจากบ้าน แล้วมาฝึกการเอาตัวรอดและการรับมือกับอารมณ์ ความคิด ภัยพิบัติ ตลอดจนการอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติด้วยความเข้าใจ ถ้าใครสนใจเรื่องการออกแบบกิจกรรม ลุงคิงคองยินดีแนะนำ

ลุงคิงคองบอกว่า พื้นที่ตรงนี้ของอุทัยฯ มีป่าหมาก มีภูเขา มีผักกูด บรรยากาศเหมือนบ้านที่นครศรีฯ

“ถ้าบอกว่าลุงคิงคองเป็นคนกลับบ้านได้มั้ย” เราถาม

“ได้ แต่ไม่ใช่บ้านเกิด แต่เป็นบ้านที่เป็นผืนแผ่นดิน เป็นพื้นที่ที่มนุษย์อยู่อาศัย

“บ้านที่มีปัจจัยพื้นฐาน มีผู้คน มีต้นไม้ มีท้องฟ้า มีดวงดาว” ลุงคิงคองตอบพร้อมรอยยิ้ม

ป.ล. ลุงคิงคองอนุญาตให้ใช้พื้นที่ในการจัดค่ายหลายรูปแบบ ไม่นานมานี้มีคนมาจัดค่ายดูดาว แผ่นฟ้าหน้าบ้านลุงคิงคองกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ล้อมด้วยภูเขาลูกโตๆ ใหญ่ๆ รอบทิศทาง แค่นึกก็อยากนอนดูดาวเสียตอนนี้

ที่ตั้ง : ตำบลบ้านไร่ อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการวันเสาร์-วันอาทิตย์ เวลา 08.00 – 16.00 น. 

โทร : 08 1174 5261 (สำหรับนัดหมายและขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการออกแบบค่าย)

Facebook : Uncle Kingkong Forest Farm Camp

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

17 มิถุนายน 2565
3.53 K

The Cloud x สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)

ในชีวิตคนเรามีสิ่งที่ชอบถึงขนาดเรียกว่าเป็น ‘ความรัก’ จนถึงขั้น ‘หลงใหล’ อยู่เพียงไม่กี่อย่าง

คนชอบดื่มกาแฟย่อมต้องรักการดื่มกาแฟ หรือถ้าถึงขนาดเป็นเจ้าของกิจการที่มีหน้าที่ชงให้คนอื่นดื่ม ยิ่งต้องทวีความรัก ความชอบ และความหลงใหลมากกว่าใคร ครั้นจะรักการชงและชิมแต่ในร้านของตัวเอง ก็เหมือนกับการอยู่แต่ในกะลา ไม่กล้าออกจากเซฟโซนไปไหน วลีเด็ดจาก สามก๊ก แว่วมากระทบหูว่า ‘รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง’ เป็นการเปรียบเปรยให้เห็นว่า คุณควรออกไปแสวงหากาแฟร้านอื่น ๆ ดื่มบ้าง เพื่อให้รู้ว่าตอนนี้เขาพัฒนากันไปถึงขั้นไหน มีอะไรใหม่ ๆ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ หรือหลุดหายไปจากวงโคจรบ้าง เพลานี้มีเมล็ดกาแฟอะไรเด็ดแบบไม่ควรพลาด มีวิธีชง เครื่องมือ อุปกรณ์แบบไหนมาใหม่ หรืออะไรกำลังเป็นที่กล่าวขวัญและควรรู้

จะแค่ตามหารสชาติ ตามหาแรงบันดาลใจ หรือจะอะไรก็ตาม แต่เหนือสิ่งอื่นใด การ ‘รู้เขารู้เรา’ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนทำธุรกิจ ที่ต้องรู้ท่าทีของคู่แข่งหรือคู่ค้าของเรา นับรวมถึงธุรกิจร้านกาแฟด้วย

คอลัมน์ Take Me Out ครั้งนี้ ป้าพิม-เพลินพิศ เรียนเมฆ ขอชวนคุณเดินสายตระเวนชิมกาแฟทั่วราชอาณาจักร เป็นการแนะนำร้านกาแฟที่ชอบในแบบที่ใช่ตามสไตล์ป้า กับ ‘5 ร้านทั่วเมืองกรุง’ ยังไม่เลยไปต่างถิ่น ต่างแดน ต่างประเทศ ขอแบบใกล้ ๆ ตามไปง่าย ๆ กันก่อน และตามประสาป้าก็ต้องชอบร้านในแบบฉบับป้า ๆ ที่เจ้าของหรือคนชงล้วนเป็นคนปลายหลัก 6 ทะลุข้ามหลัก 7 นอกจากจะแตกต่างด้วยวิธีการของแต่ละร้านแล้ว ปัจจัยอื่น ๆ ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

01
หน่ำเฮงหลี : ร้านเก่า กาแฟแก่

หน่ำเฮงหลี : ร้านเก่า กาแฟแก่

ถ้านับอายุตึกแถวห้องนี้ ก็ไม่น่าจะมากกว่าเจ้าของร้านกาแฟ ‘หน่ำเฮงหลี’ รุ่นปัจจุบันสักเท่าใด พี่น้อง 3 สาวแต่ละคนวัยเกือบ 70 รับช่วงร้านมาจากเตี่ย และยังคงดำเนินกิจการสืบต่อมาจนบัดนี้

ตัวอาคารยังคงงดงามตามกาลเวลา แม้ผ่านมาเนิ่นนาน ร้านนี้เคยเป็น ‘สภากาแฟ’ อันโด่งดังในยุคที่ผู้คนใช้ชีวิตอย่างมีอิสระทางความคิดและมีการพบปะของนักเขียน นักข่าว นักหนังสือพิมพ์ หรือคนวัยทำงาน มาจับกลุ่มพูดคุยถกเถียงถึงประเด็นร้อน และสารพัดเรื่องราวจนมืดค่ำกันเป็นเรื่องธรรมดา ก่อนความคึกคักนั้นจะค่อยถอยห่างจางหาย เหลือเพียงอดีตให้เล่าขานและจดจำ โต๊ะและเก้าอี้ชุดเก่ายังจัดวางอยู่ที่เดิม พัดลมเพดานยังตรึงอยู่บนขื่อ แม้ใบพัดไม้จะถูกถอดออกเพราะหมดอายุการใช้งาน แต่การนั่งดื่มกาแฟร้อนใส่นมข้นแกล้มขนมปังสังขยายังทำได้อยู่

หน่ำเฮงหลี : ร้านเก่า กาแฟแก่

แม้ ‘กาแฟกลิ่นคาราเมล’ สูตรเด็ดของร้านจะไม่หวนกลับมาให้ได้ลิ้มรสอีก และรสชาติใหม่ ๆ ที่ไม่คุ้นเคยจะเข้ามาแทนที่ แต่เสน่ห์ของหน่ำเฮงหลียังเด่นชัดเสมอ กาแฟยังคงเข้มขลัง ขนมปังยังหอมกรุ่น สังขยาไข่ไม่ใส่แป้งสียังคงตุ่น ป้า 3 คน ยังยืนหยัดชงกาแฟ ปิ้งขนมปัง ปาดสังขยา และเสิร์ฟให้เหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน

แวะเยี่ยมเยือนกันได้ พวกเธอคงดีใจ

หน่ำเฮงหลี : ร้านเก่า กาแฟแก่

หน่ำเฮงหลี

ที่ตั้ง : 212 ถนนจักรพรรดิพงษ์ แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 06.00 – 15.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2281 2134

02
ซ้อแห้ง : กาแฟโบราณในร้านโชห่วย

ซ้อแห้ง : กาแฟโบราณในร้านโชห่วย

วิถีของคนรุ่นก่อนในถิ่นเก่าที่ยังคงมีชีวิตผูกพันกับสายน้ำ เฉกเช่นชุมชนริมคลองบางหลวง บ้านแต่ละหลังตั้งเรียงรายแนบชิดติดกัน จนหลังคาทับซ้อนเกยกันมาเนิ่นนาน และอยู่อย่างสงบร่มเย็นเป็นสุขมาโดยตลอด

ร้านโชห่วยในบ้านของ ซ้อแห้ง ขายสินค้าครัวเรือนแทบทุกชนิด ทั้งข้าวสาร ถ่าน กะปิ น้ำปลา และสารพันของจำเป็น ไม่เคยขาดหรือหายไปจากช่องชั้นที่ไม่ค่อยเป็นระเบียบนัก แต่ก็หากันจนเจอเสมอ

ซ้อแห้ง : กาแฟโบราณในร้านโชห่วย

อีกสิ่งที่ไม่เคยขาดหายไปเช่นกัน คือ โอเลี้ยง โอยัวะ ในกระป๋องนมผูกหูด้วยเชือกที่ซ้อแห้งชงขายมามากกว่า 50 ปี กาแฟโบราณหวานเข้มถึงใจ ปลุกยามเช้าให้ตาตื่น เพิ่มความสดชื่นยามร้อนในตอนบ่าย เตาตั้งหม้อต้มกาแฟยังเป็นแบบเก่า ถูกซ้อนด้วยหัวแก๊สเพื่อความสะดวก ไม้ทุบน้ำแข็งอันเดิมถูกปลดระวางวางเกะกะสุมกันอยู่

ซ้อแห้ง : กาแฟโบราณในร้านโชห่วย

ซ้อแห้ง ป้าแห้ง หรือยายแห้ง วัย 74 ยังคงแข็งแรง สดใส ยิ้มแย้มต้อนรับลูกค้าทุกวัน

ถ้าไปดูโขนหรือเสพงานศิลป์ที่บ้านศิลปิน แวะไปชิมกาแฟโบราณจากมือชงรุ่นเก๋า และถามไถ่เรื่องราวแต่หนหลังของชาวริมคลองแห่งนี้ได้ ซ้อชอบเล่าแบบไม่มีพัก ไม่มีเบรก จนรู้ลึก รู้ดีแทบทุกตารางนิ้วของพื้นที่

ร้านซ้อแห้งกาแฟโบราณ บ้านศิลปินคลองบางหลวง

ที่ตั้ง : 309 ซอยเพชรเกษม 28 แขวงคูหาสวรรค์ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 08 4880 7340

Facebook : บ้านศิลปิน คลองบางหลวง Artist House Bangkok

03
Simply Caf : สปีดบาร์ก็มี

สาวน้อยผมสีทองแดงวัย 64 ปี สวมถุงมือดำ กดช็อตเอสเปรสโซ่จากเครื่องชงอัตโนมัติราคาค่อนล้านคนเดียว ในร้านกาแฟชื่อ ‘Simply Caf’ สาวเท่คนนี้มีชื่อว่า ดวงสมร ตันกายา มีบัดดี้คู่ใจเป็นวิศวกรหนุ่มหน้าใสผู้ไม่อยากจากแม่ไปทำงานไกล จึงตัดสินใจเปิดร้านกาแฟที่เรียบง่ายสมชื่อร้านในย่านรัตนาธิเบศร์

Simply Caf : สปีดบาร์ก็มี

การตกแต่งน้อยแต่มาก ทันสมัย อุปกรณ์ชงกาแฟและเครื่องมือเครื่องใช้ทุกชิ้น ล้วนอยู่ในระดับท็อปฮิตทั้งราคาและคุณภาพ เมล็ดกาแฟหลากหลายในร้านคั่วโดย ‘คุณลูก’ หรือบัดดี้คนที่ถูกเอ่ยถึง ส่วนคุณแม่เป็นมือหลักในการชงกาแฟ และช่วยคุณลูกเป็นงานรอง ส่วนคุณลูกที่คั่วกาแฟขายเป็นหลัก ยามว่างก็มาเสริมทัพเป็นบาริสต้ากับคุณแม่

Simply Caf : สปีดบาร์ก็มี

กาแฟนมรสชาติดี อเมริกาโน่ก็เยี่ยม ขอยกความเด่นให้ช็อตเอสเปรสโซ่ที่นวลละมุน หอมกรุ่นมาก การใช้เครื่องชงคุณภาพเยี่ยมตามราคาค่าตัว ร่วมกับการคั่วเมล็ดอย่างเหมาะสม ทำให้กาแฟแก้วนี้ตราตรึงใจ จนต้องย้อนกลับไปจิบอีกหลายครั้ง ที่สำคัญ ราคาไม่แรง รสชาติกวาดโค้งเข้าเส้นชัย นำโด่งไร้คู่แข่ง แม้จะอยู่ในย่านชานเมืองก็ตาม

Simply Caf 

ที่ตั้ง : 20 ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี (แผนที่)

(ร้านอยู่ริมถนน ถัดจากคอนโด Skyline ประมาณ 50 เมตร ข้าง 7-Eleven ก่อนถึงทางเข้าคอนโดฯ ลุมพินี)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 08 9894 3129

04
Oak-Rong Cafe : เมื่อถึงทีของสโลว์บาร์

สำหรับกาแฟสายพิเศษหรือสเปเชียลตี้ที่เรียกกันว่า ‘สโลว์บาร์’ มีวิธีชงแบบเนิบช้า

ส่วนการชงแบบดริปหรือ Pour Over หมายถึง การรินน้ำลงบนผงกาแฟอย่างทะนุถนอมค่อยเป็นค่อยไป เพื่อดึงเอารสชาติเด่นของกาแฟให้ออกมาแสดงตัวตนได้เต็มที่ น้ำกาแฟจึงยังคงความนุ่มนวลหอมกรุ่นเสมอ

การจะได้ผลลัพธ์เช่นนั้นต้องอาศัยการฝึกปรือบ่อย ๆ จนชำนาญ เฉกเช่นเดียวกับ ป้านก-อรวรรณ สนิธวรรณะ ผู้จัดสรรพื้นที่ของบ้านให้เป็นคาเฟ่ขนาดกะทัดรัด สำหรับยืนดริปกาแฟให้ผู้ที่แวะเวียนมาเยี่ยมเยือน คู่กับลูกชายที่ยังคงชื่นชอบการชงแบบสปีดบาร์ด้วยเครื่องชงเอสเปรสโซ่แมชชีน

Oak-Rong Cafe : เมื่อถึงทีของสโลว์บาร์

กาแฟในถุงจากหลายโรงคั่วที่ตั้งเรียงรายให้เลือก ต้องผ่านการเห็นชอบจากคนทั้งคู่ ด้วยความชอบในวิธีการชงที่แตกต่างกัน ผู้ชื่นชอบกาแฟจึงเลือกเมล็ดกาแฟและวิธีการชงในแบบที่ตนชอบได้ ถ้าเป็นคนรักนมจะเลือกเมนูลาเต้ลายสวยก็ได้ หรือสายดำจะเลือกแบบดริปที่ให้กลิ่นหอมจนทะลุแมสก์ก็ได้ดั่งใจ

นอกจากเสิร์ฟกาแฟเป็นหลักแล้ว ยังบริการเครื่องดื่มอื่น ๆ และเค้กรสชาติดี เสริมด้วยอาหารจานเดียวง่าย ๆ อารมณ์คล้ายไปกินข้าวบ้านเพื่อน โดยมีแม่เพื่อนเป็นผู้ลงมือปรุงให้อย่างเต็มใจ

Oak-Rong Cafe : เมื่อถึงทีของสโลว์บาร์

Oak-Rong Cafe & Aramta Studio

ที่ตั้ง : 134 ซอยติวานนท์ 40 ตำบลท่าทราย อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 07.00 – 17.00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 07.00 – 15.00 น. (ปิดวันอังคาร)

โทรศัพท์ : 09 1452 9955

Facebook : Oak-Rong Cafe & Aramta Studio

05
ร้านกาแฟลุงต่าย : เป็นหนึ่งเรื่องหม้อ

ถึงวัยจะไม่ทะลุหลัก 6 แต่ต้องยอมใจให้เขาคนนี้ สมชาติ บางต่าย หรือ ลุงต่าย มีชื่อลือลั่นในการเป็นมือหนึ่งด้านการใช้อุปกรณ์ชงกาแฟอย่าง ‘หม้อต้มแบบอิตาลี’ ที่เรียกหน้าตาและวิธีการของมันว่า Moka Pot

ร้านกาแฟลุงต่าย : เป็นหนึ่งเรื่องหม้อ

Moka Pot เป็นหม้อต้มกาแฟหน้าตาแปลก แยกออกเป็น 2 ส่วน บนและล่าง มีกรวยใส่กาแฟและวางตรงกลางระหว่างหม้อด้านล่างที่เอาไว้เติมน้ำไม่ให้เกินวาล์วของตัวหม้อ นำหม้อด้านบนมาประกบหมุนให้แน่นพอตึงมือ แล้วนำไปต้ม เมื่อน้ำเดือดจะดันตัวทะลุกรวย ผ่านผงกาแฟบดขึ้นไปให้น้ำกาแฟรินไหลออกทางช่องเล็ก และค้างนองอยู่บนหม้อด้านบนที่ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวล ก่อนนำไปผสมให้เกิดเป็นเมนูต่าง ๆ เช่น อเมริกาโน่น้ำมะพร้าว แต่ที่น่าทึ่งคือการทำกาแฟดำให้ไม่ขม ไม่เข้ม หากแต่นุ่มละมุนลิ้น หนักแน่นด้วยบอดี้ และชูกลิ่นของกาแฟตัวนั้น ๆ ให้ทวีความหอม

ร้านกาแฟลุงต่าย : เป็นหนึ่งเรื่องหม้อ

ร้านลุงต่ายเรียงรายด้วยหม้อต้มที่แขวนอยู่ริมผนัง แต่ละใบเต็มไปด้วยเรื่องราวที่ผ่านกาลเวลามาเกือบสิบปี ตั้งแต่ผมลุงยังดำสนิท เปลี่ยนเป็นแซมขาวแบบไม่ใช่แค่ประปราย จวบจนวันนี้ วันที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จัก ได้รับการยอมรับในเรื่องฝีมือการใช้หม้อที่เชี่ยวชาญชำนาญยุทธของวงการกาแฟบ้านเรา

ร้านกาแฟลุงต่าย

ที่อยู่ : ถนนบรมราชชนนี-คลองบางระมาด แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00 – 18.00 น. (ปิดบริการวันจันทร์และวันพฤหัสบดี)

โทรศัพท์ : 09 0974 5962

Facebook : ร้านกาแฟลุงต่าย

The Cloud Golden Week คือแคมเปญสนุก ๆ ที่ทีมงานก้อนเมฆขอประกาศลาพักร้อน 1 สัปดาห์ เนื่องในโอกาสฉลอง The Cloud ครบ 5 ปี เราเลยเปิดรับวัยอิสระ อายุ 50 ปีขึ้นไป ทั้งนักเขียน ช่างภาพ และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ เข้ามาประจำการแทนใน The Cloud Golden Week ขอเรียกว่าเป็นการรวมพลังวัยอิสระมา ‘เล่าเรื่อง’ ในฉบับของตนเองผ่านสื่อดิจิทัลบนก้อนเมฆ เพราะเราเชื่อว่า ‘ประสบการณ์’ ของวัยอิสระคือเรื่องราวอันมีค่า เราเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงตัวเลข ไม่ใช่ข้อจำกัดของการเรียนรู้

แคมเปญนี้เราร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้วัยอิสระกล้ากระโจนเข้าหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ออกมาพูดคุยกับเพื่อนวัยเดียวกัน พร้อมแบ่งปันเรื่องราวอันเปี่ยมด้วยคุณค่า เพื่อเติมฟืนไฟให้กาย-ใจสดใสร่าเริง

นี่เป็นครั้งแรกที่ทีมงาน The Cloud มีสมาชิกอายุรวมกันมากกว่า 1,300 ปี!

Writer

เพลินพิศ เรียนเมฆ

ทาสแมวชอบหมา แต่หลงรักกาแฟไม่น้อยไปกว่าการอ่านหนังสือและท่องเที่ยว

Photographers

ยุพดี สัตตะรุจาวงษ์

ช่างภาพจากคณะวิทยาศาสตร์ ผสมผสานงานศิลปะ มีใจรักการทำอาหารและขนม

เพลินพิศ เรียนเมฆ

ทาสแมวชอบหมา แต่หลงรักกาแฟไม่น้อยไปกว่าการอ่านหนังสือและท่องเที่ยว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load