อุทัยธานีเป็นเมืองสงบ น่ารัก

ใครได้ไป หลงรักไม่ยาก

เราเองหลงรักอุทัยฯ จากการไปครั้งแรก หลังเยี่ยมไซต์ก่อสร้าง Uthai Heritage ที่กำลังเปลี่ยนโรงเรียนเก่าเป็นบูติกโฮเทล เพื่อมาเขียนบทความในคอลัมน์ Re-Place นี้

ไม่จริง-เราเคยตกหลุมรักไปแล้วครั้งหนึ่ง หลังอ่าน 11 กิจการของคนกลับบ้าน ที่ทำให้อุทัยธานีเป็นเมืองน่ารักเสมอต้นเสมอปลายของเพื่อนผู้ร่วมเดินทางมาด้วยกันต่างหาก

แม้ไม่ได้ไปเที่ยวสำรวจอะไรมากนัก แต่โรงแรมในเล็กๆ ซอยข้างวัดพิชัยปุรณาราม กลับเล่าเรื่องทั้งเมือง-ถ่ายทอดอดีตของชาวอุทัยธานีผ่านบริบทพื้นที่และตัวสถาปัตยกรรม เสมือนเครื่องบันทึกความทรงจำเหนือกาลเวลา

เรากดปุ่มบันทึกเสียงเรื่องราวที่เริ่มขึ้น เมื่อเขา-เจ้าของปัจจุบัน ตัดสินใจกดปุ่มบันทึกอดีตและความหลังของที่นี่เช่นกัน

ภาพ : โอภาส ลิมปิอังคนันต์ และ วรพันธุ์ คล้ามไพบูลย์

ความเป็นมา

ย้อนกลับไป 20 ปีก่อน หลังเลิกกิจการโรงเรียนอุทัยวิทยาลัย โรงเรียนเอกชนแห่งแรกของจังหวัดอุทัยธานีที่นับอายุครั้งก่อตั้งก็เก่าราว 80 ปี ถูกทิ้งร้าง จนแทบจินตนาการภาพไม่ออกว่าในยุคหนึ่งเคยรุ่งเรืองเพียงใด

อาคารไม้หลังงามทรุดโทรมไปตามกาลเวลา หญ้ารกชัฏ ต้นไม้สูงใหญ่ครึ้มเขียวปกคลุมเต็มพื้นที่ พอไม่มีคนอยู่นกมากมายก็มาจับของขออาศัยแทน

และหากพอคุ้นตาอยู่บ้าง ที่นี่เคยเป็นสถานที่ถ่ายทำฉากโรงพักในหนังเรื่อง พรหมพิราม

โรงเรียนอุทัยวิทยาลัย, อุทัยธานี

อันที่จริงโรงเรียนราษฎร์แห่งนี้เคยเปลี่ยนมือจากเจ้าของเดิมสู่นายห้าง ควร พรพิบูลย์ ราว พ.ศ. 2510 นับตั้งแต่วันนั้น นายห้างควรมิได้เข้าไปยุ่มย่ามเรื่องการบริหารจัดการโรงเรียนเลย กระทั่งเจ้าของเดิมเสียชีวิตลง อุทัยวิทยาลัยก็ไม่ได้ดำเนินกิจการใดๆ ต่อ และตอกตะปูปิดถาวร

จนเมื่อ ทันตแพทย์กฤตพล พรพิบูลย์ เจ้าของคนปัจจุบัน มีแนวคิดอยากทำอะไรสักอย่างให้มรดกของคุณปู่กลับมามีชีวิต ประตูอาคารก็ได้รับการเปิดกว้างอีกครั้ง

ทันตแพทย์กฤตพล พรพิบูลย์, โรงเรียนอุทัยวิทยาลัย, อุทัยธานี, Uthai Heritage

“ไม่เคยคิดขายหรือทุบทิ้ง” ทันตแพทย์รีบตอบก่อนเราจะเอ่ยคำถาม

“ตอนเข้ามาดู มันโทรมนะ รก ขี้นกขนออกไปทิ้งด้วยหกล้อหลายคัน มันมีของที่พัง เราไม่ได้ไปโฟกัสว่ามันพัง เราดูของที่มีอยู่มันโอเคไหม ไม้ไม่ได้ผุ เลยคิดว่าจะทำอะไรดี มีตัวเลือกหลายอย่าง ร้านอาหาร ห้องพัก หรือจะรื้อเอาไม้ไปขาย ซึ่งรื้อไปขายนี่คนถามผมมากเลย เพราะโรงเรียนนี้มันอยู่กลางแปลง มันจะได้พื้นที่กว้าง แม้ผมทำโรงแรมอยู่แล้วชื่อพญาไม้ แต่ผมก็ไม่ได้คิดว่านี่จะเป็นโรงแรม สุดท้ายไปเจอคลาสเรียนเปลี่ยนบ้านเก่าเป็นโรงแรม ของอาจารย์ขิง (วรพันธุ์ คล้ามไพบูลย์) ชีวิตเปลี่ยนเลย” เขาเล่าต่อ ก่อนหัวเราะดัง 

ความเป็นไป

หลังได้พบกับ ขิง-วรพันธุ์ คล้ามไพบูลย์ สถาปนิกแห่ง Supergreen Studio ผู้เชี่ยวชาญด้านการรีโนเวตอาคารเก่าเป็นบูติกโฮเทล ทันตแพทย์กฤตพล จึงมีไอเดียทำ Uthai Heritage เป็นบูติกโฮเทล สำหรับเขาจะเป็นอะไรก็ได้ ทำแล้วมันต้องคุ้ม ไม่เสียเปล่า และต้องเกิดประโยชน์กับส่วนรวมด้วย คอนเซปต์ Community Base Hotel จึงเกิดขึ้น

Uthai Heritage รร.อายุ 80 ปีที่กลายเป็นที่พัก เชื่อมคนและเมืองอุทัยผ่านความผูกพันในสถาปัตย์
ทันตแพทย์กฤตพล พรพิบูลย์
ภาพ : โอภาส ลิมปิอังคนันต์ และ วรพันธุ์ คล้ามไพบูลย์

“เรามองว่าจุดขายของการทำโรงแรมถ้าเป็นเรื่องความสวยงามมันไม่เพียงพอ วันนี้สวย วันหน้าก็สวยกว่า เพราะความสวยมันจะทับถมกันไปได้เรื่อยๆ เรามองว่าสิ่งที่จะทำให้บูติกโฮเทลอยู่นาน ชนะโรงแรมใหญ่ คือการทำประโยชน์ให้กับสังคมรอบๆ แต่การทำประโยชน์ให้กับสังคม ไม่ใช่โรงแรมคุณต้องบริจาคเงินนะ แต่มันคือ Community Base Hotel ที่ต้อง Sharing สามเรื่อง

“ข้อแรก เบสิกมาก คือการกระจายรายได้ รวมถึงการจ้างงานคนในท้องถิ่น

“ข้อสอง การสร้างโอกาส ทุกวันนี้คนเข้ากรุงเทพฯ เพราะอยู่บ้านนอกไม่มีโอกาส ถ้าคนหนุ่มสาวมีโอกาสมีรายได้ เชื่อว่าคนก็อยู่บ้าน แล้วประเทศก็เจริญขึ้น เพราะคนเก่งไม่ต้องกระจุกตัวอยู่กรุงเทพฯ โรงแรมเป็นจุดเริ่มต้นของวงจรแบบนั้นได้

“ข้อสาม สร้างการศึกษา โรงแรมก็เป็นแหล่งเรียนรู้ได้ เราจะออกแบบโดยเริ่มจากไอเดียหลักเหล่านี้ เป็นดีเอ็นเอของโรงแรมก่อน แล้วดีไซน์ค่อยเริ่มเข้ามา” สถาปนิกอธิบายเพิ่ม

Uthai Heritage รร.อายุ 80 ปีที่กลายเป็นที่พัก เชื่อมคนและเมืองอุทัยผ่านความผูกพันในสถาปัตย์
ทันตแพทย์กฤตพล พรพิบูลย์

“เราเป็นบูติกโฮเทล พื้นที่ก็เอื้อประโยชน์กับชุมชน เกิดการจ้างงานในชุมชนได้ ถ้าเราคิดคอนเซปต์การท่องเที่ยว ดึงคนเข้ามา ซึ่งเป็นคนที่มีกำลังจ่าย เขาก็มาจ่ายให้คนอุทัยฯ ไม่ใช่ว่าเขาจะมาจ่ายให้เราคนเดียว เราทำโรงแรมอยู่แล้ว เรารู้ว่าจะต่อยอดอะไรได้อีกมาก ขนาดทำพญาไม้รีสอร์ตแบบไม่มีแผน ต่อมาเกิดการท่องเที่ยวในเมืองอุทัยเพิ่มขึ้น เกิดถนนคนเดินตรอกโรงยา เกิดการลงทุนสร้างโรงแรมและร้านอาหารเพิ่มอีกมาก” เจ้าของโรงแรมเสริม

เมื่อพูดถึงเรื่องอนุรักษ์อาคารเก่า คนมักมองภาพว่าต้องเก็บทุกอย่างไว้ให้คงเดิมมากที่สุด แต่สำหรับ อุไทย เฮอริเทจ ตั้งใจเปลี่ยนการใช้งานให้เหมาะสม กระจายรายได้พร้อมการอนุรักษ์ที่สร้างมิติมากกว่านั้น

“ทุกโรงแรมกระจายรายได้หมด บูติกโฮเทลกระจายรายได้มากกว่า เพราะพูดถึงการเคารพคอมมูนิตี้ วัฒนธรรมท้องถิ่น ไปจนถึงธรรมชาติ และสร้างมูลค่าเพิ่มในเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เป็นพื้นที่ที่คนเล็กๆ หรือผู้ประกอบการมีโอกาสเติบโตอย่างมีความเป็นท้องถิ่นสูง และพูดถึงการ Sharing ค่อนข้างเยอะ การจ้างงานจะพูดถึงเชิงสังคมมากกว่าที่โรงแรมใหญ่จ้าง เบื้องหลังของมันยังช่วยดึงลูกค้าที่มีศักยภาพเข้ามา ทำให้เมืองเติบโตไปพร้อมกับการสร้างรายได้ นั่นเป็นเพราะโรงแรมมีเรื่องเล่าของคน วัฒนธรรมท้องถิ่น ยิ่งทำให้คนสนใจเรื่องท่องเที่ยวชุมชน อยากไปดู ไปเห็น มากขึ้นกว่าการมานอนที่ห้องเฉยๆ

“อีกอย่างที่ผมพูดกับคุณหมอเสมอ อุทัยฯ เป็นไอคอนิกของการอนุรักษ์ ไม่ใช่แค่ตึกในเชิงสถาปัตยกรรม งานไม้ Signature Culture หรือตลาด มันมีห้วยขาแข้ง คุณสืบ นาคะเสถียร ก็อยู่อุทัยฯ อย่าง ม.ล.เชน (ปริญญากร วรวรรณ) ที่ถ่ายรูปสัตว์ป่า เวลาเขาจัดนิทรรศการก็มาที่อุทัยฯ เราอยากให้โรงแรมนี้เป็นโรงแรมที่ให้แรงบันดาลใจเรื่องการอนุรักษ์ป่าในวงกว้าง เราเลยตั้งใจให้มีห้องจัดกิจกรรมค่อนข้างเยอะ เพื่อให้กิจกรรมเชิงอนุรักษ์มาจัดที่นี่ได้ แล้วตัวสถานที่ก็พูดถึงการอนุรักษ์ด้านอื่นๆ ด้วย” วรพันธุ์เล่าต่อ 

Uthai Heritage รร.อายุ 80 ปีที่กลายเป็นที่พัก เชื่อมคนและเมืองอุทัยผ่านความผูกพันในสถาปัตย์
ทันตแพทย์กฤตพล พรพิบูลย์

ความเป็นหนุ่มนอกกลับมาอยู่บ้านนอก

เมื่อการอนุรักษ์ในมุมของทั้งคู่ ไม่เพียงเก็บสปิริตเดิมของอาคารเอาไว้ แต่เป็น Creative Business ที่การสร้างรายได้ควบคู่กับการอนุรักษ์ และพัฒนาให้อยู่ในระดับ World Class ความสนุกเลยตกที่การดึงเรื่องราวอดีต ความเฮอริเทจ มาแต่งองค์ทรงเครื่องใหม่ให้เก๋าด้วยรสนิยม

“เราไม่ใช่กรมศิลป์ ไม่จำเป็นต้องเก็บทุกเม็ด อะไรที่ทำให้เขาหล่อขึ้น พราวด์ขึ้น เราทำ เพราะสิ่งที่ทำคือการพัฒนา

“ตั้งโจทย์ว่าอยากให้ลุคเปลี่ยนไปพอสมควร แต่ยังเก็บเอกลักษณ์ไว้ ถ้าเขาเป็นเด็กบ้านนอก ก็เป็นเด็กบ้านนอกที่ส่งไปเรียนเมืองนอก เราดึงประสบการณ์ดีๆ จากโรงแรมที่ปารีสเข้ามาได้ เอามาตรฐานที่เรียกว่า Aesthetic Experience ต่างประเทศเข้ามาใช้ เปลี่ยนระบบการจัดการให้ไฮเทค ไม่จำเป็นต้องเก่ายังไงก็เก็บอย่างนั้น

“สิ่งที่คงไว้คือกลิ่นอายเอกลักษณ์ที่กลมกลืนกับท้องถิ่น สมมติถ้าเป็นคน เขาดูเหมือนกับปราชญ์ชาวบ้านแล้วกัน เหมือนคนต่างจังหวัดที่ดูสมาร์ทมากๆ โชว์ความเป็น Cultural Heritage แต่ขณะเดียวกันก็เผยให้เห็นความสง่างาม

“เก็บตัวอาคารสไตล์ทรอปิคัลเมืองร้อนไว้ ปรับสัดส่วนการใช้ไม้ให้ดูแกรนด์ ประตูหน้าต่างเปลี่ยนเป็นขนาดใหญ่ขึ้น เสริมเสาบางส่วนให้โครงสร้างดูดี จากเดิมตีไม้แบบนอนๆ เราก็เปลี่ยนเป็นแนวตั้ง ตรงไหนที่โดนแดดโดนฝนเยอะ เป็นไม้ไม่ได้ เราก็เปลี่ยนเป็นปูน

Uthai Heritage รร.อายุ 80 ปีที่กลายเป็นที่พัก เชื่อมคนและเมืองอุทัยผ่านความผูกพันในสถาปัตย์
ทันตแพทย์กฤตพล พรพิบูลย์

“หากจะแข่งกับโรงแรมเชนใหญ่ๆ ได้ ต้องแข่งเรื่อง Legacy ว่าคุณทำอะไรให้สังคม มีส่วนร่วมกับคอมมูนิตี้ยังไง แล้วดีไซน์จะเป็นยังไง นี่คือเรื่องของคอนเซปต์ แล้วต่อมาคือเรื่องของตัวเลข ถ้าทำทั้งหมดนี้ได้ ก็จะรู้ว่าจุดคุ้มทุนอยู่ตรงไหน จากนั้นเรื่องที่ซับซ้อนแล้วก็ยากไม่แพ้คอนเซปต์ คือเรื่องของกฎหมายที่ต้องผ่านให้ได้” ผู้ออกแบบเล่าเบื้องหลังแนวคิดให้ฟังอย่างเห็นภาพ 

ความเป็นขั้นเป็นตอนการรีโนเวต

การรีโนเวตอาคารเก่าเป็นโรงแรม สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญอย่างแรก คือเรื่องโครงสร้าง

ตึกไม้สูง 3 ชั้นขึ้นไป มีห้องพักแต่ละชั้นไม่เกิน 20 ห้อง ต้องรับน้ำหนักบรรทุกได้ 200 กิโลกรัมต่อตารางเมตร และต้องมีที่ว่างไม่น้อยกว่า 10 ใน 100 ส่วนของพื้นที่ชั้นที่มากที่สุดของอาคาร

“ความยากของการดีไซน์ตึกนี้คือ เดิมเป็นโครงสร้างไม้ผสมปูนเมื่อแปดสิบปีก่อน จะให้รับน้ำหนักคนได้ตามกฎหมาย ต้องเทคานรัดเสาเดิมเพิ่มความแข็งแรง คือเสริมโครงสร้างเหล็กเข้าไปในเนื้อไม้เแล้วก็เทปูนหุ้ม

“ต่อมาเรื่องเสียง เราตัดพื้นออกเพื่อยัดคานเหล็ก แล้วเหนือคานเหล็กเราก่อผนังปูน เพื่อแยกพื้นให้ขาดออกจากกัน ส่วนผนังก็ก่ออิฐเพิ่มเพื่อให้มีคุณสมบัติของการกันเสียง ซึ่งโครงสร้างพวกนี้ยังช่วยกันไฟด้วย ส่วนโครงสร้างภายนอกที่เพิ่มเข้ามาอย่างห้องน้ำก็ตอกเสาเข็มภายนอกรองรับ” สถาปนิกเจ้าของโปรเจกต์เกริ่นก่อนพาเราเดินไปแต่ละจุดอย่างละเอียด

Uthai Heritage รร.อายุ 80 ปีที่กลายเป็นที่พัก เชื่อมคนและเมืองอุทัยผ่านความผูกพันในสถาปัตย์
ทันตแพทย์กฤตพล พรพิบูลย์

พื้นที่กว่า 1,500 ตารางเมตรแบ่งเป็น 17 ห้องพัก 5 แบบ ที่เหลือเป็นห้องประชุมใหญ่ที่จุคนได้ถึง 200 คน ห้องจัดกิจกรรม ล็อบบี้ เลาจน์ ห้องฟิตเนต ห้องสำหรับแม่บ้าน ครัว และสระว่ายน้ำ

โถงทางเดินเดิมมีบันไดกลางอาคาร เขาทุบเพื่อทำเป็นทางเข้าแล้วย้ายบันไดไปด้านข้าง ในแง่การจัดการ ลูกค้าเดินตัดโซนขึ้นบันไดไปได้เลย

ไม้เก่าอย่างไม้แป ไม้ฝา รื้อถอดออกไปขัดแล้วนำมาประกอบใหม่ หน้าต่างและประตูเดิมเปลี่ยนไปใช้ไม้จากพม่าขยายสเกลให้ใหญ่ขึ้น ส่วนของเก่าเอาไปใช้กับระเบียงเป็นที่ตากผ้า อีกฟังก์ชันคือช่วยหลบสายตาจากความไม่เรียบร้อย

Uthai Heritage รร.อายุ 80 ปีที่กลายเป็นที่พัก เชื่อมคนและเมืองอุทัยผ่านความผูกพันในสถาปัตย์
ทันตแพทย์กฤตพล พรพิบูลย์
Uthai Heritage รร.อายุ 80 ปีที่กลายเป็นที่พัก เชื่อมคนและเมืองอุทัยผ่านความผูกพันในสถาปัตย์
ทันตแพทย์กฤตพล พรพิบูลย์

เสาแต่ละต้นปล่อยเปลือยเปล่าให้เห็นความงามตามฉบับวะบิซะบิ (Wabi-Sabi) เงยหน้ามองบนเพดาน ฝ้าถูกรื้อออกเผยให้เห็นความงามของการเดินตะเข็บเซาะร่อง 2 เส้น

“ศิลปะการทำโรงแรมเนี่ย เรื่องสุนทรียะเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งนี่คือสุนทรียะที่เกิดจากความงามเหล่านี้ เสาจริงกะเทาะไว้แบบไหน เราก็ทิ้งไว้เลย ไม่ฉาบใหม่ ส่วนผนังนี่ก่อใหม่ เราทำเพื่อให้เห็นว่าใหม่กับเก่ามันกลมกลืนอยู่ด้วยกัน” สถาปนิกว่า พลางเรียกให้เราดูระหว่างเสากับผนัง ก่อนชี้ไม้ชี้มือให้เรามองเพดานต่อ

Uthai Heritage รร.อายุ 80 ปีที่กลายเป็นที่พัก เชื่อมคนและเมืองอุทัยผ่านความผูกพันในสถาปัตย์
ทันตแพทย์กฤตพล พรพิบูลย์
Uthai Heritage รร.อายุ 80 ปีที่กลายเป็นที่พัก เชื่อมคนและเมืองอุทัยผ่านความผูกพันในสถาปัตย์
ทันตแพทย์กฤตพล พรพิบูลย์

เดินเข้ามาทางขวามือ เป็นแผนกต้อนรับ ห้องไม่ใหญ่มาก แต่นำพื้นที่ไปเพิ่มในส่วนห้องพักผ่อนของแขก

บริเวณนี้มีความสวยงามอีกตามขนบตึกโบราณซ่อนอยู่ คือเมื่อมองออกไป จะเห็นว่าช่องเปิดนั้นตรงกันหมด 

และไม่เพียงเก็บความ Classsical Planing นี้เอาไว้ คุณหมอยังขนตู้ไม้ ป้ายจากโรงสีเก่าของปู่ผู้เป็นเจ้าของที่ดินมาให้เผื่อวรพันธุ์ใช้ตกแต่งพื้นที่

“ห้องเดิมวางแกนไว้เป็นช็อตๆ ถ่ายรูปยังไงก็สวย ดีไซน์ผนังเหมือน Gallery Wall Museum เลย ให้แสงสาดลงมาเป็น Direct Light ไม่ใช่โล่งทั้งหมด ดูลึกลับมีจังหวะ เราเลยอยากเก็บตรงนี้ไว้” หลังพูดจบเขาคะยั้นคะยอให้เราไปยืนเป็นแบบ เราขอให้เขาไปยืนแทน-งามจริงอย่างเขาว่า

อาคารสไตล์ทรอปิคัลเมืองร้อน เน้นโทนสีเพียง ขาว ดำ เทา และไม้ธรรมชาติ และไม่ลืมออกแบบเรื่องการไหลเวียนของอากาศทั่วทั้งตึกไว้อย่างพอดิบพอดี เพดานสูงโปร่ง โล่งสบาย ทำให้ลมโฟลว์โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องปรับอากาศ

เมื่อขึ้นมายังชั้นสองจะพบกับโถงทางเดินกว้าง และชายคายื่นยาวออกไปอีก 1 เมตร เพื่อกันแดด กันฝน ปกป้องพื้นไม้

Uthai Heritage รร.อายุ 80 ปีที่กลายเป็นที่พัก เชื่อมคนและเมืองอุทัยผ่านความผูกพันในสถาปัตย์
ทันตแพทย์กฤตพล พรพิบูลย์

“ทางเดินข้างหน้านี้มันกว้างมาก สามเมตรกว่า ซึ่งตามกฎหมายทางเดินเขาให้ได้แค่หนึ่งเมตรครึ่ง เราร่นฝาผนังห้องออกไปเพื่อขยายพื้นที่ ก้อนข้างหน้าทำให้พื้นที่เกิดมิติ ส่วนฟังก์ชันเป็นตู้ใส่เสื้อผ้า ตู้ใส่ตู้เย็น เป็นชั้นวางของ ด้านล่างมีช่องเพื่อสอดรองเท้า มีช่องให้เสิร์ฟอาหารด้วยถาดอาหารแบบโรงเรียนได้ อีกแง่ถ้าลูกค้าไม่ต้องการให้รบกวนก็เป็นอีกดีเทลที่คิดมาแล้ว”

Uthai Heritage รร.อายุ 80 ปีที่กลายเป็นที่พัก เชื่อมคนและเมืองอุทัยผ่านความผูกพันในสถาปัตย์
ทันตแพทย์กฤตพล พรพิบูลย์

“ในห้องนอน โชคดีที่ระยะเสาเดิมขนาดกว้างสามจุดแปดเมตร ห้องจึงค่อนข้างกว้าง ส่วนฝ้าก็ถอดออก ให้นอนมองโครงสร้างไม้เดิมของมัน ส่วนฐานรองเตียงทำจากหน้าต่างเก่าทั้งหมด”

Uthai Heritage รร.อายุ 80 ปีที่กลายเป็นที่พัก เชื่อมคนและเมืองอุทัยผ่านความผูกพันในสถาปัตย์
ทันตแพทย์กฤตพล พรพิบูลย์
Uthai Heritage รร.อายุ 80 ปีที่กลายเป็นที่พัก เชื่อมคนและเมืองอุทัยผ่านความผูกพันในสถาปัตย์
ทันตแพทย์กฤตพล พรพิบูลย์

ผนังสีเขียวอ่อนในห้องเรียนสังคมศึกษาเก่า ปรากฏภาพแผนที่ประเทศไทยแจ่มชัด วาดโดยเจ้าของบ้านนกเขา ร้านค้ากึ่งพิพิธภัณฑ์ที่รวมศิลปหัตถกรรมไว้ย่านตรอกโรงยา ซึ่งเขาเคยทำงานที่โรงเรียนแห่งนี้ 

ทั้งคู่ หมอฟัน-หมอบ้าน ลงความเห็นพ้องต้องกันว่าจะไม่ทาทับ ด้วยตั้งใจเก็บกิมมิกเล็กน้อยของอดีตโรงเรียนไว้เช่นเดิม และไม่นานห้องนี้จะกลายเป็นอีกห้องพักหนึ่ง

Uthai Heritage รร.อายุ 80 ปีที่กลายเป็นที่พัก เชื่อมคนและเมืองอุทัยผ่านความผูกพันในสถาปัตย์
ทันตแพทย์กฤตพล พรพิบูลย์
Uthai Heritage รร.อายุ 80 ปีที่กลายเป็นที่พัก เชื่อมคนและเมืองอุทัยผ่านความผูกพันในสถาปัตย์
ทันตแพทย์กฤตพล พรพิบูลย์

ยังมีถ้อยคำ ‘โปรดรักษาความสะอาด’ ตรงทางเดินบันได ที่เก็บเอาไว้เพื่อรักษาบรรยากาศและคงความหมายเช่นเดิม

Uthai Heritage รร.อายุ 80 ปีที่กลายเป็นที่พัก เชื่อมคนและเมืองอุทัยผ่านความผูกพันในสถาปัตย์
ทันตแพทย์กฤตพล พรพิบูลย์

ส่วนสิ่งใหม่ที่เติมเต็มเข้ามา อย่างเช่น การทำป้ายหน้าห้องเป็นกระดานดำและเขียนด้วยชอล์ก ประตูไม้ที่ส่งฉลุลายคล้ายเดิม รวมถึงเฟอร์นิเจอร์มือสองทั้งโรงแรมที่เจ้าตัวผู้ออกแบบลงทุนไปเลือกเอง (เก่าเขาใหม่เรา-เสียงใครสักคนลอดเข้ามา)

Uthai Heritage รร.อายุ 80 ปีที่กลายเป็นที่พัก เชื่อมคนและเมืองอุทัยผ่านความผูกพันในสถาปัตย์
ทันตแพทย์กฤตพล พรพิบูลย์
Uthai Heritage รร.อายุ 80 ปีที่กลายเป็นที่พัก เชื่อมคนและเมืองอุทัยผ่านความผูกพันในสถาปัตย์
ทันตแพทย์กฤตพล พรพิบูลย์
Uthai Heritage รร.อายุ 80 ปีที่กลายเป็นที่พัก เชื่อมคนและเมืองอุทัยผ่านความผูกพันในสถาปัตย์
ทันตแพทย์กฤตพล พรพิบูลย์

ความเป็นคอมมูนิตี้ที่เกิดขึ้นตั้งแต่โรงแรมยังสร้างไม่เสร็จ

“มันเป็นอาคารเก่า มันผูกพันกับคนในจังหวัดอยู่แล้ว มีคนหลายคนเรียนที่นี่ มีคนรู้จักเราเรียนที่นี่ เราก็อยากเก็บความทรงจำไว้ให้กับคนอุทัยฯ ด้วย ตอนแรกไม่รู้ว่าคนอุทัยฯ ยังคิดถึงที่นี่ ไม่รู้ว่าเขารู้สึกมากหรือน้อย แต่เพจที่เราทำออกไปแค่สี่วัน ทำให้รู้ว่ามีคนรักที่นี่มาก ส่วนหนึ่งเป็นคนที่เคยเรียน อีกส่วนเป็นคนที่ชอบอนุรักษ์อาคารเก่า” 

ไม่ทันเห็นน้ำตารื้น คุณหมอเจ้าของโรงแรมรีบเล่าต่อว่าได้ อ้วน-วิรัตน์ โตอารีย์มิตร เจ้าของนามปากกา ญามิลา แห่งร้านหนังสือ Booktopia มาช่วยเขียนเรื่องราวในแฟนเพจเฟซบุ๊ก Uthai Heritage

“ที่มาช่วยคุณหมอ พอดีเห็นว่าน่าสนใจ เพราะจะเป็นโรงแรมที่เชื่อมชุมชนเข้าหากัน เราอยากเพิ่มเลเวลการท่องเที่ยวหรือวัฒนธรรมให้อุทัยฯ ซึ่งมันมีของอยู่ ซึ่งชุมชนเขาจะแฮปปี้ ตื่นเต้นว่าโรงเรียนเก่าของเขา อีกเจนฯ หนึ่งก็จะถามว่าแม่เคยเรียนโรงเรียนนี้ไหม” นักเขียนชาวอุทัยฯ โดยกำเนิด ตอบรับทันที

Uthai Heritage รร.อายุ 80 ปีที่กลายเป็นที่พัก เชื่อมคนและเมืองอุทัยผ่านความผูกพันในสถาปัตย์
ทันตแพทย์กฤตพล พรพิบูลย์

“พอพวกเขาเห็นภาพที่คุณหมอทำใหม่ ก็ชื่นใจว่าโรงเรียนความทรงจำเขาไม่ได้ถูกทุบทิ้ง เลยพูดคุยกันทั้งเมือง เหล่าครูที่เกษียนอายุเขาก็เล่ากันในกลุ่ม แม้แต่ป้าเตียงที่เคยขายขนมด่างอยู่หน้าโรงเรียน พี่สาวพี่อ้วนซึ่งเป็นศิษย์เก่าก็มาเล่าให้ฟังว่าตรงนั้นตรงนี้เป็นอะไร เช่น หลังเสาธงเป็นทุ่งนาทั้งหมด จนพี่อ้วนบอกว่าคงเป็นโรงเรียนที่โรแมนติกมาก สุดถนนตรงนี้เป็นบ้านครูสะอิ้งมาศ อยู่ข้างโรงเรียน ตอนพักเที่ยงเด็กๆ เลยไปเล่นตาเขย่งกันอะไรแบบนี้ ภาพเก่าเขาถูกรีมายด์” เป้-ชุติมา ศรีทอง บรรณาธิการสำนักพิมพ์อารีมิตร ผู้มาร่วมสังเกตการณ์การสัมภาษณ์เพื่อกลับไปทำคอนเทนต์เล่าบ้าง

“ข้อมูลของคนอุทัยฯ ส่วนใหญ่จะถูกบันทึกโดยภาครัฐ ทีนี้เราอยากบันทึกแบบเอกชนบ้าง อยากบันทึกในเชิงความรู้สึกที่มันมีชีวิต แล้วพอดีตระกูลคุณหมอเขามีเรื่องราวมาก มีคุณูปการต่อเมืองอุทัยฯ เป็นคลังข้อมูลได้ แม้กระทั่งที่คุณหมอเล่าว่าปู่ซื้อ ไม่อยากให้โรงเรียนหายไป เราเข้าใจเลยว่าขิงผูกพันกับสิ่งเก่าๆ หมอก็ผูกพันกับอุทัยฯ แล้วที่ Booktopia มาช่วยดูแลคอนเทนต์บางส่วน เกิดจากความผูกพันกับพื้นที่ทั้งสิ้น มันเป็นโรงแรมที่พื้นฐานคือความผูกพัน ไม่รู้ว่าจะเชื่อมคนทั้งเมืองได้หรือเปล่า แต่ในความคิดเราน่าจะเชื่อมได้เยอะ

“ตอนแรกเป็นเพจของโรงแรม ตอนนี้อยากให้เป็นเพจของอุทัยฯ ไปด้วย (หัวเราะ) แอดมินเพจก็มีคุณหมอ เป้ เรา ใช้สิ่งที่เราเคยทำแมกกาซีนมาทำ คิดเป็นคอลัมน์ คล้ายๆ ทำแมกกาซีนให้อุทัยฯ ใช้โรงแรมคุณหมอเป็นที่ตั้ง บางทีเราเล่าเรื่องอื่นไม่เกี่ยวกับโรงแรม เช่น ฤดูหนาวของอุทัยฯ เมื่อสี่สิบห้าสิบปีก่อน ซึ่งเด็กๆ รุ่นใหม่ไม่เคยเห็น เล่าเรื่องถนนที่ยังขี่จักยานสี่คันเรียงกันได้” อ้วนว่าพลางนึกย้อนไปยังอดีตของเมืองแห่งความสงบนี้

เราคิดภาพตามแล้วก็อดยิ้มกว้างไม่ได้

โรงแรมของคนอุทัยฯ คนอุทัยฯ ก็มาช่วยให้มันเกิด-เป็นคอมมูนิตี้ของคนทำที่น่ารักมาก

Uthai Heritage รร.อายุ 80 ปีที่กลายเป็นที่พัก เชื่อมคนและเมืองอุทัยผ่านความผูกพันในสถาปัตย์
ทันตแพทย์กฤตพล พรพิบูลย์

หมอ : อีกหน่อยจะฉายหนังกลางแปลงให้คนมาดู

เป้ : อยากทำเรื่องผ้าพื้นเมือง ทำตลาดเช้าวันอาทิตย์ เน้นเรื่องผ้าของดีในอุทัยฯ ให้ใครก็มาเดินได้ คนมาพักก็เดินได้ ไหนจะเรื่องป่าไม้ ก็ทำได้

ขิง : มีวงออร์เคสตราเล็กๆ หน้าเสาธง มีคนมาเล่นเพลงแจ๊ส

เป้ : วันเปิดจะมีวงนักเรียนที่คุยไว้มาเล่นเปิดให้ด้วยนะ

ขิง : โห แจ๋วเลยนะพี่นะ

เป้ : คุยกับคุณหมอแล้วคิดไว้จะทำหลายอย่าง ทำเวิร์กช็อปให้คนมาพัก

ขิง : เล่นดนตรีในห้องประชุมได้สบายเลย สเกลสองร้อยคน

อ้วน : คิดว่าอยากจัดคอนเสิร์ตด้วย

เป้ : พี่อ้วนเขาคิดเรื่องดนตรีไว้เยอะเลย

อ้วน : อยากให้คนได้มาเที่ยว เลยคิดว่าน่าจะมีกิจกรรมเย็นวันศุกร์ คืนวันเสาร์ เช้าวันอาทิตย์ ให้คนเลิกงานแล้วบึ่งมาเที่ยวได้…

เรากดปุ่มเลิกบันทึกเสียง ก่อนปล่อยให้พวกเขาโยนไอเดียกันต่ออย่างออกรส แค่เริ่มต้น ยังกลายเป็นพื้นที่ที่คนอุทัยฯ เองได้มารวมตัวสนทนากันขนาดนี้

แสงแดดยามบ่ายไล้ลามเลียเข้าทางหน้าต่าง ม่านเบาบางทำหน้าที่กรองแสงเพียงบางส่วน

เบือนหน้ามองลอดผ่านออกไป เสาธงสูงตระหง่าน ยืนหยัดท่ามกลางสนามหญ้าเช่นวันวาน

เสียงพูดคุยยังดังไม่หยุด แต่ฟังแล้ว ก็แทบรอให้ภาพเหล่านั้นเกิดขึ้นจริง-ไม่ไหว

Uthai Heritage รร.อายุ 80 ปีที่กลายเป็นที่พัก เชื่อมคนและเมืองอุทัยผ่านความผูกพันในสถาปัตย์
ทันตแพทย์กฤตพล พรพิบูลย์

Writer

Avatar

ปาริฉัตร คำวาส

อดีตบรรณาธิการสื่อสังคมและบทความศิลปวัฒนธรรม ผู้เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (กับเธอ)

Photographer

Avatar

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

Re-Place

เบื้องหลังการรีโนเวตอาคารเก่า

หากใครเคยได้นั่งรถผ่านตรงข้ามโรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง คงจะสังเกตบ้างว่ามีตึกลายแผนที่โบราณสีขาว-น้ำเงินตระหง่านอยู่

“ลงทุนขนาดนี้ ใครจะชอบตึกลื้อเหรอ” อากงเพื่อนบ้านพูด ไม่รู้ว่ากำลังปรามาสหรือถามด้วยความสงสัยจากใจจริงกันแน่

The Kheha : เพื่อนศิลปินวัยเก๋าร่วมใจเปลี่ยนตึกธนาคารยุค 80 เป็นที่พัก-ร้านอาหาร

แม้ดูจะแปลกตาชาวบ้านแถวนั้นบ้าง แต่ ‘The Kheha’ (เดอะ เคหา) ที่พักนักท่องเที่ยวและร้านอาหารที่อดีตเป็นธนาคารนี้ ก็สร้างมาจากแพสชันในศิลปะของผู้เป็นเจ้าของร้าน อ้อย-อินทิรา ทัพวงศ์ และการร่วมมือออกแบบ ร่วมใจเพนต์ผนังทั้งภายนอก-ภายในของแก๊งเพื่อนคณะมัณฑนศิลป์วัย (กำลังจะ) เกษียณ

เราเห็นกระบวนการก่อร่างของตึกนี้มาแต่ไหนแต่ไร ด้วยพ่อก็เป็นหนึ่งในแก๊งศิลปินที่ว่า

“วันนี้ไปไหน”

“ไปร้าน” พ่อตอบประโยคที่เราคุ้นเคยมาร่วมปี ถึงจะเหนื่อย แต่แน่นอนว่าทุกคนสนุกกับการไปเพนต์ผนังกับเพื่อน

ไม่ง่ายเลยที่ตึกธนาคารยุค 80 จะปรับฟังก์ชันภายใต้ข้อกำหนดยิบย่อยได้อย่างดี ไม่ง่ายเลยที่จะนำศิลปะหลายสไตล์ของคนร่วมสิบมารวมกันให้ลงตัวได้ และไม่ง่ายอีกเช่นกันที่จะเริ่มเปิดทำการภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ควรค่าที่อย่างยิ่งที่จะนำเบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมดนี้มาเล่า

The Kheha ร้านอาหารและที่พักย่านบำรุงเมือง ของเพื่อนศิลปินวัยเก๋าร่วมใจเปลี่ยนตึกธนาคารยุค 80 เป็นที่พัก-ร้านอาหาร

ออกเรือสำเภา

อินทิรา เจ้าของ The Kheha เป็นแฟชั่นดีไซเนอร์ ทำงานอยู่ที่แบรนด์เสื้อผ้าแถวหน้าของเมืองไทยมานาน 40 ปี เธอเคยเป็นอาจารย์พิเศษสอนที่คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร สถาบันที่ตนเองเรียนจบมาด้วย

อินทิรามีพื้นเพเป็นคนบางลำพู ย่านเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยเกสต์เฮาส์-โฮสเทลมากมายให้เห็นจนชินตา ด้วยความเป็นนักเรียนศิลปะ เธอคิดเงียบ ๆ ว่า ถ้านักท่องเที่ยวเหล่านี้ได้สัมผัสการถ่ายทอดความเป็นไทยผ่านงานศิลปะก็คงดี ประจวบเหมาะกับที่ทำเสื้อผ้ามาถึงจุดอิ่มตัว เธอก็คิดอยากทำอะไรที่อยู่ถาวร จับต้องได้ สร้างสรรค์ และแสดงถึงความคิดของตัวเอง ด้วยเหตุนี้ความคิดจะทำที่พักนักท่องเที่ยวจึงแล่นเข้ามาในหัว

The Kheha ร้านอาหารและที่พักย่านบำรุงเมือง ของเพื่อนศิลปินวัยเก๋าร่วมใจเปลี่ยนตึกธนาคารยุค 80 เป็นที่พัก-ร้านอาหาร

“เราเห็นแบบไทยจ๋าไปแล้ว หรือไม่ก็ตะวันตก เป็นโรงแรมหรูหราไปเลย เราก็อยากหาอะไรที่มันมีความสวยงามของศิลปะไทยและตะวันตกมารวมกันอย่างสวยงาม” เจ้าของร้านในลุคเสื้อคอเต่าคิดฝัน “อยากให้เป็นที่รวมคนที่ชอบงานศิลปะ ชอบท่องเที่ยว เป็นที่ของคนรุ่นใหม่ที่ทั้งโมเดิร์นและชอบความเป็นไทย”

‘เพนต์ตึกเป็นแผนที่’ เป็นไอเดียเริ่มต้นของโปรเจกต์ สำหรับเธอ แผนที่สื่อถึงการเดินทางของนักเดินทางทั่วทุกมุมโลก เธออยากให้ตึกของเธอมีลายแผนที่เดินเรือสมัยโบราณวาดไว้ ส่วนภายในตึกก็เป็นภาพวาดตามธีมตะวันออกพบตะวันตกโดยแก๊งเพื่อนคณะมัณฑนศิลป์

หลังจากที่วนหาตึกเหมาะ ๆ ในถิ่นกำเนิดอย่างบางลำพูอยู่หลายรอบแล้วไม่พบจนเกือบถอดใจ เธอก็มาพบกับตึกที่ต้องตาอย่างจังเข้าที่ย่านบำรุงเมือง

The Kheha ร้านอาหารและที่พักย่านบำรุงเมือง ของเพื่อนศิลปินวัยเก๋าร่วมใจเปลี่ยนตึกธนาคารยุค 80 เป็นที่พัก-ร้านอาหาร

“โอ้ว้าว! ตึกเก่า ทรงสวยว่ะ!” อินทิราอุทาน แล้วภาพแผนที่โลกในหัวก็ถูกทาบลงบนตึกนั้นโดยอัตโนมัติ “มันทั้งอยู่สามแยก ทั้งอยู่ตรงข้ามโรงพยาบาล ที่จอดรถไม่มี แต่เราไม่ได้คิดเรื่องฮวงจุ้ยหรืออุปสรรคอะไรเลย เราคิดแค่ว่าถ้าวาดต้องเจ๋งแน่”

ก่อนหน้านั้นเธอได้เกริ่นถึงโปรเจกต์ตามใจตัวเองนี้กับรุ่นพี่คนหนึ่งไว้ว่า หากมีโอกาสได้ทำเข้าจริง ๆ ก็อยากให้รุ่นพี่คนนี้เป็นคนลงมือแปลงโฉมตึกให้ โชคดีที่เมื่อได้เห็นตึกที่อินทิราเล็งไว้ เขาก็ตอบรับทำสมใจ รุ่นพี่คนนั้นคือ สมชาย จงแสง ดีไซเนอร์จาก Deca Atelier และศิลปินศิลปาธร สาขาสถาปัตยกรรมภายในและมัณฑนศิลป์คนแรกของประเทศ

“เราก็เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันที่มัณฑนศิลป์ แล้วอ้อยเขาก็ทำดีไซน์ ทำแฟชั่น เพราะฉะนั้นไอ้เรื่องแพสชันศิลปะมันไม่ต้องคุยแล้วล่ะ เขามีของเขาอยู่แล้ว” สมชายบอกถึงเหตุผลที่ตัดสินใจรับงานนี้ “แล้วอ้อยเขาก็มาแบบง่ายๆ เราไม่เกร็งกับตัวเขา”

เมื่อได้ฤกษ์เริ่มคิดงาน อินทิราก็เริ่มคิดถึงภาพวาดภายในที่เธออยากให้เพื่อน ๆ มาช่วยวาด

“เราไม่คิดถึงคนอื่นเลย เรานึกถึงไอ้เพื่อนที่เราสนิท จะได้ขอร้องให้มาช่วยกันง่ายขึ้น” เธอหัวเราะลั่น “แต่ละคนมีศักยภาพในแนวของตัวเอง คนนี้เก่งด้านเพนต์เนี้ยบมาก อีกคนเพนต์แบบเป็น Abstract อีกคนเพนต์ลายไทย มันก็มีหลากหลาย เลยมาปรึกษาพี่สมชายว่า พี่ ถ้ามันเป็นหลายแนวจะอยู่รวมกันได้มั้ย”

The Kheha : เพื่อนศิลปินวัยเก๋าร่วมใจเปลี่ยนตึกธนาคารยุค 80 เป็นที่พัก-ร้านอาหาร

‘Less is a bore’

แฟชั่นดีไซเนอร์อารมณ์ดีอย่างอินทิราไม่ชอบความมินิมอล เธอเป็นคนชอบเอาอะไรเยอะ ๆ มาอยู่ด้วยกันอย่างสนุกสนาน ซึ่งงานยาก ๆ ตรงนี้จะตกเป็นหน้าที่ของสมชายในการจัดวางทุกอย่างเข้าด้วยกัน

“ปกติเราต้องคิดเองทั้งหมด แต่อันนี้เราเอาสิ่งที่เขามีแพสชันมาทำ มีเพื่อนของเขามาร่วมกันวาดรูป คิดในแง่ของการทำงานมันก็สนุกเนอะ” แม้จะยาก แต่สมชายก็ดูจะเอ็นจอยไม่แพ้กัน

The Kheha : เพื่อนศิลปินวัยเก๋าร่วมใจเปลี่ยนตึกธนาคารยุค 80 เป็นที่พัก-ร้านอาหาร

แปลงตึกธนาคารเป็นที่พำนัก

ดั้งเดิมทีเดียวที่ตั้งของตึกนี้เคยเป็นตึกแถว 3 ห้อง จากนั้นก็ทุบสร้างใหม่เป็นตึกนี้ที่อายุราว 40 ปี ซึ่งเคยใช้เป็นบริษัทเงินทุน และเปลี่ยนมาเป็นธนาคารธนชาตตามลำดับ

สมชายเล่าว่าถนนสวนมะลินี้เป็นย่านธุรกิจใหม่ โดยทั่วไป รอบ ๆ จะเป็นตึกแถวขายเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน เป็นบริษัทของคนจีน ตึกนี้จึงดูแปลกและสมัยใหม่เมื่อเทียบกับตึกอื่น ๆ ในละแวก

“Space เนี่ย มันต้องมี Spirit นะ” สมชายเริ่มเล่าถึงความยากของงานชิ้นนี้ เมื่อสิ่งที่อินทิราอยากได้ไม่ใช่แค่ดีไซน์เท่านั้น แต่เธอต้องการงานศิลปะด้วย “ถ้าเราได้ตึกเก่าย่านรัตนโกสินทร์มา มันจะมี Volumn ของ Space ที่เหมาะ แค่เราใส่อะไรไปนิด ๆ Spirit มันก็จะได้เลย แต่เมื่อเป็นตึกสมัยใหม่ยุค 80 ความรู้สึกก็จะเป็นอีกแบบ”

อย่างที่เคยเห็นกัน ตึกธนาคารที่เก่าหน่อยจะมีความแกรนด์ เมื่อเดินเข้าประตูไปจะพบกับโถงฝ้าสูงแบบ Double Height ซึ่งความแกรนด์นี้ก็ไม่ได้เป็นผลดีเสียทุกครั้งไป สำหรับสมชาย ที่พักควรมีความ Cozy แต่โถงใหญ่ที่นี่ทำให้ตึกนี้ดูคล้ายโชว์รูม โดยการลดทอนความโอ่อ่านี้ก็มีอยู่หลายวิธีด้วยกัน

“ปกติผมจะใช้สถาปัตยกรรมซ้อนเข้าไปอีกทีหนึ่ง แต่อันนี้มันทำไม่ได้ด้วยเงื่อนไขหลายอย่าง วิธีแก้ก็คือ Tone Down มันลงมา เช่น สีเข้มขึ้น ฝ้าลดลง ให้ความรู้สึกมันกระชับขึ้นครับ แล้วก็ทำ Space ที่ใหญ่ให้ Borderless (ไร้ขอบเขต) ซอยแพตเทิร์นกระเบื้องบนพื้นและผนัง อย่าให้เห็นรูปทรงของ Space ชัดเจน”

“อย่างผนังห้องนี้นะครับ จริง ๆ ห้องมันอยู่แค่นี้ แต่เราก็ดึงผนังสีดำนี่ออกไปอีก เพื่อลดความใหญ่ของ Space ข้างล่างลง” สมชายชี้ผนังห้องชั้นลอยที่เรากำลังนั่งคุยกันอยู่ให้ดู “แล้วก็ได้เรื่องความเป็นส่วนตัวของห้องนี้ด้วย พอดึงผนังออกไป คนนั่งกินข้าวข้างล่างก็มองไม่เห็นห้องนี้”

The Kheha : เพื่อนศิลปินวัยเก๋าร่วมใจเปลี่ยนตึกธนาคารยุค 80 เป็นที่พัก-ร้านอาหาร

จริงอย่างที่ผู้ออกแบบตั้งใจ พอดึงผนังออกไป เราก็รู้สึกว่าห้องเงียบสงบและเป็นส่วนตัวพอจะใช้เป็นห้องประชุมได้เลย

นอกจากนั้นยังมีความยากอีก 3 อย่าง 

ยากแรกคือความเป็นสามเหลี่ยมของตึก ทำให้ลำบากในการซอยห้องพักเป็นรูปทรงที่ตอบโจทย์

ยากที่สองคือความแบนของตึกสำนักงาน ทำให้ห้องออกมายังไม่ลงตัวเท่าที่คิด Volumn ของ Space ยังไม่ค่อยไปด้วยกันกับงานเพนต์ของเพื่อน ๆ ตามที่ตั้งใจไว้

ยากที่สามคือเรื่องข้อกำหนดของการทำห้องพักให้เช่าชั่วคราว ซึ่งมีเรื่องทางหนีไฟที่ต้องอยู่ด้านหน้า และเรื่องการห้ามยื่นอะไรออกมานอกถนนตามราชกิจจานุเบกษา จึงต้องย้ายคอมเพรสเซอร์แอร์มาไว้ด้านหน้า และทำฟาซาดตึกเพื่อลดความเป็นโชว์รูมไม่ได้

แม้ด้านดีไซน์จะยังไม่เต็มร้อย ถึงอย่างนั้นอินทิราและสมชายก็พอใจในแง่ของการเป็นที่พักที่มีจำนวนเตียงเพียงพอ มีห้องหลายแบบให้เลือกสรร ทั้งห้องนอนรวมกันมีเตียงสองชั้น สำหรับชาวแบ็กแพ็กที่อยากหาที่นอนง่าย ๆ และห้องเดี่ยวที่มีห้องน้ำในตัว สำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว

“งานดีไซน์ที่ต้องตอบโจทย์ก็คงเป็นหมดนั่นแหละ ต้องปรับให้ได้ตามปัจจัยแวดล้อม” แฟชั่นดีไซเนอร์ให้ความเห็น “อย่างเวลาเราออกแบบเสื้อผ้า เราอยากให้มีตรงนี้ ๆ หน่อย มันก็ไม่ได้ ด้วยเหตุผลว่าติดอันนี้ไปแล้วราคาแพง ติดอันนี้ลูกค้าอาจจะไม่เก็ต มีอยู่แล้ว เพราะเราไม่ใช่ Pure Art มันต้องประกอบด้วยองค์ประกอบหลายอย่าง”

The Kheha : เพื่อนศิลปินวัยเก๋าร่วมใจเปลี่ยนตึกธนาคารยุค 80 เป็นที่พัก-ร้านอาหาร
The Kheha : เพื่อนศิลปินวัยเก๋าร่วมใจเปลี่ยนตึกธนาคารยุค 80 เป็นที่พัก-ร้านอาหาร

จับแพะชนแกะ จับเยอะชนแยะ

เจ้าของโปรเจกต์ตั้ง ‘ความเป็นไทยที่ไม่ใช่ไทยจ๋า มีความเป็นไทยผสมกับตะวันตก’ เป็นโจทย์ให้กับเพื่อน ๆ และรุ่นน้องมัณฑนศิลป์อีก 3 คนที่มาช่วยงาน โดยมีพ่อของเรา ตั้ง-ณัฐพงษ์ เรืองเวส ผู้เป็น Interior Designer เป็นที่ปรึกษาเรื่องหาตัวเพื่อนที่มีสไตล์เหมาะ ๆ มาวาด เรื่องเลือกรูปวาดให้ตรงธีม และเป็นผู้ร่วมวาดเองด้วยอีก 1 คน

“ประเทศไทยนี่มองได้หลายมุมนะ แต่ส่วนตัวเรามองความเป็นไทยในแง่ของความสนุก สดชื่นเฮฮา คาดการณ์ไม่ได้ มากกว่าไทยประเพณี ก็เลยคิดว่าดีแล้วที่มีใครต่อใครมาช่วยกันทำให้ Space สนุก”

เบื้องหลังโปรเจกต์ The Kheha กับการรีโนเวต-เพนต์ผนัง ปรับตึกธนาคารให้กลายเป็นที่พักนักท่องเที่ยวของเหล่าศิษย์เก่ามณฑนศิลป์ ศิลปากร

ตามที่ได้บอกไป ตึกนี้มีลักษณะ Space บางอย่างที่เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นโถงทางเข้าที่ใหญ่โต หรือชั้นอื่น ๆ ที่ฝ้าเตี้ยมาก ๆ เพราะเคยเป็นสำนักงานมาก่อน ดังนั้น อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ดีไซเนอร์หลักอย่างสมชายจะต้องทำ คือพิจารณาว่างานของใครมีคาแรกเตอร์เหมาะจะอยู่ใน Space แบบไหนกันบ้าง

“อย่างจ๊วด ภาพเขาไม่ต้องเป็นห้องก็ได้ ภาพเขาดูทันสมัย เป็นกึ่ง ๆ กราฟฟิตี้ เหมาะจะอยู่ใน Space ที่มัน Borderless” สมชายวิเคราะห์ให้ฟัง งานของ จ๊วด-วรเศรษฐ์ นพอภิรักษ์กุล คือภาพคนที่อยู่บริเวณชั้นล่าง

“ส่วนอันนี้ถ้าไป Borderless มันคงไม่ได้ มันต้องเป็นห้องจบ” สมชายพูดพลางผายมือไปที่ภาพวาดแนวจิตรกรรมฝาผนังของ ต๊อก-ทศพร แสวงการณ์ ในห้องที่เรานั่งคุยกันอยู่ “อย่าง อภิชัย วิจิตรปิยกุล เขาเป็นคนเขียนสวย เขียนเล็ก งานเขาต้องอยู่ในพื้นที่ที่อยู่ได้ ถ้าเราเอางานเขาไปลงในพื้นที่ใหญ่ ๆ อย่างงานจ๊วดมันก็จะหาย มองไม่เห็น”

เบื้องหลังโปรเจกต์ The Kheha กับการรีโนเวต-เพนต์ผนัง ปรับตึกธนาคารให้กลายเป็นที่พักนักท่องเที่ยวของเหล่าศิษย์เก่ามณฑนศิลป์ ศิลปากร

“บางทีก็มีถามกันขำ ๆ ว่า ทำไมฉันไม่ได้มีเขียนอยู่ตรงนั้นตรงนี้บ้าง!” อินทิราเม้าท์เพื่อนออกรส ในที่สุดแล้วก็มีห้องพักทั้งหมด 8 ห้อง ได้แก่ ห้องจิตรกรรม ห้องพวงมาลัย ห้องดอกไม้ไทย ห้องดอกไม้ขาว ห้องลายสักไทย ห้องท้องร่องสวน ห้องลายสักไทย ห้องลายรดน้ำประยุกต์ และห้องลายไทยสตูดิโอ

แล้วก็มาถึงส่วนสำคัญที่อินทิราฝันไว้ตั้งแต่ตอนแรก คือแผนที่ภายนอกอาคารโดยเพื่อนชื่อ ‘สุทิน’ โดยใช้เป็นแผนที่โบราณยุคที่ชาวตะวันตกเดินทางล่าอาณานิคม วาดเป็นลายเส้นและมีภาพเรือสำเภาในแผนที่

“สีที่ใช้เป็นสีที่บอกคาแรกเตอร์ทั้งตะวันตกและตะวันออก เพราะตอนทำคอนเซ็ปต์เรานึกถึงเครื่องลายครามของจีน ของฝรั่ง ที่เป็นสีไวท์-บลู” สมชายบรรยาย

การเพนต์ภายนอกนี้เป็นส่วนที่เหนื่อยที่สุดของโปรเจกต์ สุทินและทีมของเขาต้องใช้การตีสเกลเป็นช่อง ๆ แทน เพราะตึกติดถนน ทำให้ใช้การถอยระยะฉายโปรเจกเตอร์เพื่อวาดเหมือนงานอื่น ๆ ไม่ได้ ทั้งยังต้องตั้งนั่งร้านสูงเท่าตึกสี่ชั้น แล้วคลุมสแลนตามกฎของเทศบาล ระหว่างทำจึงต้องเผชิญกับทั้งความร้อน ทั้งฝุ่น และต้องคำนึงถึงความปลอดภัย วาดรูปไปพร้อมกับสลิง 

The Kheha เป็นที่ที่รวมความร่วมมือของเพื่อนหลายต่อหลายคน บางคนไม่ถนัดวาดก็ช่วยทำโลโก้ บางคนก็ช่วยเขียนคำบรรยาย รวมทุกขั้นตอนใช้เวลาทั้งหมดปีกว่า ๆ

เบื้องหลังโปรเจกต์ The Kheha กับการรีโนเวต-เพนต์ผนัง ปรับตึกธนาคารให้กลายเป็นที่พักนักท่องเที่ยวของเหล่าศิษย์เก่ามณฑนศิลป์ ศิลปากร

“การทำงานของที่นี่แตกต่างจากที่อื่น ที่สำคัญคือมัณฑนศิลป์มันคือการออกแบบ ไม่ใช่ Pure Art ด้วย” อินทิราอธิบาย “แล้วมันก็เป็นการทำงานร่วมกับเพื่อน ๆ ถ้าเป็นคนอื่นก็จะเกรงใจ แต่นี่เรามาลำบากด้วยกัน สนุกด้วยกัน เหมือนมานอนคณะ บางคนก็มาจากต่างจังหวัด มานอนที่นี่

“เอาจริง ๆ ถ้าไม่รักกันจริงไม่มีใครทำให้ มันไม่ได้สบาย ตอนวาดก็ยังเจาะ ฝุ่นเยอะ แอร์ก็ยังไม่ได้ติด เหมือนเขียนงานในไซต์ก่อสร้าง ผิดคาแรกเตอร์ของศิลปิน”

ถ้าเธอเทียบการมาเพนต์ผนังด้วยกันกับการ ‘นอนคณะ’ ได้ ถึงจะเหนื่อยหน่อย แต่จะเรียกโปรเจกต์นี้ว่าเป็นการคืนความสดชื่นของวัยเยาว์ก็ไม่ผิด

เบื้องหลังโปรเจกต์ The Kheha กับการรีโนเวต-เพนต์ผนัง ปรับตึกธนาคารให้กลายเป็นที่พักนักท่องเที่ยวของเหล่าศิษย์เก่ามณฑนศิลป์ ศิลปากร

สนุกกับความเป็นไปได้

“ชื่อ The Kheha มาจากลูกชายนะ” อินทิราเผยตอนใกล้จบ

“สามีแต่งกลอนเก่ง ชื่อที่เขาตั้งจะยากมาก เป็นสวรรค์เป็นอะไร มันเพราะแต่มันไม่ใช่ พอลองคิดว่าเป็นที่พักนักเดินทาง ลูกชายก็บอกว่า เคหาไง แปลว่าบ้าน ภาษาอังกฤษก็เขียนสวยนะแม่”

เส้นทางของบ้านหลังนี้ไม่ได้ราบรื่นเสียทีเดียว หลังจากที่สร้างเสร็จก็เจอกับสถานการณ์โควิด-19 ระลอกแรกปะทะเข้ามาทันที นักเดินทางทั่วทุกมุมโลกมาไม่ได้เหมือนที่คาดไว้ The Kheha ก็ไม่ได้เปิดเต็มทุกฟังก์ชันอย่างที่ตั้งใจ ด้านล่างที่เคยเตรียมไว้เป็นรีเซปชันและ Working Space จึงได้ปรับเป็นร้านอาหาร

เบื้องหลังโปรเจกต์ The Kheha กับการรีโนเวต-เพนต์ผนัง ปรับตึกธนาคารให้กลายเป็นที่พักนักท่องเที่ยวของเหล่าศิษย์เก่ามณฑนศิลป์ ศิลปากร

คอนเซ็ปต์ของการตกแต่งเป็นไทยผสมตะวันตก คอนเซ็ปต์ของอาหารเองก็เช่นกัน โดยเชฟที่มาช่วยทำเมนูออกแบบให้อาหารมีความผสมผสาน อย่างสปาเกตตี้ผัดกะเพรา หรือครัวซองต์กับมัสมั่น ฟังดูไทยแต่ก็มีอะไรใหม่ ๆ เข้าไปด้วย

“มัสมั่นรสชาติเหมือนกินที่บ้านที่แม่เราเคี่ยวเอง แต่ก็ปรุงแต่งอะไรให้มันไปตามคอนเซ็ปต์” อินทิราเล่า ก่อนบอกว่าเมนูเด็ดที่สุดของที่นี่ คือข้าวน้ำพริกกากหมูปลาทูทอดและไข่เจียวมหาศาล (ที่แปลว่าเครื่องเยอะ)

“จากที่เราไม่เคยคิดว่าจะเป็นร้านอาหารอย่างสมบูรณ์ พอทำแล้วกลับประสบความสำเร็จ เราก็เลยโชคร้ายในโชคดี โชคดีในโชคร้าย

เบื้องหลังโปรเจกต์ The Kheha กับการรีโนเวต-เพนต์ผนัง ปรับตึกธนาคารให้กลายเป็นที่พักนักท่องเที่ยวของเหล่าศิษย์เก่ามณฑนศิลป์ ศิลปากร

“Space ที่เคยบอกว่าดูกว้างก็เลยโอเค ไม่ต้อง Cozy แล้ว กลายเป็นร้านอาหารที่เพดานโปร่ง นั่งสบาย ลูกค้าไม่รู้สึกอึดอัดเวลามาทาน”

แม้บาร์ด้านบนดาดฟ้าที่ตั้งใจให้เป็นไฮไลต์จะไม่ได้เปิดใช้เพราะสถานการณ์โรคระบาด ห้องพักหลายห้องที่เตรียมไว้ก็เปิดได้บางห้อง แต่ถึงอย่างนั้นอินทิราก็ยังนำพาความคึกคักมาสู่บ้านหลังนี้จนได้ ด้วยการใช้ Space ที่ยังไม่ได้กั้นเป็นห้องชัดเจนมาจัดนิทรรศการศิลปะ

ปี 2021 เราได้มาร่วมงานนิทรรศการ ‘วันศิลป์ พีระศรี’ อยู่ครั้งหนึ่ง ตอนนั้นอินทิราชวนเพื่อน ๆ ในแวดวงเดียวกันให้นำงานศิลปะเกี่ยวกับอาจารย์ศิลป์มาแสดง ทั้งภาพวาดและประติมากรรม เมื่อวางอยู่ใน Space ที่มีลวดลายฝีมือศิษย์สำนักอาจารย์ฝรั่งแล้วก็ได้บรรยากาศไม่น้อย

“ช่วงที่จัดงานอาจารย์ศิลป์ก็รื้อเมนูที่อาจารย์ชอบขึ้นมาทำ” เจ้าของร้านชาวศิลปากรกล่าว 

“เคยมีเพื่อนของเพื่อนเป็นศิลปินจากนิวยอร์ก มาเช่าพื้นที่เป็นสตูดิโออยู่เป็นเดือน ๆ ด้วยนะ” พื้นที่ที่ว่าคือห้องลายไทย แต่เธอบอกว่า จริง ๆ แล้วทุกชั้นที่มีพื้นที่เปล่า ๆ ใช้เป็นสตูดิโอได้ทั้งหมด “ตอนนี้ก็มีศิลปินจากเยอรมนีกำลังจะมาเหมือนกัน เขาเห็นตึกแล้วมันดึงดูด พอขึ้นไปดูแล้วก็บอกว่าเจ๋งมาก”

“Living in an art space.” อินทิราว่า

เบื้องหลังโปรเจกต์ The Kheha กับการรีโนเวต-เพนต์ผนัง ปรับตึกธนาคารให้กลายเป็นที่พักนักท่องเที่ยวของเหล่าศิษย์เก่ามณฑนศิลป์ ศิลปากร

จากที่คุยกันกว่า 2 ชั่วโมง สำหรับเรา The Kheha คือความไม่คาดฝัน ตั้งแต่แนวคิดของเพนติ้งที่มาจากมุมมองของอินทิราว่า ประเทศไทยสนุกสนาน คาดการณ์ไม่ได้ มาจนถึงการทำงานที่ต้องแก้ปัญหาระหว่างทางกันไม่ได้พัก และเมื่อเปิดใช้งานก็มีการปรับเปลี่ยนฟังก์ชัน ซึ่งผลที่ออกมาก็ดีอย่างไม่น่าเชื่อ

ท้ายที่สุด เราจบลงด้วยการช่วยกันระดมสมองว่า ต่อไปที่นี่จะแปลงร่างเป็นอะไรได้อีกบ้าง ซึ่งก็ได้ข้อสรุปหลวม ๆ ว่า The Kheha ต้อนรับทุกคนที่ชอบศิลปะ เห็นคุณค่าของงานที่ทีมงานช่วยกันลงไม้ลงมือและลงใจเต็มร้อย โดยสามารถติดต่อเข้ามาใช้พื้นที่ในตึกที่ยังว่างได้แบบไม่จำกัดว่าจะใช้ทำอะไร อาจจะทำสตูดิโอ จัดสัมมนา จัดเวิร์กชอป หรือหากอยากเช่าดาดฟ้าไปจัดกิจกรรม รับลมชมดาวก็ได้เช่นกัน

ดูเหมือนว่าตึกลายแผนที่โบราณ อดีตตึกธนาคารนี้จะเล่นสนุกได้อีกเยอะ

เบื้องหลังโปรเจกต์ The Kheha กับการรีโนเวต-เพนต์ผนัง ปรับตึกธนาคารให้กลายเป็นที่พักนักท่องเที่ยวของเหล่าศิษย์เก่ามณฑนศิลป์ ศิลปากร

Writer

พู่กัน เรืองเวส

พู่กัน เรืองเวส

อดีตนักเรียนสถาปัตย์ สนใจใคร่รู้เรื่องผู้คนและรูปแบบการใช้ชีวิตอันหลากหลาย ชอบลองทำสิ่งแปลกใหม่ พอ ๆ กับที่ชอบนอนนิ่ง ๆ อยู่บ้าน

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load