ที่ผ่านมา มนุษย์โลกได้สร้างสรรค์ ผลิตสิ่งต่าง ๆ ออกมาตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเครื่องอุปโภคบริโภค เสื้อผ้าสุดชิค ข้าวของเครื่องใช้ ตึกรามบ้านช่อง และอีกหลากหลายสรรพสิ่ง ซึ่งตามมาด้วยขยะมหาศาลเป็นของควบคู่กัน ในยุคที่เราหนีปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่พ้นอีกต่อไปแล้ว การเลือกใช้สิ่งของที่ใช้งานได้จริง สวย เก๋ มีดีไซน์ ชุบชูหัวใจเราให้พองโตได้ โดยแปรรูปจากขยะเหลือใช้ ช่วยเพิ่มปริมาณสิ่งของสุดเท่ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังช่วยลดปริมาณขยะบนโลกด้วย

ชาวก้อนเมฆจึงอยากชวนผู้อ่านมาชม 10 ผลิตภัณฑ์ Upcycling จากงาน Upcycling Upstyling จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 โดยบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล หรือ GC ร่วมกับคู่ค้าไทยและดีไซเนอร์ไทยมากความสามารถ ร่วมกันคิดค้น ออกแบบ สร้างสรรค์เครื่องใช้ในบ้านดีไซน์เก๋ หลายไอเดียมีเรื่องราวจับใจมาก เป็นตัวอย่างสินค้าที่น่าต่อยอดใช้จริงให้แพร่หลายต่อไปในอนาคต 

คำเตือน : ระวังจะตกหลุมรักขยะเหลือใช้ง่าย ๆ นะ!

Domestic Nursery

Harumiki x TPBI x PAVA

10 ผลงาน Upcycling ฝีมือดีไซเนอร์ไทย เปลี่ยนขยะเหลือทิ้งเป็นของใช้ในบ้านสุดเก๋
10 ผลงาน Upcycling ฝีมือดีไซเนอร์ไทย เปลี่ยนขยะเหลือทิ้งเป็นของใช้ในบ้านสุดเก๋

แผ่นฟิล์มคลุมโรงเรือนสตรอว์เบอร์รีของ Harumiki เมื่อหมดอายุการใช้งานแล้ว ถูกทำความสะอาด บด เป่าขึ้นมาเป็นฟิล์มในรูปร่างใหม่ กลายเป็นผู้ช่วยตัวน้อยคอยดูแลต้นไม้ เจ้า Domestic Nursery แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกช่วยคลุมกระถางและลำต้น ปกป้องต้นไม้จากฝุ่นผงและแมลง มีรูเล็ก ๆ ไว้ระบายอากาศ ส่วนที่สองกักเก็บน้ำ และหยดกลับลงไปในดินเพิ่มความชุ่มฉ่ำ ส่วนสุดท้ายมีหน้าที่ดูดซับแสงแดด ส่องสว่างเป็นเพื่อนต้นไม้ในตอนกลางคืน 

แม้รูปร่างหน้าตาจะเปลี่ยนไป แต่คุณสมบัติของฟิล์มคลุมโรงเรือนยังคงอยู่อย่างครบครัน คอยช่วยโอบล้อมต้นไม้น้อย ๆ ให้เติบโตไปอย่างแข็งแรง

Mello Hello 

Oishi x Enmach x Korakot

10 ผลงาน Upcycling ฝีมือดีไซเนอร์ไทย เปลี่ยนขยะเหลือทิ้งเป็นของใช้ในบ้านสุดเก๋
10 ผลงาน Upcycling ฝีมือดีไซเนอร์ไทย เปลี่ยนขยะเหลือทิ้งเป็นของใช้ในบ้านสุดเก๋

โคมไฟเฉดสีน่ารัก จากดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของ กรกต อารมย์ดี จากแบรนด์ Korakot เมื่อรวมกับฝีมือพันเชือกสี ด้วยเทคนิคการพันเชือกอวนพื้นบ้านยิ่งทวีความน่ารักเข้าไปใหญ่ จับคู่เฉดสีให้เข้ากันหรือตัดกันก็น่ารักจับใจ 

หากไม่บอก คงไม่มีใครรู้ว่าโคมไฟหลากสีที่ชวนให้เราจดจ้องอยู่ในขณะนี้ ทำมาจากถาดเกี๊ยวซ่าและถาดอาหารสำเร็จรูปเหลือใช้ของ Oishi นำมาบด หลอม ฉีดออกมาเป็นเส้น ก่อนนำไปสานให้มีรูปร่างคล้ายสุ่มจับปลา เครื่องมือทำมาหากินของชาวประมงพื้นบ้าน กลายเป็นโคมไฟหน้าตาน่ารัก คอยช่วยสร้างบรรยากาศอบอุ่นระหว่างมื้ออาหาร ให้อิ่มทั้งท้อง อิ่มทั้งใจ

Retuna

Thai Union x Qualy

10 ผลงาน Upcycling ฝีมือดีไซเนอร์ไทย เปลี่ยนขยะเหลือทิ้งเป็นของใช้ในบ้านสุดเก๋
10 ผลงาน Upcycling ฝีมือดีไซเนอร์ไทย เปลี่ยนขยะเหลือทิ้งเป็นของใช้ในบ้านสุดเก๋

รู้หรือไม่ว่าเรือประมงลำหนึ่งจะมีอวนล้อมที่หมดอายุในทุก ๆ 2 ปี เมื่อรวมแล้วจะมีขยะจากอวนมากถึง 1 ตันต่อเรือ 1 ลำ 

Thai Union จึงจับมือกับ Qualy ดีไซน์ผลิตภัณฑ์ Upcycling ที่สื่อและเชื่อมโยงถึงท้องทะเล อวนล้อมที่หมดอายุจึงถูกนำไปเข้ากระบวนการ Upcycle จนออกมาเป็นฝาปิดกระป๋องรูปปลาทูน่าสุดน่ารัก ที่จะว่ายมาชักชวนให้ทุกคนเก็บกระป๋องทูน่าไปล้างและใช้ซ้ำกันเถอะ เอาไปเก็บของกระจุกกระจิกหรือติดกับผนังไว้แขวนกระเป๋าก็ยังได้ จะว่ายมาตัวเดียวหรือว่ายมาเป็นฝูงก็สุดแสนจะน่ารัก

Reperception Brick

RFS x Enmach x PAVA

10 ผลงาน Upcycling ฝีมือดีไซเนอร์ไทย เปลี่ยนขยะเหลือทิ้งเป็นของใช้ในบ้านสุดเก๋

จากแกลลอนน้ำยาฟอกไตเหลือทิ้งของสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กว่าหมื่นใบ บริษัท RFS จึงจับมือกับ Enmach และ PAVA สร้างสรรค์ให้แกลลอนน้ำยาฟอกไฟหน้าตาเดิม ๆ กลายเป็น Reperception Brick อิฐจุน้ำอเนกประสงค์ใน 2 ดีไซน์ สามารถต่อเข้าด้วยกันได้ตามใจอยาก จะต่อเป็นที่นั่ง ผนังบังตา จุดจอดจักรยาน ที่ปลูกต้นไม้ หรือจะเป็นคอนโดเจ้าเหมียวสำหรับชาวทาสแมวก็ย่อมได้ เอาไปใช้ในบ้านหรือนอกบ้าน บอกเลยว่าหายห่วง เพราะคุณสมบัติแข็งแรง ทนทานต่อสภาพแวดล้อม

ไม่แน่นะ ในอนาคตแกลลอนน้ำยาฟอกไตที่เคยต้องใช้แล้วทิ้ง อาจกลายเป็นเฟอร์นิเจอร์หรือศิลปะชิ้นเอกในโรงพยาบาลก็ได้

Waste To Weave

Kewpie x Thantawan x Thinkk

10 ผลงาน Upcycling ฝีมือดีไซเนอร์ไทย เปลี่ยนขยะเหลือทิ้งเป็นของใช้ในบ้านสุดเก๋

แจกัน โคมไฟ และแผ่นรองแก้วหน้าตาน่ารักตรงหน้าคุณนี้ ทำมาจากถ้วยสลัดของ Kewpie ที่เหลือใช้ถึง 1.8 ตันต่อปี นำเข้ากระบวนการบดและผลิตออกมาใหม่ด้วยเครื่องทำหลอดของบริษัท Thantawan จากนั้น Thinkk จึงนำมาถักทอให้เกิดลวดลายเฉพาะตัว กลายเป็นแจกัน โคมไฟ และแผ่นรองแก้วดีไซน์เก๋ จะใช้แยกชิ้นเดียวหรือวางเข้ากันเป็นเซ็ต ไม่ว่าจะวางไว้มุมไหนของบ้านก็ดูอบอุ่นขึ้นมาทันตา

The Mountain

Doikam x Advance Mat x P/S/D

พาชมฝาขวด แกลลอนน้ำ ถาดเกี๊ยวซ่า ถุงน้ำยาซักผ้า ไปจนถึงอวนประมงในเวอร์ชันใหม่ ที่ทั้งน่ารักแถมยังน่าใช้
พาชมฝาขวด แกลลอนน้ำ ถาดเกี๊ยวซ่า ถุงน้ำยาซักผ้า ไปจนถึงอวนประมงในเวอร์ชันใหม่ ที่ทั้งน่ารักแถมยังน่าใช้

ชั้นวางของดีไซน์ไม่เหมือนใคร จากฝีมือของ P/S/D จะเอาไปตั้งแยกชิ้น ชิดมุมกำแพง หรือจะนำมาต่อกันสองชิ้นเป็นสามเหลี่ยมก็ชวนมอง แถมยังตั้งใจดีไซน์รูปร่างสื่อภูเขา ที่มาของวัสดุจากแบรนด์ ดอยคำ แอบบอกไว้หน่อยว่า สีเขียวตุ่นสบายตาของชั้นวางก็ได้มาอย่างเป็นธรรมชาติ จากกระบวนการแยกชิ้นส่วนกล่อง UHT และหลอมขึ้นมาใหม่ของ Advanced Mat 

หากถึงเวลาต้องโยกย้าย ก็แค่ตั้งให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมเข้าด้วยกัน ขนย้ายเคลื่อนที่ไปไหนก็สะดวก

CUBE

Boonrawd x Qualy x Thinkk

พาชมฝาขวด แกลลอนน้ำ ถาดเกี๊ยวซ่า ถุงน้ำยาซักผ้า ไปจนถึงอวนประมงในเวอร์ชันใหม่ ที่ทั้งน่ารักแถมยังน่าใช้

ใครเป็นสาวกการจัดระเบียบตู้เย็นยกมือขึ้น เรารับรองว่าคุณจะต้องรักผลงานชิ้นนี้แน่นอน กล่องเก็บกระป๋อง ทำขึ้นจากฝาขวดน้ำดื่มสิงห์ ของ Boonrawd ที่ผลิตขึ้นมากว่า 1,000 ล้านฝาภายใน 1 ปี THINKK ออกแบบให้เรียบง่าย แต่ก็ยังคงความน่ารักและมากประโยชน์ สามารถเก็บกระป๋องได้ถึง 4 ใบ นอกจากช่วยจัดระเบียบตู้เย็นให้เรียบร้อยแล้ว ยังยกไปปาร์ตี้กับเพื่อนฝูง เพิ่มความเก๋ไก๋ แถมยังรักษาอุณภูมิให้เครื่องดื่มยังเย็นจับใจได้อีกด้วย

DRIP DROP

SNJ x Kasem x Onion

พาชมฝาขวด แกลลอนน้ำ ถาดเกี๊ยวซ่า ถุงน้ำยาซักผ้า ไปจนถึงอวนประมงในเวอร์ชันใหม่ ที่ทั้งน่ารักแถมยังน่าใช้
พาชมฝาขวด แกลลอนน้ำ ถาดเกี๊ยวซ่า ถุงน้ำยาซักผ้า ไปจนถึงอวนประมงในเวอร์ชันใหม่ ที่ทั้งน่ารักแถมยังน่าใช้

ใครว่าถังพลาสติกสีฟ้าจะต้องกลายเป็นถังขยะหน้าบ้านไปเสียหมด แต่ Onion ไม่คิดอย่างนั้น เพราะจับเอาถังพลาสติกสีฟ้าจาก SNJ ที่มักถูกรียูสเป็นถังขยะหน้าบ้านของใครหลายคน มายกระดับขึ้นใหม่ ผ่านการบดและขึ้นรูปใหม่โดย Kasem จนกลายเป็นไฟประดับสวน รูปทรงหยดน้ำ นอกจากช่วยส่องสว่าง ยังทำให้สวนดูชุ่มฉ่ำขึ้นมาซะอย่างนั้น Drip Drop ซ่อนสายไฟไว้ตรงก้าน สามารถตัดขนาดได้ตามต้องการ จะปักไว้เป็นทางหรือสลับสูงต่ำ ก็ช่วยให้สวนหลังบ้านดูมีสไตล์ขึ้นมาทันที

Beyond Basin 

KAO x Kasem x Qualy

พาชมฝาขวด แกลลอนน้ำ ถาดเกี๊ยวซ่า ถุงน้ำยาซักผ้า ไปจนถึงอวนประมงในเวอร์ชันใหม่ ที่ทั้งน่ารักแถมยังน่าใช้
พาชมฝาขวด แกลลอนน้ำ ถาดเกี๊ยวซ่า ถุงน้ำยาซักผ้า ไปจนถึงอวนประมงในเวอร์ชันใหม่ ที่ทั้งน่ารักแถมยังน่าใช้

รู้ไหมว่าถุงน้ำยาซักผ้าก็ช่วยเราทำงานบ้านได้นะ! เพราะกะละมังสุดเท่นี้ ทำขึ้นมาจากซองน้ำยาซักผ้าจากแบรนด์ KAO ที่ถูกผลิตขึ้นมากว่า 14 ล้านถุงต่อปี แม้จะเป็นพลาสติก Multi-Layer ยากต่อการรีไซเคิล แต่ Kasem Plastic ก็นำมาฉีดขึ้นรูปกลายเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ผ่านการออกแบบสไตล์เฉพาะตัวของ ไจ๋-ธีรชัย ศุภเมธีกูลวัฒน์ นักออกแบบและเจ้าของแบรนด์ Qualy เพื่อเป็นผู้ช่วยสำหรับการซักผ้าขนานแท้ 

พาชมฝาขวด แกลลอนน้ำ ถาดเกี๊ยวซ่า ถุงน้ำยาซักผ้า ไปจนถึงอวนประมงในเวอร์ชันใหม่ ที่ทั้งน่ารักแถมยังน่าใช้

Beyond Basin มี 3 ขนาด เลือกหยิบได้ตามปริมาณเสื้อผ้าในแต่ละครั้ง แถมยังช่วยประหยัดน้ำ เพราะหากเสื้อผ้าน้อย ก็ใช้ใบเล็กมาเติมน้ำแต่พอดี หยิบจับก็ถนัดมือ ซักล้างก็คล่องแคล่วเบาแรง เพราะดีไซน์รูปคลื่นที่ก้นกะละมังจะช่วยขยี้ผ้าให้อีกทาง การจัดเก็บก็ง่ายแสนง่าย จัดวางซ้อนกันขึ้นไปเป็นทรงภูเขา เป็น Sculpture ตกแต่งบ้าน หรือจะแขวนไว้กับผนังช่วยให้ประหยัดพื้นที่ก็ได้ เพราะ Beyond Basin ถูกดีไซน์มาให้มีกระจกอะคริลิกข้างใต้ ช่วยย้ำว่านอกจากดูแลเสื้อผ้าแล้ว ก็อย่าลืมหันมาส่องกระจก ดูแลตัวเองบ้างนะ

EVERY DAY

Lion x Advanced mat x Prompt

พาชมฝาขวด แกลลอนน้ำ ถาดเกี๊ยวซ่า ถุงน้ำยาซักผ้า ไปจนถึงอวนประมงในเวอร์ชันใหม่ ที่ทั้งน่ารักแถมยังน่าใช้

ในแต่ละปี Lion ผลิตหลอดยาสีฟันออกมามากกว่า 90 ล้านหลอดต่อปี อีกทั้งกระบวนการผลิตยาสีฟันทุกหลอดต้องตัดเศษปลายหลอดทิ้ง ทำให้มีปริมาณเศษพลาสติกเหลือใช้จำนวนมาก ทั้งเศษปลายหลอดและหลอดที่ใช้จนหมดแล้ว Advanced Mat จึงนำหลอดยาสีฟันมาหลอมขึ้นรูปใหม่ ผสานกับไอเดียสุดน่ารักจาก แชมป์-สมชนะ กังวารจิตต์ จาก Prompt Design กลายเป็นอุปกรณ์บีบยาสีฟันหน้าตาน่ารัก ช่วยให้เด็ก ๆ ที่มักจะงอแงเมื่อถึงเวลาแปรงฟัน หันมาสนุกกับการแปรงฟันมากขึ้น ด้วยคาแรกเตอร์สื่อถึงวันหนึ่งวัน มีทั้งคุณพระอาทิตย์ในวันอากาศสดใส คุณก้อนเมฆในวันฟ้าครึ้ม คุณพระจันทร์ในตอนกลางคืน และคุณสายรุ้งในบรรยากาศหลังฝนตก ให้คุณพ่อคุณแม่ได้ชวนลูก ๆ ไปทำความรู้จักกับคาแรกเตอร์แต่ละตัว พร้อมสอดแทรกวิธีแปรงฟันที่ถูกต้องไปพร้อม ๆ กัน

เอาล่ะ คุณพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว ไปเจอคุณพระอาทิตย์กันหน่อยไหมคะ 

ภาพ : Upcycling Upstyling 2

Writer

นิธิตา เอกปฐมศักดิ์

นักคิดนักเขียนมือสมัครเล่น ผู้สนใจงานคราฟต์ ต้นไม้และการออกแบบเป็นพิเศษ แต่สนใจหมูสามชั้นย่างเป็นพิเศษใส่ไข่

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

29 พฤศจิกายน 2565

“เรื่องนี้เราจะไม่รอ”

เป็นคำพูดที่ นายกฤษณ์ จิตต์แจ้ง กรรมการผู้จัดการของธนาคารกสิกรไทยเน้นย้ำกับ The Cloud เพื่อแสดงเจตนาที่แน่วแน่ในการร่วมเปลี่ยนผ่านสังคมธุรกิจของประเทศไทยไปสู่กระบวนการที่ยั่งยืน แม้เรื่องนี้จะไม่ง่าย แต่ธนาคารยักษ์ใหญ่ก็ยินดีที่จะก้าวออกมาข้างหน้าเพื่อชวนทุกคนเดินไปด้วยกัน

เป้าหมายที่ทุกองค์กรทั่วโลกตั้งใจทำให้สำเร็จ คือเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) ซึ่งครอบคลุมทุกมิติของมนุษยชาติ รวมทั้งสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวเนื่องกันทั้งหมด แนวทางการทำธุรกิจอย่างยั่งยืนโดยคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลที่ดี หรือ ESG ถูกหยิบยกมาใช้บ่อยขึ้น และกำลังจะกลายเป็นขอบเส้นของมาตรฐานการทำธุรกิจในบริบทใหม่ที่ทุกคนต้องเดินตาม

เปลี่ยนวันนี้ ก่อนจะไม่มีโอกาสได้เปลี่ยน และธนาคารกสิกรไทยก็เริ่มต้นมาได้สักพักแล้ว

"ถ้าทำไม่ได้ เราจะไม่พูด” วิถีความยั่งยืนแบบ Walk the Talk ของธนาคารกสิกรไทย

เริ่มต้นที่ตัวเรา

สิ่งสำคัญของการเปลี่ยนผ่านไปสู่ความยั่งยืน คือการชี้วัดอย่างเป็นรูปธรรมของผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด เริ่มจากกระบวนการทำงานภายในองค์กรที่ทำได้ทันที จากนั้นเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับคู่ค้า ลูกค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ ส่วนที่ยากที่สุดคือพฤติกรรมของผู้บริโภคที่อยู่ปลายทาง ซึ่งต้องนำมาพิจารณาด้วย

การจัดการภายในจึงเป็นสิ่งที่เริ่มได้เร็วกว่าทางอื่น

“เรามองมาที่การทำงานของเรา ว่าอะไรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเยอะบ้าง นั่นก็คือรถยนต์ที่เราใช้ เรามีรถเป็นพันคัน สองคือการใช้ไฟฟ้า แม้เราจะไม่ใช่โรงงาน แต่ก็มีสาขา มีสำนักงานขนาดใหญ่ทั่วประเทศถึง 7 อาคาร ซึ่งใช้ไฟฟ้าพอสมควร

“ถามว่าจะไม่ใช้รถหรือไฟฟ้าได้ไหม ก็ไม่ได้ เราพยายามปรับไปใช้น้ำมัน E85 ก็ช่วยลดคาร์บอนได้บ้าง สุดท้ายเราจะเปลี่ยนเป็นรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดในอนาคต ดังนั้น รถหมดสัญญาแล้วก็จะทยอยเปลี่ยนเป็นรถยนต์ไฟฟ้าครับ ส่วนเรื่องการใช้ไฟฟ้า เราติดโซลาร์เซลล์ตามสาขาต่าง ๆ คิดว่าน่าจะประมาณ 200 – 300 สาขาที่ธนาคารเป็นเจ้าของพื้นที่และมีศักยภาพในการติดตั้งได้ จากทั้งหมด 800 สาขาที่มี ก็ช่วยลดค่าไฟได้ 10 – 20% ที่เหลือก็ต้องหักล้างเรื่องคาร์บอนเครดิตเอาอีกที” 

ทุกกิจกรรมทางเศรษฐกิจมีร่องรอยของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งสิ้น

"ถ้าทำไม่ได้ เราจะไม่พูด” วิถีความยั่งยืนแบบ Walk the Talk ของธนาคารกสิกรไทย

Green Transition การเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ที่เป็นไปได้

เป้าหมายที่สำคัญของธนาคารกสิกรไทยในการผลักดันเรื่องความยั่งยืนที่สอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศไทย โดยธนาคารมีความตั้งใจจะปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์จากการดำเนินงานของธนาคาร ใน พ.ศ. 2573 และมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในพอร์ตโฟลิโอของธนาคารตามทิศทางของประเทศ ด้วยชุดความคิดที่เป็นไปได้และทำได้จริงมากกว่าการประกาศเป้าหมายเท่ ๆ

“สิ่งที่ท้าทายคือ พอร์ตสินเชื่อของเรามีถึง 2.4 ล้านล้านบาท ซึ่งใหญ่มาก เราต้องดูว่าจะเริ่มตรงไหน จบตรงไหน ทำได้จริงแค่ไหน ซึ่งเราทำคนเดียวไม่ได้ ขึ้นกับว่าลูกค้าเอากับเราด้วยไหม เราก็ต้องไปเฟ้นหาว่าลูกค้ากลุ่มไหนจะไปด้วยกันต่อ เราเพิ่งจ้างที่ปรึกษาระดับโลกมาวิเคราะห์พอร์ตสินเชื่อของเรา ดูเป็นรายอุตสาหกรรมเลย ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 5 กลุ่มที่เราจะเน้น โดยประเมินออกมาเป็น 3 เซกเตอร์ที่มีบทบาทมากที่สุดคือ 27% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งพอร์ตของเรา ส่วนอีก 2 อันคิดเป็นสัดส่วน 13% ถ้าทำทั้งหมด 5 กลุ่มนี้ ก็จะคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 40% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งพอร์ตของเรา อย่างธุรกิจพลังงาน โรงไฟฟ้าเป็นพอร์ตที่สำคัญซึ่งเกี่ยวข้องกับนโยบายภาครัฐทั้งเรื่องพลังงานทดแทนและโรงไฟฟ้าด้วย เรื่องนี้เราจับตามองอยู่ แต่เราก็ไม่รอนะ เราคุยกับลูกค้าไปเลยว่าพอจะเปลี่ยนตรงไหน อย่างไรได้บ้าง”

บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต่างเข้าใจและรู้ถึงความสำคัญของ ESG รวมทั้งรายงานต่าง ๆ ที่ต้องจัดทำเพื่อให้สอดคล้องกับการกำกับดูแล คุณกฤษณ์มองว่านี่เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

“สุดท้ายเราต้องพูดเป็นตัวเลขออกมาให้ได้ อย่างพวกถ่านหิน เราก็ไม่ปล่อยกู้ให้โรงไฟฟ้าถ่านหินโรงใหม่ เราทำแบบนี้มาได้สักปีหนึ่งแล้ว คือของเดิมที่มีอยู่ แต่ถ้าเขาจะปรับปรุงเพื่อลดการใช้ถ่านหินลง เราก็พร้อมคุย เพราะว่าเป็นการเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ถึงยังไงผมก็ไม่คิดว่าเราจะตัดพวกเขาออกไปได้ เพราะว่าเวลาลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าไปแล้ว เราก็ต้องอยู่กับเขาไปอีก 20 ปี สมมติสร้างโรงงานมา 5 พันล้านแล้ว จะมีใครมาปิดมันง่าย ๆ ดังนั้น ต้องช่วยกันคิดที่จะปรับเปลี่ยนตัวเอง

“ช่วงที่ผ่านมามีประชุมกับกลุ่มนักลงทุนตลอด ล่าสุดมีกลุ่มที่เข้ามาขอคุยเรื่อง ESG อย่างเดียวเลย ดูว่าเราเป็นอย่างไร อันไหนทำได้ อันไหนทำไม่ได้ เราก็รู้สึกดี ผมเองไม่ได้มีคำตอบให้เขาทุกอย่าง แต่เราบอกเขาเรื่อง KBank Way คือ Walk the Talk พูดแล้วก็ทำ ถ้าทำไม่ได้ เราจะไม่พูด”

เรียบง่ายแต่หนักแน่นเอาเรื่อง สำคัญวิถีของธนาคารกสิกรไทย

ความยั่งยืนทำคนเดียวไม่ได้

สิ่งที่เป็นอุปสรรคและความท้าทายของธนาคารคือ การชวนผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็กมาร่วมเปลี่ยนผ่านกระบวนการทางธุรกิจไปด้วยกัน ซึ่งกลุ่มนี้อาจต้องใช้ทั้งแรงผลักและแรงจูงใจมากกว่าบริษัทขนาดใหญ่

“ความท้าทายของเราคือลูกค้าขนาดที่เล็กลงมา ไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ เขาจะมองว่าพอต้องใช้เงินลงทุนที่มากขึ้น แต่ผลตอบแทนหรือกำไรที่ได้อาจจะลดลง แล้วแบบนี้แรงจูงใจที่จะให้เขาทำคืออะไร อย่างลงทุนทำโรงงานสีเขียว 100 ล้านบาท ถ้าเราเป็นผู้ประกอบการก็จะคิดว่าทำไปทำไม อย่างแรกเราต้องมีแรงจูงใจ เราเองต้องไปชวนลูกค้าคุย เอาตัวเลขไปเสนอเพื่อประกอบการตัดสินใจ อันที่สองผมว่าภาครัฐก็ต้องเข้ามาช่วยด้วย ผมคิดว่าภาครัฐควรทำเป็นรายอุตสาหกรรมไป ไม่ต้องทำผ่านระบบธนาคาร บอกไปเลยว่าถ้าใครเดินมาทางนี้ จะได้แบบนี้ ถ้าใครไม่ทำตามนี้ ก็จะเกิดผลแบบนี้ ภาครัฐก็ต้องเล่น 2 บทด้วย” 

ล่าสุด ทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้จัดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการกำหนดนิยามและจัดหมวดหมู่โครงการหรือกิจกรรมในภาคเศรษฐกิจที่ยั่งยืนสำหรับประเทศไทย (Thailand Taxonomy) ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดทำนิยามและหมวดหมู่ เพื่อให้ภาครัฐ ธนาคาร และกลุ่มธุรกิจ มีความเข้าใจตรงกันและมีจุดที่ใช้อ้างอิงในการกำหนดแผนและนโยบายต่าง ๆ ขององค์กร ซึ่งสถาบันการเงินต้องประเมินความเสี่ยง รวมทั้งเปิดเผยข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นอีกก้าวของการร่วมมือกันในวงที่กว้างขึ้น

“ในต่างประเทศเขาบังคับผ่านกฎหมายเป็นรายอุตสาหกรรมเลยนะ เริ่มจากการวัดคาร์บอนก่อน พิจารณาเป็นรายอุตสาหกรรมไป ซึ่งปัจจุบันบ้านเรายังไม่มีเรื่องพวกนั้น ตอนนี้เริ่มแล้วแต่ยังเป็นภาพกว้าง ๆ อยู่ ผมว่าการเปลี่ยนแปลงในช่วงที่ผ่านมา สิ่งหนึ่งที่เห็นคือ เราเอาสิ่งนั้นมาเชื่อมกับธุรกิจเยอะขึ้น ผมเป็นกรรมการผู้จัดการที่ดูแลด้านเป้าหมายสินเชื่อและด้านความเสี่ยง ดูว่าเป็นอย่างไร รายได้มาจากทางไหน เสี่ยงอย่างไร ผมก็เอาเรื่อง ESG ใส่ไปด้วย มันยากขึ้นคือเป้าสินเชื่อก็ต้องทำให้ได้ เรื่อง ESG ก็ต้องทำให้ชัดว่าพอร์ตสินเชื่อเราจะวิ่งไปทางไหน และทำไมต้องเป็นทางนั้น นี่เป็นโจทย์ทางธุรกิจไปแล้ว

“เรามี Climate Pillar เป็นเสาหลักอันใหม่ขึ้นมา คือรวมโจทย์ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมาไว้ด้วยกัน แล้วทางนี้ก็จะเอามาตั้งเป็นเป้า เราอยากเป็นผู้นำด้าน ESG ของภูมิภาคก็ต้องออกมาทำก่อน ทั้งการตั้งเป้าหมาย มีคำมั่นสัญญา ผู้นำในความหมายของเราไม่ใช่ผู้นำที่ทิ้งคนอื่นนะ แต่เป็นผู้นำที่ชวนคนอื่นเข้ามาทำด้วย มีคนถามว่ากลัวคนอื่นมาแข่งมั้ย ผมตอบว่าผมชอบเลย มาแข่งเรื่อง ESG ถือว่าดี ใครมีวิธีดี ๆ หรือเทคโนโลยีอย่างไรก็มาแชร์กัน เรื่องนี้อยากชวนมาแข่งนะ เพื่อทำให้เป็นรูปธรรม จับต้องได้มากขึ้น ตอนนี้เราพยายามสร้างมาตรฐานใหม่และคุยกับแบงก์ชาติ แต่ต้องบอกว่าเรื่องนี้ทำคนเดียวไม่ได้ ต้องร่วมมือกัน ถ้าลูกค้าไม่เอาด้วยก็จะเกิดช้าครับ”

การเปลี่ยนแปลงที่มีผลในวงกว้าง จะฉายเดี่ยวไม่ได้

เป้าหมายความยั่งยืนที่ชี้วัดได้

แล้วตอนนี้ธนาคารกสิกรไทยมีสินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านและความยั่งยืนอยู่เท่าไหร่ 

นี่คือคำตอบ

“ประมาณ 1 – 2 % ของสินเชื่อทั้งหมดครับ เมื่อก่อนมีความท้าทายเรื่องการเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจสีเขียวว่าวัดยังไง ปีนี้เราเริ่มนับแล้ว ตอนนี้จะชัดขึ้นว่าอันไหนได้หรือไม่ได้ อาคารสร้างขึ้นมาแบบประหยัดพลังงานหรือเปล่า สร้างอย่างไร เพราะภาคอสังหาริมทรัพย์เป็นอีกอันที่เราเน้น เนื่องจากปล่อยคาร์บอนเยอะ ต้องมีกระบวนการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมก่อนการพิจารณาเครดิต เราทำมาหลายปีแล้ว อย่างเช่น ลูกค้าอยากทำโรงงานผลิตไฟฟ้าจากขยะ ฟังดูน่าจะกระทบกับสิ่งแวดล้อมและชุมชน เราก็ดูว่าเขากู้เงินไปแล้วจะใช้ทำอะไรบ้าง คืนอะไร อย่างไร มาตรฐานสากลของสิ่งนั้นคืออะไร ปล่อยมลพิษไปแล้วกระทบอะไรมั้ย เทคโนโลยีที่ใช้คืออะไร ถ้าผ่านตามมาตรฐานหมด ก็จะเข้าไปคณะกรรมการของธนาคาร ถ้าเขาไฟเขียวถึงจะเอามาดูต่อ แปลว่าถ้าไม่ได้ตามมาตรฐาน เราก็จะไปคุยถึงปัญหา หา Solution ให้ลูกค้า แต่ถ้ายังทำไม่ได้เราไม่คุยด้วย

“ตอนนี้เราตั้งเป้าเพิ่มสินเชื่อและการลงทุนสีเขียวเข้าไปในระบบอีกสัก 2 แสนล้านบาท เราอยากชวนธุรกิจมาทำกันเพิ่ม เรื่องความยั่งยืนนี้ ธุรกิจขนาดใหญ่ยังไงก็จุดติด แต่ว่าสำหรับผู้ประกอบการรายเล็กและขนาดกลางจะยากหน่อย ส่วนประชาชนทั่วไปก็เป็นเรื่องวิถีชีวิต อย่างรถหรือบ้านที่ประหยัดพลังงาน ก็ต้องปรับเปลี่ยน เราอยากเป็นต้นแบบเรื่องความยั่งยืนให้พวกเขา

"ถ้าทำไม่ได้ เราจะไม่พูด” วิถีความยั่งยืนแบบ Walk the Talk ของธนาคารกสิกรไทย

“ส่วนการตรวจสอบมันก็จะมีกระบวนการอยู่ เราดูว่าเครื่องจักรเขาเป็นไปตามที่กำหนดมั้ย มีทีมลงไปดู มีกระบวนการทบทวนวงเงิน เวลาเราให้เงินใครไป เราก็ต้องไปติดตามและดูแล ถือเป็นความท้าทายเวลาที่เราจะทำเรื่องความยั่งยืนให้ใหญ่ขึ้น บางอย่างอาจต้องมีองค์กรภายนอกเข้ามาช่วย สุดท้ายก็จะเกิดการขยายธุรกิจที่เกี่ยวข้องตามมาด้วย” 

ธนาคารกสิกรไทยประกาศตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนที่ 2.5 หมื่นล้านบาทต่อปี รวมเป็นวงเงินกว่า 2 แสนล้านบาท ภายใน พ.ศ. 2573 แม้ใน 3 ไตรมาสแรกของ พ.ศ. 2565 ตัวเลขจะยังไปไม่ถึงจุดที่หวัง ซึ่งธนาคารได้ให้สินเชื่อไปแล้วกว่า1.6 หมื่นล้านบาท แต่ก็ยังคงผลักดันต่อและคาดว่าขนาดของสินเชื่อใน พ.ศ. 2566 น่าจะโตได้ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ 

“ตัวเลขพวกนี้จะสะท้อนว่าเราทำได้และทำจริงมั้ย ปล่อยไปแล้วเป็นไง ติดข้อจำกัดอะไรบ้าง อีกเรื่องคือแผนที่วางไว้ ลูกค้าเดินด้วยกับเราหรือเปล่า เรามีองค์ความรู้ที่จะขยายไปอุตสาหกรรมอื่นมั้ย ซึ่งโจทย์พวกนี้ต้องรวมไว้ใน Climate Pillar ซึ่งกลายเป็นเป้าหมายของทีมขายไปแล้ว พวกเขาก็รับโจทย์ไป ผมเองก็ถูกคาดหวังให้รายงานตัวเลขพวกนี้ตลอดกับบอร์ดและสื่อมวลชน ผมเชื่อว่าการที่เราแชร์เรื่องพวกนี้ได้ เป็นการตอกย้ำว่าเราทำตามที่สัญญาและเห็นว่ามันสำคัญ”

เมื่อ The Cloud ถามคุณกฤษณ์ว่าเป้าหมายที่ประกาศออกมาดูจะค่อยเป็นค่อยไป ไม่หวือหวา ถือว่าธนาคารระวังตัวไปหน่อยหรือไม่ คำตอบที่ได้น่าสนใจทีเดียว

“ผมว่าบางเรื่องเราทำคนเดียวไม่ได้ จะมาประกาศว่าจะไม่ปล่อยกู้ให้พวกธุรกิจพลังงานเลย หยุดปล่อยกู้หมดถ้าไม่ใช่ธุรกิจสีเขียว ทำแบบนี้เท่ากับเราทิ้งลูกค้านะ ซึ่งไม่ใช่การตัดสินใจที่มีเหตุผล เพราะว่าลูกค้ากับเราต้องไปด้วยกันต่างหาก ผมว่าเราต้องคำนวณเป็นตัวเลขออกมาให้ได้ ถ้าเหมาะสมเราก็จะทำ ถ้าอันไหนทำได้เราก็จะให้คำมั่นสัญญา สิ่งที่เราทำคือ Walk the Talk อันไหนเราสัญญาจะทำ เราทำ แต่สิ่งที่เราจะไม่ทำคือเราจะไม่รอ บางคนบอกว่าเรื่องนี้รอได้ รอคนอื่นทำไปก่อน แต่ที่กสิกรไทยเราไม่รอครับ”

พูดแล้วทำ อันไหนไม่ทำก็ไม่พูด

KBank กับการเป็นผู้นำอุตสาหกรรมการเงินเพื่อความยั่งยืนระดับภูมิภาค บนพื้นฐานของการทำธุรกิจที่คำนึงถึง ESG

ยั่งยืนที่วิถีชีวิตและโอกาสเติบโต

สิ่งที่แยกจากกันไม่ได้สำหรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่สิ่งใหม่ คือการพาทุกคนไปข้างหน้าด้วยกันโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เรื่องการทำธุรกิจอย่างยั่งยืนก็เช่นกัน สิ่งที่ผู้บริหารธนาคารกสิกรไทยเป็นห่วงคือภาคเกษตรกรรม ซึ่งตอนนี้ดูเหมือนทางออกสำหรับเกษตรกรที่อยู่ในระบบนับล้านรายจะยังไม่ชัดเจนนัก ซึ่งเกษตรกรเองอาจจะยังไม่ตระหนักถึงเรื่องนี้ รวมทั้งเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องก็ยังมีราคาสูง บทบาทของภาครัฐจึงสำคัญมากในการออกนโยบายและมาตรการจูงใจเพื่อสร้างจุดเริ่มต้นให้เกิดขึ้น

ชุดความคิดใหม่ ๆ นอกกรอบจึงต้องนำมาใช้กับกระบวนการทางธุรกิจ ซึ่งจะเป็นตัวเร่งที่ดีให้ผู้บริโภคปรับตัวได้เร็วขึ้น

“เรามีโครงการ SolarPlus คือคิดว่าถ้าเราสามารถคุยกับลูกบ้านในหมู่บ้านต่าง ๆ ให้พวกเขาอนุญาตให้ติดโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน โดยที่เราออกเงินให้ เขาไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ลูกบ้านได้ประหยัดค่าไฟ โดยที่ธนาคารปล่อยกู้ให้กับบริษัทที่ติดตั้ง สุดท้ายแล้วลูกบ้านไม่ต้องใช้เงินลงทุน บริษัทติดตั้งก็ได้ธุรกิจเพิ่ม ธนาคารเราได้เรื่องคาร์บอนเครดิต แต่จะยากตรงการขออนุญาตและกระบวนการนี่ล่ะครับที่ต้องผลักดันกันต่อไป นี่เป็นวิธีคิดที่ออกมานอกกรอบ หรืออย่างโครงการส่งเสริมการเช่าจักรยานยนต์ไฟฟ้าแล้วให้มาเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่สาขาธนาคารได้ นี่ก็เริ่มแล้วและจะขยายต่อไป

KBank กับการเป็นผู้นำอุตสาหกรรมการเงินเพื่อความยั่งยืนระดับภูมิภาค บนพื้นฐานของการทำธุรกิจที่คำนึงถึง ESG

“นอกจากมิติของสิ่งแวดล้อม สิ่งที่ธนาคารเราทำได้มากคือมิติด้านสังคม ผ่านโจทย์สำคัญเรื่องความครอบคลุมทางการเงิน ปัจจุบันคนใช้ K PLUS มีประมาณ 20 ล้านรายแล้ว แต่ก็ยังมีรายย่อยที่เข้าถึงบริการสินเชื่อยากลำบาก เราก็พยายามทำให้พวกเขาเข้าถึงเงินได้มากขึ้น ปีที่ผ่านมาเราทำให้รายย่อยเข้าถึงสินเชื่อเพิ่มได้ 5 – 6 แสนราย ปีหน้าก็จะไปต่อ เรื่องนี้ต้องดูควบคู่กับปัญหาหนี้ครัวเรือนด้วยนะ ถ้าดันให้สินเชื่อโตมากเกินไป ก็เหมือนธนาคารทำบาป เพราะต้องดูเรื่องความสามารถในการชำระด้วย หนี้กับรายได้ต้องโตคู่กัน หน้าที่เราคือต้องให้กู้กับคนที่เขาชำระหนี้คืนได้ ไม่ใช่ปล่อยให้กับคนที่เขาใช้หนี้แล้วไม่เหลือเงินกินใช้เลย การไปไล่เติมหนี้ฝั่งเดียวมันทำได้ชั่วครั้งชั่วคราว ต้องทำให้เขาเติบโตขึ้นด้วย การทำให้เข้าถึงแหล่งเงินเป็นแค่การเปิดประตู แต่การทำให้เขาเติบโตต่างหากคือสิ่งที่ยั่งยืน”

ปรับที่วิธีคิด เปลี่ยนที่กระบวนการ 

นี่คือก้าวใหม่ที่น่าจับตาของธนาคารกสิกรไทย

Writer

มนต์ชัย วงษ์กิตติไกรวัล

นักข่าวธุรกิจที่ชอบตั้งคำถามใหม่ๆ กับโลกใบเดิม เชื่อว่าตัวเองอายุ 20 ปีเสมอ และมีเพจชื่อ BizKlass

Photographer

วรุตม์ ไฉไลพันธุ์

เมื่อก่อนเป็นช่างภาพหนังสือเดินทาง ปัจจุบันเป็นช่างภาพกักตัวครับ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load