28 ธันวาคม 2564
12 K

เป็นเรื่องน่ายินดีที่เราได้เห็นหลายคนใช้ชีวิตประจำวันกันแบบห่วงใยสุขภาพของโลกมากขึ้น ทั้งลดใช้ถุงพลาสติก พกหลอดประจำกาย พกกล่องข้าวประจำตัว รีไซเคิลข้าวของเครื่องใช้ ทั้งยังนำสิ่งของที่ยังไม่หมดอายุขัยกลับมาใช้ซ้ำ ไม่ว่าจะเป็นถุงกระดาษ กล่องพัสดุ เศษกระดาษ และอีกสารพัดสิ่ง แต่สำหรับผู้ประกอบการ หนทางรักสิ่งแวดล้อมยังหมายถึงการเพิ่มมูลค่าให้สิ่งของเหลือใช้เหล่านั้น ให้กลับมามีคุณค่า น่าใช้ น่ารัก และน่าสนุกกว่าเคย 

เราจึงอาสาพาผู้อ่านไปชมไอเดียสุดเจ๋งในงาน Upcycling Upstyling ที่เวียนกลับมาอีกครั้งเป็นปีที่ 2 โดยบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล หรือ GC เปิดให้คู่ค้าและดีไซเนอร์มาร่วมกันออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ในรูปแบบ ECO-Design หยิบจับขยะพลาสติกมาแปลงร่างเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน เนรมิตของเหลือทิ้งให้กลับมามีค่า มีชีวิตชีวา และมีสไตล์อีกครั้ง เป็นโปรดักต์ต้นแบบที่น่าเอาเยี่ยงอย่าง เพื่อพัฒนาเป็นสินค้าใช้จริงในบ้านได้ในอนาคต

SWING COLLECTION

Patom x MBJ x Jird

10 วัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ฝีมือดีไซเนอร์ไทย ที่หยิบจับขยะมา Upcycling จนน่าใช้
10 วัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ฝีมือดีไซเนอร์ไทย ที่หยิบจับขยะมา Upcycling จนน่าใช้

ม้านั่งและชิงช้าหน้าตาเป็นมิตร หากตั้งอยู่ใกล้ ใจคงเรียกร้องบอกให้ลองลงไปนั่งดูสักครั้ง ตั้ม-ดร.ศุภพงศ์ สอนสังข์ จากแบรนด์ Jird ตั้งใจดีไซน์ให้เข้าถึงกับทุกวัยในบ้าน ทั้งยังตั้งนอกบ้านได้อย่างหมดห่วงเรื่องปลวก เพราะ Swing Collection ทำจากวัสดุไม้เทียมจากถังแกลลอนพลาสติก และเศษไม้เหลือทิ้งจาก Patom Organic Farm นำมาเข้ากระบวนการ Upcycle โดยบริษัท MBJ ให้ไม้เทียมแข็งแรง ทนแดด ทนฝน แถมยังประกอบและเคลื่อนย้ายง่าย จะวางตั้งเป็นม้านั่งไว้อ่านหนังสือ หรือกลับด้านแล้วแขวนกับต้นไม้ เป็นชิงช้านั่งแกว่งเล่นยามเบื่อก็น่าสนใจ

Chair + Desk From Nescafé Sachet

Nestle x TPBI x Stu

10 วัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ฝีมือดีไซเนอร์ไทย ที่หยิบจับขยะมา Upcycling จนน่าใช้

ใครจะไปคิดว่าซองกาแฟเล็ก ๆ จะกลายเป็นของใช้ได้! Nestle ผลิต Nescafé ออกมามากว่าพันตันต่อปี นอกจากแผนการอันใกล้ที่จะปรับเปลี่ยนซองใหม่ ให้ง่ายต่อการรีไซเคิลยิ่งขึ้น เพราะอยากลดปริมาณขยะจากต้นทาง ซองกาแฟที่อยู่ปลายทางยังถูกเก็บรวบรวมกลับคืนมาด้วยฝีมือผู้บริโภค ผ่านโครงการส่งชิงโชคประจำปี STU จึงเนรมิตซองกาแฟเหลืองทิ้งให้กลายเป็นเซ็ตโต๊ะเก้าอี้ลายไม้ ดีไซน์เรียบง่าย แต่รองรับน้ำหนักได้ดี แถมยังคิดเผื่อเรื่องการติดตั้งและขนส่ง เพราะ Chair + Desk From Nescafé Sachet สามารถถอดออก ประกอบใหม่ได้ง่ายแสนง่าย ด้วยระบบ Interlock ให้วัสดุแต่ละแผ่นเชื่อมต่อเข้ากันอย่างลงล็อก โดยไม่ต้องใช้ตัวช่วยสักชิ้น

WONLOOP Furniture Set

WON x 4F x TPBI x Jird

10 วัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ฝีมือดีไซเนอร์ไทย ที่หยิบจับขยะมา Upcycling จนน่าใช้
10 วัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ฝีมือดีไซเนอร์ไทย ที่หยิบจับขยะมา Upcycling จนน่าใช้

ถุงพลาสติก ขยะสุดคลาสสิกที่มีอยู่ทั่วทุกมุมถนน ถูกนำมาผสมผงไม้ แปรรูปจนกลายเป็นชั้นวางของ กระจก ราวแขวนผ้า และม้านั่งลายไม้ธรรมชาติ ไม้แต่ละแผ่นเชื่อมต่อกันด้วยข้อต่อรูปอินฟินิตี้ ที่ดีไซเนอร์ผู้ชำนาญงานไม้อย่าง ตั้ม-ดร.ศุภพงศ์ สอนสังข์ จากแบรนด์ Jird พัฒนามาจากข้อต่อรูปผีเสื้อ นิยมในเฟอร์นิเจอร์งานไม้หลากหลายประเภท ที่ต้องใช้ความชำนาญและแม่นยำมาก เพื่อให้ง่ายต่อการเจาะสำหรับช่างไม้มือใหม่ แต่ยังคงความแข็งแรงไม่ต่างกัน

Recycle Styling Terrazzo

Amazon x BPI x Pia

10 วัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ฝีมือดีไซเนอร์ไทย ที่หยิบจับขยะมา Upcycling จนน่าใช้
10 วัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ฝีมือดีไซเนอร์ไทย ที่หยิบจับขยะมา Upcycling จนน่าใช้

Terrazzo ไม่จำเป็นต้องหนักอีกต่อไป! เพราะ Pia หยิบจับเอาแกลลอนนมสดและถุงฟอยล์ใส่กาแฟสีเขียวสดของ Amazon ที่เหลือทิ้งในแต่ละวัน ผ่านกระบวนการตัด บด อัดแผ่น โดย BPI กลายเป็นวัสดุพื้นผิวที่มีลักษณะคล้าย Terrazzo หรือหินขัด ที่เห็นกันจนคุ้นตาตามตึกรามบ้านช่องสมัยก่อน หรือแม้แต่ในคาเฟ่สุดชิคในปัจจุบัน มาทำให้มีน้ำหนักที่เบาลิบต่างจากหินขัดของจริง แต่ยังคงลักษณะพิเศษของถุงฟอยล์ที่ส่องประกายเล่นแสงไฟในอาคาร นำมาใช้ทำหน้าโต๊ะ ตกแต่งผนัง หรือเคาน์เตอร์ครัวก็จ๊าบ

Variations of Void

P&G x BPI x Onion

10 วัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ฝีมือดีไซเนอร์ไทย ที่หยิบจับขยะมา Upcycling จนน่าใช้
10 วัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ฝีมือดีไซเนอร์ไทย ที่หยิบจับขยะมา Upcycling จนน่าใช้

ประตูสีชมพูบานโต หากไปอยู่ไว้ที่ไหนก็คงเพิ่มความสดใสให้ผู้ที่ผ่านไปมาได้ไม่น้อย และหากยิ่งได้รู้ว่าทำมาจากซองแชมพูเหลือทิ้งอย่างซอง Rejoice จาก P&G ด้วยแล้ว คงยิ่งเพิ่มความใจฟูเข้าไปใหญ่

ศิริยศ ชัยอำนวย และ อริศรา จักรธรานนท์ จาก Onion อยากให้ประตูบานนี้มีสีสัน ลักษณะเดิมของซอง Multi-Layered Foil Sachet ที่มีความวิบวับ และยังคงเอกลักษณ์จากฟอยล์อยู่ BPI หรือ บริษัท เบสท์ โพลิเมอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จึงนำซองแชมพูไปอัดแผ่น กลายเป็นประตูที่มีสีและลักษณะของซอง Sachet ไว้อย่างครบครัน หยิบจับลูกเล่นของประตูแบบไทยที่เลือกเปิดได้หลายแบบมาใช้ ให้เปิดใช้งานได้หลายวิธี ทั้งบานกระทุ้ง บานเปิด หรือจะเป็นประตูบานน้อยสำหรับสัตว์เลี้ยงก็น่ารัก

SWAG Project

TARF x BPI x Pia

พลาสติก PP และขวด PET จาก TARF ถูกเก็บมาจากสนามบินสุวรรณภูมิ ในโครงการส่งพลาสติกกลับบ้านและโครงการแยกขวดช่วยหมอ ถูกนำเข้ากระบวนการตัด บด อัดแผ่น โดย BPI ผ่านการออกแบบจาก Pia ให้กลายเป็นวัสดุพื้นผิวสีขาวประกายเขียวสดใส แข็งแรง ใช้ทดแทนแผ่นคอนกรีตและวัสดุโปร่งใสสำหรับใช้แทนกระจก ต่อยอดทำสะพานลอย ที่นั่งพัก หรือพื้นที่สาธารณะได้อย่างไม่จำเจ

คงน่ารักไม่น้อย หากเรามีสถานที่ส่วนรวมไว้พักผ่อนหย่อนใจ เพิ่มพูนความสุขให้คนในชุมชน แถมยังช่วยลดขยะบนโลกด้วย

TALKING WALLS

SIG x ADVANCED MAT x PROMT

กำแพงที่ต้องตั้งทนแดดทนฝนอยู่เฉย ๆ วันหนึ่งกลับสื่อสารกับเราได้ 

แชมป์-สมชนะ กังวารจิตต์ จาก Prompt Design หยิบจับกล่องนม UHT จาก SIG ขยะประเภทที่มักถูกเมินอยู่บ่อย ๆ เพราะเป็นพลาสติก Multi-Layer ประกอบไปด้วยชั้นพลาสติก ชั้นเคลือบโลหะ และอื่น ๆ ที่ยากต่อการนำไป Recycle นำเข้ากระบวนการ Upcycle ด้วยเทคนิคเฉพาะของ Advanced Mat สู่บล็อกช่องลมดีไซน์พิเศษจำนวน 8 ชิ้น แม้จะน้อย แต่ออกแบบมาแล้วว่าต่อตัวเลขและตัวอักษรภาษาอังกฤษได้ทั้งหมด ใช้สื่อสารออกมาเป็นคำพูดได้อย่างไม่รู้จบ 

Field Bed & Stool Chair

Ichitan x Feltech x Stu

ขวดพลาสติกไม่ใช่ตัวร้าย! 

นี่คือแนวคิดไอเดียที่ทำให้ขวดพลาสติกจาก ichitan ถูกนำมากลับมา เข้ากระบวนการคัดแยก บด ฉีดเส้นใย และอัดแผ่น ด้วยวิธีเฉพาะของ Feltech ผู้เชี่ยวชาญในการผลิตผ้า Nonwoven ผ้าที่ไม่ได้เกิดจากการถักทอ แต่เกิดการจากขึ้นรูปด้วยเส้นใยโดยตรง เรียกว่าเฟลท์ (Felt) วัสดุที่มีลักษณะพิเศษ ผิวสัมผัสนิ่ม แต่แข็งแรง ทนทาน ดูดซับเสียง และไม่กักเก็บเชื้อโรค

Stu/D/O จึงดีไซน์แผ่นเฟลท์ให้เป็นเก้าอี้สตูลและเตียงสนาม ผ่านการออกแบบโดยใช้แผ่นเฟลท์เพียงแค่ 3 แผ่น นำมาพับ สอดประสานกันในวิธี Origami ศิลปะการพับกระดาษแบบญี่ปุ่น ให้เกิดมิติทางโครงสร้างที่แข็งแรง จนกลายมาเป็นเตียงสนามและเก้าอี้สตูลดีไซน์ดี แม้วางไว้เฉย ๆ ก็ช่วยให้บ้านดูเก๋ขึ้นทันตา 

Share to Chair

Arrow x Thainam x P/S/D

นอกจากขยะที่เกิดจากกระบวนการทางอุตสาหกรรมแล้ว แพ็กเกจจิ้งก็เช่นกัน ที่แม้จะทำหน้าที่ดูแลผลิตภัณฑ์และช่วยมัดใจลูกค้าไว้ในบางคราว แต่สุดท้ายก็กลายเป็นขยะอีกชิ้น แล้วจะทำอย่างไรล่ะ ให้ขยะที่ออกไปกลับมาสร้างคุณค่าได้อีกครั้ง

Arrow มีจำนวนถุงพลาสติกใส่เสื้อไม่น้อยกว่า 40 ตันต่อปี P/S/D จึงเกิดไอเดียนำพลาสติกเหลือใช้มาทำให้กลายเป็นเส้นใยพลาสติก โดยกระบวนการแปรรูปของบริษัท Thainam นำมาผสานเข้ากับแถบผ้าเหลือใช้จากกระบวนการผลิตเสื้อผ้า จนกลายเป็นชั้นวางของอเนกประสงค์และเก้าอี้ที่มีหน้าตาและฟังก์ชันท่าไม้ตายให้ได้ปรับเปลี่ยน เลือกใช้ตามความต้องการถึง 7 แบบ เพียงแค่แกะแถบผ้ามาพันใหม่ จากชั้นวางก็จะกลายเป็นเก้าอี้ตัวโปรดทันที

สานสัมพันธ์ หมายเลข 2 

Siam Recycle x KKF x KORAKOT

เก้าอี้ แผงกั้นสายตา และหัตถกรรมตกแต่งผนังสีสันสะดุดตา ลวดลายสะดุดใจ จากแหอวนที่ถูกทิ้งลงในทะเลจังหวัดระยอง Siam Recycle นำแหอวนมาทำความสะอาด ชะล้างคราบเกลือ จากนั้นบด หลอม ผลิตเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิล นำมารวมกับแหอวนที่เกิดจากขยะอุตสาหกรรมจากบริษัทขอนแก่นแหอวน หรือ KKF นำมาขึ้นรูปเส้นใย ผูกมัดด้วยเทคนิคเงื่อนกระตุกเบ็ด ฝีมือชาวบ้าน อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ออกมาในสไตล์ที่มีเอกลักษณ์ของ กรกต อารมย์ดี แบรนด์ KORAKOT ผ่านแรงบันดาลใจที่ต้องการสื่อถึงท้องทะเล จนเกิดเป็นเก้าอี้ในรูปทรงและเฉดสีคล้ายดอกไม้ทะเล แผงกั้นสีสันร้อนแรงที่สื่อถึงพระอาทิตย์ และหัตถกรรมตกแต่งผนังลวดลายคลื่นในสีโทนเย็นสบายตา เพื่อให้รับรู้ที่มาของวัสดุ ตระหนักถึงการทิ้งขยะลงท้องทะเล สร้าง Value Chain ให้แก่แหอวน เพื่อลดการทิ้งและสนับสนุนให้คนเก็บมารีไซเคิลกันมากขึ้น

ภาพ : Upcycling Upstyling 2

Writer

Avatar

นิธิตา เอกปฐมศักดิ์

นักคิดนักเขียนมือสมัครเล่น ผู้สนใจงานคราฟต์ ต้นไม้และการออกแบบเป็นพิเศษ แต่สนใจหมูสามชั้นย่างเป็นพิเศษใส่ไข่

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

“หนังสือเล่มนี้ไม่ได้จะมาเล่าเรื่องราวของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ แต่ตั้งใจบอกเล่าเรื่องราวของนักฝันคนหนึ่งที่มองไปยังเส้นทางในอนาคตด้วยวิสัยทัศน์ที่น่าอัศจรรย์”

ข้อความขึ้นต้นในพ็อกเก็ตบุ๊ก ‘The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคต พอจะทำให้เห็นภาพการเล่าเรื่องในหลวงรัชกาลที่ 9 ในมุมมองใหม่ การกลั่นกรองข้อมูลมหาศาลเป็นหนังสืออ่านง่ายขนาดถนัดมือ เป็นความตั้งใจของทีมงาน ‘สานต่อที่พ่อทำ’ ที่อยากถ่ายทอดแนวคิดการทรงงานของพระราชาให้เรียบง่ายที่สุด ไม่ใช่เพียงเพื่อชื่นชมพระองค์ในฐานะกษัตริย์ แต่มองเห็นหลักการทำงานและใช้ชีวิตของคนทำงานคนหนึ่ง ซึ่งผู้อ่านสามารถแกะรอยและลงมือปฏิบัติตามได้จริงทันที

เราได้มีโอกาสพูดคุยกับทีมงานสานต่อที่พ่อทำ จึงได้รู้ว่าไอเดียเบื้องหลังการทำหนังสือเล่มนี้ไม่ธรรมดา ที่สำคัญคือ ‘The Visionary’ ไม่มีวางแผงขาย เพราะกำลังเปิดให้จอง และจะแจกให้คนไทยที่สนใจฟรีๆ ในเดือนกันยายนที่กำลังมาถึง

ก่อนลงมือสั่งจองหนังสือ มาทำความรู้จักที่มาที่ไปของหนังสือในหลวงที่แปลกที่สุดเล่มหนึ่ง และเหตุผลที่ควรอ่านหนังสือเล่มนี้ให้จบรวดเดียวกันดีกว่า

´The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคตเป็นหนังสือสำหรับคนไทย

1. เล่าเรื่องที่ใครๆ ไม่เคยรู้

เบื้องหลังโครงการ ‘สานต่อที่พ่อทำ’ คือกลุ่มคนที่ทำงานด้านสื่อสารมวลชน นักคิด นักเขียน ครีเอทีฟ ผู้กำกับหนังโฆษณา ซึ่งรวมตัวกันกลางปี 2559 เพื่อทำงานบอกเล่าเรื่องราวพ่อของแผ่นดิน ในวาระที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ครองราชย์ครบ 70 ปี และจะมีพระชนมพรรษา 90 พรรษาในปี 2560 แม้เหตุการณ์ไม่คาดฝันในเดือนตุลาคมปีที่แล้วทำให้โครงการชะงัก แต่สุดท้ายทีมงานทั้งหมดก็ตัดสินใจเดินหน้าทำงานกันต่อ เกิดเป็นหนังโฆษณาชุดสานต่อที่พ่อทำ 9 เรื่อง, ทริป ‘เดินทางพ่อ’, การ์ตูนเด็ก, และเพจ Facebook สานต่อที่พ่อทำ โดยทีมงานกลุ่มสุดท้ายสนใจถ่ายทอด untold story ของในหลวง ไม่ใช่เรื่องโด่งดังอย่างโครงการในพระราชดำริต่างๆ แต่เป็นอีกแง่มุมที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน

“พวกเราเป็นเจนวายรุ่นแรกๆ ที่ตอนเด็กยังทันเห็นพระองค์ทรงงานหนัก เสด็จฯ ไปตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วไทย แต่ว่าเด็กรุ่นหลังพวกเราไม่กี่ปีไม่ทันเห็นเรื่องเหล่านี้แล้ว ได้แต่ฟังเรื่องราวที่ดูห่างไกล เข้าไม่ถึง เราเลยอยากเล่าเรื่องราวที่จับต้องได้ ไม่อยากเก็บเรื่องของในหลวงไว้บนหิ้ง เพราะสิ่งที่พระองค์ทรงทำมีหลักฐาน เลยตั้งใจสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ว่าลองเปิดใจแล้วมารู้จักในหลวงกัน โดยการหาหีบห่อในการเล่าที่ไม่เหมือนเดิม โจทย์ในการหาข้อมูลคือเลือกเรื่องที่ไม่ได้พูดถึงกันทั่วไป ไม่ใช่เรื่องแก้มลิง คุณยายถือดอกบัว แต่เป็นข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์คนที่ทำงานกับพระองค์จริงๆ เป็นเรื่องดีๆ ที่คนไม่เคยรู้ แล้วเราอยากบอกให้คนอื่นรู้”

´The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคตเป็นหนังสือสำหรับคนไทย ´The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคตเป็นหนังสือสำหรับคนไทย ´The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคตเป็นหนังสือสำหรับคนไทย

2. กลั่นกรองข้อมูลมหาศาล

“ปัญหาของการหาข้อมูลคือข้อมูลกระจัดกระจาย พระองค์ทรงงานหนักหลายด้านเป็นระยะเวลายาวนานมากๆ แหล่งข้อมูลมีเรื่องในหลวงในมุมเดียว เหลี่ยมเดียว หรือช่วงเวลาเดียว มีเรื่องน้ำ เรื่องดิน เรื่องป่าไม้ เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง แต่ไม่มีการรวมรวมข้อมูลเป็นชุดเดียวกัน ข้อมูลที่คนไทยรับรู้เลยโดดไปโดดมา เราเห็นพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงเต็มไปหมด แต่นึกไม่ออกเลยว่านั่นคือช่วงเวลาไหน หรือพระองค์ทรงงานด้านไหนอยู่

“ระหว่างที่เราค้นคว้าข้อมูล เราก็รู้จักในหลวงมากขึ้นเรื่อยๆ นี่เป็น magic ที่ทำให้ทีมทำงานต่อไปไม่หยุด พอได้ข้อมูลแต่ละที่มาเราก็มาต่อจิ๊กซอว์จนเห็นภาพพระองค์ชัดขึ้น จนเรื่องร้อยกันเป็นหนึ่งเดียว”  

ทีมงานเพจสานต่อที่พ่อทำตัดสินใจใช้เวลา 1 ปีเล่าพระราชประวัติในหลวงรัชกาลที่ 9 บนโลกออนไลน์ ย่อยข้อมูลตลอดระยะเวลา 70 ปีให้อยู่ในปีเดียว โดยแบ่งข้อมูลเป็น 12 หมวด สำหรับ 12 เดือน การวางไทม์ไลน์ยาวๆ ทำให้พวกเขาเข้าใจวิธีและพัฒนาการการทำงาน จากการทดลองอ่างเก็บน้ำราคา 60,000 บาท จนถึงเขื่อนระดับหมื่นล้าน การจัดการข้อมูลมหาศาลเพื่อถ่ายทอดให้สนุก เข้าใจง่าย ทำให้พวกเขามองเห็นภาพพระราชาในมุมที่ต่างออกไป

“ช่วงเวลาที่เข้มข้นสุดๆ คือช่วงที่พระองค์มีพระชนมพรรษาสามสิบกว่าพรรษาถึงหกสิบกว่าพรรษา ทรงมีวังในทุกภาคของประเทศไทย พอภาคเหนือหนาวก็เสด็จฯ ขึ้นเหนือ พอภาคใต้น้ำท่วมก็เสด็จฯ ลงใต้ พออีสานแล้งก็เสด็จฯ ไป แล้วก็กลับมากรุงเทพฯ กับหัวหิน วนเป็นวงจรแบบนี้อยู่หลายสิบปี โครงการต่างๆ ถึงเกิดขึ้นทั่วประเทศและดำเนินไปได้พร้อมกัน งานแต่ละภาคก็ไม่เหมือนกัน ภาคเหนือมีเรื่องฝิ่น ภาคใต้เรื่องป่าพรุ ภาคอีสานมีเรื่องขาดแคลนน้ำ แล้วยังมีศูนย์ทดลองในภาคกลางอีก เราเลยจัดกลุ่มเรื่องพวกนี้เป็นก้อนๆ เรียงตามไทม์ไลน์ และกลั่นกรองเป็นปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเราได้ยินกันจนเบื่อ รู้สึกว่ามันจับต้องไม่ได้ ทั้งที่จริงๆ แล้วมันเรียบง่าย สมเหตุสมผล และดีมาก”

การกลั่นกรองเนื้อหาทำให้ทีมงานตกตะกอนข้อมูลชุดใหม่ขึ้นมาเป็นแนวคิดเบื้องหลังการทรงงาน เมื่อสิ่งที่อยากจะเล่ามีมากเกินกว่าจะถ่ายทอดบนพื้นที่ออนไลน์เพียงอย่างเดียว พวกเขาตัดสินใจแปลงข้อมูลเป็นหนังสือชื่อ ‘The Visionary’

´The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคตเป็นหนังสือสำหรับคนไทย ´The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคตเป็นหนังสือสำหรับคนไทย ´The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคตเป็นหนังสือสำหรับคนไทย

3. วิสัยทัศน์สำหรับสวมใส่

“เราทำงานโฆษณามา รู้ว่าต้องทำสิ่งที่คนดูอยากดู ไม่ใช่สิ่งที่เราอยากทำ และเราไม่ได้อยากทำหนังสือประวัติศาสตร์ แต่นึกถึงหนังสือวิเคราะห์การทำงานของ Steve Jobs, Elon Musk หรือ Jack Ma ที่คนสมัยนี้ชอบอ่าน คนรุ่นใหม่ต้องการผู้นำทางความคิด ไอดอลด้านการทำงาน”

ทีมงานสานต่อที่พ่อทำเล่าว่า ตอนแรกหนังสือเล่มนี้จะชื่อ ‘จักรวาลงานของพ่อ’ โดยเน้นเล่าเรื่องงานต่างๆ ผ่านอุปกรณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 แต่เพจ Facebook ทำให้พวกเขาเรียนรู้ว่าเรื่องของพระองค์มีมากกว่าการเล่าผ่านสิ่งของ

vision ของพระองค์ต่างหากที่พิเศษกว่าเรื่องอื่นใด ดังนั้นผู้อ่านควรได้รู้จักพระองค์ในฐานะ ‘คนทำงาน’

พวกเขาทำสิ่งที่ไม่มีใครทำมาก่อน คือเอาข้อมูลมาแบแล้วเล่นแร่แปรธาตุ ลบไทม์ไลน์เวลาออก แล้วจัดกลุ่มข้อมูลใหม่เป็น 9 บท แต่ละบทถ่ายทอดแนวพระราชดำริการทรงงานที่ในหลวงทรงใช้ตลอดรัชสมัย โดยดีไซน์เส้นทางการอ่านให้ชัดเจน ตรรกะเรียบง่าย ใช้คำราชาศัพท์เพียงเท่าที่จำเป็น ทำให้วิธีคิดในทุกบทนำมาใช้ร่วมกันได้ มีการสรุปใจความเป็น Key of Success ก่อนพลิกไปบทถัดไป

“เราเริ่มเล่าเรื่องจากบทที่ 1 การใช้วิทยุสื่อสาร แก่นคือการสื่อสารเป็นการเชื่อมต่อกับประชาชน บทที่ 2 การใช้อุปกรณ์หรือแผนที่ จริงๆ หมายถึงการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ให้ใช้ทำงานได้หลายอย่าง จนจบที่ปรัชญาการทำงานที่คนรู้จักในชื่อเศรษฐกิจพอเพียง จะเห็นเส้นทางการทำงานจากจุดเล็กๆ คิดแก้ปัญหาจนกลายเป็นปรัชญา”

นอกจากเป็นหนังสือแนวคิดการทำงานยุคใหม่ สิ่งที่ทำให้หนังสือเล่มนี้แปลกไปจากหนังสือในหลวงเล่มอื่นๆ คือไม่มีพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ 9 ในตัวเล่มเลย

“เราทำหนังสือในหลวงที่ไม่มีพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง เพราะอยากให้มองเห็นสารที่จะสื่อมากกว่า สิ่งที่พระองค์ทรงทำน่าสนใจและดีมาก เลยอยากให้คนเสพเนื้อหาจริงๆ ไม่ใช่ติดภาพว่าเป็นพระราชกรณียกิจของในหลวง เรามีแค่รูปฉลองพระเนตรเป็นสัญลักษณ์ เหมือนเราเอาฉลองพระเนตรหรือ vision ของในหลวงมาให้คุณลองใส่ และอีกแง่นึง คือได้มองย้อนกลับไปว่าเบื้องหลังฉลองพระเนตรของพระองค์ ในหลวงทรงมีพระราชดำริอย่างไร”

´The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคตเป็นหนังสือสำหรับคนไทย ´The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคตเป็นหนังสือสำหรับคนไทย ´The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคตเป็นหนังสือสำหรับคนไทย

4. ของขวัญสำหรับทุกคน

“หนังสือเล่มนี้เป็นสิ่งสุดท้ายในโครงการสานต่อที่พ่อทำ ถ้าสิ่งที่เราทำทั้งหมดเป็นหม้อต้มยา นี่คือเคี่ยวจนได้จอกสุดท้าย กินเข้าไปแล้วนำไปใช้ได้เลย”

ทีมงานสานต่อที่พ่อทำกล่าวตบท้าย

‘The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคต จะแจกฟรีทั่วประเทศสำหรับผู้ที่สนใจคนละ 1 เล่ม เข้าไปสั่งจองและดูรายละเอียดการรับหนังสือได้ใน Facebook Page สานต่อที่พ่อทำ หรือ www.zipeventapp.com/e/The-Visionary ตั้งแต่วันนี้ – 12 กันยายน 2560 นอกจากนี้ยังมีหนังสือเสียงที่ศิลปิน 9 คน มาอ่านเนื้อหาแต่ละบท คือ บอย โกสิยพงษ์, แต้ว ณฐพร, หมาก ปริญ, ตูน บอดี้แสลม, มาโนช พุฒตาล, ต่อ ธนญชัย, อาย กมลเนตร, ปุ๊ อัญชลี และ ลีโอ พุฒ โดยหนังสือเสียงนี้จะกระจายตามห้องสมุดเสียงและเผยแพร่ทางออนไลน์ พร้อมๆ กับหนังสือเล่ม ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2560

ขอปิดท้ายเบื้องหลังการถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคต ด้วยข้อความในหนังสือที่ทีมงานสานต่อที่พ่อทำฝากไว้

“เราเชื่อว่าการสานต่อสิ่งที่ในหลวงทำ คือการนำวิธีคิดที่เปี่ยมด้วยคุณค่าของพระองค์มาใช้เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น และเมื่อใดที่เรามีชีวิตที่ดีขึ้น คนรอบตัวก็ดีขึ้น และสุดท้ายสังคมนี้ก็จะดีขึ้น นั่นต่างหากถึงจะสมประสงค์กับสิ่งที่ในหลวงทรงทุ่มเทกระทำมาตลอดอายุขัยของท่าน”

´The Visionary’ ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคตเป็นหนังสือสำหรับคนไทย

FB: สานต่อที่พ่อทำ

Writer

Avatar

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Photographer

Avatar

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load