เป็นเรื่องน่ายินดีที่เราได้เห็นหลายคนใช้ชีวิตประจำวันกันแบบห่วงใยสุขภาพของโลกมากขึ้น ทั้งลดใช้ถุงพลาสติก พกหลอดประจำกาย พกกล่องข้าวประจำตัว รีไซเคิลข้าวของเครื่องใช้ ทั้งยังนำสิ่งของที่ยังไม่หมดอายุขัยกลับมาใช้ซ้ำ ไม่ว่าจะเป็นถุงกระดาษ กล่องพัสดุ เศษกระดาษ และอีกสารพัดสิ่ง แต่สำหรับผู้ประกอบการ หนทางรักสิ่งแวดล้อมยังหมายถึงการเพิ่มมูลค่าให้สิ่งของเหลือใช้เหล่านั้น ให้กลับมามีคุณค่า น่าใช้ น่ารัก และน่าสนุกกว่าเคย 

เราจึงอาสาพาผู้อ่านไปชมไอเดียสุดเจ๋งในงาน Upcycling Upstyling ที่เวียนกลับมาอีกครั้งเป็นปีที่ 2 โดยบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล หรือ GC เปิดให้คู่ค้าและดีไซเนอร์มาร่วมกันออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ในรูปแบบ ECO-Design หยิบจับขยะพลาสติกมาแปลงร่างเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน เนรมิตของเหลือทิ้งให้กลับมามีค่า มีชีวิตชีวา และมีสไตล์อีกครั้ง เป็นโปรดักต์ต้นแบบที่น่าเอาเยี่ยงอย่าง เพื่อพัฒนาเป็นสินค้าใช้จริงในบ้านได้ในอนาคต

SWING COLLECTION

Patom x MBJ x Jird

10 วัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ฝีมือดีไซเนอร์ไทย ที่หยิบจับขยะมา Upcycling จนน่าใช้
10 วัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ฝีมือดีไซเนอร์ไทย ที่หยิบจับขยะมา Upcycling จนน่าใช้

ม้านั่งและชิงช้าหน้าตาเป็นมิตร หากตั้งอยู่ใกล้ ใจคงเรียกร้องบอกให้ลองลงไปนั่งดูสักครั้ง ตั้ม-ดร.ศุภพงศ์ สอนสังข์ จากแบรนด์ Jird ตั้งใจดีไซน์ให้เข้าถึงกับทุกวัยในบ้าน ทั้งยังตั้งนอกบ้านได้อย่างหมดห่วงเรื่องปลวก เพราะ Swing Collection ทำจากวัสดุไม้เทียมจากถังแกลลอนพลาสติก และเศษไม้เหลือทิ้งจาก Patom Organic Farm นำมาเข้ากระบวนการ Upcycle โดยบริษัท MBJ ให้ไม้เทียมแข็งแรง ทนแดด ทนฝน แถมยังประกอบและเคลื่อนย้ายง่าย จะวางตั้งเป็นม้านั่งไว้อ่านหนังสือ หรือกลับด้านแล้วแขวนกับต้นไม้ เป็นชิงช้านั่งแกว่งเล่นยามเบื่อก็น่าสนใจ

Chair + Desk From Nescafé Sachet

Nestle x TPBI x Stu

10 วัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ฝีมือดีไซเนอร์ไทย ที่หยิบจับขยะมา Upcycling จนน่าใช้

ใครจะไปคิดว่าซองกาแฟเล็ก ๆ จะกลายเป็นของใช้ได้! Nestle ผลิต Nescafé ออกมามากว่าพันตันต่อปี นอกจากแผนการอันใกล้ที่จะปรับเปลี่ยนซองใหม่ ให้ง่ายต่อการรีไซเคิลยิ่งขึ้น เพราะอยากลดปริมาณขยะจากต้นทาง ซองกาแฟที่อยู่ปลายทางยังถูกเก็บรวบรวมกลับคืนมาด้วยฝีมือผู้บริโภค ผ่านโครงการส่งชิงโชคประจำปี STU จึงเนรมิตซองกาแฟเหลืองทิ้งให้กลายเป็นเซ็ตโต๊ะเก้าอี้ลายไม้ ดีไซน์เรียบง่าย แต่รองรับน้ำหนักได้ดี แถมยังคิดเผื่อเรื่องการติดตั้งและขนส่ง เพราะ Chair + Desk From Nescafé Sachet สามารถถอดออก ประกอบใหม่ได้ง่ายแสนง่าย ด้วยระบบ Interlock ให้วัสดุแต่ละแผ่นเชื่อมต่อเข้ากันอย่างลงล็อก โดยไม่ต้องใช้ตัวช่วยสักชิ้น

WONLOOP Furniture Set

WON x 4F x TPBI x Jird

10 วัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ฝีมือดีไซเนอร์ไทย ที่หยิบจับขยะมา Upcycling จนน่าใช้
10 วัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ฝีมือดีไซเนอร์ไทย ที่หยิบจับขยะมา Upcycling จนน่าใช้

ถุงพลาสติก ขยะสุดคลาสสิกที่มีอยู่ทั่วทุกมุมถนน ถูกนำมาผสมผงไม้ แปรรูปจนกลายเป็นชั้นวางของ กระจก ราวแขวนผ้า และม้านั่งลายไม้ธรรมชาติ ไม้แต่ละแผ่นเชื่อมต่อกันด้วยข้อต่อรูปอินฟินิตี้ ที่ดีไซเนอร์ผู้ชำนาญงานไม้อย่าง ตั้ม-ดร.ศุภพงศ์ สอนสังข์ จากแบรนด์ Jird พัฒนามาจากข้อต่อรูปผีเสื้อ นิยมในเฟอร์นิเจอร์งานไม้หลากหลายประเภท ที่ต้องใช้ความชำนาญและแม่นยำมาก เพื่อให้ง่ายต่อการเจาะสำหรับช่างไม้มือใหม่ แต่ยังคงความแข็งแรงไม่ต่างกัน

Recycle Styling Terrazzo

Amazon x BPI x Pia

10 วัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ฝีมือดีไซเนอร์ไทย ที่หยิบจับขยะมา Upcycling จนน่าใช้
10 วัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ฝีมือดีไซเนอร์ไทย ที่หยิบจับขยะมา Upcycling จนน่าใช้

Terrazzo ไม่จำเป็นต้องหนักอีกต่อไป! เพราะ Pia หยิบจับเอาแกลลอนนมสดและถุงฟอยล์ใส่กาแฟสีเขียวสดของ Amazon ที่เหลือทิ้งในแต่ละวัน ผ่านกระบวนการตัด บด อัดแผ่น โดย BPI กลายเป็นวัสดุพื้นผิวที่มีลักษณะคล้าย Terrazzo หรือหินขัด ที่เห็นกันจนคุ้นตาตามตึกรามบ้านช่องสมัยก่อน หรือแม้แต่ในคาเฟ่สุดชิคในปัจจุบัน มาทำให้มีน้ำหนักที่เบาลิบต่างจากหินขัดของจริง แต่ยังคงลักษณะพิเศษของถุงฟอยล์ที่ส่องประกายเล่นแสงไฟในอาคาร นำมาใช้ทำหน้าโต๊ะ ตกแต่งผนัง หรือเคาน์เตอร์ครัวก็จ๊าบ

Variations of Void

P&G x BPI x Onion

10 วัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ฝีมือดีไซเนอร์ไทย ที่หยิบจับขยะมา Upcycling จนน่าใช้
10 วัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ฝีมือดีไซเนอร์ไทย ที่หยิบจับขยะมา Upcycling จนน่าใช้

ประตูสีชมพูบานโต หากไปอยู่ไว้ที่ไหนก็คงเพิ่มความสดใสให้ผู้ที่ผ่านไปมาได้ไม่น้อย และหากยิ่งได้รู้ว่าทำมาจากซองแชมพูเหลือทิ้งอย่างซอง Rejoice จาก P&G ด้วยแล้ว คงยิ่งเพิ่มความใจฟูเข้าไปใหญ่

ศิริยศ ชัยอำนวย และ อริศรา จักรธรานนท์ จาก Onion อยากให้ประตูบานนี้มีสีสัน ลักษณะเดิมของซอง Multi-Layered Foil Sachet ที่มีความวิบวับ และยังคงเอกลักษณ์จากฟอยล์อยู่ BPI หรือ บริษัท เบสท์ โพลิเมอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จึงนำซองแชมพูไปอัดแผ่น กลายเป็นประตูที่มีสีและลักษณะของซอง Sachet ไว้อย่างครบครัน หยิบจับลูกเล่นของประตูแบบไทยที่เลือกเปิดได้หลายแบบมาใช้ ให้เปิดใช้งานได้หลายวิธี ทั้งบานกระทุ้ง บานเปิด หรือจะเป็นประตูบานน้อยสำหรับสัตว์เลี้ยงก็น่ารัก

SWAG Project

TARF x BPI x Pia

พลาสติก PP และขวด PET จาก TARF ถูกเก็บมาจากสนามบินสุวรรณภูมิ ในโครงการส่งพลาสติกกลับบ้านและโครงการแยกขวดช่วยหมอ ถูกนำเข้ากระบวนการตัด บด อัดแผ่น โดย BPI ผ่านการออกแบบจาก Pia ให้กลายเป็นวัสดุพื้นผิวสีขาวประกายเขียวสดใส แข็งแรง ใช้ทดแทนแผ่นคอนกรีตและวัสดุโปร่งใสสำหรับใช้แทนกระจก ต่อยอดทำสะพานลอย ที่นั่งพัก หรือพื้นที่สาธารณะได้อย่างไม่จำเจ

คงน่ารักไม่น้อย หากเรามีสถานที่ส่วนรวมไว้พักผ่อนหย่อนใจ เพิ่มพูนความสุขให้คนในชุมชน แถมยังช่วยลดขยะบนโลกด้วย

TALKING WALLS

SIG x ADVANCED MAT x PROMT

กำแพงที่ต้องตั้งทนแดดทนฝนอยู่เฉย ๆ วันหนึ่งกลับสื่อสารกับเราได้ 

แชมป์-สมชนะ กังวารจิตต์ จาก Prompt Design หยิบจับกล่องนม UHT จาก SIG ขยะประเภทที่มักถูกเมินอยู่บ่อย ๆ เพราะเป็นพลาสติก Multi-Layer ประกอบไปด้วยชั้นพลาสติก ชั้นเคลือบโลหะ และอื่น ๆ ที่ยากต่อการนำไป Recycle นำเข้ากระบวนการ Upcycle ด้วยเทคนิคเฉพาะของ Advanced Mat สู่บล็อกช่องลมดีไซน์พิเศษจำนวน 8 ชิ้น แม้จะน้อย แต่ออกแบบมาแล้วว่าต่อตัวเลขและตัวอักษรภาษาอังกฤษได้ทั้งหมด ใช้สื่อสารออกมาเป็นคำพูดได้อย่างไม่รู้จบ 

Field Bed & Stool Chair

Ichitan x Feltech x Stu

ขวดพลาสติกไม่ใช่ตัวร้าย! 

นี่คือแนวคิดไอเดียที่ทำให้ขวดพลาสติกจาก ichitan ถูกนำมากลับมา เข้ากระบวนการคัดแยก บด ฉีดเส้นใย และอัดแผ่น ด้วยวิธีเฉพาะของ Feltech ผู้เชี่ยวชาญในการผลิตผ้า Nonwoven ผ้าที่ไม่ได้เกิดจากการถักทอ แต่เกิดการจากขึ้นรูปด้วยเส้นใยโดยตรง เรียกว่าเฟลท์ (Felt) วัสดุที่มีลักษณะพิเศษ ผิวสัมผัสนิ่ม แต่แข็งแรง ทนทาน ดูดซับเสียง และไม่กักเก็บเชื้อโรค

Stu/D/O จึงดีไซน์แผ่นเฟลท์ให้เป็นเก้าอี้สตูลและเตียงสนาม ผ่านการออกแบบโดยใช้แผ่นเฟลท์เพียงแค่ 3 แผ่น นำมาพับ สอดประสานกันในวิธี Origami ศิลปะการพับกระดาษแบบญี่ปุ่น ให้เกิดมิติทางโครงสร้างที่แข็งแรง จนกลายมาเป็นเตียงสนามและเก้าอี้สตูลดีไซน์ดี แม้วางไว้เฉย ๆ ก็ช่วยให้บ้านดูเก๋ขึ้นทันตา 

Share to Chair

Arrow x Thainam x P/S/D

นอกจากขยะที่เกิดจากกระบวนการทางอุตสาหกรรมแล้ว แพ็กเกจจิ้งก็เช่นกัน ที่แม้จะทำหน้าที่ดูแลผลิตภัณฑ์และช่วยมัดใจลูกค้าไว้ในบางคราว แต่สุดท้ายก็กลายเป็นขยะอีกชิ้น แล้วจะทำอย่างไรล่ะ ให้ขยะที่ออกไปกลับมาสร้างคุณค่าได้อีกครั้ง

Arrow มีจำนวนถุงพลาสติกใส่เสื้อไม่น้อยกว่า 40 ตันต่อปี P/S/D จึงเกิดไอเดียนำพลาสติกเหลือใช้มาทำให้กลายเป็นเส้นใยพลาสติก โดยกระบวนการแปรรูปของบริษัท Thainam นำมาผสานเข้ากับแถบผ้าเหลือใช้จากกระบวนการผลิตเสื้อผ้า จนกลายเป็นชั้นวางของอเนกประสงค์และเก้าอี้ที่มีหน้าตาและฟังก์ชันท่าไม้ตายให้ได้ปรับเปลี่ยน เลือกใช้ตามความต้องการถึง 7 แบบ เพียงแค่แกะแถบผ้ามาพันใหม่ จากชั้นวางก็จะกลายเป็นเก้าอี้ตัวโปรดทันที

สานสัมพันธ์ หมายเลข 2 

Siam Recycle x KKF x KORAKOT

เก้าอี้ แผงกั้นสายตา และหัตถกรรมตกแต่งผนังสีสันสะดุดตา ลวดลายสะดุดใจ จากแหอวนที่ถูกทิ้งลงในทะเลจังหวัดระยอง Siam Recycle นำแหอวนมาทำความสะอาด ชะล้างคราบเกลือ จากนั้นบด หลอม ผลิตเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิล นำมารวมกับแหอวนที่เกิดจากขยะอุตสาหกรรมจากบริษัทขอนแก่นแหอวน หรือ KKF นำมาขึ้นรูปเส้นใย ผูกมัดด้วยเทคนิคเงื่อนกระตุกเบ็ด ฝีมือชาวบ้าน อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ออกมาในสไตล์ที่มีเอกลักษณ์ของ กรกต อารมย์ดี แบรนด์ KORAKOT ผ่านแรงบันดาลใจที่ต้องการสื่อถึงท้องทะเล จนเกิดเป็นเก้าอี้ในรูปทรงและเฉดสีคล้ายดอกไม้ทะเล แผงกั้นสีสันร้อนแรงที่สื่อถึงพระอาทิตย์ และหัตถกรรมตกแต่งผนังลวดลายคลื่นในสีโทนเย็นสบายตา เพื่อให้รับรู้ที่มาของวัสดุ ตระหนักถึงการทิ้งขยะลงท้องทะเล สร้าง Value Chain ให้แก่แหอวน เพื่อลดการทิ้งและสนับสนุนให้คนเก็บมารีไซเคิลกันมากขึ้น

ภาพ : Upcycling Upstyling 2

Writer

นิธิตา เอกปฐมศักดิ์

นักคิดนักเขียนมือสมัครเล่น ผู้สนใจงานคราฟต์ ต้นไม้และการออกแบบเป็นพิเศษ แต่สนใจหมูสามชั้นย่างเป็นพิเศษใส่ไข่

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

ท่ามกลางสถานการณ์โรคระบาด การขยับตัวสร้างสรรค์ของย่านท้องถิ่นต่าง ๆ เป็นสัญญาณของการปรับตัวและความหวังใหม่ ในปี 2021 ที่ผ่านมา ทั่วประเทศมีเทศกาลย่านสร้างสรรค์มากมายหลายงาน นำร่องโดยหัวเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ที่จัดงาน Design Week ต่อเนื่องทุกปี ภาคใต้มีความเคลื่อนไหวสนุก ๆ อย่างงาน Made in Songkla และ Creative Nakhon ที่นครศรีธรรมราช ฟากอีสานก็มีงานเทศกาลอีสานสร้างสรรค์ (Isan Creative Festival) ที่ขอนแก่น และ สกลจังซั่น เทศกาลงานสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่าสกลนคร 

การเติบโตของเมืองแห่งธรรมะ โคขุน และผ้าครามน่าสนใจมาก ๆ จากเมืองอีสานที่ไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวหลัก ภายในระยะเวลาไม่กี่ปี แรงผลักดันจากท้องถิ่น โดยเฉพาะชาวสกลนครรุ่นใหม่ สร้างแรงกระเพื่อมให้เมืองมีมิติร่วมสมัย ควบคู่ไปกับวัฒนธรรมดั้งเดิม 

เบื้องหลังสีสันความสนุกของสกลจังซั่นคือความตั้งใจขับเคลื่อนเมืองอย่างแรงกล้า หลังเฟสติวัลจบ เราจึงชวนผู้จัดงานหลายฝ่ายมาถอดบทเรียนให้ฟังว่างานสร้างสรรค์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร สกลนครในฝันของพวกเขาหน้าตาเป็นอย่างไร ควรเติบโตไปทางไหน และตั้งใจจะปั้นอะไรให้เมืองงอกงามต่อจากนี้บ้าง

สกลจังซั่น เทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่า ที่คนรุ่นใหม่กลับบ้านมาต่อยอดพัฒนาเมือง

สกลเฮ็ด สกลทำ

เมื่อ พ.ศ.​ 2560 กลุ่มคนทำงานคราฟต์รวมตัวกันจัดเฟสติวัลรับลมหนาวปลายปีชื่อ สกลเฮ็ด จากงานเล็ก ๆ ที่มีผู้จัดงานเพียง 10 กว่าร้าน คลื่นเล็ก ๆ นั้นพัดพาไปสู่การจัดงานใหญ่ในปีนี้ ‘สกลจังซั่น’ คือเฟสติวัลความยาว 4 วันที่กินอาณาเขตไปทั้งเมืองเก่า โดยกลุ่มภาคีเครือข่ายในเมืองสกลอย่างหอการค้า และภาคีเครือข่ายจากภายนอก ทั้งภาครัฐอย่างสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) ซึ่งคัดเลือกให้สกลนครเป็นหนึ่งใน TCDN ( Thailand Creative District Network) และกำลังมองหาพื้นที่ทดลองจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาย่านเศรษฐกิจ ไปจนถึงภาคเอกชนและประชาสังคม ช่วยกันเนรมิตขึ้นมาให้สนุกครบเครื่องทุกมิติ ใช้ความคิดสร้างสรรค์และสินทรัพย์ท้องถิ่น ยกระดับศักยภาพเมืองและเศรษฐกิจไปอีกขั้น

สกลจังซั่น เทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่า ที่คนรุ่นใหม่กลับบ้านมาต่อยอดพัฒนาเมือง
ภาพ : บ้านเสงี่ยม-มณี
สกลจังซั่น เทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่า ที่คนรุ่นใหม่กลับบ้านมาต่อยอดพัฒนาเมือง
ภาพ : ปฏิพล รัชตอาภา

‘สกลจังซั่น’ เป็นชื่อที่ ติ๊ดตี่-ธรรศ วัฒนาเมธี สถาปนิกผู้ดูแลที่พัก ‘บ้านเสงี่ยม-มณี’ สมาชิกกลุ่มสกลเฮ็ด และหนึ่งในผู้จัดงานสกลจังซั่นตั้งขึ้น และได้รับโหวตให้เป็นชื่องาน โดยสกลจังซั่น (จังซี่) หมายถึง สกลนครก็เป็นอย่างนั้นแหละ ที่เห็นอยู่นี่ก็เป็นสกลนครแหละ พ้องกับคำว่า ‘Junction’ ในภาษาอังกฤษ หมายถึง ทางแยก จุดตัด จุดเชื่อมต่อ ชุมทาง สื่อถึงลักษณะงานที่เป็นจุดนัดพบของหลาย ๆ ภาคส่วนมาจัดกิจกรรมร่วมกัน และชื่อจังหวัดสกลนคร ที่แปลว่านครแห่งเมืองทั้งมวล หรือหมายถึงการเป็นเมืองศูนย์กลางนั่นเอง

สกลจังซั่น เทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่า ที่คนรุ่นใหม่กลับบ้านมาต่อยอดพัฒนาเมือง
สกลจังซั่น เทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่า ที่คนรุ่นใหม่กลับบ้านมาต่อยอดพัฒนาเมือง

หนึ่งในพื้นที่จัดงานหลักคือเทียนอันโอสถ สกลโฮเต็ล ตึกเก่า 5 ชั้นที่ปลดระวางจากการเป็นโรงแรมประจำเมืองมาเนิ่นนาน แปลงโฉมเป็นศูนย์ Showcase งานดีไซน์และศิลปะของชาวสกลนคร ทั้งนักออกแบบ นักเรียนนักศึกษา และประชาชนทั่วไป 

สกลจังซั่น เทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่า ที่คนรุ่นใหม่กลับบ้านมาต่อยอดพัฒนาเมือง
สกลจังซั่น เทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่า ที่คนรุ่นใหม่กลับบ้านมาต่อยอดพัฒนาเมือง

ยามค่ำคืน ตึกฝั่งตรงข้ามจะจัดไฟสวยงาม พร้อมให้คณะหมอลำมาเต้นตามระเบียงห้องให้สนุกแบบ Social Distancing กันไปยาว ๆ ส่วนดาดฟ้าสกลโฮเต็ลเองก็จัดดินเนอร์พิเศษวันละครั้ง เป็น Fine Dining ชื่อ สะออน (Sound On) โดย House Number 1712 เล่าวัฒนธรรมการกินอาหารท้องถิ่นของคนสกลนครในหลากหลายเชื้อชาติและชนเผ่าผ่านมื้ออาหาร แต่ละคำผ่านการตีความหมายใหม่ปรับให้เข้ากับยุคสมัย แต่ยังคงไปด้วยเอกลักษณ์และรสชาติตามแบบฉบับดั้งเดิม เสริมความน่าสนใจด้วยวัตถุดิบท้องถิ่นที่เข้าร่วมโครงการ Esan Gastronomy โดยมีเสียงดนตรีหมอลำคลอไปตลอดมื้อ

สกลจังซั่น เทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่า ที่คนรุ่นใหม่กลับบ้านมาต่อยอดพัฒนาเมือง
สกลจังซั่น เทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่า ที่คนรุ่นใหม่กลับบ้านมาต่อยอดพัฒนาเมือง

“ผลตอบรับของสกลจังซั่นดูดีกว่าที่คิดเลยนะ งานเปิดวันแรก มีคนต่อคิวยาวมากเพื่อจะขึ้นมาตึกนี้ แต่ไม่แน่ใจว่าต่อคิวเพื่อขึ้นมาดูหมอลำฝั่งตรงข้ามรึเปล่า” แมน-ปราชญ์ นิยมค้า ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Mann Craft และสวนแมนเอ่ยแกมหัวเราะ ขณะพาชมนิทรรศการสีครามเล็ก ๆ ของเขาในตึกโรงแรมเก่า “มันเป็นพื้นที่ใหม่ที่คนอยากจะออกมาดู นอกจากห้างสรรพสินค้าที่สำเร็จรูป เป็นพื้นที่อื่นที่เด็ก ๆ วัยรุ่นอยากจะรู้ว่าตึกนี้มันมีอะไร ทำไมฉันไม่เคยเข้าไป เขาก็อยากสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ ถือว่าเป็นสิ่งที่สร้างได้ดี ปลุกให้คนในพื้นที่รู้ว่ามีสินทรัพย์อะไรดี ๆ บ้าง แล้วถ้าเกิดโชคดีได้ทำต่อเนื่อง มันจะทำให้คนมีส่วนร่วม นอกจากดูแล้วอาจจะเป็นคนมาลงมือทำด้วยกันได้”

สกลจังซั่น เทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่า ที่คนรุ่นใหม่กลับบ้านมาต่อยอดพัฒนาเมือง
สกลจังซั่น เทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่า ที่คนรุ่นใหม่กลับบ้านมาต่อยอดพัฒนาเมือง

ในสายตานักออกแบบและนักธุรกิจงานคราฟต์ การเกิดขึ้นของสกลจังซั่น ซึ่งรวมตัวคนรักสกลนครหลากหลายกลุ่ม ยกระดับงานท้องถิ่นที่ทำกันเองให้ไปสู่สเกลภูมิภาค ไม่ใช่แค่งานที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่หรือนักท่องเที่ยวบางกลุ่ม แต่งานที่มีกิจกรรมหลากหลายตลอด 4 วัน พาความคึกคักไปสู่หลายพื้นที่ทั่วสกลนคร ตัวเขาเองก็จัดงาน Craft Market ฤดูหนาวที่สวนแมนไปพร้อม ๆ กันใต้ร่มเทศกาลสกลจังซั่น กิจกรรมรวมตัวคนรักงานคราฟต์ทั้งผู้ผลิตและผู้ซื้อไว้ที่เดียว เป็นอีกแหล่งสีเขียวใกล้ชิดธรรมชาติที่ถูกใจผู้คนทั้งในและนอกจังหวัด 

“เราอยากสร้างศูนย์รวมพลังงานดี ๆ สร้างแรงบันดาลใจให้กันและกัน ผมชอบองค์ความรู้และการสร้างเครือข่าย คิดว่ามันเป็นการกระตุ้นความคิดทั้งคนทำงานเองแล้วก็ผู้บริโภคด้วย”

ฟื้นย่านเมืองเก่า

ถอดบทเรียนเทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่าอีสาน ผ่านกลุ่มคนรุ่นใหม่ผู้อยู่เบื้องหลังงานสกลจังซั่น
ถอดบทเรียนเทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่าอีสาน ผ่านกลุ่มคนรุ่นใหม่ผู้อยู่เบื้องหลังงานสกลจังซั่น
ถอดบทเรียนเทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่าอีสาน ผ่านกลุ่มคนรุ่นใหม่ผู้อยู่เบื้องหลังงานสกลจังซั่น

ยิปซี จันทร์เพ็งเพ็ญ แห่ง Gypsy Coffee Drip ชวนเพื่อนฝูงมาจัดงาน ‘จังซั่น ละเบ๋อ ซาวคุ้ม’ ปิดคุ้มกลางธงชัย ย่านเก่ากลางเมืองให้ครึกครื้น ในตรอกเล็ก ๆ ความยาวราว 200 เมตร พวกเขาต่อยอดกราฟฟิตี้สตรีทอาร์ตที่มีอยู่แล้วให้มากขึ้น แล้วรวมกิจกรรมสารพัดมาไว้ด้วยกัน ทั้งตลาดศิลปะ สินค้าทำมือ ร้านตัดผมริมทาง กาแฟ Slow Bar จาก 4 ร้านกาแฟดังในสกล โดยคนรุ่นใหม่จาก 4 ชนเผ่า แถมร้านต่าง ๆ ก็เปิดหน้าบ้านเอาของมาวางขาย เป็นพื้นที่รื่นรมย์ให้คนมาล้อมวงนั่งฟังดนตรี แวะซื้อข้าวจี่ต้มเส้น ปากหม้อ กุนเชียง ขนมจุบจิบ หรือเข้าบ้านไปทำขันหมากเบ็งหรือบายศรีกับคุณยาย แล้วออกมาเล่นสบาย ๆ 

“ย่านนี้เป็นชุมชนดั้งเดิมของสกลนคร อยู่ใกล้วัด มีแต่บ้านไม้เก่าสวย ๆ มีคุ้มเก่าของตระกูลวงกาฬสินธุ์ ที่เป็นตระกูลแรกของสกลนคร บ้านบางหลังไม่มีรั้ว ทะลุกันไปหมด บางบ้านยังมีเตาเก่า เล้าข้าว ปลูกผักปลูกกล้วย คนส่วนใหญ่เป็นคนแก่ที่ยังคงวิถีเดิมของสกล แต่ตอนนี้มีเมืองล้อมรอบ ตรงนี้ก็ดูรก ๆ ซบเซา คนสกลบางคนลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่ามีซอยนี้ บางคนก็ไม่รู้จัก” ยิปซีอธิบายเบื้องหลังการปลุกย่านเก่า

ถอดบทเรียนเทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่าอีสาน ผ่านกลุ่มคนรุ่นใหม่ผู้อยู่เบื้องหลังงานสกลจังซั่น

“เราอยากแทรกซึมอยู่ในชุมชน ให้เขาเห็นคุณค่าบ้านเก่าตัวเอง ให้พื้นที่นี้กลับมาคึกคักมีชีวิต คนรุ่นใหม่ก็ได้ทำงานกับคนแก่ ไม่ให้เขาเหงา วันเตรียมงานก็สนุกแล้วนะ ยาย ๆ เขาก็ตื่นเต้น มาให้กำลังใจกัน มาบอกว่าอยากให้มาเพนต์บ้านยายบ้าง มีคนมาถ่ายรูป บอกว่าแถวบ้านเขาสวย เขาก็ได้ออกมาเดินดูแล้วก็สดใสขึ้น ส่วนพวกเพื่อน ๆ ก็อยากสนุก ปิดร้านมาขายของ สิงตามบ้านตรงนั้นตรงนี้ เป็นพลังที่น่ารักมาก มากกว่าความร่วมมือคือความรู้สึกว่าของธรรมดานั้นพิเศษ” แกนนำสกลเฮ็ดอธิบายด้วยรอยยิ้ม 

กล่าวตามตรง ด้วยสเกลเล็กจิ๋ว พื้นที่ตรงนี้อาจยังห่างไกลจากการเป็นแม่เหล็กดึงดูดสำหรับนักท่องเที่ยว ผู้ร่วมงานส่วนใหญ่คือคนในท้องที่มากกว่า แต่ในสายตาคนใน พื้นที่นี้คือหนึ่งในหมุดไฮไลต์สำคัญของงาน

ถอดบทเรียนเทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่าอีสาน ผ่านกลุ่มคนรุ่นใหม่ผู้อยู่เบื้องหลังงานสกลจังซั่น

“มีคนทำงานหลายกลุ่มมาลงพื้นที่ทำเรื่องสตรีทอาร์ตแล้วนะคะ คืบหน้าดีขึ้นเรื่อย ๆ มีชีวิตขึ้นเรื่อย ๆ แต่อาจจะยังมองไม่เห็นภาพชัดเจนเท่าครั้งนี้ เหมือนคนก็ยังมองภาพไม่ออกว่างานวาดกำแพงมันเป็นยังไง อาจจะติดภาพงานเขียนพ่นสเปรย์เลอะ ๆ แรก ๆ เขาก็ยังไม่เปิดใจ พอมาเห็นงานสวย ๆ ก็อนุญาตให้เพนต์กำแพงบ้าน” เตย-ไอรัตน์ดา มหาชัย ครูศิลปะ เจ้าของร้านกาแฟกึ่งแกลเลอรี่ Blue Bica Coffee x Local Art Space เล่าบ้าง ผู้ออกแบบคาแรกเตอร์ ‘น้องก่ำ’ มาสคอตของงาน มองว่ากิจกรรมป๊อปอัปแบบนี้กระตุ้นชีพจรของเมือง ให้คนหลากหลายกลุ่มหลายช่วงวัยได้พบปะม่วนซื่น แลกเปลี่ยนวิถีที่แตกต่างแต่สนุกร่วมกัน

ก้าวสู่สังเวียนสร้างสรรค์

เทศกาลนี้ดึงผู้คนจากหลายภาคส่วนมาร่วมมือกันอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน จากเป้าหมายในตอนแรกจะจัดกิจกรรมในเดือนมิถุนายน และฝันกันว่าจะเข้าไปจัดในพื้นที่เรือนจำเก่า ขยายผลเป็นกิจกรรมสร้างสรรค์มากมายทั่วเมืองสกลนคร ไม่ว่านิทรรศการเล่าเรื่องเมืองสกล แผนที่ย่านเมือง นิทรรศการงานออกแบบ ศิลปะ อาหาร ดนตรี งานเสวนา ตลาด ต่างรวมพลังงานดี ๆ ไว้มากมาย

“งานเพียง 4 วันอาจดูสั้นไปเมื่อเทียบกับงานในจังหวัดอื่น แต่ก็ทำให้เกิดสิ่งดี ๆ หลายอย่างต่อเมืองสกล กระตุ้นให้คนสกลนครเองให้ได้เห็นศักยภาพของพื้นที่ที่จะพัฒนาอย่างสร้างสรรค์ เห็นศักยภาพของคนที่ซ่อนอยู่ และเกิดการรวมตัวกันเพื่อทดลองทำสิ่งที่อยากสิ่งคิดให้เป็นจริง ในช่วงเวลาเตรียมงานจนงานจบลงนี้ ทำให้ผมได้รู้จักคนใหม่ ๆ ได้รู้จักคนเก่า ๆ มากยิ่งขึ้น และได้ทำในสิ่งที่เคยคาดหวังว่าจะทำ ผมหวังว่าเหล่าองค์กรภาคีต่าง ๆ ทั้งน้อยใหญ่จะกลับมาสร้างงานนี้ให้สำเร็จลงด้วยดีอีกครั้ง ต้องขอบคุณผู้คนมากมายที่ให้โอกาสได้ร่วมงานกันครับ” ติ๊ดตี่ออกความเห็น โดยหวังอย่างยิ่งว่างานนี้จะได้จัดขึ้นอีกครั้งในปีนี้

“งานนี้เกินคาดไปเยอะมาก ๆ คนตอบรับดี มันสร้างประสบการณ์รับรู้ใหม่ให้คนในพื้นที่มองเมืองเปลี่ยนไป เห็นว่าย่านเมืองเก่าทำอะไรได้มากกว่าจะปล่อยให้ร้างไป และภาคศิลปะก็ตื่นตัว นักดนตรี ศิลปินก็มีกำลังใจสร้างงาน เพราะรู้ว่างานเขามีที่รองรับ มีกลุ่มคนดู และในแง่การท่องเที่ยว คนนอกอยากมาเข้าร่วมเยอะ คนในเมืองก็อยากขอเป็นสปอนเซอร์สนับสนุน อยากมาช่วย” เสือ-ธรรมวิทย์ ลิ้มเลิศเจริญวนิช ทายาทเทียนอันโอสถ สกลโฮเต็ล หนึ่งในผู้จัดงานหลักเอ่ยอย่างกระตือรือร้น

ถอดบทเรียนเทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่าอีสาน ผ่านกลุ่มคนรุ่นใหม่ผู้อยู่เบื้องหลังงานสกลจังซั่น

“ต้องยอมรับว่าตัวเมืองสกลนครยังดึงคนให้อยู่เที่ยวยาว ๆ ทั้งวันจนนอนค้างไม่ได้ ขณะที่เมืองข้าง ๆ อย่างนครพนมมีวิวแม่น้ำโขง มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ บรรยากาศมันชวนพักผ่อนมาก สิ่งที่ทำให้สกลนครแตกต่างคือวัฒนธรรมและงานคราฟต์ที่มีเอกลักษณ์เหนียวแน่น แต่ยังอาจเข้าถึงยาก คือต้องตั้งใจมามาก ๆ เฟสติวัลนี้เลยช่วยได้มาก ครั้งถัดไปก็อยากจัดให้ใกล้ช่วงเทศกาลแห่ดาวที่ท่าแร่ คนจะได้อยู่สกลนครได้ทั้งอาทิตย์ และปรับปรุงหลายอย่างให้ดีขึ้น ทั้งการประชาสัมพันธ์ การเตรียมสถานที่ การจัดการ หรือการสื่อสารเรื่องการชมงานศิลปะโดยไม่จับชิ้นงานให้เสียหาย สกลจังซั่นครั้งถัดไปน่าจะมีคนมาร่วมหลากหลายขึ้น เยอะขึ้น พอมีเวลาเตรียมตัวมากขึ้น ก็อยากชวนศิลปินจังหวัดอื่น ๆ ใกล้ ๆ มาคอลแล็บกัน เพื่อเพิ่มความสนุกให้มากขึ้น”

ด้วยสถานการณ์การท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบยาว ๆ จากโควิด-19 ผนวกกับความขลุกขลักของการจัดงานครั้งแรก นักท่องเที่ยวอย่างเรามองเห็นช่องว่างหลายจุดที่สกลจังซั่นน่าจะปรับปรุงหรือขยายผลให้ดียิ่งขึ้นได้ อย่างไรก็ดี เทศกาลสร้างสรรค์ร่วมสมัยนี้เป็นก้าวสำคัญที่น่าจับตามองมาก ๆ ของเมืองอีสาน 

“เราอยากให้เมืองเป็นยังไงก็ต้องลงมือทำที่บ้านเรา ก่อนจะไปหวังความช่วยเหลือจากภาครัฐหรือหน่วยงานไหน พูดตรง ๆ ว่าเราต้องดิ้นรนกันเองก่อน จังหวัดข้าง ๆ อย่างมุกดาหารก็ขยับตัวจัดงานเหมือนกันนะครับ เขามาดูงานเราแล้วก็เริ่มโครงการเลย เดือนกุมภาพันธ์กำลังจะมีงานสตรีทอาร์ตและภาพถ่าย คนในมุกดาหารร่วมมือกันทำงานในย่านที่สนใจ เงินจัดงานก็มาจากคนในเมืองช่วยกันบริจาค เราก็ดีใจที่งานนี้มีผลไปถึงคนข้างนอกด้วย” เสือเล่าอย่างภาคภูมิใจ

“ผมคิดว่าวัฒนธรรมอีสานแข็งแรงน่าสนใจมาก ดึงดูดทั้งสายอาร์ต สายคราฟต์ สายมู สายดนตรี สีสันความเป็นอีสานซิ่ง ๆ สด ๆ ทำให้น่าสนใจ คนกลับบ้านก็เยอะ ตอนนี้โจทย์ถัดไปคือต้องค่อย ๆ หาทางปัดฝุ่น หาอะไรมาลงพื้นที่ตลอดทั้งปี พอเทศกาลมันไม่ถาวร จบงานแล้วเมืองก็กลับมาเงียบเหมือนเดิม ผมสนใจงานออกแบบผลิตภัณฑ์แบบ Made in Songkhla อยากหาทุนต่อยอดร้านเก่าแก่ ต่อให้มีโควิด ก็มีกิจกรรมขายของและท่องเที่ยวได้ทั้งปี ร้านค้าก็อยู่ได้อย่างยั่งยืน ชอบอะไรแบบนี้ เริ่มจากสิ่งที่เรามีในเมืองก่อน แล้วขยายผลไปพื้นที่ใกล้เคียง” 

นักธุรกิจรุ่นใหม่เล่าถึงโปรเจกต์ต่อยอดที่เขากำลังดูแล คือ Sakon Gastronomy ส่งเสริมการท่องเที่ยวและอาหาร เข้าป่าไปหาวัตถุดิบมาทำอาหาร แล้วมาเที่ยวในเมืองต่อ เพื่อดึงให้คนอยู่ในจังหวัดให้นานที่สุด รวมถึงการจัดการระบบที่ทันสมัยและการตลาด เพื่อกระจายรายได้ให้เกษตรกรท้องถิ่นมากขึ้น

สกลจังซั่นจะกลับมาเป็นนิทรรศการฉบับย่อส่วนที่เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ (Isan Creative Festival) จังหวัดขอนแก่น ส่วนปลายปีนี้ เราจะได้เห็นสกลจังซั่นเติบโตจนกลายเป็นเทศกาลท้องถิ่นร่วมสมัยประจำปีหรือไม่ โปรดติดตามกันต่อไป 

ถอดบทเรียนเทศกาลสร้างสรรค์ย่านเมืองเก่าอีสาน ผ่านกลุ่มคนรุ่นใหม่ผู้อยู่เบื้องหลังงานสกลจังซั่น

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

จิราภรณ์ ล้อมหามงคล

ช่างภาพฟรีแลนซ์ตัวไม่เล็กจากแดนอีสาน ผู้ชื่นชอบในประวัติศาสตร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load