The Cloud x TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง 

ถ้าถามคนอุดรฯ ว่าของดีในจังหวัดของเขาคืออะไร

ส่วนใหญ่อาจพูดถึงสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา เพราะจังหวัดอุดรธานีเป็นที่ตั้งของวัดสำคัญ ๆ มากมาย ทั้งวัดของพระเกจิอาจารย์หลายท่านที่พุทธศาสนิกชนเลื่อมใส รวมถึงวัดแนวพุทธอุทยานที่ผู้คนนิยมเดินทางไปท่องเที่ยว

รองลงมา อาจพูดถึงสถานที่ที่เกี่ยวกับตำนานอย่างป่าคำชะโนด ที่มาพร้อมกับความเชื่อเรื่องพญานาค ซึ่งนักแสวงโชคต่างหวังว่าความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่จะช่วยอำนวยอวยชัยเป็นรางวัลที่ 1 ให้สักใบ ให้สมกับการได้เดินทางไกลมากราบไหว้

บางคนอาจพูดถึงสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง การขุดค้นพบโบราณวัตถุโดยเฉพาะภาชนะเครื่องปั้นดินเผาที่มีลวดลายเฉพาะจาก 5,000 ปีก่อน จนทำให้ที่นี่ได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก 

แต่ที่ใหม่ล่าสุด อุดรธานีอาจมีภาพจำจากเป็ดยางสีเหลืองตัวใหญ่ที่ลอยอยู่กลางบึงน้ำ สถานที่นั้นคือสวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม ที่นายกเทศมนตรีในขณะนั้นได้นำเป็ดมาจัดวางเพื่อสร้างสีสัน จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดอย่างไม่เป็นทางการมาจนถึงปัจจุบัน

นอกเหนือจากสถานที่หลัก ๆ ที่ว่ามาแล้ว อุดรธานียังแฝงด้วยผู้คนที่มีความสนใจแตกต่างหลากหลาย โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งหลายขวบปีที่ผ่านมา พวกเขาได้กลับมาสร้างธุรกิจตามความชอบของตัวเอง จนถ้าถามคนอุดรฯ อีกทีในเวลานี้ว่าไปอุดรฯ ต้องไปเที่ยวที่ไหนบ้าง หนึ่งในคำตอบนั้นจะต้องมี “คาเฟ่น่ารักๆ” ในมุมนั้นมุมนี้ อย่างไม่ต้องสงสัย

คอลัมน์ Take Me Out คราวนี้ จึงจะมาชวนขับรถเล่นไปรอบตัวเมือง ไปดูว่านอกจากคาเฟ่หลากหลายแห่งแล้ว คนรุ่นใหม่ในจังหวัดอุดรธานี ได้สร้างสีสันจากความชอบและความมุ่งมั่นให้กับจังหวัดนี้อย่างไรบ้าง

01

หมากแข้ง

ร้านอาหารไทย-อีสาน ที่ปรุงจากวัตถุดิบตามฤดูกาล และสนับสนุนให้คนกินอาหารเป็นยา

หมากแข้ง ร้านอาหารไทย-อีสาน ที่ปรุงจากวัตถุดิบตามฤดูกาล และสนับสนุนให้คนกินอาหารเป็นยา

หนุ่ม-วีระวัฒน์ กับน้องชาย โจ้-วรวุฒิ ตริยเสนวรรธน์ เริ่มเก็บประสบการณ์ด้านการทำอาหารจากสหรัฐอเมริกา ก่อนจะสั่งสมเทคนิคและความรู้เกี่ยวกับพืชผักสมุนไพรจากที่ต่าง ๆ และเดินทางกลับมายังบ้านเกิด เปิดร้านอาหารไทยโดยตั้งชื่อเพื่อระลึกถึงร้านเสื้อของผู้เป็นแม่ว่า ‘ซาหมวย แอนด์ ซันส์’ ใน พ.ศ. 2557 ด้วยความตั้งใจเผยแพร่แนวคิดการกินอาหารเป็นยา สอดคล้องกับฤดูกาล และสนับสนุนวัตถุดิบท้องถิ่นและเกษตรกรไทย

10 ธุรกิจ กิน ดื่ม เที่ยวเล่น ของคนอุดรธานีรุ่นใหม่ สร้างสีสันให้จังหวัดมีชีวิตชีวา

พ.ศ.2563 เชฟทั้งสองคนได้โอกาสขยายร้านให้ใหญ่ขึ้น โดยขยับสู่ที่ตั้งใหม่ในชื่อ ‘หมากแข้ง’ นำเสนอเมนูอาหารไทย-อีสาน ที่เข้าถึงง่ายขึ้น แต่ยังคงจิตวิญญาณเดิม อย่างแกงหน่อไม้ ใส่ความพิเศษอย่างเอ็นหอยจอบ ซึ่งเป็นหอยที่มีตามฤดูกาล รวมถึงใส่ใบย่านางที่ในตำราโบราณบอกว่า เมื่อกินกับหน่อไม้แล้วจะช่วยฟอกเลือดได้ หรือเมนูป่น (เครื่องจิ้มหรือน้ำพริกแบบอีสาน) ใช้ปลายอนที่มักอาศัยอยู่ในน้ำสะอาดตามป่าเขาเป็นส่วนผสม กินคู่กับผักรสขมอมส้มตามฤดูกาลช่วยขับเสมหะ ทั้งหมดนี้ คือความตั้งใจเผยแพร่แนวคิดเบื้องหลังการทำอาหารสู่ผู้คนวงกว้างมากขึ้น เหมือนที่เชฟโจ้กล่าวว่า

10 ธุรกิจ กิน ดื่ม เที่ยวเล่น ของคนอุดรธานีรุ่นใหม่ สร้างสีสันให้จังหวัดมีชีวิตชีวา

“เทรนด์การรักสุขภาพในเมืองอุดรฯ พูดจริง ๆ ว่ามันหลวม เช่น บอกว่ากินอาหารคลีนนะ แต่เลือกกินอกไก่จากผู้ผลิตในอุตสาหกรรมใหญ่ แต่ถ้าเป็นการกินตามฤดูกาลจริง ๆ กินอาหารตามธาตุจริง ๆ คนในพื้นที่อาจจะยังเลือกไม่เสพสิ่งเหล่านี้ ซึ่งถ้าเรามีโอกาสได้อธิบายให้คนที่มาแบบลึกซึ้ง แล้วเขาเปิดใจรับฟัง ก็คงถือว่าเป็นการได้พบกัลยาณมิตรที่ดี”

10 ธุรกิจ กิน ดื่ม เที่ยวเล่น ของคนอุดรธานีรุ่นใหม่ สร้างสีสันให้จังหวัดมีชีวิตชีวา

ที่ตั้ง : โครงการ Master place 103 / 8 ถนนศรีชมชื่น ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี 41000 (แผนที่)

วันเวลาทำการ : วันอังคาร-อาทิตย์ 11.00 – 14.30 และ 17.00 – 21.00 (ปิดวันจันทร์)

โทรศัพท์ : 06 5512 8288 

Facebook : หมากแข้ง – MAK KHANG

02

Whereder Poshtel and Thai Tune Coffee Bar

Poshtel แห่งแรกในจังหวัด ที่ชวนให้คนแวะมาพักและรับประทานอาหารอัตลักษณ์อีสาน

Whereder Poshtel and Thai Tune Coffee Bar Poshtel แห่งแรกในจังหวัด ที่ชวนให้คนแวะมาพักและรับประทานอาหารอัตลักษณ์อีสาน

ในช่วงเวลาที่คำว่า Poshtel หรือกระทั่งคำว่า โฮสเทล ยังเป็นเรื่องใหม่ในจังหวัดอุดรธานี นภกช ปัณฑพรรธน์กุล เลือกเดินทางจากเมืองหลวงกลับบ้านพร้อม วิรัช ปัณฑพรรธน์กุล เพื่อแสวงหาโอกาสใหม่ในพื้นที่ที่อึกทึกน้อยกว่า แต่แทนที่จะสานต่อธุรกิจของที่บ้าน เขาเลือกออกแบบธุรกิจใหม่ที่จะได้เป็นตัวของตัวเอง โดยยึดตึกแถวในตัวเมือง รีโนเวตเป็นที่พักในชื่อชวนให้คน ‘แวะเด้อ’ อย่าง ‘Whereder Poshtel’ พร้อมเปิดชั้นล่างเป็นพื้นที่ส่วนกลางของโรงแรม รวมถึงเป็นพื้นที่ต้อนรับผู้คนในรูปแบบร้านอาหารและคาเฟ่แบบใต้ถุนบ้าน ในชื่อ ‘Thai Tune Coffee Bar’

10 ธุรกิจ กิน ดื่ม เที่ยวเล่น ของคนอุดรธานีรุ่นใหม่ สร้างสีสันให้จังหวัดมีชีวิตชีวา

นอกจากคอนเซ็ปต์การออกแบบร้านและอาหารที่ยึดเอกลักษณ์อีสานมาตีความและสร้างสรรค์ใหม่ บ่อยครั้งที่นี่ยังถูกใช้เป็นเวทีจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ให้กลุ่มขับเคลื่อนต่างๆ ทั้งในและนอกจังหวัด เช่น กิจกรรมบรรยายเกี่ยวกับงานออกแบบ สถาปัตยกรรม จัดแสดงนิทรรศการภาพถ่าย ไปจนถึงเวิร์กชอปเกี่ยวกับสเก็ตบอร์ด

“ด้วยคอนเซ็ปต์ของที่นี่ที่มันเหมือนเป็นบ้านของเรา เหมือนเป็นใต้ถุนบ้านคนอีสานที่ให้คนมานั่งกินกาแฟ คุยกัน เราจึงคิดว่ามันเป็นพื้นที่เปิดสำหรับใช้จัดกิจกรรมที่เราสนใจได้” ผู้ก่อตั้งทั้งสองเล่าให้ฟังถึงแนวคิดเกี่ยวกับสถานที่

“เราคิดว่ากิจกรรมเหล่านี้เป็นสิ่งที่ควรผลักดัน เพราะอีกแรงบันดาลใจหนึ่งก็คือเราอยากสร้างชุมชนที่ดีทิ้งไว้ให้ลูกของเราในอนาคต เราคิดถึงว่าจะต้องทำสภาพแวดล้อมแบบไหนในเมือง ให้เขาเติบโตได้อย่างสร้างสรรค์และสมบูรณ์”

10 ธุรกิจ กิน ดื่ม เที่ยวเล่น ของคนอุดรธานีรุ่นใหม่ สร้างสีสันให้จังหวัดมีชีวิตชีวา

ที่ตั้ง : 212 – 214 ถนนประจักษ์ศิลปาคม ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี 41000 (แผนที่)

วันเวลาทำการ : ทุกวัน 08.00 – 21.00 น.

โทรศัพท์ : 08 8214 2555

Facebook : Whereder Poshtel and Thai Tune Coffee Bar

03

Le Bonheur Pâtisserie

ร้านขนมในสวนหน้าบ้านเชฟ ที่คนมากินเกินครึ่งตั้งใจเดินทางไกลมาจากจังหวัดอื่น

Le Bonheur Pâtisserie ร้านขนมในสวนหน้าบ้านเชฟ ที่คนมากินเกินครึ่งตั้งใจเดินทางไกลมาจากจังหวัดอื่น

เอิร์ล-ฐาวรา อนันธิกุลชัย บอกว่าเขาเป็นคนค่อนข้างเก็บตัว และชอบทำงานที่รักอยู่เงียบๆ อาจเห็นได้จากร้านขนมของเขาในซอกซอยลึก ซึ่งใช้พื้นที่เล็ก ๆ หน้าบ้านของตัวเองเป็นที่ตั้ง แต่ร้าน ‘Le Bonheur Pâtisserie’ (เลอ บอนเนอร์) ของเขาก็มีชื่อเสียงไปไกล จนลูกค้าประจำส่วนใหญ่ไม่ใช่คนในจังหวัด มีตั้งแต่คนที่เดินทางมาเช้าเย็นกลับจากกรุงเทพฯ ไปจนถึงเชฟจากต่างประเทศที่ทำงานในครัวของร้านมิชลินสตาร์ ก็เคยมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องอาหารระหว่างกันมาแล้ว

เชฟเอิร์ลไม่ได้เรียนจบจากโรงเรียนการทำอาหาร เขาศึกษาจากตำราต่างๆ ด้วยตัวเองตั้งแต่เริ่มต้น นอกจากการเสาะหาวัตถุดิบชั้นยอดจากภูมิภาคต่าง ๆ ประกอบกับการใส่ตัวตนของเขาลงไปในทุกจาน จุดเด่นของที่นี่ยังอยู่ที่เชฟไม่หยุดพัฒนาเมนูขนม 

โดยเมนูพื้นฐานของร้านอย่างบานอฟฟี่ เค้กมะพร้าวบาวาเรียน ทรัฟเฟิลช็อกโกแลตออร์เรนจ์ รวมถึงเมนูซิกเนเจอร์อย่างลูกแพรโพชไวน์แดงฝรั่งเศสซึ่งเป็นเมนูประจำ อีกมากกว่า 30 จานจะสร้างสรรค์และสับเปลี่ยนกันอยู่เสมอ จนบางครั้งอาจเปลี่ยนบ่อยเป็นรายสัปดาห์

10 ธุรกิจ กิน ดื่ม เที่ยวเล่น ของคนอุดรธานีรุ่นใหม่ สร้างสีสันให้จังหวัดมีชีวิตชีวา
10 ธุรกิจ กิน ดื่ม เที่ยวเล่น ของคนอุดรธานีรุ่นใหม่ สร้างสีสันให้จังหวัดมีชีวิตชีวา

“ผมอยากเอาวัตถุดิบเป็นตัวกำหนด ว่าเราอยากจะทำอะไรที่มันดีที่สุดให้คนได้รับประทาน” เชฟเอิร์ลว่า “เราอยากทำอะไรที่อุดรฯ ยังไม่มี ให้เป็นขนมที่มีความซับซ้อน รวมถึงการใช้วัตถุดิบที่พิเศษยิ่งขึ้น

“เรามองเห็นว่าตอนนั้นพรีเมี่ยมโปรดักต์ในจังหวัดยังไม่มี ก็เลยเอาจุดนี้มาเป็นจุดขาย ทำยังไงให้ลูกค้าที่ยอมหลบเลี่ยงเข้ามาไกลถึงขนาดนี้เกิดความทรงจำที่ดี แล้วเราก็อยากนำสิ่งที่เราเคยเจอในสมัยเด็ก ในสมัยเรียน ในสมัยที่เราเดินทาง ที่เราได้เห็นหลาย ๆ อย่างจากหลาย ๆ ที่ เอากลับมาที่บ้านเรา”

ที่ตั้ง : 569/3 ซอยจักรแก้ว 3 ถนนอำเภอ ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี 41000 (แผนที่)

วันเวลาทำการ : ทุกวัน 10.30 – 19.30 น.

โทรศัพท์ : 06 2987 9090

Facebook : Le Bonheur Pâtisserie – เลอ บอนเนอร์

04

ไม้บ้าน

ร้านอาหาร คาเฟ่ และสตูดิโองานไม้ของสถาปนิก ผู้ตั้งใจกลับมาสร้างงานออกแบบที่บ้านเกิด

ไม้บ้าน ร้านอาหาร คาเฟ่ และสตูดิโองานไม้ของสถาปนิก ผู้ตั้งใจกลับมาสร้างงานออกแบบที่บ้านเกิด
10 ธุรกิจ กิน ดื่ม เที่ยวเล่น ของคนอุดรธานีรุ่นใหม่ สร้างสีสันให้จังหวัดมีชีวิตชีวา

แต่เดิม ‘ไม้บ้าน’ ของ พี-พีระวัฒน์ เชียงไฝ ตั้งอยู่บนที่ดินผืนเล็ก ๆ บนถนนรอบเมืองเส้นใหญ่ เปิดเป็นคาเฟ่และร้านขายของที่ระลึกจากงานไม้ คู่กับสตูดิโอออกแบบสถาปัตยกรรม ตามความตั้งใจของเจ้าของว่าอยากกลับมาใช้ชีวิตที่บ้านหลังจากเรียนจบแล้ว จนหลายปีผ่านไป พีระวัฒน์ได้เลือกที่ดินขนาด 2 ไร่ที่ตั้งอยู่ข้างบ้านของตัวเองผืนนี้ อาศัยร่มไม้ใหญ่ที่มีอยู่เดิมเติมเต็มบรรยากาศให้บรรดาบ้านไม้หลังต่าง ๆ ซึ่งเขาออกแบบและปรับปรุงจากทั้งไม้เก่าและไม้ใหม่ ให้เป็นร้านอาหารผสมคาเฟ่ที่รองรับคนได้มากขึ้น ยังคงขายงานไม้ และทำสตูดิโอออกแบบอยู่อย่างต่อเนื่อง

10 ธุรกิจ กิน ดื่ม เที่ยวเล่น ของคนอุดรธานีรุ่นใหม่ สร้างสีสันให้จังหวัดมีชีวิตชีวา
10 ธุรกิจ กิน ดื่ม เที่ยวเล่น ของคนอุดรธานีรุ่นใหม่ สร้างสีสันให้จังหวัดมีชีวิตชีวา

“เราชอบทำโมเดล ทำเฟอร์นิเจอร์ ทำอะไรอย่างนี้อยู่แล้วตั้งแต่สมัยเรียน ตอนนั้นหอพักเราอยู่แถว ๆ ภูเขาทอง ซึ่งมีร้านไม้เยอะมาก เราก็จะเดินไปซื้อไม้มาทำเฟอร์นิเจอร์ใช้เอง หรือบางทีก็เอาเศษไม้จากกิจกรรมในมหาวิทยาลัยนั่นแหละกลับมานั่งทำ” พีระวัฒน์เล่า

“พอเรากลับมาบ้าน เรามีเศษไม้เหลืออยู่เยอะ แรก ๆ ก็จะมาทำตกแต่งร้านของเราเอง ทำซุ้มกาแฟ ทำถาดไม้บ้าง บ้านนกบ้าง ซึ่งจริง ๆ เราตั้งใจกลับมาทำงานออกแบบ แต่พอทำงานไม้ไปด้วย กลายเป็นว่ามีคนซื้อ อย่างเราทำกระดานดำมาตั้งหน้าร้านเป็นป้าย ลูกค้ามาซื้อกาแฟก็ขอซื้อกระดานดำไปด้วย กลายเป็นว่ากระดานดำนี่ขายดีกว่ากาแฟเสียอีก”

ที่ตั้ง : 299/1 ซอยประเสริฐ ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี 41000 (แผนที่)

วันเวลาทำการ : ทุกวัน 9.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 08 3404 4133

Facebook : ไม้บ้าน

05

บ้านนาคาเฟ่

คาเฟ่กลางทุ่งนา เปลี่ยนฝันการเปิดร้านอาหารท่ามกลางธรรมชาติให้เกิดขึ้นจริง

บ้านนาคาเฟ่ คาเฟ่กลางทุ่งนา เปลี่ยนฝันการเปิดร้านอาหารท่ามกลางธรรมชาติให้เกิดขึ้นจริง
10 ธุรกิจ กิน ดื่ม เที่ยวเล่น ของคนอุดรธานีรุ่นใหม่ สร้างสีสันให้จังหวัดมีชีวิตชีวา

ความสนใจเปิดร้านอาหารของ แจม-สุชาธิษณ์ สุวิตธรรม เริ่มจากการสั่งสมประสบการณ์ในร้านอาหารไทยที่ประเทศแคนาดาในทุก ๆ ปิดเทอมตลอดช่วงเรียนมหาวิทยาลัย และต่อเนื่องไปถึงการเลือกใช้ชีวิตในต่างประเทศหลายปีเพื่อศึกษาการทำอาหารและบริหารจัดการร้านเพิ่มเติม ก่อนตัดสินใจกลับบ้าน

“เรามีความฝันว่าอยากทำร้านอาหารที่ชอบ แล้วก็ดูแลพ่อแม่ได้ อยากพัฒนาให้เป็นร้านที่มีชื่อเสียงของอุดรฯ” เจ้าของร้านเล่า

“คุณพ่อคุณแม่ทำพื้นที่บ้านสวนตรงนี้ไว้ปลูกสวนอยู่นอกเมือง เราเล็งแล้วแหละว่าเราอยากมีชีวิตแบบนี้ อยากทำงานที่บ้านตัวเอง แล้วก็เอาความรู้ที่สะสมมาเปิดร้านที่บ้าน” 

10 ธุรกิจ กิน ดื่ม เที่ยวเล่น ของคนอุดรธานีรุ่นใหม่ สร้างสีสันให้จังหวัดมีชีวิตชีวา
10 ธุรกิจ กิน ดื่ม เที่ยวเล่น ของคนอุดรธานีรุ่นใหม่ สร้างสีสันให้จังหวัดมีชีวิตชีวา

บนพื้นที่สวนเดิมประกอบด้วยทุ่งนาและไม้ผลหลากหลายพันธุ์ เจ้าของที่คงสภาพเดิมของสวนไว้อย่างนั้น แล้วดึงเอกลักษณ์จากพื้นที่ ออกแบบเป็นคาเฟ่ในโรงนาผสมเรือนกระจก เหมือนผสมความเป็นตะวันตกและตะวันออกเข้าด้วยกัน ที่นี่จึงกลายเป็นที่พักผ่อนนอกเมืองที่ได้รับความนิยมจากคนทุกวัยทั้งในและนอกจังหวัด แวะมาชิมขนมและเค้กฝีมือเจ้าของ ซึ่งคิดค้นจากส่วนผสมใกล้ตัวในสไตล์ที่เรียกว่า ‘บ้านนอกอินเตอร์’ รวมถึงนำเสนออาหารแบบ Pescatarian คือลดเนื้อสัตว์ แต่ยังมีไข่ ปลา และอาหารทะเล เพื่อลดการเบียนเบียดชีวิตสัตว์ใหญ่ลงด้วย

ที่ตั้ง : 95 หมู่ที่ 1 ตำบลหมูม่น อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี 41000 (แผนที่)

วันเวลาทำการ : ทุกวัน 09.00 – 17.30 น.

โทรศัพท์ : 09 5426 4624

Facebook : Barn Naa Cafe บ้านนา คาเฟ่

06

อ้วนกลม แฮปปี้ฟาร์ม

ศูนย์การเรียนรู้นวัตกรรมสีธรรมชาติ ที่พาครามอุดรฯ ไปไกลถึงญี่ปุ่นและอินเดีย

อ้วนกลม แฮปปี้ฟาร์ม ศูนย์การเรียนรู้นวัตกรรมสีธรรมชาติ ที่พาครามอุดรฯ ไปไกลถึงญี่ปุ่นและอินเดีย
10 ธุรกิจ กิน ดื่ม เที่ยวเล่น ของคนอุดรธานีรุ่นใหม่ สร้างสีสันให้จังหวัดมีชีวิตชีวา

‘อ้วนกลม แฮปปี้ฟาร์ม’ มีชื่อเต็มๆ ว่า ศูนย์การเรียนรู้ อ้วนกลม แฮปปี้ฟาร์ม เรียนรู้การสร้างกระบวนการจัดการวัตถุดิบเพื่อนวัตกรรมชุมชน ริเริ่มโดย คเณศ รุ้งสันเทียะ หรือ อาจารย์เณศ อ้วนกลม ในแวดวงย้อมสีธรรมชาติ และ หยก-พสธร เดชศิริอุดม แม้ทั้งสองมีพื้นเพมาจากนครพนมและสกลนคร แต่เมื่อเห็นโอกาสจากทำเลที่ตั้งของจังหวัดอุดรธานี จึงเลือกที่ดินไม่ใกล้ไม่ไกลจากวัดป่าบ้านตาด เปิดสตูดิโอศึกษานวัตกรรมเรื่องสีธรรมชาติ ผลิตผลงานย้อมผ้า และเปิดพื้นที่สอนเรื่องการย้อมสีธรรมชาติให้กับผู้ที่สนใจทั่วไป

ด้วยความที่มีพื้นฐานมาจากการเรียนและทำงานศิลปะ อาจารย์เณศเริ่มสนใจเรื่องสีในพืชพันธุ์ธรรมชาติ จากการได้ร่วมทำงานวิจัยในฐานะนักถ่ายภาพและสเก็ตช์เก็บข้อมูลพันธุ์ไม้ให้กับมูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เมื่อเห็นว่าพืชพันธุ์รอบตัวโดยเฉพาะในอีสานนั้น เปี่ยมด้วยโอกาสจากการนำสีธรรมชาติมาใช้ แต่คนในท้องถิ่นมักหลงลืม จึงเริ่มหาความรู้และแผ้วถางทางที่จะนำโอกาสนั้นมาใช้

10 ธุรกิจ กิน ดื่ม เที่ยวเล่น ของคนอุดรธานีรุ่นใหม่ สร้างสีสันให้จังหวัดมีชีวิตชีวา

“คนอีสานทุกหย่อมหญ้า ทุกตำบล จะต้องมีผ้าซิ่นใส่ ฝ้ายต้องปลูก ไหมต้องทำ สีย้อมต้องมี เราเห็นช่องทางในท้องถิ่นว่าเรามีความรู้เรื่องพวกนี้อยู่กับตัวตั้งแต่สมัยเด็ก เราทำเรื่องเกี่ยวกับสิ่งทอได้ และทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ด้วย” นักย้อมสีธรรมชาติว่า

อ้วนกลม แฮปปี้ฟาร์ม มีชื่อเสียงเรื่องการก่อหม้อครามได้เร็ว เพียงราว 30 นาทีก็ได้หม้อครามพร้อมย้อมจาก ‘สูตรต้มยำ’ ที่ทดลองและประดิษฐ์ขึ้นจากวัตถุดิบธรรมชาติล้วน อย่างข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และวัตถุดิบอื่นๆ จนถึงทุกวันนี้ อาจารย์เณศได้รับเชิญไปสาธิตและบรรยายให้กับมหาวิทยาลัยและหน่วยงานรัฐต่าง ๆ หลายแห่ง รวมถึงได้มีโอกาสไปสาธิตการก่อหม้อครามถึงประเทศอินเดียและญี่ปุ่น 

นอกจากคราม ที่นี่ยังศึกษาและเผยแพร่สีธรรมชาติอื่น ๆ ทั้งสีดิน หรือเทคนิค Eco-printing หรือภาพพิมพ์ลายธรรมชาติ และให้คนทั่วไปมาท่องเที่ยวและทำกิจกรรมเวิร์กชอปอีกด้วย

ที่ตั้ง : 648 หมู่ที่ 1 บ้านตาด ตำบลบ้านตาด อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี 41000 (แผนที่)

วันเวลาทำการ : ทุกวัน 8.30 – 17.00 น. (ขึ้นอยู่กับกิจกรรมหรือการนัดหมาย)

โทรศัพท์ : 09 2656 1614 

Facebook : อ้วนกลม แฮปปี้ฟาร์ม อุดรธานี

07

NOIR ROW ART SPACE

แกลเลอรี่ศิลปะร่วมสมัยแห่งเดียวในจังหวัด อาศัยตึกแถว 1 ห้องเป็นที่ผลักดันวงการศิลปะในท้องถิ่น

NOIR ROW ART SPACE แกลเลอรี่ศิลปะร่วมสมัยแห่งเดียวในจังหวัด อาศัยตึกแถว 1 ห้องเป็นที่ผลักดันวงการศิลปะในท้องถิ่น

รู้ตัวอีกที อุ้ย-ปณชัย ชัยจิรรัตน์ ศิลปินผู้เพิ่งจบการศึกษาจากประเทศอังกฤษ ก็พบว่าจังหวัดบ้านเกิดของเขามีเป็ดยางยักษ์สีเหลืองลอยน้ำ กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดและหมุดหมายการท่องเที่ยวใหม่โดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว เมื่อตัดสินใจกลับบ้านพร้อมกับ ส้มโอ-ปุญญิศา ศิลปรัศมี ทั้งคู่ได้ร่วมกันเปิดแกลเลอรี่ศิลปะร่วมสมัย ‘NOIR ROW ART SPACE’ (นัวโรว์ อาร์ต สเปซ) ด้วยความตั้งใจหลัก 2 อย่าง หนึ่งคือ การผลักดันกิจกรรมทางศิลปะรูปแบบใหม่ ๆ ในพื้นที่ และสอง ทำงานศิลปะบนการตั้งคำถามถึงประวัติศาสตร์และอัตลักษณ์ท้องถิ่น นอกเหนือจากสิ่งที่ถูกเลือกหรือเพิ่งสร้าง

“เรามองภาพว่าที่ที่เราอยู่อย่างอุดรฯ มันคืออะไรกันแน่ อัตลักษณ์ของมันมีอะไรบ้าง เราพยายามจะถอดรหัส ซึ่งก็จะไม่ใช่ในแบบนักประวัติศาสตร์หรือนักวิชาการ แต่มองว่าประเด็นที่เราเจอจะป้อนกลับมาสู่งานศิลปะได้อย่างไร” ปณชัยว่า

“ต้องยอมรับว่าแรงขับเคลื่อนที่ทำให้อุดรฯ เติบโตเป็นเหมือนทุกวันนี้ หรือเป็นตัวตนแบบนี้ในทุกวันนี้ หนึ่งในนั้นคือโบราณสถานบ้านเชียง แต่อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญมาก คือทหารจีไอ”

10 ธุรกิจ กิน ดื่ม เที่ยวเล่น ของคนอุดรธานีรุ่นใหม่ สร้างสีสันให้จังหวัดมีชีวิตชีวา
10 ธุรกิจ กิน ดื่ม เที่ยวเล่น ของคนอุดรธานีรุ่นใหม่ สร้างสีสันให้จังหวัดมีชีวิตชีวา

โดยตลอดเกือบ 4 ปีที่ผ่านมา ที่นี่ได้จัดกิจกรรมหลากหลาย ทั้งจัดนิทรรศการ ฉายภาพยนตร์ จัดเสวนาหัวข้อต่าง ๆ ซึ่งมุ่งให้บุคคลทั่วไปที่ไม่ต้องมีพื้นฐานทางศิลปะก็เข้าร่วมได้โดยไม่รู้สึกว่าเป็นของยาก

นอกจากนั้น ศิลปินทั้งสองยังสนใจศึกษาหน้าประวัติศาสตร์ของจังหวัดที่ไม่นิยมเล่า อย่างการเคยเป็นที่ตั้งของค่ายทหารอเมริกันสำคัญในยุคสงครามเย็น โดยรวบรวมซากวัตถุ ภาพถ่าย บทสัมภาษณ์ และเคยนำมาจัดแสดงเป็นนิทรรศการ Parallel: The Ramasun Station Art Trail (2019) ในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ค่ายรามสูร ซึ่งพวกเขายังคงค้นคว้าเรื่องดังกล่าวต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

ที่ตั้ง : 256/29 บ้านเดื่อ ซอย 1 ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี 41000 (แผนที่)

วันเวลาทำการ : 13.00 – 19.00 น. (ขึ้นอยู่กับกิจกรรมหรือการนัดหมาย)

โทรศัพท์ : 09 3520 6313

Facebook : NOIR ROW ART SPACE

08

Moonday Pottery

สตูดิโอเซรามิกที่ทำให้คนรู้จักอุดรฯ ผ่านงานเครื่องปั้นดินเผาร่วมสมัยเช่นเดียวกับบ้านเชียง

Moonday Pottery สตูดิโอเซรามิกที่ทำให้คนรู้จักอุดรฯ ผ่านงานเครื่องปั้นดินเผาร่วมสมัยเช่นเดียวกับบ้านเชียง

เพราะสงสัยมาตลอดว่าอุดรธานี ที่ตั้งของแหล่งโบราณคดีบ้านเชียงที่มีชื่อเสียงเรื่องเครื่องปั้นดินเผา แต่ตัวจังหวัดเองกลับขาดไปซึ่งความเชื่อมโยงถึงงานเครื่องปั้นดินเผาสมัยปัจจุบัน ความสนใจและความชอบส่วนตัวทำให้ เอื้อ-ปทุมา หอมรอด แม้จะไม่ได้เรียนด้านเซรามิกมาโดยตรง แต่ก็เริ่มต้นโดยการเดินทางไปศึกษาฝึกงานกับผู้ผลิตงานเซรามิกที่จังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงไปทำงานในแวดวงเซรามิกต่อเนื่องที่กรุงเทพฯ ก่อนจะกลับมาร่วมกับ เอก-นิธิ รุ่งเรือง ที่บังเอิญได้ค้นพบความชอบอย่างเดียวกัน เปิดสตูดิโอเซรามิกในชื่อ ‘Moonday Pottery’

10 ธุรกิจ กิน ดื่ม เที่ยวเล่น ของคนอุดรธานีรุ่นใหม่ สร้างสีสันให้จังหวัดมีชีวิตชีวา
10 ธุรกิจ กิน ดื่ม เที่ยวเล่น ของคนอุดรธานีรุ่นใหม่ สร้างสีสันให้จังหวัดมีชีวิตชีวา

“อยากให้คนที่นี่รู้จักงานเครื่องปั้นดินเผามากขึ้น โดยเฉพาะงานรูปแบบใหม่ๆ อย่างการทำแฮนด์เมดที่เราชอบ” ผู้ก่อตั้งทั้งสองเล่าให้ฟังถึงความตั้งใจแรกในการเปิดสตูดิโอแห่งนี้

ปัจจุบันสตูดิโอแห่งนี้ใช้พื้นที่ชั้น 3 ของ NOIR ROW ART SPACE เป็นหน้าร้านเล็กๆ ไว้จำหน่ายงาน นอกเหนือจากการออกแบบและทำตามสั่ง แต่ที่สำคัญคือ ได้ใช้เป็นสถานที่เปิดสอนปั้นและเพนต์เซรามิกแบบวันเดียวจบ ที่ให้คนทั่วไปมาเล่นสนุกได้ แม้จะไม่มีพื้นฐานก็ตาม

ที่ตั้ง : 256/29 บ้านเดื่อ ซอย 1 ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี 41000 (แผนที่)

วันเวลาทำการ : 10.00 – 17.00 น. (นัดหมายล่วงหน้า)

โทรศัพท์ : 08 4789 9117 

Facebook : Moonday Pottery

09

Khark Skateboards

ร้านสเก็ตบอร์ดที่รวบรวมคนเล่นกีฬาแผ่นไม้ติดล้อในจังหวัด สู่การจัดงานสเก็ตบอร์ดประจำปี

Khark Skateboards ร้านสเก็ตบอร์ดที่รวบรวมคนเล่นกีฬาแผ่นไม้ติดล้อในจังหวัด สู่การจัดงานสเก็ตบอร์ดประจำปี

จากเด็กที่ชื่นชอบสเก็ตบอร์ดมากถึงขั้นเคยขโมยเงินพ่อแม่ไปซื้อมาเล่น แบ็ค-ทรงวุฒิ วิเศษศุภลักษณ์ กลับมาจับแผ่นไม้ติดล้ออีกครั้งในช่วงวัย 30 ก่อนจะเห็นโอกาสนำสเก็ตบอร์ดเข้ามาขายให้คนในท้องที่เข้าถึงอุปกรณ์คุณภาพได้ง่ายขึ้น 

เขาเริ่มจากการรับอุปกรณ์บางยี่ห้อมาขายให้เฉพาะคนรู้จัก ก่อนจะเปิดคาเฟ่ผสมร้านขายสเก็ตบอร์ด ภายหลังจึงขยับเป็นร้านจำหน่าย และให้บริการเต็มตัวเมื่อปลาย พ.ศ.2563 ปัจจุบันร้านของเขาได้เป็นตัวแทนจำหน่ายแผ่นและอุปกรณ์สเก็ตบอร์ดทั้งของไทยและต่างชาติ ซึ่งหลากหลายและได้มาตรฐานไม่ต่างจากในกรุงเทพฯ

10 ธุรกิจ กิน ดื่ม เที่ยวเล่น ของคนอุดรธานีรุ่นใหม่ สร้างสีสันให้จังหวัดมีชีวิตชีวา
10 ธุรกิจ กิน ดื่ม เที่ยวเล่น ของคนอุดรธานีรุ่นใหม่ สร้างสีสันให้จังหวัดมีชีวิตชีวา

พร้อมกันนั้น ก็เป็นความต้องการของทรงวุฒิที่อยากสนับสนุนกีฬาชนิดนี้ในจังหวัดให้ได้รับความนิยมขึ้น อย่างการเป็นตัวตั้งตัวตีจัดงาน Go Skateboarding Day ในสวนสาธารณะของเมือง ชื่อเดียวกับวัฒนธรรมเฉลิมฉลองกีฬาชนิดนี้ของผู้เล่นทั่วโลกในวันที่ 21 มิถุนายน ทรงวุฒิจัดงานนี้ครั้งแรกใน พ.ศ.2562 และจัดซ้ำอีกครั้งในปีต่อมา ซึ่งผู้เล่นในจังหวัดและจังหวัดข้างเคียงให้การตอบรับมากถึง 100 ชีวิต เหมือนที่ทรงวุฒิเล่าว่า

“เราเห็นการเปลี่ยนแปลง เมื่อคนเข้าถึงอุปกรณ์ง่ายขึ้น กลุ่มคนเล่นก็ใหญ่ขึ้น เราได้ช่วยผลักดันเท่าที่เราทำได้ ไปขอเทศบาลให้ทำลานให้ดีขึ้น หรือแบ่งปันอุปกรณ์ดี ๆ ให้มีในลาน ขอสปอนเซอร์จากเพื่อน ๆ กันเองนี่แหละจัดงานสเก็ต สุดท้ายแล้วมันก็ต้องเป็นร้านสเก็ตบอร์ด ถึงจะมีกำลังเพื่อให้มีภาพงานแบบนี้เกิดขึ้นได้ต่อเนื่อง”

ที่ตั้ง : 297 ถนน โพศรี ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี 41000 (แผนที่)

วันเวลาทำการ : ทุกวัน 10.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 08 8884 9392 

Facebook : Khark Skateboards

10

อีหล่า มาร์เก็ต

ร้านของชำที่ขายของที่หาไม่ได้ในร้านสะดวกซื้อ และตอบสนองคนในท้องถิ่นโดยเฉพาะ

อีหล่า มาร์เก็ต ร้านของชำที่ขายของที่หาไม่ได้ในร้านสะดวกซื้อ และตอบสนองคนในท้องถิ่นโดยเฉพาะ
10 ธุรกิจ กิน ดื่ม เที่ยวเล่น ของคนอุดรธานีรุ่นใหม่ สร้างสีสันให้จังหวัดมีชีวิตชีวา

อีหล่า ในภาษาอีสานแปลว่าลูกสาวคนเล็ก หรือเป็นคำเรียกเด็กผู้หญิงด้วยความเอ็นดูที่ พีเจี้ยน-รักอิสระ มุกดาม่วง เลือกมาใช้ตั้งชื่อร้านขายของชำที่เขาได้ช่วยสานต่อกิจการจากครอบครัว เพราะอยากให้ฟังติดหู และให้เป็นร้านที่คนในชุมชนจะช่วยดูแล หากสิ่งที่ทำให้ ‘อีหล่า’ คนนี้เป็นที่น่าพูดถึง ไม่เพียงแต่รูปลักษณ์ของร้านที่เปลี่ยนโฉมภาพร้านของชำไปโดยสิ้นเชิง แต่สินค้าที่เจ้าของเลือกมานั้นแตกต่างจากของที่มีเหมือนกันทุกที่ในร้านสะดวกซื้อ และเป็นสินค้าที่เจ้าของรู้ว่าจะตอบสนองผู้คนในชุมชนนี้โดยเฉพาะได้อย่างไร

ยางรถมอเตอร์ไซค์ น้ำมันเครื่องรถไถ กะละมังพลาสติก ไม้กวาดทางมะพร้าว ท่อพีวีซี อุปกรณ์งานเกษตร และสินค้าอีกหลายต่อหลายประเภท เป็นเอกลักษณ์ของร้านที่ตอบสนองคนในชุมชนโดยตรง รวมถึงการมีของสดอย่างเนื้อสัตว์ ไข่ และผักจากในท้องที่ ก็เป็นสินค้าที่ร้านค้าแต่เดิมของครอบครัวมีมานานแล้ว เพียงแต่รักอิสระได้มาออกแบบและจัดระบบใหม่ ให้สินค้าเรียงเป็นระเบียบ หยิบซื้อง่าย สถานที่สะอาด และดูโปร่งโล่งขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าของร้านเล่าว่า เป็นการแก้ปัญหาร้านขายของชำในห้องแถวที่เขาประสบมาแต่เดิมทั้งสิ้น

10 ธุรกิจ กิน ดื่ม เที่ยวเล่น ของคนอุดรธานีรุ่นใหม่ สร้างสีสันให้จังหวัดมีชีวิตชีวา
10 ธุรกิจ กิน ดื่ม เที่ยวเล่น ของคนอุดรธานีรุ่นใหม่ สร้างสีสันให้จังหวัดมีชีวิตชีวา

“เราขยายขึ้นมาในแง่ที่ทำให้ถูกสุขอนามัย มีระเบียบ คนเดินเลือกได้ เป็นห้องแอร์ ซึ่งโชว์ห่วยแต่เดิมเราก็จะรู้ว่า ไม่ได้ให้คนเดิน แต่ให้สั่งของแล้วเราก็หยิบให้” เจ้าของร้านเล่า

“เรื่องสินค้า ต้องเอาชุมชนเป็นหลักเลย ภาคใต้กินของแบบนี้ ภาคเหนือกินของแบบนี้ แต่แน่นอนว่าต้องมีอีกครึ่งหนึ่งที่ทุกคนทั้งประเทศใช้เหมือนกัน อย่างน้ำยาซักผ้า แต่ถ้าเป็นพริกแกง ภาคใต้ เหนือ อีสาน ย่อมไม่เหมือนกันแน่นอน”

ที่ตั้ง : 557 หมู่ 17 ตำบลหนองนาคำ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี 41000 (แผนที่)

วันเวลาทำการ : ทุกวัน 07.00 – 20.30 น. 

Facebook : อีหล่า มาร์เก็ต – Era Market

Writer

กรกฎ หลอดคำ

เขียนเรื่องบ้านและงานออกแบบเป็นงานประจำ สนใจเรื่องราวทางสังคมและวัฒนธรรมในงานสถาปัตยกรรมเป็นพิเศษ

Photographer

รักอิสระ มุกดาม่วง

เป็นคนจังหวัดอุดรธานี-ถิ่นภาคอีสาน โดยกำเนิด รักอิสระเคยดร็อปเรียนตอนมัธยมแล้วไปเป็นเด็กล้างจานที่ร้านอาหารไทยในอเมริกา 1 ปี ชอบเดินทางท่องเที่ยว ถ่ายรูป และสนใจภาพเชิงสารคดีเป็นพิเศษ

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

The Cloud x TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง

คนยโสธรเป็นสายกรีนมาแต่กำเนิด พวกเขายึดถือการทำนาข้าวเป็นอาชีพเลี้ยงตัวมาแต่เก่าก่อน ผูกพันกับชีวิตชนิดแยกกันไม่ขาด ที่สำคัญคือต่อยอดเป็นเมืองเกษตรอินทรีย์มาสักพักใหญ่แล้ว จากความร่วมมือของชาวนาชาวไร่ที่ผันตัวมาใช่วิธีดูแลพืชพรรณให้ปลอดภัยทั้งกับตัวเองและผู้บริโภค ขณะเดียวกันทางจังหวัดก็ส่งเสริมเต็มที่ เกิดเป็นตราบั้งไฟหลากสี แบ่งตามมาตรฐานอินทรีย์แต่ละขั้น เพื่อช่วยรับรองผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรโดยเฉพาะ

เมื่อได้พูดคุยกับพี่น้องเกษตรกร พบว่าพวกเขาช่วยกันขับเคลื่อนสังคมเกษตรอินทรีย์กันอย่างคึกคัก สร้างช่องทางส่งขายอย่างเป็นระบบ รวมกลุ่มกันเป็นเครือข่ายมากมายในพื้นที่ ตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการปลูกพืชและปศุสัตว์ ทั้งยังมีตลาดให้จำหน่ายผลิตผลแทบทุกอำเภอ สับเปลี่ยนสถานที่ เวียนวันกันไปไม่ซ้ำในแต่ละอาทิตย์ 

หลังจากทำความรู้จักยโสธรผ่าน 10 สถานที่เก่า-ใหม่ของเมืองบั้งไฟ กันพอหอมปากหอมคอ คราวนี้มาสัมผัสอีกตัวตนของคนยโสฯ กับสารพัดพื้นที่สีเขียวปลอดสารพิษ ทั้งนาข้าวหอมมะลิ นาบัวหวาน ฟาร์มปศุสัตว์หลากหลายแนว หมู่บ้านอินทรีย์ที่ทำเกษตรปลอดสารกันทุกครัวเรือน รวมถึงคาเฟ่ที่เลือกนำเสนอความออร์แกนิกผ่านอาหารการกิน

เปลี่ยนบรรยากาศ Work from Home ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 แสนอุดอู้ แล้วออกไปสูดอากาศสดชื่นรื่นรมย์ที่ยโสธรผ่านคอลัมน์ Take Me Out ด้วยกัน

01 

บัวหวานยโสธร

นาบัวอินทรีย์ที่รักษาความหวานกรอบเหมือนเพิ่งเก็บจากบึง

บัวหวานยโสธร
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

จากอาชีพทำนาข้าวและแม่ค้ารับบัวมาขายตามตลาด จันทร์-ธนพร จันทร์หอม ผันตัวเริ่มทำนาบัวด้วยตัวเองเพราะความหลงใหลในรสชาติ เลือกแนวทางอินทรีย์ในการปลูก โดยมีเหตุผลเพียงไม่อยากทำร้ายสัตว์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลายเป็นเม็ดบัวที่มีคุณภาพดีตามไปด้วย เพราะระบบนิเวศสมบูรณ์ ทำให้เหล่าผึ้งและชันโรงที่อยู่กันอย่างสบายใจก็เป็นลูกมือช่วยผสมเกสร จึงได้หน้าบัวที่เต็ม กลมสวยไม่เว้าแหว่ง และขายได้ราคาดี

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

เมื่อผลตอบรับดีจนไม่พอขาย จันทร์จึงเพิ่มบ่อบัวให้มากขึ้น วางแผนปลูกแต่ละบ่อให้บานไล่เลี่ยกันจะได้มีผลผลิตเก็บเกี่ยวทั้งปี นอกจากประคบประหงมด้วยความใส่ใจ บำรุงด้วยน้ำหมักสูตรพิเศษ และดูแลอย่างไร้สารเคมีแล้ว เคล็ดไม่ลับอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย คือการแช่น้ำแข็งทันทีตั้งแต่เก็บขึ้นจากบ่อ ทำให้หวานกรอบจนถึงมือลูกค้า และนอกจากเม็ดบัวสดที่คนนิยมกิน จันทร์มีเมนูแนะนำด้วย นั่นคือ ส้มตำเม็ดบัว อีกทางเลือกที่แซ่บหลายใช้ได้ไม่แพ้กัน

หากสนใจอยากมาพิสูจน์ความหวาน เข้ามาอุดหนุนได้ทุกเมื่อ หรือถ้าอยากมาเที่ยวถ่ายรูปกับดอกบัวสีขาวเต็มบ่อ ลองติดต่อมาถามจันทร์ล่วงหน้าได้ว่าดอกบัวเริ่มบานแล้วหรือยัง จะได้มาแล้วไม่เสียเที่ยว

ที่ตั้ง : ตำบลค้อเหนือ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 06 2990 1395

Facebook : บัวอินทรีย์ บัวหวานยโสธร

02

บ้านไร่รุ้งตะวัน 

ฟาร์มเมล่อนญี่ปุ่น นาข้าวอินทรีย์ และคาเฟ่กลางทุ่งนา

บ้านไร่รุ้งตะวัน
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

 เอก-ธนิสร จิตตะมา ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านไร่รุ้งตะวัน กลับมาอำเภอเลิงนกทาบ้านเกิดอีกครั้ง หลังจากทำงานในกรุงเทพฯ กว่า 20 ปี เขาเล็งเห็นว่าตำบลที่อาศัยอยู่มีทรัพยากรธรรมชาติสมบูรณ์ สถานที่ท่องเที่ยวก็พอมีอยู่บ้าง น่าจะต่อยอดที่ดิน 20 กว่าไร่ของตนให้มีประโยชน์มากกว่าการปลูกข้าว หลังจากหาข้อมูลอยู่นานว่าจะปลูกพืชอะไร เอกก็พบว่าเมล่อนญี่ปุ่นเป็นพืชที่น่าสนใจ ปลูกได้ง่ายทั่วประเทศ เจริญเติบโตไวเพียง 3 เดือนก็เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ รวมถึงมีมูลค่าในท้องตลาดสูง 

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

จากคนไม่มีความรู้เรื่องเกษตร เขาทำการบ้านอย่างจริงจัง ลองผิดลองถูก หาความรู้เพิ่มเติมจากอินเทอร์เน็ตและเข้าอบรมตามที่ต่าง ๆ ลองปลูกทั้งสายพันธุ์ราคาแพงและถูกเพื่อเปรียบเทียบ ก่อนพบว่าคุณภาพต่างกันโดยสิ้นเชิง ทั้งรูปร่างของลูกและรสชาติ เขาเลือกพันธุ์ที่ดีที่สุด แม้ราคาสูงแต่ใครได้ลองลิ้มก็ติดใจ บางครั้งต้องรีบจองไว้ก่อนก็มี

แถมเอกยังมองการณ์ไกลแชร์พื้นที่นาที่ไม่ได้ใช้ให้กับสมาชิกวิสาหกิจชุมชน โดยเขาช่วยจัดการ ให้คำปรึกษา และควบคุมวิธีการทำให้เป็นอินทรีย์ 100 เปอร์เซ็นต์ ก่อนจะรวบรวมผลผลิตไปจำหน่ายให้ ภายใต้แบรนด์บ้านไร่รุ้งตะวัน ที่มีสารพัดใบรับรองอินทรีย์ทั้งภายในจังหวัดและเกรดส่งออกเป็นเครื่องการันตี

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

หลังจากทำมาพักใหญ่ เพิ่มนู่นเติมนี่ในพื้นที่จนทุกอย่างเปลี่ยนไปแทบไม่เหลือเค้าเดิม เขาแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นคาเฟ่เล็กกลางท้องทุ่ง นอกจากจะมีเมล่อนคุณภาพดีรสชาติหวานไว้ชูโรง ยังมีไอศกรีมข้าวเม่าอินทรีย์ที่อยากให้ลอง รวมถึงเครื่องดื่มอื่น ๆ ที่เอกอยากชวนให้นั่งลงมองนาข้าว พักเหนื่อยสักประเดี๋ยว แล้วค่อยออกเดินทางไปเที่ยวต่อ

ที่ตั้ง : 203 หมู่ 5 ตำบลบุ่งค้า อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร 35120 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 09 8232 8961

Facebook : บ้านไร่รุ้งตะวัน Baan Rai Rung Tawan

03 

ดอกกระเจียวหวานอินทรีย์ บ้านโคกนาโก

ฟาร์มดอกกระเจียวหวาน อีกสัญลักษณ์ใหม่ของเมืองบั้งไฟ

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

หลายคนรู้จักดอกกระเจียวในฐานะพืชดอกสวยงามที่จะบานเต็มทุ่งในช่วงฤดูฝน แต่สำหรับชาวบ้านโคกนาโก อำเภอป่าติ้ว กลับให้นิยามต่างออกไป เพราะดอกกระเจียวคือพืชเศรษฐกิจที่นำเม็ดเงินเข้าสู่หมู่บ้านตลอดปี

“เราผลักดันจนเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด เดี๋ยวนี้พูดถึงยโสธร คนไม่นึกถึงบุญบั้งไฟแล้ว นึกถึงดอกกระเจียว” โบ้-เมืองชัย ทองลา เล่าด้วยน้ำเสียงภูมิใจ ก่อนชวนเราย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน ตอนบัณฑิตด้านเกษตรตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่เดินทางสายงานประจำ แต่อยากมาทำสวนเกษตรตามความถนัดที่บ้านเกิด 

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

วันนั้นเขามองเห็นอรรถประโยชน์หลายอย่างของดอกกระเจียว พืชท้องถิ่นคู่วิถีชีวิตลูกอีสานมาตั้งแต่เด็ก จึงลองหยิบเอาพันธุ์จากป่ามาสู่เมือง นำมาปรับเข้ากับวิธีการสมัยใหม่ที่ได้เล่าเรียนมา ปลูกบนโคกควบคู่ไปกับนาข้าว

วันนี้เขายังคงดูแลแบบปลอดสารเหมือนเดิม บำรุงด้วยปุ๋ยคอกปุ๋ยหมัก ใช้ฟางข้าวมาคลุมดินเพื่อจัดการวัชพืช ทำให้ไม่ต้องพึ่งยาฆ่าหญ้า ด้วยความตั้งใจอยากควบคุมระบบการปลูกแบบอินทรีย์ จึงได้ผลผลิตออกมาดีและปลอดภัย เป็นที่สนใจของชาวบ้านทั้งในและนอกพื้นที่ ถึงขั้นซื้อพันธุ์และขอคำแนะนำลงใต้ไปปลูกถึงอำเภอเบตงเลยก็มี

โบ้ให้ความรู้เพิ่มเติมว่า ดอกกระเจียวมีหลายพันธุ์ รสชาติแตกต่างกันออกไป ทั้งเผ็ดซ่าคล้ายหน่อข่าจนถึงหวานกรอบอร่อยกินง่าย สำหรับฟาร์มของโบ้เลือกปลูกพันธุ์อย่างหลัง หากใครถูกใจรสชาติหรืออยากลองปลูก ไม่ว่าจะแปลงเล็ก ๆ กินในครัวเรือน หรือทำเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ก็ขอคำแนะนำได้ถึงฟาร์ม หนุ่มบ้านโคกนาโกยินดีต้อนรับ

ที่ตั้ง : บ้านโคกนาโก อำเภอโคกนาโก อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร 35150 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 09 5593 9010

Facebook : ดอกกระเจียวหวาน บ้านโคกนาโก

04 

นัธรินทร์ฟาร์มปูนา

ฟาร์มและศูนย์การเรียนรู้เรื่องปูนาแห่งแรกของยโสธร

นัธรินทร์ฟาร์มปูนา

นัธรินทร์ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้เรื่องการเลี้ยงปูนาที่เกิดจากความชอบกิน ตั้งต้นจากการเลี้ยงไว้แค่พอกินในครอบครัว ก่อนต่อยอดเป็นธุรกิจเสริมเพาะปูขยายพันธุ์จนเกินกิน

นัท-นัฐวุฒิ เงาฉาย เริ่มทำฟาร์มด้วยการหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับปูนา และขั้นตอนการเลี้ยงขั้นพื้นฐาน เขาเลือกเลี้ยงปูนาพันธุ์พระเทพฯ ที่มีขนาดตัวใหญ่ ก้ามโต ต่างไปจากปูนาในแถบภาคกลาง ทำบ่อ 2 แบบสำหรับ 2 ช่วงอายุ โดยปูแรกเกิดจะอยู่ในบ่ออนุบาลหรือที่เรียกว่าบ่อน้ำใส เมื่ออายุครบ 2 เดือนจึงย้ายไปลงบ่อดินที่จัดบรรยากาศเสมือน ใส่ผักตบชวา พืชน้ำต่าง ๆ ให้ปูนาได้ใช้ชีวิตเหมือนอยู่ตามธรรมชาติ

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

จากผู้เริ่มต้นแบบไม่มีความรู้ สู่ศูนย์เรียนรู้ด้านการเลี้ยงปูนาแห่งแรกของจังหวัดยโสธรที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง และกำลังจะได้รับใบรับรองจากกรมประมงในฐานะผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ นัทยินดีอย่างยิ่งหากมีผู้สนใจเริ่มลองเลี้ยงปูนาเข้ามาขอคำแนะนำ หรือถ้านักท่องเที่ยวผ่านมาซื้อกลับบ้านก็ทำได้ แถมที่นี่ยังมีปูนาแปรรูปเป็นน้ำพริกปูนาให้ลองด้วย

ใครที่เป็นปูนาเลิฟเวอร์ อยากเลี้ยงไว้ดูเล่นก็เพลินตา ประกอบอาหารก็สบายใจ เพราะสะอาดและไร้พยาธิ ที่นี่มีชุดเริ่มต้นที่มาพร้อมพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ไว้จำหน่าย ลองดูได้ในเพจหรือจะโทรศัพท์ติดต่อไปก็ได้ พร้อมส่งถึงบ้านทั่วประเทศ

ที่ตั้ง : 61 หมู่ 7 บ้านหนองแหน ตำบลกุดชุม อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร 35140 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 06 5536 2567

Facebook : นัธรินทร์ฟาร์มปูนา

05 

ฟาร์มแพะ ยโสธร

ฟาร์มแพะอินทรีย์ที่จำหน่ายตั้งแต่แพะจนถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากน้ำนม

ฟาร์มแพะ ยโสธร
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

สิทธิ์-คิดดี คนธรรมดี หนุ่มนครศรีธรรมราช ย้ายมาใชีวิตแบบพอเพียงยังบ้านเกิดของภรรยา บนพื้นที่นามรดกขนาด 6 ไร่ เขาค่อย ๆ ปรับพื้นที่ทีละน้อย วางแลนด์สเคปตามโคกหนองนาโมเดล ใช้ศาสตร์พระราชาเป็นหลักคิดนำทาง หาความรู้เพิ่มเติมจากผู้รู้ในยูทูบ เช่น อาจารย์ยักษ์-วิวัฒน์ ศัลยกำธร และ โจน จันได รวมถึงขอคำแนะนำจากปราชญ์ชาวบ้านที่ต่าง ๆ ช่วงแรกสิทธิ์ลองเลี้ยงสัตว์หลายชนิดเพื่อบริโภคและจำหน่าย ภายหลังลงตัวแล้วจึงเหลือแค่แพะเป็นหลัก เพราะทำเงินได้มากที่สุด

ฟาร์มแห่งนี้เลี้ยงทั้งแพะเนื้อและแพะนม ผลิตอาหารอินทรีย์เลี้ยงแพะเอง โดยใช้ต้นกระถินป่นและเมล็ดข้าวโพดเพื่อลดต้นทุน และยังเพิ่มรายได้ด้วยการขายให้กับเกษตรกรในพื้นที่ เมื่อได้ผลผลิตจะส่งออกไปต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศลาว เวียดนาม และจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักรับซื้อ

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ถ้ามาถึงฟาร์มก็มีผลิตภัณฑ์แปรรูปหลากหลายให้ชอป ทั้งแพะแปรรูปทำเป็นบาร์บีคิวเพิ่มความเผ็ดร้อนสไตล์บ่าวใต้ และชานมที่ใช้ชามาเลฯ ผสมกับน้ำนมแพะ สิทธิ์บอกว่ามีคุณประโยชน์มากพอกันกับน้ำนมแม่เลยทีเดียว

ไม่ใช่แค่ได้สินค้าติดมือกลับไป แต่ทางฟาร์มยังเตรียมกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยวผู้มาเยือน ทั้งที่เหมาะสำหรับกลุ่มครอบครัวที่อยากพักผ่อนวิถีเกษตรกร ได้ให้นมแพะและสัมผัสได้อย่างใกล้ชิด มีเวิร์กชอปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่าง ๆ จากน้ำนมแพะ ทำเสร็จเอากลับบ้านไปใช้ ส่วนกลุ่มเกษตรกรแวะมาเรียนรู้ขั้นตอนการเลี้ยงได้เสมอ เพราะที่นี่คือฟาร์มแพะลำดับต้น ๆ ของภาคอีสาน และเป็นศูนย์การเรียนรู้เรื่องแพะของผู้เลี้ยงแพะในละแวกนี้ 

ที่ตั้ง : 221 หมู่ 3 ตำบลหนองหิน อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 18.30 น.

โทรศัพท์ : 08 9626 6642

Facebook : ฟาร์มแพะ ยโสธร

06

ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงไร่ฮักคัก

ศูนย์การเรียนรู้ในพื้นที่สีเขียวของสองพี่น้องเกษตรกรแห่งยโสฯ

ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงไร่ฮักคัก
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ไร่ฮักคักคือพื้นที่ทำการเกษตรแนวผสมผสานบนท้องทุ่งกว่า 30 ไร่ของ เอ้-โยษิตา วงศางามกิติ และ อี๊ด-จิตตนันท์ วงศางาม พี่น้องเจ้าของไร่ที่อยากแบ่งปันที่นาเพื่อทำเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านเกษตรตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง 

ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้เปรียบเสมือนต้นน้ำที่เชื่อมโยงเกษตรกรยุคใหม่กับเก่า มาแบ่งปันประสบการณ์ทำงานด้านเกษตรกรรมร่วมกัน มีปราชญ์ชาวบ้านและกลุ่มเกษตรกรคนรุ่นใหม่ในนาม Young Smart Farmer เต็มใจช่วยกันเป็นวิทยากรให้กับเยาวชนและเกษตรกรมือสมัครเล่นที่เข้ามาอบรม ขณะเดียวกันเมื่อพืชที่ปลูกในไร่ออกผลผลิตก็ส่งตรงไปวางขายที่ร้านไร่ฮักคักในเมืองเก่า เป็นวิถีเกษตรอินทรีย์ครบวงจรจนถึงมือผู้บริโภค

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ด้วยไอเดียอยากเปิดพื้นที่สีเขียวให้เด็กมาปล่อยพลัง มีการเตรียมฐานกิจกรรมที่ทั้งสนุกสนานและได้ความรู้ ตั้งแต่การจัดการพื้นที่แบบโคกหนองนาโมเดล วิธีปลูกข้าวแบบต่าง ๆ การย้อมผ้าจากดอกไม้ หรือเก็บไข่เป็ดไข่ไก่มาทำเป็นไข่เค็ม มีไฮไลต์เป็นพิซซาโฮมเมดเตาดินที่ใช้แป้งข้าวให้ได้ลองทำและชิมกันริมทุ่งนา แถมยังสอดแทรกเรื่องคุณค่าของเกษตรกรให้เด็ก ๆ ในทุกกิจกรรม 

ส่วนของผู้ใหญ่เป็นเวิร์กชอปที่เปิดโอกาสให้เกษตรกรมาอบรมสร้างอาชีพ อาทิ เลี้ยงปลา ทำเห็ด เลี้ยงไก่ สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจอยากมาเที่ยวชมฟาร์มเกษตรอินทรีย์แห่งนี้ หรืออยากเรียนรู้วิธีการทำเกษตรอินทรีย์ขั้นต้น เอ้และอี๊ดยินดีต้อนรับ แต่โปรดติดต่อล่วงหน้าสักนิด เพื่อจะได้เตรียมกิจกรรมที่เหมาะกับเวลาและความสนใจ เนื่องด้วยไม่ได้เปิดเป็นสาธารณะ

ที่ตั้ง : 238 หมู่ 3 บ้านบ่อ ตำบลสำราญ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 09 2935 2451

Facebook : ไร่ฮักคัก Raihugkug

07

ไร่ฮักคัก เมืองเก่า

ปลายทางผลผลิตจากฟาร์มของเกษตรกรรุ่นใหม่

ไร่ฮักคัก เมืองเก่า
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

หลังจากไปเยือนต้นน้ำอย่างศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงไร่ฮักคักไปแล้ว เปลี่ยนบรรยากาศมาที่เมืองเก่าสิงห์ท่ากันบ้าง เพราะสองพี่น้องยังเปิดร้านในชื่อเดียวกับไร่ ตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เพื่อใช้เป็นจุดหมายปลายน้ำของงานด้านเกษตรให้เหล่าคนรักสุขภาพเดินทางมาอุดหนุนกัน

ความตั้งใจลึก ๆ อีกอย่าง เอ้อยากฟื้นฟูโซนนี้ให้คึกคักยิ่งขึ้น โดยเริ่มจากเปิดเป็นร้านอาหารเช้าง่าย ๆ คัดสรรวัตถุดิบสดใหม่ปลอดภัย อาทิ ต้มเลือดหมูใส่จิงจูฉ่ายจากสวนผักอินทรีย์ ข้าวห่อใบบัว เมนูหากินยากก็ใช้ข้าวออร์แกนิกจากเครือข่าย หรือจะน้ำเงี้ยวและข้าวซอยจากฝีมือเอ้ สาวอีสานที่แวบไปเรียนอยู่เมืองเหนือมาหลายปีก็มีให้ลองชิม เมื่อท้องอิ่มแล้วอย่าเพิ่งรีบไปไหน มีของหวานเป็นไอศกรีมข้าวไรซ์เบอร์รี น้ำเต้าหู้ และกะทิสดไว้ช่วยดับร้อนด้วย

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

บางโอกาสอาคารเก่า 3 ห้องนี้ ก็เปลี่ยนเป็นที่พบปะของเครือข่ายเกษตรกร เช่น กลุ่ม Young Smart Farmer และกลุ่มตลาดเขียว โดยเอ้ยินดีเปิดหน้าร้านให้นำผลิตภัณฑ์จากไร่นาโดยตรงมาวางขาย มาเลือกหากันได้ในวันเสาร์ที่จะจัดถนนคนเดิน (ในห้วงย้ามปกติที่ไม่มีโรคโควิด-19)

ฟาร์มชอปแห่งนี้วางจำหน่ายพืชผักสดใหม่ที่ปลูกตั้งแต่หัวไร่ยันปลายนาในศูนย์การเรียนรู้ไร่ฮักคัก แปรรูปออกมาเป็นผลิตภัณฑ์หลายอย่าง เช่น กล้วยตาก คุกกี้อัลมอนด์ ขนมปังโฮลวีต ทองม้วนจากแป้งข้าว ฯลฯ ซึ่งเอ้ลดความหวานกว่าปกติ รับประกันว่าถูกใจคนรักสุขภาพ และยังมีพริกลาบที่อยู่ในขั้นตอนปรับปรุงสูตร น่าจะเสร็จพร้อมวางขายเร็ว ๆ นี้

ที่ตั้ง : ถนนอุทัยรามฤทธิ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 06.00 – 15.30 น.

โทรศัพท์ : 09 2935 2451

Facebook : ไร่ฮักคัก Raihugkug

08

Organic Cafe

คาเฟ่ออร์แกนิกฮิมเซบายสุดชิลล์ที่ชวนใกล้ชิดธรรมชาติ

Organic Cafe
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

Organic Cafe เกิดจากแพลนของคุณแม่และ เป๋า-ธราธร ประดับศรี ที่อยากปลูกผักออร์แกนิกบนที่ดินของบ้านเพื่อส่งออก พอดีกับเจอน้ำท่วมใหญ่ทั่วภาคอีสานเมื่อ พ.ศ.2562 ทำให้ต้องพับแผนไปก่อน ลดพื้นที่ปลูกให้เล็กลง แล้วเปิดเป็นคาเฟ่เล็ก ๆ ที่ใช้ผักสดจากในแปลงมาเป็นวัตถุดิบในครัวแทน

 คาเฟ่ยอดฮิตของชาวเลิงนกทาแห่งนี้แบ่งเป็นโซนด้านในห้องแอร์ และด้านนอกริมฝั่งคลองเซบายสำหรับใครที่อยากดื่มด่ำบรรยากาศสุดชิลล์ แต่อาจต้องรอให้แดดร่มลมตกสักนิดจะเหมาะมาก เป๋าคุมโทนร้านทั้งหมดให้เป็นสีเขียวดูใกล้ชิดกับธรรมชาติสมชื่อ แถมฉากหลังยังเป็นทุ่งนาอินทรีย์ไกลสุดตา เป็นอีกมุมหนึ่งที่ลูกค้านิยมมาถ่ายรูปเช็กอิน 

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

สำหรับในร้านมีอาหารตามสั่งง่าย ๆ แต่เลือกใช้ผักสดปลอดสารที่ปลูกเองมาปรุง นอกจากความอร่อยแล้ว สิ่งที่ตามมาคือความปลอดภัย เป๋าบอกว่าอนาคตอาจทำแปลงผักใหญ่ขึ้น ให้ลูกค้าได้เข้าไปใกล้ชิดกับพืชผักอินทรีย์

มุมกาแฟเป็นส่วนที่เป๋าคลุกคลีดูแลเอง เขาตามหารสชาติกาแฟที่ถูกปากคนในพื้นที่ มีให้เลือกทั้งคั่วเข้มและคั่วกลาง หรือจะเป็นเมล็ดใหม่ ๆ ก็มีให้คอกาแฟได้ลองกันตามแต่โอกาสที่ได้มา แนะนำว่ามีเมนูซิกเนเจอร์ประจำร้านที่อยากให้ลองกันคือ OG SIG ด้วยรสชาติกาแฟบาง ๆ ผสานกับน้ำผึ้งและเลมอน ใส่น้ำสมุนไพรสูตรพิเศษ เป็นเครื่องดื่มออร์แกนิกที่ให้รสชาติฟรุตตีสดชื่นอย่าบอกใคร

ที่ตั้ง : 161 หมู่ 5 ตำบลสามแยก อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร 35120 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : วันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.30 – 21.00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 08.30 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 06 3632 6644

Facebook : ออร์แกนิคคาเฟ่ – Organic Cafe

09 

หมู่บ้านอินทรีย์ บ้านโสกขุมปูน

หมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ที่อยากชวนผู้มาเยือนลงดำนากันสักมื้อ

หมู่บ้านอินทรีย์ บ้านโสกขุมปูน

ชาวบ้านโสกขุมปูนยึดถืออาชีพทำนาข้าวแบบดั้งเดิมมาแต่ไหนแต่ไร จนกระทั่งปุ๋ยเคมีเริ่มเข้ามาเมื่อหลายสิบปีก่อน แรกใช้ผลผลิตก็ได้เยอะขึ้น ข้าวก็งอกงามดี แต่เวลาผ่านไปส่งผลให้ดินในนาเริ่มแข็งขึ้น สุขภาพของเกษตรกรก็เริ่มแย่ลง พ่อมั่น สามสี เป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบดังกล่าว จึงริเริ่มชวนชาวบ้านกลับมาทำนาข้าวด้วยวิธีอินทรีย์ ดูแลบำรุงจากปุ๋ยธรรมชาติอีกครั้ง ตั้งแต่ พ.ศ. 2533 ในวันที่กระแสอินทรีย์ยังค่อยไม่แพร่หลายในสังคมไทย

“ส่งให้คุณด้วยรอยยิ้ม กินอิ่มปลอดภัย จากใจชาวนา สู่จานข้าวคุณ”

ชุ-ชุติมา ม่วงมั่น ทวนสโลแกนที่สื่อถึงความตั้งใจของ กลุ่มเกษตรกรทำนานาโส่ ให้เราฟังอีกครั้ง เธอคนนี้คือผู้รับไม้ต่อจากพ่อมั่น ช่วยดูแลแบรนด์ ‘ข้าวใจยิ้ม’ ข้าวไร้สารเคมีจากนาของเกษตรกรในชุมชน และเธอยังเป็นผู้วางหลักสูตรในโรงเรียนประจำหมู่บ้าน ปลูกฝังเรื่องเกษตรอินทรีย์ให้กับเยาวชน เรียนรู้วัฒนธรรมงานบุญเกี่ยวกับข้าว ด้วยความหวังว่าอยากส่งต่อความรู้และปลูกฝังให้เด็ก ๆ ยึดถืออาชีพปลอดภัยนี้ต่อไปในอนาคต

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ปัจจุบันหมู่บ้านนี้ทำเกษตรอินทรีย์กันแทบทุกครัวเรือน แถมยังมีธรรมนูญของตำบลนาโส่ช่วยกำกับไว้ คือห้ามใช้ยาฆ่าแมลง ชาวบ้านก็ร่วมกันสอดส่องเป็นหูเป็นตา ช่วยให้นาอินทรีย์ปลอดภัยปราศจากเคมีด้วย

ทั้งนี้ชุมองว่าโรงสีไม่ใช่ปลายทางของเกษตรกร แต่สิ่งที่จะทำให้เกษตรกรมีรายได้คือการสร้างตลาด เธอทำวิจัยอยู่พักใหญ่ แล้วเกิดเป็น ‘ตลาดเขียว’ ของพี่น้องชาวยโสธร จุดนัดพบของเหล่าเกษตรกรกับผู้ซื้อ จัดขึ้นตามที่ต่าง ๆ ทั้งในอำเภอกุดชุมและอำเภอเมืองยโสธร 

ใครมาเยือนหมู่บ้านอินทรีย์แห่งนี้ รับรองจะตกหลุมรัก ทั้งมิตรไมตรีและวิถีชนบทของชาวบ้าน รวมถึงอากาศดีที่หายใจเข้าได้เต็มที่ไม่มีสารพิษลอยมาตามลม แถมชุยังอยากเชิญชวนแขกให้มากินข้าวหอมมะลิใหม่ ๆ ว่าดีงามแค่ไหน และทำความเข้าใจว่าทำไมข้าวหอมมะลิถึงมีราคาสูง ตั้งแต่ลองดำนาสาธิต ขั้นตอนการดูแลอย่างใส่ใจ จนถึงเก็บเกี่ยวยามข้าวออกรวง

ที่ตั้ง : บ้านโสกขุมปูน ตำบลนาโส่ อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร 35140 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 08 0798 2236

Facebook : ข้าวใจยิ้ม หมู่บ้านอินทรีย์ยโสธร บ้านโสกขุมปูน

10 

อินดี้ ออร์แกนิค

ร้านค้าที่รวบรวมสารพัดผลิตผลอินทรีย์จากชาวอำเภอกุดชุม

อินดี้ ออร์แกนิค
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

อินดี้ ออร์แกนิค คือศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์อินทรีย์ที่รวบรวมสินค้านานาชนิดของชาวยโสธรไว้ครบครัน

ต๋อ-มาณิชรา ทองน้อย คร่ำหวอดงานด้านส่งเสริมเกษตรอินทรีย์มาหลายปีในเมืองหลวง ตัดสินใจเกษียณก่อนกำหนด มาทำนาข้าวและไร่อ้อยคั้นน้ำบนที่ดินของครอบครัว ก่อนจะสบโอกาสชวนเพื่อนบ้านโสกขุมปูน มาร่วมทำร้านค้าเพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ด้วยเหตุผลหลักคือ อยากเชื่อมเกษตรกรกับผู้บริโภคให้ใกล้กัน

“เราทำคล้าย ๆ สหกรณ์ เพื่อสนับสนุนให้คนได้กินอาหารดี ๆ และรองรับลูกหลานที่กลับมาอยู่บ้านให้มีรายได้จากการทำผลิตภัณฑ์อินทรีย์” ต๋อเฉลยถึงความตั้งใจเริ่มแรกเมื่อเกือบ 2 ปีก่อน

ปัจจุบันร้านมีสารพัดสินค้าปลอดภัยวางจำหน่าย ส่วนใหญ่มาจากพี่น้องชาวนาในหมู่บ้าน นำโดยข้าวหอมมะลิเกรดดี ข้าวไรซ์เบอร์รี และข้าวพันธุ์พื้นเมืองหากินยาก มีหลายยี่ห้อให้เลือกลองซื้อไปหุงที่บ้าน มั่นใจได้ว่าเป็นข้าวออร์แกนิกแท้ ไม่ปนข้าวจากที่อื่น หรือหากแวะมาตรงฤดูกาล ก็จะเจอพืชผักประจำฤดูกาลนั้น ๆ จากสวนอินทรีย์มาวางร่วมด้วย ทั้งมะเขือเทศราชินีลูกเต่งกรอบอร่อย แตงโมของดีประจำจังหวัด และหอมกระเทียมก็มีให้เลือกซื้อ 

ถ้าสนใจอยากได้พันธุ์ไม้ไปปลูกเองที่บ้าน ต๋อก็เพาะชำไว้เป็นกระถางให้ยกกลับไปได้เช่นกัน

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

นอกจากนี้ยังมีเนื้อโคขุนจากกลุ่มโคขุนหนองแหน มีให้เลือกตั้งแต่เนื้อทำสเต็ก เนื้อย่างเสียบไม้ จนถึงลูกชิ้นเนื้อ และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากต้นไผ่ตงอินทรีย์ของสวนไผ่ทองประสาร อย่างหน่อไม้ดอง หลอดไม้ไผ่ และถ่านไม้ไผ่

แต่สินค้าที่เหมาะกับช่วงนี้ที่โรคภัยกำลังถาโถม ต้องยกให้สมุนไพรจากสมุนไพรสูตรหมอยาพื้นบ้านแบบโบราณ และสูตรของโรงพยาบาลกุดชุมที่เชี่ยวชาญด้านแพทย์แผนไทย อย่างแคปซูลฟ้าทะลายโจร ก็มีวางจำหน่ายที่นี่ด้วย

ร้านเล็ก ๆ แต่อัดแน่นไปด้วยผลิตภัณฑ์อินทรีย์แห่งนี้ยังมีสินค้าอื่นอีกมาก เรียกได้ว่ามาที่เดียวได้ของฝากของดีของเด่นกลับบ้านแน่นอน

ที่ตั้ง : ปั๊มน้ำมัน ปตท. แยกตับเต่า ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.30 – 18.30 น.

โทรศัพท์ : 08 9718 2516

Facebook : อินดี้ ออร์แกนิค

Writer

พณิช ตั้งวิชิตฤกษ์

นักลองฝึกพิสูจน์อักษร ผู้แสร้งเป็นนักลองฝึกเขียน อดีตเป็นนักเรียนภาษา ผู้สนใจเป็นนักเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์ รักในมวลรอบข้างที่ดี กาแฟ ชาเขียว และแมวเหมียว

Photographer

ณัฐพล พุ่มสาขา

ช่างภาพสาระพัดประโยชน์ จริงๆ แล้วงานหลักคือ ตัดต่อวีดีโอ ทำวีดีโอโฆษณา วีดีโองานแต่ง ได้มาจับกล้องเพราะทีมขาดช่างวีดีโอ หลังจากนั้นก็เริ่มฝึกเรียนรู้แบบ ครูพักลักจำมาเรื่อยๆ และแล้วอยู่มาวันนึง ช่าวภาพนิ่งในทีมก็ขาดอีก ผมจึงได้มาจับงานถ่ายภาพ จนถึงทุกวันนี้

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load