15 สิงหาคม 2563
38 K

The Cloud x TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง

เครื่องลงจอดบนรันเวย์ของสนามบินประจำจังหวัดที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของภาคอีสาน อุบลราชธานีตรงหน้าถูกปกคลุมด้วยเมฆฝน แต่สดใสขึ้นเมื่อเราได้เจอคนอุบลฯ 14 คนนี้ 

“คนอุบลฯ มีความเป็นตัวของตัวเองสูง และแม้จะเป็นเมืองใหญ่ก็ยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรมและวิถีแบบเดิมอยู่” ถามใครกี่คนก็นิยามเมืองอุบลฯ ไว้แบบนั้น เมืองที่เศรษฐกิจเริ่มขยายทำให้คนรุ่นใหม่เลือกที่จะอยู่บ้านและสร้างธุรกิจเล็กๆ ของตัวเองขึ้นมา อุบลฯ ในวันนี้จึงสดใส คึกคัก และเต็มไปด้วยกิจการใหม่ๆ ที่มีทั้งคนอุบลฯ โดยกำเนิด และคนอุบลฯ จากการเลือกมาใช้ชีวิตที่นี่

ถ้าไม่นับสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติอย่างสามพันโบก ผาแต้ม แม่น้ำสองสี และภูมิศาสตร์ที่เห็นพระอาทิตย์ขึ้นเป็นที่แรกในประเทศ อุบลราชธานีคงเป็นเมืองแห่งมิตรภาพที่นำพาเพื่อนใหม่มาเจอกัน เป็นครอบครัวที่ชวนกันกลับบ้าน เป็นความรักในบางคนหรือบางอย่างจนสร้างอะไรใหม่ๆ ขึ้นมาได้ 

นี่คือเรื่องราวชีวิตของคนอุบลฯ ทั้ง 14 คน เล่าผ่าน 12 กิจการของพวกเขาที่เต็มไปด้วยความรักและความภาคภูมิใจในเมืองดอกบัวงามแห่งนี้ ผู้ที่ทำให้การเดินทางมาอุบลฯ ครั้งนี้พิเศษ สนุก หรือแบบที่คนอีสานพูดกันว่า ‘ม่วนล้ายหลาย’

01 

ร้านกาแฟของหนุ่มปกาเกอะญอ ที่ย้ายมาอุบลเพราะตกหลุมฮัก

Anna Coffee Micro Roasters

12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล

ใจกลางเมืองท่ามกลางร้านอาหารขึ้นชื่อของดีเมืองอุบลอย่างกวยจั๊บ มีร้านกาแฟขนาดหนึ่งคูหาสีขาวบรรยากาศสะอาดตาตั้งอยู่ Anna Coffee Micro Roasters คือร้านกาแฟของ เทน-อุเทน สมบูรณ์ค้ำชู และ แอน-มานิตา จารุกขมูล หนุ่มปกาเกอะญอจากเชียงใหม่และภรรยาของเขา เทนเรียนจบสาขาการออกแบบสื่อมัลติมีเดีย และทำอาชีพฟรีแลนซ์ทันทีที่จบการศึกษา ด้วยธรรมชาติของงานทำให้สุขภาพย่ำแย่ เขาจึงนึกถึงไร่กาแฟที่บ้านว่าพอจะทำเป็นอาชีพได้บ้างหรือไม่

12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล

ไร่ของเขาคือ Lica Coffee Estate ที่บ้านแม่แดด กัลยานิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกาแฟที่ปลูกเป็นพืชสวนครัวหลังบ้าน ไม่ได้ทำจริงจังเป็นสัดเป็นส่วน และมีจำนวนไม่มาก จากที่ขายกาแฟเมล็ดเชอร์รี่ได้ 5 – 6 บาทต่อกิโลกรัม เทนกลับไปทำโดยรับซื้อในราคาที่สูงขึ้น เพื่อให้เกษตรกรที่บ้านเห็นความสำคัญกับกาแฟว่าทำเป็นอาชีพได้ ปัจจุบันไร่ของเขาส่งกาแฟให้โรงคั่วดังๆ ในประเทศอย่าง School Coffee, Roots และกระทรวงการคั่ว 

เขาพบกับแอน และตัดสินใจย้ายครอบครัวมาอยู่ที่นี่เพื่อพัฒนาร้านกาแฟของแอนที่มีอยู่ก่อนแล้ว เป็น Anna Coffee Micro Roasters ร้านกาแฟ Specialty แห่งแรกๆ ในเมืองอุบลฯ ที่ใช้เมล็ดทั้งหมดจากไร่ที่เชียงใหม่ โดยรายได้ส่วนหนึ่งจะแบ่งเอาไว้เป็นค่าอาหารกลางวันให้เด็กในชุมชนบ้านแม่แดดน้อย

12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล
12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล

3 ปีที่แล้วเขาเปิดร้าน คนอุบลฯ ยังไม่คุ้นเคยกับกาแฟ Specialty มากนัก จนปัจจุบันมีลูกค้าขาประจำเข้าออกตลอดวัน โดยเทนและแอนปรับเปลี่ยนเมนูตามผลตอบรับของลูกค้า และมักมีเมนูจากผลผลิตตามฤดูกาล เช่น Cold Brew มังคุด และกาแฟที่ใช้น้ำผึ้งป่าเป็นส่วนผสม

“ผมมาอุบลฯ เพราะชอบสาวอุบลฯ” เทนตอบด้วยเสียงหัวเราะ พร้อมบอกว่าคนอุบลฯ ชอบอะไรแปลกใหม่ Anna Coffee Micro Roasters เลยเปลี่ยนหน้าร้านทุกๆ สองปี นั่นแปลว่าถ้าไปปีหน้า ร้านอาจจะไม่ได้หน้าตาแบบนี้แล้วก็ได้

ที่อยู่ : 85/7 ถนนพิชิตรังสรรค์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี อุบลราชธานี 34000 (แผนที่)

วัน-เวลา : ทุกวัน 7.00-17.00 น.

โทร : 08 2686 4909

Facebook : Anna Coffee Micro Roasters

02 

คาเฟ่และฮ้านค้าที่อยากให้เกษตรท้องถิ่นมีชีวิตดีขึ้น 

แสนสุขโฮมคาเฟ่

12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล
12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล

ย้อนไปเมื่อ 7 ปีก่อน เจ-วิภาดา จาฏุพจน์ เจ้าของแสนสุขโฮมคาเฟ่เริ่มสนใจเรื่องอาหารออร์แกนิก เธอพบว่าคนที่ทำงานในโรงสีของครอบครัวส่วนใหญ่มีที่นาเป็นของตัวเอง เลยชักชวนให้เปลี่ยนเป็นนาออร์แกนิก ตอนนั้นคนยังไม่ค่อยเข้าใจเกี่ยวกับมันมากนัก ตลาดยังไม่ใหญ่ เธอจึงเริ่มจากการรับซื้อผลผลิตมาก่อน แล้วจึงเปิดแสนสุขโฮมคาเฟ่ ร้านอาหารและซูเปอร์มาร์เก็ตไว้ระบายพืชผลที่มี

12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล

การเปลี่ยนจากเกษตรเคมีเป็นเกษตรอินทรีย์ทำให้ผลผลิตไม่เยอะและสม่ำเสมอเท่าเดิม โมเดลที่เธอทำคือการรวมกลุ่มเกษตรกรโดยใช้ระบบจ่ายเงินไม่ว่าเขาจะมีผลผลิตส่งให้หรือไม่ และผลผลิตที่ได้ส่วนหนึ่งนำไปขายในซูเปอร์มาร์เก็ตของร้าน มีทั้งผัก อาหารแปรรูป และเมล็ดพันธุ์ อีกส่วนหนึ่งนำมาปรุงเป็นอาหารและเครื่องดื่มในแสนสุขโฮมคาเฟ่

เมนูแนะนำของที่นี่คือ แสนสุขโรล มีลักษณะคล้ายเมี่ยงสด แต่สอดไส้ด้วยหมูยอ ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของอุบล และข้าวยำแสนสุข ที่ใช้น้ำราดสูตรพิเศษจากสมุนไพรที่มีในสวนแทนน้ำบูดูซึ่งเป็นสูตรจากภาคใต้ หากฤดูไหนมีผลผลิตพิเศษก็จะนำมาเพิ่มในเมนูด้วย

12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล

สิ่งที่ยากที่สุดของการทำแสนสุขโฮมคาเฟ่ คือช่วงแรกคนยังไม่เข้าใจเรื่องอาหารออร์แกนิก เพราะการกินอาหารออร์แกนิกวันนี้ไม่เห็นผลทันทีในวันพรุ่งนี้ เลยเป็นหน้าที่ของเธอที่ต้องทำให้เกษตรกรและลูกค้าเข้าใจถึงข้อดีข้อเสีย

“คนชอบมองว่าทำไมผักผลไม้ออร์แกนิกไม่ใช่ปุ๋ยเคมีแต่ราคาแพง ยกตัวอย่างแบบนี้ สมมติเราทำนาหนึ่งแปลง ใช้คนหนึ่งคนกับยาฆ่าหญ้าก็พ่นได้หมดแล้ว คนเดียวอยู่ แต่พอเป็นออร์แกนิก หญ้าต้องถูกถอนด้วยมือ หนึ่งคนไม่จบในหนึ่งวัน เราพยายามทำให้ทั้งเกษตรกรและผู้บริโภคเข้าใจเรื่องนี้มาตลอด และหวังว่ามันจะทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น” 

ที่อยู่ : 215 ถนนสถลมาร์ค ตำบลแสนสุข อำเภอวารินชำราบ อุบลราชธานี 34190 (แผนที่)

วัน-เวลา : ทุกวัน (ยกเว้นวันจันทร์) 9.00-17.00 น.

โทร : 08 2686 4909

Facebook : แสนสุขโฮมคาเฟ่

03

โรงแรมข้างบ้าน ของผู้บ่าวสถาปนิกที่อยากกลับมาอยู่กับพ่อแม่

de Lit Hotel

12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล

โรงแรมแห่งนี้เป็นของคนอุบลฯ โดยกำเนิดที่ใช้ชีวิตในเมืองหลวงมาถึง 20 ปี อรรถ-สุรชาติ ชาววัง เป็นสถาปนิกที่ตัดสินใจกลับมาทำธุรกิจที่บ้านเกิดเพราะเหตุผลเดียวคือพ่อแม่ จากความตั้งใจแรกว่าอยากทำอพาร์ตเมนต์ กลายเป็นโรงแรมขนาดเล็ก ที่เขากะแวะเวียนกลับมาดูบ้านเป็นครั้งคราว แต่ก็พบว่าการบริหารโรงแรมขนาดเล็กซับซ้อนกว่านั้น

“อาชีพสถาปนิกไม่ได้ต้องการออฟฟิศที่หรูหราใหญ่โต เราทำงานที่ไหนก็ได้ สุดท้ายเลยตัดสินใจกลับมาอยู่อุบลฯ แล้วสร้างโรงแรมข้างๆ บ้านพ่อแม่”

12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล

อรรถเริ่มออกแบบโรงแรมจากสไตล์ที่แปลก ไม่มีในจังหวัดอุบลราชธานี และอาจจะมีไม่กี่ที่ในประเทศไทย มาจบที่สไตล์เมดิเตอเรเนียนสีขาวฟ้าที่มีความดิบ เป็นการเอาความไม่เรียบร้อยมาจัดระเบียบ เหมือนกับลายเซ็นของเขาในการทำงานสถาปัตยกรรม 

12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล
12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล

เรามาถึง de Lit คืนแรกตอน 4 ทุ่มกว่าเพื่อพบกับบรรยากาศอบอุ่น บริเวณร้านอาหารหน้าล็อบบี้ที่กลายเป็นบาร์ในเวลากลางคืน เพลงเพราะเปิดคลอพร้อมการต้อนรับของพนักงานไม่กี่คนในกะดึกที่เป็นกันเองเหมือนครอบครัว และเมื่อมื้อเช้ามาถึง เมนูไม่ใช่ American Breakfast แต่เป็นอาหารพื้นเมืองรสชาติดีที่มีให้เลือกหลายเมนูด้วยกัน ตั้งแต่ไข่กระทะ กวยจั๊บญวณ จนถึงเนื้อย่างกับข้าวจี่

“จริงๆ ไม่ได้ชอบอุบลฯ เลยนะ” อรรถตอบทันทีเมื่อเราถามถึงเหตุผลที่ชอบอุบลฯ 

“เรารู้สึกชอบกรุงเทพฯ มากกว่าด้วยซ้ำ แต่การไปอยู่กรุงเทพฯ มายี่สิบปีมันอิ่มแล้ว ขับรถไปทำงานสิบสี่กิโลใช้เวลาหนึ่งชั่วโมง แต่พอกลับมาจริงๆ อุบลฯ มันดีนะ มันกำลังโต ในขณะเดียวกันก็ไม่ยุ่งยาก สบาย ขับรถไปไหนมาไหนก็แค่สิบถึงสิบห้านาที และที่สำคัญอาหารอร่อยและถูก” เขาทิ้งท้ายด้วยเสียงหัวเราะ

ที่อยู่ : 51 ถนนชยางกูร ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี อุบลราชธานี 34000 (แผนที่)

โทร : 09 8279 9476

Facebook : de Lit

04 

ฟาร์มสเตย์ของสถาปนิกที่อยากนำเสนอวิถีชีวิตคนอุบลฯ 

The Goose Farm Stay & Cafe

12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล

บิ๊ก-อภิศักดิ์ ชิณกะธรร คือสถาปนิกที่ไปทำงานที่ประเทศสิงคโปร์ทันทีที่เรียนจบ เขาใช้ชีวิตที่โน่นประมาณ 2 ปี ก่อนตัดสินใจกลับมาด้วย 2 เหตุผลหลักๆ คือ หนึ่ง รู้สึกว่าอายุยังน้อย อยากลองอะไรใหม่ๆ สอง ไม่ได้แสดงศักยภาพที่แท้จริงด้วยอุปสรรคหลายๆ อย่าง ด้วยความที่เป็นคนชอบคิด ชอบทำ เขาจึงกลับอุบลฯ มาเพื่อทำบริษัทออกแบบสถาปัตยกรรมของตัวเอง พร้อมกับกิจการที่พักขนาดเล็กบนที่ดินของครอบครัว

12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล

บิ๊กเติบโตมาที่บ้านสวนในอำเภอเขมราฐ ทำให้เขาเข้าใจความเป็นอีสานเป็นอย่างดี โจทย์แรกๆ ของการทำธุรกิจของเขาคือต้องทำให้คนอุบลฯ ภูมิใจในความเป็นอีสานของตัวเองด้วย เริ่มจาก The Goose Farm Stay & Cafe เขาเปิด The Goose Cafe and Hostel ในตัวเมืองก่อน โดยได้ไอเดียจากการเดินทางหลังลาออกจากงานประจำ ได้เห็นรูตการเดินทางของชาวต่างชาติจากลาวเหนือมาลาวใต้ ที่แวะมาอุบลราชธานีเพื่อขึ้นเครื่องบินกลับกรุงเทพฯ

“หกปีที่แล้วอุบลยังไม่ค่อยมีโฮสเทล แล้วก็ยังไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวขนาดนั้น เราพยายามใส่รายละเอียดของศิลปวัฒนธรรมอีสานเข้าไปในการออกแบบ พอทำโฮสเทลไปสักพักก็รู้สึกว่า คนยังไม่ได้เห็นวิถีชีวิตแบบที่เราตั้งใจตั้งแต่ทีแรก ก็ตัดสินใจเปิดฟาร์มสเตย์ที่บ้านสวนของพ่อ”

12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล
12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล

ฟาร์มสเตย์ตั้งอยู่ที่อำเภอเขมราฐท่ามกลางป่าธรรมชาติและความเงียบสงบ บ้านไม้ยกสูงได้รับการปรับเปลี่ยนให้เป็นที่พักขนาดสามห้องนอน มีโถงใหญ่เป็นพื้นที่ส่วนกลาง ในบริเวณเดียวกันมีทั้งร้านอาหารและคาเฟ่ ไปจนถึงฟาร์มสัตว์ ทั้งวัว ควาย ไก่ และแน่นอนว่าต้องมีห่านให้สมกับชื่อที่ตั้งไว้

“สำหรับเรา อุบลฯ มันมีเสน่ห์กว่าจังหวัดอื่นๆ ของภาค ในแง่ที่ยังมีความเป็นอีสานแทรกอยู่ในเมือง ทั้งๆ ที่หัวเมืองก็เจริญและขยายแล้ว แต่ยังมีวัฒนธรรมบางอย่างที่ชัดเจน ส่วนคนอุบลฯ ก็ใจดี มีความสนิทสนมชิดเชื้อโดยอัตโนมัติ เหมือนเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน” 

ที่อยู่ : 100/12 บ้านนาอาลอน ตำบลพะลาน อำเภอนาตาล อุบลราชธานี 34170 (แผนที่)

โทร : 09 4029 0382

Facebook : The Goose Farm Stay & Cafe’

05

ร้านอาหารญวนที่เมนูกวยจั๊บไม่เหมือนที่อื่น 

อากาเว่

12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล
12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล

บริเวณรอบพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติประจำจังหวัด นอกจากวัดวาอารามที่อยู่ทุกหัวมุมถนน มีกิจการขนาด 2 คูหาตกแต่งด้วยต้นไม้พันธุ์เก๋อย่างเฟิร์นและมอนสเตอร่าขนาดใหญ่ ที่ถ้ามองแค่ด้านหน้าอาจไม่รู้เลยว่าเป็นร้านอาหาร ภายในร้านเต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์มือสองที่เจ้าของร้านกระซิบมาว่าส่วนใหญ่ซื้อที่ร้านแม่เตอร์ (ไม่มีอยู่ในลิสต์ แต่คนชอบของเก่าควรต้องไป) 

12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล

อากาเว่ เป็นร้านอาหารเวียดนามของ นิว-นิตินันท์ มังคลา บัณฑิตที่เรียนจบทางด้านการทำอาหาร ผู้เคยไปใช้ชีวิตในครัวที่ประเทศออสเตรเลีย เขาตั้งใจกลับมาใช้ชีวิตที่อุบลฯ มาโดยตลอด เขาเกิดที่นี่ โตที่นี่ อุบลฯ จึงเป็นเมืองใหญ่ที่เข้าถึงง่ายและไม่วุ่นวายในความคิดของเขา เขาเริ่มเส้นทางเจ้าของกิจการจากร้านอาหารอิตาเลียนซึ่งใช้วัตถุดิบท้องถิ่น ก่อนจะถูกกลืนไปกับระบบทุนนิยมและผู้ประกอบการเจ้าใหญ่ๆ จนลืมความตั้งใจที่มีมาตั้งแต่แรก หนึ่งสัปดาห์หลังจากวันที่ตัดสินใจไม่ทำร้านต่อทันทีที่สัญญาเช่าพื้นที่หมด อาคารพาณิชย์ที่เขาขับรถผ่านทุกวันประกาศให้เช่า ก็เลยกลายเป็นร้านอากาเว่ในปัจจุบัน

12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล

“ตั้งแต่เปิดขายวันแรกหน้าตาอาหารก็ไม่เหมือนเดิมนะ จำได้เลยว่าช่วงแรกๆ มีกลุ่มลูกค้าที่เป็นคนเวียดนามเดินมาบอกว่า เมนูนี้ต้องเป็นแบบนี้ เมนูนี้ต้องใส่กุ้งแห้งเพิ่มนะ เมนูนี้ต้องลดลง”

เมนูจะเปลี่ยนทุกๆ 3 – 6 เดือน แล้วแต่ว่านิวจะไปเจอวัตถุดิบหรือไอเดียอะไรใหม่ๆ อย่างข้าวจี่ที่เสิร์ฟในรูปแบบของวาฟเฟิล หรือเมนูกวยจั๊บญวนที่นิวดื้อไม่ยอมใส่ในเมนูอยู่ 2 ปี

“มันเป็นเมนูที่ทุกโต๊ะเข้ามาต้องถาม เราไม่ยอมทำเพราะไม่รู้ว่าจะทำยังไงถึงจะพิเศษกว่าร้านอื่น ซึ่งเรามีทอดมันปลากราย เราเลยเอาเนื้อปลามาทำเส้นกวยจั๊บเป็นกวยจั๊บเส้นปลา ชิมแล้วอร่อยแตกต่างกับที่อื่น สุดท้ายเลยมีเมนูนี้แล้วในร้าน”

ที่อยู่ : 153 ถนนพโลรังฤทธิ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี อุบลราชธานี 34000 (แผนที่)

วัน-เวลา : ทุกวัน (ยกเว้นวันจันทร์) 11.00-20:30 น.

โทร : 0 4590 0241

Facebook : อากาเว่ / vietnamese cuisine & café

06

ร้านกาแฟที่ชงกาแฟด้วยความฮัก และบริหารด้วยวิธีคิดแบบหมอ

Life Roasters

12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล

Life Roasters คือร้านกาแฟประจำของหมอและพยาบาลโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะโลเคชันที่ห่างออกไปไม่กี่นาที อีกส่วนเป็นเพราะเมนูขึ้นชื่ออย่างกาแฟมะพร้าวเผา และสุดท้ายคงเป็นเพราะเจ้าของและบาริสต้าร้านนี้เป็นหมอ

นัท-ณัฐพล คำรินทร์ หรือที่คนอุบลฯ เรียกกันว่าหมอนัท คือบาริสต้าฟูลไทม์และหมอพาร์ตไทม์ที่เพิ่งหลงใหลในการดื่มกาแฟหลังเรียนจบ ก่อนหน้านั้นเขาแทบไม่สนใจมันเลย สิ่งเดียวที่รู้เกี่ยวกับกาแฟคือคุณปู่เป็นเจ้าของไร่อยู่ที่ดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ภาพจำของหมอนัทในตอนนั้นคือ คุณหมอหนุ่มที่มีเครื่องชงกาแฟ ชุดดริปกาแฟ และเครื่องบดเมล็ด แอบไว้อยู่หลังห้องตรวจ ทุกครั้งที่พักจากการตรวจ เขาจะเข้าห้องน้ำ ชงเอสเพรสโซ่หนึ่งชอต แล้วกลับไปทำงานต่อ 

12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล
12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล

ชื่อ Life มาจากมุมมองการใช้ชีวิตของเขาว่าในชีวิตหนึ่งคนเราไม่จำเป็นต้องทำอะไรอย่างเดียว มีหลายคนเคยถามเขาว่าทำไมต้องลาออกจากการเป็นหมอเพื่อมาทำร้านกาแฟ เขาบอกว่าถ้าอยากเข้าใจทุกอย่าง ตัวเองต้องมาอยู่ที่ร้าน มาอยู่หน้าบาร์ คุยกับลูกค้า จะได้รู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน จะว่าไปแล้วก็เหมือนกับการออกตรวจคนไข้ หมอนัทจึงบริหารร้านนี้ด้วยวิธีการคิดแบบหมอ

“มันคือการคิดอย่างเป็นระบบ (Systems Thinking) เวลาเจอคนไข้จริงๆ การท่องจำตำราอย่างเดียวมันใช้ไม่ได้ เพราะแต่ละคนไม่เหมือนกัน คนไข้สองคนมาด้วยอาการเดียวกันอาจจะเป็นคนละโรคก็ได้ หมอจะคิดกว้างไว้ก่อนแล้วค่อยสโคปเข้ามา แล้วแก้ไขที่สาเหตุไปทีละปัญหา วิธีนี้นำมาใช้กับการทำธุรกิจได้ หรือการแก้ปัญในการชงกาแฟ รสชาติออกมาเป็นยังไง แล้วสาเหตุที่ทำให้รสชาติเป็นแบบนี้คืออะไร”

12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล

ความรู้สึกทางจิตใจของคนเป็นหมอที่หาไม่ได้จากอาชีพอื่นในมุมมองของหมอนัท คือการที่คุณยายอายุ 80 ปีเดินมายกมือไหว้ จับมือ กอด ขอบคุณที่รักษาเขาให้หาย ขณะเดียวกัน การเปิดร้านกาแฟก็สอนบางอย่างที่สำคัญมากให้กับเขา 

“อัตตาเราลดลง ปีแรกๆ ลูกค้าจะกลัวผมมาก ไม่กล้าคุย ไม่กล้าสั่งอะไรที่ผิดไปจากเมนู แต่ก่อนเวลาลูกค้าถามว่าอันนี้ได้ไหม เราจะบอกทันทีว่าไม่ได้ หลังจากนั้นเราก็ปรับตัว เหมือนเราเข้าใจมากขึ้นว่าคนเราชอบไม่เหมือนกัน ผมชอบแบบนี้ไม่ได้แปลว่าคนอื่นต้องชอบเหมือนผมก็ได้”

ที่อยู่ : 202/3 ถนนสุริยาตร์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี อุบลราชธานี 34000 (แผนที่)

วัน-เวลา : วันธรรมดา 7.00-17.00 น., เสาร์อาทิตย์ 8.00-17.00 น.

โทร : 09 5515 5929

Facebook : LIFE Roasters

07

พิพิธภัณฑ์การทอผ้าที่เซื่อว่าสิ่งที่ดีจะไม่มีวันตกยุค

Khampun Museum Café

12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล

“เราไม่ได้สร้างพิพิธภัณฑ์เพื่อกำไร แต่เราสร้างไว้ให้คนรุ่นหลัง เห็นด้วยไหมครับ” นี่คือสิ่งที่ อ.เถ่า-มีชัย แต้สุจริยา ถามผู้ร่วมลงทุนก่อนเริ่มทำ Khampun Museum Café เมื่อหลายปีก่อน เขาอยากทำพิพิธภัณฑ์มาโดยตลอดตั้งแต่เริ่มกลับมาพัฒนาบ้านคำปุณ โรงงานทอผ้าแห่งแรกและแห่งเดียวในอุบลราชธานีที่ออกแบบ ‘ผ้ากาบบัว’ ที่โด่งดังไปทั่วโลก และหลายคนต้องรอเป็นสิบๆ ปีกว่าจะได้ซื้อผ้าจากเขา

12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล

กลิ่นปลาร้าสับหอมฟุ้งของ อ.เถ่า ต้อนรับเราเข้าสู่สถานที่แห่งนี้ เขาเคยเป็นสจ๊วตสายการบินไทยถึง 7 ปี ระหว่างนั้นก็ศึกษาเรื่องผ้าไปด้วยจากการได้เดินทางไปยังประเทศต่างๆ จนตัดสินใจลาออกเพราะอยากทำงานที่สร้างบางอย่างให้คนอื่นๆ ได้

“พี่อยากทำมิวเซียมมานานแล้ว แม้จะรู้ว่ายังไงก็ขาดทุนในเรื่องของการลงทุน แต่เราจะได้กำไรในเรื่องของความสุข พี่ศึกษาพระพุทธศาสนาทำให้เห็นความไม่ยั่งยืนของชีวิต เลยเกิดคำถามว่าแล้วเราจะสืบสานความรู้ที่เราทำมาตลอดชีวิตให้คนรุ่นหลังได้อย่างไร”

12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล

Khampun Museum นำเสนอเรื่องการทอผ้าตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมเส้นใย การขึ้นกี่ และการออกแบบผ้าให้ออกมาเป็นผืน เพื่อให้คนเข้าใจประวัติความเป็นมาไปจนถึงกระบวนต่างๆ ของหัตถกรรมชนิดนี้ ทั้งยังมีหอพระธาตุให้สักการะและเป็นสถานที่จัดกิจกรรมแสดงธรรมะคอร์สสั้นๆ ให้ผู้ที่สนใจอีกด้วย

“หลายคนอาจคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นของโบราณ คร่ำครึ แต่เราต้องมีทุนในการที่จะสร้างสรรค์สิ่งต่อไป ยกตัวอย่างเช่น คอร์เซ็ตที่มีมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าหลุยส์ของฝรั่งเศส ตอนนี้ก็ยังอยู่ในเทรนด์ที่ทำออกมาเมื่อไหร่ก็เข้ายุคสมัย อยู่ที่ว่าเราจะนำมาพัฒนาต่ออย่างไรมากกว่า”

12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล

ส่วนคาเฟ่ข้างๆ อ.เถ่า ถือว่าเป็นห้องรับแขกของผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ เสิร์ฟอาหารท้องถิ่นที่นำเสนอในรูปแบบใหม่ เช่น เมนูของว่างจากเค็มบัก หมี่กะทิอุบลฯ และเบเกอรี่หน้าตาสะสวยดีกรี Le Cordon Bleu

“ใครที่มาที่นี่ถือว่าท่านได้ช่วยต่อลมหายใจให้ภูมิปัญญาไทย” อ.เถ่า บอกเราแบบนั้น “มันนิยมได้ ก็หมดความนิยมได้ แต่สิ่งที่ดีจะทวนกระแส และจะเป็นเรื่องน่าเสียดายมาก ถ้าคนรุ่นใหม่ปล่อยให้มรดกที่ได้รับมาจมน้ำหายวับไปกับตา”

ที่อยู่ : หมู่ 9 เลขที่ 131 ถนนเทศบาล 81 ตำบลวารินชำราบ อำเภอวารินชำราบ อุบลราชธานี 34190 (แผนที่)

วัน-เวลา : ทุกวัน 9.00-17.00 น.

โทร : 09 3131 0331

Facebook : Khampun Museum Cafe

08

ร้านอาหารอีสานที่เมนูขึ้นอยู่กับของสดที่หาได้จากตลาดเช้าท้องถิ่น

Zao ซาว

12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล

‘ร้านอาหารอีสานที่เซ่บที่สุดในจังหวัดอุบลฯ เพราะเจ้าของเรียนจบแฟชั่น’ อีฟ-ณัฐธิดา พละศักดิ์ ให้คำนิยามร้านอาหาร Zao ซาว ของตัวเองไว้แบบนั้น

เธอทำงานเป็นดีไซเนอร์แบรนด์เสื้อผ้าและอาจารย์พิเศษอยู่ที่กรุงเทพฯ หลายปี ก่อนจะไปเรียนต่อสาขาแฟชั่นที่ประเทศอังกฤษ จนเรียนจบ แม่ยื่นคำขาดให้กลับมาอยู่อุบลฯ หลายปีผ่านไป เธอได้รู้จักกับเพื่อนเชฟคนหนึ่งผู้ทำให้เธอเริ่มไปเดินตลาดสดตอนเช้า ได้เห็นแง่มุมใหม่ๆ ของอาหารอีสาน เลิกกินข้าวนอกบ้าน และหันมากินข้าวยายที่บ้านมากขึ้น สุดท้ายเธอจึงตัดสินใจเปิดร้านอาหารซาวข้างๆ โชว์รูมรถเกี่ยวข้าวของครอบครัว โดยเมนูอาหารเป็นสูตรของยายจุย แม่นมของอีฟ ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นผสมผสานกับเทคนิคการทำอาหารแบบตะวันตก

“เราอยากทำอาหารที่ตัวเองกิน ไม่ปลอม เรากินแบบไหน เราทำแบบนั้น” 

12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล

ยกตัวอย่างเช่น ตำแตงโม ที่มาจากวัฒนธรรมกินง่ายอยู่ง่ายของคนอีสาน เวลาไปนาหรือทำกิจวัตรประจำวัน เขาจะใช้ช้อนขูดเนื้อแตงโมแล้วนำน้ำปลาราด ใส่ข้าวคั่ว พริกป่น แล้วก็กินได้เลย ซาวเอามาปรับเปลี่ยนและนำเสนอในรูปแบบใหม่ เป็นต้น

วัตถุดิบทุกอย่างของซาวได้มาจากในท้องที่ตั้งแต่ผักสดไปจนถึงเกลือ ทุกเช้าอีฟจะไปตลาดสดที่คนท้องถิ่นแต่ละอำเภอเอาพืชผลมาขาย ปลูกอะไรก็ขายอย่างนั้น แต่การไปตลาดของเธอไม่ใช่แค่การไปหาซื้อของเพื่อมาเปิดร้าน แต่เหมือนเป็นห้องเรียนแลกเปลี่ยนความรู้

12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล
12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล

“‘อันนี้บ่มี๊ เอาอันนี่แทนบ่ เอาไปลวกหือเอาไปผัดกะได้’ ใครจะไปรู้ว่าผักนี่เอาไปผัดได้ วัตถุดิบของเราเปลี่ยนไปรายวัน วันไหนไม่มีก็คือไม่มี แต่เรามองว่ามันเป็นข้อดี เพราะลูกค้าจะได้กินของสดใหม่ตามฤดูกาลทุกวัน ถ้าลูกค้าอยากกินเมนูไหนเป็นพิเศษให้บอกไว้ก่อน ถ้าที่ตลาดวันนั้นไม่มี เราจะหาของทดแทนให้ แต่เมนูยืนพื้นเรามีทุกวันอยู่แล้ว”

บทสนทนาและมื้ออาหารยังไม่ทันจบลงดี ยายจุยเจ้าของสูตรอาหารในร้านนี้ก็เดินมาในชุดผ้าพื้นเมืองสีกรมท่าแพตเทิร์นสวย เตรียมตัวถ่ายรูปคู่กับหลานสาวหน้าร้านอาหารสุดแซ่บของพวกเขา

ที่อยู่ : 56/1 ซอยโชคอนันต์ ตำบลแจระแม อำเภอเมืองอุบลราชธานี อุบลราชธานี 34000 (แผนที่)

วัน-เวลา : ทุกวัน (ยกเว้นวันจันทร์) 9.00-19.00 น.

โทร : 06 3246 9545

Facebook : Zao ซาว

09

กลุ่มดีไซเนอร์ที่อยากต่อยอดงานฝีมือท้องถิ่นให้ไปไกลกว่าแค่อาชีพช่วงว่างนา

Foundisan

12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล

ถัดจากร้าน Zao ซาว ในบริเวณเดียวกัน อีฟ-ณัฐธิดา พละศักดิ์ มีสตูดิโอของแบรนด์ชื่อว่า Foundisan จะว่าเป็นแบรนด์ก็อาจไม่ถูกนัก เรียกว่าเป็นการรวมกลุ่มของคนที่มีความตั้งใจอยากพัฒนางานฝีมือของคนอีสานน่าจะตรงกว่า เธอกับ ตั้ว-พุฒิพงษ์ พิจิตร์ ดีไซเนอร์จากกรุงเทพฯ และ พลัง-วรพัฒน์ ดวงศร ลูกศิษย์ของเธอ สร้าง Foundisan ขึ้นมาเพราะอยากเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ในจังหวัดอุบลราชธานี หันมาให้ความสำคัญกับภูมิปัญญาที่มีอยู่

“เราเคยทำงานกับชุมชนในอีสาน บางอำเภอที่ไปอยู่ใต้ตีนเขา ขับรถฝ่าหมอกไปเจอเทคนิคการทอแบบที่ไม่เคยรู้เห็นมาก่อน ไปกี่ทีมันจะมีอารมณ์แบบ ‘เฮ้ย เฮ้ย เฮ้ย’ ตลอด มันคือการได้ไปเจอ ไปรู้จักอีสานในแบบที่ไม่เคยรู้จักจริงๆ”

12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล
12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล

Foundisan บอกว่าการไปเยี่ยมชุมชนเพื่อซื้อผ้าไม่ใช่การช่วยชาวบ้าน ชุมชนต้องการการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนมากกว่านั้น พวกเขาจึงนำงานฝีมือของคนในท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความร่วมสมัย ให้ไปไกลกว่าอาชีพที่ทำในช่วงที่ไม่ใช่หน้านา ให้เด็กเรียนแฟชั่นที่อุบลฯ มีตัวเลือกที่จะกลับไปพัฒนาของดีที่บ้านแทนที่จะไปกรุงเทพฯ 

อย่างโปรเจกต์หนึ่งได้ทำงานร่วมกับลูกศิษย์จากชุมชนที่ทอเสื่อขาย ไปสอนให้เขาผสมผสานเทคนิคเก็บขิดที่ใช้ในการทอผ้าเข้ากับการทอเสื่อ ช่วยตัดทอนและออกแบบลวดลายเดิมให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น และนำมาพัฒนาให้เป็นสินค้าอย่างกระเป๋าถือผู้หญิง ส่วนโหลแก้วใส่สีธรรมชาติและผ้าสกรีนลายที่แขวนในสตูดิโอคือโปรเจกต์ถัดไป พวกเขาตั้งใจจะทำเสื้อผ้าแฟชั่นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยพยายามไม่ให้มีอะไรเหลือทิ้งเลยแม้แต่น้อย 

12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล

และเพราะสินค้าที่ได้จากฝีมือท้องถิ่นยังมีจำนวนน้อยมาก Foundisan จึงยังไม่มีหน้าร้านและไม่ได้ขายบนอินเทอร์เน็ตอย่างจริงจัง หากใครสนใจสามารถทักไปที่เพจเฟซบุ๊ก หรือไปชมสินค้าที่ร้าน Zao ซาว ได้ เราการันตีตรงนี้เลยว่าสวยแซ่บสดใสไม่แพ้กัน

ที่อยู่ : 56/1 ซอยโชคอนันต์ ตำบลแจระแม อำเภอเมืองอุบลราชธานี อุบลราชธานี 34000 (แผนที่)

วัน-เวลา : ทุกวัน 9.00-19.00 น.

โทร : 06 3246 9545

Facebook : Foundisan

10

ทุ่งออร์แกนิกขายเมล็ดพันธุ์ของอดีตคนทำงาน NGO

Mekong Nomad Organic Farm

12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล

หลังเรียนจบจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เน้ตติ้ง-จารุวรรณ สุพลไร่ ย้ายถิ่นฐานไปทำงานมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคมที่กรุงเทพมหานคร 7 ปีให้หลัง เธอลาออกจากงานมูลนิธิและตัดสินใจกลับบ้านมาพร้อมสร้าง Mekong Nomad Organic Farm ฟาร์มอินทรีย์ขายเมล็ดพันธุ์แห่งนี้ 

การเดินทางตลอดที่เป็น NGO ทำให้เธอได้เรียนรู้ถึงความหลากหลายทางชาติพันธุ์ วัฒนธรรม ความเชื่อ รวมถึงการทำเกษตรอินทรีย์ จากเด็กที่เติบโตมากับวิถีเกษตรกรในครอบครัวใหญ่ แบบที่เวลาทำกับข้าวต้องเดินออกไปเก็บผักมาเป็นวัตถุดิบ สู่คนวัยทำงานในเมืองใหญ่ที่มีการปลูกผักเป็นกิจกรรมเยียวยาความเหนื่อยล้าของตัวเอง 

12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล

“ตอนกลับมาอยู่บ้านใหม่ๆ เราบอกให้แม่หยุดใช้ปุ๋ยเคมี ถ้าแม่ยังใช้อยู่แข่งกันเลยว่าแปลงใครจะสวยกว่ากัน”

เน้ตติ้งรวมกลุ่มกับเกษตรกรและเจ้าของสวนอีกห้าราย คนหนึ่งเป็นบัณฑิตจากคณะเกษตร ที่เหลือเป็นครู ช่างภาพ ดีเจ ไปจนถึงเด็กนักเรียน Home School ที่อยู่คนละจังหวัด ตอนแรกเริ่มจากการขายผักอินทรีย์ ก่อนจะมาเป็นฟาร์มขายเมล็ดพันธุ์ต่างๆ เหมือนทุกวันนี้

“การขายผักในชุมชนตอนนั้นยังเป็นเรื่องยาก แต่การทำให้คนเข้าใจว่าทำไมต้องกินผักอินทรีย์เป็นเรื่องยากกว่า จำได้อยู่เลยว่าปีนั้นได้เงินห้าพันกว่าบาท พอขายผักไปสักพักคนก็เริ่มขอเมล็ด อยากเอาไปปลูกบ้าง เราก็แจกไปปีสองปี แล้วก็มีเพื่อนแนะนำให้ขายเมล็ด ก็เลยลองขาย ปรากฏเดือนเดียวได้ห้าพันบาท” เธอเล่าให้ฟังด้วยเสียงหัวเราะ

12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล
12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล

ในวันนี้ตลาดผักอินทรีย์โตขึ้นมากเมื่อเทียบกับปีแรกที่เน้ตติ้งสร้างทุกอย่าง กลุ่มของเน้ตติ้งก็เชี่ยวชาญและเข้าใจเรื่องการเก็บเมล็ดพันธุ์มากขึ้น โดยมีฟาร์มเธอเป็นศูนย์กระจายสินค้า ใครมีอะไร ใครถนัดเก็บเมล็ดพันธุ์ไหน ก็เอามารวมกันแล้ววางขายบนเฟซบุ๊ก ปัจจุบันมีเมล็ดพันธุ์กว่าร้อยชนิด ทั้งไม้ดอก ไม้ผล ผัก และผลไม้ เวลาใครเดินทางไปต่างประเทศก็จะหยิบเอาเมล็ดกลับมา “อย่างปีก่อนไปเกาหลี เขาเลี้ยงมะเขือเทศ เราก็เก็บเมล็ดกลับมา ตอนนี้ก็ยังปลูกอยู่ มีขายเมล็ดพันธุ์ด้วยนะ”

แน่นอนว่า เราขอซื้อเมล็ดมะเขือเทศที่เน้ตติ้งเล่าถึงกลับมาด้วย

ที่อยู่ : 6 หมู่ 2 ตำบลนาคำ อำเภอศรีเมืองใหม่ อุบลราชธานี 34250 (แผนที่)

โทร : 08 1072 2714

Facebook : Mekong Nomad Organic Farm

11

Chef’s Table อาหารไทยที่ได้แฮงบันดาลใจมาจากชีวิตแม่และน้องสาว

หมก

12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล

เมื่อประมาณหนึ่งปีที่แล้ว ฝ้าย-ศิโรรัตน์ เถาว์โท หรือป้าเชฟ ตามติดชีวิตแม่และน้องสาวของตัวเองเพื่อหาเมนูและรูปแบบร้านอาหารที่อยากทำมากที่สุด ออกมาเป็น ‘หมก’ ร้านอาหารในบ้านเกิดที่ให้บรรยากาศเหมือนอยู่บ้านเพื่อน เธอเติบโตมากับคุณยายที่เป็นครูวิชาการเรือน การทำอาหารจึงเป็นสิ่งที่เธอซึมซับมาตลอดชีวิตวัยเด็ก

ป้าเชฟเลือกเรียนสาขาการจัดการครัวและภัตตาคารที่สอนตั้งแต่การทำอาหารไปจนถึงการบริหารครัว เธอผ่านงานตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับอาหารมามากมายเริ่มจากเชฟห้องอาหารโรงแรมหลายแห่ง ผู้จัดการร้านอาหาร มาผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการอาหารสด และลาออกจากตำแหน่งใหญ่เพราะอยากตามหา Work-life Balance ของตัวเอง

12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล

“จุดหักเหของชีวิตคือเจอว่าตัวเองเป็นไทรอยด์ คืนหนึ่งตื่นขึ้นมาร้องไห้ว่าเรามาทำอะไรอยู่ตรงนี้ เลยคุยกับแฟนและตัดสินใจกลับมาอยู่อุบลฯ และเริ่มติดตามชีวิตแม่กับน้องสาวว่าเขาทำอะไร เขากินอะไร เขาอยากกินอาหารบ้านๆ แต่ไปซื้อข้างนอกจะมั่นใจได้ยังไงว่าสะอาด เลยตัดสินใจทำอาหารไทยนี่แหละแต่ให้มันพิเศษหน่อย และด้วยความที่เป็นเชฟเราก็ใฝ่ฝันอยากทำ Chef’s Table”

ป้าเชฟอยากให้หมกเป็นเหมือนร้านอาหารคู่บ้านเมืองอุบลฯ โดยใช้วัตถุดิบและเรื่องราวของจังหวัดเล่าผ่านจานอาหาร อย่างต้นมะกรูดในบ้านที่เราเดินผ่านตอนเข้ามา เธอนำมาทำเป็นมะม่วงหวานมะกรูดซ่าและเมนูไอศกรีมเชอร์เบ็ตมะกรูด หรือเมนู Chef’s Table ชื่อหาดวัดใต้ที่สร้างขึ้นจากความทรงจำวัยเด็กของป้าเชฟ ความสนุกสนาน เสียงหัวเราะ ที่ได้ไปเกาะกลางแม่น้ำมูล นอกจากนี้ หมกยังมีสำรับอาหารไทยที่มีครบทุกรสให้เป็นตัวเลือก

12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล
12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล

“ตอนแรกแม่กับน้องสาวงงว่าเราจะเอาอาหารไทยอีสานมาเป็น Fine Dining ได้ยังไง ใครจะมากินของเธอ ตอนแรกเราก็กังวลนะ แต่พอเราเลือกวัตถุดิบที่ดี ใส่ใจในรายละเอียดการทำ อาหารของเราก็คุ้มค่า”

วันนี้ป้าเชฟมีร้านอาหารที่เป็นพื้นที่สำหรับคนทุกวัยอย่างที่ตั้งใจแล้ว เธออยากให้ทุกคนมองร้านหมกเหมือนเป็นบ้านเพื่อน ที่อาจไม่ได้มีเมนูให้เลือกมากมาย แต่เพื่อนจะเตรียมสิ่งที่ดีที่สุดไว้ให้

ที่อยู่ : 115 ถนนพรหมราช ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี อุบลราชธานี 34000 (แผนที่)

วัน-เวลา : ทุกวัน 11.00-22.00 น.

โทร : 09 6054 2796

Facebook : ห ม ก

12

ฮ้านหนังสืออิสระของนักเขียนที่อยากสร้างทั้งคนอ่าน และคนซื้อหนังสือ

ฟิลาเดลเฟีย ร้านหนังสือในสวนดอกไม้

12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล

“มีคนมาซื้อหนังสือคนจมน้ำตายที่รูปหล่อที่สุดในโลก ของกาเบรียล การ์เซีย มาร์เกซ ปกสวยชิบเป๋ง สาวพยาบาลเห็นแล้วกรี๊ดก็เลยซื้อไป เวลาผ่านไปกลับมาบอกว่า ‘เจี๊ยบ เราอ่านไม่เข้าใจว่ะ’ งั้นมา ถ้าคุณอ่านแล้วไม่ชอบ มาขายคืนผมได้”

ฟิลาเดลเฟีย ร้านหนังสือในสวนดอกไม้ คือร้านหนังสืออิสระที่มีบุคลิกเหมือน เจี๊ยบ-วิทยากร โสวัตร เจ้าของร้านไม่มีผิด ตรงไปตรงมา ห่ามๆ นิดๆ แต่ก็เป็นกันเอง เขาเสิร์ฟชาที่ได้เป็นของฝากจากประเทศต่างๆ ให้เรา และรีฟิลตลอดบทสนทนาในเย็นวันนั้น

12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล
12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล

เจี๊ยบกับจังหวัดอุบลฯ เดินทางมาบรรจบกันตอนเรียนปริญญาตรี เขาเลือกมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีเป็นอันดับหนึ่งเพราะเป็นจังหวัดที่พ่อเกิด ผู้หญิงอุบลฯ สวย และอุบลฯ มักเป็นฉากหลังของเพลงอีสานอยู่เสมอ หลังเรียนจบเขาทำงานเป็นกองบรรณาธิการนิตยสารทางเลือกเล่มหนึ่งที่กรุงเทพฯ จนกระทั่งมีลูกคนแรกเลยย้ายกลับมาอยู่ที่อุบลฯ กับคนรักชาวอุบลฯ ของเขา (ใช่ เขาเรียกภรรยาว่า คนรัก) ด้วยความที่เป็นคนปากจัดที่มีหนังสือเป็นพันๆ เล่ม แต่คนรักเขาอยากมีร้านหนังสือ เจี๊ยบเลยอาสาจะดูแลให้โดยพูดเท่ๆ ว่า “ผมจะมาดูแลความฝันหญิงสาวของผม”

ร้านหนังสือของเขามีทั้งหนังสือมือหนึ่งและมือสอง มีทั้งหนังสือภาพเด็กไปจนถึงหนังสือปรัชญาเข้าใจยาก ส่วนหน้าร้านทำให้นึกถึงบ้านเรือนในชนบทอิตาลีที่มักปรากฏบนโปสการ์ดในร้านขายของที่ระลึก จุดมุ่งหมายของเขาคืออยากให้หนังสือไปถึงมือคน โดยไม่คำนึงว่าจะต้องทำกำไรมากมาย การที่เขาอ่านแล้วไม่เข้าใจอย่างน้อยหนังสือก็ไปถึงเขาแล้ว 

12 กิจการของคนรุ่นใหม่ที่ทำให้ จังหวัดอุบลราชธานี ม่วนซื่นอีกครั้ง, ที่เที่ยว อุบลราชธานี, คาเฟ่ อุบล

“คนที่กล้าซื้อหนังสือ เขาคงจะมีความรักบางอย่างอยู่พอสมควร เขาถึงกล้าซื้อ หนังสือมันไม่เหมือนขนม ไม่เหมือนเหล้าเบียร์ มันเรียกร้องคนสูง คุณต้องใช้เวลากับมัน” 

เจี๊ยบเป็นนักเขียนที่ดูแลร้านหนังสืออิสระในเวลาทำการ เป้าหมายของเขาเลยไม่ได้แค่ต้องการสร้างคนอ่าน แต่สร้างคนซื้อหนังสือไปด้วยพร้อมกัน เพราะหนังสือช่วยเปิดโลกให้กว้างขึ้น เหมือนที่นาซิสซัสกับโกมุนด์ (Narcissus and Goldmund) ของแฮร์มัน เฮ็สเซอ (Hermann Hesse) เคยเปิดโลกเณรบวชเรียนอย่างเขาเมื่อหลายสิบปีก่อน

ที่อยู่ : 397 หมู่ 3 ซอยหนองเตย ถนนสถลมาร์ค กม. 12 ตำบลเมืองศรีไค อำเภอวารินชำราบ อุบลราชธานี 34190 (แผนที่)

วัน-เวลา : จันทร์-เสาร์ 9.00-23.30 น., อาทิตย์ 9.00-16.00 น.

โทร : 09 9474 2626

Facebook : ฟิลาเดลเฟีย ร้านหนังสือในสวนดอกไม้

Writer

พิมพ์อร นทกุล

บัญชีบัณฑิตที่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

19 พฤศจิกายน 2565
2 K

“เดือนนี้ไปเที่ยวกรุงเทพฯ กับเราไหม” 

ประโยคคำถามสั้น ๆ ที่เราอยากให้ทุกท่านสะกิดชวนคนข้างกาย ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน คนรัก หรือครอบครัว ให้ร่วมกันคว้ากระเป๋า สะพายกล้อง และตบเท้าออกจากบ้าน มาสร้างความทรงจำร่วมกันกับกรุงเทพมหานคร ในเทศกาล Colorful Bangkok 2022 ฤดูหนาวนี้มีนิทรรศการมากมายที่ตระเตรียมไว้ให้ทุกท่านได้มาเชยชม ทั้งการจัดแสดงภาพศิลปะจากศิลปินมากฝีมือ การแสดงแสงสีสุดอลังการริมแม่น้ำเจ้าพระยา และการแสดงดนตรีรวมถึงละครเวทีที่น่าตื่นตาตื่นใจ ฉะนั้น ไม่ว่าจะฉายเดี่ยว มาเป็นคู่ หรือยกพวกพ้องมาเสพงานศิลป์ ชมแสงสี หรือดื่มด่ำกับเสียงดนตรีก็ดี เดือน 11 นี้กรุงเทพมหานครจะเต็มไปด้วยความสนุกสนานหลากสีสัน ตอบโจทย์คนทุกเพศทุกวัยแน่นอน

คอลัมน์ Take Me Out ขอส่งมอบเช็กลิสต์ที่มัดรวมกว่า 20 นิทรรศการศิลปะ แสงสี และดนตรีจากทั่วทุกสารทิศของกรุงเทพมหานคร ประจำเดือนพฤศจิกายน ให้เป็นของขวัญชิ้นพิเศษ 

ถ้าพร้อมแล้ว ก็คว้าแขนคนข้าง ๆ ออกเดินทางไปพร้อมกันเลย!

หมวดที่ 1 
นิทรรศการศิลปะ

01 
Mind and Body: An Abstract Conversation

นิทรรศการงานศิลป์เชิงนามธรรม ชวนขบคิดเรื่องกายและจิตของ 6 ศิลปินหญิง 

กายและจิต เป็นสองสิ่งที่สัมพันธ์กันอย่างยากที่จะแยกขาด 

หากพลังใจมา แรงกายย่อมเกิด แต่ถ้าใจไม่สู้ ร่างกายก็คงต้องยอมยกธงขาวไปตามระเบียบ

ประเดิมกิจกรรมแรกด้วยนิทรรศการ Mind and Body: An Abstract Conversation ที่ คิด-คณชัย เบญจรงคกุล ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA BANGKOK) มาเป็นภัณฑารักษ์

ภาพ : MOCA Bangkok

งานนี้เหมาะกับผู้ที่อยากสงบจิต สงบใจ แนะนำให้จูงมือกันไปสำรวจและทบทวนเบื้องลึกของจิตใจที่สัมพันธ์กับการกระทำทางกาย ผ่านการเดินชมงานศิลปะเชิงนามธรรมหลากหลายรูปแบบ ทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม และศิลปะการจัดวาง จากฝีไม้ลายมือ 6 ศิลปินหญิง ได้แก่ อัจจิมา เจริญจิตร, อลิสา ฉุนเชื้อ, กวิตา วัฒนะชยังกูร, ชนิดา อรุณรังษี, เต็มใจ ชลศิริ และ ศรีวรรณ เจนหัตถการกิจ ที่เรียนรู้กระบวนการฝึกจิตให้นิ่ง ด้วยการโฟกัสกับการวาดรูปแทนการจมจ่อมอยู่กับอาการปวดกระดูกของตน จนเกิดไอเดียในการนำโครงกระดูกและหัวกะโหลกมาเป็นองค์ประกอบในภาพวาด

ภาพ : MOCA Bangkok

เรารับรองว่านอกจากคุณจะได้เสพงานศิลป์เพื่อสร้างความสุนทรีย์จากนิทรรศการนี้แล้ว คุณจะตกตะกอนความคิดจนรู้เท่าทันจิต เข้าใจตนเอง รวมถึงเข้าใจผู้อื่นอย่างแท้จริงด้วย 

จัดแสดงถึงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2565 เวลา 10.30 – 19.30 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : ART Space by MOCA BANGKOK โรงแรมโฟร์ซีซันส์ 300/1 ถนนเจริญกรุง แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

02
BRUTAL CLUB A Solo Exhibition by Karms

นิทรรศการภาพวาดสีน้ำมัน คาแรกเตอร์มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

หนึ่งในศิลปินมาแรงไม่แพ้ใคร ก้าม-ธรรมธัช สายทอง หรือ KARMS มาพร้อมกับนิทรรศการ BRUTAL CLUB ภาพวาดสีน้ำมันชุดใหม่ แต่คงความเอกลักษณ์โดดเด่นไว้เช่นเคย ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘อิสระในกรงขัง’ แสดงให้เห็นจิตใจของมนุษย์อีกด้านหนึ่งที่ยากแท้หยั่งถึง รอคอยการปลดปล่อยสู่โลกภายนอก แต่โลกภายนอกที่คิดว่าอิสระอาจเป็นเพียงกรงขังอีกใบที่ขยายใหญ่ขึ้นเท่านั้นเอง โดยเขาเปิดเผยอีกแง่มุมของจิตใจผ่านคาแรกเตอร์ภูตผีตัวจ้อยสุดน่ารัก แฝงด้วยความประหลาดพิลึกชวนฉงน ที่ดึงดูดพวกเราเดินเข้าไปชมงานในห้องจัดแสดงมืด ๆ อันลึกลับ

หากอยากมาตื่นเต้นไปกับมุมมืดของจิตใจมนุษย์ที่ถูกบดบัง และชมภาพวาดจิตรกรรมดั้งเดิมผสานองค์ประกอบศิลป์ของแสง สี และเงา อันเป็นเอกลักษณ์จากศิลปินคนนี้ มาพบกันได้ในนิทรรศการ เพราะภูตผีน้อยทุกตัวรอคอยให้คุณเปิดประตูและเข้าไปเยี่ยมชมอยู่ในห้วงแห่งความลึกลับ

จัดแสดงถึงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2565 เวลา 11.00 – 19.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : River City Bangkok 23 ซอยเจริญกรุง 24 แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2237 0077

03
ที่ชอบที่ชอบ : Do what you like | Love what you do

นิทรรศการศิลปะนานาเทคนิค จากเหล่าศิลปินอิสระที่จัดนิทรรศการทำในสิ่งที่ชอบ

หากพูดถึงนิทรรศการศิลปะ คงเต็มไปด้วยศิลปินที่พร้อมนำเสนอผลงานของตัวเองออกมาด้วยความจริงจังและตึงเครียด แต่ไม่ใช่สำหรับนิทรรศการ ‘ที่ชอบที่ชอบ’ นำทีมโดย สันติ แต้พานิช และผองเพื่อน ที่นิยามตนว่าเป็นเพียงคนชอบทำงานศิลปะ นำเสนอผลงานออกมาในแบบที่ตนชอบ โดยมีคอนเซ็ปต์งานว่า “ทำในสิ่งที่ชอบ ชอบในสิ่งที่ทำ” บอกเลยว่างานที่จัดแสดงก็สมกับชื่อนิทรรศการ

ภายในงานรวบรวมความชอบศิลปะของศิลปินแต่ละคนจากหลากหลายแขนงและเทคนิค มีผลงานตั้งแต่ภาพถ่ายยันภาพวาด ทุกคนที่มาชมงานจะพบกับความชอบของ สันติ แต้พานิช, แคลร์ ปัจฉิมมานนท์, อุษา มานิตานนท์, พนอจิต, มนุษย์ถั่ว, คณธร ทับวิไล และ โต๊ด โกสุมพิสัย ผ่านทางนิทรรศการนี้ เรียกได้ว่าถูกใจคนชื่นชอบงานศิลป์แน่นอน

ศิลปินทุกคนยังยืนยันคำเดิมว่า แค่อยากทำในสิ่งที่ชอบ ไม่ได้ต้องการอะไรไปมากกว่านั้น พวกเขาหวังแค่เพียงผู้คนที่มาพบเห็นจะรู้สึกชอบมันไปด้วยไม่มากก็น้อย

จัดแสดงถึงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2565 เวลา 12.00 – 20.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : 6060 Art Space 27 ซอยประดิพัทธ์ 21 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 1890 1554

04 
Wherever Belong It Whenever Comfort

นิทรรศการปุยเมฆแห่งความสบายใจ ให้ผู้ชมมาปล่อยใจคิดถึงสถานที่ที่รักอย่างอิสระ 

ทุกคนมีสถานที่ในใจที่นึกถึงเมื่อไหร่ก็เป็นความสบายใจเสมอ ไม่ว่าก้อนความทรงจำนั้นจะเกิดขึ้นในวัยเด็กหรือวัยผู้ใหญ่ก็ตาม นี่คือนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของ Petchsh หรือ เพชร-สิระ หอมจันทร์ ศิลปินผู้ถ่ายทอดก้อนความคิดที่มีต่อสถานที่ต่าง ๆ ออกมาเป็นภาพปุยเมฆขาวล่องลอยเหนือบรรยากาศของวันวาน เพชรเน้นสำรวจก้อนความถวิลหาอดีตในด้านบวก ถ่ายทอดออกมาทั้งอดีตที่เกิดขึ้นจริงและอดีตในจินตนาการ เธอชักชวนให้พกภาพถ่ายสถานที่ในใจมาด้วย เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ Interactive กับประติมากรรมเชิงจัดวางที่จะได้พรินต์ภาพนิ่งติดไม้ติดมือกลับบ้านเป็นที่ระลึก

มานั่งปล่อยใจล่องลอยดั่งปุยเมฆไปพร้อม ๆ กันในนิทรรศการ Wherever Belong It Whenever Comfort พื้นที่ที่ให้เราตกอยู่ในห้วงความคิดที่มีต่อสถานที่ใดสถานที่หนึ่งอย่างเต็มที่ ไม่ว่าประสบการณ์นั้นจะเคยเกิดขึ้นจริงหรือเป็นเพียงความฝันก็ตาม เพื่อให้สารสุขในสมองออกมาทำงาน ให้จิตใจเกิดความเบาสบาย และปลายทางเพื่อให้ผู้ชมได้รับสภาวะ ‘ตัวเบา’ ดั่งปุยเมฆเมื่อออกจากสถานที่แห่งนี้ 

จัดแสดงถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 เวลา 07.30 – 20.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : Palette Artspace ชั้น 4 เลขที่ 1057 ซอยสุขุมวิท 55 เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร (แผนที่

โทรศัพท์ : 06 4587 6788

05
India My Love (อินเดียมายเลิฟ) 

นิทรรศการภาพถ่ายสตรีทธรรมดาแต่เหนือจริงของมือกีต้าร์วงทีโบน

ธรรมดาแต่น่าพิศวงอาจเป็นคำจำกัดความที่พอจะอธิบายนิทรรศการชุดภาพถ่ายสตรีท ‘อินเดียมายเลิฟ’ ของ กอล์ฟ-นครินทร์ ธีระภินันท์ มือกีต้าร์วงทีโบนได้ กอล์ฟเอาชนะความกลัวอินเดียของเขาด้วยการเก็บภาพฝูงชน ความสับสนอลหม่าน และสิ่งที่พบเจอข้างทาง จนประกอบร่างออกมาเป็นนิทรรศการภาพถ่ายเดี่ยวครั้งแรก

เขาหันมาสนใจการถ่ายภาพสตรีทอย่างจริงจัง เพราะมองว่าการถ่ายภาพประเภทนี้ใช้ทักษะคล้ายคลึงกับการด้นสดตอนเล่นกีตาร์ ต้องลื่นไหล เป็นอิสระ และกลืนไปกับสิ่งรอบข้าง นี่เป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เขาคว้ากล้องและออกเดินทางไปยังอินเดีย การบันทึกภาพผ่านเลนส์ในครั้งนี้ทำให้กอล์ฟตกหลุมรักประเทศนี้เข้าอย่างจัง 

หนึ่งในภาพจำของนิทรรศการนี้คือ ภาพเศียรของพระศิวะลอยปริ่มน้ำ โดยมีมือหญิงสาวเล็บสีเขียวจับราวด้านหน้าเอาไว้ คล้ายกับพยุงตัวไม่ให้จมน้ำ ยิ่งมองยิ่งชวนฉงน แลดูเหนือจริง แต่ก็ชวนตั้งคำถามว่า ผู้ถ่ายกำลังพยายามสื่อสารอะไร เราอาจได้เห็นอินเดียมาหลากหลายรูปแบบ แต่รับรองว่าอินเดียในมุมมองของกอล์ฟนั้น สะท้อนความจริงและความแตกต่างได้อย่างน่าพิศวง

จัดแสดงถึงวันที่ 27 ธันวาคม 2565 ทุกวันอังคาร พฤหัสบดี และเสาร์ เวลา 11.00 – 18.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : Kathmandu Photo Gallery เลขที่ 87 ถนนปั้น แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร (แผนที่

โทรศัพท์ : 0 2234 6700 หรือ 08 5199 4050

06 
Yesterday I was, Tomorrow I will be 

นิทรรศการเดี่ยวครั้งสุดท้ายของ Pomme Chan ตอกย้ำแนวคิดความสำเร็จต้องใช้เวลา

กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จภายในวันเดียว ความสำเร็จก็เช่นกัน

ปอม-ธัชมาพรรณ จันทร์จำรัสแสง หรือ Pomme Chan ศิลปินนักวาดภาพประกอบสินค้าผู้เลื่องชื่อและคว่ำหวอดอยู่ในวงการศิลปะมากว่า 2 ทศวรรษ เธอเป็นคนหนึ่งที่พิสูจน์แล้วว่า ‘Good things take time’ เพราะสิ่งดี ๆ ย่อมใช้เวลาในการสร้างให้มันเกิดขึ้น

ภาพ : River City Bangkok

นิทรรศการ Yesterday I was, Tomorrow I will be จึงเปรียบเสมือน Lifetime Exhibition ขนาดย่อมที่รวบรวมผลงานกว่า 1,000 ชิ้นมาจัดแสดงไว้ ณ ที่เดียว แอบกระซิบว่ามีตั้งแต่ผลงานที่เธอวาดเป็นชิ้นแรก รวมถึงผลงานที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนด้วย เช่น ผลงาน Tiger รูปปั้นเสือหน้าตาน่ารักประดับลวดลายด้วยดอกไม้ตามตัว สะท้อนให้เห็นตัวตนของเธอในแง่มุมที่คนทั่วไปอาจไม่เคยคิดถึง ว่าเธอเป็นนั้นเป็นคนใจดีคนหนึ่ง ขัดกลับภาพลักษณ์ที่บางคนอาจมองว่าเธอดูน่าเกรงขามและเข้าถึงยาก

ภาพ : River City Bangkok

ความน่าสนใจของนิทรรศการนี้อยู่ที่การเล่าเส้นทางอาชีพของ Pomme Chan โดยไล่เรียงเป็นไทม์ไลน์ ตั้งแต่วันที่เธอเริ่มตะหวัดปากกาหมึกดำเพื่อสร้างสรรค์ผลงาน วันที่มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมความงดงามให้แก่ลายเส้นอันเป็นเอกลักษณ์ มีโอกาสได้ร่วมงานกับสินค้าแบรนด์ดังระดับโลก จนประสบความสำเร็จถึงขนาดเปิดแบรนด์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านเป็นของตัวเอง

ภาพ : River City Bangkok

พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง เพราะครั้งนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่ Pomme Chan จะจัดแสดงผลงานในฐานะนักวาดแล้ว เพราะหลังจากนี้เธอจะหันไปสวมหมวกนักธุรกิจเต็มตัว

จัดแสดงถึงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2565 เวลา 10.00 – 20.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : River City Bangkok 23 ซอยเจริญกรุง 24 แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2237 0077

07
Bangkok Art Biennale 2022 (BAB)

เทศกาลศิลปะจากศิลปินนานาชาติในหลากโลเคชันทั่วกรุงเทพฯ

Bangkok Art Biennale 2022 กลับมาในธีม ‘โกลาหล : สงบสุข’ (CHAOS : CALM) สะท้อนความโกลาหลทางสิ่งแวดล้อมที่โลกกำลังเผชิญ ขณะเดียวกันการปรับตัวเพื่อสร้างความสงบทางจิตใจก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เผ่าพันธุ์ของเราดำรงอยู่ต่อไป โดยครั้งนี้กรุงเทพมหานครจับมือกับแม่ทัพใหญ่อย่าง บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ส่งท้ายโควิดด้วยการจัดนิทรรศการแสดงศิลปะนานาชนิดกว่า 200 ชิ้น จากศิลปินกว่า 73 ชีวิต เพื่อสะท้อนมุมมองของศิลปินในยุคหลังวิกฤตโรคระบาด

ไปดูงานศิลปะจัดวางของปรมจารย์ แอนโทนี กอร์มลีย์ (Antony Gromley) จัดแสดง ณ วัดโพธิ์ สะท้อนให้เห็นความสนใจที่เขามีต่อศาสนาพุทธและเชน โดยงานชิ้นแรก ‘Connect’ จะเชื่อมโยงระหว่างที่ว่าง แสงสว่าง เข้ากับโครงร่างของมนุษย์ และชิ้นที่สอง ‘Contain’ แสดงถึงร่างกายที่สำนึกรู้

ที่น่าสนใจไม่แพ้กันคืองาน ‘The Standard’ ของ น้ำอุ่น-พิชชาภา หวังประเสริฐกุล กล่องสี่เหลี่ยมใสขนาดพอดีตัวที่มีเธอนั่งอยู่ข้างในพร้อมใช้ชีวิตและอิริยาบถทั่วไปในชีวิตประจำวัน งานนี้สะท้อนใจใครหลายคนให้เห็นภาพชีวิตมนุษย์เงินเดือนที่ถูกกดขี่จากระบอบสังคมทุนนิยม ซึ่งบอกให้เราพอใจกับความอัตคัด แลดูอึดอัด สิ้นหวัง ราวกับติดคุกกระจกที่มองไม่เห็น แต่จะผลักออกก็ไม่ได้ 

ทีเด็ดสุดท้ายที่เราอยากให้ไปเยี่ยมชมคือ งานศิลปะเสมือนจริง (Virtual Art) ของ Uninspired by Current Events ที่เน้นรังสรรค์งาน จิกกัด เสียดสีสังคมปัจจุบันสมชื่อด้วยธีมเหนือจริง

ภาพของเขาติดตาอย่างน่าพิศวง เหมือนคำถามปลายเปิดที่ติดอยู่ในห้วงความคิดให้เราตีความว่าเขาต้องการจะสื่ออะไร ในเทศกาลใหญ่อย่าง BAB แน่นอนว่า Uninspired by Current Events ไม่ได้มีแค่ภาพมาจัดแสดง แต่ยังนำเสนอเกมที่มีวัตถุหลักเป็นอนุสาวรีย์สำคัญ ๆ ในประเทศไทยให้ผู้ชมเข้าไปลองเล่น ซึ่งในตัวเกมยังไม่วายชวนผู้ชมตั้งคำถามเกี่ยวกับขั้วอำนาจทางการเมืองไทยด้วย

ศิลปิน แอนโทนี กอร์มลีย์

งานจัดแสดงถึงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 08.00 – 18.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์) 

2 ถนน สนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร  (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 3057 7100

ศิลปิน พิชชาภา หวังประเสริฐกุล และ Uninspired by Current Events 

งานจัดแสดงถึงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 10.00 – 20.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ชั้น 8-9

939 ถนนพระรามที่ 1 แขวง วังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2214 6630

08
I TOMATO YOU

นิทรรศการที่พกความแสบซ่าและความน่ารักมากองไว้เต็มอก

         Tomato Girls คือชื่อคาแรกเตอร์ของเด็กหญิงมะเขือเทศแก้มแดง 2 ลูก บนภาพวาดสีสันสดใสของ สิรินาฏ สายประสาท หรือที่รู้จักกันในชื่อ S I R I ศิลปินเจ้าของนิทรรศการเดี่ยว I TOMATO YOU ที่กำลังจัดแสดงอยู่ ณ ไอคอนสยามในเวลานี้       

ย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่ S I R I กำลังฝึกฝนการวาดภาพ ควบคู่ไปกับการเฝ้ามองลูกแฝดทั้งสองค่อย ๆ เติบโต วันนั้น ขณะสองแฝดกำลังวิ่งซุกซนอย่างสนุกสนาน เธอก็สังเกตเห็นสีแดงระเรื่อราวกับมะเขือเทศแต้มอยู่บนแก้มทั้งสองข้างของเด็กทั้งสองคน จึงอดไม่ได้ที่จะบันทึกภาพความสดใสที่เต็มล้นไปด้วยบริสุทธิ์เอาไว้ นั่นคือจุดเริ่มต้นคาแรกเตอร์สุดน่ารักบนงานวาดที่เปี่ยมไปด้วยความรัก

ความโดดเด่นของภาพวาดที่ S I R I ถ่ายทอด คือเรื่องราวน่ารักของเด็กหญิงมะเขือเทศแก้มสุกปลั่งในสถานการณ์ต่าง ๆ ผ่านลายเส้นซุกซน เข้าถึงง่าย แต่แฝงไว้ซึ่งปรัชญาแนวคิดการเทียบเคียงของสิ่งรอบตัวเอาไว้ให้ชวนค้นหาคำตอบ

การวาดรูปสร้างความสุขได้ไม่ต่างจากการที่ได้เลี้ยงดูลูกแฝดทั้งสอง รูปภาพของเธอจึงเต็มไปด้วยความรักและสีสันสดใส ทำให้ผู้พบเห็นมองแล้วเบิกบานไปทั้งหัวใจจนต้องเผลอยิ้มออกมา

นั่นเองคือหัวใจหลักของผลงานจากศิลปินนาม S I R I 

จัดแสดงถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 เวลา 11.00 – 21.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : ไอคอนสยาม 299 ถนนเจริญนคร แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2495 7080

09
Old Wound (แผลเก่า)

นิทรรศการภาพจิตกรรมที่ยืมต้นแบบมาจากหน้าปกสื่อสิ่งพิมพ์

‘แผลเก่า’ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงแค่ความรักของขวัญกับเรียม แต่ยังสะท้อนถึง ‘แผลเรื้อรัง’ ในสังคมไทยที่กินเวลายาวนานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งในแง่ประวัติศาสตร์ การเมืองการปกครอง ทหาร และภาพลักษณ์ของพระราชวังในอดีต นิทรรศการเดี่ยวโดย ประทีป สุธาทองไทย ศิลปินผู้รักการตั้งคำถาม ได้จัดแสดงผลงานกว่า 25 ชิ้น โดยครั้งนี้ประทีปจัดวางตัวเองเป็น ‘สื่อ’ ในร่างจิตรกร

เขารังสรรค์ผลงานแบบหนึ่งต่อหนึ่งจากหน้าปกของสื่อสิ่งพิมพ์ไทยหลากยุคสมัย อาทิ หนังสือพิมพ์ ประชาชาติ นวนิยาย แผลเก่า หนังสือ ละครการเมือง และ อนุสาร อ.ส.ท. เพื่อสะท้อนอิทธิพลของสื่อในการสร้างภาพจำในแต่ละยุคสมัย งานจิตรกรรมชุดนี้ทำหน้าที่เป็นสื่อที่ศิลปินต้องการถ่ายทอดอย่างตรงไปตรงมาโดยไร้ซึ่งอคติและอารมณ์ร่วม เพื่อให้ดวงตาของผู้ชมได้ทำหน้าที่เป็น ‘ตัวแปร’ ในการตีความด้วยบริบทของสังคมในปัจจุบัน มาช่วยกันสำรวจวิธีการจัดวางตัวอักษรและภาพว่าประทีปจะซ่อนบทสนทนาทางสังคมอะไรไว้ในงานชุดนี้บ้าง 

จัดแสดงถึงวันที่ 21 มกราคม 2566 เวลา 10.00 – 18.00 น. (เข้าชมฟรี)

(เปิดวันอังคาร-เสาร์ ปิดทุกวันอาทิตย์-จันทร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

สถานที่ : SAC Gallery ชั้น 1 ซอยสุขุมวิท 39 ถนนสุขุมวิท ใกล้กับ Raveevan Suite, 39 Boulevard (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 4669 8237 และ 0 2258 5580 ต่อ 401

10
The Art of Banksy: “Without Limits” 

นิทรรศการเสียดสีสังคมของศิลปินสตรีทอาร์ตชาวอังกฤษจัดแสดงที่ไทยครั้งแรก

เชื่อว่าต้องเคยผ่านตากันมาบ้างกับผลงานของ Banksy ศิลปินสตรีทอาร์ตนิรนามสัญชาติอังกฤษ อย่าง Girl with Ballon ภาพเด็กผู้หญิงทำท่าไขว่คว้าหรือปล่อยลูกโป่งล่องลอยไปในอากาศ หรือ Rage, The Flower Thrower ภาพชายขว้างระเบิดช่อดอกไม้ เขาขับเคลื่อนสังคมผ่านเนื้อหาที่กระตุ้นให้ฉุกคิดถึงการเมือง เสียดสีสังคมและทุนนิยมอย่างเจ็บแสบ ทว่าสอดแทรกความขบขันอยู่ในที

ฤกษ์งามยามดี ประเทศไทยจัดงานนิทรรศการ The Art of Banksy: Without Limits เป็นแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังจากตระเวนทัวร์มาแล้ว 18 เมืองทั่วโลก มีผู้ชมไม่ต่ำกว่าล้านคน

คิด-คณชัย เบญจรงคกุล เป็นภัณฑารักษ์จัดงาน ด้วยความตั้งใจให้งานนี้เป็นเหมือนสถานที่รวบรวมชิ้นงานของ Banksy ที่กระจัดกระจายอยู่ตามท้องถนน ให้คนทั่วไปเข้าชมได้โดยไม่ต้องตีตั๋วไปไกลถึงต่างประเทศ นิทรรศการครั้งนี้รวบรวมผลงานหลากหลายรูปแบบไว้กว่า 150 ชิ้น โดยมีผลงานจริง 32 ชิ้น รวมถึงผลงานที่ทำซ้ำขึ้นมาด้วยเทคนิค Stencil หรือการฉลุลาย

ไฮไลต์ของงานที่พลาดไม่ได้ คือ ผลงานชิ้นยักษ์ใหญ่ อย่างการจำลอง Dismaland สวนสนุกสุดหดหู่ และ Infinity Room ห้องกระจกที่พาเราไปท่องโลกของ Banksy อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

เพราะเป้าหมายของนิทรรศการคือความต้องการสร้าง Total Experience ที่ดีให้แก่ผู้เข้าชม มากกว่าการแปะป้ายว่างานไหนเป็นงานออริจินัลหรืองานทำซ้ำ เราจึงอยากเชิญชวนเพื่อนนักอ่านมาร่วมทำความเข้าใจและขบคิดถึงสาระสำคัญที่แฝงไว้ในงานศิลป์ของ Banksy ด้วยกัน

จัดแสดงถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 (ปิดทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 – 18.00 น.

ค่าเข้าชม : บัตรราคาใบละ 250 บาท

สถานที่ : MOCA BANGKOK ถนนกำแพงเพชร 6 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2016 5666

หมวดที่ 2
การละครและดนตรี

01
โขน ตอน ‘สะกดทัพ’

ยกขบวนชมการต่อสู้สุดตระการตาของหนุมานและไมยราพ

นอกจากงานศิลปะร่วมสมัยที่เล่ามาข้างต้น Colorful Bangkok ยังชวนทุกคนออกมาสร้างความสุขในวันหยุดด้วยกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา และผู้ที่สนใจศิลปวัฒนธรรมต้องไม่พลาดการแสดงโขน ตอน ‘สะกดทัพ’ โดย มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เพราะเต็มไปด้วยแสง สี เสียง สุดแสนตระการตา พร้อมกับโชว์สุดพิเศษที่มีความโดดเด่น 5 จุดใหญ่ 

จุดที่ 1 นี่เป็นครั้งแรกที่มีการฟื้นฟูเพลงหน้าพาทย์ดำเนินพราหมณ์ที่ใช้กับตัวโขนไมยราพ ซึ่งมีความเป็นมาตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ หาได้ยากในปัจจุบัน โดยมี อาจารย์ประเมษฐ์ บุณยะชัย เป็นที่ปรึกษาอาวุโส และมีกระบวนท่ารำที่ไม่ค่อยปรากฏที่ไหน แต่มีแสดงโชว์ในงานนี้

จุดที่ 2 เตรียมพบกับความอลังการและศิลปะความงามฉบับไทยกับการแต่งองค์ทรงเครื่องของไมยราพตามบทพระราชนิพนธ์รัชกาลที่ 1 แถมออกแบบเครื่องแต่งกายขึ้นมาใหม่กว่า 100 ชุด

จุดที่ 3 คือความสนุกสนานเร้าใจจาก ดร.สุรัตน์ จงดา ผู้กำกับการแสดงและเขียนบท ที่ใส่การผจญภัยของยอดทหารวานรที่ต้องฝ่าฟัน และความมันอีกหลาย ๆ ด่านเอาไว้ในเนื้อเรื่อง รับประกันความสุดเหวี่ยง ถึงขั้นต้องใช้นักแสดงบทหนุมานถึง 7 คนในการแสดงแต่ละรอบ

จุดที่ 4 ความอลังการของฉากและเทคนิคกลไกสุดน่าทึ่ง สร้างสรรค์ขึ้นมาเป็นพิเศษ

และความพิเศษจุดที่ 5 คือความสามารถของนักแสดงโขนรุ่นเยาว์ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ใช้เด็กประถมศึกษา 7 คน อายุตั้งแต่ 9 ปี ซึ่งฝึกฝนอย่างเข้มข้นเพื่อรับบท มัจฉานุ ลูกชายของหนุมานกับนางสุวรรณมัจฉา เป็นความพิเศษสุดที่ใช้พลังของนักแสดงตัวจิ๋วในการโชว์ครั้งนี้ด้วย

จัดแสดงถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2565 เวลาขึ้นอยู่กับรอบการแสดง

ค่าเข้าชม : นักเรียน 180 บาท บุคคลทั่วไป 1,800 / 1,500 / 1,000 / 800 / 600 บาท

สถานที่ : ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย หอประชุมใหญ่ 14 ถนนเทียมร่วมมิตร กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2262 3456

02
เทศกาลละครกรุงเทพ 2565 (Bangkok Theatre Festival 2022)

เทศกาลศิลปะการแสดงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในไทย ฉลองครบรอบความสำเร็จ 2 ทศวรรษ

กลับมาอีกครั้งกับเทศกาลละครกรุงเทพ ซึ่งจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนเป็นประจำทุกปี ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) และโรงละครทั่วกรุง

ก่อนอื่นขอเล่าประวัติย่อให้ฟังสักนิดว่า เทศกาลละครเวทีกรุงเทพมีมาตั้งแต่ พ.ศ. 2545 ถือว่าเป็นแพลตฟอร์มศิลปะการแสดงที่ใหญ่ที่สุดในไทย และเป็นศูนย์กลางสำหรับคนที่มีใจรักละครเวที อีกทั้งเป็นพื้นที่สนับสนุนกิจกรรมละครเวที โดยให้โอกาสศิลปินหน้าใหม่ได้เฉิดฉาย ก่อให้เกิดการสร้างและส่งต่อวัฒนธรรมการชื่นชมศิลปวัฒนธรรมไทย จนถึงตอนนี้เทศกาลละครกรุงเทพเดินทางมาถึงปีที่ 20 อย่างเป็นทางการ จึงขอเฉลิมฉลองความสำเร็จด้วยการแสดงหลากหลายประเภทในธีม Reimagine ให้ผู้ชมได้เลือกสรรมากกว่า 30 เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นละครใบ้ ละครพูด ละครเพลง นาฏศิลป์ร่วมสมัย ฯลฯ พร้อมทั้งเวิร์กชอป เสวนา และกิจกรรมน่าสนใจอีกมากมาย

ไหน ๆ แล้ว ขอหย่อนรายชื่อการแสดงไว้กระตุ้นความสนใจกันสักหน่อย อาทิ ละครพูด เรื่อง ๔ แผ่นดินs (The Last Ten Years) โดยคณะละครอนัตตา ว่าด้วยเรื่องการออกเดินทางในช่วงสิบปีสุดท้ายที่เหลืออยู่ของมาดามเพ็ชช์ บางกอกเกี้ยนที่มีชีวิตอยู่มาถึง 4 ยุค และการเต้นร่วมสมัย ORGANIZED CHAOS โดย LORDFAI ที่สะท้อนให้เห็นความสำคัญของการเชื่อมโยงและการพึ่งพาอาศัยอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของทุกสิ่งมีชีวิต

ใครยังไม่มีแพลนไปเที่ยวไหน อยากชวนมาร่วมชมว่าแต่ละคณะการแสดงเขาจะมีวิธีตีความและถ่ายทอดเรื่องราวในแง่มุมใหม่ ๆ ยังไงกันบ้าง ส่วนใครที่จะพาเพื่อนต่างชาติไปชมด้วยก็ได้ เพราะการแสดงหลายเรื่องมีคำบรรยายเป็นภาษาไทยให้พร้อมสรรพ 

งานจัดแสดงถึงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2565 เวลาตามตารางการจัดแสดง

ค่าเข้าชม ราคาแตกต่างกันไปสำหรับการแสดงแต่ละเรื่อง

สถานที่ : หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร 939 ถนนพระรามที่ ๑ แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2214 6630-8

03 
Zimerman Plays Beethoven Piano concerto No.4 

การแสดงเปียโนคอนแชร์โต โดยนักเปียโนเลื่องชื่อ Krystian Zimerman

นานาความสนุกและงานรื่นเริงที่ขาดดนตรีและเสียงเพลงก็เหมือนหาดทรายไร้ปราสาท กระดาษขาวไร้สีสัน ท่ามกลางเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานคร ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย บทประพันธ์คลาสสิกผลงานชิ้นเอกของ Beethoven คีตกวีข้ามกาลเวลากำลังจะถูกหยิบขึ้นมาบรรเลงอีกครั้ง โดย Krystian Zimerman นักเปียโนเลื่องชื่อชาวโปแลนด์ 

ในวันที่ 22 พฤศจิกายน ยามนาฬิกาบอกเวลา 2 ทุ่ม เป็นเวลาที่ม่านการแสดงเปิดขึ้น บทบรรเลง Orchestral variations on themes of Chopin โดย Anže Rozman ถูกหยิบยกมาทำหน้าที่พาผู้ฟังล่องลอยสู่จักรวาลดนตรีและจินตนาการไร้ขอบเขต เดินทางเชื่อมไปยังดินแดนอันงดงามในบทเพลง Piano Concerto No.4 in G major, Op. 58 ผลงานชิ้นเอกจากคีตกวีข้ามกาลเวลา Ludwig van Beethoven บรรเลงโดย Krystian Zimerman ร่วมกับวง RBSO ก่อนทิ้งท้ายการแสดงปิดม่านด้วยบทบรรเลง Symphony No. 4 in E minor, Op. 98 

ยกนิ้วขึ้นมานับ ย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีที่แล้วซึ่งเป็นครั้งแรกที่ Krystian Zimerman ได้ขึ้นแสดงคอนเสิร์ตที่ไทยในงาน Zimerman Plays Brahs ทั้งด้วยรางวัลการันตีความสามารถและการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกผ่านท่วงทำนอง ซึ่งสะกดผู้ชมให้ดำดิ่งลงไปในจินตนาการและธารอารมณ์ ทำให้ในตอนนั้นบัตรเข้าชมการแสดงของเขาจำหน่ายจนหมดก่อนถึงวันจัดแสดงเสียอีก

งานจัดแสดงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2565 เวลา 20.00 น. 

ราคาเข้าชม : 1,000 – 3,200 บาท (ส่วนลดพิเศษ 50% สำหรับนักเรียนและผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป)

สถานที่ : ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย 14 ถนนร่วมมิตร แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร (แผนที่)  

โทรศัพท์ : 0 2255 6617-18, 0 2255 9191-2 

หมวดที่ 3 
การแสดงแสงสี

01
ICONSIAM Bangkok Illumination 2022

การประดับไฟครั้งยิ่งใหญ่ริมโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา

5! 4! 3! 2! 1!

นับถอยหลังเตรียมโบกมือส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ในอีก 1 เดือนกว่า ๆ และยิ่งช่วงเวลาแห่งความสุขใกล้เข้ามามากเท่าไหร่ กรุงเทพมหานครเมืองใหญ่ก็ค่อย ๆ ถูกแต่งแต้มด้วยแสงเรืองรองจากไฟประดับประดามากมายเท่านั้น โดยเฉพาะบริเวณริมโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาอันเป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้า ไอคอนสยาม ที่ในตอนนี้กำลังส่องแสงพร่างพราวระยิบระยับจากไฟในงาน ICONSIAM Bangkok Illumination 2022 ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ งดงาม ตระการตา จนต้องไปชมให้ได้สักครั้ง

         ตระการตาที่หนึ่ง เป็นการแสดงระบำสายน้ำที่ยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การแสดงนี้จัดขึ้นริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา สายน้ำพรางพราวเกี่ยวกระหวัดล้อกับแสงไฟและเสียงเพลงสะกดคนดู 

ตระการตาที่สอง อยู่สูงขึ้นไป 7 ชั้นในไอคอนสยาม ณ งาน  INFINITY FOREST By SOFTlab งานจัดแสดงศิลปะแท่งไฟ เมื่อแสงกระทบลงบนผิวน้ำยิ่งทำให้ที่แห่งนี้งดงามมากยิ่งขึ้น 

         ตระการตาที่สาม เป็นไฮไลต์ของงาน คือต้นคริสต์มาสความสูง 20 เมตร ได้รับแรงบันดาลใจจากพิธีบายศรีสู่ขวัญ เปรียบเสมือนเป็นการเรียกขวัญของผู้มาชมไฟให้กลับมาอยู่กับตัว หลังผ่านความยากลำบากมาตลอดปี ในปีนี้กลับมาในคอนเซ็ปต์ SMART SOLAR CHRISTMAS LIGHT เลือกใช้วัสดุตกแต่งหลักเป็นวัสดุรีไซเคิล ไฟประดับตลอดทั้งงานเองก็ใช้พลังงานทางเลือกจากแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นระบบ Solar Cell Hybrid ที่แม้พระอาทิตย์จะลับขอบฟ้าไปแล้ว ไฟทุกดวงก็ยังคงสว่างไสวเช่นเดิม

ความตระการตายังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะยังมีอีกหลายจุดกำลังรอคอยการค้นพบ แอบกระซิบว่าที่ชั้นสองและชั้นเจ็ดยังมีงานจัดแสดงไฟที่สวยมาก ๆ อยู่ด้วย

งานนี้รับรองว่าเต็มอิ่มแบบสุด ๆ 

งานจัดแสดงถึงวันที่ 5 มกราคม 2566 (เข้าชมฟรี)

ชมการแสดงน้ำพุได้ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 19.00 น. 

วันศุกร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 18.30 น. และ 20.00 น.

สถานที่ : ไอคอนสยาม 299 ถนนเจริญนคร แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2495 7080

02 
Vijit Chaophraya Thailand 

งานแสดงแสงสีสุดยิ่งใหญ่ประจำปีเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา

หลังเผชิญโควิดมาร่วมปี การท่องเที่ยวไม่กระเตื้อง เศรษฐกิจก็ซบเซา 

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงจับมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงกรุงเทพมหานคร สร้างบรรยากาศความสนุกสนาน สาดสีสันให้กับเมืองกรุงยามค่ำคืน ผ่านการแสดงแสงสีและศิลปวัฒนธรรมไทย เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและผู้เข้าร่วมการประชุม APEC อีกทั้งสร้างโอกาสให้แก่ผู้ประกอบการการท่องเที่ยวและธุรกิจร้านอาหารรายย่อย 

โดยจัดแสดงตามเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ 6 จุดหลัก ดังนี้ 

จุดที่ 1 สะพานพระราม 8 : ชมแสงสีจากการย้อมสีไฟสะพานและการฉายแสงเลเซอร์ 

จุดที่ 2 ป้อมวิไชยประสิทธิ์ : ชมวิถีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับสายน้ำผ่าน Projection Mapping 

จุดที่ 3 วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร : ชมการแสดงทางวัฒนธรรมประยุกต์ นำเสนอประเพณีไทยอันเกี่ยวเนื่องกับสายน้ำ และมีการแสดงหนังใหญ่ร่วมด้วย

จุดที่ 4 สะพานพระพุทธยอดฟ้า : ชมการแสดงแสงไฟสุดตระการตา เคล้าเสียงสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันและเสียงดนตรีท้องถิ่น

จุดที่ 5 River City Bangkok : ชมการแสดง Projection Mapping ที่ถ่ายทอด Soft Power ชวนมาสัมผัสประสบการณ์ความเป็นไทยผ่าน 5F (Food, Film, Fashion, Fighting และ Festival)

จุดที่ 6 ICONSIAM : ชมการประดับประดาแสงไฟที่ใช้พลังงานสะอาด และ The ICONIC Multimedia Water Feature การแสดงน้ำพุเต้นระบำที่ยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

วิธีการรับชมแสงสีที่ดีที่สุด แนะนำให้ล่องเรือตามเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อแวะชมความสวยงามในแต่ละสถานที่ พร้อมอิ่มเอมไปกับบรรยากาศสุดโรแมนติก

งานจัดแสดงถึงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2565 เวลาขึ้นอยู่กับรอบการแสดง (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : เลียบแม่น้ำเจ้าพระยา แขวงคลองสาน เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

หมวดที่ 4
ย่านและเมือง

01
บางกอกบานฉ่ำ

เทศกาลศิลปะชุมชนทั่วเมืองกรุงตลอดเดือนพฤศจิกายน

กรุงเทพมหานครในเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคมกำลังจะถูกย้อมไปด้วยความสนุกสนานทั่วกรุง ในงาน ‘บางกอกบานฉ่ำ’ เทศกาลศิลปะชุมชนสร้างสรรค์ที่ยกขบวนความสนุกสนานด้วยการนำ ศิลปะ ร้านค้า และเวิร์กชอป มาไว้ให้ ชม ช้อป และเรียนรู้ ในงานเดียว 

ความสนุกที่ 1 : บางมดสดชื่น ณ เซฟติสท์ฟาร์ม (SAFETist Farm) มาในคอนเซ็ปต์ เดิน เล่น เต้น ช้อป รอบธรรมชาติ ยกเอากิจกรรมในท้องถิ่นมาให้ร่วมสนุก นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Movie Night ฉายหนังริมคลองที่ต้องตาลุกวาว เพราะเขาคัดสรรภาพยนตร์มาดีมากจริง ๆ   

ความสนุกที่ 2 : ชวน Fin in ชุมชนวัดหงส์รัตนาราม ชมคอนเสิร์ตโฟล์กซองของเยาวชน ตะลอนชิมอาหารไทยพุทธ มุสลิม เพนต์หน้า สตรีทอาร์ตชุมชน ต่อด้วยการแสดงเชิดมังกรกระบองไฟ        

ความสนุกที่ 3 : เวิร์กชอปอบรมมัคคุเทศก์น้อย ทริปพาเพื่อนเที่ยวตลาดพลู ถ่ายทอดความรู้ด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในย่าน (รีบหน่อยนะ เพราะงานนี้จำกัด 20 คนเท่านั้น)  

ความสนุกที่ 4 : บางขุนเทียนบานสะพรั่ง พบกับการเปลี่ยนห้องสมุดให้เป็นแกลเลอรี่ชุมชน Art in the Library and the Garden และดนตรีในสวน รับรองสารพันความเพลิดเพลิน

ความสนุกที่ 5 : ส่งท้ายด้วยงานสามแพร่ง Facestreet เปลี่ยนถนนเป็นดินแดนมหัศจรรย์ที่ทุกคนแปลงร่างเป็นเด็ก ณ แพร่งสรรพศาสตร์ สนุกกับเวทีสรรค์สร้างที่รวมการแสดงเอาไว้มากมาย ณ แพร่งภูธร เที่ยวชมซุ้มสร้างสรรค์ Local Art จากพื้นที่สร้างสรรค์ทั่วประเทศ ณ แพร่งนรา งานนี้เรียกว่ายกขบวนความสนุกครั้งยิ่งใหญ่ นอกจากจะสะพรั่งด้วยรอยยิ้มและความสนุกสนาน ยังเป็นการพัฒนาย่านสร้างสรรค์ ส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวชุมชนให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นด้วย

กิจกรรมจัดถึงวันที่ 11 ธันวาคม 2565 (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : เซฟติสฟาร์ม (แผนที่) วัดหงส์รัตนาราม (แผนที่) วัดอินทราราม (แผนที่) ห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้เขตบางขุนเทียน (แผนที่) แพร่งนรา แพร่งภูธร แพร่งสรรพศาสตร์ (แผนที่) 

02
Unfolding Bangkok, Hidden Temples (ส่อง 3 วัดลับย่านฝั่งธน) 

ส่องทริป ‘จาริกแสวงบุญ’ ตะลุย 3 วัดลับย่านตลาดพลู

อยู่ฝั่งธนฯ ใครว่าที่เที่ยวน้อย โครงการ Unfolding Bangkok ชวนสำรวจวัดลับย่านตลาดพลูในทริป ‘จาริกแสวงบุญ’ ที่วัดอินทาราม วัดจันทาราม และวัดราชคฤห์ หรือ วัดบางยี่เรือนอก กลาง และใน เดินก็ได้ ปั่นก็ดี แนะนำให้มาช่วง 5 – 6 โมงเย็น เพื่อชมพระอาทิตย์ตกไปพร้อมกับการแสดงท้องถิ่นและแสงสี การตะลุย 3 วัดลับก็เหมือนได้ร่วมเหตุการณ์สำคัญในศาสนาพุทธด้วยตนเอง

เส้นทางเริ่มจากการเยี่ยมชมวิหารรายประดิษฐานรอยพระพุทธบาท พระพุทธรูปปางถวายพระเพลิง และพระนอนปางสีหไสยา ณ วัดอินทาราม ในแต่ละวิหารจะมีการจัดแสดงแสงสีดิจิทัล (Projection Mapping) ที่ผสมผสานพระพุทธศาสนาเข้ากับศิลปะร่วมสมัย นอกจากนี้ยังมีการแสดงท้องถิ่นที่หาชมยาก อาทิ ‘กระตั้วออกฉาก’ และ ‘หุ่นกระบอกจีน’ ให้ชมตามรอบเวลา 

ต่อด้วยเดินลัดเลาะไปตามตลาดสดริมแม่น้ำเจ้าพระยา (สายเก่า) เพื่อสำรวจวิถีชุมชนใกล้วัด แวะชมพระอาทิตย์ตกที่มุมลับริมน้ำที่รับรองว่าสวยสุด ๆ สำรวจศิลปกรรมจีนบนหน้าบันของวัดจันทาราม และตบท้ายด้วยการเดินขึ้นเขามอ ณ วัดราชคฤห์ เขาจำลองที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในสมัยรัตนโกสินทร์ เพื่อไปสักการะรอยพระพุทธบาทและชมการจัดแสดงแสงสีที่ส่องสว่างลงบนเขามอ (Architectural Lighting)

จัดกิจกรรมถึงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2565 (เข้าชมฟรี)

จัดแสดง Projection Mapping เวลา 16.00 – 21.00 น. ภายในวิหารราย 3 หลังของวัดอินทาราม

จัดแสดง Architectural Lighting เวลา 18.00 – 21.00 น. วันอินทาราม-วัดจันทาราม-วัดราชคฤห์

สถานที่ : วัดอินทารามวรวิหาร ถนนเทอดไท แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร (แผนที่

โทรศัพท์ : 0 2105 7400

03
WOW Festival 2022 อัศจรรย์เมืองน่าอยู่ 

ย่ำเท้าชมเมือง 5 เส้นทาง สนุกไปกับกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งเดิน วิ่ง Learning ชม

Next station คลองเตย ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สุขุมวิท อโศก

เหตุที่ต้องเกริ่นไว้ด้วยชื่อสถานีรถไฟฟ้า ก็ด้วยว่าปลายเดือนนี้ที่สวนเบญจกิติกำลังจะมีงานเทศกาลขนาดใหญ่อย่างงาน ‘WOW Festival 2022 อัศจรรย์เมืองน่าอยู่’ โดยสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมจับมือกับอมรินทร์กรุ๊ป และอีก 4 องค์กรพันธมิตร จัดกิจกรรมเชื่อมคนเข้าสู่เมือง เชื่อมเมืองสู่ประชาชน เพราะเรื่องของเมืองคือเรื่องของทุกคน

Architecture Tour หรือ WOW Walk Tour เป็นกิจกรรมย่ำเท้าชมเมืองมุมใหม่ ร่วมทำความเข้าใจเมือง สำรวจอาคารบ้านเรือนสถาปัตยกรรมและภูมิปัญญาชุมชนบนเส้นทาง 5 สาย เริ่มตั้งแต่สวนเบญจกิติ สถานีสามยอด เขตพระนคร สถาบันอาศรมศิลป์ สิ้นสุดลงที่สัปปายะสภาสถาน อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

มี Walk แล้วก็ต้องมี Run เตรียมฟิตร่างกายให้พร้อม กับงานวิ่งที่เป็นของทุกคนในงาน WOW for All ที่ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้รถเข็นหรือผู้พิการก็มาร่วมวิ่งด้วยกันได้

หลังจากเดิน-วิ่งเสร็จ เราขอชวนมาแวะ Exhibition Thai 2030 : SPACE – TECH for Future CITY ร่วมหาคำตอบว่ากรุงเทพฯ และประเทศไทยจะพัฒนาอย่างไรในอีก 8 – 10 ปีข้างหน้า

ภายในงานยังมีกิจกรรมอีกมากมาย อาทิ Photo Contest กิจกรรมประกวดถ่ายภาพเพื่อค้นหามุมมองใหม่ ๆ ของกรุงเทพฯ และประเทศไทยในสายตาช่างภาพ FORESIGHT for WELLBEING CITY ร่วมพูดคุยหาไอเดียสร้างสรรค์เมืองที่อยู่อาศัยให้ดียิ่งขึ้น และ WOW Award Wonder of Well being งานมอบรางวัลด้านการพัฒนาเมือง เพื่อให้กำลังใจและเผยแพร่ผลงานของผู้ที่ช่วยพัฒนาเมืองให้ดีขึ้น ทั้งภาคเอกชน รัฐบาล และประชาชน

งานจะจัดขึ้นวันที่ 23 ถึง 27 พฤศจิกายน 2565 เวลา 10.00 – 22.00 น.

เข้าชมฟรี (สำหรับกิจกรรม Architecture tour ราคาแตกต่างกันไปตามแต่ละเส้นทาง)

สถานที่ : สวนเบญจกิติ ถนนรัชดาภิเษก แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

หมวดที่ 5
ตลาดนัด

01
Five Senses Weekend Market

ตลาดงานคราฟต์ พื้นที่ของร้านค้า ศิลปะ และผู้คนที่เชื่อมเข้าหากัน

ปลายปีวนกลับมาอีกครั้ง ช่วงเวลาแห่งเทศกาลกิน เที่ยว ดื่ม ช้อป พร้อมกลับมาพบปะกับผู้คนดังเดิม ปลายปีนี้จะไม่มีคำว่าเบื่อหรือเหงา เพราะเรามีสถานที่เที่ยวใจกลางเมืองย่านบรรทัดทองมาฝาก

Five Senses Weekend Market คือการร่วมมือระหว่าง MESA 312 และ GalileOasis จัดตลาดงานคราฟต์ของกลุ่มคนรักงานดีไซน์ขึ้นมา มีพื้นที่ร้านค้า ศิลปะ ผู้คน ที่รวมเป็นหนึ่ง และเป็นคอมมูนิตี้สำหรับศิลปินรุ่นเยาว์จนถึงเหล่าครีเอเตอร์ทั้งหลายได้มาร่วมสร้างสรรค์ความสนุกไปด้วยกัน

งานนี้เดินเล่นชิลล์ ๆ ช้อปเพลิน ๆ ชิมของอร่อย ๆ ท่ามกลางบรรยากาศของงานศิลปะ เวิร์กชอป อาหาร ดนตรี และร้านค้า มีขายตั้งแต่เสื้อผ้า เครื่องประดับ เฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน งานกราฟิก สิ่งพิมพ์ ไปยันงานฝีมือ แถมอบอวลไปด้วยความสดชื่นจากไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธุ์ เตรียมพบกับป่าโอเอซิสใจกลางเมืองและความสนุกภายในงาน Five Senses Weekend Market ได้เลย

งานจะจัดขึ้นวันที่ 26 – 27 พฤศจิกายน 2565 เวลา 10.00 – 19.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : GalileOasis 323 ถนนบรรทัดทอง แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 06 1386 9898

02
Gift Fun Fun 3 เทศกาลของขวัญประเทศไทย

ตลาดนัดสินค้า ศิลปะ เวิร์กชอป ดนตรี และตลาดศิลปิน

โอกาสพิเศษในช่วงเวลาพิเศษปลายปีแบบนี้ จะพลาด Gift Fun Fun เทศกาลของขวัญประเทศไทย ไปได้อย่างไร โดย Yindeeclub (ยินดีคลับ) ร่วมกับ Better City หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ชวนทุกคนมาชิม ช้อป ชิลล์ พร้อมเสิร์ฟความสุขและดนตรีใหม่ ๆ มากมาย

บรรยากาศของ Gift Fun Fun เต็มไปด้วยวงดนตรีที่ทำเพลงเอง ขายเพลงเอง เพื่อสนับสนุนและเป็นพื้นที่ในการแสดง รวมความมันและความเพลิดเพลินอย่างเต็มเปี่ยม จากศิลปินที่อัดแน่นทั้งเสาร์-อาทิตย์ หรือจะเป็นเวิร์กชอป งานศิลปะ ก็จัดหนักจัดเต็มไม่ยั้งความสร้างสรรค์จากดีไซเนอร์ตัวน้อยเจ้าของแบรนด์ Keziah ที่โด่งดังระดับโลก และเวิร์กชอปทำตุ๊กตาหุ่นมือจากสวนครูองุ่น 

Gift Fun Fun ยังสนับสนุนงานน้อง ๆ จากมูลนิธิ Five For All ที่มีผลิตภัณฑ์ของตัวเอง เป็นการส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก ๆ และส่งกำลังใจให้ผู้ปกครองเพื่อสร้างความเข้าใจกับน้อง ๆ ได้มากขึ้น 

งานจะจัดขึ้นวันที่ 26 – 27 พฤศจิกายน 2565 เวลา 12.00 – 20.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : ลานกิจกรรม หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพ 939 ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2029 9428

เรื่อง : กชพรรณ ก่อสุวรรณวงศ์, เกษมณี ชาติมนตรี, ญาณินท์ ศรีอุดมพงษ์, ณัฐกฤตา เจริญสุข

Writer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load