The Cloud x  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ตึกเก่าที่เคยเป็นทั้งโรงงานทำมีดพร้าสำหรับกรีดยางพารา และเคยเป็นโรงทำเครื่องจักรรีดยางแปรรูปจากน้ำยางพารา ตึกนี้ถูกทิ้งร้างมาหลายปี จนวันดีคืนดีกลุ่มเพื่อนนักปั่นจักรยานหลายวัยในเมืองตรังก็ร่วมกันปัดฝุ่นหนาเตอะให้กลายเป็นคาเฟ่ใหม่ในเมืองเก่า

‘ทับเที่ยง โอลด์ทาวน์’ ร้านกาแฟที่มีความก้ำกึ่งระหว่างคาเฟ่เท่ๆ ร่วมสมัย กับร้านโกปี๊น้ำชาสภากาแฟตามวิถีชีวิตของชาวตรัง นึกภาพร้านกาแฟที่อาแปะมานั่งซดน้ำชา โกปี๊ขมๆ ถกกันเรื่องต่างๆ ที่บางเรื่องน่าจะขมเข้มกว่าตัวโกปี๊เสียอีก

ทับเที่ยง โอลด์ทาวน์, ตรัง

“ที่ตั้งชื่อร้านว่า โอลด์ทาวน์ มันไม่ได้หมายความถึงแค่เมืองเก่าที่เป็นตัวอาคาร แต่มันยังมีเรื่องของวิถีชีวิตด้วย ตอนนั้นเรากำลังสนใจทำกิจกรรมเรื่องเมืองเก่าทับเที่ยง (อำเภอเมืองฯ ปัจจุบัน) ที่ย้ายมาจากอำเภอกันตังครบ 100  ปี เลยจะทำนิทรรศการเรื่องนี้ ตอนหาข้อมูลไปหาเอกสารจนได้รู้ว่าเมืองนี้มันมีคุณค่ามากตั้งแต่ในอดีต แต่คนก็เริ่มลืม จนเมืองในตอนนั้นมันเริ่มซบเซา

“ด้วยความที่เป็นสถาปนิกเราเลยไปดูตั้งแต่การวางผังเมือง จัดเสวนาน้ำชาคุยกับคนเฒ่าคนแก่ สิ่งที่ได้กลับมามันมากกว่าเรื่องเมืองแล้ว เราได้รู้เรื่องตั้งแต่ของกินในอดีต จนถึงเรื่องพิธีกรรมต่างๆ ที่มันเริ่มหายไป งานเสวนาน้ำชาตอนนั้นเป็นจุดเริ่มต้นหนึ่งที่อยากให้เราทำคาเฟ่ เราชอบบรรยากาศการส่งต่อเรื่องราวของเมือง” กอล์ฟ-ยิ่งยศ แก้วมี สถาปนิกที่กลับจากกรุงเทพฯ มาอยู่ที่ตรัง บ้านเกิด และเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนของร้านเล่าให้เราฟังถึงที่มา

ทับเที่ยง โอลด์ทาวน์, ตรัง ทับเที่ยง โอลด์ทาวน์, ตรัง

ถ้าสังเกต ในร้านจะเต็มไปด้วยรูปถ่าย ภาพวาด ของเมืองตรังทั้งยุคเก่าและใหม่จัดวางตามจุดต่างๆ รวมอยู่กับเฟอร์นิเจอร์และจักรยานเก่าเป็นของตกแต่ง

“พอเราทำเรื่องเมืองเก่า สิ่งที่ช่วยสื่อสารเรื่องเมืองเก่าได้ดีที่สุดมันคืองานศิลปะ รูปถ่ายของเมืองมันก็ช่วยบอกได้เป็นนัยเหมือนกันว่าเมืองมันต้องสวย เมืองมันต้องปลอดภัย มันถึงจะมีคนกล้าไปยืนวาด ไปถ่ายรูป เราเลยรวบรวมงานจากศิลปิน สถาปนิกที่วาดรูปเมืองตรังมาแสดงไว้ในร้าน บางทีก็มีนิทรรศการหมุนเวียนมาใช้สถานที่เป็นที่จัดแสดงงานบ้าง”

ทับเที่ยง โอลด์ทาวน์, ตรัง

ห้องแถว 2 ห้องเปิดโล่งมองได้จากภายนอก ไม่ได้มีกระจกกั้นระหว่างร้านและชุมชนข้างนอก ภายในเป็นปูนเปลือยขัดมัน และยังมีโครงสร้างของตึกเก่าที่มีช่องผนังทรงโค้งเป็นจุดเด่นสะดุดตาของร้าน

“โต๊ะในคาเฟ่ทุกตัวจะอยู่ติดๆ กันไปหมด ผิดปกติจากคาเฟ่อื่นๆ มากที่พยายามจะทำให้เกิดความเป็นส่วนตัวของลูกค้า แต่เพราะเราตั้งใจให้โต๊ะข้างๆ ได้ยินถึงกันหมด อยากให้มันเกิดการสื่อสารในที่สาธารณะ รูปถ่าย รูปวาด ทุกรูปจะไม่มีคำอธิบาย เพราะเราอยากให้ถามเพื่อเกิดบทสนทนาขึ้น พยายามออกแบบพื้นที่ในร้านให้เป็นร้านกาแฟแบบเมื่อก่อนที่เต็มไปด้วยบทสนทนาและการแสดงความคิดเห็น ตะโกนกันข้ามโต๊ะก็มี” สถาปนิกชาวตรังอธิบายความตั้งใจในการวางผังที่นั่งในร้านของเขา

ทับเที่ยง โอลด์ทาวน์, ตรัง

มีอยู่วันหนึ่งนั่งคุยกับรุ่นน้องที่ปั่นจักรยานด้วยกัน เขากลับมาอยู่บ้านที่ตรัง แล้วที่บ้านเขาทำขนมเปี๊ยะ น้องมันก็บอกว่าขนมมันขายไม่ค่อยได้ ไม่มีคนเขากินแล้ว แต่เรามองว่ามันก็ยังเป็นขนมที่มีคุณค่าอยู่ ตอนแรกเราจะช่วยแค่พัฒนา ทำแพ็กเกจใหม่ ยังไม่ได้คิดถึงเรื่องทำร้านกาแฟ แต่พอดีมีคนชวนทำร้าน จังหวะนั้นเลยคิดที่จะเอาทั้งสองอย่างมารวมกันเสียเลย เรื่องของกินมันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เข้าถึงคนได้ง่าย”

ถ้าใครเดินเข้ามาในคาเฟ่แล้วหาขนมเค้กหน้าตาสวยงามกินอาจจะต้องผิดหวังนิดๆ คาเฟ่นี้ไม่มีเค้กสวยๆ ไว้เสิร์ฟเหมือนคาเฟ่อื่นๆ เค้กชนิดเดียวที่มีในร้านคือเค้กเมืองตรัง เอกลักษณ์คือมีรูตรงกลางตามรูปพิมพ์อบเค้ก ทำจากไข่ไก่ แป้ง และเนย อบจนขึ้นฟู ไม่มีการตกแต่งหน้าเค้กสวยงาม แต่เค้กนี้มีคุณค่าที่มันสามารถเล่าความเป็นตรังได้

ทับเที่ยง โอลด์ทาวน์, ตรัง

นอกจากเค้กเมืองตรัง ขนมที่มีเสิร์ฟในร้านก็มีม่อหลาว โอ้วเอ๋ว ขนมปลา ขนมเขาควาย ขนมเกลียว

ได้ยินแค่ชื่อก็อยากจะเห็นหน้าตาให้หายสงสัย จะคุ้นหน่อยก็คือขนมเปี๊ยะ พายสับปะรด ตุ้บตั้บ ถั่วตัด

ทับเที่ยง โอลด์ทาวน์, ตรัง ทับเที่ยง โอลด์ทาวน์, ตรัง

“ม่อหลาวเป็นขนมงาทอดพอง ขนมที่หากินยากมากเต็มที เพราะใช้วิธีการทำหลายขั้นตอน ถ้าหากสภาพอากาศไม่ดี ไม่มีแดดตากแป้ง มันก็จะทอดไม่พอง เราโชคดีมากที่พอมาเปิดคาเฟ่ตรงนี้แล้วเริ่มเดินสำรวจชุมชนรอบๆ จนพบว่ามีร้านขายขนมโบราณชื่อ ‘เจี่ย หลง ติ่น’ อยู่ไม่ไกลจากร้าน ถัดไปไม่กี่ร้อยเมตร ยังทำขนมแบบจีนโบราณด้วยวิธีการดั้งเดิม ที่ขนมเหล่านี้ยังคงอยู่ถึงทุกวันนี้เพราะยังใช้ในพิธีกรรมต่างๆ แต่ก็เริ่มหายลงไปทุกวัน พอเจอร้านนี้เราเลยอยากรับเอาขนมของเขามาขายในร้านของเราด้วย

“กาแฟ ชา ในร้านของเราไม่เสิร์ฟกับน้ำตาลเลย แต่จะเสิร์ฟคู่กับขนมถั่วตัด เหมือนเป็นการให้ความหวาน ความมัน ที่มีอยู่ในขนมเหล่านี้แทนน้ำตาล เราคิดว่าถ้าเราซื้อน้ำตาลมาคนได้ประโยชน์ก็คือโรงงานน้ำตาลคนเดียว แต่แบบนี้เหมือนซื้ออ้อมๆ ร้านทำขนมก็ซื้อน้ำตาล เราก็ซื้อความหวานจากร้านขนมอีกที คนก็ได้ประโยชน์หลายทอดขึ้นอีก (ยิ้ม)

“กาแฟในร้านก็ใช้กาแฟจากโรงคั่วในตรัง ไปคุยกับเขาว่าให้คั่วสำหรับร้านทับเที่ยง โอลด์ทาวน์ มีกาแฟขายทั้งแบบโคลด์บรูวและแบบการแฟร้อนเย็น แต่ไม่นานนี้เพิ่งมีเมนูใหม่ที่เราคิดขึ้นจากการไปช่วยซื้อลูกจากจากตำบลย่านซื่อ ลูกจากมันเป็นตัวชี้วัดทางธรรมชาติว่าถ้าตรงไหนมีแปลว่าตรงนั้นน้ำคุณภาพดี ชาวบ้านย่านซื่อเขาหารายได้จากต้นจาก ไปตัดลูกจากมาขาย เราก็ไปซื้อมาทำเป็นเมนูอเมริกาโน่ลูกจาก เป็นซิกเนเจอร์จากวัตถุดิบท้องถิ่น”

ทับเที่ยง โอลด์ทาวน์, ตรัง

ทับเที่ยง โอลด์ทาวน์ เกิดขึ้นจากเมือง 4 ปีเต็มผ่านไปสิ่งที่เกิดขึ้นในร้านสามารถเล่าเรื่องราวของเมืองตรังได้แทบทั้งหมด มากกว่าคาเฟ่ ที่นี่กลายเป็นศูนย์รวมความรู้หนึ่งในจังหวัด

“ตอนนี้เหมือนคาเฟ่ของเราเป็นจุดที่ตุ๊กตุ๊กหัวกบ พาหนะโดยสารสาธารณะคู่เมืองตรัง พาคนมาแวะพัก เวลาตุ๊กตุ๊กเขาจัดทริปเที่ยววันเดียวเพราะเขารู้ว่าเราเล่าเรื่องเมืองได้ เขาก็มานั่งฟังด้วย จนตอนหลังเขาแทบจะเป็นคนเล่าเองแล้ว (หัวเราะ) ทุกวันนี้มีเบอร์ติดต่อกับตุ๊กตุ๊กสามสิบกว่าคันแล้ว มันก็เหมือนเราเชื่อมโยงอยู่กับชุมชนไปด้วย

“บางทีลูกค้าที่เป็นนักท่องเที่ยวก็เลือกร้านเราเป็นที่รอไปสนามบิน เขาให้เราช่วยเรียกตุ๊กตุ๊กให้ก็มี เราพยายามช่วยเหลือชาวตรังกันเองให้มากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กที่กลับมาอยู่บ้านเกิด จะทำอะไรเรายิ่งสนับสนุน เพราะคนเหล่านี้คืออนาคตของเมือง อย่างน้อยๆ น้องพนักงานในร้านก็เป็นเด็กตรังแท้ๆ เกือบทั้งนั้น”

ทับเที่ยง โอลด์ทาวน์, ตรัง ทับเที่ยง โอลด์ทาวน์, ตรัง

น่าแปลกใจที่เราพบว่าที่ทับเที่ยง โอลด์ทาวน์ มีอาหารขาย และที่ขายดีอันดับหนึ่งกลับเป็นเมนูข้าวซอย อาหารที่พูดขึ้นมาแล้วคนส่วนใหญ่จะติดภาพว่าจะต้องหากินได้ที่ภาคเหนือเท่านั้น

“เราไม่ได้มองว่าข้าวซอยจะต้องเป็นแค่ของภาคเหนือเท่านั้น มันถูกจำกัดพื้นที่มากไป ถ้ามองดีๆ ส่วนประกอบของข้าวซอยทุกอย่างใกล้เคียงกับอาหารที่คนใต้คุ้นเคยทั้งนั้น มันคือก๋วยเตี๋ยวแกง มันเป็นวัฒนธรรมมุสลิมที่มีอยู่ทั้งเหนือและใต้แต่ไปถูกสร้างภาพให้เป็นของทางเหนือ

“และที่ตรังเองก็มีร้านข้าวซอยอยู่มากเสียด้วย เราเลยเลือกขายข้าวซอยเป็นหนึ่งในเมนูของร้าน แต่เมนูอื่นๆ ก็มี สลัด ข้าวหน้าไก่ หรือสเต๊ก แต่สเต๊กอาจจะพิเศษกว่าปกติขึ้น เพราะเราไปได้ผงหมูย่างจากน้องที่บ้านเขาทำผงยาจีนหมักหมูย่างอยู่แล้ว เราเลยเอาผงมาปรับสูตรหมักเนื้อหมูทำเป็นสเต๊กหมูย่างเมืองตรัง บางคนอาจจะไม่รู้ว่าห่างจากร้านเราไปไม่กี่เมตร มีบ้านที่เป็นต้นกำเนิดหมูย่างเมืองตรังเสียด้วย”

รายได้หลักของทับเที่ยง โอลด์ทาวน์ คืออาหารและเครื่องดื่ม แต่ด้วยความเป็นนักกิจกรรมทำให้เจ้าของร้านก็ยอมรับว่าทำกิจกรรมกับเมืองบ่อยเกินไป ทั้งที่บางทีก็ยังไม่ได้กำไรด้วยซ้ำ แต่แผนการในอนาคตที่เราได้ฟังก็ดูเข้าท่า เพราะเจ้าของร้านเกือบทุกคนมาจากการเป็นก๊วนปั่นจักรยานเที่ยวอยู่แล้ว เลยคิดว่าในอนาคตจะจัดทริปพาคนไปปั่นจักรยานเที่ยวรอบๆ จังหวัดตรังด้วย พาไปดูเมือง ดูชุมชน และปั่นออกไปนอกเมืองมีทุ่งนากว้างที่ตำบลนาหมื่นศรี แดดร่มลมตกก็นั่งปิกนิกกินขนม กินอาหาร กันนอกสถานที่ แล้วค่อยปั่นกลับมาที่ร้าน ได้ยินแล้วอยากจะสมัครไปร่วมทริปด้วยเลยทันที

Tubtieng Old Town Cafe

7, 9 ซอยห้วยยอด 2 ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง
เปิด-ปิด ทุกวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 11.00 – 21.00 น. (หยุดวันจันทร์)
Facebook : Tubtieng Old Town Cafe

Tubtieng Old Town Cafe

7, 9 ซอยห้วยยอด 2 ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง
เปิด-ปิด ทุกวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 11.00 – 21.00 น. (หยุดวันจันทร์)
Facebook : Tubtieng Old Town Cafe

Cafe Culture

คาเฟ่แนวคิดดี แตกต่าง และสร้างแรงบันดาลใจ

ร้านน้ำแข็งไสนี้ชื่อว่า ไสใส 

‘ไส’ แรกมาจากคำว่า น้ำแข็งไส 

‘ใส’ ที่สอง ถ้าเปรียบเป็นคำก็น่าจะเป็นคำว่า Honest โปร่งใส แบบ Honest Shaved Ice เป็นการดึงเอาวัตถุดิบมายังไงอย่างนั้น ไม่ต้องปรับปรุงอะไรมาก และเสนอผ่านตัวน้ำแข็งไส เอาทั้งสองมารวมกันจนกลายมาเป็น ‘ไสใส’ นั่นเอง

ฌา-ฬิฌฌา ตันติศิริวัฒน์ เจ้าของร้านน้ำแข็งไสเจ้าใหม่ล่าสุดย่านประตูผี เล่าที่มาของชื่อร้านให้เราฟัง ทำให้จินตนาการถึงแนวคิดคร่าว ๆ ของร้านได้  

ไสใส : ร้านน้ำแข็งไสที่ใช้ความหวานเย็นเป็นตัวเชื่อมวัตถุดิบท้องถิ่นกับคนกิน

ฌาเป็นผู้ก่อตั้ง HATCH goodies แบรนด์ข้าวสายพันธุ์ท้องถิ่นที่ปลูกด้วยวิถีออร์แกนิก ระหว่างเดินทางเพื่อทำเรื่องข้าว เธอได้พบวัตถุดิบท้องถิ่นอีกมากมายที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน 

คอนเซ็ปต์แรกเริ่มของไสใส มาจากอยากทำให้วัตถุดิบท้องถิ่นเป็นที่รู้จัก แล้วทำให้คนสัมผัสกับวัตถุดิบเหล่านี้ได้ง่าย ๆ 

“เราตั้งคอนเซ็ปต์ว่าอยากทำอะไรเกี่ยวกับวัตถุดิบท้องถิ่นที่คนรู้จักบ้าง ไม่รู้จักบ้าง เลยทำพื้นที่ที่เขามาแล้วสัมผัสได้ง่ายขึ้น รู้จักง่ายขึ้น กินง่ายขึ้น ก็เลยออกมาเป็นรูปแบบน้ำแข็งไส ของกินที่เข้าถึงง่าย พูดถึงปุ๊บก็เข้าใจว่าต้องทานยังไง แล้วค่อยปรับเปลี่ยนเครื่องน้ำแข็งไสข้างในเอา ให้ไม่ได้รู้สึกแปลก ใช้น้ำแข็งไสเป็นตัวเชื่อม ออกมาเป็นรูปแบบคล้าย ๆ คาเฟ่”

ฌาทำงานร่วมกับ มิ้นท์-เสาวลักษณ์ กิจวิกรัยอนันต์ เชฟที่เก่งเรื่องขนมหวาน โดยมีจุดหมายเดียวกัน คืออยากผลักดันวัตถุดิบไทยให้เป็นที่รู้จัก

ไสใส : ร้านน้ำแข็งไสที่ใช้ความหวานเย็นเป็นตัวเชื่อมวัตถุดิบท้องถิ่นกับคนกิน

 “ถ้าเกิดเราอยากกินวัตถุดิบอะไรที่เป็นท้องถิ่นจ๋า ๆ จะไม่ค่อยมีร้านที่เข้าถึงง่ายขนาดนั้น อาจต้องไป Chef’s Table หรือไปนั่งทานร้านอาหารที่ค่อนข้างเฉพาะ บางคนจึงรู้สึกว่าเข้าถึงยาก น้ำแข็งไสน่าจะทำให้คนกล้าลองมากขึ้น หรือลองสิ่งที่ดูหน้าตาปกติ แต่พอกินแล้วอาจสงสัยว่าอันนี้คืออะไร พอเริ่มมีคำถามจากรสชาติแล้ว มันก็ต่อยอดจากตรงนั้นได้” มิ้นท์ผู้มีประสบการณ์ครัวร้านไฟน์ไดนิ่งช่วยเสริม

แต่ละเมนูขึ้นอยู่กับวัตถุดิบตามแต่ฤดูกาล ทำให้ทั้งหมดมีเพียงแค่ 4 เมนูยืนพื้น แต่ละเมนูจะหยุดขายเมื่อวัตถุดิบนั้นหมดฤดูกาลไปแล้ว ถ้าอยากกินเมนูเดิมซ้ำอีก ก็อาจจะต้องอดทนรออีกทีปีหน้า 

“เราจะตามใจธรรมชาติระดับหนึ่ง เขามาอย่างนี้ก็ทำอย่างนี้ ไม่ว่าจะด้วยฤดูกาลหรือภัยธรรมชาติก็แล้วแต่ ต้องยอมรับ อาจจะต้องเหนื่อยที่มิ้นท์” ฌาเล่าพร้อมหัวเราะ

ไสใส : ร้านน้ำแข็งไสที่ใช้ความหวานเย็นเป็นตัวเชื่อมวัตถุดิบท้องถิ่นกับคนกิน

หวานจาก เค็มเคย

ผมเริ่มลองชิมแต่ละเมนู ถ้วยแรกชื่อ ‘หวานจาก เค็มเคย’ เป็นเมนูที่สร้างความแปลกใจตรงที่เป็นการผสมกันระหว่างของคาวกับของหวาน มีกุ้งเคยตัวจิ๋วโรยอยู่ด้านบน มีไซรัปน้ำเชื่อมดอกจากที่หอมและหวานละมุน พร้อมด้วยท็อปปิ้งอย่างลูกจากเชื่อม โมจิข้าว ข้าวเม่ามะพร้าวอ่อน รวมเป็นหวานเค็มที่เข้ากันสุด ๆ 

“เมนูนี้คิดมาจากน้ำเชื่อมก่อน เราอยากใช้น้ำเชื่อมที่เป็นความหวานจากธรรมชาติ พอเป็นน้ำเชื่อมจาก ก็จะเชื่อมโยงไปกับลูกจากและตัวเคย หลังจากนั้นก็เอาผลิตภัณฑ์จากข้าวมาใช้ เรามีข้าวเม่าที่คนกรุงเทพฯ ก็ไม่ค่อยได้ทานด้วย เลยดึงมันเข้ามาอยู่ด้วยกัน เหมือนอารมณ์กินข้าวเหนียวหน้ากุ้ง คือ มีมะพร้าว มีข้าว เราทำแป้งข้าวเองอยู่แล้ว ก็เลยทำแบบโมจิข้าว โดยใช้ข้าวพันธุ์พื้นเมืองทำออกมาเป็นเมนูนี้”

ไสใส : ร้านน้ำแข็งไสที่ใช้ความหวานเย็นเป็นตัวเชื่อมวัตถุดิบท้องถิ่นกับคนกิน

สตรอว์เบอร์รี่ บัฟ โยเกิร์ต

เป็นเมนูที่ค่อนข้างเข้าถึงได้ง่าย อร่อย มีความหวานเปรี้ยวพอดี ตัดด้วยโยเกิร์ตนมควายด้านล่าง และมีเท็กซ์เจอร์กรอบ ๆ จากครัมเบิ้ลข้าวเจ้าพันธุ์เวสสันตระ

“มันเป็นฤดูกาลสตรอว์เบอร์รี่ เราก็เลยเอามาใช้ แล้วเราไปเจอเกษตรกรที่ทำนมควายออร์แกนิก ก็เลยเอามาทำโยเกิร์ต อารมณ์แบบสตรอว์เบอร์รี่ชีสเค้ก คนก็น่าจะเข้าถึงง่ายขึ้น ใช้เป็นผลไม้สดปั่นแทนน้ำเชื่อม แต่สตรอว์เบอร์รี่บ้านเราค่อนข้างเปรี้ยวนำ เราก็อาจจะปรุงรสด้วยน้ำตาลจากนิดหนึ่ง ให้กินง่าย”

ไสใส : ร้านน้ำแข็งไสที่ใช้ความหวานเย็นเป็นตัวเชื่อมวัตถุดิบท้องถิ่นกับคนกิน

โตนด แอนด์ บีน

เมนูที่ตาลโตนดเป็นพระเอกจริง ๆ มีน้ำเชื่อมโตนดที่กลิ่นโตนดดีงามมาก ๆ ท็อปด้วยถั่วเหลืองเชื่อม ผงถั่วเหลือง ตัดด้วยถั่วเหลืองคาราเมลไลซ์ที่กรุบกรอบและหอมเบา ๆ และซ่อนด้วยเยลลี่จากน้ำตาลโตนดด้านใน

“เมนูนี้มีใช้น้ำเชื่อมโตนดที่ได้มาจากสงขลา มันมีความหมักค่อนข้างเยอะ มีรสชาติหวานเค็ม แล้วเราก็นึกถึงสิ่งที่จะมาจับคู่กันน่าจะเป็นถั่ว เลยเลือกถั่วเหลืองเชื่อม คล้าย ๆ ถั่วแดงเชื่อมของญี่ปุ่นออกมาเป็นเมนูนี้”

ไสใส : ร้านน้ำแข็งไสที่ใช้ความหวานเย็นเป็นตัวเชื่อมวัตถุดิบท้องถิ่นกับคนกิน
คุยกับ ฌา-ฬิฌฌา ตันติศิริวัฒน์ เรื่องร้านน้ำแข็งไสที่ใช้กุ้งเคย นมควาย น้ำตาลจาก และอีกหลากหลายของท้องถิ่นมาทำขนมคลายร้อน

Roots x ไสใส

ถ้วยนี้มีความพิเศษเพราะทำร่วมกับ Roots ร้านกาแฟที่พยายามผลักดันกาแฟไทย และเป็นร้านที่แชร์พื้นที่ร่วมกันกับไสใสด้วย เลยนึกสนุกแลกเปลี่ยนไอเดียกัน เป็นที่มาของเมนู Roots x ไสใส 

เมนูนี้พิเศษที่ใช้กาแฟที่คัดมาอย่างดีแล้วของ Roots ทำเป็นไซรัปกาแฟและเยลลี่กาแฟ ในถ้วยมีท็อปปิ้งอย่างอื่นอีก เช่น โมจิข้าวที่ให้ความรู้สึกหนุบหนับ ตามด้วยครัมเบิ้ลกระบกหรืออัลมอนด์ป่า ให้ความกรุบกรอบคล้ายอัลมอนด์อบแห้ง ตัดรสด้วยพุดดิ้งนมควายเข้ากันอย่างลงตัว

“เราเปลี่ยนเมนูกันเรื่อย ๆ ด้วยการเล่นสนุกกันของแต่ละเมนูระหว่างไสใสกับ Roots เรามีเมนูที่ทำกับกาแฟของ Roots แล้วเขาก็จะมีเมนูที่ทำจากวัตถุดิบของเราเหมือนกัน”

คุยกับ ฌา-ฬิฌฌา ตันติศิริวัฒน์ เรื่องร้านน้ำแข็งไสที่ใช้กุ้งเคย นมควาย น้ำตาลจาก และอีกหลากหลายของท้องถิ่นมาทำขนมคลายร้อน

Old Town Fizzy

เครื่องดื่มพิเศษที่ Roots ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นที่ได้จากไสใส ใช้เก๊กฮวยขาวกับเลม่อนคั้นสด และเติมความหวานด้วยน้ำตาลจากลูกจาก ผสมโซดา เป็นเครื่องดื่มที่ให้ความสดชื่นได้ดีมาก มีรสเปรี้ยวหวานลงตัว เหมาะกับอากาศร้อน ๆ มีเนื้อลูกจากให้เคี้ยวเพลินด้วย 

Yen-Yen Cold Brew

 เป็นน้ำแตงโมสกัดเย็น ผสมนม น้ำตาลลูกจาก และกาแฟ Cold Brew มีพุดดิ้งนมสดผสมเนื้อลูกจากให้เคี้ยววางอยู่ด้านบน

นอกจากน้ำแข็งไสและเครื่องดื่ม ที่นี่ยังเสิร์ฟเค้กที่ทำจากข้าว 100 เปอร์เซ็นต์ โดยใช้ข้าวจากแบรนด์ HATCH goodies พูดได้ว่าผลิตภัณฑ์ทั้งหมดทำมาจากข้าว ไม่ผสมแป้งสาลี คนที่แพ้กลูเตนจึงอร่อยกับทั้งน้ำแข็งไสและขนมได้อย่างสบายใจ

คุยกับ ฌา-ฬิฌฌา ตันติศิริวัฒน์ เรื่องร้านน้ำแข็งไสที่ใช้กุ้งเคย นมควาย น้ำตาลจาก และอีกหลากหลายของท้องถิ่นมาทำขนมคลายร้อน
คุยกับ ฌา-ฬิฌฌา ตันติศิริวัฒน์ เรื่องร้านน้ำแข็งไสที่ใช้กุ้งเคย นมควาย น้ำตาลจาก และอีกหลากหลายของท้องถิ่นมาทำขนมคลายร้อน

ไสใส Saisai

ที่ตั้ง : ถนนมหาไชย แขวงสำราญราษฎร์ เขตพระนคร จังหวัดกรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : 12.00 – 00.00 น. (ปิดวันจันทร์)

Facebook : ไสใส Saisai

Instagram : saisai.bangkok

Writers

วิทย์ อนันต์ธนาเกษม

เด็กฝึกงานผู้ยิ้มอ่อนกับทุกสถานการณ์

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load