11 พฤษภาคม 2561
2 K

ก่อนอื่นเลย ชื่อเมืองนี้อ่านว่า แวก-เควอ

ถ้าอยากให้สำเนียงเหมือนคนสวีเดน ตอนออกเสียง ค ควาย ในคำว่า เควอ ให้กัดริมฝีปากออกเป็นเสียง ฟ ฟัน ผสมด้วย

หรือถ้าจะให้ดีที่สุด เขียนชื่อเมืองตามที่ระบุด้านบนใส่กระดาษแล้วยื่นให้คนขายตั๋วที่สถานีรถไฟเลยเถอะ รับรองว่าไปถึงถูกที่ไม่มีหลง

แวกเควอ (Växjö) เป็นเมืองขนาดเล็กทางตอนใต้ของประเทศสวีเดน เขตทางตอนใต้ ถ้านั่งรถไฟมาจากฝั่งประเทศเดนมาร์กก็จะใกล้กว่าจากเมืองหลวงอย่างสตอกโฮล์มอยู่ราว 1 ชั่วโมง

Växjö

Växjö ไปสูดอากาศดีๆ ให้เต็มปอดที่ Växjö เมืองที่เขาว่ากันว่าเขียวที่สุดในยุโรป

แวกเควอได้ฉายาว่าเป็น The Greenest City of Europe หรือเมืองที่เขียวที่สุดในยุโรป ความเขียวในที่นี้ไม่ได้มาจากการมีต้นไม้เยอะที่สุด แต่มาจากการสนับสนุนการอนุรักษ์ธรรมชาติและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เลิกใช้พลังงานฟอสซิล ไปจนถึงการส่งเสริมให้คนรีไซเคิลขยะและหันมาปั่นจักรยานหรือใช้บริการรถสาธารณะเป็นหลัก (รถบัสในเมืองนี้เกือบทั้งหมดวิ่งด้วยพลังงานทดแทน เช่น ก๊าซที่มาจากขยะ) ซึ่งนโยบายเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของเมืองนี้มีมาตั้งแต่ช่วงปี 1990 ก่อนที่คนทั่วโลกจะเริ่มตระหนักถึงปัญหาภาวะโลกร้อนซะอีก

และนอกจากจะรักการรีไซเคิลกันสุดๆ แล้ว แวกเควอยังเป็นเมืองที่มีพื้นที่ป่าค่อนข้างเยอะ แม้แต่ในเขตเมืองก็มีต้นไม้ปลูกตามรายทาง อากาศดีจนรู้สึกว่ามาเที่ยวครั้งนี้ประหนึ่งมาฟอกปอด

สำหรับฉัน ความทรงจำดีๆ กับเมืองนี้อยู่ที่ริมทะเลสาบ

Växjö

แวกเควอเป็นเมืองที่ล้อมรอบด้วยทะเลสาบขนาดใหญ่ 3 แห่ง เรียกได้ว่าเดินยังไงก็เจอทะเลสาบ

น้ำในทะเลสาบที่นี่เป็นสีน้ำเงินเข้ม สะท้อนภาพผืนป่าและท้องฟ้าเหมือนแผ่นกระจก ในฤดูร้อนคนที่นี่มักจะลงไปพายเรือว่ายน้ำในทะเลสาบ ส่วนในฤดูหนาว (ถ้าปีนั้นหนาวจริงๆ) น้ำในทะเลสาบจะจับตัวกันเป็นน้ำแข็ง สามารถลงไปยืนได้ เดินได้ ขี่จักรยานผ่านได้ หรือถ้าไม่แน่ใจว่าน้ำแข็งจะปริมั้ย ก็ลองหลอกเพื่อนไปยืนทดสอบให้ดูก่อนก็ได้ (แต่ไม่รับประกันความปลอดภัยนะ)

Växjö

สิ่งที่ฉันชอบทำมากๆ ที่เมืองนี้คือการเดินชมวิวริมทะเลสาบ

เพราะทะเลสาบครอบคลุมพื้นที่หลายส่วนของเมือง ดังนั้น พื้นที่ริมทะเลสาบจึงมีทั้งส่วนที่ติดกับป่า บ้านคน เนินเขา หรือสนามหญ้าโล่งๆ ที่ดีอย่างหนึ่งก็คือรอบๆ ทะเลสาบมักจะมีชานไม้ยื่นออกไปสำหรับนั่งห้อยขาชมวิว ถ้าเป็นส่วนที่ติดกับบ้านคนอาจจะมีชานไม้พร้อมเก้าอี้ชมวิวเสร็จสรรพ หรือถ้าติดกับป่าก็จะเป็นทางเดินเทร็กกิ้งแบบสบายๆ

ฉันเคยซื้อข้าวกล่องมานั่งห้อยขากินริมทะเลสาบ หลับตานั่งรับลมเย็นๆ กับแดดอ่อนๆ มองวิวแนวต้นไม้ในป่าไปด้วย นับเป็นช่วงเวลาที่ดีมาก หรือถ้าใครไม่ชอบชีวิตติดทะเลสาบขนาดนั้น แวกเควอก็ยังมีร้านกาแฟดีๆ ให้เลือกนั่งหลายแห่ง

Växjö Växjö

คนสวีเดนมีวัฒนธรรมการดื่มกาแฟที่เหนียวแน่น การไปฟิก้า (Fika) หรือการไปนั่งดื่มกาแฟทานขนมหวานแบบชิลล์ๆ นั้นเป็นเรื่องปกติทำกันแทบทุกวัน อย่างเช่นเพิ่งเจอเพื่อนใหม่แล้วอยากทำความรู้จักกันให้มากขึ้นก็ชวนกันไปฟิก้า ปรึกษารายงานกลุ่มหลังคลาสก็ไปฟิก้า หรือวันอาทิตย์ว่างๆ ก็พาครอบครัวออกมาฟิก้า ดังนั้น ร้านกาแฟจึงมีให้เห็นอยู่ทั่วไป

นอกจากทะเลสาบ ในตัวเมืองแวกเควอก็มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอยู่เหมือนกัน

ที่แรกคือ Växjö Cathedral โบสถ์ประจำเมืองที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟมากนัก โบสถ์ที่นี่มีหลังคาทรงสูง ด้านในตกแต่งแบบเรียบง่ายเหมือนโบสถ์เล็กๆ ทั่วไป จุดเด่นอยู่ตรงที่มีงานศิลปะจากแก้วตั้งอยู่ด้วย เนื่องจากเมืองนี้มีชื่อเสียงเรื่องการเป่าแก้ว

และในช่วงก่อนวันคริสต์มาสที่โบสถ์จะจัดงาน Santa Lucia มีการแสดงร้องเพลงประสานเสียงสรรเสริญพระเจ้า แสดงโดยนักเรียนมัธยมซึ่งจะแต่งตัวด้วยชุดกะโปรงสีขาวกับผ้าคาดเอวสีแดง มือถือเทียนไข การไปนั่งรอฟังเพลงสรรเสริญพระเจ้าท่ามกลางบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์ในโบสถ์ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ดีมากสำหรับฉัน แม้จะต้องต่อคิวเข้าโบสถ์กลางอากาศเฉียด 0 องศาฯ อยู่เป็นชั่วโมงก็ตามทีเถอะ

สถานที่แห่งที่สอง Växjö Glass Museum พิพิธภัณฑ์เรื่องแก้วของเมือง ค่าตั๋วจะรวมพิพิธภัณฑ์โซนประวัติศาสตร์ของเมือง รวมถึงนิทรรศการศิลปะที่จัดเวียนกันไปเรื่อยๆ ด้วย พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟเช่นกัน เดินไปไม่กี่นาทีก็ถึง

Växjö

ถัดมาไม่ไกลกันคือ The Bronze Statue รูปปั้นบรอนซ์ที่คนพากันไปถ่ายรูปเพราะมันแปลกดี เป็นรูปปั้นของผู้หญิง 2 คนหันหน้าเข้าหากัน คนหนึ่งอ้วนพุงพลุ้ย ส่วนอีกคนผอมจนเห็นกระดูก ฉันเองก็มารู้ทีหลังว่ารูปปั้นนี้ศิลปินเจ้าของผลงานต้องการสะท้อนให้เห็นถึงโรคอะนอเร็กเซีย (Anorexia) ซึ่งผู้หญิงในยุคนั้นเป็นกันมาก รูปปั้นที่ว่านี้ตั้งอยู่ที่หน้า Växjö Theater หรือโรงละครประจำเมือง

Växjö

ออกมาจากใจกลางเมืองหน่อยก็มี Teleborg Slott หรือปราสาทเทเลเบิร์ก ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาริมทะเลสาบ ปราสาทแห่งนี้เป็นของขวัญแต่งงานที่ท่านเคานต์สร้างให้กับภรรยา แต่โชคร้ายที่ทั้งสองเสียชีวิตลงหลังจากอาศัยอยู่ในปราสาทได้เพียงไม่นาน

ปัจจุบันปราสาทเปิดเป็นโรงแรมสุดหรูให้คนทั่วไปเข้าพักได้ ด้านในตกแต่งแบบคลาสสิกสุดๆ แถมยังมีจัดดินเนอร์พิเศษตามเทศกาลด้วย แม้จะราคาค่อนข้างแพง แต่ก็นับว่าคุ้มค่าถ้าเทียบกับการได้นั่งทานดินเนอร์ในปราสาทแบบหรูๆ ชิกๆ สวยๆ ปราสาทแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตของมหาวิทยาลัยลินเนียส (Linnaeus University) นั่งรถบัสจากตัวเมืองไปราวๆ 10 นาที หรือเดินเลียบทะเลสาบไปก็ได้ ใช้เวลาเดิน 30 – 50 นาที แต่ถ้าวันไหนอากาศดีเราแนะนำให้เดินเลียบทะเลสาบ รับรองว่าวิวระหว่างทางสวยประทับจิตประทับใจ

พูดถึงวัฒนธรรมฟิก้าของชาวสวีเดนแล้ว ก็อยากแนะนำกาแฟบรรยากาศดีในเมืองนี้ด้วย

Växjö

ที่แรก ร้าน Askelyckans Konditori ตั้งอยู่ในตัวเมือง ร้านเป็นเหมือนบ้านสไตล์แสกนดิเนเวีย ทาสีเหลืองทั้งหลัง และมีโซนที่นั่งด้านนอกที่ให้บรรยากาศเหมือนได้จิบกาแฟละเลียดเค้กในสวนหลังบ้าน เมนูแนะนำคือ Princess Cake ขนมหวานดั้งเดิมของสวีเดน

ส่วนใครที่อยากสัมผัสบรรยากาศริมทะเลสาบ ห้ามพลาดร้านกาแฟชื่อ Cafiket Strandbjörket ตัวร้านเป็นบ้านทาสีแดงเข้ม หลังคาบางส่วนปกคลุมด้วยหญ้ามอสสีเขียว มีสนามหญ้าให้เด็กวิ่งเล่น โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อนบรรยากาศจะดีมาก ที่สำคัญคือ ร้านตั้งอยู่ริมทะเลสาบเลย

Växjö ช็อกโกแลตร้อน

ร้านสุดท้ายที่อยากแนะนำคือ Cafe Tufvan ตั้งอยู่ในเขตมหาวิทยาลัยลินเนียส ถ้าไปเยี่ยมชมปราสาทเทเลเบิร์กแล้ว แนะนำให้มาแวะนั่งพักเหนื่อยที่นี่ ตัวร้านเป็นอาคารสีขาว หลังคาสีส้มวินเทจ ถ่ายรูปสวยมาก โดยเฉพาะถ้ามาในช่วงเดือนตุลาคมที่ต้นไม้รอบๆ ร้านพากันเปลี่ยนเป็นสีส้มพร้อมกัน พนักงานในร้านกาแฟแห่งนี้ส่วนหนึ่งเป็นอาสาสมัครนักเรียนจากมหาวิทยาลัย เมนูที่พลาดไม่ได้คือช็อกโกแลตร้อนโรยหน้าด้วยมาชเมลโล่ ฟินอย่าบอกใคร

ในตัวเมืองเดินวันเดียวก็ทั่วแล้ว แต่เราแนะนำว่าให้พักที่นี่ 1 คืนเป็นอย่างน้อย เพราะโมเมนต์ที่รอดูพระอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้าและลับฟ้าเหนือผิวทะเลสาบ เป็นภาพที่สวยงามจนลืมไม่ลงเลยล่ะ

การเดินทาง | นั่งรถไฟ Oresundtåg จากเมืองโคเปนเฮเกน ใช้เวลา 2 ชั่วโมงครึ่ง (ระหว่างทางรถไฟจะวิ่งลงอุโมงค์ใต้ทะเล) หรือนั่งรถไฟเร็วจากเมืองสตอกโฮล์ม ใช้เวลา 3 ชั่วโมงครึ่ง และเปลี่ยนรถไฟ 1 ครั้งที่สถานี Alvesta

ฤดูที่เหมาะกับการมาเที่ยวแวกเควอ (รวมถึงเมืองอื่นๆ ในสวีเดน) คือช่วงหน้าร้อน เพราะอากาศดี มีแดด แถมยังมืดช้า แต่ถ้าใครอยากลองเดินบนทะเลสาบน้ำแข็งดูก็มาช่วงฤดูหนาวเลยโลด เดือนกุมภาพันธ์คือหนาวสุดๆ บอกเลย

ถ้าคุณมีประสบการณ์เดินทางแปลกใหม่จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญส่งเรื่องราวของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’

ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะมีสมุดบันทึกปกหนังเทียมเล่มสวยส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

กัลยรักษ์ นัยรักษ์เสรี

ช่างฝัน รักการเดินเล่น และชอบความรู้สึกของการได้ตกหลุมรักอะไรซ้ำๆ

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

3 SEP 2019

ตอนนี้เป็นเวลา 20.45 น .ของเฮลซิงกิ (Helsinki)                                                                                                                และเป็นเวลา 00.45 น. ของประเทศไทย                                                                                                          

ฉันอยู่บนเครื่องบินและกำลังเดินทางกลับจากประเทศโปแลนด์                                                                                                       

นี่เป็นครั้งแรกของ 2 สาวพี่น้องกับประเทศที่ไม่คุ้นเคย ถึงแม้น้องชายของฉันจะไม่ได้มาด้วย แต่ฉันก็อยากขอบคุณเขาที่อยู่เป็นเพื่อนคุณย่า ทำให้พวกเราพอจะคลายกังวลได้บ้างระหว่างเดินทางไกลบ้านครั้งนี้

เราใช้เวลาเดินทางมาโปแลนด์ 4 วันกับ 3 คืน เราเที่ยวกันเต็มที่ 2 วัน เพราะอีก 1 วัน ต้องไปร่วมงานประชุมวิชาการที่ IEC เพราะน้องสาวคนเก่งส่งงานวิจัยทางการแพทย์เข้ามา และได้รับเลือกให้มาแสดงในการประชุมครั้งนี้ ฉันภูมิใจในตัวน้องสาวคนนี้อย่างมากมาโดยตลอด และเธอเลือกฉันเป็นเพื่อนเดินทาง ทำให้ฉันได้เที่ยวสมใจ

เที่ยววันสบายๆ แวะปราสาท ดูงานศิลปะ จนหลงรัก Krakow เมืองเก่าแก่ที่สุดของโปแลนด์
เที่ยววันสบายๆ แวะปราสาท ดูงานศิลปะ จนหลงรัก Krakow เมืองเก่าแก่ที่สุดของโปแลนด์

ดังนั้น หน้าที่การหาที่เที่ยวทั้งหมดจึงตกเป็นของฉัน ฉันตัดสินใจจะให้เวลาและทำความรู้จักกับเมืองเพียงหนึ่งเมืองแทนการวางแผนที่จะไปเที่ยวกันหลายๆ เมือง ฉันก็รู้สึกว่าคิดถูก เพราะตลอดเวลาที่อยู่ในเมืองนี้ ให้ความรู้สึกแตกต่างอยู่เสมอ ความคุ้นเคยและความเข้าใจสิ่งที่เมืองนี้เป็นทำให้เราตกหลุมรักเมืองนี้อย่างจริงจัง 

เมืองนี่คือ Krakow เมืองที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศโปแลนด์ และใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ

เที่ยววันสบายๆ แวะปราสาท ดูงานศิลปะ จนหลงรัก Krakow เมืองเก่าแก่ที่สุดของโปแลนด์

31 AUG 2019

เราปักหมุดบน Google Maps มีสถานที่แนะนำหลากหลาย แต่กองทัพต้องเดินด้วยท้อง แม้เราจะวางแผนอย่างไร แต่เสน่ห์ของการท่องเที่ยวคือการได้พบเจอสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากนั้น และอาหารเช้ามื้อแรกของเราก็ได้รับการแนะนำจาก Trip Advisor ซึ่งอยู่ในระยะทางใกล้พอจะเดินจากที่พักมาถึง ด้วยเวลาที่ต่างจากประเทศไทยประมาณ 5 ชั่วโมง พวกเราต้องตื่นเช้ามาก และร้านนี้เป็นเพียงไม่กี่ร้านที่เปิดตั้งแต่ 8 โมงเช้า ร้าน Charlotte คือที่ปักหมุดแรกของเรา

ระหว่างทางที่เดินเพื่อหาร้านนี้ แทบจะไม่มีคนด้วยซ้ำ เมืองเงียบเหมือนไม่มีใครตื่น ถึงแม้ถนนโล่งจะเหมาะกับการถ่ายรูปแบบไม่ติดผู้คนรอบข้าง แต่แสงก็ยังไม่พร้อมให้เราสวยผ่านเลนส์ขนาดนั้น เรามุ่งหน้าสู่ร้านอาหารเช้า และต้องแปลกใจที่ตั้งแต่หน้าร้านยันในร้านมีผู้คนเต็มไปหมด พนักงานหน้าร้านยิ้มแย้ม ทักทายและเชื้อเชิญ แล้วเราก็ไม่ผิดหวังกับมื้อเช้าแสนอร่อย บรรยากาศอบอุ่น พนักงานในร้านดูแลอย่างเป็นกันเองและบริการดีมาก

เที่ยววันสบายๆ แวะปราสาท ดูงานศิลปะ จนหลงรัก Krakow เมืองเก่าแก่ที่สุดของโปแลนด์

สิ่งที่ฉันประทับใจคือ ตระกร้าขนมปังกับแยมกระปุกใหญ่หลากหลายรส มีที่ตักแยมแต่ละกระปุกให้เลือกทาขนมปังอย่างเต็มที่ กระปุกแยมเหล่านี้จะเปลี่ยนไปโต๊ะนั้น โต๊ะนี้ ไม่ต่างจากเครื่องปรุงร้านก๋วยเตี๋ยวบ้านเรา

หลังจากอิ่มท้อง เราก็ตั้งใจไปเที่ยวสถานที่ใกล้ๆ กันก่อน โดยมีระยะทางเดินทางเท้าประมาณ 1 กิโลเมตรจากร้านอาหารเช้า เรากำลังไปที่ Wawel Royal Castle ระหว่างรอตั๋วเข้าชมปราสาทแถวยาวเป็นหางว่าว เนื่องจากช่องขายตั๋วมีแค่ 1 ช่อง และมีตัวเลือกสถานที่ภายในปราสาทให้เข้าชมเยอะมาก จำนวนสถานที่ก็แปรผันตามราคาค่าตั๋ว 

เที่ยววันสบายๆ แวะปราสาท ดูงานศิลปะ จนหลงรัก Krakow เมืองเก่าแก่ที่สุดของโปแลนด์

ระหว่างที่เรายืนรอประมาณ 1 ชั่วโมง ก็หาข้อมูลห้องที่เราอยากเข้าชมจากอินเทอร์เน็ต ทำความเข้าใจราคาและห้องต่างๆ จากการพูดคุยของคนที่ยืนอยู่หน้าเรากับคนขายตั๋ว เราเลือกแค่ State Room ห้องเดียว พอถึงคิว ใช้เวลาซื้อตั๋วเร็วมาก แม้จะเลือกแค่ห้องนี้ แต่ก็ดูห้องอื่นๆ ได้ด้วยประมาณ 20 ห้องและเข้าไปดูโบสถ์อันสวยงาม

เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์

หลังจากเข้าชมปราสาท เราเดินกลับมาที่จัตุรัส Rynek Glowny และเลือกเดินผ่านถนนที่เต็มไปด้วยร้านค้า นั่นยิ่งทำให้ความตั้งใจในการพิชิตภารกิจหาของฝากก็เพิ่มขึ้น ผู้คนที่เราคิดถึงจนอยากซื้อของกลับไปฝากก็มากขึ้นด้วย เลือกไปก็กดดันไปว่ายังขาดใครอยู่หรือเปล่า ซึ่งบริเวณจัตุรัสล้อมรอบด้วยร้านอาหารและร้านขายของ มี Cloth Hall ตรงกลาง ภายในมีร้านขายของฝากเต็มไปหมด ขอเตือนว่าอย่าเพิ่งรีบซื้อ แม้ของจะเหมือนกันแต่ราคาไม่เท่ากัน

เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์

และมื้อเที่ยงที่ค่อนไปทางบ่ายก็มาถึง เราตั้งใจตามหาอาหาร Polish แบบดั้งเดิม จากการเดินเลือกร้านจนเข่าอ่อน ก็มาหยุดที่ร้าน Hawelka สั่งเกี๊ยวสอดไส้และพอร์คชอปที่คล้ายกับหมูชุบแป้งทอด รสชาติดีทีเดียว 

เมื่อท้องอิ่มก็ขอจบทริปวันนี้ กลับที่พักไปยืดแข้งยืดขาให้สบายใจ

เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์

1 SEP 2019

วันนี้เราตั้งใจเปลี่ยนร้านอาหารเช้า มาที่ Cafe Stare Miasto บรรยากาศแปลกตา อบอุ่น อาหารอร่อย แต่ดูเหมือนว่ากาแฟเย็นจะเป็นปัญหาในการสั่งเครื่องดื่มของเราเสียแล้ว นอกจาก Starbucks ก็ไม่มีที่ไหนเข้าใจการดื่มกาแฟเย็นของคนไทยเลย แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น เพราะการผจญภัยที่ไกลกว่าเดิมรอเราอยู่ ซึ่งครั้งนี้ไม่อาจเดินไปถึง

เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์

เราพึ่งพารถเมล์และรถราง ด้วยการซื้อตั๋วแบบ 24 ชั่วโมง ราคา 15 PLN (ประมาณ 127 บาท) ที่เครื่องขายตั๋วบนรถ เราจ่ายด้วยบัตรเครดิตเพราะเหรียญไม่พอ คุณตาที่นั่งบนรถก็ยิ้มเอาใจช่วยด้วยความเอ็นดูว่าจะรอดมั้ย และปลายทางของเราอยู่ที่ภูเขา Manmade เป็นภูเขาที่มนุษย์สร้างขึ้น สมัยก่อนใช้สำหรับการรบ มีพิพิธภัณฑ์อยู่ภายใน อากาศวันนี้แดดแรง อุณหภูมิประมาณ 31 องศาเซลเซียส แต่รู้สึกดีมากที่ได้ใช้เรี่ยวแรงเดินขึ้นภูเขาลูกเล็กๆ ลูกนี้

เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์
เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์

เราเดินทางกันต่อที่ MOCAK Museum of Contemporary Art in Krakow แต่รถเมล์พาเรามาไม่ถึง อาจเป็นเพราะเราเลือกสายรถเมล์ผิด ทำให้ต้องเดินผ่านตึกร้างด้วยความกังวล และคอยเตือนกันว่าอย่าเดินชิดตัวตึกนะ เพราะกลัวว่าจะมีคนกระชากเข้าไป หลังจากผ่านความตื่นเต้นระทึกใจกับตึกร้างไร้ผู้คน ก็ถึงจุดหมายและพบกับความประทับใจอย่างยากจะบรรยาย ความรู้สึกของเราคือ ศิลปะไม่แบ่งแยกภาษา แต่สัมผัสได้ด้วยใจ แนะนำที่นี่มากๆ เลยล่ะ

เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์
เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่ Krakow อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์

จบทริปชมนิทรรศการศิลปะ เราก็กลับมาที่ Rynek Growny อีกครั้ง และแวะคาเฟ่ที่พวกเราขอแนะนำมากๆ ชื่อ Café Camelot ถ้ามาช่วงใกล้พระอาทิตย์ตกดินยิ่งโรแมนติก เพราะเขาจุดเทียนเพื่อสร้างบรรยากาศ นอกจากนี้ ยังมีสถานที่อีกหลายแห่งที่ไม่ได้อยู่ในการวางแผนของเรา ซึ่งหลายสถานที่ก็จัดอยู่ในสถานที่แนะนำของเมืองเช่นกัน 

เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่ Krakow อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์

วันที่ 2 SEP 2019 เราอยู่ในงานประชุมวิชาการทั้งวัน

และวันที่ 3 SEP 2019 ก็เป็นวันที่เราเดินทางกลับประเทศไทย 

สำหรับเรา การเดินทางเป็นอะไรที่แสนพิเศษ ทำให้เราได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง รู้จักตัวเองมากขึ้น รู้ว่าเราทำในสิ่งที่เราเคยกลัวให้เกิดขึ้นจริงได้ และมีความรู้สึกมากมายเกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง ความตื่นเต้น ประหม่า กังวล หงุดหงิด สบายใจ มีความสุข และคนที่เดินทางไปกับเราก็สำคัญมาก ไม่ว่าเขาคือใคร ขอให้เป็นคนที่เรารักก็พอ 

ความรักมีให้ได้กับทุกสิ่งเสมอ และความรักจะมอบของขวัญตอบแทนเป็นความสงบสุขสู่ใจเรา

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีหมวกรุ่นพิเศษจาก Painkiller Atelier X The Cloud ส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

ลลิดา ธีระโกเมน

นักจิตวิทยา รักในการดูแลเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ความสุข คือ หนังสือ เทียนหอม ดนตรีและเวลา

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load