26 พฤษภาคม 2561
16 K

โจทย์ยากของการไปเยือนเมืองเดิมซ้ำ คือการเสาะหาสถานที่ลี้ลับนอกตำราการเก็บแต้มในแบบฉบับนักท่องเที่ยว การแสวงหาสิ่งแปลกใหม่ในโตเกียวครั้งนี้ของเราจึงเต็มไปด้วยคีย์เวิร์ดจำพวก hidden gem หรือไม่ก็ best kept secret จนกระทั่งปรากฏผลลัพธ์หนึ่งเป็น Meguro Parasitological Museum พิพิธภัณฑ์เฉพาะทางด้านปรสิตแห่งเดียวในญี่ปุ่น และแห่งแรกของโลกด้วย

พิพิธภัณฑ์ปรสิตวิทยา มิวเซียมลับในโตเกียวที่บรรจุสิ่งมีชีวิตแสนพิสดาร

แน่ชัดว่า Meguro Parasitological Museum ในย่านเมกุโระถูกจัดลง hidden gem ในหมวดสถานที่พิสดารพันลึกในโตเกียวอย่างไม่ต้องสงสัย แม้ประตูกระจกแต่งด้วยกระดาษฉลุลายเป็นเค้าโครงของปรสิตในรูปแบบต่างๆ จะย้อมใจเราด้วยความสร้างสรรค์และสดใส แต่ก้าวถัดไปเราก็รู้ในทันใดว่า โลกแห่งเซลล์และสิ่งมีชีวิตที่มีรูปร่างหน้าตาเหนือจินตนาการ เต็มไปด้วยรายละเอียดยุ่บยั่บราวกับหลุดออกมาจากการ์ตูนของจุนจิ อิโตะกำลังรอต้อนรับเราอยู่

พิพิธภัณฑ์ปรสิตวิทยา มิวเซียมลับในโตเกียวที่บรรจุสิ่งมีชีวิตแสนพิสดาร พิพิธภัณฑ์ปรสิตวิทยา มิวเซียมลับในโตเกียวที่บรรจุสิ่งมีชีวิตแสนพิสดาร

Meguro Parasitological Museum เป็นพิพิธภัณฑ์เอกชนขนาดเล็กที่ตั้งใจเผยแพร่ความรู้วิทยาศาสตร์ด้านปรสิตวิทยาให้แก่คนทั่วไป ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1953 โดยด็อกเตอร์ซาโตรุ คาเมะไก ผู้ขวนขวายรวบรวมปรสิตแบบต่างๆ ทั่วญี่ปุ่นมาได้ถึง 60,000 ตัวอย่าง 1,500 ชนิด แต่คัดเลือกออกมาจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์เพียง 300 ตัวอย่างภายในพื้นที่ 2 ชั้น ส่วนที่เหลือถูกเก็บไว้บนชั้น 3 สำหรับงานวิจัยเฉพาะทาง

ชั้นล่างสุดเป็นการบอกเล่าภาพรวมของโลกปรสิต ไม่ว่าจะเป็นวงจรชีวิต ความหลากหลาย ไปจนถึงตัวอย่างปรสิตจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นปรสิตในตระกูลหนอนตัวกลม (Nematode) หนอนตัวแบน (Flatworm) พยาธิใบไม้ในตับ (Liver Fluke) พยาธิตัวตืด (Tapeworm) และไข่ปรสิต

พิพิธภัณฑ์ปรสิตวิทยา มิวเซียมลับในโตเกียวที่บรรจุสิ่งมีชีวิตแสนพิสดาร พิพิธภัณฑ์ปรสิตวิทยา มิวเซียมลับในโตเกียวที่บรรจุสิ่งมีชีวิตแสนพิสดาร พิพิธภัณฑ์ปรสิตวิทยา มิวเซียมลับในโตเกียวที่บรรจุสิ่งมีชีวิตแสนพิสดาร พิพิธภัณฑ์ปรสิตวิทยา มิวเซียมลับในโตเกียวที่บรรจุสิ่งมีชีวิตแสนพิสดาร

สิ่งมีชีวิตตัวจิ๋วน่าอัศจรรย์เหล่านี้ถูกจับใส่ขวดทั้งแบบโดดๆ และแบบที่ยังติดหนึบอยู่กับโฮสต์แม้ชีวิตพรากจาก เช่น ปรสิตที่พอกคอของเต่าจนปูดโปน ปรสิตรูปร่างกลมๆ จำนวนมากที่ระเบิดออกมาจากท้องของปลา หรือปรสิตที่แทงตัวออกมาจากท้องของหนูจนแทบจะมีขนาดเท่ากับโฮสต์ของมันเอง

ความน่าตื่นตาตื่นใจทวีคูณยิ่งขึ้นในพื้นที่การจัดแสดงชั้น 2 เพราะในขณะที่ชั้นแรกบอกเล่าเรื่องปรสิตในสัตว์เป็นหลัก เนื้อหาของชั้น 2 ได้กระเถิบเข้ามาใกล้ตัวอีกขั้น เนื่องจากเต็มไปด้วยข้อมูลเกี่ยวกับปรสิตในร่างกายมนุษย์ และปรสิตที่ถ่ายทอดจากสัตว์มาสู่มนุษย์ได้ แต่เพียงแค่ข้อมูลบนผนังคงยังทำให้เราตื่นตระหนกไม่มากพอ ทางพิพิธภัณฑ์จึงเก็บตัวอย่างบางส่วนของร่างกายมนุษย์ที่ถูกปรสิตคุกคามมาจัดแสดงด้วย ไม่ว่าจะเป็นปรสิตในหัวใจมนุษย์ที่แตกยอดต่อกอเหมือนมีวัชพืชงอกอยู่ ลูกอัณฑะที่ติดเชื้อจากแมลงเขตร้อน ไปจนถึงสิ่งที่เป็นไฮไลต์ของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้อย่างพยาธิตัวตืดในลำไส้มนุษย์ ที่มีความยาวน่าเหลือเชื่อถึง 8.8 เมตร แถมยังระบุที่มาของปรสิตชิ้นนี้อีกว่ามาจากโฮสต์ที่กินปลาดิบเข้าไป!

พิพิธภัณฑ์ปรสิตวิทยา มิวเซียมลับในโตเกียวที่บรรจุสิ่งมีชีวิตแสนพิสดาร พิพิธภัณฑ์ปรสิตวิทยา มิวเซียมลับในโตเกียวที่บรรจุสิ่งมีชีวิตแสนพิสดาร

ทั้งนี้ เราอาจลดทอนความตุ๊มต่อมสยองขวัญได้จากโซนย่อยบนชั้นเดียวกันได้จากสมุดบันทึกของด็อกเตอร์ซัตยุ ยามากุติ นักปรสิตวิทยา กีฏวิทยา และผู้เชี่ยวชาญด้านหนอนและพยาธิต่างๆ ด็อกเตอร์ซัตยุได้สเกตช์รายละเอียดของปรสิตออกมาอย่างบรรจง จนไม่น่าเชื่อว่าภายในสิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋วเช่นนี้จะประกอบไปด้วยเซลล์อันละเอียดซับซ้อน มีโครงสร้างและการทำงานอันน่าทึ่งได้ถึงเพียงนั้น นอกจากภาพสเกตช์ในสมุดเล่มนี้จะใช้สำหรับสอนนักศึกษาของเขาแล้ว ภาพชุดนี้ยังถูกใช้ในหมู่นักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลกที่ศึกษาเรื่องปรสิตด้วย

พิพิธภัณฑ์ปรสิตวิทยา มิวเซียมลับในโตเกียวที่บรรจุสิ่งมีชีวิตแสนพิสดาร พิพิธภัณฑ์ปรสิตวิทยา มิวเซียมลับในโตเกียวที่บรรจุสิ่งมีชีวิตแสนพิสดาร

นอกจากพื้นที่จัดแสดงแล้ว พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังตีพิมพ์เอกสารและงานวิจัยเกี่ยวกับปรสิตอย่างต่อเนื่อง ด้วยความมุ่งหวังที่จะคลี่คลายโลกลี้ลับของสิ่งมีชีวิตเล็กจิ๋วนี้ให้คนทั่วไปเข้าใจ และเพื่อศึกษาหาทางป้องกันโรคที่เกิดจากปรสิต เอกสารเหล่านี้สามารถดาวน์โหลดอ่านได้ฟรีจาก Research Bulletin of the Meguro Parasitological Museum

ปิดท้ายการเยี่ยมชมด้วยร้านค้าเล็กๆ ของพิพิธภัณฑ์ที่ก็มีข้าวของเพี้ยนๆ มาขายไม่แพ้ความพิสดารของตัวพิพิธภัณฑ์เอง เช่น เสื้อยืดลายปรสิต หรือพวงกุญแจปรสิตแช่ตัวในขวดโหล เหมาะสำหรับเก็บเอาไปซาบซึ้งกันต่อที่บ้าน และเนื่องจากพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่เก็บค่าเข้าชม รายได้ทั้งหมดจึงช่วยสนับสนุนงานวิจัยและการบำรุงรักษาพิพิธภัณฑ์โดยตรงด้วย

 

Meguro Parasitological Museum

ที่อยู่: 4-1-1 Shimomeguro, Meguro-ku, Tokyo 153-0064
ค่าเข้าชม: ฟรี (รับค่าบริจาคตามความสมัครใจ)
เวลาเปิด-ปิด: พุธ-อาทิตย์ 10.00 – 17.00 น.

 

ถ้าคุณมีประสบการณ์เดินทางแปลกใหม่จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญส่งเรื่องราวของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’

ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะมีสมุดบันทึกปกหนังเทียมเล่มสวยส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

ณวรา หิรัญกาญจน์

พัวพันกับหนังสือทั้งงานประจำและความคลั่งไคล้ส่วนตัว เทใจให้วรรณกรรม ภาพยนตร์ งานฝีมือ อาหารดีๆ ง่ายดาย เชื่อว่าโลกขับเคลื่อนได้ด้วยพลังของวัฒนธรรมย่อย ธรรมชาติ และประวัติศาสตร์อุบัติซ้ำ

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

5 มิถุนายน 2564
234

เพื่อเป็นการงาน CSD (Christopher Street Day) Frankfurt 2020 เป็นขบวนพาเหรดที่จัดปีละครั้ง เพื่อเฉลิมฉลองให้กับผู้มีความหลากหลายทางเพศ บางประเทศเรียกว่า Pride Parade หรือ Pride March งานนี้จัดเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมปีที่แล้ว ควบคู่กับงานเสวนาออนไลน์ พิเศษตรงรูปแบบของขบวนพาเหรดที่เป็น Auto-Demo ภาษาเยอรมัน แปลว่า Car Demonstration Parade (ขบวนพาเหรดรถยนต์) เราเพิ่งรู้จักกับการจัดขบวนพาเหรดแบบนี้เป็นครั้งแรกที่นี่

ช่วงที่มีการระบาดของโรค COVID-19 ในครั้งแรก ก็มีการรณรงค์เรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว เพื่อวางแผนมาตรการเฝ้าระวัง ในตอนนั้นทางรัฐบาลมีข้อกำหนดเรื่องการเว้นระยะห่างอย่างเข้มงวด เพื่อลดปริมาณผู้ติดเชื้อ การเดินประท้วงแบบปกติจึงต้องงดเว้นไป แต่ทางการอนุญาตให้ใช้รถยนต์ได้ โดยจะต้องมีผู้โดยสารคันละไม่เกิน 2 คน จึงทำให้เราได้เห็นการประท้วงแบบ Auto-Demo นี้แทนการเดินถนน

เดินขบวนทิพย์ในงานขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ LGBTQ+

ผู้จัดต้องการให้มีพาเหรดนี้เกิดขึ้น แม้จะอยู่ในช่วงที่ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์โรคระบาด ก็เลยนำไอเดีย Auto-Demo มาใช้กับงานพาเหรดในปีนี้เช่นกัน ในขบวนมีทั้งผู้สนับสนุนจากเมือง Frankfurt และเมืองใกล้เคียง เช่น Offenbach และ Wiesbaden มาร่วมด้วย ซึ่งงานในครั้งนี้จัดขึ้นที่ Romerberg ลานกว้างที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของ Frankfurt โชคดีที่ในวันงาน สถานการณ์ดีขึ้นมากแล้ว ทางการอนุญาตให้เดินขบวนและชุมนุมได้ 

โดยยังแนะนำให้มีการใส่หน้ากากและเว้นระยะห่าง 1.5 เมตรอยู่ 

เดินขบวนทิพย์ในงานขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ LGBTQ+

ทุกคนมารวมตัวกันที่นี่ เพื่อฟังผู้นำการจัดงานพูดแนะนำงานและความสำคัญของความเท่าเทียมทางเพศ ก่อนที่จะเริ่มขบวน Auto-Demo ซึ่งผู้ร่วมขบวนและรถยนต์ทั้งหมดได้จอดรอเรียบร้อยแล้ว บนถนนริมแม่น้ำที่อยู่ไม่ไกลจากสถานที่จัดงานมากนัก

เมื่อถึงเวลา ทุกคนเดินไปขึ้นรถของตัวเองและรอสัญญาณจากทีมงาน ก่อนจะเริ่มขับออกไปพร้อมกับโบกธง Pride Flag ให้กับผู้คนรอบข้าง ทั้งขบวนมีรถประมาณ 20 – 30 คัน แต่ละคันมาจากองค์กรและหน่วยงานอิสระมากมาย รวมทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล บางส่วนก็เป็นผู้ร่วมขบวนที่เดินเป็นหน้ากระดานทั้งระหว่างขบวนและท้ายขบวน

ในความรู้สึกของเราถือเป็นไอเดียที่ดีมาก เพราะเรื่องสิทธิมนุษยชนเป็นสิ่งสำคัญ และรณรงค์ได้ด้วยมาตรการความปลอดภัย ในขบวนพาเหรดครั้งนี้ เราได้เห็นข้อความที่น่าสนใจคือ การรณรงค์เรื่อง Artikel 3 หรือกฎหมายมาตราที่ 3 

เมื่อได้อ่านดู ก็พบว่ามีใจความสำคัญเรื่องความเท่าเทียม มีประโยคขึ้นต้นมาตราว่า

“All persons shall be equal before the law.”

เดินขบวนทิพย์ในงานขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ

เนื้อหาในกฎหมายมาตรานี้ยังพูดถึงสิทธิเท่าเทียมของชายและหญิง รัฐมีหน้าที่กำจัดความไม่เท่าเทียมใดก็ตามที่เกิดขึ้น ยังกล่าวด้วยว่า บุคคลไม่ควรได้รับการปฏิบัติด้วยความลำเอียง เพราะเพศ การมีลูก ชาติพันธุ์ ภาษา ถิ่นกำเนิด เชื้อสาย ความเชื่อ หรือความคิดเห็นที่เกี่ยวกับศาสนาและการเมือง และบุคคลไม่ควรได้รับการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียมเพราะมีความพิการ

(ข้อมูลอ้างอิง: https://www.bundesregierung.de/breg-en/chancellor/basic-law-470510)

ในฐานะผู้หญิงตรงเพศที่แต่งงานกับสามีซึ่งเป็นผู้ชายตรงเพศเช่นกัน เราจินตนาการไม่ได้เลยว่า ความไม่เท่าเทียมที่ชาว LGBTQ+ ต้องแบกรับนั้นนักหนาขนาดไหน แม้ว่าประเทศเยอรมนีจะเป็นประเทศประชาธิปไตยที่มีกฎหมายคุ้มครอง และผู้คนส่วนใหญ่ที่นี่ให้ความสำคัญกับเรื่องความเท่าเทียมและสิทธิมนุษยชนมาก แต่ในความเป็นจริง ชาว LGBTQ+ ก็ยังถูกเลือกปฏิบัติ ทั้งในการใช้ชีวิตประจำวัน ชีวิตส่วนตัว และการทำงาน 

ตราบใดที่ยังมีความไม่เท่าเทียมในสังคม การรณรงค์นี้ก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป

เดินขบวนทิพย์ในงาน CSD Frankfurt ขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ

นอกจากมาตราที่ 3 ที่เป็นกฎหมายพื้นฐานแล้ว ประเทศเยอรมนียังมีกฎหมายสมรสเท่าเทียม คู่รัก LGBTQ+ จดทะเบียนสมรสได้ และอุปการะบุตรบุญธรรมได้ด้วย เราได้เห็นครอบครัว LGBTQ+ ที่นี่กับลูกๆ หลายครั้ง และรู้สึกดีมากที่ได้อยู่ในประเทศที่มีกฎหมายรับรอง เราเชื่อว่าความรักที่ดีมาจากคนสองคนที่รักและเคารพกันในฐานะคนที่เท่าเทียม และความรักที่ดีก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้สถาบันครอบครัวเข้มแข็งและทำให้สังคมมีความเข้มแข็งตามไปด้วย

เราหวังว่าจะมีวันที่ประเทศไทยมีกฎหมายสมรสเท่าเทียมและกฎหมายความเท่าเทียมพื้นฐานเช่นกัน

สำหรับปีนี้งาน CSD Frankfurt 2021 จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 17 กรกฎาคม 2021 รูปแบบงานจะกลับมาเป็นขบวนพาเหรดเดินเท้า พร้อมกิจกรรม Mini-CSD ที่จะจัดขึ้นอีกครั้งช่วงฤดูใบไม้ร่วง เพื่อเป็นการสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศและดูแลความปลอดภัยให้ผู้เข้าร่วมงานทุกคน ติดตามรายละเอียดที่ : https://csd-frankfurt.de

เดินขบวนทิพย์ในงาน CSD Frankfurt ขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ โรงเรียนนานาชาติ’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีหมวกรุ่นพิเศษจาก Painkiller Atelier X The Cloud ส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

วรรณิดา กสิวงศ์

เวดดิ้งแพลนเนอร์ @wondersweddings ชอบหนังสือ ช็อกโกแลตร้อน และดอกไม้ ใฝ่ฝันอยากเห็นประเทศไทยเป็นรัฐสวัสดิการ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load