28 กันยายน 2561
9 K

เราเป็นนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ เรียนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หรือที่คนจะชอบเรียกกันว่า IR (International Relations) ในช่วงท้ายๆ ของการเรียนปีที่ 3 หลายๆ คนมักจะเริ่มวางแผนการฝึกงานภาคฤดูร้อน เรามองว่าการฝึกงานเป็นสิ่งสำคัญ เป็นโอกาสที่จะได้รู้จักตัวเองไปอีกขั้นหนึ่ง ด้วยเหตุผลหลายประการ และความกรุณาของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน เราจึงได้เดินทางไปฝึกงานที่ประเทศอิหร่าน

“คิดยังไงถึงไปอิหร่านวะ”

“พี่จะโทรมาคอนเฟิร์ม น้องไปฝึกงานที่ประเทศอิหร่าน ถูกไหมคะ”

อิหร่าน

การได้ยินประโยคเหล่านี้อยู่เสมอ ตอกย้ำความจริงที่ว่าคนทั่วไปไม่รู้จักประเทศอิหร่านมากนัก หรือหากรู้จักก็คงมีภาพจำในเชิงลบที่เกี่ยวกับสงคราม ความรุนแรง และผู้คนเคร่งศาสนา เราก็เป็นหนึ่งในคนทั่วไปที่เสพสื่อต่างประเทศ มีภาพจำที่ไม่ดี กล้าๆ กลัวๆ อยู่เหมือนกัน แต่ที่แน่ๆ คือเราเชื่อว่าภาพจำเหล่านั้นไม่ได้เป็นความจริงไปเสียทั้งหมด ด้วยเหตุนี้เราจึงไม่อยากด่วนตัดสินไปก่อน และต้องการออกไปพบเจอความจริงด้านอื่นๆ ที่ไม่ได้ถูกนำเสนอผ่านสื่อเหล่านั้นด้วยตนเอง

จากคนติดบ้าน ไม่ชอบพูด ปรับตัวไม่เก่ง และไม่เคยใช้ชีวิตในต่างประเทศนานๆ การต้องใช้ชีวิตในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอิหร่าน เป็นเวลา 2 เดือน คือช่วงเวลาที่ท้าทายที่สุดในชีวิต การฝึกงานที่สถานเอกอัครราชทูตฯ เราแทบไม่พบเจอความลำบากและความกังวลใจ จัดเป็นความท้าทายประเภทที่หากเราเตรียมตัวมาดีก็สามารถจัดการได้ไม่ยากนัก ชีวิตนอกสำนักงานภายใต้ข้อจำกัดต่างๆ ของประเทศอิหร่านนี่แหละของจริง

อิหร่าน อิหร่าน

มลภาวะบนท้องถนน การจราจรติดขัด และความร้อนจากการต้องแต่งตัวมิดชิดหัวจรดเท้า เป็นความประทับใจแรกที่เตหะรานมอบให้ มื้อกลางวันมื้อแรกคือเคบับไก่ที่ทั้งแห้งและเค็ม เท่านั้นยังไม่พอ ตอนเย็นหลังเลิกงาน เราต้องทนเบียดกับมวลมหาประชาแขกบนรถไฟฟ้าใต้ดินที่มีสภาพเก่า นึกในใจ นี่แค่วันแรก ชีวิตต้องเหนื่อยขนาดนี้เลยเหรอ อยู่กรุงเทพฯ ก็ดีอยู่แล้ว จะพาตัวเองมาลำบากทำไม

อิหร่าน

แต่ถ้าไม่ได้มาสัมผัสด้วยตนเอง เราจะไม่มีทางรู้เลยว่า คนอิหร่านเป็นมิตร ชอบช่วยเหลือ ยิ่งเห็นว่าเราเป็นต่างชาติก็ยิ่งตื่นเต้น โดยเฉพาะเด็กๆ ที่เข้ามาขอถ่ายรูปตลอด ตั้งแต่ซอยหลังบ้านจนถึงย่านท่องเที่ยว ปกติเราขี้อาย ไม่ชอบการเป็นจุดสนใจ ช่วงแรกเรารู้สึกไม่ปลอดภัยเลยเวลาถูกจ้องมอง จนต้องใส่แว่นกันแดดเพื่อปิดบังใบหน้า ผลก็คือไม่ได้ช่วยอะไรเลย คนมองเยอะกว่าเดิมอีก หลังๆ ก็เริ่มชินและปรับตัวได้ ใครมองมาก็มองกลับ ยิ้มให้เขาไปเลย ก็กลายเป็นเรื่องราวดีๆ ไป

อิหร่าน

เด็กผู้ชายคนหนึ่งเห็นเราเดินอยู่ในซอย น้องรีบวิ่งเข้าร้านโชห่วยที่อยู่ใกล้ๆ ซื้อน้ำมาให้เราแล้วปั่นจักรยานตาม เพราะความอยากคุยด้วยทั้งๆ ที่น้องพูดอังกฤษแทบไม่ได้เลย น้องก็พูดภาษาฟาร์ซี (Farsi) ใช้ภาษามือบอกว่าตัวเองอายุกี่ขวบ เป็นโมเมนต์ที่น่ารัก เราได้รู้ว่าบางทีการเป็นจุดสนใจของคนอื่นก็มีความสุขไปอีกแบบ

อิหร่าน อิหร่าน อิหร่าน

ความท้าทายที่เราพบเจอ

ภาษา

คนที่ส่วนมากพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ มีวันหนึ่งเรามีนัด ต้องรีบไปที่แห่งหนึ่งให้ทันเวลา ก็โบกแท็กซี่สีเหลืองที่ใกล้ที่สุด ตกลงราคากันเสร็จสรรพคุณลุงคนขับเซย์เยส แต่พอขึ้นรถไปแล้วลุงเกิดอยากคิดอีกราคาหนึ่งที่แพงกว่า เราไม่มีทางเลือกเลยต้องยอม ยิ่งไปกว่านั้นคือรถติดมาก ลุงก็พูดภาษาอังกฤษไม่ได้และยังไม่รู้ทางอีก เพื่อนเราก็พยายามบอกทางลุงเป็นภาษาอังกฤษแบบช้าๆ และส่งโทรศัพท์ให้ลุงดูแผนที่ ลุงไม่เข้าใจ เลยยื่นโทรศัพท์ของเพื่อนเราไปให้รถคันข้างๆ ช่วยดู ตอนนั้นเรานึกในใจ “เฮ้ย แบบนี้ก็ได้เหรอวะ”

ตอนนั้นเครียดมาก โลกหมั่นไส้อะไรเรา รีบก็รีบ รถก็ติด ยังต้องมาเจออะไรแบบนี้เหรอ อยากขำแต่ก็ขำไม่ออก แต่พอผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ก็กลายอีกเป็นเรื่องที่คิดถึงกี่ทีก็ตลก

อิหร่าน อิหร่าน

โทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ต

ในเดือนแรกเราสามารถใช้ซิมการ์ดอิหร่านกับมือถือได้ตามปกติ แต่พอเข้าเดือนที่ 2 จากมือถือก็แปรสภาพมาเป็นที่ทับกระดาษ โทรศัพท์เราถูกระงับสัญญาณ เพราะนโยบายของรัฐบาลอิหร่าน ว่าด้วยหากมีความประสงค์จะใช้โทรศัพท์ที่ไม่ได้ซื้อในประเทศอิหร่านมากกว่า 1 เดือนจะต้องทำการลงทะเบียนโทรศัพท์และเสียภาษีให้กับรัฐบาลอย่างถูกต้อง มาตรการนี้มีขึ้นเพื่อป้องกันการนำเข้าโทรศัพท์แบบผิดกฎหมาย ซึ่งถึงแม้ว่าเราจะมีซิมการ์ดอิหร่านที่เติมเงินแล้วก็ไม่สามารถใช้โทรศัพท์ได้อยู่ดี เพราะปัญหาอยู่ที่เครื่องนั่นเอง นอกจากนี้อินเทอร์เน็ตก็ช้าและไม่ค่อยเสถียร ทำให้ติดต่อโลกภายนอกได้ลำบาก

 

การเดินทางคือการเรียนรู้

“ไม่ควรพูดคุยเรื่องการเมืองกับคนอิหร่าน”

ความที่เคยอ่านเจอประโยคนี้ในรีวิวท่องเที่ยว ทำให้เราคาดเดาว่าคนที่นี่คงจะมีอุดมการณ์สุดโต่ง การไม่ออกความคิดเห็นอะไรเลยคงจะดีที่สุด แต่กลายเป็นว่าคนอิหร่านหลายๆ คน พอรู้ว่าเราเป็นนักศึกษารัฐศาสตร์ ก็เริ่มบทสนทนากับเราด้วยการวิพากษ์วิจารณ์ระบอบการเมืองและสภาพเศรษฐกิจอย่างดุเดือด แสดงว่าคนรุ่นใหม่หลายคนมีแนวคิดหลากหลายต่อกฎเกณฑ์การปกครอง บางคนไม่เคร่งศาสนามาก แต่กลุ่มผู้สูงอายุที่ค่อนข้างเคร่งศาสนาและชาตินิยมสูงก็ยังละหมาดกัน 5 เวลา

อิหร่าน

เราได้พบเจอผู้คนที่มีความเป็นปัจเจก แตกต่างหลากหลาย พวกเขาทั้งหมดล้วนเป็นมิตร ชอบช่วยเหลือ และไม่ได้ต้องการสงครามอย่างที่เราเคยเข้าใจ การได้ใช้ชีวิตในอิหร่านทำให้เราได้เห็นความจริงอีกชุดหนึ่ง ที่แตกต่างจากความจริงในสื่อต่างประเทศ อิหร่านมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นมรดกโลกมากมาย เพราะในอดีตเคยเป็นที่ตั้งของศูนย์กลางจักรวรรดิเปอร์เซีย แหล่งอารยธรรมเก่าแก่โบราณอันรุ่งเรือง เรามีความสุขมากกับการได้เสพศิลปะ สถาปัตยกรรมแบบอิสลาม ได้สังเกตวิถีชีวิตของผู้คนในวัฒนธรรมที่แตกต่าง การเดินทางครั้งนี้ทำให้เรากระตือรือร้นที่ตื่นมาเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในทุกๆ วัน

อิหร่าน อิหร่าน

ต้องขอบคุณสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน รวมทั้งเพื่อนคนไทยและคนอิหร่านที่ใจดีกับเรา ทำให้ 2 เดือนในอิหร่านเป็นช่วงเวลาที่สนุกที่สุดในชีวิตและแสนสั้นจนน่าใจหาย  

แม้เราจะมีชีวิตที่ไม่สะดวกสบาย และอาหารอิหร่านจะรสชาติพิลึกจนเรากินไม่ค่อยได้

แต่รสชาติของความท้าทาย แม่ง โคตรอร่อยเลยว่ะ

อิหร่าน

ถ้าคุณมีประสบการณ์เดินทางแปลกใหม่จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญส่งเรื่องราวของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’

ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะมีสมุดบันทึกปกหนังเทียมเล่มสวยส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

Avatar

ศิชา รุ่งโรจน์ธนกุล

เด็กผู้หญิงที่นิสัยไม่ค่อยเหมือนผู้หญิง ใฝ่ฝันอยากมีชีวิตที่เรียบง่ายแต่ไม่จืดชืด ขอแค่ได้นอนครบ 10 ชั่วโมงทุกวัน ชอบการได้ของขวัญเป็นเพลงใหม่ที่บังเอิญเจอแล้วถูกใจ

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

ติ๊ด ๆๆๆ เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น ปลุกผมให้ลืมตาตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่

“วันนี้ที่ ‘หมู่บ้านชิราคาวาโกะ’ จะมีหิมะตกมามั้ย” ประโยคคำถามเดิม ๆ ที่ผมอยากรู้ตลอดในช่วงหลายวันที่ผ่านมา กับการเดินทางมาท่องเที่ยวยังภูมิภาคชูบุ (Chubu) ประเทศญี่ปุ่น โดยมีความฝันอยากมาชมวิวที่นั่นท่ามกลางหิมะสีขาวให้เต็มสองตาสักครั้งในชีวิต

“หวังว่าวันนี้จะได้ยินข่าวดี” ผมแอบลุ้นในใจ (หลังจากกินแห้วไปแล้ว 2 วันก่อนหน้า) พร้อมกับรีบกดมือถือเข้าไปดูบรรยากาศผ่าน Shirakawa-go Live

ตึกตัก ๆ เสียงหัวใจของผมกำลังเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น เมื่อมองเห็นภาพที่ปรากฏผ่านหน้าจอมือถือสี่เหลี่ยมตรงหน้า กับภาพหิมะสีขาวที่กำลังตกลงมายังหมู่บ้านชิราคาวาโกะอย่างไม่ลืมหูลืมตา ผมยิ้มให้กับภาพตรงหน้าด้วยความดีใจ ก่อนลุกไปทำธุระส่วนตัว ลงไปทานอาหารเช้า พร้อมกับเช็กเอาต์ออกจากที่พัก

“นับว่ายังโชคดีที่พอจะมีแต้มบุญเหลืออยู่บ้าง” ผมกระซิบบอกกับตัวเองในใจ ก่อนรีบเดินต่อไปยังสถานีรถบัส

เริ่มต้นออกเดินทางตามความฝัน

ภาพเบื้องหน้าในตอนนี้เนืองแน่นไปด้วยกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มารอขึ้นรถบัสไปยังจุดมุ่งหมายเดียวกัน ผมรู้ได้เลยว่านักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ ก็คงเฝ้ารอวันนี้เช่นกัน ไม่รอช้า ผมรีบเดินไปต่อท้ายแถว ก่อนหยิบเอาตั๋วใบสี่เหลี่ยมขึ้นมา และตรวจสอบเส้นทางการเดินทางให้แน่ใจอีกครั้ง

ภายหลังที่ยืนรอและมองเห็นคนตรงหน้าค่อย ๆ ทยอยเดินขึ้นรถบัสไปคันแล้วคันเล่า ในที่สุดผมก็ได้ยืนตำแหน่งหัวแถว พร้อมกับรีบยื่น SHORYUDO Bus Pass (ตั๋วแบบเหมาสำหรับท่องเที่ยวด้วยรถบัสแบบไม่จำกัดเที่ยว ในระยะเวลาและเส้นทางที่กำหนด) ที่กำลังจะหมดอายุวันนี้พอดี ให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบ ก่อนจัดเก็บสัมภาระและหาที่นั่ง โดยระยะทางจากเมืองทาคายาม่า (Takayama) ที่ผมอยู่ตอนนี้ไปยังหมู่บ้านชิราคาวาโกะใช้เวลาเดินทาง 50 นาที โดยประมาณ

เดินตามความฝันมาสัมผัสปุยหิมะที่ชิราคาวาโกะ หมู่บ้านมรดกโลกที่งดงามดั่งเทพนิยาย

หมู่บ้านชิราคาวาโกะ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือในจังหวัดกิฟุ (Gifu) ประกอบไปด้วยบ้านเรือนรูปร่างแปลกตาที่มีอายุเก่าแก่กว่า 200 – 300 ปี กระจายไปในแนวเหนือ-ใต้ ตามที่ราบแคบ ๆ ขนานไปกับแม่น้ำโชกาวะ (Shokawa River) โดยมีบ้านลักษณะเฉพาะ เรียกว่า ‘บ้านแบบกัสโชสึคุริ’ (Gassho-Zukuri) ซึ่งเป็นบ้านแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม

ชื่อนี้ได้มาจากคำว่า ‘กัสโช’ ซึ่งแปลว่า พนมมือ ตามรูปแบบของบ้านที่หลังคาชันถึง 60 องศา มีลักษณะคล้ายสองมือที่พนมเข้าหากัน ทั้งนี้ เนื่องจากทำเลที่ตั้งอยู่ในหุบเขาที่มีภูเขาสูงล้อมรอบทุกด้าน ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ชาวบ้านแถบนี้จึงพัฒนาสังคมและวิถีชีวิตแตกต่างไปจากชุมชนอื่นในญี่ปุ่นมาช้านาน โดยในอดีตชุมชนแห่งนี้ยังชีพด้วยการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม

เดินตามความฝันมาสัมผัสปุยหิมะที่ชิราคาวาโกะ หมู่บ้านมรดกโลกที่งดงามดั่งเทพนิยาย

ในปี 1995 หมู่บ้านนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมโดยองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก (UNESCO) ที่นี่จึงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของภูมิภาค บ้านเรือนต่าง ๆ แปรสภาพกลายเป็นร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์ และบ้านพักค้างคืนแบบโฮมสเตย์ เรียกว่า Minshuku เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับประสบการณ์และสัมผัสความเป็นอยู่ของชาวบ้าน

เที่ยวชมรอบหมู่บ้าน

หลังจากตื่นตาตื่นใจไปกับภาพบรรยากาศสวย ๆ ระหว่างทาง ในที่สุดรถบัสก็พาผมมาถึงยังจุดหมาย ซึ่งภายหลังจากนำสัมภาระไปเก็บที่จุดบริการรับฝากสิ่งของแล้ว ก็ถึงเวลาเริ่มเดินทางสำรวจพื้นที่รอบ ๆ หมู่บ้าน

เมื่อได้เดินชมบ้านไม้โบราณที่อยู่ตรงหน้า ความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นคงเป็นความรู้สึกทึ่งในการออกแบบโครงสร้างของตัวบ้านซึ่งงดงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะ ภายใต้หลังคาทรงสูงจากภายนอก เมื่อเข้าไปข้างในจะแบ่งเป็นชั้น ๆ ตั้งแต่ 2 – 4 ชั้น เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอย ส่วนชั้นล่างเป็นที่อยู่อาศัย

ส่วนหลังคา ชาวบ้านใช้วัสดุท้องถิ่นที่หาได้ไม่ยากมาใช้มุงหลังคา ประกอบด้วยเศษไม้ ต้นไผ่ ดินเหนียว และหญ้า โดยอาจมีความหนาถึง 1 เมตร เพื่อรองรับน้ำหนักหิมะและป้องกันไม่ให้น้ำซึมทะลุเข้ามาในบ้าน และเนื่องจากหลังคาพวกนี้ทำมาจากวัสดุธรรมชาติ จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่ในทุก 20 – 30 ปี ซึ่งการมุงหลังคาใหม่จะทำในช่วงฤดูใบไม้ผลิ หลังจากที่หิมะละลายหมดแล้ว โดยอาศัยแรงงานจากชาวบ้านช่วยกัน

เดินตามความฝันมาสัมผัสปุยหิมะที่ชิราคาวาโกะ หมู่บ้านมรดกโลกที่งดงามดั่งเทพนิยาย
หลังคาบ้านที่ทำมาจากวัสดุธรรมชาติ ออกแบบเป็นทรงแหลมสูงลาดลงด้านข้าง เพื่อช่วยให้หิมะและน้ำฝนไหลลงมาตามหลังคา

ท่ามกลางอากาศหนาวและมีหิมะตกลงมาเป็นระยะ ๆ ทางเดินบนถนนในตอนนี้จึงเต็มไปหิมะสีขาวโพลนตลอดเส้นทาง หลังจากที่ผมเดินสัมผัสความนุ่มของเกล็ดหิมะฟู ๆ มาได้สักพัก ก็เดินมาพบกับสถานที่สำคัญของหมู่บ้านอีกแห่งหนึ่ง นั่นคือ ‘ศาลเจ้าชิรากาวะ ฮาจิมัง’ (Shirakawa Hachiman Shrine) ซึ่งเป็นศาลเจ้าชินโต เมื่อได้เข้าไปแล้วก็รู้สึกว่าที่นี่เงียบสงบและร่มรื่นมาก

เดินตามความฝันมาสัมผัสปุยหิมะที่ชิราคาวาโกะ หมู่บ้านมรดกโลกที่งดงามดั่งเทพนิยาย
หิมะสีขาวโพลนที่เต็มไปด้วยรอยเท้าของนักท่องเที่ยว
เดินตามความฝันมาสัมผัสปุยหิมะที่ชิราคาวาโกะ หมู่บ้านมรดกโลกที่งดงามดั่งเทพนิยาย
ศาลเจ้าชิรากาวะ ฮาจิมัง (Shirakawa Hachiman Shrine)

สำหรับไฮไลต์ของสถานที่ท่องเที่ยวในหมู่บ้านนี้ที่ไม่ควรพลาดอีกที่ นั่นคือบ้านโบราณ 3 หลังที่เรียงติดกัน เป็นจุดเช็กอินที่นักท่องเที่ยวพากันมาแวะเวียนไม่ขาดสาย ในช่วงที่ผมเดินไปถึงมีหิมะตกลงมาพอดี จึงได้ภาพบรรยากาศที่งดงามไปอีกแบบ นอกจากนี้ยังมี ‘บ้านโบราณวาดะ’ (Wada House) ซึ่งเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาและเรียนรู้การใช้ชีวิตของคนท้องถิ่นในอดีต

ทั้งนี้ แม้ว่าบ้านหลายหลังในหมู่บ้านชิราคาวาโกะจะเปิดให้เข้าชมเป็นสาธารณะ แต่อีกหลายหลังก็เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล และดำรงวิถีชีวิตเหมือนดั่งในอดีต

บันทึก ชิราคาวาโกะ ประเทศญี่ปุ่น ทริปในฝันที่หมู่บ้านโบราณแห่งภูมิภาคชูบุ เยี่ยมบ้านไม้ทรงกัสโชสึคุริ อันเป็นเอกลักษณ์ในวันที่หิมะโปรยปราย
ภาพบรรยากาศบ้านเรือนในระหว่างเดินชมหมู่บ้านที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ
บันทึก ชิราคาวาโกะ ประเทศญี่ปุ่น ทริปในฝันที่หมู่บ้านโบราณแห่งภูมิภาคชูบุ เยี่ยมบ้านไม้ทรงกัสโชสึคุริ อันเป็นเอกลักษณ์ในวันที่หิมะโปรยปราย
บ้านโบราณ 3 หลัง (Shirakawa-go Three Houses)
บันทึก ชิราคาวาโกะ ประเทศญี่ปุ่น ทริปในฝันที่หมู่บ้านโบราณแห่งภูมิภาคชูบุ เยี่ยมบ้านไม้ทรงกัสโชสึคุริ อันเป็นเอกลักษณ์ในวันที่หิมะโปรยปราย
บ้านโบราณวาดะ (Wada House)

จุดชมวิว

ภายหลังจากดื่มด่ำกับบรรยากาศรอบ ๆ หมู่บ้านจนอิ่มอกอิ่มใจแล้ว ผมเดินต่อไปยังจุดชมวิว ซึ่งต้องเดินขึ้นเนินชัน จึงต้องบังคับให้ตัวเองค่อย ๆ ก้าวเดินช้า ๆ เพื่อทรงตัวไม่ให้ลื่นล้มบนพื้นถนนที่เต็มไปด้วยหิมะ

บันทึก ชิราคาวาโกะ ประเทศญี่ปุ่น ทริปในฝันที่หมู่บ้านโบราณแห่งภูมิภาคชูบุ เยี่ยมบ้านไม้ทรงกัสโชสึคุริ อันเป็นเอกลักษณ์ในวันที่หิมะโปรยปราย
กิ่งไม้และต้นไม้แต่งแต้มไปด้วยหิมะสีขาว

หลังจากใช้เวลาเดินขึ้นเนินมาได้สักพักใหญ่ ในที่สุดผมก็มาถึงจุดชมวิว ซึ่งที่นี่ในแต่ละฤดูจะมีความงดงามแตกต่างกันไป เช่น ช่วงฤดูใบไม้ผลิ จะมองเห็นต้นซากุระสีชมพูบานสะพรั่ง หรือในฤดูใบไม้ร่วง จะมองเห็นใบไม้เปลี่ยนสี ช่วยแต่งแต้มสีสันไปทั่วทั้งภูเขา 

และในช่วงฤดูหนาว จะมีการจัดงานประดับไฟที่หมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirkawa-go Light Up) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของการท่องเที่ยว จัดขึ้นเฉพาะวันอาทิตย์ ช่วงเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์เท่านั้น และต้องจองล่วงหน้าก่อนเข้าชม

สายลมพัดโชยเอาเกล็ดหิมะที่กำลังตกลงมาลอยละล่องในอากาศอีกครั้ง หมู่บ้านชิราคาวาโกะในตอนนี้เต็มไปด้วยหิมะสีขาวโพลน แม้ว่าตัวเลขอุณหภูมิจะลดต่ำลงไปเรื่อย ๆ จนร่างกายสัมผัสได้ถึงความเหน็บหนาว แต่ภายในใจของผมตอนนี้กลับอบอุ่น เมื่อได้ใช้เวลาดื่มด่ำไปกับภาพตรงหน้าที่กว้างไกลสุดสายตา ก่อนที่ผมจะเผลอยิ้มออกมาด้วยความสุขใจ

บันทึก ชิราคาวาโกะ ประเทศญี่ปุ่น ทริปในฝันที่หมู่บ้านโบราณแห่งภูมิภาคชูบุ เยี่ยมบ้านไม้ทรงกัสโชสึคุริ อันเป็นเอกลักษณ์ในวันที่หิมะโปรยปราย
บันทึก ชิราคาวาโกะ ประเทศญี่ปุ่น ทริปในฝันที่หมู่บ้านโบราณแห่งภูมิภาคชูบุ เยี่ยมบ้านไม้ทรงกัสโชสึคุริ อันเป็นเอกลักษณ์ในวันที่หิมะโปรยปราย
ภาพแห่งความทรงจำ
ข้อมูลอ้างอิง
  • องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น 
  • Shirakawa village office
  • Gifu Prefecture Tourism Federation 
  • สถาบันวัฒนธรรมศึกษา กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม

Write on The Cloud

Trevlogue

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะส่งสมุดลิมิเต็ดอิดิชัน จาก ZEQUENZ แบรนด์สมุดสัญชาติไทย ทำมือ 100 % เปิดได้ 360 องศา ให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

ธนวันต์ วนาภรณ์

ธนวันต์ วนาภรณ์

เภสัชกรที่ชอบความเป็นธรรมชาติ ชอบเวลาได้เดินทาง เพราะจะได้เรียนรู้โลกกว้าง และชอบการเป็นครูอาสา จึงทำเพจของตัวเองที่มีชื่อว่า ครูอาสานอกห้องเรียน (The Journey Memory)

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load