28 กันยายน 2561
8 K

เราเป็นนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ เรียนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หรือที่คนจะชอบเรียกกันว่า IR (International Relations) ในช่วงท้ายๆ ของการเรียนปีที่ 3 หลายๆ คนมักจะเริ่มวางแผนการฝึกงานภาคฤดูร้อน เรามองว่าการฝึกงานเป็นสิ่งสำคัญ เป็นโอกาสที่จะได้รู้จักตัวเองไปอีกขั้นหนึ่ง ด้วยเหตุผลหลายประการ และความกรุณาของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน เราจึงได้เดินทางไปฝึกงานที่ประเทศอิหร่าน

“คิดยังไงถึงไปอิหร่านวะ”

“พี่จะโทรมาคอนเฟิร์ม น้องไปฝึกงานที่ประเทศอิหร่าน ถูกไหมคะ”

อิหร่าน

การได้ยินประโยคเหล่านี้อยู่เสมอ ตอกย้ำความจริงที่ว่าคนทั่วไปไม่รู้จักประเทศอิหร่านมากนัก หรือหากรู้จักก็คงมีภาพจำในเชิงลบที่เกี่ยวกับสงคราม ความรุนแรง และผู้คนเคร่งศาสนา เราก็เป็นหนึ่งในคนทั่วไปที่เสพสื่อต่างประเทศ มีภาพจำที่ไม่ดี กล้าๆ กลัวๆ อยู่เหมือนกัน แต่ที่แน่ๆ คือเราเชื่อว่าภาพจำเหล่านั้นไม่ได้เป็นความจริงไปเสียทั้งหมด ด้วยเหตุนี้เราจึงไม่อยากด่วนตัดสินไปก่อน และต้องการออกไปพบเจอความจริงด้านอื่นๆ ที่ไม่ได้ถูกนำเสนอผ่านสื่อเหล่านั้นด้วยตนเอง

จากคนติดบ้าน ไม่ชอบพูด ปรับตัวไม่เก่ง และไม่เคยใช้ชีวิตในต่างประเทศนานๆ การต้องใช้ชีวิตในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอิหร่าน เป็นเวลา 2 เดือน คือช่วงเวลาที่ท้าทายที่สุดในชีวิต การฝึกงานที่สถานเอกอัครราชทูตฯ เราแทบไม่พบเจอความลำบากและความกังวลใจ จัดเป็นความท้าทายประเภทที่หากเราเตรียมตัวมาดีก็สามารถจัดการได้ไม่ยากนัก ชีวิตนอกสำนักงานภายใต้ข้อจำกัดต่างๆ ของประเทศอิหร่านนี่แหละของจริง

อิหร่าน อิหร่าน

มลภาวะบนท้องถนน การจราจรติดขัด และความร้อนจากการต้องแต่งตัวมิดชิดหัวจรดเท้า เป็นความประทับใจแรกที่เตหะรานมอบให้ มื้อกลางวันมื้อแรกคือเคบับไก่ที่ทั้งแห้งและเค็ม เท่านั้นยังไม่พอ ตอนเย็นหลังเลิกงาน เราต้องทนเบียดกับมวลมหาประชาแขกบนรถไฟฟ้าใต้ดินที่มีสภาพเก่า นึกในใจ นี่แค่วันแรก ชีวิตต้องเหนื่อยขนาดนี้เลยเหรอ อยู่กรุงเทพฯ ก็ดีอยู่แล้ว จะพาตัวเองมาลำบากทำไม

อิหร่าน

แต่ถ้าไม่ได้มาสัมผัสด้วยตนเอง เราจะไม่มีทางรู้เลยว่า คนอิหร่านเป็นมิตร ชอบช่วยเหลือ ยิ่งเห็นว่าเราเป็นต่างชาติก็ยิ่งตื่นเต้น โดยเฉพาะเด็กๆ ที่เข้ามาขอถ่ายรูปตลอด ตั้งแต่ซอยหลังบ้านจนถึงย่านท่องเที่ยว ปกติเราขี้อาย ไม่ชอบการเป็นจุดสนใจ ช่วงแรกเรารู้สึกไม่ปลอดภัยเลยเวลาถูกจ้องมอง จนต้องใส่แว่นกันแดดเพื่อปิดบังใบหน้า ผลก็คือไม่ได้ช่วยอะไรเลย คนมองเยอะกว่าเดิมอีก หลังๆ ก็เริ่มชินและปรับตัวได้ ใครมองมาก็มองกลับ ยิ้มให้เขาไปเลย ก็กลายเป็นเรื่องราวดีๆ ไป

อิหร่าน

เด็กผู้ชายคนหนึ่งเห็นเราเดินอยู่ในซอย น้องรีบวิ่งเข้าร้านโชห่วยที่อยู่ใกล้ๆ ซื้อน้ำมาให้เราแล้วปั่นจักรยานตาม เพราะความอยากคุยด้วยทั้งๆ ที่น้องพูดอังกฤษแทบไม่ได้เลย น้องก็พูดภาษาฟาร์ซี (Farsi) ใช้ภาษามือบอกว่าตัวเองอายุกี่ขวบ เป็นโมเมนต์ที่น่ารัก เราได้รู้ว่าบางทีการเป็นจุดสนใจของคนอื่นก็มีความสุขไปอีกแบบ

อิหร่าน อิหร่าน อิหร่าน

ความท้าทายที่เราพบเจอ

ภาษา

คนที่ส่วนมากพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ มีวันหนึ่งเรามีนัด ต้องรีบไปที่แห่งหนึ่งให้ทันเวลา ก็โบกแท็กซี่สีเหลืองที่ใกล้ที่สุด ตกลงราคากันเสร็จสรรพคุณลุงคนขับเซย์เยส แต่พอขึ้นรถไปแล้วลุงเกิดอยากคิดอีกราคาหนึ่งที่แพงกว่า เราไม่มีทางเลือกเลยต้องยอม ยิ่งไปกว่านั้นคือรถติดมาก ลุงก็พูดภาษาอังกฤษไม่ได้และยังไม่รู้ทางอีก เพื่อนเราก็พยายามบอกทางลุงเป็นภาษาอังกฤษแบบช้าๆ และส่งโทรศัพท์ให้ลุงดูแผนที่ ลุงไม่เข้าใจ เลยยื่นโทรศัพท์ของเพื่อนเราไปให้รถคันข้างๆ ช่วยดู ตอนนั้นเรานึกในใจ “เฮ้ย แบบนี้ก็ได้เหรอวะ”

ตอนนั้นเครียดมาก โลกหมั่นไส้อะไรเรา รีบก็รีบ รถก็ติด ยังต้องมาเจออะไรแบบนี้เหรอ อยากขำแต่ก็ขำไม่ออก แต่พอผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ก็กลายอีกเป็นเรื่องที่คิดถึงกี่ทีก็ตลก

อิหร่าน อิหร่าน

โทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ต

ในเดือนแรกเราสามารถใช้ซิมการ์ดอิหร่านกับมือถือได้ตามปกติ แต่พอเข้าเดือนที่ 2 จากมือถือก็แปรสภาพมาเป็นที่ทับกระดาษ โทรศัพท์เราถูกระงับสัญญาณ เพราะนโยบายของรัฐบาลอิหร่าน ว่าด้วยหากมีความประสงค์จะใช้โทรศัพท์ที่ไม่ได้ซื้อในประเทศอิหร่านมากกว่า 1 เดือนจะต้องทำการลงทะเบียนโทรศัพท์และเสียภาษีให้กับรัฐบาลอย่างถูกต้อง มาตรการนี้มีขึ้นเพื่อป้องกันการนำเข้าโทรศัพท์แบบผิดกฎหมาย ซึ่งถึงแม้ว่าเราจะมีซิมการ์ดอิหร่านที่เติมเงินแล้วก็ไม่สามารถใช้โทรศัพท์ได้อยู่ดี เพราะปัญหาอยู่ที่เครื่องนั่นเอง นอกจากนี้อินเทอร์เน็ตก็ช้าและไม่ค่อยเสถียร ทำให้ติดต่อโลกภายนอกได้ลำบาก

 

การเดินทางคือการเรียนรู้

“ไม่ควรพูดคุยเรื่องการเมืองกับคนอิหร่าน”

ความที่เคยอ่านเจอประโยคนี้ในรีวิวท่องเที่ยว ทำให้เราคาดเดาว่าคนที่นี่คงจะมีอุดมการณ์สุดโต่ง การไม่ออกความคิดเห็นอะไรเลยคงจะดีที่สุด แต่กลายเป็นว่าคนอิหร่านหลายๆ คน พอรู้ว่าเราเป็นนักศึกษารัฐศาสตร์ ก็เริ่มบทสนทนากับเราด้วยการวิพากษ์วิจารณ์ระบอบการเมืองและสภาพเศรษฐกิจอย่างดุเดือด แสดงว่าคนรุ่นใหม่หลายคนมีแนวคิดหลากหลายต่อกฎเกณฑ์การปกครอง บางคนไม่เคร่งศาสนามาก แต่กลุ่มผู้สูงอายุที่ค่อนข้างเคร่งศาสนาและชาตินิยมสูงก็ยังละหมาดกัน 5 เวลา

อิหร่าน

เราได้พบเจอผู้คนที่มีความเป็นปัจเจก แตกต่างหลากหลาย พวกเขาทั้งหมดล้วนเป็นมิตร ชอบช่วยเหลือ และไม่ได้ต้องการสงครามอย่างที่เราเคยเข้าใจ การได้ใช้ชีวิตในอิหร่านทำให้เราได้เห็นความจริงอีกชุดหนึ่ง ที่แตกต่างจากความจริงในสื่อต่างประเทศ อิหร่านมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นมรดกโลกมากมาย เพราะในอดีตเคยเป็นที่ตั้งของศูนย์กลางจักรวรรดิเปอร์เซีย แหล่งอารยธรรมเก่าแก่โบราณอันรุ่งเรือง เรามีความสุขมากกับการได้เสพศิลปะ สถาปัตยกรรมแบบอิสลาม ได้สังเกตวิถีชีวิตของผู้คนในวัฒนธรรมที่แตกต่าง การเดินทางครั้งนี้ทำให้เรากระตือรือร้นที่ตื่นมาเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในทุกๆ วัน

อิหร่าน อิหร่าน

ต้องขอบคุณสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน รวมทั้งเพื่อนคนไทยและคนอิหร่านที่ใจดีกับเรา ทำให้ 2 เดือนในอิหร่านเป็นช่วงเวลาที่สนุกที่สุดในชีวิตและแสนสั้นจนน่าใจหาย  

แม้เราจะมีชีวิตที่ไม่สะดวกสบาย และอาหารอิหร่านจะรสชาติพิลึกจนเรากินไม่ค่อยได้

แต่รสชาติของความท้าทาย แม่ง โคตรอร่อยเลยว่ะ

อิหร่าน

ถ้าคุณมีประสบการณ์เดินทางแปลกใหม่จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญส่งเรื่องราวของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’

ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะมีสมุดบันทึกปกหนังเทียมเล่มสวยส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

ศิชา รุ่งโรจน์ธนกุล

เด็กผู้หญิงที่นิสัยไม่ค่อยเหมือนผู้หญิง ใฝ่ฝันอยากมีชีวิตที่เรียบง่ายแต่ไม่จืดชืด ขอแค่ได้นอนครบ 10 ชั่วโมงทุกวัน ชอบการได้ของขวัญเป็นเพลงใหม่ที่บังเอิญเจอแล้วถูกใจ

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

18 กันยายน 2564
604

“They don’t speak, but they tell you everything about life. They are the 7,000 incredibly lifelike specimens in the Grande Galerie de l’Évolution. A mythical place renovated in 1994, where modernity stands alongside history and science to tell us the great adventure of biodiversity.” 

นี่คือคำโปรยบนหน้าเว็บไซต์จองตั๋วเข้าชม ‘แกลเลอรี่วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต’ (Grande Galerie de l’Évolution) ภายใต้การดูแลของพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งฝรั่งเศส (Muséum National d’Histoire Naturelle) ที่น่าจะสะกิดคนที่มีความสนใจเรื่องวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต และคนที่ชื่นชอบการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ ให้เกิดความรู้สึกอยากทำความรู้จักและเดินเข้าไปสำรวจในแกลเลอรี่นี้มากยิ่งขึ้น

ทริปปารีสสานฝัน เที่ยวแกลเลอรี่วิวัฒนาการสิ่งมีชีวิต สมจริงทั้งแสง สี เสียง สัตว์
ระเบียงชั้นบนของแกลเลอรี่ มองเห็นส่วนจัดแสดงบริเวณโถงกลางของอาคารอย่างชัดเจน

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 9 ปีที่แล้ว ผมบังเอิญเห็นภาพส่วนจัดแสดงของแกลเลอรี่แห่งนี้จากนิตยสารไทยฉบับหนึ่ง ตอนแรกผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสถานที่ในภาพตั้งอยู่ ณ จุดไหนของกรุงปารีส และด้วยความอยากรู้จึงค้นหาเพิ่มเติมจาก Google จนรู้ว่าภาพที่เห็นเป็นส่วนจัดแสดงหนึ่งในแกลเลอรี่วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต นับตั้งแต่นั้นมา ผมหมายมั่นตั้งใจว่า หากมีโอกาสไปเที่ยวประเทศฝรั่งเศสเมื่อไหร่ จะต้องหาเวลาไปเยี่ยมชมแกลเลอรี่แห่งนี้ให้ได้ เวลาผ่านไปประมาณ 6 ปี ผมก็มีโอกาสไปเยือนกรุงปารีสเป็นครั้งแรกใน พ.ศ. 2561 แน่นอนว่าหนึ่งในจุดมุ่งหมายการเที่ยวครั้งนั้น ก็คือแกลเลอรี่แห่งนี้นั่นเอง

จำได้ว่าวันที่ผมไปเยี่ยมชมแกลเลอรี่วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตเป็นวันที่ท้องฟ้าสดใส ไร้เมฆฝนมากวนใจ (หลังจากที่แอบภาวนาในใจทั้งคืน ขอให้ฝนไม่ตก) ผมกับพี่สาวนั่งรถไฟใต้ดินไปยังสถานี Censier-Daubenton ซึ่งเป็นสถานีรถไฟใต้ดินที่ใกล้กับแกลเลอรี่แห่งนี้ที่สุด หลังออกจากสถานีเดินต่ออีกประมาณไม่เกิน 10 นาทีก็ถึงที่หมาย

แกลเลอรี่วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต เป็นหนึ่งในอาคารจัดแสดงนิทรรศการที่ถือว่าน่าสนใจมากแห่งหนึ่ง ภายใต้การดูแลของพิพิธภัณท์ประวัติศาสตร์แห่งฝรั่งเศส แกลเลอรี่นี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ของสวนพฤกษศาสตร์แห่งปารีส (Jardin des Plantes de Paris) ตัวอาคารมีลักษณะโครงสร้างเป็นโถงกว้าง มีส่วนจัดแสดงที่เปิดให้เข้าชมด้วยกันทั้งหมด 4 ชั้น 

จุดเด่นของอาคารนี้คือเพดานกระจก (Glass Ceiling) สไตล์ศตวรรษที่ 19 ในแต่ละชั้นจะมีระเบียงทางเดินที่จัดแสดงเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตอย่างน่าสนใจ และจากระเบียงนี้ เรายังมองเห็นส่วนจัดแสดงในบริเวณโถงกลางของอาคารอย่างชัดเจน และยังมีอีกหลายห้องที่น่าสนใจ เช่น ห้องจัดแสดงสัตว์สตัฟฟ์ ห้องจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับนกโดโด้ 

ทริปปารีสสานฝัน เที่ยวแกลเลอรี่วิวัฒนาการสิ่งมีชีวิต สมจริงทั้งแสง สี เสียง สัตว์
หุ่นจำลองนกโดโด้

ภาพในนิตยสารที่จุดประกายให้ผมอยากเข้ามาเยี่ยมชมแกลเลอรี่แห่งนี้ ก็คือภาพขบวนสัตว์จำลองที่มีชื่อเรียกว่า ‘La caravane des animaux de la savane africaine’ (The Caravan of animals from the African savanna) ประกอบไปด้วยรูปจำลองของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและสัตว์นักล่าชนิดต่างๆ ในทวีปแอฟริกา จัดแสดงอยู่บนพื้นไม้ปาร์เกต์ เช่น ช้างแอฟริกา ยีราฟ สิงโต วิลเดอบีสต์ ม้าลาย ไฮยีน่า เม่น และเสือชีตาห์ โดยสัตว์แต่ละตัวมีลักษณะและท่าทางแตกต่างกันไปตามธรรมชาติ ส่วนตัวแล้วผมประทับใจกับส่วนจัดแสดงนี้มากที่สุด เนื่องจากเป็นส่วนจัดแสดงที่จัดวางได้อย่างลงตัว น่าสนใจ และยังอยู่ในบริเวณที่โดดเด่นมากๆ อย่างโถงกลางของอาคาร ประกอบกับการที่บรรดารูปจำลองของสัตว์เหล่านี้มีความเหมือนจริงมาก ชนิดที่ว่าเหมือนได้ยืนกระทบไหล่ หายใจรดต้นคอกับฝูงสัตว์เหล่านี้ในทุ่งหญ้าสะวันนา ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วกำลังยืนอยู่ในแกลเลอรี่กลางกรุงปารีส แค่ไปยืนใกล้ๆ แล้วลองจินตนาการว่าถ้าจู่ๆ พวกมันเกิดมีชีวิตขึ้นมาก็รู้สึกบันเทิงแล้ว

หมายเหตุ : เหตุผลที่ผมเรียกสิ่งจัดแสดงชุดนี้ว่า ‘รูปจำลอง’ แทนที่จะใช้คำว่า รูปปั้นหรือสัตว์สตัฟฟ์ เพราะว่าผมยังไม่มีข้อมูลว่าทางแกลเลอรี่ใช้กรรมวิธีอะไรในการสร้างรูปจำลองของสัตว์เหล่านี้ ให้ดูค่อนข้างสมจริงและได้สัดส่วนที่เหมาะสม จะให้พูดไปเลยว่าเป็นรูปปูนปั้นก็ไม่น่าจะใช่ หรือจะฟันธงว่าเป็นสัตว์สตัฟฟ์ทั้งหมดก็ยังไม่ใช่อีกเหมือนกัน

ทริปปารีสสานฝัน เที่ยวแกลเลอรี่วิวัฒนาการสิ่งมีชีวิต สมจริงทั้งแสง สี เสียง สัตว์
ขบวนสัตว์จำลอง La caravane des animaux de la savane africaine
ทริปปารีสสานฝัน เที่ยวแกลเลอรี่วิวัฒนาการสิ่งมีชีวิต สมจริงทั้งแสง สี เสียง สัตว์

ระหว่างที่ผมและพี่สาวเดินสำรวจภายในแกลเลอรี่ เข้าห้องนั้นออกห้องนี้ เราสองคนก็เจอกับ ‘ห้องจัดแสดงสัตว์สตัฟฟ์’ ในตอนแรกเข้าใจว่าเป็นห้องทำงานของเจ้าหน้าที่แกลเลอรี่ เพราะห้องนี้ไม่ได้เปิดประตูเรียกแขกเหมือนห้องอื่นๆ แต่เปิดแง้มๆ ไว้เท่านั้น ด้วยความอยากรู้อยากเห็นเลยมองลอดเข้าไป จึงรู้ว่าเป็นห้องแสดงสัตว์สตัฟฟ์ (เกือบพลาดไปแล้วเรา) ห้องนี้ตั้งอยู่บริเวณปีกด้านหนึ่งของตัวอาคาร (จำไม่ได้ว่าอยู่ที่ชั้น 2 หรือชั้น 3) ภายในจัดแสดงสัตว์สตัฟฟ์หลายสิบชนิดที่ยืนนิ่งๆ ในตู้กระจก ค่อนข้างมิดชิดแน่นหนา ไฟสลัวๆ พร้อมกับสัตว์สตัฟฟ์ที่มองจ้องกลับมาก็แอบทำให้รู้สึกหวิวๆ เหมือนกัน 

ทริปปารีสสานฝัน เที่ยวแกลเลอรี่วิวัฒนาการสิ่งมีชีวิต สมจริงทั้งแสง สี เสียง สัตว์
ภายในห้องจัดแสดงสัตว์สตัฟฟ์

ในขณะที่เดินชมไปเรื่อยๆ ผมพบกับ ‘สมันสตัฟฟ์’ ตอนนั้นผมเองก็ไม่ได้รู้ถึงความสำคัญและที่มาที่ไปของเจ้าสมันตัวนี้มาก่อน เห็นแค่ว่าเป็นกวางตัวหนึ่งที่ดูแปลกตา และถูกจัดวางให้อยู่ในส่วนที่โดดเด่นของห้อง ก็เลยถ่ายรูปเก็บเอาไว้ และมารู้ภายหลัง (อีกแล้ว) ว่า เจ้าสัตว์สตัฟฟ์ตัวนั้นคือสมัน ไม่ใช่กวางทั่วไป และที่สำคัญ ยังเป็นสมันเพียงตัวเดียวในโลกที่ได้รับการสตัฟฟ์ไว้ทั้งตัวอย่างสมบูรณ์ก่อนที่พวกมันจะสูญพันธุ์ไป และไม่มีใครที่เคยได้เห็นพวกมันตัวเป็นๆ อีกเลย 

พอมานึกย้อนกลับไป ก็แอบเสียดายเหมือนกันที่ไม่ได้ตั้งใจดูมันอย่างละเอียดเท่าที่ควร 

หมายเหตุ : สมันเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจำพวกกีบคู่ชนิดหนึ่ง ลักษณะคล้ายกวาง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Rucervus schomburgki มีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษว่า Schomburgk’s Deer ซึ่งตั้งขึ้นตามชื่อของ เซอร์โรเบิร์ต โชมเบิร์ก (Sir Robert Schomburgk) กงสุลแห่งราชสำนักอังกฤษประจำสยาม ในรัชสมัยของสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย เนื่องจากเขาเป็นบุคคลแรกที่ทำให้นักวิชาการตะวันตกในสมัยนั้นได้รู้จักและรับรู้ถึงการมีอยู่ของสมัน 

ทริปปารีสสานฝัน เที่ยวแกลเลอรี่วิวัฒนาการสิ่งมีชีวิต สมจริงทั้งแสง สี เสียง สัตว์
สมันสตัฟฟ์

นอกจากส่วนจัดแสดงเกี่ยวกับสัตว์บกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในชั้นบนแล้ว บริเวณชั้นล่างสุดของอาคารก็มีส่วนจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับวิวัฒนาการของสัตว์น้ำและสิ่งมีชีวิตในมหาสมุทร จุดที่น่าสนใจของโซนข้างล่างคือ โครงกระดูกวาฬ รูปจำลองสิ่งมีชีวิตในมหาสมุทร เช่น ฉลาม ปลาทูน่า วาฬนาร์วาล ปูและหอยชนิดต่างๆ รวมไปถึงสัตว์น้ำชนิดอื่นๆ อีกมากมาย 

อ้อ ความพิเศษอีกอย่างหนึ่งของแกลเลอรี่แห่งนี้ก็คือ การใช้แสง สี เสียง ในการสร้างบรรยายกาศให้ผู้เข้าชมรู้สึกเหมือนอยู่ในธรรมชาติ ระหว่างเดินๆ อยู่อาจจะได้ยินเสียงที่เหมือนกำลังเดินอยู่ในป่า ต่อมาอีก 5 นาทีเราอาจจะได้ยินเสียงฝนตก ฟ้าร้อง และฟ้าผ่า ที่เปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน ไปพร้อมๆ กับแสงและสีของหน้าต่างแปรผันไปตามเสียงที่เราได้ยิน

ทริปปารีสสานฝัน เที่ยวแกลเลอรี่วิวัฒนาการสิ่งมีชีวิต สมจริงทั้งแสง สี เสียง สัตว์
การเล่นแสงและสีของหน้าต่างแกลเลอรี่ 

ตลอดระยะเวลา 2 ชั่วโมงกว่าๆ ในแกลเลอรี่แห่งนี้ผ่านไปรวดเร็วมาก รู้ตัวอีกทีก็จวนจะถึงเวลาปิดให้เยี่ยมชมแล้ว ผมเดินกลับมาออกด้วยความประทับใจและดีใจ เพราะได้ทำความฝันเล็กๆ ที่เก็บมาตลอดหลายปีให้เป็นความจริง และในตอนนี้ ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านมาเกือบ 3 ปีแล้ว แต่ผมยังจำอารมณ์และความรู้สึกที่เกิดขึ้นขณะที่เดินชมภายในแกลเลอรี่แห่งนี้ได้เป็นอย่างดี 

ถ้าหากประเทศไทยมีแกลเลอรี่หรือพิพิธภัณฑ์ที่มีการนำเสนอได้สวยงาม สนุก และน่าสนใจในลักษณะนี้บ้าง ก็คงจะเป็นสถานที่ที่สร้างแรงบันดาลใจ ความเพลิดเพลิน และความกระหายใคร่รู้ให้กับผู้คน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนได้ไม่น้อย 

สองพี่น้องนั่งรถไฟใต้ดินไปเดินชม Grande Galerie de l’Évolution แกลเลอรี่ในสวนพฤกษศาสตร์แห่งปารีส

ข้อมูลอ้างอิง 

 www.jardindesplantesdeparis.fr

Francis H. Giles (1937) The Riddle of Cervus Schomburgki. The Journal of Siam Society, Natural History Supplement. Vol. XI., No.1.

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีหมวกรุ่นพิเศษจาก Painkiller Atelier X The Cloud ส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

ดิศรณ์ ง้วนพันธ์

ข้าราชการตัวเล็กๆ สังกัดกระทรวงการค้าริมแม่น้ำเจ้าพระยา ชอบเที่ยวพิพิธภัณฑ์ รักการถ่ายภาพและชอบวาดรูป

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load