28 มิถุนายน 2561
1 K

ใครหลายคนเริ่มวิ่งด้วยเหตุผลและความรู้สึกที่อยากก้าวข้าม บางครั้งเพราะอยากออกห่างจากความไม่สบายใจ ออกไปสู่จุดที่ทำให้เราสบาย หรือหายจากความหนักหน่วงนั้น

ผมก็เช่นกัน

จากการเริ่มวิ่ง 5 ปีที่ผ่านมา มีโอกาสได้วิ่งมาราธอนไป 4 ครั้ง ทุกครั้งที่วิ่ง เราพบความสุขในนั้น เช่นเดียวกันกับในครั้งที่ 5 ที่จุดหมายคือ โคเปนเฮเกน

การวิ่งมาราธอนที่เมืองโคเปนเฮเกนของประเทศที่เรามักได้ยินคำว่า ‘ความสุข’ อยู่บ่อยครั้ง หรือคำว่า ฮุกกะ ‘Hygge’ ปรัชญาความสุขในการดำเนินชีวิตของชาวเดนมาร์กซึ่งเป็นที่จดจำ

มาราธอนรายการนี้ไม่มี Ballot สามารถสมัครได้เลยถ้าจำนวนคนแข่งไม่เต็มเสียก่อน แถมผลการแข่งขันก็ยังเอาไปยื่น Boston Marathon ได้อีกด้วย (สำหรับคนที่สนใจ)

งานวิ่งมาราธอนที่เอาจริงเอาจังมากในเมืองที่ชีวิต Hygge มาก งานวิ่งมาราธอนที่เอาจริงเอาจังมากในเมืองที่ชีวิต Hygge มาก งานวิ่งมาราธอนที่เอาจริงเอาจังมากในเมืองที่ชีวิต Hygge มาก

Copenhagen Marathon จัดขึ้นทุกเดือนพฤษภาคม ในช่วงเดือนนี้ที่นี่จะเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน นั่นทำให้คนในเมืองต่างออกจากบ้านมาสูดอากาศ รับแสงอาทิตย์ ตามสถานที่ต่างๆ ทั้งร้านกาแฟ สวนสาธารณะ หรือร้านเบียร์ ทำให้มีกิจกรรมต่างๆ เกิดขึ้นอย่างคับคั่งในช่วงนี้ เพราะเป็นช่วงกอบโกยความสุขจากแสงอาทิตย์ และแน่นอนว่าอากาศแบบนี้เหมาะมากๆ สำหรับการวิ่ง

ผมมาพักที่นี่ก่อนการแข่งขันประมาณ 10 วัน ทำให้มีโอกาสได้วิ่งในตอนเช้าอยู่เรื่อยๆ สถานที่ในการวิ่งคือ บริเวณที่พักที่ชาวเมืองเรียกกันว่า The Lakes

The Lakes เป็นทะเลสาบที่ทอดยาวต่อกันโดยมีถนนและสะพานคั่น และมีอุโมงค์ลอดสำหรับทางวิ่งและทางจักรยาน ในกรณีที่เราไม่อยากไปเสียจังหวะหยุดรอไฟจราจรบนถนนปกติ ถ้าวิ่งครบรอบจะได้ระยะประมาณ 6.5 กิโลเมตร

งานวิ่งมาราธอนที่เอาจริงเอาจังมากในเมืองที่ชีวิต Hygge มาก

งานวิ่งมาราธอนที่เอาจริงเอาจังมากในเมืองที่ชีวิต Hygge มาก งานวิ่งมาราธอนที่เอาจริงเอาจังมากในเมืองที่ชีวิต Hygge มาก

รอบๆ ทางวิ่งมีทางจักรยานซึ่งถูกแบ่งไว้ด้วยเส้นถนน แต่พื้นที่ที่ถูกแบ่งไว้นั้นใหญ่พอที่จะทำให้คนเดิน วิ่ง และปั่นจักรยาน ผ่านไปมาได้สะดวก รอบๆ มีทิวทัศน์ คือต้นไม้ และทะเลสาบที่คั่นด้วยตึกอาคารของเมือง ทุกเช้าคนจะออกมาวิ่ง ถึงแม้จะไม่หนาแน่นมาก แต่ทุกคนก็มาวิ่งกันอย่างเอาจริงเอาจัง และการไปโคเปนเฮเกนครั้งนี้ทำให้พบว่า คนที่นี่วิ่งกันตามท้องถนนในทุกช่วงเวลา

City Run ของคนที่นี่เกิดขึ้นได้ทุกเวลาตามใจอยาก ด้วยทางเท้าอันกว้างขวางและระบบจราจรที่ถูกวางไว้อย่างเป็นระบบ พร้อมกับช่วงนี้ที่อากาศดี คนชอบวิ่งคงจะอดใจไม่ไหว ต้องผูกเชือกแล้วออกลุย

งานวิ่งมาราธอนที่เอาจริงเอาจังมากในเมืองที่ชีวิต Hygge มาก

งานวิ่งมาราธอนที่เอาจริงเอาจังมากในเมืองที่ชีวิต Hygge มาก

เมื่อได้มีโอกาสลองวิ่ง ปรับตัวให้เข้ากับสถานที่และอากาศมาได้สักพัก พอถึงวันแข่ง ทำให้รู้สึกคุ้นเคยขึ้นพอสมควร วันนี้อุณหภูมิประมาณ 23 องศาฯ แดดอ่อนกำลังดี ลมไม่แรงมาก แต่ถือเป็นวันที่ร้อนที่สุดตั้งแต่มาที่นี่ ซึ่งนั่นเป็นโชคดีที่ทำให้มีความอุ่นใจขึ้นในการวิ่ง

ที่นี่ปล่อยตัววิ่งกันในช่วงเช้าคือ 09.30 น. เนื่องด้วยอากาศไม่ร้อนจัดตลอดวัน นั่นทำให้เราไม่ต้องอดหลับอดนอนเหมือนงานวิ่งทุกครั้งที่คุ้นเคย ถนนที่ใช้เป็นเส้นทางแข่งขันถูกปิด 100 เปอร์เซ็นต์ ชาวเมืองที่อาศัยตามช่วงถนนที่เป็นเส้นทางวิ่ง ต่างออกมาให้กำลังใจนักวิ่งตลอดเส้นทาง

งานวิ่งมาราธอนที่เอาจริงเอาจังมากในเมืองที่ชีวิต Hygge มาก

เหมือนทุกอย่างในบริเวณนั้นหยุดนิ่ง และทุกคนก็ออกจากบ้านเพื่อมาดูการวิ่งมาราธอนโดยเฉพาะ

เริ่มจากจุดออกตรงตัว Islands Brygge ท่าเลียบแม่น้ำที่ช่วงนี้คนมักจะออกมาอาบแดดและว่ายน้ำกันอย่างคึกคัก ตามเส้นทางจะผ่านเขตต่างๆ ในเมืองที่เป็นจุดน่าสนใจ ทั้ง Nyhavn, Norrebro, Osterbro, Vesterbro และ Frederiksberg

ที่นี่มี Pacer ให้สำหรับผู้แข่งขันแบ่งตามระยะเวลา ใครอยากได้เวลาช่วงไหนก็ลองเกาะกลุ่มไปกับ Pacer ได้

ณ จุดสตาร์ทคนมายืนรอตามบล็อกต่างๆ อย่างหนาแน่น เมื่อมีสัญญาณปล่อยตัว ทุกคนก็สาวเท้าเดินกันอย่างรีบเร่งเพื่อหาพื้นที่ให้ตัวเองได้เริ่มวิ่งได้เร็วที่สุด

งานวิ่งมาราธอนที่เอาจริงเอาจังมากในเมืองที่ชีวิต Hygge มาก

ผ่านไป 5 กิโลฯ คนยังเกาะกลุ่มแน่น

ผ่านไป 10 กิโลฯ คนยังเกาะกลุ่มแน่น

ผ่านไป 21 กิโลฯ คนยังเกาะกลุ่มแน่น

ผ่านไป 30 กิโลฯ คนก็ยังเกาะกลุ่มแน่น

คนที่มาวิ่งมาราธอนที่นี่ต่างตั้งหน้าตั้งตาวิ่งกันอย่างตั้งใจ เอาจริงเอาจัง ในจุดเข้าโค้งตามถนนใหญ่มีคนมาคอยส่งเสียงเชียร์ ทำให้รู้สึกได้ถึงมวลพลังของความเป็นกลุ่มก้อนที่มาจากทั้งคนวิ่งและคนเชียร์ นี่คงเป็นมนตร์เสน่ห์ของการวิ่งมาราธอนไม่ว่าจะในเมืองไหน ทุกที่ล้วนมีบรรยากาศของที่นั้นๆ และที่นี่คือที่ที่ทำให้ผมได้สัมผัสและเข้าใจกับคำว่า Hyggelig (Cosy Day) วันสบายใจ แต่หนักหน่วงร่างกายนิดหน่อย

งานวิ่งมาราธอนที่เอาจริงเอาจังมากในเมืองที่ชีวิต Hygge มาก

Hygge คงเป็นอะไรทำนองนี้ อยากออกมาวิ่งก็วิ่ง อยากออกมาเชียร์ก็เชียร์ ชวนเพื่อน ชวนคนรอบตัว ชวนคนในครอบครัว มาร่วมกันทำกิจกรรมเพื่อหาความสุขใส่ตัวให้ใจสบาย ให้กับปัจจุบันที่ดำเนินอยู่อย่างมีค่า

ก่อนเข้าเส้นชัยประมาณ 1 กิโลฯ ครึ่งจะเป็นทางตรงยาวถึงเส้นชัย วัดให้คนบ้าพลัง ใส่พลังและเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ให้เต็มที่ก่อนเข้าเส้นชัย เป็นอะไรที่บ้าระห่ำมากทีเดียว แต่ก็ทำกันแทบทุกคน

ผมจบมาราธอนที่ 5 ในชีวิตด้วยเวลา 3 ชั่วโมง 39 นาที ต้องขอบคุณสภาพอากาศที่เป็นใจ ทำให้การวิ่งเป็นไปตามที่ตั้งเป้าหมายไว้

งานวิ่งมาราธอนที่เอาจริงเอาจังมากในเมืองที่ชีวิต Hygge มาก

มาราธอนครั้งนี้คงบอกผมว่า Hygge อาจไม่ได้เกิดแค่ช่วงหน้าหนาวที่อากาศหม่น หากแต่เกิดขึ้นได้ในทุกวัน ขึ้นอยู่กับว่าเราจะหาความสุขแบบไหนใส่ตัว ไม่ว่าจะที่นี่หรือที่ไหนๆ ในโลก เราก็ Hygge ได้

มาราธอนเป็นผลของการฝึกฝนต้นทุนของคนวิ่งคือ ร่างกาย และระยะทางในการฝึกซ้อม นั่นทำให้เราพอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากก้าวผ่านเส้นชัย เพราะทั้งหมดเกิดขึ้นจากสิ่งที่เราลงมือและลงแรงกับตัวเอง นั่นทำให้เราพอใจในความเป็นตัวเอง และเรียนรู้ว่าเราจะมีความสุขกับสิ่งไหนในชีวิต

และการวิ่งเป็นหนึ่งในนั้นสำหรับใครหลายคน

และผม

ถ้าคุณมีประสบการณ์เดินทางแปลกใหม่จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญส่งเรื่องราวของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’

ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะมีสมุดบันทึกปกหนังเทียมเล่มสวยส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

เฟื่องฟู จิรัฐิติวณิชย์

คนวัยเลขสาม บางวันชอบวิ่ง บางวันชอบทำกาแฟ เลยหาเรื่องเกี่ยวกับการวิ่ง และกาแฟ ใส่ตัวอยู่เสมอ

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

5 มิถุนายน 2564
235

เพื่อเป็นการงาน CSD (Christopher Street Day) Frankfurt 2020 เป็นขบวนพาเหรดที่จัดปีละครั้ง เพื่อเฉลิมฉลองให้กับผู้มีความหลากหลายทางเพศ บางประเทศเรียกว่า Pride Parade หรือ Pride March งานนี้จัดเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมปีที่แล้ว ควบคู่กับงานเสวนาออนไลน์ พิเศษตรงรูปแบบของขบวนพาเหรดที่เป็น Auto-Demo ภาษาเยอรมัน แปลว่า Car Demonstration Parade (ขบวนพาเหรดรถยนต์) เราเพิ่งรู้จักกับการจัดขบวนพาเหรดแบบนี้เป็นครั้งแรกที่นี่

ช่วงที่มีการระบาดของโรค COVID-19 ในครั้งแรก ก็มีการรณรงค์เรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว เพื่อวางแผนมาตรการเฝ้าระวัง ในตอนนั้นทางรัฐบาลมีข้อกำหนดเรื่องการเว้นระยะห่างอย่างเข้มงวด เพื่อลดปริมาณผู้ติดเชื้อ การเดินประท้วงแบบปกติจึงต้องงดเว้นไป แต่ทางการอนุญาตให้ใช้รถยนต์ได้ โดยจะต้องมีผู้โดยสารคันละไม่เกิน 2 คน จึงทำให้เราได้เห็นการประท้วงแบบ Auto-Demo นี้แทนการเดินถนน

เดินขบวนทิพย์ในงานขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ LGBTQ+

ผู้จัดต้องการให้มีพาเหรดนี้เกิดขึ้น แม้จะอยู่ในช่วงที่ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์โรคระบาด ก็เลยนำไอเดีย Auto-Demo มาใช้กับงานพาเหรดในปีนี้เช่นกัน ในขบวนมีทั้งผู้สนับสนุนจากเมือง Frankfurt และเมืองใกล้เคียง เช่น Offenbach และ Wiesbaden มาร่วมด้วย ซึ่งงานในครั้งนี้จัดขึ้นที่ Romerberg ลานกว้างที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของ Frankfurt โชคดีที่ในวันงาน สถานการณ์ดีขึ้นมากแล้ว ทางการอนุญาตให้เดินขบวนและชุมนุมได้ 

โดยยังแนะนำให้มีการใส่หน้ากากและเว้นระยะห่าง 1.5 เมตรอยู่ 

เดินขบวนทิพย์ในงานขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ LGBTQ+

ทุกคนมารวมตัวกันที่นี่ เพื่อฟังผู้นำการจัดงานพูดแนะนำงานและความสำคัญของความเท่าเทียมทางเพศ ก่อนที่จะเริ่มขบวน Auto-Demo ซึ่งผู้ร่วมขบวนและรถยนต์ทั้งหมดได้จอดรอเรียบร้อยแล้ว บนถนนริมแม่น้ำที่อยู่ไม่ไกลจากสถานที่จัดงานมากนัก

เมื่อถึงเวลา ทุกคนเดินไปขึ้นรถของตัวเองและรอสัญญาณจากทีมงาน ก่อนจะเริ่มขับออกไปพร้อมกับโบกธง Pride Flag ให้กับผู้คนรอบข้าง ทั้งขบวนมีรถประมาณ 20 – 30 คัน แต่ละคันมาจากองค์กรและหน่วยงานอิสระมากมาย รวมทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล บางส่วนก็เป็นผู้ร่วมขบวนที่เดินเป็นหน้ากระดานทั้งระหว่างขบวนและท้ายขบวน

ในความรู้สึกของเราถือเป็นไอเดียที่ดีมาก เพราะเรื่องสิทธิมนุษยชนเป็นสิ่งสำคัญ และรณรงค์ได้ด้วยมาตรการความปลอดภัย ในขบวนพาเหรดครั้งนี้ เราได้เห็นข้อความที่น่าสนใจคือ การรณรงค์เรื่อง Artikel 3 หรือกฎหมายมาตราที่ 3 

เมื่อได้อ่านดู ก็พบว่ามีใจความสำคัญเรื่องความเท่าเทียม มีประโยคขึ้นต้นมาตราว่า

“All persons shall be equal before the law.”

เดินขบวนทิพย์ในงานขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ

เนื้อหาในกฎหมายมาตรานี้ยังพูดถึงสิทธิเท่าเทียมของชายและหญิง รัฐมีหน้าที่กำจัดความไม่เท่าเทียมใดก็ตามที่เกิดขึ้น ยังกล่าวด้วยว่า บุคคลไม่ควรได้รับการปฏิบัติด้วยความลำเอียง เพราะเพศ การมีลูก ชาติพันธุ์ ภาษา ถิ่นกำเนิด เชื้อสาย ความเชื่อ หรือความคิดเห็นที่เกี่ยวกับศาสนาและการเมือง และบุคคลไม่ควรได้รับการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียมเพราะมีความพิการ

(ข้อมูลอ้างอิง: https://www.bundesregierung.de/breg-en/chancellor/basic-law-470510)

ในฐานะผู้หญิงตรงเพศที่แต่งงานกับสามีซึ่งเป็นผู้ชายตรงเพศเช่นกัน เราจินตนาการไม่ได้เลยว่า ความไม่เท่าเทียมที่ชาว LGBTQ+ ต้องแบกรับนั้นนักหนาขนาดไหน แม้ว่าประเทศเยอรมนีจะเป็นประเทศประชาธิปไตยที่มีกฎหมายคุ้มครอง และผู้คนส่วนใหญ่ที่นี่ให้ความสำคัญกับเรื่องความเท่าเทียมและสิทธิมนุษยชนมาก แต่ในความเป็นจริง ชาว LGBTQ+ ก็ยังถูกเลือกปฏิบัติ ทั้งในการใช้ชีวิตประจำวัน ชีวิตส่วนตัว และการทำงาน 

ตราบใดที่ยังมีความไม่เท่าเทียมในสังคม การรณรงค์นี้ก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป

เดินขบวนทิพย์ในงาน CSD Frankfurt ขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ

นอกจากมาตราที่ 3 ที่เป็นกฎหมายพื้นฐานแล้ว ประเทศเยอรมนียังมีกฎหมายสมรสเท่าเทียม คู่รัก LGBTQ+ จดทะเบียนสมรสได้ และอุปการะบุตรบุญธรรมได้ด้วย เราได้เห็นครอบครัว LGBTQ+ ที่นี่กับลูกๆ หลายครั้ง และรู้สึกดีมากที่ได้อยู่ในประเทศที่มีกฎหมายรับรอง เราเชื่อว่าความรักที่ดีมาจากคนสองคนที่รักและเคารพกันในฐานะคนที่เท่าเทียม และความรักที่ดีก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้สถาบันครอบครัวเข้มแข็งและทำให้สังคมมีความเข้มแข็งตามไปด้วย

เราหวังว่าจะมีวันที่ประเทศไทยมีกฎหมายสมรสเท่าเทียมและกฎหมายความเท่าเทียมพื้นฐานเช่นกัน

สำหรับปีนี้งาน CSD Frankfurt 2021 จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 17 กรกฎาคม 2021 รูปแบบงานจะกลับมาเป็นขบวนพาเหรดเดินเท้า พร้อมกิจกรรม Mini-CSD ที่จะจัดขึ้นอีกครั้งช่วงฤดูใบไม้ร่วง เพื่อเป็นการสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศและดูแลความปลอดภัยให้ผู้เข้าร่วมงานทุกคน ติดตามรายละเอียดที่ : https://csd-frankfurt.de

เดินขบวนทิพย์ในงาน CSD Frankfurt ขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ โรงเรียนนานาชาติ’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีหมวกรุ่นพิเศษจาก Painkiller Atelier X The Cloud ส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

วรรณิดา กสิวงศ์

เวดดิ้งแพลนเนอร์ @wondersweddings ชอบหนังสือ ช็อกโกแลตร้อน และดอกไม้ ใฝ่ฝันอยากเห็นประเทศไทยเป็นรัฐสวัสดิการ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load