ประเทศโปแลนด์ (ชื่อทางการคือสาธารณรัฐโปแลนด์) ตั้งอยู่ในทวีปยุโรปตอนกลาง เป็นอีกหนึ่งประเทศในแถบยุโรปตะวันออก หลายคนน่าจะพอคุ้นชื่อประเทศนี้อยู่บ้าง อาจจะรู้จักโปแลนด์จากค่ายกักกันชาวยิวอย่างเอาชวิทซ์-เบียร์เคเนา (Auschwitz-Birkenau) ที่อยู่ค่อนไปทางใต้ของประเทศ ไม่ก็รู้จักเพราะ Robert Lewandowski (รอแบร์ต แลวันดอฟสกี) นักฟุตบอลชื่อดังชาวโปแลนด์แห่งสโมสร Bayern Munich แต่รอบนี้เราจะพาไปรู้จักกับอีกเมืองหนึ่งของประเทศโปแลนด์ เป็นเมืองหลวงของประเทศนี้ ซึ่งก็คือวอร์ซอ (Warsaw) นั่นเอง

ดูเผินๆ แล้ว เมืองวอร์ซอแห่งนี้ดูเหมือนจะเป็นแค่ทางผ่าน ไม่ค่อยเป็นจุดหมายปลายทางของเหล่านักท่องเที่ยว และไม่ค่อยมีใครพูดถึงเท่าไหร่นัก ดังนั้น เราเลยจะพาไปดูว่ามีอะไรดีในวอร์ซอบ้าง

โปแลนด์ โปแลนด์

เริ่มต้นที่ Warsaw Old Town จากการเดินทางในภูมิภาคยุโรปประมาณเกือบ 2 เดือน ทำให้สังเกตเห็นว่าเกือบทุกเมืองของที่นี่จะมีสถานที่ท่องเที่ยวในย่านเมืองเก่าเป็นของตัวเอง วอร์ซอก็เช่นกัน ส่วนใหญ่คนแถบนี้ก็มักจะไปเยี่ยมชมน้ำพุนางเงือก (Mermaid Stature, Pomnik Syrenki) กัน รวมถึงพิพิธภัณฑ์มากมายหลายแห่ง ที่แล้วแต่จะเยี่ยมชมตามความสนใจ (แต่อย่าลืมว่าพิพิธภัณฑ์ส่วนใหญ่มันปิดวันจันทร์นะ ระวังจะไปเก้อ เพราะเราเจอมาแล้ว ฮือ)

ออกจากย่านเมืองเก่ามาก็แวะไปเยี่ยมชมโซนช้อปปิ้งอย่างโนวี่เสวียต (Nowy Świat) หรือจะเป็นใจกลางเมืองที่มีอาคาร Palace of Culture and Science หรือในชื่อเล่นว่า Pekin (ปักกิ่งในภาษาโปแลนด์ เพราะชื่อย่อของตัวอาคารนี้คือ Pkin และมันออกเสียงคล้ายกัน) หรืออีกชื่อหนึ่งคือ Stalin’s Penis (โห แรง!) ที่ตั้งชื่อล้อเลียนก็เพราะเป็นอาคารซึ่งโจเซฟ สตาลิน (Joseph Stalin) สร้างเป็นของขวัญให้กับชาวโปแลนด์ระหว่างที่อยู่ภายใต้การควบคุมของสหภาพโซเวียต

วอร์ซอ วอร์ซอ

เกริ่นมาเนิ่นนาน เข้าเรื่องที่อยากจะพูดถึงสักทีดีกว่า…

นอกจากสถานที่ทั้งหลายแหล่ที่กล่าวมาทั้งหมดแล้ว ยังมีสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งที่ควรจะไปเยี่ยมชมคือ Łazienki Royal Park เพราะด้านในนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายแห่ง เช่น Łazienki Palace (Palace on the Isle) หรืออนุสรณ์ของคุณโชแปง นักเปียโนและนักประพันธ์ดนตรีชื่อดังชาวโปแลนด์ รวมทั้งบรรยากาศอันร่มรื่นของสวนสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ เอาเป็นว่าไปทีเดียวไม่เสียเที่ยว ยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว

โปแลนด์

ตอนมาถึงเราดันลงป้ายรถบัสผิดฝั่ง ซึ่งไกลจากตัวพระราชวังและอนุสรณ์คุณโชแปงมากอยู่ กว่าจะเดินไปถูกที่ถูกทางก็ทำเอาขาลาก ยิ่งตอนนั้นเป็นตอนเย็นหลังจากเดินมาทั้งวัน บวกกับการเดินหลงไปมาในสวนที่มีขนาดใหญ่ถึง 760,000 ตารางเมตรแล้วด้วย จึงเริ่มไม่ใช่เรื่องสนุกอีกต่อไป

โปแลนด์ โปแลนด์

แต่ในที่สุด ด้วยความพยายามเราก็หากันจนเจอ (คือเรากับคุณโชแปง ถ้าจะพูดให้ถูกคือเรานี่แหละที่พยายามหา เพราะคุณโชแปงแกเป็นรูปปั้น ฮา) ด้วยความที่กว่าจะได้เจอก็ทำเอาเหนื่อยไม่ใช่เล่น ดังนั้น เมื่ออุตส่าห์หาเจอแล้ว เราเลยขอถ่ายรูปคุณโชแปงให้หนำใจหน่อย เดินเก็บภาพมันทุกมุม เอาให้เห็นหน้าฟินๆของรูปปั้นคุณโชแปงแบบชัดๆ ไปเลย

ระหว่างเดินเปลี่ยนมุมไปมาและลองถ่ายเซลฟี่กับรูปปั้น (ก็มาเที่ยวคนเดียวอะ) ก็เหมือนเจอแจ็กพ็อตแตก เพราะเกิดไปเห็นม้านั่งหน้าตาประหลาดกว่าชาวบ้าน ที่มีปุ่ม Play ให้ลองกดเล่น ยั่วยวนขนาดนี้ ไม่ลองไม่ได้ ปรากฏว่ามันเป็นเพลงบรรเลงของคุณโชแปงดังออกมา

Łazienki Palace Łazienki Palace

ตอนนั้นคือแบบ เฮ้ย! เจ๋งอ่ะ รู้สึกว่ามันเพิ่มอรรถรสในการนั่งดูอนุสรณ์ของคุณโชแปงขึ้นมาระดับหนึ่งเลยแหละ (แม้จะไม่มีความรู้เรื่องดนตรีเท่าไหร่ และไม่รู้จักเพลงนี้มาก่อน แต่เออ มันก็อินล่ะวะ! ฮ่าๆ เลยกดเล่นไปตั้งหลายหนแน่ะ)

แต่ยังไม่หมดแค่นั้น นอกจากเก้าอี้ดนตรีที่ว่าแล้ว ภายหลังเราค้นพบว่าในเมืองวอร์ซอนี้มีการนำเสนอชีวประวัติและผลงานต่างๆ ของคุณโชแปงทั่วทั้งเมืองได้น่าสนใจมาก

คือมีไกด์บุ๊กนำเที่ยวสำหรับการตามรอยชีวประวัติของคุณโชแปงโดยเฉพาะ ตั้งแต่เด็กจนโต ทั้งสถานที่ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง คือที่เกิด ที่อยู่ โบถส์ที่เคยไปจัดแสดงดนตรี และที่ขาดไม่ได้เลยคือพิพิธภัณฑ์ของคุณโชแปง (Fryderyk Chopin Museum) ซึ่งหลายคนอาจจะมองว่ามันธรรมดา

Selfie with Chopin Selfie with Chopin

แต่ที่ทำให้เราสนใจและรู้สึกชอบมากคือแอพพลิเคชัน ‘Selfie with Chopin’ อธิบายให้เข้าใจก็คือเมื่อเราไปอยู่ ณ สถานที่เหล่านั้น เมื่อใช้แอพพลิเคชันที่ว่า เราก็จะถ่ายรูปเซลฟี่กับคุณโชแปงได้ โดยไม่ต้องไปพยายามถ่ายเซลฟี่กับรูปปั้นอยู่นานสองนานกว่าจะได้มุมที่ถูกใจ แต่มันเป็นภาพกราฟิกนะ ไม่ต้องตกใจกันไปว่าคุณเขาจะโผล่มาแบบไหน สำหรับเรา ถือว่าเพิ่มความน่าสนใจของสถานที่กับความดึงดูดได้เป็นอย่างดี ไม่รู้ว่าคนอื่นจะอินเหมือนกันหรือเปล่า แต่คิดว่าสำหรับเหล่านักดนตรีหรือนักเปียโนทั้งหลาย คงจะอินไปกับมันไม่มากก็น้อยเลยแหละ (เออ ที่พูดมาเนิ่นนานทั้งหมดก็เพื่อเรื่องนี้แหละ คือรู้สึกว่ามันเจ๋ง และที่สำคัญคือ แตกต่างไปจากการโปรโมตแบบเดิมๆ!)

พอมาคิดๆ ดูแล้ว คุณโชแปงคงเป็นคนสำคัญมากคนหนึ่ง ถึงขนาดมีอีเวนต์จริงจังโปรโมตกันขนาดนี้ เท่านั้นยังไม่พอ ชื่อสนามบิน Warsaw Chopin Airport ของเมืองหลวงวอร์ซอยังให้เกียรติตั้งชื่อตามคุณโชแปงอีกด้วย

ถ้ามีโอกาสได้ไปเที่ยวที่วอร์ซอ เมืองหลวงของประเทศโปแลนด์ ก็อย่าลืมไปเซลฟี่กับคุณโชแปงแล้วเอามาอวดเพื่อนๆ กันนะ! ☺

ถ้าคุณมีประสบการณ์เดินทางแปลกใหม่จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญส่งเรื่องราวของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’

ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะมีสมุดบันทึกปกหนังเทียมเล่มสวยส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

พิมพ์ชนก รุ่งวรโศภิต

นัก(กำลัง)ศึกษาที่ชอบทำให้ตัวเองยุ่งอยู่ตลอดเวลา และอยู่ไม่สุข ชอบเดินทาง อ่านหนังสือ เล่าเรื่องและคิดฝัน อันที่จริงชอบลองทำมันทุกอย่าง ตอนนี้กำลังพยายามเป็นมือสมัครเขียนอยู่อีกอย่าง

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

จากตัวเมืองเชียงใหม่-อำเภอเชียงดาว จากถนนคอนกรีตเริ่มกลายเป็นถนนลูกรัง ภูเขาน้อยใหญ่สองข้างทาง กับฝนที่โปรยลงมาพอให้ชื่นใจ และ ‘ดอยหลวงเชียงดาว’ สูงตระหง่านอยู่สุดสายตาหลังจากยานพาหนะพาเรามาถึงจุดหมาย ชายวัยกลางคนผมยาวดกดำเดินออกมาต้อนรับ พร้อมเชื้อเชิญเราเข้าไปยังที่พัก

“สำหรับเรา พระอาทิตย์ขึ้น เหมือนการเริ่มต้นวันใหม่ในชีวิตของคนและธรรมชาติ เป็นการตื่นนอนและเดินทางในทุกวันเหมือนดวงอาทิตย์” เนย์-สุริยาวุธ อภิวงค์ เล่าถึงที่มาและการเดินทางของเขา จากจุดเริ่มต้นจนกลายเป็น ‘ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์’

นอนเคียงธรรมชาติเชียงดาว ณ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ที่พักซึ่งคิดเงินตามแต่แขกจะให้

พบตะวัน

ตะวันตื่น เริ่มขึ้นจากการเดินทางจากเชียงใหม่ มาดูที่ดินตรงนี้ครั้งแรกกับเพื่อน เราเห็นภูเขาและพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก จากจุดนี้ทำให้เรานึกถึงภาพวาดสมัยเป็นเด็ก” เจ้าบ้านเล่าพร้อมพาเดินชมโดยรอบ

เนย์ตัดสินใจเข้ามาลองใช้ชีวิตอยู่บนที่ดินผืนนี้รวมทั้งหมด 31 ไร่ ที่มีต้นน้ำ (แม่น้ำปิง) ขนาบข้าง พร้อมกับป่าไผ่และป่าเบญจพรรณโอบล้อม ในอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

“เราเริ่มเข้ามาใช้ชีวิตที่นี่ เรียนรู้ความเป็นอยู่ของคนในชุมชนก่อน เราคิดว่าต้องเป็นคนที่นี่ให้ได้ก่อนเพื่อที่จะเข้าใจว่าสิ่งไหนควรทำ ไม่ควรทำ”

นอนเคียงธรรมชาติเชียงดาว ณ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ที่พักซึ่งคิดเงินตามแต่แขกจะให้

“เพราะเราใช้ชีวิตคลุกคลีกับชาวบ้าน เลยเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นในชุมชน จากคนแปลกหน้าเริ่มกลายเป็นครอบครัว พออยู่ที่นี่ครบสามฤดูกาล เราตัดสินใจกับเพื่อนๆ ว่า ควรทำแคมป์กราวนด์ที่มีฟาร์มไก่และร้านกาแฟเล็กๆ” เนย์เล่าด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

ระหว่างบทสนทนา เสียงลมเอื่อยๆ กระทบต้นไม้ใหญ่ริมน้ำ ประกอบกับฝนที่โปรยลงมาเป็นระยะราวกับเสียงดนตรีจากธรรมชาติ และฝนสงบลงตอนเที่ยงวันพอดิบพอดี หลังจากเรากางเต็นท์และเก็บสัมภาระเรียบร้อย เนย์ตะโกนมาจากในครัวที่ทำมาจากไม้ไผ่ทั้งหลัง 

“มื้อเที่ยงวันนี้ผมจะทำ ‘คั่วแฮ่มไก่’ ให้กินนะ” 

หลังพูดจบประโยค เนย์ชักชวนเราเข้ามาในครัว ซึ่งเขากำลังเตรียมวัตถุดิบเพื่อปรุงอาหาร

นอนเคียงธรรมชาติเชียงดาว ณ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ที่พักซึ่งคิดเงินตามแต่แขกจะให้
นอนเคียงธรรมชาติเชียงดาว ณ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ที่พักซึ่งคิดเงินตามแต่แขกจะให้

“เมนูคั่วแฮ่มไก่ (คั่วแห้งไก่) เป็นอาหารท้องถิ่นของภาคเหนือ แต่ความพิเศษของคั่วแห้งไก่ที่เรากำลังจะทำคือ วัตถุดิบทั้งหมดหามาจากธรรมชาติ พืชผักท้องถิ่นที่ขึ้นเองริมน้ำ เก็บมาปลูกในแปลงที่ทำไว้ในฟาร์มสเตย์ ส่วนไก่ เป็นไก่พื้นเมืองที่เราเลี้ยงไว้เอง” เนย์เล่าปนยิ้มพร้อมทำอาหารต่ออย่างสนุกมือ

“บริเวณรอบๆ ไม่ได้มีแค่พืชผักอย่างเดียว แม่น้ำปิงที่นี่ใสมาก ในฤดูร้อนกับฤดูหนาวใสจนเห็นปลาเลย อยู่ที่นี่ได้กินปลาจนเบื่อ มันว่ายทวนน้ำขึ้นมาตลอด บางทีมันมากันเป็นโขยง ในแต่ละฤดูกาลจะมีปลาแตกต่างกัน อย่างช่วงนี้จะเป็นปลากด เพราะปลากดมากับน้ำขุ่น” เขาเล่าพร้อมตักอาหารใส่จาน และกินอาหารร่วมกันกับพวกเรา

นอนเคียงธรรมชาติเชียงดาว ณ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ที่พักซึ่งคิดเงินตามแต่แขกจะให้

หากสังเกตจะพบว่าสิ่งปลูกสร้างที่นี่ล้วนทำมาจากวัสดุธรรมชาติ อีกทั้งยังมีเอกลักณ์เฉพาะ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางหมู่บ้านของชนพื้นเมือง ไม่ว่าจะเป็นห้องครัว ห้องน้ำ ลานกางเต็นท์ และ แปลงผัก ล้วนทำมาจากไม้หลากหลายชนิดที่มีรูปร่างแตกต่างกันไป

“เราไม่ใช่นายทุนที่มีเงินมากมาย ก่อนที่จะมาทำฟาร์มสเตย์ เราเรียนจบทางด้านศิลปะ สาขาจิตรกรรมมาก่อน เลยมีความรัก ความชอบงานศิลปะอยู่แล้ว เลยเริ่มสร้างจากสิ่งเล็กๆ ตอนนั้นในความคิดของเรา คิดแต่ว่าจะทำยังไงให้ชาวบ้านได้ผลประโยชน์ มีรายได้ และอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้ เลยเก็บวัสดุรอบตัวมาสร้างที่นี่เองทั้งหมด อย่างพวกกิ่งไม้ ต้นไม้ เป็นกิ่งไม้ที่ชาวบ้านตัดทิ้งบ้าง เก็บที่ไหลมาตามแม่น้ำบ้าง เก็บจากต้นไม้ที่โค้นล้มในป่าบ้าง

“มันอยู่ที่มุมมองและอยู่ที่คนที่จะไปจับ แล้วเอามาคิด เอามาทำ เราเคยคิดว่าต้องมีเงินเท่านั้น เท่านี้ ถึงจะสร้างบางสิ่งได้ แต่พอคิดดูดีๆ ขอแค่มีความคิด มีแรงกาย มีแรงใจ บางทีสร้างผลงานที่เรียกว่า Nature Art ขึ้นมาได้ จนหลังๆ เริ่มลดต้นทุนอะไรหลายๆ อย่าง เริ่มมีไอเดียใหม่ขึ้นมาเรื่อยๆ ยิ่งได้อยู่กับธรรมชาติ ยิ่งทำให้ความคิดแล่น”

นอนเคียงธรรมชาติเชียงดาว ณ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ที่พักซึ่งคิดเงินตามแต่แขกจะให้

แล้วชาวบ้านได้รับการช่วยเหลืออย่างไรบ้าง-เราถาม

“ตอนนี้เราเริ่มจากจุดเล็กๆ ชุมชนเรามีต้นน้ำกับป่าไผ่ ชาวบ้านเลยคิดกันว่าอยากทำล่องแพ เลยลองตัดไม้ไผ่มาทำแพกับชาวบ้าน พานักท่องเที่ยวที่เข้ามาพักไปล่องแพเป็นกิจกรรม แล้วรายได้จากล่องแพก็ให้ชาวบ้าน

“ตอนนี้ก็กำลังเริ่มทำอีกโครงการ เป็นโครงการปลูกไผ่ซางหม่น กำลังเริ่มเพาะกันอยู่เลย ปกติชุมชนแถวนี้จะตัดไม่ไผ่ขาย แต่ถ้าเราตัดมันไปเรื่อยๆ มันก็จะออกไม่ทัน ด้วยความที่เขตป่าของชุมชนนี้มีเกือบ สองพันไร่ ถ้าเราแบ่งออกเป็นสี่โซน ถ้าตัดโซนที่หนึ่ง ปีหน้าก็ตักโซนที่สอง หมุนเวียนกันไป ก็จะมีผลผลิตให้เราตลอดทุกปี และพอที่จะส่งออกได้เลยนะ ยิ่งผลิตภัณฑ์ไม้ไผ่ตอนนี้กำลังมาแรง ชาวบ้านเขาก็จะมีรายได้ตลอด” เจ้าบ้านเล่าอย่างภูมิใจ

ใช้ชีวิตและพูดคุยกับ สุริยาวุธ อภิวงค์ ชายผู้ปลูกทุนความคิดและจินตนาการ สรรสร้างเพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติที่เชียงดาว

ทิศตะวันตก

หลังตะวันค่อยๆ ลับฟ้าไปไม่นาน เจ้าบ้านเริ่มก่อกองไฟริมลานไม้ไผ่ให้พวกเรา ก่อนจะมุ่งหน้าเข้าครัวเพื่อทำอาหารเย็น อาหารมื้อนี้เป็นอีกมื้อที่เรียบง่าย หลังจากทานอาหารร่วมกันกับเจ้าบ้าน บทสนทนายามดึกของเรายังคงดำเนินต่อไป พร้อมกับแสงของกองไฟดวงเล็กๆ ที่ทำให้รู้สึกอบอุ่นขึ้นเป็นกอง

ใช้ชีวิตและพูดคุยกับ สุริยาวุธ อภิวงค์ ชายผู้ปลูกทุนความคิดและจินตนาการ สรรสร้างเพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติที่เชียงดาว
ใช้ชีวิตและพูดคุยกับ สุริยาวุธ อภิวงค์ ชายผู้ปลูกทุนความคิดและจินตนาการ สรรสร้างเพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติที่เชียงดาว

“ท้องฟ้าตรงที่พวกเรานั่งคุยกันอยู่ ถ้ามองขึ้นไปในฤดูล่าทางช้างเผือก ที่นี่มองเห็นทางช้างเผือกด้วยตาเปล่าได้

เลย ปกติทางช้างเผือกจะขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ แล้วลับของฟ้าในทิศตะวันตกเฉียงเหนือ” เจ้าบ้านชี้มือไปบนท้องฟ้าประกอบกับเปิดโทรศัพท์มือถือ และอวดรูปภาพทางช้างเผือกที่เขาเคยถ่ายไว้

ใช้ชีวิตและพูดคุยกับ สุริยาวุธ อภิวงค์ ชายผู้ปลูกทุนความคิดและจินตนาการ สรรสร้างเพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติที่เชียงดาว

“ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ตอนนี้ยังสร้างไม่เสร็จดี แต่คนตามกันเข้ามาเยอะพอสมควร จนเราประหลาดใจอยู่เหมือนกัน น่าจะบอกปากต่อปากกันไปเรื่อยๆ จนธุรกิจแถวนี้เข้ามาถามตลอดว่า ทำการตลาดยังไง ฐานลูกค้า กลุ่มเป้าหมายเป็นแบบไหน เราให้คำตอบเขาไม่ได้ เพราะเราไม่ได้ทำการตลาดอะไรเลย แต่นักท่องเที่ยวมาเข้าพักอยู่ตลอด 

“เลยตอบเขาไปว่าเราไม่ได้ขายการบริการ เราขายเรื่องราวกับวิถีชีวิต อยู่ที่นี่เราเป็นตัวเอง คนสมัยนี้จะเสาะหาอะไรที่มันมีเรื่องราวและเรียบง่าย คนที่เข้ามาพักมักถามเราเสมอว่า คิดค่าบริการยังไง เพราะเราไม่ได้แจ้งไว้ในช่องทางไหนเลย เราตอบลูกค้าไปว่า ‘แล้วแต่จะให้’ เราเป็นศิลปิน เราคิดว่าในเมื่อเราสร้างผลงานชิ้นหนึ่ง แล้วมันยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เราไม่สามารถประเมินค่ามันได้ เลยบอกลูกค้าไปแบบนั้น” เขาเว้นจังหวะก่อนอธิบายเสริม

“ลูกค้าที่มาเข้าพักที่นี่จะให้มากให้น้อย เราไม่เคยคิดว่าขาดทุนสักครั้ง มันเป็นกำไรชีวิตทั้งนั้น เราคิดซะว่าได้รู้จักผู้คนมากขึ้น มาแบ่งปันเรื่องราว แบ่งปันประสบการณ์กันที่นี่ เราคิดว่านั้นเป็นกำไรของเราแล้วล่ะ” 

เนย์พูดทิ้งท้าย ก่อนพวกเราจะแยกย้ายกันไปพักผ่อน และเดินทางกลับเชียงใหม่ในตอนเช้าตรู่

ใช้ชีวิตและพูดคุยกับ สุริยาวุธ อภิวงค์ ชายผู้ปลูกทุนความคิดและจินตนาการ สรรสร้างเพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติที่เชียงดาว

เดินทางตามตะวันกันต่อที่ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์

ที่ตั้ง : ตำบลเมืองงาย อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ 50170 (แผนที่

โทรศัพท์ : 09 1810 5009

Facebook : Tawan Tune Farm Stay ตะวันตื่น ฟาร์มสเตย์

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีหมวกรุ่นพิเศษจาก Painkiller Atelier X The Cloud ส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer

นภัสรพี ศรีบุญปวน

นักศึกษาปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่มีความฝันอยากท่องโลกกว้าง รักการเดินทาง กาแฟอเมริกาโน่ และการพบเจอเรื่องดีๆ ระหว่างการผจญภัยของชีวิต ไม่ว่าจะเป็น ผู้คน สถานที่ หรือความรู้สึก

Photographer

จารุเดช ไชยเลิศ

นักศึกษาวิจิตรศิลป์ สาขาถ่ายภาพ หนุ่มเชียงใหม่ ผู้หลงรัก ต้นไม้ กาแฟ และเสียงดนตรี ใช้กล้องเป็นเครื่องมือในการสื่อสาร และเป็นข้ออ้างให้ตัวเองออกไปเจอโลก ผู้คน และธรรมชาติ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load