ผมชอบญี่ปุ่น

ผมชอบวิ่ง

ผมชอบกิน

ผมชอบดื่มสาเก (นิดหน่อย)

ถ้ามีงานไหนที่มีสี่อย่างนี้รวมกัน มีเหรอจะพลาด

มีน้องที่รู้จักกันส่งลิงก์งานวิ่งมาให้ดู บอกว่า งานนี้พี่น่าจะชอบ มันคืองาน Tohoku Food Marathon ผมสะดุดตรงคำว่า Food ในชื่องานนี่แหละ คำอธิบายงานคือ งานวิ่งที่รวมของกินท้องถิ่นแถบภูมิภาคโทโฮขุ หรือจะเรียกว่าภาคเหนือของญี่ปุ่นก็น่าจะได้ เป็นงานวิ่งที่คุณจะได้วิ่งไปชิมของดีระดับ OTOP ไปตลอดทาง และแถมยังจัดพร้อมๆ กันกับ Tohoku Food Fest และ Tohoku Sake Fest

Tohoku Food Marathon

Tohoku Food Marathon

กดสมัครงานวิ่งแล้วก็รีบจองตั๋วเครื่องบินสิครับ จะรออะไร

งานนี้จัดที่ทะเลสาบนากะนุมะ เมืองโทเมะ ที่บอกตามตรงว่าผมก็เคยได้ยินชื่อเป็นครั้งแรก ระยะทางวิ่งในงานมีระยะ 5 กิโลเมตร 21 กิโลเมตร และฟูลมาราธอน ผมดูจากเส้นทางแล้ว 1 รอบทะเลสาบเป็นระยะ 21 กิโลเมตรพอดี ถ้าอยากวิ่งฟูลมาราธอนจะต้องวิ่ง 2 รอบ คิดคำนวณแล้ว รายการนี้ไม่ใช่เวลาจะมาเอาชนะใจตัวเองในการจบมาราธอน วิ่ง 21 กิโลเมตรสักรอบกินบรรยากาศก็พอแล้ว เลยตัดสินใจลงฮาล์ฟมาราธอนไป

ตัดภาพไว้วันงาน ระบบการรับเบอร์วิ่งในงาน Expo Day ไม่มีอะไรต่างจากงานวิ่งที่ผ่านมาทั่วไป

ยกเว้นกลิ่น

Tohoku Food Marathon Tohoku Food Marathon

กลิ่นอาหารลอยมาตามลมตั้งแต่เดินเข้าเขตงาน เพราะนอกจากพิธีการรับเบอร์วิ่งแล้ว วันนี้คือวันแรกของงาน Tohoku Food Fest ที่มีการออกร้านขายอาหาร และทุกร้านขนกันมาแบบจัดเต็ม

โทโฮขุถือเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของญี่ปุ่น มีป่า มีที่ลุ่ม และมีทะเล อาหารโทโฮขุเลยมีทุกรูปแบบ ทั้งอาหารทะเลสด เนื้อที่อร่อย ผักป่า ผักภูเขา และข้าวที่ดีจนเอามาทำสาเกที่ดีที่สุดได้ นอกจากสภาพภูมิศาสตร์ สภาพอากาศที่มีทุกรูปแบบทำให้เกิดอาหารที่กินทั้งแบบสดจากป่าจากทะเล และการถนอมอาหารเอาไว้กินในช่วงที่เข้าสู่ฤดูหนาวที่ไร้ผลผลิต บางคนอาจจะคุ้นๆ กับอาหารโทโฮขุมาบ้างถ้าหากเคยดูหนังเรื่อง Little Forest ที่เป็นหญิงสาวคนหนึ่งไปใช้ชีวิตในแถบภูมิภาคนี้ทั้ง 4 ฤดูกาล และเอาวัตถุดิบแถบนี้มาทำเป็นอาหารกิน

อย่างที่บอกครับ ภูมิภาคนี้ของที่ขึ้นชื่อก็คือสาเก ถ้าขับรถไปตามเมืองต่างๆ จะต้องมีอย่างน้อย 1 โรงสาเกอยู่ตามเมืองนั้นๆ มีเยอะมากจนสามารถรวบรวมให้เป็นงาน Tohoku Sake Fest ได้อีกหนึ่งงานเลย

โรงสาเกทั้งภูมิภาคมาออกร้านกันหนาตา แต่ละสำนักก็เอาของดีของเด่นมากัน 4 – 5 ขวด บางขวดทำใหม่ขึ้นมาพิเศษที่สามารถหาชิมได้แค่ที่งานนี้โดยเฉพาะ

Tohoku Food Marathon

ทางผู้จัดเขียนแนะนำว่า ไม่น่าดื่มแอลกอฮอล์ก่อนหรือหลังวิ่งนะ แต่คิดว่าจะมีกี่คนที่สนใจคำเตือน ผมเห็นนักวิ่งทั้งนั้นที่มายืนยื่นแก้วต่อแถวแลกคูปองชิมสาเกกันทั้งนั้น รวมถึงผมด้วย แต่ถึงจะดื่มก็ต้องรับผิดชอบตัวเองด้วยการบอกตัวเองให้หยุด …เพราะต้องเก็บร่างกายมาต่อแถวดื่มอีกในวันรุ่งขึ้น

Tohoku Food Marathon

Tohoku Food Marathon

อากาศเย็นๆ แต่ไม่ถึงกับหนาวมาก ทำให้ที่ญี่ปุ่นไม่ต้องปล่อยตัวตั้งแต่ไก่โห่ เริ่มปล่อยตัวระยะฮาล์ฟมาราธอนก็เกือบจะ 10 โมงเช้า บรรยากาศดูคึกคัก มีคนแต่งคอสเพลย์มาวิ่งกันเยอะมาก ตามสไตล์งานวิ่งแบบบันเทิงของญี่ปุ่น ช่วงแรกที่วิ่งไปตามทางก็ยังดูไม่ต่างจากงานวิ่งอื่นๆ นัก จากประสบการณ์ที่เคยวิ่งที่ญี่ปุ่นมา กองเชียร์ข้างทางดูไม่ได้หนาตาเท่างานอื่นๆ ที่จัดในเมือง แต่มีวิวธรรมชาติมาทดแทน เสียดายที่วันวิ่งดอกซากุระยังไม่บาน ไม่งั้นเส้นทางงานนี้จะเพอร์เฟกต์ขึ้นมาทันที

Tohoku Food Marathon

Tohoku Food Marathon Tohoku Food Marathon Tohoku Food Marathon

ตอนแรกผมนึกภาพไม่ออกว่าอาหารที่เสิร์ฟในแต่ละจุดจะมีปริมาณแค่ไหน ตอนซ้อมวิ่งผมเลยกินให้มากเพื่อให้ร่างกายรับได้กับการกินอาหารระหว่างวิ่ง แต่พอถึงจุดแจกจริงๆ อาหารถูกแบ่งให้เป็นชิ้นเล็กๆ พอดีคำ จะกินกี่ชิ้นก็ได้ แต่ก็ต้องเกรงใจคนที่ตามหลังมาบ้าง

Tohoku Food Marathon Tohoku Food Marathon

Tohoku Food Marathon

Tohoku Food Marathon

ผมวางแผนให้ตัวเองวิ่งอยู่ท้ายๆ กลุ่ม เพราะหลังจากผมแล้วก็จะได้ไม่มีใครที่ต้องเกรงใจอีก เจ้าหน้าที่เองก็ยื่นให้แบบว่ากลัวของจะเหลือ แต่ใช่ว่าวิ่งท้ายๆ จะมีแต่ข้อดี อาหารบางอย่างก็หมดไปอย่างรวดเร็วแบบที่เราไปไม่ทันก็มี

หัวไช้เท้าดอง แอปเปิ้ลสดจากอาโอโมริ โซบะ ปลาซัมมะ อามะสาเกหรือสาเกหวานแบบไม่มีแอลกอฮอล์ ซุปแป้งและผัก ถูกทยอยแจกจ่ายไปตามจุดต่างๆ นักวิ่งทุกคนก็พร้อมที่จะเสียเวลาจอดยืนซดซุปร้อนๆ กันเป็นแถว ถึงนักวิ่งฮาล์ฟมาราธอนจะผ่านกันไปจนเกือบหมดแล้ว แต่ในเต็นท์ก็ยังปรุงอาหารกันอาหารกันต่อ เพื่อรับนั่งวิ่งมาราธอนที่กำลังวนมาอีก 1 รอบ ยิ่งระยะเยอะขึ้น อาหารก็ยิ่งดีมากขึ้น ผมแอบเห็นเนื้อย่างที่เตรียมพร้อมเสิร์ฟนั่งวิ่งมาราธอนก็ได้แต่มองตาปริบๆ โอกาสหน้าคงต้องตัดสินใจใหม่มาลงระยะมาราธอนบ้างแล้ว

Tohoku Food Marathon Tohoku Food Marathon

Tohoku Food Marathon

จากเวลาฮาล์ฟมาราธอนที่ปกติจะอยู่ที่ 2 ชั่วโมงกว่าๆ กลายเป็น 3 ชั่วโมงนิดๆ แต่ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะยอมเสียเวลาตามจุดพัก หลังเข้าเส้นชัยยังมีอาหารและสาเกรออยู่อีกเพียบ ผมเดินชิมสาเก เลือกอาหารที่ชอบกับเบียร์ไปนั่งปิกนิกเป็นการฉลองชัยตามแบบฉบับคนญี่ปุ่น ขาดก็แค่ดอกซากุระที่ยังไม่บานเท่านั้น ไม่งั้นคงนั่งฮานามิมันตรงนั้นเลย

Tohoku Food Marathon Tohoku Food Marathon

ถ้าคุณมีประสบการณ์เดินทางแปลกใหม่จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญส่งเรื่องราวของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’

ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะมีสมุดบันทึกปกหนังเทียมเล่มสวยส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

ผมชอบญี่ปุ่น

ผมชอบวิ่ง

ผมชอบกิน

ผมชอบดื่มสาเก (นิดหน่อย)

ถ้ามีงานไหนที่มีสี่อย่างนี้รวมกัน มีเหรอจะพลาด

มีน้องที่รู้จักกันส่งลิงก์งานวิ่งมาให้ดู บอกว่า งานนี้พี่น่าจะชอบ มันคืองาน Tohoku Food Marathon ผมสะดุดตรงคำว่า Food ในชื่องานนี่แหละ คำอธิบายงานคือ งานวิ่งที่รวมของกินท้องถิ่นแถบภูมิภาคโทโฮขุ หรือจะเรียกว่าภาคเหนือของญี่ปุ่นก็น่าจะได้ เป็นงานวิ่งที่คุณจะได้วิ่งไปชิมของดีระดับ OTOP ไปตลอดทาง และแถมยังจัดพร้อมๆ กันกับ Tohoku Food Fest และ Tohoku Sake Fest

Tohoku Food Marathon

Tohoku Food Marathon

กดสมัครงานวิ่งแล้วก็รีบจองตั๋วเครื่องบินสิครับ จะรออะไร

งานนี้จัดที่ทะเลสาบนากะนุมะ เมืองโทเมะ ที่บอกตามตรงว่าผมก็เคยได้ยินชื่อเป็นครั้งแรก ระยะทางวิ่งในงานมีระยะ 5 กิโลเมตร 21 กิโลเมตร และฟูลมาราธอน ผมดูจากเส้นทางแล้ว 1 รอบทะเลสาบเป็นระยะ 21 กิโลเมตรพอดี ถ้าอยากวิ่งฟูลมาราธอนจะต้องวิ่ง 2 รอบ คิดคำนวณแล้ว รายการนี้ไม่ใช่เวลาจะมาเอาชนะใจตัวเองในการจบมาราธอน วิ่ง 21 กิโลเมตรสักรอบกินบรรยากาศก็พอแล้ว เลยตัดสินใจลงฮาล์ฟมาราธอนไป

ตัดภาพไว้วันงาน ระบบการรับเบอร์วิ่งในงาน Expo Day ไม่มีอะไรต่างจากงานวิ่งที่ผ่านมาทั่วไป

ยกเว้นกลิ่น

Tohoku Food Marathon Tohoku Food Marathon

กลิ่นอาหารลอยมาตามลมตั้งแต่เดินเข้าเขตงาน เพราะนอกจากพิธีการรับเบอร์วิ่งแล้ว วันนี้คือวันแรกของงาน Tohoku Food Fest ที่มีการออกร้านขายอาหาร และทุกร้านขนกันมาแบบจัดเต็ม

โทโฮขุถือเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของญี่ปุ่น มีป่า มีที่ลุ่ม และมีทะเล อาหารโทโฮขุเลยมีทุกรูปแบบ ทั้งอาหารทะเลสด เนื้อที่อร่อย ผักป่า ผักภูเขา และข้าวที่ดีจนเอามาทำสาเกที่ดีที่สุดได้ นอกจากสภาพภูมิศาสตร์ สภาพอากาศที่มีทุกรูปแบบทำให้เกิดอาหารที่กินทั้งแบบสดจากป่าจากทะเล และการถนอมอาหารเอาไว้กินในช่วงที่เข้าสู่ฤดูหนาวที่ไร้ผลผลิต บางคนอาจจะคุ้นๆ กับอาหารโทโฮขุมาบ้างถ้าหากเคยดูหนังเรื่อง Little Forest ที่เป็นหญิงสาวคนหนึ่งไปใช้ชีวิตในแถบภูมิภาคนี้ทั้ง 4 ฤดูกาล และเอาวัตถุดิบแถบนี้มาทำเป็นอาหารกิน

อย่างที่บอกครับ ภูมิภาคนี้ของที่ขึ้นชื่อก็คือสาเก ถ้าขับรถไปตามเมืองต่างๆ จะต้องมีอย่างน้อย 1 โรงสาเกอยู่ตามเมืองนั้นๆ มีเยอะมากจนสามารถรวบรวมให้เป็นงาน Tohoku Sake Fest ได้อีกหนึ่งงานเลย

โรงสาเกทั้งภูมิภาคมาออกร้านกันหนาตา แต่ละสำนักก็เอาของดีของเด่นมากัน 4 – 5 ขวด บางขวดทำใหม่ขึ้นมาพิเศษที่สามารถหาชิมได้แค่ที่งานนี้โดยเฉพาะ

Tohoku Food Marathon

ทางผู้จัดเขียนแนะนำว่า ไม่น่าดื่มแอลกอฮอล์ก่อนหรือหลังวิ่งนะ แต่คิดว่าจะมีกี่คนที่สนใจคำเตือน ผมเห็นนักวิ่งทั้งนั้นที่มายืนยื่นแก้วต่อแถวแลกคูปองชิมสาเกกันทั้งนั้น รวมถึงผมด้วย แต่ถึงจะดื่มก็ต้องรับผิดชอบตัวเองด้วยการบอกตัวเองให้หยุด …เพราะต้องเก็บร่างกายมาต่อแถวดื่มอีกในวันรุ่งขึ้น

Tohoku Food Marathon

Tohoku Food Marathon

อากาศเย็นๆ แต่ไม่ถึงกับหนาวมาก ทำให้ที่ญี่ปุ่นไม่ต้องปล่อยตัวตั้งแต่ไก่โห่ เริ่มปล่อยตัวระยะฮาล์ฟมาราธอนก็เกือบจะ 10 โมงเช้า บรรยากาศดูคึกคัก มีคนแต่งคอสเพลย์มาวิ่งกันเยอะมาก ตามสไตล์งานวิ่งแบบบันเทิงของญี่ปุ่น ช่วงแรกที่วิ่งไปตามทางก็ยังดูไม่ต่างจากงานวิ่งอื่นๆ นัก จากประสบการณ์ที่เคยวิ่งที่ญี่ปุ่นมา กองเชียร์ข้างทางดูไม่ได้หนาตาเท่างานอื่นๆ ที่จัดในเมือง แต่มีวิวธรรมชาติมาทดแทน เสียดายที่วันวิ่งดอกซากุระยังไม่บาน ไม่งั้นเส้นทางงานนี้จะเพอร์เฟกต์ขึ้นมาทันที

Tohoku Food Marathon

Tohoku Food Marathon Tohoku Food Marathon Tohoku Food Marathon

ตอนแรกผมนึกภาพไม่ออกว่าอาหารที่เสิร์ฟในแต่ละจุดจะมีปริมาณแค่ไหน ตอนซ้อมวิ่งผมเลยกินให้มากเพื่อให้ร่างกายรับได้กับการกินอาหารระหว่างวิ่ง แต่พอถึงจุดแจกจริงๆ อาหารถูกแบ่งให้เป็นชิ้นเล็กๆ พอดีคำ จะกินกี่ชิ้นก็ได้ แต่ก็ต้องเกรงใจคนที่ตามหลังมาบ้าง

Tohoku Food Marathon Tohoku Food Marathon

Tohoku Food Marathon

Tohoku Food Marathon

ผมวางแผนให้ตัวเองวิ่งอยู่ท้ายๆ กลุ่ม เพราะหลังจากผมแล้วก็จะได้ไม่มีใครที่ต้องเกรงใจอีก เจ้าหน้าที่เองก็ยื่นให้แบบว่ากลัวของจะเหลือ แต่ใช่ว่าวิ่งท้ายๆ จะมีแต่ข้อดี อาหารบางอย่างก็หมดไปอย่างรวดเร็วแบบที่เราไปไม่ทันก็มี

หัวไช้เท้าดอง แอปเปิ้ลสดจากอาโอโมริ โซบะ ปลาซัมมะ อามะสาเกหรือสาเกหวานแบบไม่มีแอลกอฮอล์ ซุปแป้งและผัก ถูกทยอยแจกจ่ายไปตามจุดต่างๆ นักวิ่งทุกคนก็พร้อมที่จะเสียเวลาจอดยืนซดซุปร้อนๆ กันเป็นแถว ถึงนักวิ่งฮาล์ฟมาราธอนจะผ่านกันไปจนเกือบหมดแล้ว แต่ในเต็นท์ก็ยังปรุงอาหารกันอาหารกันต่อ เพื่อรับนั่งวิ่งมาราธอนที่กำลังวนมาอีก 1 รอบ ยิ่งระยะเยอะขึ้น อาหารก็ยิ่งดีมากขึ้น ผมแอบเห็นเนื้อย่างที่เตรียมพร้อมเสิร์ฟนั่งวิ่งมาราธอนก็ได้แต่มองตาปริบๆ โอกาสหน้าคงต้องตัดสินใจใหม่มาลงระยะมาราธอนบ้างแล้ว

Tohoku Food Marathon Tohoku Food Marathon

Tohoku Food Marathon

จากเวลาฮาล์ฟมาราธอนที่ปกติจะอยู่ที่ 2 ชั่วโมงกว่าๆ กลายเป็น 3 ชั่วโมงนิดๆ แต่ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะยอมเสียเวลาตามจุดพัก หลังเข้าเส้นชัยยังมีอาหารและสาเกรออยู่อีกเพียบ ผมเดินชิมสาเก เลือกอาหารที่ชอบกับเบียร์ไปนั่งปิกนิกเป็นการฉลองชัยตามแบบฉบับคนญี่ปุ่น ขาดก็แค่ดอกซากุระที่ยังไม่บานเท่านั้น ไม่งั้นคงนั่งฮานามิมันตรงนั้นเลย

Tohoku Food Marathon Tohoku Food Marathon

ถ้าคุณมีประสบการณ์เดินทางแปลกใหม่จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญส่งเรื่องราวของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’

ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะมีสมุดบันทึกปกหนังเทียมเล่มสวยส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื่องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

5 มิถุนายน 2564
215

เพื่อเป็นการงาน CSD (Christopher Street Day) Frankfurt 2020 เป็นขบวนพาเหรดที่จัดปีละครั้ง เพื่อเฉลิมฉลองให้กับผู้มีความหลากหลายทางเพศ บางประเทศเรียกว่า Pride Parade หรือ Pride March งานนี้จัดเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมปีที่แล้ว ควบคู่กับงานเสวนาออนไลน์ พิเศษตรงรูปแบบของขบวนพาเหรดที่เป็น Auto-Demo ภาษาเยอรมัน แปลว่า Car Demonstration Parade (ขบวนพาเหรดรถยนต์) เราเพิ่งรู้จักกับการจัดขบวนพาเหรดแบบนี้เป็นครั้งแรกที่นี่

ช่วงที่มีการระบาดของโรค COVID-19 ในครั้งแรก ก็มีการรณรงค์เรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว เพื่อวางแผนมาตรการเฝ้าระวัง ในตอนนั้นทางรัฐบาลมีข้อกำหนดเรื่องการเว้นระยะห่างอย่างเข้มงวด เพื่อลดปริมาณผู้ติดเชื้อ การเดินประท้วงแบบปกติจึงต้องงดเว้นไป แต่ทางการอนุญาตให้ใช้รถยนต์ได้ โดยจะต้องมีผู้โดยสารคันละไม่เกิน 2 คน จึงทำให้เราได้เห็นการประท้วงแบบ Auto-Demo นี้แทนการเดินถนน

เดินขบวนทิพย์ในงานขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ LGBTQ+

ผู้จัดต้องการให้มีพาเหรดนี้เกิดขึ้น แม้จะอยู่ในช่วงที่ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์โรคระบาด ก็เลยนำไอเดีย Auto-Demo มาใช้กับงานพาเหรดในปีนี้เช่นกัน ในขบวนมีทั้งผู้สนับสนุนจากเมือง Frankfurt และเมืองใกล้เคียง เช่น Offenbach และ Wiesbaden มาร่วมด้วย ซึ่งงานในครั้งนี้จัดขึ้นที่ Romerberg ลานกว้างที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของ Frankfurt โชคดีที่ในวันงาน สถานการณ์ดีขึ้นมากแล้ว ทางการอนุญาตให้เดินขบวนและชุมนุมได้ 

โดยยังแนะนำให้มีการใส่หน้ากากและเว้นระยะห่าง 1.5 เมตรอยู่ 

เดินขบวนทิพย์ในงานขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ LGBTQ+

ทุกคนมารวมตัวกันที่นี่ เพื่อฟังผู้นำการจัดงานพูดแนะนำงานและความสำคัญของความเท่าเทียมทางเพศ ก่อนที่จะเริ่มขบวน Auto-Demo ซึ่งผู้ร่วมขบวนและรถยนต์ทั้งหมดได้จอดรอเรียบร้อยแล้ว บนถนนริมแม่น้ำที่อยู่ไม่ไกลจากสถานที่จัดงานมากนัก

เมื่อถึงเวลา ทุกคนเดินไปขึ้นรถของตัวเองและรอสัญญาณจากทีมงาน ก่อนจะเริ่มขับออกไปพร้อมกับโบกธง Pride Flag ให้กับผู้คนรอบข้าง ทั้งขบวนมีรถประมาณ 20 – 30 คัน แต่ละคันมาจากองค์กรและหน่วยงานอิสระมากมาย รวมทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล บางส่วนก็เป็นผู้ร่วมขบวนที่เดินเป็นหน้ากระดานทั้งระหว่างขบวนและท้ายขบวน

ในความรู้สึกของเราถือเป็นไอเดียที่ดีมาก เพราะเรื่องสิทธิมนุษยชนเป็นสิ่งสำคัญ และรณรงค์ได้ด้วยมาตรการความปลอดภัย ในขบวนพาเหรดครั้งนี้ เราได้เห็นข้อความที่น่าสนใจคือ การรณรงค์เรื่อง Artikel 3 หรือกฎหมายมาตราที่ 3 

เมื่อได้อ่านดู ก็พบว่ามีใจความสำคัญเรื่องความเท่าเทียม มีประโยคขึ้นต้นมาตราว่า

“All persons shall be equal before the law.”

เดินขบวนทิพย์ในงานขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ

เนื้อหาในกฎหมายมาตรานี้ยังพูดถึงสิทธิเท่าเทียมของชายและหญิง รัฐมีหน้าที่กำจัดความไม่เท่าเทียมใดก็ตามที่เกิดขึ้น ยังกล่าวด้วยว่า บุคคลไม่ควรได้รับการปฏิบัติด้วยความลำเอียง เพราะเพศ การมีลูก ชาติพันธุ์ ภาษา ถิ่นกำเนิด เชื้อสาย ความเชื่อ หรือความคิดเห็นที่เกี่ยวกับศาสนาและการเมือง และบุคคลไม่ควรได้รับการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียมเพราะมีความพิการ

(ข้อมูลอ้างอิง: https://www.bundesregierung.de/breg-en/chancellor/basic-law-470510)

ในฐานะผู้หญิงตรงเพศที่แต่งงานกับสามีซึ่งเป็นผู้ชายตรงเพศเช่นกัน เราจินตนาการไม่ได้เลยว่า ความไม่เท่าเทียมที่ชาว LGBTQ+ ต้องแบกรับนั้นนักหนาขนาดไหน แม้ว่าประเทศเยอรมนีจะเป็นประเทศประชาธิปไตยที่มีกฎหมายคุ้มครอง และผู้คนส่วนใหญ่ที่นี่ให้ความสำคัญกับเรื่องความเท่าเทียมและสิทธิมนุษยชนมาก แต่ในความเป็นจริง ชาว LGBTQ+ ก็ยังถูกเลือกปฏิบัติ ทั้งในการใช้ชีวิตประจำวัน ชีวิตส่วนตัว และการทำงาน 

ตราบใดที่ยังมีความไม่เท่าเทียมในสังคม การรณรงค์นี้ก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป

เดินขบวนทิพย์ในงาน CSD Frankfurt ขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ

นอกจากมาตราที่ 3 ที่เป็นกฎหมายพื้นฐานแล้ว ประเทศเยอรมนียังมีกฎหมายสมรสเท่าเทียม คู่รัก LGBTQ+ จดทะเบียนสมรสได้ และอุปการะบุตรบุญธรรมได้ด้วย เราได้เห็นครอบครัว LGBTQ+ ที่นี่กับลูกๆ หลายครั้ง และรู้สึกดีมากที่ได้อยู่ในประเทศที่มีกฎหมายรับรอง เราเชื่อว่าความรักที่ดีมาจากคนสองคนที่รักและเคารพกันในฐานะคนที่เท่าเทียม และความรักที่ดีก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้สถาบันครอบครัวเข้มแข็งและทำให้สังคมมีความเข้มแข็งตามไปด้วย

เราหวังว่าจะมีวันที่ประเทศไทยมีกฎหมายสมรสเท่าเทียมและกฎหมายความเท่าเทียมพื้นฐานเช่นกัน

สำหรับปีนี้งาน CSD Frankfurt 2021 จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 17 กรกฎาคม 2021 รูปแบบงานจะกลับมาเป็นขบวนพาเหรดเดินเท้า พร้อมกิจกรรม Mini-CSD ที่จะจัดขึ้นอีกครั้งช่วงฤดูใบไม้ร่วง เพื่อเป็นการสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศและดูแลความปลอดภัยให้ผู้เข้าร่วมงานทุกคน ติดตามรายละเอียดที่ : https://csd-frankfurt.de

เดินขบวนทิพย์ในงาน CSD Frankfurt ขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ โรงเรียนนานาชาติ’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีหมวกรุ่นพิเศษจาก Painkiller Atelier X The Cloud ส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

5 มิถุนายน 2564
215

เพื่อเป็นการงาน CSD (Christopher Street Day) Frankfurt 2020 เป็นขบวนพาเหรดที่จัดปีละครั้ง เพื่อเฉลิมฉลองให้กับผู้มีความหลากหลายทางเพศ บางประเทศเรียกว่า Pride Parade หรือ Pride March งานนี้จัดเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมปีที่แล้ว ควบคู่กับงานเสวนาออนไลน์ พิเศษตรงรูปแบบของขบวนพาเหรดที่เป็น Auto-Demo ภาษาเยอรมัน แปลว่า Car Demonstration Parade (ขบวนพาเหรดรถยนต์) เราเพิ่งรู้จักกับการจัดขบวนพาเหรดแบบนี้เป็นครั้งแรกที่นี่

ช่วงที่มีการระบาดของโรค COVID-19 ในครั้งแรก ก็มีการรณรงค์เรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว เพื่อวางแผนมาตรการเฝ้าระวัง ในตอนนั้นทางรัฐบาลมีข้อกำหนดเรื่องการเว้นระยะห่างอย่างเข้มงวด เพื่อลดปริมาณผู้ติดเชื้อ การเดินประท้วงแบบปกติจึงต้องงดเว้นไป แต่ทางการอนุญาตให้ใช้รถยนต์ได้ โดยจะต้องมีผู้โดยสารคันละไม่เกิน 2 คน จึงทำให้เราได้เห็นการประท้วงแบบ Auto-Demo นี้แทนการเดินถนน

เดินขบวนทิพย์ในงานขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ LGBTQ+

ผู้จัดต้องการให้มีพาเหรดนี้เกิดขึ้น แม้จะอยู่ในช่วงที่ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์โรคระบาด ก็เลยนำไอเดีย Auto-Demo มาใช้กับงานพาเหรดในปีนี้เช่นกัน ในขบวนมีทั้งผู้สนับสนุนจากเมือง Frankfurt และเมืองใกล้เคียง เช่น Offenbach และ Wiesbaden มาร่วมด้วย ซึ่งงานในครั้งนี้จัดขึ้นที่ Romerberg ลานกว้างที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของ Frankfurt โชคดีที่ในวันงาน สถานการณ์ดีขึ้นมากแล้ว ทางการอนุญาตให้เดินขบวนและชุมนุมได้ 

โดยยังแนะนำให้มีการใส่หน้ากากและเว้นระยะห่าง 1.5 เมตรอยู่ 

เดินขบวนทิพย์ในงานขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ LGBTQ+

ทุกคนมารวมตัวกันที่นี่ เพื่อฟังผู้นำการจัดงานพูดแนะนำงานและความสำคัญของความเท่าเทียมทางเพศ ก่อนที่จะเริ่มขบวน Auto-Demo ซึ่งผู้ร่วมขบวนและรถยนต์ทั้งหมดได้จอดรอเรียบร้อยแล้ว บนถนนริมแม่น้ำที่อยู่ไม่ไกลจากสถานที่จัดงานมากนัก

เมื่อถึงเวลา ทุกคนเดินไปขึ้นรถของตัวเองและรอสัญญาณจากทีมงาน ก่อนจะเริ่มขับออกไปพร้อมกับโบกธง Pride Flag ให้กับผู้คนรอบข้าง ทั้งขบวนมีรถประมาณ 20 – 30 คัน แต่ละคันมาจากองค์กรและหน่วยงานอิสระมากมาย รวมทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล บางส่วนก็เป็นผู้ร่วมขบวนที่เดินเป็นหน้ากระดานทั้งระหว่างขบวนและท้ายขบวน

ในความรู้สึกของเราถือเป็นไอเดียที่ดีมาก เพราะเรื่องสิทธิมนุษยชนเป็นสิ่งสำคัญ และรณรงค์ได้ด้วยมาตรการความปลอดภัย ในขบวนพาเหรดครั้งนี้ เราได้เห็นข้อความที่น่าสนใจคือ การรณรงค์เรื่อง Artikel 3 หรือกฎหมายมาตราที่ 3 

เมื่อได้อ่านดู ก็พบว่ามีใจความสำคัญเรื่องความเท่าเทียม มีประโยคขึ้นต้นมาตราว่า

“All persons shall be equal before the law.”

เดินขบวนทิพย์ในงานขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ

เนื้อหาในกฎหมายมาตรานี้ยังพูดถึงสิทธิเท่าเทียมของชายและหญิง รัฐมีหน้าที่กำจัดความไม่เท่าเทียมใดก็ตามที่เกิดขึ้น ยังกล่าวด้วยว่า บุคคลไม่ควรได้รับการปฏิบัติด้วยความลำเอียง เพราะเพศ การมีลูก ชาติพันธุ์ ภาษา ถิ่นกำเนิด เชื้อสาย ความเชื่อ หรือความคิดเห็นที่เกี่ยวกับศาสนาและการเมือง และบุคคลไม่ควรได้รับการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียมเพราะมีความพิการ

(ข้อมูลอ้างอิง: https://www.bundesregierung.de/breg-en/chancellor/basic-law-470510)

ในฐานะผู้หญิงตรงเพศที่แต่งงานกับสามีซึ่งเป็นผู้ชายตรงเพศเช่นกัน เราจินตนาการไม่ได้เลยว่า ความไม่เท่าเทียมที่ชาว LGBTQ+ ต้องแบกรับนั้นนักหนาขนาดไหน แม้ว่าประเทศเยอรมนีจะเป็นประเทศประชาธิปไตยที่มีกฎหมายคุ้มครอง และผู้คนส่วนใหญ่ที่นี่ให้ความสำคัญกับเรื่องความเท่าเทียมและสิทธิมนุษยชนมาก แต่ในความเป็นจริง ชาว LGBTQ+ ก็ยังถูกเลือกปฏิบัติ ทั้งในการใช้ชีวิตประจำวัน ชีวิตส่วนตัว และการทำงาน 

ตราบใดที่ยังมีความไม่เท่าเทียมในสังคม การรณรงค์นี้ก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป

เดินขบวนทิพย์ในงาน CSD Frankfurt ขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ

นอกจากมาตราที่ 3 ที่เป็นกฎหมายพื้นฐานแล้ว ประเทศเยอรมนียังมีกฎหมายสมรสเท่าเทียม คู่รัก LGBTQ+ จดทะเบียนสมรสได้ และอุปการะบุตรบุญธรรมได้ด้วย เราได้เห็นครอบครัว LGBTQ+ ที่นี่กับลูกๆ หลายครั้ง และรู้สึกดีมากที่ได้อยู่ในประเทศที่มีกฎหมายรับรอง เราเชื่อว่าความรักที่ดีมาจากคนสองคนที่รักและเคารพกันในฐานะคนที่เท่าเทียม และความรักที่ดีก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้สถาบันครอบครัวเข้มแข็งและทำให้สังคมมีความเข้มแข็งตามไปด้วย

เราหวังว่าจะมีวันที่ประเทศไทยมีกฎหมายสมรสเท่าเทียมและกฎหมายความเท่าเทียมพื้นฐานเช่นกัน

สำหรับปีนี้งาน CSD Frankfurt 2021 จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 17 กรกฎาคม 2021 รูปแบบงานจะกลับมาเป็นขบวนพาเหรดเดินเท้า พร้อมกิจกรรม Mini-CSD ที่จะจัดขึ้นอีกครั้งช่วงฤดูใบไม้ร่วง เพื่อเป็นการสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศและดูแลความปลอดภัยให้ผู้เข้าร่วมงานทุกคน ติดตามรายละเอียดที่ : https://csd-frankfurt.de

เดินขบวนทิพย์ในงาน CSD Frankfurt ขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ โรงเรียนนานาชาติ’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีหมวกรุ่นพิเศษจาก Painkiller Atelier X The Cloud ส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

วรรณิดา กสิวงศ์

เวดดิ้งแพลนเนอร์ @wondersweddings ชอบหนังสือ ช็อกโกแลตร้อน และดอกไม้ ใฝ่ฝันอยากเห็นประเทศไทยเป็นรัฐสวัสดิการ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load