การเล่น คือการสร้างภูมิคุ้มกันทางปัญญา เพราะยิ่งเล่นก็ยิ่งมีทักษะการจัดการร่างกาย ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การทรงตัว ยิ่งเล่นก็ยิ่งเพิ่มพูนสติด้วยความกล้า การตัดสินใจ ไหวพริบ ทำให้ทุกประสาทสัมผัสเกิดการพัฒนา ดังนั้น การเล่นจึงจำเป็นต่อพื้นฐานชีวิตวัยเด็ก ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเราเล็งเห็นถึงความสำคัญ

พวกเราเป็นนักศึกษาสาขาสถาปัตยกรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 ที่สถาบันอาศรมศิลป์ เราเริ่มทำโปรเจกต์เครื่องเล่นซึ่งเป็นโปรเจกต์แรกของพวกเราตอนเรียนอยู่ชั้นปีที่ 1 ตอนนั้นเรากำลังศึกษาเรื่องสเปซและความรู้สึกต่อสเปซ ซึ่งการออกแบบเครื่องเล่นเป็นเรื่องที่เราคิดต่อยอดจากเรื่องสเปซได้ เพราะมีความหลากหลายและไม่ค่อยมีข้อจำกัดในการออกแบบ อาจารย์จึงอยากให้เราลองทำโปรเจกต์ออกแบบเครื่องเล่นดู

กระบวนการออกแบบเป็นไปได้ด้วยดี เราศึกษาและทำความเข้าใจพฤติกรรมหรือพัฒนาการด้านต่างๆ ของเด็กในแต่ละช่วงอายุ จนสุดท้ายออกมาเป็นแบบที่ลงตัวซึ่งเน้นไปถึงการพัฒนาร่างกายในด้านต่างๆ

แต่สิ่งที่พิเศษของกระบวนการเรียนรู้ที่นี่คือพวกคุณจะได้ลงมือทำงานจริง ได้เจอกับลูกค้าจริงๆ ดังนั้น อาจารย์จึงถามพวกเราว่าอยากสร้างไหม สิ่งที่พวกเราทุ่มเทศึกษาข้อมูลกันมาพวกคุณอยากเห็นมันตั้งอยู่บนโลกนี้จริงๆ ไหม คำพูดนั้นทำให้เรารู้สึกว่ามันน่าสนใจจัง ถ้าเป็นที่อื่นก็คงต้องเรียนจบก่อนจึงจะได้โอกาสแบบนี้ แต่ที่นี่กลับให้โอกาสเราที่เป็นแค่นักศึกษาลงมือทำจริง

โมเดล

เด็ก

เราเลยคุยกันว่าจะไปทำที่ไหน ซึ่งตอนนั้นมีโรงเรียนใน 2 จังหวัดให้เราเลือก คือโรงเรียนที่พิจิตรกับโรงเรียนที่แม่ฮ่องสอน ศักยภาพของทั้งสองโรงเรียนนี้ต่างกัน โรงเรียนหนึ่งมีสถานที่พร้อมและมีทุนประมาณหนึ่ง กับอีกโรงเรียนหนึ่งที่อยู่บนดอยและศักยภาพของพื้นที่ไม่ดีนัก เราอยากทำสิ่งเหล่านี้เพื่อสังคม อยากนำความรู้หรือสิ่งที่เรามี สิ่งที่เราเป็นตรงนี้ ไปพัฒนาเด็กๆ ที่ขาดแคลนโอกาส เพราะเด็กๆ เหล่านั้นอาจเป็นอนาคตของชาติในวันข้างหน้า เราจึงตัดสินใจเลือกโรงเรียนที่แม่ฮ่องสอน ซึ่งตอนนั้นเรามีตัวเลือกเป็นโรงเรียนในจังหวัดแม่ฮ่องสอนถึง 5 แห่งที่สนใจอยากให้เราไปลองทำ และในที่สุดเราก็ได้ไปสร้างเครื่องเล่นให้กับเด็กๆ บนดอยสูงยังโรงเรียนที่ชื่อว่า โรงเรียนบ้านแม่ลิด

ความพิเศษของประสบการณ์ครั้งนี้มีอยู่ 2 อย่าง นั่นคือการเดินทางที่แสนทรหด และอัธยาศัยของคนในชุมชน

การเดินทางขึ้นไปที่โรงเรียนแม่ลิดเราต้องนั่งรถกระบะขึ้นเขา รถจะขับขึ้นเขาไปตามแนวถนนที่เขาทำไว้ซึ่งยังเป็นถนนดินแดง และระหว่างทางที่รายล้อมด้วยธรรมชาติสีเขียวเราจะเห็นวิวภูเขาอันกว้างใหญ่ได้ตลอดทางจนถึงโรงเรียน

กว่าจะถึงจุดหมายปลายทางก็เล่นเอาทุกคนเมื่อยขบ แต่การมาที่นี่ทำให้เรารู้สึกสบายใจแปลกๆ อาจเป็นเพราะความอัศจรรย์ของที่แห่งนี้ที่เราสัมผัสได้

ครูโรงเรียนบ้านแม่ลิด จังหวัดแม่ฮ่องสอน

เราเป็นคนเมืองซึ่งอยู่กับสังคมที่ต่างคนต่างใช้ชีวิตมาตั้งแต่เกิด แต่ที่นี่กลับแตกต่าง ทุกคนช่วยเหลือกันและกัน ยิ้มให้กันตลอด และนักเรียนก็สวัสดีเราวันละ 4 – 5 รอบทุกวัน สิ่งเหล่านี้ทำให้เราแปลกใจ เพราะเราไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน

พื้นที่ที่เราได้รับโจทย์เป็นพื้นที่บริเวณลำธารที่มีสโลปเนินดิน ท่ามกลางลมเย็นๆ ที่พัดผ่านตัวเราคลอกับเสียงน้ำที่กำลังไหลในลำธาร สีเขียวของใบไม้กับแสงอาทิตย์อ่อนๆ ให้ความรู้สึกเหมือนโดนโอบกอดจากธรรมชาติ ทำให้เรารู้สึกอบอุ่น พวกเราสัมผัสได้ถึงศักยภาพของพื้นที่ และคิดว่าถ้าเด็กๆ ได้มาเล่นตรงนี้มันจะทำให้เขาสัมผัสและเข้าใจถึงความงามของธรรมชาติที่พวกเขามีอยู่ได้เป็นอย่างดีแน่นอน

กระบวนการการทำงานของเราเริ่มจากการศึกษาพฤติกรรมของเด็กในแต่ละช่วงอายุว่าพวกเขาต้องการอะไร และอะไรที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการด้านต่างๆ ของพวกเขาได้ โดยเป้าหมายหลักในการออกแบบของพวกเรายังคงเหมือนเดิมคือ การเสริมสร้างพัฒนาการของเด็ก นั่นหมายความว่าเราจะทำยังไงก็ได้ให้เด็กๆ เกิดพัฒนาการ และรู้สึกสนุกกับของเล่นที่เราออกแบบไปพร้อมๆ กัน

เครื่องเล่นที่เราออกแบบแบ่งออกเป็น 4 ชุดคือ หนึ่ง ชุดเครื่องเล่นใยแมงมุม ซึ่งทำด้วยเชือกขนาดใหญ่ สอง ชุดหินผา สาม ชุดทางเดินประสาทสัมผัส และสี่ สไลเดอร์ เครื่องเล่น 4 ชุดนี้แอบสอดแทรกการเสริมสร้างพัฒนาการในด้านต่างๆ ของเด็ก ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อมัดเล็ก กล้ามเนื้อมัดใหญ่ การทรงตัว หรือแม้กระทั่งการตัดสินใจ

โรงเรียนบ้านแม่ลิด จังหวัดแม่ฮ่องสอน

เครื่องเล่น

หลังจากขั้นตอนการศึกษาพฤติกรรมและได้แบบที่ต้องการ ก็เข้าสู่ขั้นตอนลงมือทำ

ในกระบวนการทำ ตอนแรกพวกเราทุกคนรู้สึกถึงความท้าทายจนบางคนกังวลว่าจะทำไม่ได้ แต่พวกเราก็ไม่มีใครเลยที่รู้สึกท้อหรือไม่อยากทำ เพราะเราเห็นถึงความสำคัญของการเล่นของเด็ก เราจึงมีเป้าหมายเดียวกันในการมาที่นี่ นั่นคืออยากให้พวกเขาได้รับโอกาสที่พวกเขาขาด

เราทั้งออกแบบและลงมือสร้างสิ่งที่เราออกแบบให้เกิดขึ้นจริง เราใช้เวลาในการทำงานประมาณ 8 วันเพื่อสร้างเครื่องเล่นที่แม่ลิด และแน่นอนว่าเจอปัญหามากมาย แต่ปัญหาที่เราคิดว่ายากที่สุดของการทำงานครั้งนี้คือ การทำให้เป้าหมายของคุณครูตรงกับเรา เพราะในการสร้างเครื่องเล่นของเรายิ่งเด็กเล่นระห่ำแค่ไหนเขาก็จะยิ่งได้พัฒนาการด้านร่างกายดีที่สุด แต่คุณครูก็กลัวว่าจะเกิดอันตรายกับเด็กๆ เราจึงต้องค่อยๆ หาวิธีที่จะสามารถสร้างความเข้าใจกับครูให้ได้ โดยที่แบบของเครื่องเล่นจะไม่ถูกเปลี่ยนแปลงไปจากการออกแบบที่เราตั้งใจ

สำรวจ

โรงเรียนบ้านแม่ลิด จังหวัดแม่ฮ่องสอน

จนในที่สุดเราก็เจอข้อสรุปที่เราและคุณครูสามารถตกลงร่วมกันได้ เหตุการณ์ครั้งนี้จึงสอนให้เรารู้ว่าการแก้ปัญหาแบบนี้เป็นการฝึกให้เราใช้ไหวพริบของการเป็นนักออกแบบ อย่างการฝึกเจรจาอย่างประนีประนอมกับลูกค้าว่าจะแก้ปัญหายังไงให้สามารถรักษาแบบของเราไว้ได้มากที่สุด และได้ข้อตกลงที่แฮปปี้ทั้งสองฝ่าย สำหรับผม ผมคิดว่าการเรียนจากโจทย์เพียงอย่างเดียวเราจะไม่มีโอกาสเจอประสบการณ์ดีๆ แบบนี้ ที่เราจะสามารถนำไปปรับใช้ได้ในอนาคตหลังจากเรียนจบแน่นอน

เครื่องเล่น

โรงเรียนบ้านแม่ลิด จังหวัดแม่ฮ่องสอน

การเดินทางมาแม่ลิดครั้งนี้เราได้ประสบการณ์ใหม่ๆ หลายอย่างมาก เราได้เจอผู้คนที่ใจดี ได้รู้จักเด็กๆ ที่น่ารักยิ้มให้เราตลอดเวลา ซึ่งมันทำให้เรารับรู้ว่าบางครั้งความสุขของการทำงานมันมีอยู่จริง แม้ว่าเราจะเหนื่อย จะเจอปัญหาแค่ไหน มันก็เทียบไม่ได้เลยกับสิ่งเราอยากให้มันเกิดขึ้น และบางทีเพียงแค่เราเห็นรอยยิ้มของผู้คนที่นั่นมันก็ทำให้เราหายเหนื่อยได้

เราได้ประสบการณ์ราคาแพงจากการฝึกผสมปูน การฉาบปูน การมัดเชือก หรือแม้กระทั่งการเจรจาต่อรองเพื่อให้แบบออกมาสมบูรณ์ที่สุด ได้เรียนรู้และสามารถปรับตัวในการทำงาน ทำให้เราเข้าใจผู้คนและตัวเองมากขึ้น และสิ่งที่เราสัมผัสได้และรู้สึกว่ามันเป็นความรู้สึกที่คุ้มค่าที่สุดกับการยอมเหนื่อย ยอมเจ็บตัว นั่นคือในเช้าหลังจากที่เครื่องเล่นเสร็จ พวกเราทุกคนยืนมองเด็กๆ ที่มาเล่นเครื่องเล่นของพวกเราอย่างเมามันแล้วยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ผมไม่รู้ว่าทำไมถึงยิ้ม แต่ข้างในมันรู้สึกดีมากๆ จนไม่อาจบรรยายได้ และที่แน่ๆ ผมชอบความรู้สึกนั้นมาก

เราภูมิใจกับสิ่งที่เราทำ เราดีใจที่เด็กๆ ชอบ และผมคิดว่านี่คงเป็นความรู้สึกเดียวที่เงินก็ซื้อไม่ได้ และมวลความรู้สึกนี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเราพยายามทุ่มเททำบางอย่างอย่างเต็มที่เท่านั้น นี่เป็นความรู้สึกที่พวกคุณต้องลองสัมผัสกับมันดูสักครั้ง แล้วจะเข้าใจว่าการทุ่มเทลงมือทำอะไรบางอย่างอย่างเต็มที่มันดียังไง
ประสบการณ์เหล่านี้ที่ผมและเพื่อนๆ ได้มา ล้วนมาจากการลงมือทำ ซึ่งส่วนตัวผมคิดว่ามันต่างจากการเรียนในตำราหรือทฤษฎี ที่อาจไม่ได้รับประสบการณ์ดีๆ แบบนี้ อาจไม่ได้เจอกับผู้คน อาจไม่ได้ทักษะต่างๆ อาจไม่ได้เข้าใจถึงมุมมองต่างๆ อาจไม่ได้เจอปัญหาและวิธีแก้ปัญหาอย่างแท้จริง สุดท้าย เราอาจไม่ได้รับรู้ถึงความภาคภูมิใจที่ได้ชนะใจตัวเอง

และนี่คือสิ่งที่ผมได้รับจากสถาบันอาศรมศิลป์ ที่ที่ให้โอกาสผมผ่านการเดินทางและกระบวนการลงมือทำงานจริง ขอบคุณครับ

เด็ก

ภาพ : ปิยะ พรปัทมภิญโญ

ถ้าคุณมีประสบการณ์เดินทางแปลกใหม่จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญส่งเรื่องราวของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะมีสมุดบันทึกปกหนังเทียมเล่มสวยส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer

นพรุจ เกาะงาม

เป็นนักศึกษาสถาปัตย์ปี 2 ที่สถาบันอาศรมศิลป์ เป็นคนนิ่งๆ ชอบเล่นกีฬา รักในการเดินทาง

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

จากตัวเมืองเชียงใหม่-อำเภอเชียงดาว จากถนนคอนกรีตเริ่มกลายเป็นถนนลูกรัง ภูเขาน้อยใหญ่สองข้างทาง กับฝนที่โปรยลงมาพอให้ชื่นใจ และ ‘ดอยหลวงเชียงดาว’ สูงตระหง่านอยู่สุดสายตาหลังจากยานพาหนะพาเรามาถึงจุดหมาย ชายวัยกลางคนผมยาวดกดำเดินออกมาต้อนรับ พร้อมเชื้อเชิญเราเข้าไปยังที่พัก

“สำหรับเรา พระอาทิตย์ขึ้น เหมือนการเริ่มต้นวันใหม่ในชีวิตของคนและธรรมชาติ เป็นการตื่นนอนและเดินทางในทุกวันเหมือนดวงอาทิตย์” เนย์-สุริยาวุธ อภิวงค์ เล่าถึงที่มาและการเดินทางของเขา จากจุดเริ่มต้นจนกลายเป็น ‘ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์’

นอนเคียงธรรมชาติเชียงดาว ณ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ที่พักซึ่งคิดเงินตามแต่แขกจะให้

พบตะวัน

ตะวันตื่น เริ่มขึ้นจากการเดินทางจากเชียงใหม่ มาดูที่ดินตรงนี้ครั้งแรกกับเพื่อน เราเห็นภูเขาและพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก จากจุดนี้ทำให้เรานึกถึงภาพวาดสมัยเป็นเด็ก” เจ้าบ้านเล่าพร้อมพาเดินชมโดยรอบ

เนย์ตัดสินใจเข้ามาลองใช้ชีวิตอยู่บนที่ดินผืนนี้รวมทั้งหมด 31 ไร่ ที่มีต้นน้ำ (แม่น้ำปิง) ขนาบข้าง พร้อมกับป่าไผ่และป่าเบญจพรรณโอบล้อม ในอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

“เราเริ่มเข้ามาใช้ชีวิตที่นี่ เรียนรู้ความเป็นอยู่ของคนในชุมชนก่อน เราคิดว่าต้องเป็นคนที่นี่ให้ได้ก่อนเพื่อที่จะเข้าใจว่าสิ่งไหนควรทำ ไม่ควรทำ”

นอนเคียงธรรมชาติเชียงดาว ณ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ที่พักซึ่งคิดเงินตามแต่แขกจะให้

“เพราะเราใช้ชีวิตคลุกคลีกับชาวบ้าน เลยเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นในชุมชน จากคนแปลกหน้าเริ่มกลายเป็นครอบครัว พออยู่ที่นี่ครบสามฤดูกาล เราตัดสินใจกับเพื่อนๆ ว่า ควรทำแคมป์กราวนด์ที่มีฟาร์มไก่และร้านกาแฟเล็กๆ” เนย์เล่าด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

ระหว่างบทสนทนา เสียงลมเอื่อยๆ กระทบต้นไม้ใหญ่ริมน้ำ ประกอบกับฝนที่โปรยลงมาเป็นระยะราวกับเสียงดนตรีจากธรรมชาติ และฝนสงบลงตอนเที่ยงวันพอดิบพอดี หลังจากเรากางเต็นท์และเก็บสัมภาระเรียบร้อย เนย์ตะโกนมาจากในครัวที่ทำมาจากไม้ไผ่ทั้งหลัง 

“มื้อเที่ยงวันนี้ผมจะทำ ‘คั่วแฮ่มไก่’ ให้กินนะ” 

หลังพูดจบประโยค เนย์ชักชวนเราเข้ามาในครัว ซึ่งเขากำลังเตรียมวัตถุดิบเพื่อปรุงอาหาร

นอนเคียงธรรมชาติเชียงดาว ณ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ที่พักซึ่งคิดเงินตามแต่แขกจะให้
นอนเคียงธรรมชาติเชียงดาว ณ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ที่พักซึ่งคิดเงินตามแต่แขกจะให้

“เมนูคั่วแฮ่มไก่ (คั่วแห้งไก่) เป็นอาหารท้องถิ่นของภาคเหนือ แต่ความพิเศษของคั่วแห้งไก่ที่เรากำลังจะทำคือ วัตถุดิบทั้งหมดหามาจากธรรมชาติ พืชผักท้องถิ่นที่ขึ้นเองริมน้ำ เก็บมาปลูกในแปลงที่ทำไว้ในฟาร์มสเตย์ ส่วนไก่ เป็นไก่พื้นเมืองที่เราเลี้ยงไว้เอง” เนย์เล่าปนยิ้มพร้อมทำอาหารต่ออย่างสนุกมือ

“บริเวณรอบๆ ไม่ได้มีแค่พืชผักอย่างเดียว แม่น้ำปิงที่นี่ใสมาก ในฤดูร้อนกับฤดูหนาวใสจนเห็นปลาเลย อยู่ที่นี่ได้กินปลาจนเบื่อ มันว่ายทวนน้ำขึ้นมาตลอด บางทีมันมากันเป็นโขยง ในแต่ละฤดูกาลจะมีปลาแตกต่างกัน อย่างช่วงนี้จะเป็นปลากด เพราะปลากดมากับน้ำขุ่น” เขาเล่าพร้อมตักอาหารใส่จาน และกินอาหารร่วมกันกับพวกเรา

นอนเคียงธรรมชาติเชียงดาว ณ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ที่พักซึ่งคิดเงินตามแต่แขกจะให้

หากสังเกตจะพบว่าสิ่งปลูกสร้างที่นี่ล้วนทำมาจากวัสดุธรรมชาติ อีกทั้งยังมีเอกลักณ์เฉพาะ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางหมู่บ้านของชนพื้นเมือง ไม่ว่าจะเป็นห้องครัว ห้องน้ำ ลานกางเต็นท์ และ แปลงผัก ล้วนทำมาจากไม้หลากหลายชนิดที่มีรูปร่างแตกต่างกันไป

“เราไม่ใช่นายทุนที่มีเงินมากมาย ก่อนที่จะมาทำฟาร์มสเตย์ เราเรียนจบทางด้านศิลปะ สาขาจิตรกรรมมาก่อน เลยมีความรัก ความชอบงานศิลปะอยู่แล้ว เลยเริ่มสร้างจากสิ่งเล็กๆ ตอนนั้นในความคิดของเรา คิดแต่ว่าจะทำยังไงให้ชาวบ้านได้ผลประโยชน์ มีรายได้ และอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้ เลยเก็บวัสดุรอบตัวมาสร้างที่นี่เองทั้งหมด อย่างพวกกิ่งไม้ ต้นไม้ เป็นกิ่งไม้ที่ชาวบ้านตัดทิ้งบ้าง เก็บที่ไหลมาตามแม่น้ำบ้าง เก็บจากต้นไม้ที่โค้นล้มในป่าบ้าง

“มันอยู่ที่มุมมองและอยู่ที่คนที่จะไปจับ แล้วเอามาคิด เอามาทำ เราเคยคิดว่าต้องมีเงินเท่านั้น เท่านี้ ถึงจะสร้างบางสิ่งได้ แต่พอคิดดูดีๆ ขอแค่มีความคิด มีแรงกาย มีแรงใจ บางทีสร้างผลงานที่เรียกว่า Nature Art ขึ้นมาได้ จนหลังๆ เริ่มลดต้นทุนอะไรหลายๆ อย่าง เริ่มมีไอเดียใหม่ขึ้นมาเรื่อยๆ ยิ่งได้อยู่กับธรรมชาติ ยิ่งทำให้ความคิดแล่น”

นอนเคียงธรรมชาติเชียงดาว ณ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ที่พักซึ่งคิดเงินตามแต่แขกจะให้

แล้วชาวบ้านได้รับการช่วยเหลืออย่างไรบ้าง-เราถาม

“ตอนนี้เราเริ่มจากจุดเล็กๆ ชุมชนเรามีต้นน้ำกับป่าไผ่ ชาวบ้านเลยคิดกันว่าอยากทำล่องแพ เลยลองตัดไม้ไผ่มาทำแพกับชาวบ้าน พานักท่องเที่ยวที่เข้ามาพักไปล่องแพเป็นกิจกรรม แล้วรายได้จากล่องแพก็ให้ชาวบ้าน

“ตอนนี้ก็กำลังเริ่มทำอีกโครงการ เป็นโครงการปลูกไผ่ซางหม่น กำลังเริ่มเพาะกันอยู่เลย ปกติชุมชนแถวนี้จะตัดไม่ไผ่ขาย แต่ถ้าเราตัดมันไปเรื่อยๆ มันก็จะออกไม่ทัน ด้วยความที่เขตป่าของชุมชนนี้มีเกือบ สองพันไร่ ถ้าเราแบ่งออกเป็นสี่โซน ถ้าตัดโซนที่หนึ่ง ปีหน้าก็ตักโซนที่สอง หมุนเวียนกันไป ก็จะมีผลผลิตให้เราตลอดทุกปี และพอที่จะส่งออกได้เลยนะ ยิ่งผลิตภัณฑ์ไม้ไผ่ตอนนี้กำลังมาแรง ชาวบ้านเขาก็จะมีรายได้ตลอด” เจ้าบ้านเล่าอย่างภูมิใจ

ใช้ชีวิตและพูดคุยกับ สุริยาวุธ อภิวงค์ ชายผู้ปลูกทุนความคิดและจินตนาการ สรรสร้างเพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติที่เชียงดาว

ทิศตะวันตก

หลังตะวันค่อยๆ ลับฟ้าไปไม่นาน เจ้าบ้านเริ่มก่อกองไฟริมลานไม้ไผ่ให้พวกเรา ก่อนจะมุ่งหน้าเข้าครัวเพื่อทำอาหารเย็น อาหารมื้อนี้เป็นอีกมื้อที่เรียบง่าย หลังจากทานอาหารร่วมกันกับเจ้าบ้าน บทสนทนายามดึกของเรายังคงดำเนินต่อไป พร้อมกับแสงของกองไฟดวงเล็กๆ ที่ทำให้รู้สึกอบอุ่นขึ้นเป็นกอง

ใช้ชีวิตและพูดคุยกับ สุริยาวุธ อภิวงค์ ชายผู้ปลูกทุนความคิดและจินตนาการ สรรสร้างเพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติที่เชียงดาว
ใช้ชีวิตและพูดคุยกับ สุริยาวุธ อภิวงค์ ชายผู้ปลูกทุนความคิดและจินตนาการ สรรสร้างเพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติที่เชียงดาว

“ท้องฟ้าตรงที่พวกเรานั่งคุยกันอยู่ ถ้ามองขึ้นไปในฤดูล่าทางช้างเผือก ที่นี่มองเห็นทางช้างเผือกด้วยตาเปล่าได้

เลย ปกติทางช้างเผือกจะขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ แล้วลับของฟ้าในทิศตะวันตกเฉียงเหนือ” เจ้าบ้านชี้มือไปบนท้องฟ้าประกอบกับเปิดโทรศัพท์มือถือ และอวดรูปภาพทางช้างเผือกที่เขาเคยถ่ายไว้

ใช้ชีวิตและพูดคุยกับ สุริยาวุธ อภิวงค์ ชายผู้ปลูกทุนความคิดและจินตนาการ สรรสร้างเพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติที่เชียงดาว

“ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ตอนนี้ยังสร้างไม่เสร็จดี แต่คนตามกันเข้ามาเยอะพอสมควร จนเราประหลาดใจอยู่เหมือนกัน น่าจะบอกปากต่อปากกันไปเรื่อยๆ จนธุรกิจแถวนี้เข้ามาถามตลอดว่า ทำการตลาดยังไง ฐานลูกค้า กลุ่มเป้าหมายเป็นแบบไหน เราให้คำตอบเขาไม่ได้ เพราะเราไม่ได้ทำการตลาดอะไรเลย แต่นักท่องเที่ยวมาเข้าพักอยู่ตลอด 

“เลยตอบเขาไปว่าเราไม่ได้ขายการบริการ เราขายเรื่องราวกับวิถีชีวิต อยู่ที่นี่เราเป็นตัวเอง คนสมัยนี้จะเสาะหาอะไรที่มันมีเรื่องราวและเรียบง่าย คนที่เข้ามาพักมักถามเราเสมอว่า คิดค่าบริการยังไง เพราะเราไม่ได้แจ้งไว้ในช่องทางไหนเลย เราตอบลูกค้าไปว่า ‘แล้วแต่จะให้’ เราเป็นศิลปิน เราคิดว่าในเมื่อเราสร้างผลงานชิ้นหนึ่ง แล้วมันยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เราไม่สามารถประเมินค่ามันได้ เลยบอกลูกค้าไปแบบนั้น” เขาเว้นจังหวะก่อนอธิบายเสริม

“ลูกค้าที่มาเข้าพักที่นี่จะให้มากให้น้อย เราไม่เคยคิดว่าขาดทุนสักครั้ง มันเป็นกำไรชีวิตทั้งนั้น เราคิดซะว่าได้รู้จักผู้คนมากขึ้น มาแบ่งปันเรื่องราว แบ่งปันประสบการณ์กันที่นี่ เราคิดว่านั้นเป็นกำไรของเราแล้วล่ะ” 

เนย์พูดทิ้งท้าย ก่อนพวกเราจะแยกย้ายกันไปพักผ่อน และเดินทางกลับเชียงใหม่ในตอนเช้าตรู่

ใช้ชีวิตและพูดคุยกับ สุริยาวุธ อภิวงค์ ชายผู้ปลูกทุนความคิดและจินตนาการ สรรสร้างเพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติที่เชียงดาว

เดินทางตามตะวันกันต่อที่ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์

ที่ตั้ง : ตำบลเมืองงาย อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ 50170 (แผนที่

โทรศัพท์ : 09 1810 5009

Facebook : Tawan Tune Farm Stay ตะวันตื่น ฟาร์มสเตย์

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีหมวกรุ่นพิเศษจาก Painkiller Atelier X The Cloud ส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer

นภัสรพี ศรีบุญปวน

นักศึกษาปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่มีความฝันอยากท่องโลกกว้าง รักการเดินทาง กาแฟอเมริกาโน่ และการพบเจอเรื่องดีๆ ระหว่างการผจญภัยของชีวิต ไม่ว่าจะเป็น ผู้คน สถานที่ หรือความรู้สึก

Photographer

จารุเดช ไชยเลิศ

นักศึกษาวิจิตรศิลป์ สาขาถ่ายภาพ หนุ่มเชียงใหม่ ผู้หลงรัก ต้นไม้ กาแฟ และเสียงดนตรี ใช้กล้องเป็นเครื่องมือในการสื่อสาร และเป็นข้ออ้างให้ตัวเองออกไปเจอโลก ผู้คน และธรรมชาติ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load