การเล่น คือการสร้างภูมิคุ้มกันทางปัญญา เพราะยิ่งเล่นก็ยิ่งมีทักษะการจัดการร่างกาย ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การทรงตัว ยิ่งเล่นก็ยิ่งเพิ่มพูนสติด้วยความกล้า การตัดสินใจ ไหวพริบ ทำให้ทุกประสาทสัมผัสเกิดการพัฒนา ดังนั้น การเล่นจึงจำเป็นต่อพื้นฐานชีวิตวัยเด็ก ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเราเล็งเห็นถึงความสำคัญ

พวกเราเป็นนักศึกษาสาขาสถาปัตยกรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 ที่สถาบันอาศรมศิลป์ เราเริ่มทำโปรเจกต์เครื่องเล่นซึ่งเป็นโปรเจกต์แรกของพวกเราตอนเรียนอยู่ชั้นปีที่ 1 ตอนนั้นเรากำลังศึกษาเรื่องสเปซและความรู้สึกต่อสเปซ ซึ่งการออกแบบเครื่องเล่นเป็นเรื่องที่เราคิดต่อยอดจากเรื่องสเปซได้ เพราะมีความหลากหลายและไม่ค่อยมีข้อจำกัดในการออกแบบ อาจารย์จึงอยากให้เราลองทำโปรเจกต์ออกแบบเครื่องเล่นดู

กระบวนการออกแบบเป็นไปได้ด้วยดี เราศึกษาและทำความเข้าใจพฤติกรรมหรือพัฒนาการด้านต่างๆ ของเด็กในแต่ละช่วงอายุ จนสุดท้ายออกมาเป็นแบบที่ลงตัวซึ่งเน้นไปถึงการพัฒนาร่างกายในด้านต่างๆ

แต่สิ่งที่พิเศษของกระบวนการเรียนรู้ที่นี่คือพวกคุณจะได้ลงมือทำงานจริง ได้เจอกับลูกค้าจริงๆ ดังนั้น อาจารย์จึงถามพวกเราว่าอยากสร้างไหม สิ่งที่พวกเราทุ่มเทศึกษาข้อมูลกันมาพวกคุณอยากเห็นมันตั้งอยู่บนโลกนี้จริงๆ ไหม คำพูดนั้นทำให้เรารู้สึกว่ามันน่าสนใจจัง ถ้าเป็นที่อื่นก็คงต้องเรียนจบก่อนจึงจะได้โอกาสแบบนี้ แต่ที่นี่กลับให้โอกาสเราที่เป็นแค่นักศึกษาลงมือทำจริง

โมเดล

เด็ก

เราเลยคุยกันว่าจะไปทำที่ไหน ซึ่งตอนนั้นมีโรงเรียนใน 2 จังหวัดให้เราเลือก คือโรงเรียนที่พิจิตรกับโรงเรียนที่แม่ฮ่องสอน ศักยภาพของทั้งสองโรงเรียนนี้ต่างกัน โรงเรียนหนึ่งมีสถานที่พร้อมและมีทุนประมาณหนึ่ง กับอีกโรงเรียนหนึ่งที่อยู่บนดอยและศักยภาพของพื้นที่ไม่ดีนัก เราอยากทำสิ่งเหล่านี้เพื่อสังคม อยากนำความรู้หรือสิ่งที่เรามี สิ่งที่เราเป็นตรงนี้ ไปพัฒนาเด็กๆ ที่ขาดแคลนโอกาส เพราะเด็กๆ เหล่านั้นอาจเป็นอนาคตของชาติในวันข้างหน้า เราจึงตัดสินใจเลือกโรงเรียนที่แม่ฮ่องสอน ซึ่งตอนนั้นเรามีตัวเลือกเป็นโรงเรียนในจังหวัดแม่ฮ่องสอนถึง 5 แห่งที่สนใจอยากให้เราไปลองทำ และในที่สุดเราก็ได้ไปสร้างเครื่องเล่นให้กับเด็กๆ บนดอยสูงยังโรงเรียนที่ชื่อว่า โรงเรียนบ้านแม่ลิด

ความพิเศษของประสบการณ์ครั้งนี้มีอยู่ 2 อย่าง นั่นคือการเดินทางที่แสนทรหด และอัธยาศัยของคนในชุมชน

การเดินทางขึ้นไปที่โรงเรียนแม่ลิดเราต้องนั่งรถกระบะขึ้นเขา รถจะขับขึ้นเขาไปตามแนวถนนที่เขาทำไว้ซึ่งยังเป็นถนนดินแดง และระหว่างทางที่รายล้อมด้วยธรรมชาติสีเขียวเราจะเห็นวิวภูเขาอันกว้างใหญ่ได้ตลอดทางจนถึงโรงเรียน

กว่าจะถึงจุดหมายปลายทางก็เล่นเอาทุกคนเมื่อยขบ แต่การมาที่นี่ทำให้เรารู้สึกสบายใจแปลกๆ อาจเป็นเพราะความอัศจรรย์ของที่แห่งนี้ที่เราสัมผัสได้

ครูโรงเรียนบ้านแม่ลิด จังหวัดแม่ฮ่องสอน

เราเป็นคนเมืองซึ่งอยู่กับสังคมที่ต่างคนต่างใช้ชีวิตมาตั้งแต่เกิด แต่ที่นี่กลับแตกต่าง ทุกคนช่วยเหลือกันและกัน ยิ้มให้กันตลอด และนักเรียนก็สวัสดีเราวันละ 4 – 5 รอบทุกวัน สิ่งเหล่านี้ทำให้เราแปลกใจ เพราะเราไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน

พื้นที่ที่เราได้รับโจทย์เป็นพื้นที่บริเวณลำธารที่มีสโลปเนินดิน ท่ามกลางลมเย็นๆ ที่พัดผ่านตัวเราคลอกับเสียงน้ำที่กำลังไหลในลำธาร สีเขียวของใบไม้กับแสงอาทิตย์อ่อนๆ ให้ความรู้สึกเหมือนโดนโอบกอดจากธรรมชาติ ทำให้เรารู้สึกอบอุ่น พวกเราสัมผัสได้ถึงศักยภาพของพื้นที่ และคิดว่าถ้าเด็กๆ ได้มาเล่นตรงนี้มันจะทำให้เขาสัมผัสและเข้าใจถึงความงามของธรรมชาติที่พวกเขามีอยู่ได้เป็นอย่างดีแน่นอน

กระบวนการการทำงานของเราเริ่มจากการศึกษาพฤติกรรมของเด็กในแต่ละช่วงอายุว่าพวกเขาต้องการอะไร และอะไรที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการด้านต่างๆ ของพวกเขาได้ โดยเป้าหมายหลักในการออกแบบของพวกเรายังคงเหมือนเดิมคือ การเสริมสร้างพัฒนาการของเด็ก นั่นหมายความว่าเราจะทำยังไงก็ได้ให้เด็กๆ เกิดพัฒนาการ และรู้สึกสนุกกับของเล่นที่เราออกแบบไปพร้อมๆ กัน

เครื่องเล่นที่เราออกแบบแบ่งออกเป็น 4 ชุดคือ หนึ่ง ชุดเครื่องเล่นใยแมงมุม ซึ่งทำด้วยเชือกขนาดใหญ่ สอง ชุดหินผา สาม ชุดทางเดินประสาทสัมผัส และสี่ สไลเดอร์ เครื่องเล่น 4 ชุดนี้แอบสอดแทรกการเสริมสร้างพัฒนาการในด้านต่างๆ ของเด็ก ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อมัดเล็ก กล้ามเนื้อมัดใหญ่ การทรงตัว หรือแม้กระทั่งการตัดสินใจ

โรงเรียนบ้านแม่ลิด จังหวัดแม่ฮ่องสอน

เครื่องเล่น

หลังจากขั้นตอนการศึกษาพฤติกรรมและได้แบบที่ต้องการ ก็เข้าสู่ขั้นตอนลงมือทำ

ในกระบวนการทำ ตอนแรกพวกเราทุกคนรู้สึกถึงความท้าทายจนบางคนกังวลว่าจะทำไม่ได้ แต่พวกเราก็ไม่มีใครเลยที่รู้สึกท้อหรือไม่อยากทำ เพราะเราเห็นถึงความสำคัญของการเล่นของเด็ก เราจึงมีเป้าหมายเดียวกันในการมาที่นี่ นั่นคืออยากให้พวกเขาได้รับโอกาสที่พวกเขาขาด

เราทั้งออกแบบและลงมือสร้างสิ่งที่เราออกแบบให้เกิดขึ้นจริง เราใช้เวลาในการทำงานประมาณ 8 วันเพื่อสร้างเครื่องเล่นที่แม่ลิด และแน่นอนว่าเจอปัญหามากมาย แต่ปัญหาที่เราคิดว่ายากที่สุดของการทำงานครั้งนี้คือ การทำให้เป้าหมายของคุณครูตรงกับเรา เพราะในการสร้างเครื่องเล่นของเรายิ่งเด็กเล่นระห่ำแค่ไหนเขาก็จะยิ่งได้พัฒนาการด้านร่างกายดีที่สุด แต่คุณครูก็กลัวว่าจะเกิดอันตรายกับเด็กๆ เราจึงต้องค่อยๆ หาวิธีที่จะสามารถสร้างความเข้าใจกับครูให้ได้ โดยที่แบบของเครื่องเล่นจะไม่ถูกเปลี่ยนแปลงไปจากการออกแบบที่เราตั้งใจ

สำรวจ

โรงเรียนบ้านแม่ลิด จังหวัดแม่ฮ่องสอน

จนในที่สุดเราก็เจอข้อสรุปที่เราและคุณครูสามารถตกลงร่วมกันได้ เหตุการณ์ครั้งนี้จึงสอนให้เรารู้ว่าการแก้ปัญหาแบบนี้เป็นการฝึกให้เราใช้ไหวพริบของการเป็นนักออกแบบ อย่างการฝึกเจรจาอย่างประนีประนอมกับลูกค้าว่าจะแก้ปัญหายังไงให้สามารถรักษาแบบของเราไว้ได้มากที่สุด และได้ข้อตกลงที่แฮปปี้ทั้งสองฝ่าย สำหรับผม ผมคิดว่าการเรียนจากโจทย์เพียงอย่างเดียวเราจะไม่มีโอกาสเจอประสบการณ์ดีๆ แบบนี้ ที่เราจะสามารถนำไปปรับใช้ได้ในอนาคตหลังจากเรียนจบแน่นอน

เครื่องเล่น

โรงเรียนบ้านแม่ลิด จังหวัดแม่ฮ่องสอน

การเดินทางมาแม่ลิดครั้งนี้เราได้ประสบการณ์ใหม่ๆ หลายอย่างมาก เราได้เจอผู้คนที่ใจดี ได้รู้จักเด็กๆ ที่น่ารักยิ้มให้เราตลอดเวลา ซึ่งมันทำให้เรารับรู้ว่าบางครั้งความสุขของการทำงานมันมีอยู่จริง แม้ว่าเราจะเหนื่อย จะเจอปัญหาแค่ไหน มันก็เทียบไม่ได้เลยกับสิ่งเราอยากให้มันเกิดขึ้น และบางทีเพียงแค่เราเห็นรอยยิ้มของผู้คนที่นั่นมันก็ทำให้เราหายเหนื่อยได้

เราได้ประสบการณ์ราคาแพงจากการฝึกผสมปูน การฉาบปูน การมัดเชือก หรือแม้กระทั่งการเจรจาต่อรองเพื่อให้แบบออกมาสมบูรณ์ที่สุด ได้เรียนรู้และสามารถปรับตัวในการทำงาน ทำให้เราเข้าใจผู้คนและตัวเองมากขึ้น และสิ่งที่เราสัมผัสได้และรู้สึกว่ามันเป็นความรู้สึกที่คุ้มค่าที่สุดกับการยอมเหนื่อย ยอมเจ็บตัว นั่นคือในเช้าหลังจากที่เครื่องเล่นเสร็จ พวกเราทุกคนยืนมองเด็กๆ ที่มาเล่นเครื่องเล่นของพวกเราอย่างเมามันแล้วยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ผมไม่รู้ว่าทำไมถึงยิ้ม แต่ข้างในมันรู้สึกดีมากๆ จนไม่อาจบรรยายได้ และที่แน่ๆ ผมชอบความรู้สึกนั้นมาก

เราภูมิใจกับสิ่งที่เราทำ เราดีใจที่เด็กๆ ชอบ และผมคิดว่านี่คงเป็นความรู้สึกเดียวที่เงินก็ซื้อไม่ได้ และมวลความรู้สึกนี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเราพยายามทุ่มเททำบางอย่างอย่างเต็มที่เท่านั้น นี่เป็นความรู้สึกที่พวกคุณต้องลองสัมผัสกับมันดูสักครั้ง แล้วจะเข้าใจว่าการทุ่มเทลงมือทำอะไรบางอย่างอย่างเต็มที่มันดียังไง
ประสบการณ์เหล่านี้ที่ผมและเพื่อนๆ ได้มา ล้วนมาจากการลงมือทำ ซึ่งส่วนตัวผมคิดว่ามันต่างจากการเรียนในตำราหรือทฤษฎี ที่อาจไม่ได้รับประสบการณ์ดีๆ แบบนี้ อาจไม่ได้เจอกับผู้คน อาจไม่ได้ทักษะต่างๆ อาจไม่ได้เข้าใจถึงมุมมองต่างๆ อาจไม่ได้เจอปัญหาและวิธีแก้ปัญหาอย่างแท้จริง สุดท้าย เราอาจไม่ได้รับรู้ถึงความภาคภูมิใจที่ได้ชนะใจตัวเอง

และนี่คือสิ่งที่ผมได้รับจากสถาบันอาศรมศิลป์ ที่ที่ให้โอกาสผมผ่านการเดินทางและกระบวนการลงมือทำงานจริง ขอบคุณครับ

เด็ก

ภาพ : ปิยะ พรปัทมภิญโญ

ถ้าคุณมีประสบการณ์เดินทางแปลกใหม่จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญส่งเรื่องราวของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะมีสมุดบันทึกปกหนังเทียมเล่มสวยส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer

นพรุจ เกาะงาม

เป็นนักศึกษาสถาปัตย์ปี 2 ที่สถาบันอาศรมศิลป์ เป็นคนนิ่งๆ ชอบเล่นกีฬา รักในการเดินทาง

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

ถ้าพูดถึง New York City หนึ่งในสิ่งที่ควรทำย่อมหนีไม่พ้นการชมการแสดงในโรงละครย่าน Broadway ใจกลางเมือง โรงละครและการแสดงเหล่านี้ถือเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญและเป็นเวทีสำคัญสำหรับเหล่านักแสดงทั้งหลาย ทั้งที่กำลังเริ่มต้นอาชีพ กำลังประสบความสำเร็จในอาชีพ หรือแม้กระทั่งประสบความสำเร็จมาก ๆ ในโลกโทรทัศน์-ภาพยนตร์ แต่ต้องการกลับมาแสดงสดบนเวที

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้โอกาสเดินทางเข้านิวยอร์กเป็นครั้งแรกในรอบน่าจะเกือบ 3 ปี โรงละครบรอดเวย์เหล่านี้ถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการระบาดของโควิด-19 ถ้าใครเคยไปดู จะเข้าใจได้ไม่ยากเลยว่าทำไม เพราะส่วนใหญ่เป็นโรงละครในแบบเก่า ที่นั่งติดกันเป็นแถว ช่องว่างระหว่างแถวแคบยิ่งกว่าที่นั่งชั้น Economy ของสายการบิน Low Cost 

ขนาดว่าถ้ามีคนมาใหม่ ต้องการเข้าไปนั่งที่นั่งตรงกลางแถว คนด้านนอกเกือบทุกคนต้องลุกขึ้นและบางครั้งอาจจะต้องเดินออกมาจากแถวที่นั่ง เพื่อให้คนมาใหม่เข้าไปยังที่นั่งของตัวเองด้านในได้ ดังนั้นมาตรการป้องกันโควิด-19 เช่นการเว้นระยะห่างจึงแทบเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับการแสดงเหล่านี้ 

ถ้าถามว่าจะให้จัดที่นั่งแบบเว้นห่างกัน ถึงแม้ว่าจะทำได้ในทางทฤษฎี แต่ทางธุรกิจและความเป็นจริงแล้วทำได้ยากมาก ๆ เพราะการแสดงแต่ละโชว์นั้นมีค่าใช้จ่ายสูงมากต่อสัปดาห์ และรายได้จากแต่ละที่นั่งในโรงละครจะทำให้การแสดงนั้นเปิดต่อไปได้ หลายโชว์แม้ว่าจะได้รีวิวดีเพียงใด แต่ถ้ายอดขายไม่ดี ก็มีโอกาสต้องปิดตัวก่อนกำหนดได้ง่าย ๆ 

ติ่ง Hugh Jackman ดูวูล์ฟเวอร์รีนหนุ่มร้อง-เต้น The Music Man ณ Broadway นิวยอร์ก

โชว์ในบรอดเวย์แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ๆ คือ Musical หรือละครเพลงที่หลายคนคุ้นเคย กับ Play คือเป็นละครเวทีเฉย ๆ ไม่มีเพลง 

มิวสิคัลชื่อดังที่ยังคงมีเล่นอยู่เรื่อย ๆ เช่น The Phantom of the Opera, Chicago, Wicked, The Lion King หรือเรื่องยอดฮิตในช่วง 5 ปีหลัง เช่น Hamilton ในขณะที่ละครเวทีส่วนใหญ่มักเปิดการแสดงระยะสั้นไม่กี่เดือน Play ที่ดังมาก ๆ และยังเปิดการแสดงต่อเนื่องอยู่ตอนนี้คงหนีไม่พ้น Harry Potter and The Cursed Child 

นอกเหนือจากนักแสดงบรอดเวย์ขาประจำแล้ว บางครั้งก็มีนักแสดงโทรทัศน์-ภาพยนตร์หลาย ๆ คนที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศมาแสดงสด ไม่มีการตัดต่อ ส่วนใหญ่มักเล่นละครพูด เช่น Tom Hiddleston, Daniel Radcliffe หรือ Andrew Garfield แต่หลายคนก็มาเล่นมิวสิคัล แน่นอนว่าทั้งร้อง ทั้งเต้น ทั้งแสดง ต่อเนื่องกัน 2 ชั่วโมงครึ่ง 8 ครั้งต่อสัปดาห์

นักแสดงคนล่าสุดที่ตอนนี้กำลังทำการแสดงอยู่คือ Hugh Jackman หรือ The Wolverine จาก The X-Men สำหรับเราที่ไม่ได้ชื่นชอบหนังสไตล์ซูเปอร์ฮีโร่เท่าไหร่ เราประทับใจฮิวจ์จากบท P.T. Barnum ในเรื่อง The Greatest Showman มากกว่า ฮิวจ์เป็นคนหนึ่งที่อยู่ในแวดวงมิวสิคัลและเคยเล่นละครเพลงมาก่อน เราจึงไม่แปลกใจเท่าไหร่ โดยเฉพาะจากที่เห็นใน The Greatest Showman ตอนที่ฮิวจ์ แจ็กแมน ประกาศว่าจะกลับมาบรอดเวย์ใน The Music Man 

จริง ๆ The Music Man เป็นหนึ่งในละครเพลงยอดนิยมและคลาสสิกในช่วงยุค 60 มีการกลับมาทำซ้ำแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี 2000 ซึ่งก็ประสบความสำเร็จเหมือนกัน ดังนั้นทั้งการประกาศสร้างโชว์และประกาศตัวนักแสดงทำให้เรื่องนี้เป็นที่จับตามองพอสมควร เช่นเดียวกับอีกหลาย ๆ โชว์ 

ตอนแรกเรื่องนี้มีกำหนดเปิดการแสดงในปี 2020 แต่ก็ต้องเลื่อนเนื่องจากการระบาดของโควิด-19 และเพิ่งได้เริ่มเปิดการแสดงเป็นทางการ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี้เอง

ด้วยความที่ชอบมิวสิคัลและฮิวจ์ แจ็กแมน อยู่แล้วเป็นทุนเดิม เราจึงไม่อยากพลาดโชว์นี้ แต่ถ้าใครเคยดูละครเพลงเหล่านี้ จะทราบดีว่าตั๋วแต่ละใบนั้นราคาเรียกว่าแพงกระเป๋าฉีก และเราไม่ได้วางแผนซื้อบัตรล่วงหน้ามาก่อน เลยตัดสินใจไปซื้อตั๋วหน้าโรงละครก่อนการแสดงเปิด เพราะโชว์นี้มีโควตา Rush Ticket ราคาย่อมเยาเป็นมิตรต่อกระเป๋าสตางค์ แต่เราจะไม่มีทางรู้เลยว่าแต่ละรอบจะมีโควต้ากี่ใบ และที่นั่งที่ได้จะอยู่ตรงไหน

ติ่ง Hugh Jackman ดูวูล์ฟเวอร์รีนหนุ่มร้อง-เต้น The Music Man ณ Broadway นิวยอร์ก

วันที่เราไปเป็นเช้าวันเสาร์ที่น่าหดหู่วันหนึ่ง เพราะฝนตกต่อเนื่องมาตั้งแต่วันศุกร์ อากาศไม่ค่อยน่าพิศมัย ทำให้เราคิดว่าคงไม่ค่อยมีคนอยากมาต่อแถวซื้อบัตรในวันที่อากาศแบบนี้ เรามาถึงตอน 8.30 น.ก่อน Box Office เปิด 1 ชั่วโมงครึ่ง แต่ก็เจอคนมาก่อนหน้าเราประมาณ 40 คนได้ ความรู้สึกตอนนั้นคือแทบทรุด ตั๋วจะเหลือมาถึงเรามั้ยเนี่ย แต่ก็ตัดใจยืนรอท่ามกลางฝนที่ตกหนักขึ้นและอากาศที่เย็นขึ้นเรื่อย ๆ เราที่โชคดีมี Rain Jacket หนึ่งตัว แต่นอกนั้นดูจะไม่พร้อมกับอากาศระดับนี้เลยแม้แต่น้อย

ความรู้สึกตอนที่ Box Office เปิด แล้วคนข้างหน้าเริ่มทยอยได้ตั๋วนี่บรรยายได้ยากมาก คือดีใจกับทุกคน แต่ในขณะเดียวกันก็แสนจะกังวลว่าตั๋วจะเหลือถึงเรามั้ย โชคดีอย่างหนึ่งคือวันเสาร์เป็นวันที่มีโชว์ 2 รอบ ตอนบ่ายกับตอนเย็น ทุกคนในแถวที่ยังไม่ถึงคิวตัวเองก็ปลอบใจกันไปเรื่อย ๆ ว่ามันน่าจะเหลือมาถึงบ้างละน่า วินาทีที่ถึงคิวเราแล้วเจ้าหน้าที่บอกยังเหลือบัตรนี่คือดีใจมาก ๆ แบบสุด ๆ พูดไม่ออก ได้แต่กระโดดโลดเต้นอยู่ตรงหน้าห้องขายตั๋ว 

ตั๋วที่เราได้เป็นที่นั่งในโซน Orchestra แถวที่ 4 จากหน้าสุด แต่ริมสุด ซึ่งเป็นที่นั่งที่เรียกว่า Partial View เพราะมองไม่เห็นการแสดงในบางมุม แต่ที่นั่งตรงนี้ก็ทำให้เห็นฮิวจ์ แจ็กแมน แบบใกล้มาก ๆ ใกล้มากแบบมาก ๆ โดยเฉพาะฉากหนึ่งที่เขาออกมาจากฝั่งที่เรานั่ง วินาทีนั้นคือบรรยายไม่ถูก 

นี่คงเรียกว่าวิถีติ่งที่สมบูรณ์ ฮิวจ์ทั้งโชว์ ทั้งร้อง ทั้งเต้น เต็มที่มากตลอดโชว์ ประหนึ่งเห็น The Greatest Showman เล่นสด นอกจากฮิวจ์แล้ว นักแสดงหลักหญิงคือ Sutton Foster ก็เล่นดีมาก ๆ เหมือนกัน เพลงเพราะมาก ชอบมาก ๆ นักแสดง Ensemble ทุกคนก็เก่งมาก ๆ กันทุกคน เต้นกันแบบไม่รู้เหนื่อย เสื้อผ้า ฉาก ทุกอย่างถือว่าดี โดยรวมถือว่าเป็น 2 ชั่วโมงครึ่งที่เต็มอิ่ม และคุ้มค่ากับการยืนรอท่ามกลางฝนเมื่อเช้า 1 ชั่วโมงครึ่งเป็นที่สุด

แฟนคลับ Hugh Jackman สู้ฝนซื้อตั๋วดูบอร์ดเวย์ เรื่อง The Music Man ที่ Winter Garden Theatre, นิวยอร์ก

โดยปกติแล้วหลังจบการแสดง ก่อนหน้าโควิด-19 นักแสดงหลายคนจะออกมาที่ Stage Door ซึ่งเป็นประตูทางเข้าหลังเวทีสำหรับนักแสดงเพื่อพบปะแฟน ๆ ถ่ายรูป แจกลายเซ็น ถึงแม้ว่าตอนนี้สถานการณ์ดูดีขึ้น แต่ก็มีข่าวประกาศออกมาก่อนหน้านี้ว่าอาจจะไม่มี Stage Door 

ถึงอย่างนั้นก็ตาม ยังมีแฟน ๆ อีกหลายคนที่ตัดสินใจไปรอ และในที่สุดฮิวจ์ก็ออกมา ถึงแม้ว่าจะไม่มีการแจกลายเซ็น ถ่ายเซลฟี่ เหมือนสมัยก่อนโควิด-19 ระบาด แต่เขาก็ยังออกมาทักทาย โบกมือ ยิ้มให้กล้องตามคำเรียกร้องของเหล่าแฟน ๆ อยู่ประมาณ 5 – 10 นาที เป็นการปิดท้ายการตามติ่งดาราด้วยความรู้สึกเต็มอิ่มและมีความสุขมาก ๆ 

สำหรับเราแล้ว มิวสิคัลและบรอดเวย์ให้อะไรมากมาย แม้ว่าตั๋วแพงแสนแพง แต่การแสดงสดพวกนี้มีอะไรหลาย ๆ อย่างที่เราหาไม่ได้จากการนั่งดูทีวีหรือหนังในโรงภาพยนตร์ ไม่ใช่ว่าทั้งสองอย่างไม่ดี แต่ว่าแต่ละมีเดียก็มีข้อดีข้อเสียที่ต่างกันออกไป 

เราชอบบรรยากาศการแสดงสด ไม่มีการตัดต่อ การที่โชว์และนักแสดงมีปฏิสัมพันธ์กับคนดู เพราะมันทำให้เรารู้สึกถึงความมีชีวิต ซึ่งขาดหายไปเหลือเกินตั้งแต่ช่วงเข้าวัยผู้ใหญ่ และยิ่งขาดมากเข้าไปอีกจากโรคระบาดและมาตรการ Social Distancing การได้กลับมาเยือนบรอดเวย์สั้น ๆ ในรอบนี้ของเรา ช่วยดึงบรรยากาศเก่า ๆ และความรู้สึกเหล่านั้นกลับมาอีกครั้ง 

สุดท้าย ขอขอบคุณคนแปลกหน้าผู้ร่วมชะตากรรมยืนต่อแถวกลางสายฝนที่คอยชวนคุย ให้ยืมร่ม หรือแม้กระทั่งจองที่ให้ระหว่างที่ขอไปห้องน้ำ ขอบคุณนักแสดงทุกคนสำหรับประสบการณ์ดี ๆ และขอบคุณตัวเองที่ตัดสินใจจัดทริปนี้ หวังว่าทุกคนจะสนุกไปกับประสบการณ์วิถีติ่งของเรา ณ The Great White Way แห่งนี้นะคะ

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีของขวัญส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

กรกนก ศฤงคารีเศรษฐ์

ว่าที่กุมารแพทย์ที่ชื่นชอบละครเพลงและดนตรีหลากหลายประเภทเป็นชีวิตจิตใจ และคิดว่ายังคงอยู่ในระยะฝึกหัดของการใช้ชีวิต

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load