“จงสร้างโดราเอมอนของตัวเอง” คือประโยคเปิดของนิทรรศการนี้

เราต่างก็มีความทรงจำในวัยเด็กเป็นของตัวเอง ความทรงจำหลายเรื่องเป็นเรื่องเฉพาะตัว แต่โดราเอมอนเป็นเรื่องที่ยกขึ้นมาคุยเมื่อไหร่ก็คุยกันได้ยาวๆ ทุกที ไม่เชื่อก็ลองหันไปถามเพื่อนข้างๆ ดูสิว่า “นึกถึงโดราเอมอน แล้วคิดถึงอะไร” รับรองว่าคำตอบที่ได้จะสร้างบทสนทนาได้อีกเยอะทีเดียว

ที่มาของนิทรรศการ The Doraemon Exhibition Tokyo 2017 ที่ Mori Art Museum ที่ Roppongi Hills เมืองโตเกียว ก็เกิดมาจากความคิดเดียวกัน

Doraemon Exhibition

ในนิทรรศการนี้เราจะได้เห็นศิลปินร่วมสมัย 28 คน มาตีความเกี่ยวกับโดราเอมอนผ่านงานศิลปะแบบต่างๆ อย่างที่ผู้จัดงานได้กล่าวไว้ในป้ายก่อนเข้านิทรรศการว่า “โดราเอมอนเป็นตัวละครที่มีความสำคัญอย่างใหญ่หลวงสำหรับสังคมญี่ปุ่น ศิลปินหลายท่านมีโดราเอมอนอยู่ในชีวิตประจำวันมาตั้งแต่เขาเหล่านั้นยังเป็นเด็ก จริงๆ แล้วเราพูดได้ว่าโดราเอมอนเป็นส่วนหนึ่งของสังคมญี่ปุ่น ผมตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่จะได้เห็นงานศิลปะที่สร้างโดยคนที่อยู่ในสังคมซึ่งได้แรงบันดาลใจจากการ์ตูนเรื่องนี้ และหวังว่าผู้เข้าชมนิทรรศการนี้จะสนุกและตื่นเต้นกับโดราเอมอนในรูปแบบใหม่ๆ ในนิทรรศการนี้เช่นกัน” – Yuri Yamashita (Meiji Gakuin University Professor)

ในศตวรรษที่ 21 ที่เราอยู่ในทุกวันนี้ เป็นครึ่งทางระหว่างโลกของโนบิตะและโลกของโดราเอมอนพอดี

เอาล่ะ ลองบอกเราหน่อยว่าเธอนึกถึงโดราเอมอนแล้วคิดถึงอะไร พอได้คำตอบแล้วค่อยไปอ่านต่อกัน ว่าศิลปินญี่ปุ่นตีความโดราเอมอนภายใต้สังคมศตวรรษนี้อย่างไรบ้าง

 

 

โดราเอมอนหัวหน้าแก๊งช่วงปิดเทอม

Takashi MURAKAMI

Doraemon

ภาพที่แสดงความร่าเริงของวัยเด็กช่วงปิดเทอมฤดูร้อนภาพนี้เห็นแล้วก็ยิ้มได้ทันที คิดถึงช่วงปิดเทอมที่ไร้เดียงสา ไม่มีอะไรต้องกังวล และมีเวลาเล่นนอกบ้านมากมาย เป็นความทรงจำที่ใครๆ ก็เชื่อมโยงได้ แล้วก็เป็นหนึ่งในความทรงจำที่การ์ตูน โดราเอมอน มอบเอาไว้ให้เด็กทั่วโลก

 

โดราเอมอนที่เป็นมากกว่าเพื่อน

Mika NINAKAWA

DoraemonDoraemon

เราชอบงานชุดนี้มาก ศิลปินท่านนี้เคยได้รับเชิญมาแสดงงานเกี่ยวกับโดราเอมอนแล้วเมื่อปี 2002 ตอนนั้นเขาทำอัลบั้มรูปการออกเดตกับโดราเอมอนผู้ที่ศิลปินมองว่าเป็นเหมือนชายในฝัน ทั้งเก่ง พึ่งพาได้ เข้าอกเข้าใจ มาปีนี้ ศิลปินก็ยังเลือกเล่าเรื่องเดิม แต่ทำให้เข้ากับยุคสมัย แทนที่จะทำเป็นอัลบั้มรูปก็ทำเป็นการโชว์ภาพจาก Instagram แทน

นิทรรศการโดราเอมอนโดราเอมอน

โดราเอมอนเพื่อนยาก

Kumi MACHIDA

โดเรม่อน

บางทีก็ยากที่จะอธิบายความทรงจำเกี่ยวกับโดราเอมอนออกมาได้ในหนึ่งชิ้นงาน ศิลปินท่านนี้เลยกลับไปสู่จุดตั้งต้นที่เรียบง่ายที่สุดคือ การพูดถึงโดราเอมอนในฐานะเพื่อนเก่าคนหนึ่ง ภาพ portrait ของโดราเอมอนในสีขาวเก่าๆ นี้ ศิลปินบอกว่าเป็นรูปโดราเอมอนรูปแรกที่เขาวาด เราว่ามันก็ตรงไปตรงมาดี

 

ความอ้วนเตี้ยอันเป็นที่รัก

Nozomi WATANABE

โดเรม่อน

ศิลปินคนนี้เหมือนมันเขี้ยวรูปร่างกลมๆ ของโดราเอมอนอยู่ไม่มากก็น้อย เลยเลือกสร้างโมเดลที่แสดงสัดส่วนน่ารักๆ แบบนี้ออกมา เธออดแปลกใจไม่ได้ว่าอะไรทำให้ความมีเสน่ห์ของโดราเอมอนดึงดูดเด็กๆ ไม่ว่าจะรุ่นไหน เธอจึงเลือกสร้างโมเดลโดราเอมอนด้วย URUSHI เทคนิคการทาสีและใช้วัสดุแบบญี่ปุ่นโบราณเพื่อบอกเล่าการส่งต่อความอ้วนเตี้ยอันเป็นที่รักนี้ไปสู่คนรุ่นถัดๆ ไปเรื่อยๆ

เกือบลืมกันไปแล้วหรือเปล่าว่า โดราเอมอนเป็นหุ่นยนต์ ที่ถูกเล่าให้มีชีวิตจิตใจเหมือนมนุษย์ จนทำให้ใครต่อใครผูกพันกับเขาในฐานะเพื่อนเก่าคนหนึ่ง เมื่อสมัยสามสิบกว่าปีก่อนการที่หุ่นยนต์มีชีวิตจิตใจขนาดนี้คงเป็นแค่จินตนาการที่ห่างไกล แต่พอมาถึงทศวรรษนี้ที่หุ่นยนต์ของญี่ปุ่นก็เริ่มเหมือนคนมากขึ้นเรื่อยๆ เลยเริ่มจะมีคำถามตามมาว่า ความเป็นมนุษย์คืออะไร ความเป็นมนุษย์ถูกผลิตได้ด้วยเครื่องจักรเหมือนหุ่นยนต์หรือเปล่า หรืออะไรที่ทำให้ความเป็นมนุษย์ยังคงอยู่และแยกเราออกจากหุ่นยนต์ได้ในวันที่เราอาจจะต้องมีเพื่อนเป็นหุ่นยนต์จริงๆ

ในนิทรรศการนี้ก็มีศิลปินบางท่านตีความเรื่องหุ่นยนต์จากโลกอนาคตนี้ไว้จากก้นบึ้งของจิตใจมนุษย์ศตวรรษที่ 21 เอาไว้แบบนี้

 

โดราเอมอนเป็นที่ยึดเหนี่ยวด้านจิตใจ

Miran FUKUDA

ภาพวาดพู่กัน

ความน่าสนใจสำหรับภาพนี้คือ การที่ตัวละครจากโลกอนาคตถูกเอามาเล่ารวมกับตัวละครจากความเชื่อโบราณ เพราะศิลปินมองว่า ทั้งสองโลกมีหลายอย่างคล้ายกัน เช่น ความเป็นปริศนา ความที่ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ถึงที่มาที่ไป ความมีอำนาจวิเศษ มีอิทธิฤทธิ์ในการทำเรื่องไม่คาดฝันต่างๆ ที่เล่ากันมาปากต่อปาก

ดูภาพนี้แล้ว เราอดคิดไม่ได้ว่า ถ้ามนุษย์สร้างเทพองค์ต่างๆ ขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวความเชื่อ ให้ความหวังและความมั่นใจ โดราเอมอนก็อาจถูกสร้างขึ้นมาด้วยเหตุผลเดียวกันหรือเปล่านะ

 

ความฟรีฟอร์มของเหตุและผล

Satomi KONDO

ภาพวาด

ประโยคในการ์ตูน โดราเอมอน ตอน Nobita and Steel Troops ที่ศิลปินท่านนี้ประทับใจคือ ประโยคที่ชิซูกะพูดว่า “บางทีมนุษย์ก็ทำอะไรที่ไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย” ภาพนี้เลยเต็มไปด้วยความไม่มีเหตุผลที่ตีความไปได้อย่างอิสระ บางทีความไร้ตรรกะและความสามารถในการจินตนาการอาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์ไม่เหมือนกับหุ่นยนต์ก็ได้มั้ง

 

การจินตนาการสิ่งที่มองไม่เห็น

AIDA Makoto

โดราเอมอน

“ลองดูภาพนี้แล้วเห็นอะไร ฝากให้ลองหาคำตอบกันดู” – คำอธิบายภาพจากศิลปินท่านนี้มีเท่านี้

แต่เราเชื่อว่าใครๆ ก็ดูออกว่านี่คือภาพเกี่ยวกับใครและทำอะไร อาจเป็นเพราะว่าตัวละครตัวนี้จะพูดถึงกิจกรรมนี้บ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นใน โดราเอมอน เวอร์ชันไหน

 

ความมีอดีตให้คิดถึง และมีอนาคตให้รอคอย

โดราเอมอน

ศิลปินท่านนี้เล่าว่าเขาตั้งใจสื่อสารความเชื่อมโยงอดีตกับอนาคตของการ์ตูน โดราเอมอน ที่เขามอง ณ ศตวรรษที่ 21นี้

อดีตในภาพ คือห้องนอนของโนบิตะที่มีข้าวของเครื่องใช้ของเด็กนักเรียนในศตรรษที่ 20 และอนาคตในภาพ ก็คือความเหนือจริงจากการใช้ ‘เครื่องปรับแรงโน้มถ่วง’ ของวิเศษจากศตวรรษที่ 22 มาทำให้วันธรรมดาๆ ในห้องนอนของโนบิตะไม่ธรรมดา

ในศตวรรษที่ 21 ที่เราอยู่ในทุกวันนี้ เป็นครึ่งทางระหว่างโลกของโนบิตะและโลกของโดราเอมอนพอดี

ยังเหลืออีกแปดสิบกว่าปีก็จะถึงศตวรรษที่ 22 พอถึงวันนั้นแล้วโดราเอมอนจะมีจริงไหม เราจะมีของวิเศษเอาไว้ใช้กันมากขึ้นกว่านี้ไปอีกเท่าไหร่ เราว่ามันเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นพอๆ กับคำถามที่ว่า เรายังจะยังคงรักษาจินตนาการและความมีชีวิตชีวาแบบศตวรรษที่ 20 กันเอาไว้ได้ถึงวันนั้นหรือเปล่า

โดราเอมอน

“บางทีฉันก็ยังหวังอยู่ว่าจะมีโดราเอมอนอยู่กับฉันจริงๆ”

เป็นประโยคปิดของนิทรรศการนี้

Doraemon

ถ้าคุณมีประสบการณ์เดินทางแปลกใหม่จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญส่งเรื่องราวของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’

ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะมีสมุดบันทึกปกหนังเล่มสวยส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

พิชญา อุทัยเจริญพงษ์

อดีตนักโฆษณาที่เปลี่ยนอาชีพมาเป็นนักเล่าเรื่องบนก้อนเมฆ เป็นนักดองหนังสือ ชอบดื่มกาแฟ และตั้งใจใช้ชีวิตวัยผู้ใหญ่ไปกับการสร้างสังคมที่ดีขึ้น

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

ผมรู้จักเทศกาลดนตรี Fuji Rock Festival ครั้งแรกจากหนังสือการ์ตูนเรื่อง BECK ตอนนั้นคิดว่ามันเป็นเทศกาลดนตรี 3 วัน 3 คืนที่เท่มาก อยากกระโจนเข้าไปในหนังสือเพื่อร้องเพลงหน้าเวทีเชียร์โคยูกิ (พระเอกเรื่อง BECK) แต่ความจริงได้แต่ดีดกีตาร์แหกปากอยู่บ้าน จนเวลาผ่านไป ผมได้แต่เก็บความอยากไปเอาไว้ แอบดู line-up วงดนตรีทุกปี จนในที่สุดก็ถึง Fuji Rock Festival 2017 ที่มี line-up ที่อยากดูที่สุด จนผมยอมทุบกระปุกจากชีวิตฟรีแลนซ์ต่างจังหวัด กัดฟันว่าถ้าไม่ไปตอนนี้ เราอาจจะไม่มีแต้มบุญได้ดูวงเหล่านี้อีกเลย ไปสิครับ ไม่ต้องคิดแล้ว

จากการหาข้อมูลในพันทิปประกอบการเตรียมตัว ได้ดูรูปแล้วก็พอนึกภาพในหัวออกว่าน่าจะเอาชีวิตรอดในเทศกาลดนตรีกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นได้ไม่ยาก ผมจัดของไปเหมือนไปตั้งแคมป์ในป่า งานนี้เอาเต็นท์ไปเองประหยัดกว่ามาก ของใช้ที่พอหาซื้อได้ไม่ต้องเอาไป เอาของไปให้น้อยที่สุด เพราะรู้ว่าขากลับซีดีแผ่นเสียงจะพอดีกับน้ำหนักขากลับแน่

ทุบกระปุกเงินออมเพื่อ Fuji Rock Festival เทศกาลดนตรีกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ทุบกระปุกเงินออมเพื่อ Fuji Rock Festival เทศกาลดนตรีกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

ทุบกระปุกเงินออมเพื่อ Fuji Rock Festival เทศกาลดนตรีกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ทุบกระปุกเงินออมเพื่อ Fuji Rock Festival เทศกาลดนตรีกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

ผมเดินทางไปสถานที่จัดงานคือที่สกีรีสอร์ทนาเอบะ เมืองยูซาว่า ในอำเภอนิงาตะ ก่อนงานเริ่ม 1 วัน เพราะตื่นเต้นและอยากประหยัดค่าที่พัก บรรยากาศที่นี่สุดจะบรรยาย ธรรมชาติได้ล้อมเราไว้หมดด้วยภูเขาและหมอก สถานที่ตั้งเต็นท์ถือว่าดีต่อใจมาก ไม่คิดว่าจะสวยขนาดนี้ ผมหาทำเลทองที่จะไม่มีใครมาบังวิวและไม่เบียดกับใครก่อนออกไปสำรวจสถานที่จัดงาน ทุกอย่างดูเป็นระเบียบหมด กินต่อแถว เข้าห้องน้ำต่อแถว แยกขยะก็ต่อแถว นี่สินะประเทศโลกที่หนึ่ง ช่วงเย็นประตูงานเปิดให้เข้างานก่อน มีวงเล่นทั้งๆ ที่ไม่ได้จ่ายสตางค์เพิ่ม และมีพลุจำนวนมากคอยต้อนรับ อาจจะเพราะตรงกับเทศกาลฤดูร้อนของญี่ปุ่นด้วยหรือเปล่าผมก็ไม่แน่ใจ แต่ตื่นตาตื่นใจมากจนคืนนั้นยากจะข่มตาหลับ

คอนเสิร์ตที่นี่จัดขึ้นพร้อมๆ กันหลายเวที ต้องคำนวณเวลาวิ่งไปฟังวงที่ชอบ ถึงอยากดูไปหมดแต่ก็ต้องเลือก Fuji Rock Festival มีเวทีหลัก 4 เวที แบ่งเป็น เวทีเขียว (green stage) ขนาดใหญ่ที่สุด เวทีขาว (white stage) ขนาดรองลงมา เวทีป่า (field of heaven) อยู่ไกลที่สุด และเวทีแดง (red marquee) ติดเวทีเขียวและที่กินข้าว นอกจากนี้ยังมีเวทีน้อยๆ อีกมาก

ทุบกระปุกเงินออมเพื่อ Fuji Rock Festival เทศกาลดนตรีกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ทุบกระปุกเงินออมเพื่อ Fuji Rock Festival เทศกาลดนตรีกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ทุบกระปุกเงินออมเพื่อ Fuji Rock Festival เทศกาลดนตรีกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

ถ้าจะให้เล่าประสบการณ์ 3 วัน 3 คืนคงจะยาวไป ผมขอเล่าเฉพาะที่ชอบแล้วกัน บรรยากาศงานแน่นอนชอบมาก เพราะไม่เคยจินตนาการเลยว่าของจริงจะสวยขนาดนี้ งานถูกจัดขึ้นในป่าจริงๆ มีหมอกตลอดเวลาและฝนตกเป็นพักๆ พื้นที่พอสมควร ไม่กว้างเกินเดินไปเดินมา ที่สำคัญ งานนี้มีครอบครัวมาเยอะมาก ทั้งที่คอนเสิร์ตแบบนี้น่าจะเป็นที่ของวัยรุ่น แต่งานนี้มาหมดทั้งครอบครัวพ่อแม่ลูก เด็กๆ ไม่งอแง ที่ทึ่งที่สุดคือเด็กเดินเท่าผู้ใหญ่ ผมได้เห็นภาพแม่ลูกจับมือกันค่อยๆ ไป แม่เดิน 1 ก้าว ลูกเดิน 3 ก้าว น่ารักสุดๆ

นอกจากบรรยากาศดี ศิลปินก็เยี่ยมยอด งานปีนี้ผมคิดว่าตรงจริตการฟังเพลงมากที่สุดงานหนึ่ง ส่วนตัวฟังเพลงหลายแนว แต่ศิลปินที่เลือกมาดูหนักไปทาง Alternative Electronic และแนวอื่นๆ เพราะงานนี้มีศิลปินหลายแนวจริงๆ ถ้าเวลาแสดงไม่ชนกันถือว่าโชคดี แต่ถ้าชนก็ต้องวิ่ง! ซาวนด์ดนตรีดีงามมากแบบอยู่ตรงไหนก็ชัดเจน นี่แหละครับสิ่งที่คนดูคอนเสิร์ตทุกคนหวัง ไม่ว่าจะจ่ายแพงเท่าไหร่ก็ยอม ขอให้ได้ดูวงที่ชอบในซาวนด์ที่ดีที่สุด

ในงานเราจะเห็นเจ้าบ้านชาวญี่ปุ่นที่คิดว่าจะเรียบร้อย ปรากฏว่าไม่เลยสักนิด พอศิลปินญี่ปุ่นที่ชอบขึ้น ทุกคนจะเบียดเสียดกันมาตะโกนข้างหน้า พร้อมกระโดดเต้นกันอย่างบ้าคลั่ง ไม่รู้เพราะเป็นประเทศที่อุตสาหกรรมดนตรีอยู่ได้ หรือสปิริตของชาวญี่ปุ่นเอง แต่บรรยากาศดูร้อนแรงเหมือนที่นักร้องสาว Lorde เคยกล่าวไว้ว่า “Stage of dream”

ทุบกระปุกเงินออมเพื่อ Fuji Rock Festival เทศกาลดนตรีกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ทุบกระปุกเงินออมเพื่อ Fuji Rock Festival เทศกาลดนตรีกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

ท่ามกลางคนรักดนตรีที่มารวมตัวกัน ธรรมชาติทดสอบเราจนบรรยากาศเหมือนอยู่ในหนังแถบสกอตแลนด์ ฝนตกบ่อยและบางครั้งหนักมากเหมือนในหนังสือการ์ตูนที่อ่านมา แต่ไม่ว่ามีฉากฝนตกหนักแค่ไหนก็ไม่สามารถทำอะไรคนดูที่นี้ได้ ไม่มีการเลื่อนเวลารอฝน หลายวงที่ขึ้นเล่นพร้อมฝนตกหนักมากแต่คนเต็มหน้าเวทีและยังเต้นด้วย บางคนนั่งดูวงที่ชอบกลางฝนจนเสื้อกันฝนมีน้ำขังเป็นเขื่อน และบางคนหลับกลางฝนก็มี ฝนนี่แหละตัวทดสอบกำลังใจชั้นดีเลย

ทุบกระปุกเงินออมเพื่อ Fuji Rock Festival เทศกาลดนตรีกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ทุบกระปุกเงินออมเพื่อ Fuji Rock Festival เทศกาลดนตรีกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

งานนี้หาจุดที่ไม่ชอบได้น้อยมาก ข้อเสียของคอนเสิร์ตกลางป่าคือไม่มีปลั๊กชาร์จมือถือ ต้องอาศัยบูทกิจกรรมชาร์จเพื่อความอยู่รอด ห้องอาบน้ำน้อยเกิน และอาหารที่ขายในงานรสชาติค่อนข้างเฉยๆ แต่ถือว่ากินเพื่ออยู่ แต่ข้อดีมีนับไม่ถ้วน ผมรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วเหลือเกินเพราะตัวงานมีอะไรให้ทำตลอดเวลา กิจกรรมเยอะมากนอกจากฟังคอนเสิร์ต ยังมีอีกหลายอย่างในงานที่ยังไม่ได้ไปสัมผัส ไว้มาแก้มือใหม่นะ แล้วพบกัน Fuji Rock

ทุบกระปุกเงินออมเพื่อ Fuji Rock Festival เทศกาลดนตรีกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

ทุบกระปุกเงินออมเพื่อ Fuji Rock Festival เทศกาลดนตรีกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

ถ้าคุณมีประสบการณ์เดินทางแปลกใหม่จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญส่งเรื่องราวของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’

ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะมีสมุดบันทึกปกหนังเล่มสวยส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

ภีศเดช คัมภิรานนท์

อายุกำลังเข้าสู่วัยเบญเพส รับงานทุกชนิดรวมถึงการแบกหาม เก็บเงินทั้งหมดเปย์แผ่นเสียง เกลียดระบบขนส่งมวลชนขั้นพื้นฐานของประเทศ อาศัยอยู่เชียงใหม่ ชอบถ่ายคนกับต้นไม้ ถ่ายอาหารห่วยแต่อยากเป็นเชฟ ถ่ายวิดีโอได้แต่มันจะอาร์ตหน่อยๆ จ้างได้ถ้าใจถึง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load