29 สิงหาคม 2560
2 K

ผมรู้จักเทศกาลดนตรี Fuji Rock Festival ครั้งแรกจากหนังสือการ์ตูนเรื่อง BECK ตอนนั้นคิดว่ามันเป็นเทศกาลดนตรี 3 วัน 3 คืนที่เท่มาก อยากกระโจนเข้าไปในหนังสือเพื่อร้องเพลงหน้าเวทีเชียร์โคยูกิ (พระเอกเรื่อง BECK) แต่ความจริงได้แต่ดีดกีตาร์แหกปากอยู่บ้าน จนเวลาผ่านไป ผมได้แต่เก็บความอยากไปเอาไว้ แอบดู line-up วงดนตรีทุกปี จนในที่สุดก็ถึง Fuji Rock Festival 2017 ที่มี line-up ที่อยากดูที่สุด จนผมยอมทุบกระปุกจากชีวิตฟรีแลนซ์ต่างจังหวัด กัดฟันว่าถ้าไม่ไปตอนนี้ เราอาจจะไม่มีแต้มบุญได้ดูวงเหล่านี้อีกเลย ไปสิครับ ไม่ต้องคิดแล้ว

จากการหาข้อมูลในพันทิปประกอบการเตรียมตัว ได้ดูรูปแล้วก็พอนึกภาพในหัวออกว่าน่าจะเอาชีวิตรอดในเทศกาลดนตรีกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นได้ไม่ยาก ผมจัดของไปเหมือนไปตั้งแคมป์ในป่า งานนี้เอาเต็นท์ไปเองประหยัดกว่ามาก ของใช้ที่พอหาซื้อได้ไม่ต้องเอาไป เอาของไปให้น้อยที่สุด เพราะรู้ว่าขากลับซีดีแผ่นเสียงจะพอดีกับน้ำหนักขากลับแน่

ทุบกระปุกเงินออมเพื่อ Fuji Rock Festival เทศกาลดนตรีกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ทุบกระปุกเงินออมเพื่อ Fuji Rock Festival เทศกาลดนตรีกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

ทุบกระปุกเงินออมเพื่อ Fuji Rock Festival เทศกาลดนตรีกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ทุบกระปุกเงินออมเพื่อ Fuji Rock Festival เทศกาลดนตรีกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

ผมเดินทางไปสถานที่จัดงานคือที่สกีรีสอร์ทนาเอบะ เมืองยูซาว่า ในอำเภอนิงาตะ ก่อนงานเริ่ม 1 วัน เพราะตื่นเต้นและอยากประหยัดค่าที่พัก บรรยากาศที่นี่สุดจะบรรยาย ธรรมชาติได้ล้อมเราไว้หมดด้วยภูเขาและหมอก สถานที่ตั้งเต็นท์ถือว่าดีต่อใจมาก ไม่คิดว่าจะสวยขนาดนี้ ผมหาทำเลทองที่จะไม่มีใครมาบังวิวและไม่เบียดกับใครก่อนออกไปสำรวจสถานที่จัดงาน ทุกอย่างดูเป็นระเบียบหมด กินต่อแถว เข้าห้องน้ำต่อแถว แยกขยะก็ต่อแถว นี่สินะประเทศโลกที่หนึ่ง ช่วงเย็นประตูงานเปิดให้เข้างานก่อน มีวงเล่นทั้งๆ ที่ไม่ได้จ่ายสตางค์เพิ่ม และมีพลุจำนวนมากคอยต้อนรับ อาจจะเพราะตรงกับเทศกาลฤดูร้อนของญี่ปุ่นด้วยหรือเปล่าผมก็ไม่แน่ใจ แต่ตื่นตาตื่นใจมากจนคืนนั้นยากจะข่มตาหลับ

คอนเสิร์ตที่นี่จัดขึ้นพร้อมๆ กันหลายเวที ต้องคำนวณเวลาวิ่งไปฟังวงที่ชอบ ถึงอยากดูไปหมดแต่ก็ต้องเลือก Fuji Rock Festival มีเวทีหลัก 4 เวที แบ่งเป็น เวทีเขียว (green stage) ขนาดใหญ่ที่สุด เวทีขาว (white stage) ขนาดรองลงมา เวทีป่า (field of heaven) อยู่ไกลที่สุด และเวทีแดง (red marquee) ติดเวทีเขียวและที่กินข้าว นอกจากนี้ยังมีเวทีน้อยๆ อีกมาก

ทุบกระปุกเงินออมเพื่อ Fuji Rock Festival เทศกาลดนตรีกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ทุบกระปุกเงินออมเพื่อ Fuji Rock Festival เทศกาลดนตรีกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ทุบกระปุกเงินออมเพื่อ Fuji Rock Festival เทศกาลดนตรีกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

ถ้าจะให้เล่าประสบการณ์ 3 วัน 3 คืนคงจะยาวไป ผมขอเล่าเฉพาะที่ชอบแล้วกัน บรรยากาศงานแน่นอนชอบมาก เพราะไม่เคยจินตนาการเลยว่าของจริงจะสวยขนาดนี้ งานถูกจัดขึ้นในป่าจริงๆ มีหมอกตลอดเวลาและฝนตกเป็นพักๆ พื้นที่พอสมควร ไม่กว้างเกินเดินไปเดินมา ที่สำคัญ งานนี้มีครอบครัวมาเยอะมาก ทั้งที่คอนเสิร์ตแบบนี้น่าจะเป็นที่ของวัยรุ่น แต่งานนี้มาหมดทั้งครอบครัวพ่อแม่ลูก เด็กๆ ไม่งอแง ที่ทึ่งที่สุดคือเด็กเดินเท่าผู้ใหญ่ ผมได้เห็นภาพแม่ลูกจับมือกันค่อยๆ ไป แม่เดิน 1 ก้าว ลูกเดิน 3 ก้าว น่ารักสุดๆ

นอกจากบรรยากาศดี ศิลปินก็เยี่ยมยอด งานปีนี้ผมคิดว่าตรงจริตการฟังเพลงมากที่สุดงานหนึ่ง ส่วนตัวฟังเพลงหลายแนว แต่ศิลปินที่เลือกมาดูหนักไปทาง Alternative Electronic และแนวอื่นๆ เพราะงานนี้มีศิลปินหลายแนวจริงๆ ถ้าเวลาแสดงไม่ชนกันถือว่าโชคดี แต่ถ้าชนก็ต้องวิ่ง! ซาวนด์ดนตรีดีงามมากแบบอยู่ตรงไหนก็ชัดเจน นี่แหละครับสิ่งที่คนดูคอนเสิร์ตทุกคนหวัง ไม่ว่าจะจ่ายแพงเท่าไหร่ก็ยอม ขอให้ได้ดูวงที่ชอบในซาวนด์ที่ดีที่สุด

ในงานเราจะเห็นเจ้าบ้านชาวญี่ปุ่นที่คิดว่าจะเรียบร้อย ปรากฏว่าไม่เลยสักนิด พอศิลปินญี่ปุ่นที่ชอบขึ้น ทุกคนจะเบียดเสียดกันมาตะโกนข้างหน้า พร้อมกระโดดเต้นกันอย่างบ้าคลั่ง ไม่รู้เพราะเป็นประเทศที่อุตสาหกรรมดนตรีอยู่ได้ หรือสปิริตของชาวญี่ปุ่นเอง แต่บรรยากาศดูร้อนแรงเหมือนที่นักร้องสาว Lorde เคยกล่าวไว้ว่า “Stage of dream”

ทุบกระปุกเงินออมเพื่อ Fuji Rock Festival เทศกาลดนตรีกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ทุบกระปุกเงินออมเพื่อ Fuji Rock Festival เทศกาลดนตรีกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

ท่ามกลางคนรักดนตรีที่มารวมตัวกัน ธรรมชาติทดสอบเราจนบรรยากาศเหมือนอยู่ในหนังแถบสกอตแลนด์ ฝนตกบ่อยและบางครั้งหนักมากเหมือนในหนังสือการ์ตูนที่อ่านมา แต่ไม่ว่ามีฉากฝนตกหนักแค่ไหนก็ไม่สามารถทำอะไรคนดูที่นี้ได้ ไม่มีการเลื่อนเวลารอฝน หลายวงที่ขึ้นเล่นพร้อมฝนตกหนักมากแต่คนเต็มหน้าเวทีและยังเต้นด้วย บางคนนั่งดูวงที่ชอบกลางฝนจนเสื้อกันฝนมีน้ำขังเป็นเขื่อน และบางคนหลับกลางฝนก็มี ฝนนี่แหละตัวทดสอบกำลังใจชั้นดีเลย

ทุบกระปุกเงินออมเพื่อ Fuji Rock Festival เทศกาลดนตรีกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ทุบกระปุกเงินออมเพื่อ Fuji Rock Festival เทศกาลดนตรีกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

งานนี้หาจุดที่ไม่ชอบได้น้อยมาก ข้อเสียของคอนเสิร์ตกลางป่าคือไม่มีปลั๊กชาร์จมือถือ ต้องอาศัยบูทกิจกรรมชาร์จเพื่อความอยู่รอด ห้องอาบน้ำน้อยเกิน และอาหารที่ขายในงานรสชาติค่อนข้างเฉยๆ แต่ถือว่ากินเพื่ออยู่ แต่ข้อดีมีนับไม่ถ้วน ผมรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วเหลือเกินเพราะตัวงานมีอะไรให้ทำตลอดเวลา กิจกรรมเยอะมากนอกจากฟังคอนเสิร์ต ยังมีอีกหลายอย่างในงานที่ยังไม่ได้ไปสัมผัส ไว้มาแก้มือใหม่นะ แล้วพบกัน Fuji Rock

ทุบกระปุกเงินออมเพื่อ Fuji Rock Festival เทศกาลดนตรีกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

ทุบกระปุกเงินออมเพื่อ Fuji Rock Festival เทศกาลดนตรีกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

ถ้าคุณมีประสบการณ์เดินทางแปลกใหม่จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญส่งเรื่องราวของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’

ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะมีสมุดบันทึกปกหนังเล่มสวยส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

ภีศเดช คัมภิรานนท์

อายุกำลังเข้าสู่วัยเบญเพส รับงานทุกชนิดรวมถึงการแบกหาม เก็บเงินทั้งหมดเปย์แผ่นเสียง เกลียดระบบขนส่งมวลชนขั้นพื้นฐานของประเทศ อาศัยอยู่เชียงใหม่ ชอบถ่ายคนกับต้นไม้ ถ่ายอาหารห่วยแต่อยากเป็นเชฟ ถ่ายวิดีโอได้แต่มันจะอาร์ตหน่อยๆ จ้างได้ถ้าใจถึง

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

จากตัวเมืองเชียงใหม่-อำเภอเชียงดาว จากถนนคอนกรีตเริ่มกลายเป็นถนนลูกรัง ภูเขาน้อยใหญ่สองข้างทาง กับฝนที่โปรยลงมาพอให้ชื่นใจ และ ‘ดอยหลวงเชียงดาว’ สูงตระหง่านอยู่สุดสายตาหลังจากยานพาหนะพาเรามาถึงจุดหมาย ชายวัยกลางคนผมยาวดกดำเดินออกมาต้อนรับ พร้อมเชื้อเชิญเราเข้าไปยังที่พัก

“สำหรับเรา พระอาทิตย์ขึ้น เหมือนการเริ่มต้นวันใหม่ในชีวิตของคนและธรรมชาติ เป็นการตื่นนอนและเดินทางในทุกวันเหมือนดวงอาทิตย์” เนย์-สุริยาวุธ อภิวงค์ เล่าถึงที่มาและการเดินทางของเขา จากจุดเริ่มต้นจนกลายเป็น ‘ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์’

นอนเคียงธรรมชาติเชียงดาว ณ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ที่พักซึ่งคิดเงินตามแต่แขกจะให้

พบตะวัน

ตะวันตื่น เริ่มขึ้นจากการเดินทางจากเชียงใหม่ มาดูที่ดินตรงนี้ครั้งแรกกับเพื่อน เราเห็นภูเขาและพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก จากจุดนี้ทำให้เรานึกถึงภาพวาดสมัยเป็นเด็ก” เจ้าบ้านเล่าพร้อมพาเดินชมโดยรอบ

เนย์ตัดสินใจเข้ามาลองใช้ชีวิตอยู่บนที่ดินผืนนี้รวมทั้งหมด 31 ไร่ ที่มีต้นน้ำ (แม่น้ำปิง) ขนาบข้าง พร้อมกับป่าไผ่และป่าเบญจพรรณโอบล้อม ในอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

“เราเริ่มเข้ามาใช้ชีวิตที่นี่ เรียนรู้ความเป็นอยู่ของคนในชุมชนก่อน เราคิดว่าต้องเป็นคนที่นี่ให้ได้ก่อนเพื่อที่จะเข้าใจว่าสิ่งไหนควรทำ ไม่ควรทำ”

นอนเคียงธรรมชาติเชียงดาว ณ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ที่พักซึ่งคิดเงินตามแต่แขกจะให้

“เพราะเราใช้ชีวิตคลุกคลีกับชาวบ้าน เลยเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นในชุมชน จากคนแปลกหน้าเริ่มกลายเป็นครอบครัว พออยู่ที่นี่ครบสามฤดูกาล เราตัดสินใจกับเพื่อนๆ ว่า ควรทำแคมป์กราวนด์ที่มีฟาร์มไก่และร้านกาแฟเล็กๆ” เนย์เล่าด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

ระหว่างบทสนทนา เสียงลมเอื่อยๆ กระทบต้นไม้ใหญ่ริมน้ำ ประกอบกับฝนที่โปรยลงมาเป็นระยะราวกับเสียงดนตรีจากธรรมชาติ และฝนสงบลงตอนเที่ยงวันพอดิบพอดี หลังจากเรากางเต็นท์และเก็บสัมภาระเรียบร้อย เนย์ตะโกนมาจากในครัวที่ทำมาจากไม้ไผ่ทั้งหลัง 

“มื้อเที่ยงวันนี้ผมจะทำ ‘คั่วแฮ่มไก่’ ให้กินนะ” 

หลังพูดจบประโยค เนย์ชักชวนเราเข้ามาในครัว ซึ่งเขากำลังเตรียมวัตถุดิบเพื่อปรุงอาหาร

นอนเคียงธรรมชาติเชียงดาว ณ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ที่พักซึ่งคิดเงินตามแต่แขกจะให้
นอนเคียงธรรมชาติเชียงดาว ณ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ที่พักซึ่งคิดเงินตามแต่แขกจะให้

“เมนูคั่วแฮ่มไก่ (คั่วแห้งไก่) เป็นอาหารท้องถิ่นของภาคเหนือ แต่ความพิเศษของคั่วแห้งไก่ที่เรากำลังจะทำคือ วัตถุดิบทั้งหมดหามาจากธรรมชาติ พืชผักท้องถิ่นที่ขึ้นเองริมน้ำ เก็บมาปลูกในแปลงที่ทำไว้ในฟาร์มสเตย์ ส่วนไก่ เป็นไก่พื้นเมืองที่เราเลี้ยงไว้เอง” เนย์เล่าปนยิ้มพร้อมทำอาหารต่ออย่างสนุกมือ

“บริเวณรอบๆ ไม่ได้มีแค่พืชผักอย่างเดียว แม่น้ำปิงที่นี่ใสมาก ในฤดูร้อนกับฤดูหนาวใสจนเห็นปลาเลย อยู่ที่นี่ได้กินปลาจนเบื่อ มันว่ายทวนน้ำขึ้นมาตลอด บางทีมันมากันเป็นโขยง ในแต่ละฤดูกาลจะมีปลาแตกต่างกัน อย่างช่วงนี้จะเป็นปลากด เพราะปลากดมากับน้ำขุ่น” เขาเล่าพร้อมตักอาหารใส่จาน และกินอาหารร่วมกันกับพวกเรา

นอนเคียงธรรมชาติเชียงดาว ณ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ที่พักซึ่งคิดเงินตามแต่แขกจะให้

หากสังเกตจะพบว่าสิ่งปลูกสร้างที่นี่ล้วนทำมาจากวัสดุธรรมชาติ อีกทั้งยังมีเอกลักณ์เฉพาะ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางหมู่บ้านของชนพื้นเมือง ไม่ว่าจะเป็นห้องครัว ห้องน้ำ ลานกางเต็นท์ และ แปลงผัก ล้วนทำมาจากไม้หลากหลายชนิดที่มีรูปร่างแตกต่างกันไป

“เราไม่ใช่นายทุนที่มีเงินมากมาย ก่อนที่จะมาทำฟาร์มสเตย์ เราเรียนจบทางด้านศิลปะ สาขาจิตรกรรมมาก่อน เลยมีความรัก ความชอบงานศิลปะอยู่แล้ว เลยเริ่มสร้างจากสิ่งเล็กๆ ตอนนั้นในความคิดของเรา คิดแต่ว่าจะทำยังไงให้ชาวบ้านได้ผลประโยชน์ มีรายได้ และอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้ เลยเก็บวัสดุรอบตัวมาสร้างที่นี่เองทั้งหมด อย่างพวกกิ่งไม้ ต้นไม้ เป็นกิ่งไม้ที่ชาวบ้านตัดทิ้งบ้าง เก็บที่ไหลมาตามแม่น้ำบ้าง เก็บจากต้นไม้ที่โค้นล้มในป่าบ้าง

“มันอยู่ที่มุมมองและอยู่ที่คนที่จะไปจับ แล้วเอามาคิด เอามาทำ เราเคยคิดว่าต้องมีเงินเท่านั้น เท่านี้ ถึงจะสร้างบางสิ่งได้ แต่พอคิดดูดีๆ ขอแค่มีความคิด มีแรงกาย มีแรงใจ บางทีสร้างผลงานที่เรียกว่า Nature Art ขึ้นมาได้ จนหลังๆ เริ่มลดต้นทุนอะไรหลายๆ อย่าง เริ่มมีไอเดียใหม่ขึ้นมาเรื่อยๆ ยิ่งได้อยู่กับธรรมชาติ ยิ่งทำให้ความคิดแล่น”

นอนเคียงธรรมชาติเชียงดาว ณ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ที่พักซึ่งคิดเงินตามแต่แขกจะให้

แล้วชาวบ้านได้รับการช่วยเหลืออย่างไรบ้าง-เราถาม

“ตอนนี้เราเริ่มจากจุดเล็กๆ ชุมชนเรามีต้นน้ำกับป่าไผ่ ชาวบ้านเลยคิดกันว่าอยากทำล่องแพ เลยลองตัดไม้ไผ่มาทำแพกับชาวบ้าน พานักท่องเที่ยวที่เข้ามาพักไปล่องแพเป็นกิจกรรม แล้วรายได้จากล่องแพก็ให้ชาวบ้าน

“ตอนนี้ก็กำลังเริ่มทำอีกโครงการ เป็นโครงการปลูกไผ่ซางหม่น กำลังเริ่มเพาะกันอยู่เลย ปกติชุมชนแถวนี้จะตัดไม่ไผ่ขาย แต่ถ้าเราตัดมันไปเรื่อยๆ มันก็จะออกไม่ทัน ด้วยความที่เขตป่าของชุมชนนี้มีเกือบ สองพันไร่ ถ้าเราแบ่งออกเป็นสี่โซน ถ้าตัดโซนที่หนึ่ง ปีหน้าก็ตักโซนที่สอง หมุนเวียนกันไป ก็จะมีผลผลิตให้เราตลอดทุกปี และพอที่จะส่งออกได้เลยนะ ยิ่งผลิตภัณฑ์ไม้ไผ่ตอนนี้กำลังมาแรง ชาวบ้านเขาก็จะมีรายได้ตลอด” เจ้าบ้านเล่าอย่างภูมิใจ

ใช้ชีวิตและพูดคุยกับ สุริยาวุธ อภิวงค์ ชายผู้ปลูกทุนความคิดและจินตนาการ สรรสร้างเพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติที่เชียงดาว

ทิศตะวันตก

หลังตะวันค่อยๆ ลับฟ้าไปไม่นาน เจ้าบ้านเริ่มก่อกองไฟริมลานไม้ไผ่ให้พวกเรา ก่อนจะมุ่งหน้าเข้าครัวเพื่อทำอาหารเย็น อาหารมื้อนี้เป็นอีกมื้อที่เรียบง่าย หลังจากทานอาหารร่วมกันกับเจ้าบ้าน บทสนทนายามดึกของเรายังคงดำเนินต่อไป พร้อมกับแสงของกองไฟดวงเล็กๆ ที่ทำให้รู้สึกอบอุ่นขึ้นเป็นกอง

ใช้ชีวิตและพูดคุยกับ สุริยาวุธ อภิวงค์ ชายผู้ปลูกทุนความคิดและจินตนาการ สรรสร้างเพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติที่เชียงดาว
ใช้ชีวิตและพูดคุยกับ สุริยาวุธ อภิวงค์ ชายผู้ปลูกทุนความคิดและจินตนาการ สรรสร้างเพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติที่เชียงดาว

“ท้องฟ้าตรงที่พวกเรานั่งคุยกันอยู่ ถ้ามองขึ้นไปในฤดูล่าทางช้างเผือก ที่นี่มองเห็นทางช้างเผือกด้วยตาเปล่าได้

เลย ปกติทางช้างเผือกจะขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ แล้วลับของฟ้าในทิศตะวันตกเฉียงเหนือ” เจ้าบ้านชี้มือไปบนท้องฟ้าประกอบกับเปิดโทรศัพท์มือถือ และอวดรูปภาพทางช้างเผือกที่เขาเคยถ่ายไว้

ใช้ชีวิตและพูดคุยกับ สุริยาวุธ อภิวงค์ ชายผู้ปลูกทุนความคิดและจินตนาการ สรรสร้างเพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติที่เชียงดาว

“ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ตอนนี้ยังสร้างไม่เสร็จดี แต่คนตามกันเข้ามาเยอะพอสมควร จนเราประหลาดใจอยู่เหมือนกัน น่าจะบอกปากต่อปากกันไปเรื่อยๆ จนธุรกิจแถวนี้เข้ามาถามตลอดว่า ทำการตลาดยังไง ฐานลูกค้า กลุ่มเป้าหมายเป็นแบบไหน เราให้คำตอบเขาไม่ได้ เพราะเราไม่ได้ทำการตลาดอะไรเลย แต่นักท่องเที่ยวมาเข้าพักอยู่ตลอด 

“เลยตอบเขาไปว่าเราไม่ได้ขายการบริการ เราขายเรื่องราวกับวิถีชีวิต อยู่ที่นี่เราเป็นตัวเอง คนสมัยนี้จะเสาะหาอะไรที่มันมีเรื่องราวและเรียบง่าย คนที่เข้ามาพักมักถามเราเสมอว่า คิดค่าบริการยังไง เพราะเราไม่ได้แจ้งไว้ในช่องทางไหนเลย เราตอบลูกค้าไปว่า ‘แล้วแต่จะให้’ เราเป็นศิลปิน เราคิดว่าในเมื่อเราสร้างผลงานชิ้นหนึ่ง แล้วมันยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เราไม่สามารถประเมินค่ามันได้ เลยบอกลูกค้าไปแบบนั้น” เขาเว้นจังหวะก่อนอธิบายเสริม

“ลูกค้าที่มาเข้าพักที่นี่จะให้มากให้น้อย เราไม่เคยคิดว่าขาดทุนสักครั้ง มันเป็นกำไรชีวิตทั้งนั้น เราคิดซะว่าได้รู้จักผู้คนมากขึ้น มาแบ่งปันเรื่องราว แบ่งปันประสบการณ์กันที่นี่ เราคิดว่านั้นเป็นกำไรของเราแล้วล่ะ” 

เนย์พูดทิ้งท้าย ก่อนพวกเราจะแยกย้ายกันไปพักผ่อน และเดินทางกลับเชียงใหม่ในตอนเช้าตรู่

ใช้ชีวิตและพูดคุยกับ สุริยาวุธ อภิวงค์ ชายผู้ปลูกทุนความคิดและจินตนาการ สรรสร้างเพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติที่เชียงดาว

เดินทางตามตะวันกันต่อที่ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์

ที่ตั้ง : ตำบลเมืองงาย อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ 50170 (แผนที่

โทรศัพท์ : 09 1810 5009

Facebook : Tawan Tune Farm Stay ตะวันตื่น ฟาร์มสเตย์

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีหมวกรุ่นพิเศษจาก Painkiller Atelier X The Cloud ส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer

นภัสรพี ศรีบุญปวน

นักศึกษาปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่มีความฝันอยากท่องโลกกว้าง รักการเดินทาง กาแฟอเมริกาโน่ และการพบเจอเรื่องดีๆ ระหว่างการผจญภัยของชีวิต ไม่ว่าจะเป็น ผู้คน สถานที่ หรือความรู้สึก

Photographer

จารุเดช ไชยเลิศ

นักศึกษาวิจิตรศิลป์ สาขาถ่ายภาพ หนุ่มเชียงใหม่ ผู้หลงรัก ต้นไม้ กาแฟ และเสียงดนตรี ใช้กล้องเป็นเครื่องมือในการสื่อสาร และเป็นข้ออ้างให้ตัวเองออกไปเจอโลก ผู้คน และธรรมชาติ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load