1

“นี่ไงเกาะเดลอส นั่งเรือจากที่นี่ไปแค่ 30 นาที พวกเธอสนใจมั้ย” นิคลาส เจ้าของโรงแรมบนเกาะมิโคนอส (Mykonos) พูดพลางชี้ตำแหน่งเกาะให้พวกเราดูบนแผนที่

เกาะเดลอส (Delos) ฉันไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลย

แต่ด้วยความที่เกาะห่างจากมิโคนอสที่เราอยู่กันแค่ครึ่งชั่วโมง แถมยังพ่วงด้วยคำโฆษณาว่า เป็นเกาะที่ชาวกรีกเชื่อว่าคือสถานที่ให้กำเนิดเทพเจ้าอพอลโลกับเทพีไดอาน่า

เอาจริงๆ แค่อ่านคำโปรย ใจฉันก็แล่นไปที่ท่าเรือแล้วล่ะ

“โอเค ไปค่ะ” ฉันพยักหน้าตอบเร็วๆ

ประเทศกรีซ ประเทศกรีซ

 

2

เช้าวันถัดมา เราก็มาอยู่บนเรือมุ่งหน้าไปยังเกาะแห่งตำนานเทพเจ้ากรีก

แต่ก่อนจะถึงเกาะ เรามาเรียนวิชาเดลอส 101 กันสักนิด

เดลอสถือเป็นเกาะศักดิ์สิทธิ์ของชาวกรีก จากความเชื่อที่ว่าเทพเจ้าอพอลโลและเทพีไดอาน่าได้ถือกำเนิดขึ้นที่นี่ อพอลโลเป็นเทพแห่งดวงอาทิตย์ ส่วนไดอาน่าเป็นเทพีแห่งดวงจันทร์ เดลอสจึงมีอีกชื่อเรียกว่าเป็นเกาะแห่งแสงสว่าง

และเพราะเป็นสถานที่เกิดของเทพ คนธรรมดาเดินดินอย่างเราๆ จึงไม่ได้รับอนุญาตให้เกิดหรือตายบนเกาะนี้ ถึงขั้นว่าในสมัยก่อนผู้หญิงตั้งครรภ์ใกล้คลอดกับคนแก่ที่อาศัยบนเกาะเดลอสจะต้องย้ายออกไปอยู่ที่เกาะข้างเคียง คลอดลูกเสร็จแล้วถึงกลับมาได้

ประเทศกรีซ ประเทศกรีซ ประเทศกรีซ

เดลอสเคยมียุคที่รุ่งเรืองในฐานะเกาะศูนย์กลางการค้าในช่วง 166 – 169 ปีก่อนคริสต์ศักราช เคยมีประชากรอาศัยอยู่บนเกาะราว 30,000 คน จนพอหมดยุคทองเกาะก็เริ่มเสื่อมโทรม ผู้คนย้ายออกไปหมด สุดท้ายก็กลายเป็นเกาะร้าง

หลายร้อยปีผ่านไป ในที่สุดเกาะนี้ก็ถูกค้นพบโดยนักโบราณคดี ซึ่งเข้ามาขุดค้นเจอซากปรักหักพังอันเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และความศักดิ์สิทธิ์ จนในปี 1990 เกาะเดลอสก็ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO และกลายเป็นอีกหนึ่งจุดหมายของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกนับตั้งแต่นั้นมา

ซึ่งนั่นรวมถึงเราที่เพิ่งขึ้นจากเรือ และก้าวเท้าลงบนเกาะศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เป็นครั้งแรกด้วยเช่นกัน

ประเทศกรีซ ประเทศกรีซ

 

3

ถ้าจะให้นิยามกันสั้นๆ เกาะเดลอสคือพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง

ภาพตรงหน้าเราคือเกาะที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพังของความรุ่งเรืองในอดีต นอกจากป้อมยามซึ่งควบตำแหน่งที่ขายตั๋วเข้าชมเกาะ กับอาคารพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กแล้ว บนเกาะเดลอสก็ไม่มีสิ่งก่อสร้างอะไรที่สื่อถึงความเป็นยุคสมัยใหม่เลย จนแอบมโนได้ว่าเพิ่งนั่งไทม์แมชชีนกลับมาในยุคกรีกโบราณ

พอซื้อตั๋วตรวจตั๋วอะไรเสร็จสรรพ เจ้าหน้าที่ก็ปล่อยให้นักท่องเที่ยวเดินแยกย้ายไปสำรวจเกาะกันตามใจชอบ

อย่างที่บอกไปว่าเกาะเดลอสถือเป็นสถานที่เกิดของเทพ ดังนั้น สิ่งปลูกสร้างบนเกาะจึงเต็มไปด้วยวิหารบูชาเทพองค์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเทพอพอลโลและเทพีไดอาน่าซึ่งเชื่อว่าถือกำเนิดขึ้นที่นี่ รวมถึงเทพเจ้ากรีกองค์อื่นๆ เช่น เทพแห่งเถาองุ่นไดโอนิซัส และเทพแห่งท้องทะเล โพไซดอน

ประเทศกรีซ ประเทศกรีซ

นอกจากนั้น ก็มีลานคนเมืองหรือที่เรียกกันในภาษากรีกว่า Agora โรงละคร ลานน้ำพุมิโนอัน และทะเลสาบซึ่งตอนนี้น้ำแห้งไปเกือบหมดแล้ว

เดลอสปล่อยให้โครงสร้างวิหารบูชาและสิ่งก่อสร้างทั้งหมดอยู่ในตำแหน่งเดิมทุกประการ แม้จะผุกร่อนไปตามเวลา แต่เสากรีกและกำแพงหินบางส่วนก็ยังตั้งตระหง่านท้าลมแดดลมฝนมามากกว่า 2,000 ปี สถานที่แต่ละแห่งจะมีป้ายคำอธิบายบอกว่าที่ตรงนั้นเคยเป็นอะไรมาก่อน บางป้ายก็มีรูปสเกตช์ให้ดูด้วยว่าวิหารเคยมีรูปร่างเป็นยังไง มีรูปปั้นเทพองค์ไหนตั้งอยู่บ้าง

สิ่งก่อสร้างบนเกาะที่เราจำได้แม่นที่สุดคือ The Terrace of Lion ทางเดินที่ขนาบข้างด้วยรูปปั้นสิงโตผู้ทำหน้าที่พิทักษ์วิหาร สมัยก่อนน่าจะมีอย่างน้อย 9 ตัว แต่ปัจจุบันเหลือให้เราเห็นแค่ 5 ตัว และเป็นของใหม่ที่ทำขึ้นเลียนแบบทั้งหมด ส่วนรูปปั้นสิงโตของจริงถูกย้ายไปอยู่ในพิพิธภัณฑ์หมดแล้ว

นี่ถือเป็นเรื่องปกติของสถานที่ท่องเที่ยวในกรีซ โบราณวัตถุอย่างรูปปั้นต่างๆ ส่วนใหญ่ถูกย้ายไปเก็บรักษาในพิพิธภัณฑ์ ส่วนที่เราเห็นตั้งอยู่กลางแจ้งคือทำขึ้นเพื่อจำลองให้เราเห็นเฉยๆ ว่าสมัยก่อนที่ตรงนั้นเคยเป็นยังไง เคยยิ่งใหญ่ขนาดไหน

ประเทศกรีซ ประเทศกรีซ

กลับมาที่เกาะเดลอส สำหรับเรา รูปปั้นบนเกาะที่พีกสุดและงงสุด ขอยกให้รูปปั้นเทพีวีนัสที่เตรียมจะฟาดเทพแพนด้วยรองเท้าแตะ (ดูรูปการณ์แล้วน่าจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ นะ) แถมยังมีคิวปิดตัวน้อยบินแทรกอยู่ตรงกลาง เดาไม่ได้เหมือนกันว่าเป็นเหตุการณ์จากเทพนิยายกรีกตอนไหน แต่ถือเป็นรูปปั้นหินอ่อนที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์มาก ขุดค้นเจอบนเกาะเดลอสเมื่อร้อยปีก่อน และแน่นอนว่ารูปปั้นของจริงย้ายไปตั้งอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ ณ กรุงเอเธนส์เป็นที่เรียบร้อย ที่อยู่บนเกาะเดลอสมีแค่ป้ายคำอธิบายปักอยู่ตรงจุดที่รูปปั้นเคยตั้งอยู่เท่านั้น

เราใช้เวลาเดินสำรวจเกาะกันราวๆ ชั่วโมงครึ่ง แล้วก็เดินกลับตรงอาคารพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กบนเกาะที่มีคาเฟ่เล็กๆ ให้นั่งพักเหนื่อยด้วย ส่วนด้านในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงรูปปั้นและถ้วยโถโอชามบางส่วนที่ขุดค้นเจอบนเกาะนี้ ถือเป็นการพักหลบแดดแรงๆ ด้านนอก แล้วก็รอเวลานั่งเรือกลับ เกาะเดลอสไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวอยู่ข้ามคืน ดังนั้น การมาเที่ยวเกาะนี้จึงทำได้แค่แบบเดย์ทริปเท่านั้น

ประเทศกรีซ

 

4

ถ้าถามว่าชอบอะไรบนเกาะเดลอส คำตอบของเราอาจจะฟังดูแปลกไปนิด เพราะเราชอบดอกไม้บนเกาะมากที่สุด

เดลอสเป็นเกาะร้าง เป็นเกาะที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง แล้วก็เป็นเกาะที่เต็มไปด้วยดอกไม้

อาจจะเป็นเพราะเราไปเที่ยวเดลอสในช่วงเดือนพฤษภาคมซึ่งเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิพอดี เลยได้เห็นดอกไม้บานอยู่เต็มเกาะ ไม่ว่าจะเป็นดอกป๊อปปี้สีแดง เดซี่ทั้งดอกเล็กดอกใหญ่ และดอกไม้อีกมากมายที่แม้จะไม่รู้จักชื่อ แต่ก็ทำให้รู้สึกดีทุกครั้งที่เดินผ่าน

ประเทศกรีซ ประเทศกรีซ

ดอกไม้บนเกาะเดลอสทำให้เรานึกถึงคำพูดที่ว่า Flowers can grow everywhere.

วันเวลาทำให้สิ่งก่อสร้างผุกร่อนลงไป แต่ก็มีดอกไม้และต้นหญ้างอกเงยขึ้นมาแทนที่

กลายเป็นความสวยงามตามธรรมชาติที่อยู่ร่วมกับสิ่งก่อสร้างของมนุษย์อย่างกลมกลืน

ถ้าถามว่าภาพจำของเกาะเดลอสคืออะไร

ลองหลับตานึกภาพท้องฟ้าสีฟ้า ประกายแดดบนท้องทะเลสีน้ำเงิน เงาของซากปรักหักพังบนความรุ่งเรืองในอดีต และดอกไม้ที่ผลิบานอยู่ในทุกที่

ภาพจำของเกาะเดลอสสำหรับเราเป็นแบบนั้นแหละ

ประเทศกรีซ

  • เดลอสมีค่าเข้าชมเกาะคนละ 12 ยูโร แต่ถ้าใครมีบัตรนักเรียนหรือนักศึกษาของมหาวิทยาลัยในสหภาพยุโรปสามารถเข้าได้ฟรี
  • สำหรับการเดินทางจากเกาะมิโคนอส (Mykonos) มีเรือวิ่งตรงมายังเกาะเดลอสทุกวัน ถ้ามาจากกรุงเอเธนส์อาจจะต้องต่อเรือค่อนข้างเยอะ แนะนำให้แวะพักที่เกาะมิโคนอสสักวันสองวัน แล้วค่อยนั่งเรือมาเที่ยวเดลอสแบบเดย์ทริปดีกว่า
  • ถ้าไม่อยากเดินงงๆ กันเองบนเกาะ (เหมือนเรา) จะซื้อทัวร์นำชมเกาะเดลอสก็ได้ อย่างเช่นของ www.delostours.gr มีทั้งแบบที่เป็นค่าเรือไป-กลับราคา 20 ยูโร และแบบที่รวมค่าเข้าเกาะและไกด์พาชมเกาะราคา 50 ยูโร ใช้เวลาครึ่งวัน

 

ถ้าคุณมีประสบการณ์เดินทางแปลกใหม่จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญส่งเรื่องราวของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’

ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะมีสมุดบันทึกปกหนังเทียมเล่มสวยส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

 

Writer & Photographer

สุกัญญา ถุนนอก

ออดิทเตอร์ผู้หลงใหลและคลั่งไคล้บรรยากาศคาเฟ่ การทำงานในคาเฟ่ ชื่นชอบการทำอาหารและขนมเป็นชีวิตจิตใจจนกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ติดตามความสดใสและบรรยากาศคาเฟ่ที่เคยสัมผัสมาได้ที่ IG @yuilulaki หรือ #sukanyahopping :)

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

25 กันยายน 2564
1 K

3 SEP 2019

ตอนนี้เป็นเวลา 20.45 น .ของเฮลซิงกิ (Helsinki)                                                                                                                และเป็นเวลา 00.45 น. ของประเทศไทย                                                                                                          

ฉันอยู่บนเครื่องบินและกำลังเดินทางกลับจากประเทศโปแลนด์                                                                                                       

นี่เป็นครั้งแรกของ 2 สาวพี่น้องกับประเทศที่ไม่คุ้นเคย ถึงแม้น้องชายของฉันจะไม่ได้มาด้วย แต่ฉันก็อยากขอบคุณเขาที่อยู่เป็นเพื่อนคุณย่า ทำให้พวกเราพอจะคลายกังวลได้บ้างระหว่างเดินทางไกลบ้านครั้งนี้

เราใช้เวลาเดินทางมาโปแลนด์ 4 วันกับ 3 คืน เราเที่ยวกันเต็มที่ 2 วัน เพราะอีก 1 วัน ต้องไปร่วมงานประชุมวิชาการที่ IEC เพราะน้องสาวคนเก่งส่งงานวิจัยทางการแพทย์เข้ามา และได้รับเลือกให้มาแสดงในการประชุมครั้งนี้ ฉันภูมิใจในตัวน้องสาวคนนี้อย่างมากมาโดยตลอด และเธอเลือกฉันเป็นเพื่อนเดินทาง ทำให้ฉันได้เที่ยวสมใจ

เที่ยววันสบายๆ แวะปราสาท ดูงานศิลปะ จนหลงรัก Krakow เมืองเก่าแก่ที่สุดของโปแลนด์
เที่ยววันสบายๆ แวะปราสาท ดูงานศิลปะ จนหลงรัก Krakow เมืองเก่าแก่ที่สุดของโปแลนด์

ดังนั้น หน้าที่การหาที่เที่ยวทั้งหมดจึงตกเป็นของฉัน ฉันตัดสินใจจะให้เวลาและทำความรู้จักกับเมืองเพียงหนึ่งเมืองแทนการวางแผนที่จะไปเที่ยวกันหลายๆ เมือง ฉันก็รู้สึกว่าคิดถูก เพราะตลอดเวลาที่อยู่ในเมืองนี้ ให้ความรู้สึกแตกต่างอยู่เสมอ ความคุ้นเคยและความเข้าใจสิ่งที่เมืองนี้เป็นทำให้เราตกหลุมรักเมืองนี้อย่างจริงจัง 

เมืองนี่คือ Krakow เมืองที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศโปแลนด์ และใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ

เที่ยววันสบายๆ แวะปราสาท ดูงานศิลปะ จนหลงรัก Krakow เมืองเก่าแก่ที่สุดของโปแลนด์

31 AUG 2019

เราปักหมุดบน Google Maps มีสถานที่แนะนำหลากหลาย แต่กองทัพต้องเดินด้วยท้อง แม้เราจะวางแผนอย่างไร แต่เสน่ห์ของการท่องเที่ยวคือการได้พบเจอสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากนั้น และอาหารเช้ามื้อแรกของเราก็ได้รับการแนะนำจาก Trip Advisor ซึ่งอยู่ในระยะทางใกล้พอจะเดินจากที่พักมาถึง ด้วยเวลาที่ต่างจากประเทศไทยประมาณ 5 ชั่วโมง พวกเราต้องตื่นเช้ามาก และร้านนี้เป็นเพียงไม่กี่ร้านที่เปิดตั้งแต่ 8 โมงเช้า ร้าน Charlotte คือที่ปักหมุดแรกของเรา

ระหว่างทางที่เดินเพื่อหาร้านนี้ แทบจะไม่มีคนด้วยซ้ำ เมืองเงียบเหมือนไม่มีใครตื่น ถึงแม้ถนนโล่งจะเหมาะกับการถ่ายรูปแบบไม่ติดผู้คนรอบข้าง แต่แสงก็ยังไม่พร้อมให้เราสวยผ่านเลนส์ขนาดนั้น เรามุ่งหน้าสู่ร้านอาหารเช้า และต้องแปลกใจที่ตั้งแต่หน้าร้านยันในร้านมีผู้คนเต็มไปหมด พนักงานหน้าร้านยิ้มแย้ม ทักทายและเชื้อเชิญ แล้วเราก็ไม่ผิดหวังกับมื้อเช้าแสนอร่อย บรรยากาศอบอุ่น พนักงานในร้านดูแลอย่างเป็นกันเองและบริการดีมาก

เที่ยววันสบายๆ แวะปราสาท ดูงานศิลปะ จนหลงรัก Krakow เมืองเก่าแก่ที่สุดของโปแลนด์

สิ่งที่ฉันประทับใจคือ ตระกร้าขนมปังกับแยมกระปุกใหญ่หลากหลายรส มีที่ตักแยมแต่ละกระปุกให้เลือกทาขนมปังอย่างเต็มที่ กระปุกแยมเหล่านี้จะเปลี่ยนไปโต๊ะนั้น โต๊ะนี้ ไม่ต่างจากเครื่องปรุงร้านก๋วยเตี๋ยวบ้านเรา

หลังจากอิ่มท้อง เราก็ตั้งใจไปเที่ยวสถานที่ใกล้ๆ กันก่อน โดยมีระยะทางเดินทางเท้าประมาณ 1 กิโลเมตรจากร้านอาหารเช้า เรากำลังไปที่ Wawel Royal Castle ระหว่างรอตั๋วเข้าชมปราสาทแถวยาวเป็นหางว่าว เนื่องจากช่องขายตั๋วมีแค่ 1 ช่อง และมีตัวเลือกสถานที่ภายในปราสาทให้เข้าชมเยอะมาก จำนวนสถานที่ก็แปรผันตามราคาค่าตั๋ว 

เที่ยววันสบายๆ แวะปราสาท ดูงานศิลปะ จนหลงรัก Krakow เมืองเก่าแก่ที่สุดของโปแลนด์

ระหว่างที่เรายืนรอประมาณ 1 ชั่วโมง ก็หาข้อมูลห้องที่เราอยากเข้าชมจากอินเทอร์เน็ต ทำความเข้าใจราคาและห้องต่างๆ จากการพูดคุยของคนที่ยืนอยู่หน้าเรากับคนขายตั๋ว เราเลือกแค่ State Room ห้องเดียว พอถึงคิว ใช้เวลาซื้อตั๋วเร็วมาก แม้จะเลือกแค่ห้องนี้ แต่ก็ดูห้องอื่นๆ ได้ด้วยประมาณ 20 ห้องและเข้าไปดูโบสถ์อันสวยงาม

เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์

หลังจากเข้าชมปราสาท เราเดินกลับมาที่จัตุรัส Rynek Glowny และเลือกเดินผ่านถนนที่เต็มไปด้วยร้านค้า นั่นยิ่งทำให้ความตั้งใจในการพิชิตภารกิจหาของฝากก็เพิ่มขึ้น ผู้คนที่เราคิดถึงจนอยากซื้อของกลับไปฝากก็มากขึ้นด้วย เลือกไปก็กดดันไปว่ายังขาดใครอยู่หรือเปล่า ซึ่งบริเวณจัตุรัสล้อมรอบด้วยร้านอาหารและร้านขายของ มี Cloth Hall ตรงกลาง ภายในมีร้านขายของฝากเต็มไปหมด ขอเตือนว่าอย่าเพิ่งรีบซื้อ แม้ของจะเหมือนกันแต่ราคาไม่เท่ากัน

เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์

และมื้อเที่ยงที่ค่อนไปทางบ่ายก็มาถึง เราตั้งใจตามหาอาหาร Polish แบบดั้งเดิม จากการเดินเลือกร้านจนเข่าอ่อน ก็มาหยุดที่ร้าน Hawelka สั่งเกี๊ยวสอดไส้และพอร์คชอปที่คล้ายกับหมูชุบแป้งทอด รสชาติดีทีเดียว 

เมื่อท้องอิ่มก็ขอจบทริปวันนี้ กลับที่พักไปยืดแข้งยืดขาให้สบายใจ

เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์

1 SEP 2019

วันนี้เราตั้งใจเปลี่ยนร้านอาหารเช้า มาที่ Cafe Stare Miasto บรรยากาศแปลกตา อบอุ่น อาหารอร่อย แต่ดูเหมือนว่ากาแฟเย็นจะเป็นปัญหาในการสั่งเครื่องดื่มของเราเสียแล้ว นอกจาก Starbucks ก็ไม่มีที่ไหนเข้าใจการดื่มกาแฟเย็นของคนไทยเลย แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น เพราะการผจญภัยที่ไกลกว่าเดิมรอเราอยู่ ซึ่งครั้งนี้ไม่อาจเดินไปถึง

เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์

เราพึ่งพารถเมล์และรถราง ด้วยการซื้อตั๋วแบบ 24 ชั่วโมง ราคา 15 PLN (ประมาณ 127 บาท) ที่เครื่องขายตั๋วบนรถ เราจ่ายด้วยบัตรเครดิตเพราะเหรียญไม่พอ คุณตาที่นั่งบนรถก็ยิ้มเอาใจช่วยด้วยความเอ็นดูว่าจะรอดมั้ย และปลายทางของเราอยู่ที่ภูเขา Manmade เป็นภูเขาที่มนุษย์สร้างขึ้น สมัยก่อนใช้สำหรับการรบ มีพิพิธภัณฑ์อยู่ภายใน อากาศวันนี้แดดแรง อุณหภูมิประมาณ 31 องศาเซลเซียส แต่รู้สึกดีมากที่ได้ใช้เรี่ยวแรงเดินขึ้นภูเขาลูกเล็กๆ ลูกนี้

เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์
เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์

เราเดินทางกันต่อที่ MOCAK Museum of Contemporary Art in Krakow แต่รถเมล์พาเรามาไม่ถึง อาจเป็นเพราะเราเลือกสายรถเมล์ผิด ทำให้ต้องเดินผ่านตึกร้างด้วยความกังวล และคอยเตือนกันว่าอย่าเดินชิดตัวตึกนะ เพราะกลัวว่าจะมีคนกระชากเข้าไป หลังจากผ่านความตื่นเต้นระทึกใจกับตึกร้างไร้ผู้คน ก็ถึงจุดหมายและพบกับความประทับใจอย่างยากจะบรรยาย ความรู้สึกของเราคือ ศิลปะไม่แบ่งแยกภาษา แต่สัมผัสได้ด้วยใจ แนะนำที่นี่มากๆ เลยล่ะ

เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์
เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่ Krakow อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์

จบทริปชมนิทรรศการศิลปะ เราก็กลับมาที่ Rynek Growny อีกครั้ง และแวะคาเฟ่ที่พวกเราขอแนะนำมากๆ ชื่อ Café Camelot ถ้ามาช่วงใกล้พระอาทิตย์ตกดินยิ่งโรแมนติก เพราะเขาจุดเทียนเพื่อสร้างบรรยากาศ นอกจากนี้ ยังมีสถานที่อีกหลายแห่งที่ไม่ได้อยู่ในการวางแผนของเรา ซึ่งหลายสถานที่ก็จัดอยู่ในสถานที่แนะนำของเมืองเช่นกัน 

เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่ Krakow อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์

วันที่ 2 SEP 2019 เราอยู่ในงานประชุมวิชาการทั้งวัน

และวันที่ 3 SEP 2019 ก็เป็นวันที่เราเดินทางกลับประเทศไทย 

สำหรับเรา การเดินทางเป็นอะไรที่แสนพิเศษ ทำให้เราได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง รู้จักตัวเองมากขึ้น รู้ว่าเราทำในสิ่งที่เราเคยกลัวให้เกิดขึ้นจริงได้ และมีความรู้สึกมากมายเกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง ความตื่นเต้น ประหม่า กังวล หงุดหงิด สบายใจ มีความสุข และคนที่เดินทางไปกับเราก็สำคัญมาก ไม่ว่าเขาคือใคร ขอให้เป็นคนที่เรารักก็พอ 

ความรักมีให้ได้กับทุกสิ่งเสมอ และความรักจะมอบของขวัญตอบแทนเป็นความสงบสุขสู่ใจเรา

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีหมวกรุ่นพิเศษจาก Painkiller Atelier X The Cloud ส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

ลลิดา ธีระโกเมน

นักจิตวิทยา รักในการดูแลเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ความสุข คือ หนังสือ เทียนหอม ดนตรีและเวลา

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load