31 มกราคม 2563
24.10 K

The Cloud x Museum Siam

200 ปี บนพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ มีหลายสิ่งที่เปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา จากเคยถูกสร้างมาเพื่อหน้าที่หนึ่ง กลับถูกพลิกบทบาทไปเป็นอีกหน้าที่หนึ่ง เมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป ทำให้ฟังก์ชันเดิมไม่ตอบโจทย์การใช้งาน สถานที่เหล่าจึงนี้ถูกปรับเปลี่ยนเพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึง ได้ใช้ประโยชน์มากยิ่งขึ้น 

จากวังเก่าสู่มหาลัยวิทยาลัย จากโรงพิมพ์สู่พิพิธภัณฑ์ จากคุกสู่สวนสาธารณะ และพื้นที่อีกมากมายที่รอทุกคนมาเปิดมุมมองผ่านประวัติศาสตร์พื้นที่เก่าบนเรื่องราวบทใหม่

มหาวิทยาลัยศิลปากร

วังเก่าสู่มหาวิทยาลัยศิลปะแห่งแรกของไทย

12 การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ที่น่าจับตามองใน พระนคร มหาวิทยาลัยศิลปากร

วังท่าพระ วังรุ่นแรกๆ ในช่วงสถาปนาพระนคร เคยเป็นที่ประทับของเจ้านายหลายพระองค์ รวมถึงสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม พระองค์ประทับอยู่จนถึงสมัยรัชกาลที่ 8 ก่อนย้ายไปประทับที่บ้านปลายเนิน พระองค์ทรงขายวังท่าพระแก่รัฐบาล ก่อนจัดตั้งเป็นมหาวิทยาลัยศิลปากรในปัจจุบัน โดยในรั้วมหาวิทยาลัยยังมีร่องรอยของวังท่าพระ และมีการอนุรักษ์อาคารเก่า ทั้งประตู กำแพงวัง ท้องพระโรง ศาลาในสวนแก้วที่ประทับฟังดนตรีของรัชกาลที่ 5 รวมถึงตำหนักกลาง และตำหนักพรรณรายที่กลายเป็นที่ตั้งของหอศิลป์และหน่วยงานของมหาวิทยาลัย

ที่อยู่ : 31 ถนน หน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง

เวลาทำการ : ทุกวัน ตามเวลาราชการ

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร (พระราชวังบวรสถานมงคล)

วังหน้าแห่งกรุงรัตนโกสินทร์สู่พิพิธภัณฑ์รวบรวมประวัติศาสตร์

12 การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ที่น่าจับตามองในพระนคร มหาวิทยาลัยศิลปากร

 ‘วังหน้า’ มีความหมายถึงบุคคลที่ดำรงตำแหน่งกรมพระราชวังบวรสถานมงคล และยังหมายถึงสถานที่ที่ประทับของผู้ดำรงตำแหน่งวังหน้า จนกระทั่งในสมัยรัชกาลที่ 5 พระองค์ทรงยกเลิกตำแหน่งวังหน้าไป ทำให้วังหน้าถูกเปลี่ยนเป็นพื้นที่ใช้สอยเพื่อตอบสนองสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป โดยพื้นที่ส่วนหนึ่งกลายมาเป็น ‘พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร’ พิพิธภัณฑ์จัดแสดงสมบัติทางประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่า และเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของวังหน้าแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

อ่านเรื่องราวของประวัติศาสตร์วังหน้าเพิ่มเติมได้ที่นี่

ที่อยู่ : 4 ถนนหน้าพระธาตุ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร

เวลาทำการ : 09.00 – 16.00 น. วันพุธ-วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

ตึกโดม

ทางเชื่อมโรงทหารสู่สัญลักษณ์ของธรรมศาสตร์

12 การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ที่น่าจับตามองในพระนคร

เดิมเคยเป็นเขตฝ่ายในของพระราชวังบวรสถานมงคล จนกระทั่งรัชกาลที่ 5 ทรงยกเลิกตำแหน่งวังหน้าไป จึงปรับเปลี่ยนพื้นที่เพื่อการใช้สอยส่วนใหญ่มาเป็นโรงทหาร ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 มีการปรับเปลี่ยนอีกขั้นหนึ่ง โดยสร้างโรงทหารและที่ทำการเพื่อใช้ในกิจการทหารเรื่อยมา จนกระทั่งในสมัยรัชกาลที่ 8 เมื่อก่อตั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงออกแบบอาคารขึ้นใหม่โดย จิตรเสน อภัยวงศ์ สถาปนิกที่เรียนจบจากฝรั่งเศส โดยปรับโรงทหารทั้งหมดให้เชื่อมต่อเป็นหลังคาเดียวกันด้วยหอคอยหลังคาทรงดินสอ ภายใต้ศิลปะรูปแบบ Art Deco ที่สวยงาม

ชมเรื่องราวของพื้นที่วังหน้าก่อนเปลี่ยนบทบาทมาเป็นอาคารของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ที่นี่ 

ที่อยู่ : 2 ถนนพระจันทร์ แขวงพระบรมมหาราชวัง

เวลาทำการ : ทุกวัน ตามเวลาราชการ

พิพิธบางลำพู 

โรงพิมพ์สู่พื้นที่เล่าเรื่องบางลำพู

12 การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ที่น่าจับตามองใน พระนคร พิพิธบางลำพู

‘พิพิธบางลำพู’ อาคารที่ได้รับการซ่อมแซมจากโรงพิมพ์คุรุสภา โรงพิมพ์แบบเรียนและงานข้าราชการที่หมดสัญญาเช่าและกำลังจะถูกรื้อถอน แต่ชาวบ้านมองเห็นความสำคัญของตัวอาคารและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของย่านการค้าเก่าแก่ จึงรวมกลุ่มกันคัดค้านและผลักดันให้ขึ้นทะเบียนโบราณสถาน ทำให้อาคาร 2 ชั้น ริมถนนพระอาทิตย์กลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์ที่บอกเล่าเรื่องราวของบางลำพู ย่านเก่าทรงเสน่ห์ ที่มีความหลากหลายของวัฒนธรรมและผู้คนมาอย่างยาวนาน 

ที่อยู่ : ถนนพระสุเมรุ แขวงชนะสงคราม

เวลาทำการ : อังคาร-อาทิตย์ เวลา 10.00 – 18.00 น. (ปิดวันจันทร์)

เว็บไซต์ : http://banglamphumuseum.treasury.go.th/

สวนรมณีนาถ

คุกเก่าสู่สวนสาธารณะ

12 การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ที่น่าจับตามองใน พระนคร สวนรมณีนาถ
12 การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ที่น่าจับตามองใน พระนคร สวนรมณีนาถ

พื้นที่นี้เคยเป็นคุกกองมหันต์โทษ สถานที่กักขังนักโทษในสมัยรัชกาลที่ 5 จนกระทั่ง พ.ศ. 2535 กระทรวงมหาดไทยเห็นสมควรว่า ควรย้ายเพราะพื้นที่คับแคบและขยายไม่ได้แล้ว จึงปรับปรุงพื้นที่ให้เหมาะสมกับบรรยากาศของกรุงรัตนโกสินทร์ ปรับเปลี่ยนมาเป็นสวนสาธารณะชื่อ ‘สวนรมณีนาถ’ เป็นพื้นที่สีเขียวขนาดย่อม สร้างขึ้นเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อเป็นสวนสาธารณะที่เปิดให้ประชาชนเข้ามาใช้ประโยชน์ และยังหลงเหลือสิ่งก่อสร้างของคุกในอดีตให้ได้ชม เช่น ป้อมยามรักษาการณ์โดยรอบ อาคารเรือนนอนผู้ต้องขัง และตึกรักษาการ

‎ที่อยู่ : ถนนมหาชัย แขวงสำราญราษฏร์ 

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 05.00 – 21.00 น.

สวนสราญรมย์

สวนส่วนพระองค์สู่สวนของทุกคน

12 การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ที่น่าจับตามองใน พระนคร สวนสราญรมย์

สวนสราญรมย์ ปอดสีเขียวแห่งพระนครที่ผู้คนต่างแวะมาเยี่ยมเยือน เดิมทีเป็นพระราชอุทยานในพื้นที่วังสราญรมย์ โดยรัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้ตกแต่งอย่างฝรั่ง ทั้งสระน้ำพุโลหะสไตล์ยุโรป สวนไม้ดอกไม้ประดับ รวมถึงศาลาทรงแปดเหลี่ยมอันโดดเด่น ใช้เป็นทั้งสวนส่วนพระองค์และสวนรับรองแขกบ้านแขกเมือง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 ถูกใช้เป็นสถานที่ฝึกซ้อมทหาร ทำให้มีศาลาเรือนกระจกและศาลากระโจมแตร ซึ่งเป็นที่บรรเลงดนตรีหรือแตรวงของทหาร จนกระทั่งหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง รัฐบาลจึงส่งมอบให้กรุงเทพมหานครดูแล และปรับปรุงเป็นสวนสาธารณะที่แบ่งปันพื้นที่สีเขียวและพื้นที่ทำกิจกรรมแก่ประชาชนทั่วไป 

ที่อยู่ : บริเวณถนนเจริญกรุง และถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 05.00 – 21.00 น.

นิทรรศรัตนโกสินทร์

อาคารพาณิชย์สู่นิทรรศการประวัติศาสตร์

12 การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ที่น่าจับตามองใน พระนคร นิทรรศรัตนโกสินทร์

อาคารนิทรรศรัตนโกสินทร์ เป็นส่วนหนึ่งของอาคารบริเวณถนนราชดำเนินกลาง นับเป็นสถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์ของกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่การสร้างถนนราชดำเนินตามพระราชดำริของรัชกาลที่ 5 โดยใช้ต้นแบบจากถนนชองป์ เซลิเซ่ (Champs-Élysées) ใน พ.ศ. 2480 ที่ดิน 2 ฝั่งถนนถูกเวนคืนเพื่อสร้างอาคาร 15 หลัง เป็นโรงแรม สำนักงาน และอาคารพาณิชย์ทั่วไป หนึ่งในอาคารเหล่านั้นปัจจุบันบูรณะตกแต่งจนกลายเป็นนิทรรศรัตนโกสินทร์ แหล่งเรียนรู้ขุมทรัพย์ทางข้อมูลของรัตนโกสินทร์ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม ภายในมีการจัดแสดงอย่างทันสมัยด้วยเทคนิคที่หลากหลาย และยังคงรักษาสภาพดั้งเดิมของโครงสร้างอาคารภายนอกไว้อย่างสวยงาม

ที่อยู่ : 100 ถนนราชดำเนินกลาง แขวงบวรนิเวศ 

เวลาทำการ : อังคาร-อาทิตย์ เวลา 09.00 – 17.00 น. (ปิดวันจันทร์)

ติดต่อ : 0 2621 0044

เว็บไซต์ : http://www.nitasrattanakosin.com/ 

พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว 

ห้างเก่าสู่พิพิธภัณฑ์ รัชกาลที่ 7

12 การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ที่น่าจับตามองในพระนคร

อาคารยุโรปสไตล์นีโอคลาสสิกสีเขียวพาสเทลย่านสะพานผ่านฟ้าลีลาศ โดดเด่นด้วยโครงสร้างอาคารที่สวยงามและลวดลายปูนปั้นประดับ ที่นี่เคยเป็นห้างยอนแซมสัน ขายสินค้านำเข้าจากประเทศอังกฤษ ทั้งเสื้อผ้า อุปกรณ์เครื่องหนัง ต่อมาในรัชกาลที่ 6 เปลี่ยนเป็นห้างสุธาดิลก จำหน่ายเครื่องสุขภัณฑ์ เรื่อยมาจนเป็นที่ทำการกรมโยธาเทศบาล กรมโยธาธิการ จนกระทั่งในปัจจุบันเปลี่ยนบทบาทหน้าที่มาเป็น พิพิธภัณฑ์ของรัชกาลที่ 7 สะสมเรื่องราวพระราชประวัติและข้าวของเครื่องใช้ส่วนพระองค์และของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี

ที่อยู่ : 2 ถนนหลานหลวง แขวงวัดโสมนัส

เวลาทำการ : อังคาร-อาทิตย์ เวลา 09.00 – 16.00 น. (ปิดวันจันทร์)

ติดต่อ : 0 2280 3413-4 

สยามเฮ้าส์ โคโลเนียล

บ้านคุณหญิงอนุกูลสยามกิจสู่สถานจัดงานวิวาห์โรแมนติก

12 การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ที่น่าจับตามองในพระนคร

สยามเฮาส์ โคโลเนียล เดิมชื่อบ้านผ่านฟ้า บ้านของคุณเผื่อน (อำแดงเผื่อน) อนุกูลสยามกิจ ภรรยาพระยาอนุกูลสยามกิจ ข้ารับใช้ในสมัยรัชกาลที่ 4 – 5 บ้านผ่านฟ้ามีความสวยงามทางสถาปัตยกรรม โดดเด่นด้วยบานหน้าต่างไม้และลวดลายปูนปั้นสีสดใส ด้วยการตกแต่งสถานที่ที่สวยงาม ทำให้บ้านผ่านฟ้ากลายเป็นสถานที่รับจัดงานเลี้ยงวิวาห์และพิธีการต่างๆ สำหรับคู่รักที่อยากดื่มด่ำบรรยากาศบ้านโบราณแบบตะวันตกในวันพิเศษ

ที่อยู่ : 591 ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ 

ติดต่อ : 0 2282 0311

เฟซบุ๊ก : สยามเฮาส์  

หอศิลป์ ณ บ้านเจ้าพระยา 

พื้นที่ประวัติศาสตร์สู่พื้นที่ศิลปะ

12 การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ที่น่าจับตามองใน พระนคร หอศิลป์ ณ บ้านเจ้าพระยา

บ้านเจ้าพระยา สถาปัตยกรรมเก่าแก่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ตั้งอยู่ใกล้กับสวนสันติชัยปราการและป้อมพระสุเมรุ เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อาคารทรงปั้นหยาที่ยังคงอยู่อย่างครบถ้วนทั้งเสา คาน ซุ้มประตู หน้าต่าง และช่องลม เดิมพื้นที่นี้เคยเป็นวังของพระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นสถิตย์ธำรงสวัสดิ์ (พระนามเดิม พระองค์เจ้าชายนวรัตน์) พระโอรสในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ต้นราชสกุลนวรัตน ก่อนเปลี่ยนบทบาทจากพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ให้กลายเป็นพื้นที่จัดแสดงผลงานทางศิลปะ มีทั้งงานศิลปะถาวรและงานศิลปะหมุนเวียน รวมถึงกิจกรรมเวิร์กช็อปประจำเดือนต่างๆ สำหรับทุกคนที่สนใจ 

ที่อยู่ : 49/1 ถนนพระอาทิตย์ แขวงชนะสงคราม

เวลาทำการ : 10.00 – 19.00 น. (ปิดวันอังคาร)

เฟซบุ๊ก : หอศิลป์ ณ บ้านเจ้าพระยา Arts Gallery at Ban Chao Phraya

สถานีสามยอด

ตึกเก่าสู่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน

12 การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ที่น่าจับตามองใน พระนคร สถานีสามยอด

หากมองผ่านๆ อาจไม่ทันได้สังเกตว่าตึกเก่า 3 หลังย่านวังบูรพาแห่งนี้ เป็นสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน เพราะการตกแต่งที่หยิบเอาดีไซน์ตึกเก่าในสมัยรัชกาลที่ 6 มาใช้ควบคู่กับสถาปัตยกรรมแบบชิโน-โคโลเนียลให้กลมกลืนไปกับอาคารและสิ่งก่อสร้างอื่นในบริเวณรอบข้าง นำประตูบานเฟี้ยม รูปแบบของประตูในอดีตมาใช้ รวมถึงนำรูปทรงและลักษณะของซุ้มประตูสามยอดมาตกแต่ง เพื่อสื่อให้เห็นถึงความเป็นพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ ภายในสถานียังติดภาพย้อนยุคไว้ตามผนัง เพื่อบอกเล่าเรื่องราวแก่คนรุ่นหลัง

สถานีสนามไชย

พื้นที่อนุรักษ์สู่สถานีพาคนเข้ากรุง

12 การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ที่น่าจับตามองใน พระนคร สถานีสนามไชย
12 การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ที่น่าจับตามองใน พระนคร สถานีสนามไชย

สถานีสนามไชย พิกัดสำคัญที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ มีการขุดค้นพบโบราณวัตถุขณะก่อสร้าง เป็นสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินแห่งใหม่ที่เปิดใช้เพื่อเชื่อมต่อเข้าสู่เมือง ออกแบบด้วยการนำรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นเข้ามาใช้ โดยพื้นและผนังจำลองมาจากกำแพงเมือง เสามีการประดับบัว ตกแต่งด้วยลวดลายไทยตามจุดต่างๆ ใช้โทนสี แดง ขาว และทอง เพื่อสร้างความรู้สึกให้เหมือนกับท้องพระโรงในอดีต

Writer & Photographer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

18 มิถุนายน 2565
13.13 K

The Cloud x สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)

“ศูนย์กลางไชนาทาวน์กรุงเทพฯ อยู่ที่ไหน”

คนยุคนี้คงตอบว่า ‘เยาวราช’ ด้วยความชินชาต่อภาพความพลุกพล่านของท้องถนนอันลานตาไปด้วยรถรา การค้าขาย ผู้คนสัญจรขวักไขว่ใต้ป้ายไฟภาษาจีน

แต่ถ้าเป็นคนยุคเก่าที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้มาตั้งแต่รุ่นอาเตี่ย อาม้า คำตอบของเขาอาจเป็น ‘สำเพ็ง’ หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า ‘ซอยวานิช 1’ ถนนสายแคบที่ทอดขนานแนวลำน้ำเจ้าพระยา เป็นที่ตั้งของธุรกิจการค้าและบ้านช่องของชาวจีน มาพร้อมกับการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีใหม่ ซึ่งหมายความว่ามีมาก่อนถนนเยาวราชที่เริ่มตัดใน พ.ศ. 2435 นานถึง 110 ปี

ในช่วงอายุ 130 ปีของเยาวราช กับ 240 ปี ของสำเพ็ง ร้านรวงมากมายเริ่มเปิดกิจการขึ้นในย่านนี้ บางกิจการล้มหายตายจากไปพร้อมกับชีวิตเจ้าของ บางแห่งโยกย้ายไปยังทำเลที่ตั้งใหม่ บ้างปรับเปลี่ยนสินค้าหรือวิธีดำเนินธุรกิจตามความนิยมของสังคมซึ่งแปรผันไป ขณะที่อีกหลายร้านยังตั้งมั่นอยู่ที่เก่า ค้าขายสินค้าดั้งเดิมเพื่อสานต่อตำนานชื่อร้านของปู่ย่าตายายจวบจนวันนี้

คอลัมน์ Take Me Out พาผู้อ่านทุกเพศทุกวัยเจาะเวลาหาอดีตอันเรืองรองของไชนาทาวน์กรุงเทพฯ จากร้านค้าเก่าแก่ทั้ง 7 แห่ง ตามลายแทงของพ่อค้าเชือกผู้เรียกสำเพ็ง-เยาวราชว่า ‘บ้าน’ มาตั้งแต่ลืมตาดูโลก

01
ใจ่หลี

ห้องแถวแคบสุดในสำเพ็งที่ไม่น่าเชื่อว่าขายอุปกรณ์การเกษตรเพียบ

ใจ่หลี ห้องแถวแคบสุดในสำเพ็งที่ไม่น่าเชื่อว่าขายอุปกรณ์การเกษตรเพียบ

‘แคบ’ คือคำคุณศัพท์คำแรกที่ทุกคนน่าจะนึกเหมือนกันยามเห็นร้านนี้เป็นครั้งแรก

ด้านกว้างซึ่งมีเนื้อที่เพียงให้ผู้ใหญ่เดินผ่านได้ทีละคน หากเดินสวนกันต้องมีฝ่ายหนึ่งเอี้ยวตัวหลบ ทำให้ห้องแถวคูหานี้ครองรางวัลห้องแถวที่แคบที่สุดในย่านสำเพ็งได้อย่างปราศจากคู่ท้าชิง

ใจ่หลี ห้องแถวแคบสุดในสำเพ็งที่ไม่น่าเชื่อว่าขายอุปกรณ์การเกษตรเพียบ

หากมองผ่าน ๆ ตา ห้องแถวชั้นเดียวตรงนี้ดูเหมือนทางเดินระหว่างซอกตึก ซึ่งพบได้ตามย่านตึกแถวทั่วไป แต่เชื่อหรือไม่ว่าหลังประตูไม้บานเล็กคู่นี้ถูกใช้เป็นร้านขายด้ามจอบ พลั่ว เสียม อุปกรณ์การเกษตรและก่อสร้างอีกสารพัดชนิด ภายใต้ป้าย ‘ใจ่หลี 再利’ ที่ อากงเซียะโพ่ว แซ่บุ๊ง และ อาม่าฉุ่งฮ้อ แซ่ตั๊ง พากันมาเปิดตั้งแต่ 50 – 60 ปีก่อน

ใครกำลังมองหาจอบ เสียม หรืออุปกรณ์การเกษตรอื่นใด อย่าเพิ่งสบประมาทว่าร้านแคบแค่นี้จะมีของที่คุณต้องการขายหรือ เพราะแม้ด้านหน้าจะดูแคบ แต่ด้านในกลับลึกจนมีพื้นที่จุสินค้าได้เหลือเฟือ 

ดูจากปริมาณสินค้าที่รถส่งของนำมาลงแต่ละเที่ยว ก็การันตีความจิ๋วแต่แจ๋วของร้านนี้ได้ดียิ่งกว่าคำโฆษณาใด ๆ แล้ว

ใจ่หลี

ที่ตั้ง : 625/1 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ไม่แน่นอนเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19

โทรศัพท์ : 0 2222 2438, 08 7806 6732

02
บ้วนฮวด

กว้างกว่าใจ่หลีนิดหน่อย ขายตะกาวที่ใช้แบกกระสอบ

บ้วนฮวด กว้างกว่าใจ่หลีนิดหน่อย ขายตะกาวที่ใช้แบกกระสอบ

ไม่กี่ช่วงก้าวจากร้านแคบเป็นอันดับหนึ่ง ก็มาถึงร้านแคบเป็นอันดับสอง

‘บ้วนฮวด 萬發’ คือชื่อที่ปรากฏตามป้ายหน้าร้านนี้ อีกหนึ่งร้านห้องแถวที่สร้างขึ้นจากที่ว่างซอกตึก เช่นเดียวกับห้องแถวอีกหลายแห่งในสำเพ็ง-เยาวราช ซึ่งพื้นที่ทุกตารางเมตรมีใช้สอยอย่างจำกัด

บ้วนฮวด กว้างกว่าใจ่หลีนิดหน่อย ขายตะกาวที่ใช้แบกกระสอบ

ข้าวของที่ร้านนี้จำหน่าย ประกอบด้วยอุปกรณ์จำพวกตะกาวหรือตะขอที่มีด้ามจับ มีไว้ใช้เกี่ยวและแบกกระสอบ เป็นเครื่องใช้ที่จำเป็นในย่านนี้ ด้วยเหตุที่ในอดีตริมถนนทรงวาดซึ่งอยู่ถัดไปจากสำเพ็ง มีท่าน้ำที่ใช้ลำเลียงกระสอบข้าว ร้านค้าบนถนนแถวนี้จึงขายพืชผลทางการเกษตรมากมาย 

ตะกาวที่ร้านบ้วนฮวดขายมีหลายขนาด ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งาน หากใช้เกี่ยวกระสอบข้าวสารที่มีขนาดใหญ่และหนัก ก็ต้องใช้ตะกาวไซส์ใหญ่แต่สั้น หรือหากจะใช้เกี่ยวกระสอบที่เบาลงมา ก็ต้องใช้ตะกาวยาวที่เหมาะสมกับของที่ใช้ซ้อนกันเป็นชั้น ๆ เป็นต้น

บ้วนฮวด

ที่ตั้ง : 641 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ไม่แน่นอนเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19

โทรศัพท์ : 0 2225 1526

03
ร้านขายยาไทย ฮกสูนตึ๊ง ตรากระต่ายคู่

ร้านคนจีนขายยาไทย

ร้านขายยาไทย ฮกสูนติ้ง ตรากระต่ายคู่ ร้านคนจีนขายยาไทย

ประมาณ 50 ปีก่อน สำเพ็งในสมัยนั้นเป็นย่านที่ใครพูดภาษาไทยจะกลายเป็นต่างด้าวในความรู้สึกของคนในพื้นที่ไปทันตา ถึงอย่างนั้นซอยวานิช 1 ก็ยังมีร้านขายยาไทย (แต่ชื่อจีน) อยู่ 1 แห่ง คือร้าน ‘ฮกสูนตึ๊ง ตรากระต่ายคู่’ ที่ขายทั้งสมุนไพรไทยและจีนในร้านเดียว

ร้านขายยาไทย ฮกสูนติ้ง ตรากระต่ายคู่ ร้านคนจีนขายยาไทย

นอกจากยาไทยแล้ว ห้องแถว 2 ห้องนี้ยังขายเครื่องแกงและเครื่องเทศที่ใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างผักชี ยี่หร่า และขมิ้นชัน เรียกว่าเป็นร้านค้าเก่าแก่เพียงไม่กี่ร้านที่ชาวสำเพ็งในอดีตจะซื้อหายารักษาโรค สมุนไพร และเครื่องเทศเครื่องแกงอย่างคนไทยได้ โดยไม่ต้องย่างกรายไปนอกละแวกบ้านของพวกตน

ร้านขายยาไทย ฮกสูนตึ๊ง ตรากระต่ายคู่

ที่ตั้ง : 531-533 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. ปิดทุกวันอาทิตย์

โทรศัพท์ : 0 2221 2426

04
ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง)

ร้านยาจีนที่คงสภาพเดิมไว้เหมือนตอนเปิดกิจการ

ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง) ร้านยาจีนที่คงสภาพเดิมไว้เหมือนตอนเปิดกิจการ

ห้างร้านที่พบได้มากที่สุดในสำเพ็งยุคเก่า ได้แก่ ร้านขายยาจีนและร้านโพยก๊วน กิจการทั้งสองอย่างนี้ สะท้อนสิ่งที่ชาวจีนโพ้นทะเลในไทยให้ความสำคัญได้เป็นอย่างดี กล่าวคือร้านยามีไว้รักษาทุกอาการเจ็บป่วย ขณะที่ร้านโพยก๊วนมีไว้ใช้บริการโอนเงินกลับบ้านเกิดที่เมืองจีน

ตัวอย่าง ‘ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง)’ ร้านยาจีนที่จดทะเบียนนิติบุคคลมาตั้งแต่ พ.ศ. 2504 โดย อากงฮุยจั๊ว แซ่อั๊ง อดีตลูกจ้างร้านไต้อันตึ๊ง ร้านขายยารุ่นเก่าที่มีมาตั้งแต่สมัย ดร.ซุน ยัตเซ็น เดินทางเยือนสยามประเทศเมื่อร้อยกว่าปีก่อน

ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง) ร้านยาจีนที่คงสภาพเดิมไว้เหมือนตอนเปิดกิจการ

ปัจจุบันร้านศิริภัณฑ์โอสถได้รับการสานต่อโดย เภสัชกรหญิงมุกดา หงไพศาล หลานสาวผู้ก่อตั้ง วันเวลาที่ล่วงเลยมานานกว่า 60 ปี นับตั้งแต่วันเริ่มกิจการแทบไม่ได้เปลี่ยนแปลงสภาพร้านจากเดิมเลย เพราะที่นี่ยังมีตู้ยาจีนแบบดั้งเดิม ตาชั่งยา รวมถึงยาจีนนานาชนิด ทั้งยาบำรุงและยาต้ม แม้แต่ชื่อยานำเข้าที่ไม่คุ้นหูสำหรับเด็กรุ่นใหม่อย่าง ‘ชวนป๋วยปี่แป่กอ’ และ ‘ชวนป๋วยปี่แป่โหล่ว’ ก็ยังเป็นสินค้าสำคัญประจำร้านที่มีพร้อมให้ลูกค้าซื้อไปบรรเทาอาการเจ็บคอได้ทุกเมื่อ

ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง)

ที่ตั้ง : 466 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.00 – 16.30 น. ปิดทุกวันอาทิตย์

โทรศัพท์ : 0 2222 2502

05
เชี่ยงปู่

ร้านผลไม้ผู้บุกเบิกการนำเข้าเกาลัดสู่แผ่นดินไทย

เชี่ยงปู่ ร้านผลไม้ผู้บุกเบิกการนำเข้าเกาลัดสู่แผ่นดินไทย

ทะลุซอกซอยจากสำเพ็งมาถึงถนนเยาวราชที่ควันไฟคลุ้งโขมงตลอดสองฝั่งทาง คล้ายจะบอกให้รู้ว่าที่นี่คืออาณาเขตของรถเข็นและแผงลอยขายเกาลัด

แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าเกาลัดที่เดี๋ยวนี้เหล่าพ่อค้าแม่ค้าพากันคั่วขายเป็นล่ำเป็นสัน มีต้นตอมาจากร้าน ‘เชี่ยงปู่’ แผงขายผลไม้อันมีพืชผลนำเข้าอวดโฉมแน่นขนัดที่ปากทางเข้าตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

ธนกฤติ อังสุปาลี เจ้าของร้านคนรุ่นใหม่เล่าด้วยความภาคภูมิใจว่า ร้านนี้เปิดมานานกว่า 80 ปีแล้ว โดยการร่วมทุนกันของ 2 หุ้นส่วน ชื่อ เชี่ยงจั๊ว และ หย่งปู่ จึงนำชื่อของทั้งคู่มาผสมคำกันเป็น ‘เชี่ยงปู่ (长富)’ มีความหมายว่า มั่งคั่งยืนยง

แรกเริ่มเดิมที ร้านเชี่ยงปู่เน้นขายแค่ผลไม้นำเข้าจากต่างประเทศ เช่น ลิ้นจี่และแอปเปิล ถือเป็นของขวัญราคาแพงสำหรับคนจีน กระทั่งอากงเชี่ยงจั๊วหัวใส ได้ความคิดว่าจะนำเกาลัดเข้ามาขาย เพื่อให้คนละทิ้งแผ่นดินใหญ่ได้คลายความคิดถึงบ้านเกิด ต่อแต่นั้นมาร้านนี้ก็ได้เป็นผู้นำเทรนด์นำเข้าทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเกาลัด ทั้งเมล็ดเกาลัด เครื่องคั่ว ที่แกะ และนวัตกรรมที่ช่วยถนอมอายุเกาลัดให้มีกินได้ตลอดทั้งปี แทนที่จะออกผลแค่เดือนตุลาคม และเก็บได้แค่ราว 4 เดือนตามธรรมชาติของเกาลัด

เชี่ยงปู่

ที่ตั้ง : 293/1 ถนนเยาวราช ปากซอยเยาวราช 6 (อิสรานุภาพ) แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

โทรศัพท์ : 0 2222 2219, 08 9445 4544

06
ลิ่มงี่เฮียง

ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

ลิ่มงี่เฮียง ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

ตึกแถว 3 ห้องริมถนนเยาวราช จุดที่คึกคักตลอดวัน เป็นที่ตั้งของร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เนื้อหมูแปรรูปที่มีอายุกว่า 100 ปี ‘ลิ่มงี่เฮียง 林宜香’ ซึ่งขนานนามตามชื่อของ อากงงี่เฮียง แซ่ลิ้ม ผู้ก่อตั้ง ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของ วาสนา ธนาสุนทรารัตน์ ทายาทรุ่นสามที่ยังเดินหน้าสืบสานตำนานร้านต่อไป

ถ้าหากคุณถวิลหารสชาติอันโอชะของหมูแผ่นบางกรอบ อย่าได้ลังเลที่จะมาเยี่ยมเยือนร้านนี้สักครั้ง เพราะนี่คือร้านแรกที่ริเริ่มทำหมูแผ่นทอดกรอบขายในเมืองไทย ยืนยันได้จากสโลแกนที่มักห้อยท้ายชื่อร้านว่า ‘ลิ่มงี่เฮียง หมูแผ่นแห่งแรกในประเทศไทย’

ลิ่มงี่เฮียง ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

บรรจุภัณฑ์ของร้านสวยงามมีเอกลักษณ์ โดยเฉพาะฝากล่องพิมพ์รูปวาด ‘สุพรรณหงส์หน้าพระปรางค์วัดอรุณฯ’ บอกถิ่นที่ตั้งร้าน ในอดีตเคยเป็นของฝากยอดฮิตที่ดังไกลถึงต่างแดน ชนิดที่ชาวต่างชาติ เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ จำเป็นต้องซื้อเพื่อเป็นหลักประกันว่าเขาได้เหยียบย่างมาถึงไชนาทาวน์กรุงเทพฯ แล้ว

ในร้านที่หมูหย็อง หมูแผ่น กุนเชียง หมูเส้นกรอบ หมูพริกไทยดำ หมูหวาน หมูทุบ และอีกหลายหมูดูละลานตาจนยากจะไล่เรียงได้หมด สิ่งที่ดึงดูดสายตาลูกค้าผู้มาเยือนร้านลิ่มงี่เฮียงไม่แพ้สินค้าที่ขาย คือความโอ่อ่าของงานตกแต่งที่ฝังตัวอยู่ทั่วทุกมุมห้อง ตั้งแต่เคาน์เตอร์ ตู้โชว์เครื่องลายคราม จนถึงผนังแต่ละด้าน ให้ความรู้สึกราวกับอยู่ในจวนขุนนางจีนโบราณมากกว่าอยู่ในร้านขายของ

ลิ่มงี่เฮียง ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

งานไม้แกะสลักที่ประดับไว้ในร้านไม่ใช่ของเพิ่งทำใหม่ แต่เป็นของเก่าแก่อายุราว 40 – 50 ปีโดยประมาณ ข้อความภาษาจีนทั้งหมดเขียนอย่างประณีตด้วยลายพู่กัน ไม่ใช่กลอนคู่อวยพรอย่างที่หาอ่านได้ในร้านค้าของคนจีนธรรมดา หากเป็นถ้อยคำโฆษณาสรรพคุณอันโดดเด่นของสินค้าที่ทางร้านจำหน่าย เป็นต้นว่า “ไม่มีเนื้อที่ไม่สดใหม่” หรือ “มอบให้เป็นที่ระลึกร้านขายหมูแผ่นแห่งแรกในประเทศไทย”

ลิ้มงี่เฮียง

ที่ตั้ง : 301 ถนนเยาวราช แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2221 1389

07
ก๊ำหล่ง

ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

ก๊ำหล่ง ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

เคลื่อนขบวนจากริมถนนใหญ่มายังซอยอิสรานุภาพ (ตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย) อันเป็นที่ตั้งของตลาดเก่า ซึ่งยังคงวิถีชีวิตเก่า ๆ ของชาวไทยเชื้อสายจีนเมื่อหลายสิบปีก่อนไว้เป็นอย่างดี

กว่าครึ่งหนึ่งของตลาดนี้เคยถูกครอบครองโดยชาวจีนกวางตุ้งที่นิยมเลี้ยงชีพด้วยการขายอาหาร ก่อนที่ชาวกวางตุ้งจะทยอยย้ายร้านออกไป เปิดทางให้ชาวจีนแต้จิ๋วเข้ามาจับจองพื้นที่จนแทบไม่เหลือร้านของชาวกวางตุ้ง แต่กระนั้นมรดกสำคัญซึ่งผู้ประกอบการชาวกวางตุ้งทิ้งไว้ให้ตลาดนี้ คือรสชาติอาหารที่ค่อนข้างหวาน กลมกล่อม ไม่สู้เค็มและจืดอย่างรสมือชาวแต้จิ๋ว

ก๊ำหล่ง ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

‘ก๊ำหล่ง 金隆’ คือประวัติศาสตร์มีชีวิตที่บอกให้คนรุ่นหลังรู้ว่า ร้านอาหารกวางตุ้งในตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ยมีสภาพเป็นอย่างไร บรรพบุรุษรุ่นแรกเริ่มกิจการร้านนี้มาจากเขตซ้ามยับ (แถบเมืองกว่างโจว) ในมณฑลกวางตุ้งเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ปัจจุบันร้านนี้ได้ถูกเปลี่ยนมือเจ้าของมาจนถึงรุ่นที่ 4 แล้ว

นี่คือร้านที่ลูกจีนนักจับจ่ายหลายคนชอบนึกถึงในช่วงวันไหว้เจ้า เพราะของที่ร้านนี้จำหน่ายมีพร้อมสรรพทั้งวัตถุดิบและอาหารสำเร็จรูป อาทิ หมูย่าง หมูแดง เป็ดย่าง ไก่ย่าง กานาฉ่าย โปรตีนเกษตร อาหารเจ

เนื่องจากที่นี่เป็นร้านอาหารแห่งสุดท้ายในตลาดที่ยังต้านทานกระแสสังคม โดยการใช้เตาถ่าน ย่างฟืนแบบโบราณ ส่งผลให้กลิ่นเตาถ่านหอมตลบอบอวลอย่างไม่มีวันหาได้จากเตาไฟฟ้า

ก๊ำหล่ง ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

ถ้ากระเพาะของคุณยังมีที่ว่างเพียงพอ ขอแนะนำให้ลองชิม ‘บ๊ะจ่างกวางตุ้ง’ อันมีรูปทรงผิดแผกจากบ๊ะจ่างแต้จิ๋วในภาพจำของคนไทยส่วนใหญ่อย่างเห็นได้ชัด เพราะนี่คือสินค้าเฉพาะตัวของร้านกวางตุ้งที่หาไม่ได้ง่าย ๆ แล้ว

ก๊ำหล่ง

ที่ตั้ง : 218 ตรอกอิสรานุภาพ ถนนเยาวราช แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2224 4056, 09 2442 4662

The Cloud Golden Week คือแคมเปญสนุก ๆ ที่ทีมงานก้อนเมฆขอประกาศลาพักร้อน 1 สัปดาห์ เนื่องในโอกาสฉลอง The Cloud ครบ 5 ปี เราเลยเปิดรับวัยอิสระ อายุ 50 ปีขึ้นไป ทั้งนักเขียน ช่างภาพ และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ เข้ามาประจำการแทนใน The Cloud Golden Week ขอเรียกว่าเป็นการรวมพลังวัยอิสระมา ‘เล่าเรื่อง’ ในฉบับของตนเองผ่านสื่อดิจิทัลบนก้อนเมฆ เพราะเราเชื่อว่า ‘ประสบการณ์’ ของวัยอิสระคือเรื่องราวอันมีค่า เราเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงตัวเลข ไม่ใช่ข้อจำกัดของการเรียนรู้

แคมเปญนี้เราร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้วัยอิสระกล้ากระโจนเข้าหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ออกมาพูดคุยกับเพื่อนวัยเดียวกัน พร้อมแบ่งปันเรื่องราวอันเปี่ยมด้วยคุณค่า เพื่อเติมฟืนไฟให้กาย-ใจสดใสร่าเริง

นี่เป็นครั้งแรกที่ทีมงาน The Cloud มีสมาชิกอายุรวมกันมากกว่า 1,300 ปี!

Writers

สมชัย กวางทองพานิชย์

เป็นคนหลงใหลบ้านและชุมชนของตัวเอง

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

Photographer

สมชัย กวางทองพานิชย์

เป็นคนหลงใหลบ้านและชุมชนของตัวเอง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load