ผมกับเพื่อนมักจะพูดกันเล่น ๆ บ่อยครั้งว่า ไปจังหวัดตรังทีไรเราไม่เคยรู้สึกหิวสักที และครั้งสุดท้ายที่รู้สึกหิว คือก่อนกินข้าวมื้อแรกที่ตรังเสมอ หลังจากนั้นก็อิ่มตลอด 

จำได้ว่าตอนลงไปจังหวัดตรังครั้งแรกได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากเจ้าบ้าน กินอาหารเต็มอิ่มทุกมื้อ และมีคนพาไปเที่ยวในสถานที่สำคัญหลายแห่งในอำเภอต่าง ๆ แต่ละที่มักจะมีของกินเลี้ยงต้อนรับอยู่เต็มโต๊ะ 

เป็นความทรงจำที่มีต่อจังหวัดเล็ก ๆ ฝั่งอันดามันที่ผมเริ่มเอะใจแล้วว่า ท่าทางคนเมืองนี้คงให้ความสำคัญกับเรื่องกินเป็นพิเศษ

การลงไปตรังครั้งถัด ๆ ไป ล้วนแต่มีเรื่องอาหารการกินเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นเรื่องหลักเสมอ 

ผมลงไปตรังครั้งแรก ๆ ด้วยความรู้จักหมูย่างเมืองตรังแค่อย่างเดียว แต่การไปครั้งนั้นทำให้เปิดโลกของอาหารตรังครั้งสำคัญของตัวเอง เจ้าถิ่นหลายคนพาไปกิน ไปเห็นทั้งภูมิประเทศ วัตถุดิบ ร้านอาหาร รวมถึงวิถีการกินแบบคนตรัง และค่อนข้างมั่นใจว่าคนที่นี่ให้ความสำคัญกับเรื่องกินเป็นพิเศษอย่างที่คิด จนมีคำพูดที่บอกว่า ‘คนตรังกิน 9 มื้อ’

ที่ว่ากิน 9 มื้อ ไม่ได้หมายความว่าคนคนเดียวจะกินข้าว 9 มื้อต่อวัน แต่หมายถึงที่ตรังมีอาหารให้กินทั้งวันทั้งคืนรวม ๆ แล้วน่าจะมีถึง 9 มื้อ ตั้งแต่เช้าตรู่ไปจนดึก และข้ามไปถึงเช้าของอีกวัน

ตรัง : จุดหมายของนักกินที่มีอาหารเป็นขุมทรัพย์ให้ค้นพบได้ไม่รู้จบ

เรียกว่าเวลาไหนก็มีของให้กินไม่ขาด

หลังจากไป ๆ มา ๆ ตรังอยู่หลายครั้งในรอบหลายปี ผมพบว่าตรังเริ่มมีภาพที่ชัดเจนมากขึ้นในเรื่องอาหาร กลายเป็นจุดหมายสำคัญจุดหนึ่งของนักกินทั้งหลาย

น่าคิดต่อว่าอะไรที่ทำให้ตรังกลายเป็นจุดหมายของนักกินได้ 

ถ้าให้ลองเดาจากมุมมองคนนอกแบบสุด ๆ อย่างแรก ผมคิดว่าตรังเป็นเมืองที่มีภูมิประเทศและธรรมชาติที่เป็นต้นทุนที่ดีมาก มีทั้งภูเขา มีทั้งที่ราบสำหรับทำนาและเป็นแหล่งปลูกข้าวแหล่งสำคัญของภาคใต้ มีข้าวพื้นเมืองเป็นของตัวเอง มีแม่น้ำและมีทะเลอันดามันรวมอยู่ในจังหวัดเดียว ตรังเลยเป็นแหล่งเพาะปลูก แหล่งผลิต และเต็มไปด้วยทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ 

อย่างที่สองที่ทำให้ตรังโดดเด่นเรื่องอาหาร คือความหลากหลายของชาติพันธุ์อยู่ร่วมกันในเมืองมาแต่ไหนแต่ไร โดยเฉพาะคนจีนเชื้อสายต่าง ๆ ที่อยู่ร่วมกัน วิถีการกินที่แตกต่างกันทำให้เกิดความหลากหลายของภูมิปัญญาในการเอาวัตถุดิบมาใช้ทำเป็นเมนูต่าง ๆ 

ผมเคยไปทำสกู๊ปเรื่องอาหารประเภทเส้นที่ตรัง สามารถจำแนกการกินเส้นแบบต่าง ๆ ว่ามีที่มาจากจีนหลายชนชาติได้แทบไม่ซ้ำรูปแบบกัน 

อาหารของตรังก็เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตอย่างแนบแน่น คนตรังให้ความสำคัญกับอาหารมาก บางอย่างถือเป็นหน้าเป็นตาและแสดงออกถึงการต้อนรับ 

หรือถ้าจะบอกว่าหมูย่างเมืองตรังเองคือหนึ่งในวิถีการกินของจีนก็ไม่ผิด หมูย่างเมืองตรังเกิดจากวัฒนธรรมการทำอาหารและการกินของชาวจีน การกินหมูคือการเฉลิมฉลองหรือเลี้ยงดูแขก ในงานสำคัญ ต่าง ๆ และคลี่คลายมาจนเป็นของกินคู่บ้านคู่เมือง ซึ่งจะต้องกินคู่กับโกปี๊ในตอนเช้า 

ตรัง : จุดหมายของนักกินที่มีอาหารเป็นขุมทรัพย์ให้ค้นพบได้ไม่รู้จบ
ตรัง : จุดหมายของนักกินที่มีอาหารเป็นขุมทรัพย์ให้ค้นพบได้ไม่รู้จบ
ตรัง : จุดหมายของนักกินที่มีอาหารเป็นขุมทรัพย์ให้ค้นพบได้ไม่รู้จบ

ขอนอกเรื่องสักหน่อย หากใครไม่รู้มาก่อน คงนึกว่าหมูย่างเมืองตรังมีรสเค็มนำ หอมเครื่องเทศเหมือนหมูย่างทั่วไป แต่จริง ๆ แล้วหมูย่างเมืองตรังมีรสหวานมากกว่าหมูย่างแบบอื่น ตามคำบอกเล่าว่าหมูย่างแบบตรังมีส่วนผสมของน้ำผึ้งหรือน้ำตาลธรรมชาติ หมักรวมกับเครื่องเทศสูตรใครสูตรมันเอาไว้ตั้งแต่ตอนเย็น ผ่านกระบวนการสุดประณีตหลายขั้นตอน แล้วเอาลงเตาในตัวย่ำรุ่ง ก่อนจะย่างเสร็จสรรพในตอนเช้า พร้อมขายเสิร์ฟกินคู่กับกาแฟร่วมกับติ่มซำอีกมากมาย

ตรัง : จุดหมายของนักกินที่มีอาหารเป็นขุมทรัพย์ให้ค้นพบได้ไม่รู้จบ

พอพูดถึงโต๊ะอาหารเช้าสิ่งที่อยู่คู่โต๊ะของชาวตรังคือ ‘ค่อมเจือง’ น้ำจิ้มสีส้มหน้าตาคล้ายซอสพริก แต่รสไม่เหมือนกันเลย ค่อมเจืองเป็นของที่ยังไม่มีใครบอกได้ชัดว่าทำจากอะไร แต่เป็นภูมิปัญญาเดียวกับการทำซอสหรือซีอิ๊วของคนจีน

ตรัง : จุดหมายของนักกินที่มีอาหารเป็นขุมทรัพย์ให้ค้นพบได้ไม่รู้จบ

ในตลาดสดตอนเช้า มีขนมปากหม้อที่ใช้น้ำราดทำจากน้ำจิ้มค่อมเจืองด้วยเช่นเดียวกัน

ตัวอย่างที่ว่ามาเป็นแค่เสี้ยวหนึ่งของอาหารทั้งหมดที่มี แต่ก็เห็นว่าอาหารจากภูมิปัญญาและวิถีการกินแบบคนจีนในตรัง ทำให้ตรังมีของกินที่อาจจะดูแปลก มีความเฉพาะตัว แต่ก็ยังดูคุ้นเคยได้ง่ายสำหรับลิ้นของนักท่องเที่ยว หรือนักกินคนไทยที่มีความคุ้นเคยดีกับรสอาหารแบบไทย จีน ๆ อยู่แล้ว 

อีกข้อสำคัญที่ผมคิดว่ามีส่วนทำให้ตรังเป็นจุดหมายเรื่องอาหารการกิน น่าจะเป็นจังหวะที่เหมาะเจาะจากเมื่อหลายปีก่อนตรังได้รับการโปรโมตเรื่องเมืองท่องเที่ยวเมืองรองจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย 

ในจังหวัดเมืองรองของภาคใต้ ตรังถูกหยิบยกเรื่องอาหารมากกว่าจังหวัดเมืองรองอื่น ๆ ไม่ยากเลยที่จะถูกดึงดูดให้อยากมากินถึงที่เพียงแค่เห็นจากรูปภาพ หรือวิดีโอที่แสดงให้เห็นจุดหมายใหม่ที่ยังมีอะไรให้ค้นหาและทำความรู้จักได้อีกมาก

กลับมาถึงเรื่องสำคัญคือตรังถูกย้ำให้เห็นภาพของเมืองที่มีการกินตลอดทั้งวันทั้งคืนและมีหลากหลายประเภท เลยเป็นจุดหมายที่ถึงจะไกล ก็คุ้มค่าพอที่จะเดินทางมาเพื่อค้นหาหรือตามล่าของกินอร่อย ๆ 

ตรัง : จุดหมายของนักกินที่มีอาหารเป็นขุมทรัพย์ให้ค้นพบได้ไม่รู้จบ

อาหารของตรังยังมีเสน่ห์และแง่มุมที่น่าสนใจอีกเยอะ รอให้นักกิน-นักท่องเที่ยวมาค้นหา ผมลงไปตรังแต่ละครั้งก็มักจะเจออาหารที่ไม่รู้จักเพิ่มขึ้นทุกครั้ง เหมือนจะค้นหาได้ไม่มีวันหมด มีของกินจากแม่น้ำและทะเลที่สมบูรณ์มากไม่แพ้จังหวัดอื่น ๆ แต่ยังไม่ถูกพูดถึงมากในวงกว้างเท่าอาหารจีน หรือหมูย่าง อาหารแบบไทยมุสลิมที่เป็นวัฒนธรรมใหญ่ไม่แพ้วัฒนธรรมไทยจีนเลย หรืออาหารจากคนรุ่นใหม่ที่กลับบ้านและพยายามหาวิธีทำให้เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอาหารของตรังแข็งแรงมากขึ้นก็ทำออกมาได้น่าสนใจ

ตรัง : จุดหมายของนักกินที่มีอาหารเป็นขุมทรัพย์ให้ค้นพบได้ไม่รู้จบ
ตรัง : จุดหมายของนักกินที่มีอาหารเป็นขุมทรัพย์ให้ค้นพบได้ไม่รู้จบ

น่าจะยังมีอีกหลายอย่างที่ทำให้ตรังกลายเป็นจุดหมายของนักกินที่อาจจะยังนึกไม่ถึง แต่จากมุมมองของคนที่เป็นนักท่องเที่ยวอย่างผมมองว่า ที่จริงแล้วศักยภาพในการเป็นเมืองแห่งอาหารของตรัง เหมือนเพิ่งเริ่มต้นด้วยซ้ำ เห็นการเติบโตทีละนิดในจังหวะกำลังดี มีความครีเอทีฟและพัฒนาในเรื่องอาหารใหม่ ๆ หยิบจับเอาของที่มีในวิถีชีวิตมาทำให้ร่วมสมัยขึ้น ในขณะเดียวกันก็ยังมีภูมิปัญญาและวิถีชีวิตเดิม ๆ ที่ยังแข็งแรงอยู่ ไม่ค่อยเปลี่ยนไปมาก

ตรัง : จุดหมายของนักกินที่มีอาหารเป็นขุมทรัพย์ให้ค้นพบได้ไม่รู้จบ
ตรัง : จุดหมายของนักกินที่มีอาหารเป็นขุมทรัพย์ให้ค้นพบได้ไม่รู้จบ

ส่วนตัวผมคิดว่าเป็นจังหวะการเติบโตที่กำลังดีของจังหวัด อาหารเป็นเรื่องใหญ่ที่ช่วยดึงดูดคนมาเที่ยว และสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจของตรังอย่างมีนัยยะสำคัญ แต่การเติบโตนี้จะเหมาะกับยุคสมัยนี้ได้แค่ไหน ต้องฝากคนตรังคิดต่อ

ผมเชื่อว่ายังมีขุมทรัพย์อีกมากที่น่าจะค้นหา รอการแนะนำให้นักท่องเที่ยวได้รู้จัก และผลักดันให้มีชื่อเสียงได้เหมือนหมูย่างเมืองตรัง ซึ่งต้องระวังไม่ให้ความหลากหลายและค้นพบไม่รู้จบนี้หายไป เพียงเพราะนักท่องเที่ยวจะรู้จักตรังแค่มุมเดิม

Writer & Photographer

Avatar

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Eat Direction

ทิศทางการปรับตัวของอาหารและการกิน

ต้องยอมรับว่าช่วงนี้ Brunch หรืออาหารมื้อสายกำลังเป็นที่นิยมมาก ภาพอาหารจานใหญ่ เต็มไปด้วยไข่ดาวใบสวย เนื้อปลาแซลมอน อะโวคาโดฝานเป็นริ้ว เรียงสวยงาม ผักผลไม้สีสด หรือเบคอนชิ้นใหญ่ดูยั่วยวนให้เห็นในโซเชียลมีเดียมากมาย

เท่าที่เข้าใจ คำว่า Brunch ที่มาจาก Breakfast รวบกับ Lunch น่าจะเป็นคำเรียกมื้ออาหารที่หลายคนคงนึกภาพเดียวกัน ว่าเป็นจานง่าย ๆ ที่กินในช่วงสายตามชื่อ ไม่เบาเหมือนอาหารเช้า และไม่หนักเกินเหมือนอาหารกลางวัน 

ถ้าให้ระบุชัดขึ้นอีกหน่อย กระแสที่คิดว่ากำลังคึกคักนี้ผมอาจจะขอตีกรอบไว้แคบ ๆ มองแค่คาเฟ่ที่เริ่มมีเมนูอาหารให้เลือก เพื่อรองรับพฤติกรรมของคนที่ชอบไปนั่งร้านกาแฟสักร้านหนึ่งในช่วงสาย ๆ วันหยุด ดื่มกาแฟกับอาหารที่อิ่มตั้งแต่เช้าไปจนถึงบ่ายแก่ ๆ 

Brunch กระแสมื้อสายสุดฮิตแห่งยุคที่หลายคาเฟ่เลือกใช้เพื่อปรับตัว

ที่จริงต้องเรียกว่ากระแส Brunch ในคาเฟ่ ‘กลับมา’ นิยมอีกครั้งก็ได้ เพราะย้อนกลับไปยุคหนึ่งก็มีร้านกาแฟที่ขายอาหารแบบนี้กันมาก่อนแล้ว แต่ยังจำกัดเฉพาะกลุ่มและต้องทำความเข้าใจกับคนกินอยู่เยอะมาก ชนิดที่มีเรื่องเล่าว่า Egg Benedict หรืออาหารที่มีไข่แดงเยิ้ม ๆ อย่างที่เห็นจนชินตาในยุคนี้ ยังถูกลูกค้าส่งกลับเข้าครัวไปทำให้สุกอีกรอบหลายออเดอร์ในยุคนั้น เพราะคนยังกินไข่ต้มสุกในสลัดหรืออาหารกันมากกว่า

แต่ในยุคนี้ภาพการเจาะไข่แดงเยิ้ม ๆ รวมไปถึงการจัดจานที่ Instagrammable ถ่ายลง Instagram หรือ TikTok กันเป็นว่าเล่น กลับเป็นภาพที่เราเห็นกันจนชินตา 

อาจจะมองว่าอาหารมื้อสายน่าจะเป็นกระแสสั้น ๆ มาแล้วเดี๋ยวก็ไป เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะวัฒนธรรมการถ่ายรูป-ทำคอนเทนต์ของคนยุคนี้

แต่เมื่อเห็นคาเฟ่หลายร้านเริ่มเปลี่ยนจากร้านกาแฟที่ขายแค่กาแฟอย่างเดียว มาทำอาหารเพิ่มกันเยอะขึ้น ซึ่งเป็นจำนวนที่เยอะจนน่าสังเกต และเจ้าใหญ่ในวงการร้านอาหารและคาเฟ่อย่าง Iberry Group ก็ลงมาเล่นด้วยกับการสร้างร้าน Fran’s จนเกิดปรากฏการณ์การจองคิวกินอาหารเช้าล่วงหน้า ทำให้ต้องคิดว่าบางทีพฤติกรรมการกินของคนเมืองส่วนใหญ่อาจจะเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ

และการเปลี่ยนแปลงรอบนี้ ถ้ารักษาให้เป็นวัฒนธรรมที่แข็งแรง น่าจะสร้างประโยชน์ให้กับหลาย ๆ ส่วนได้

Brunch กระแสมื้อสายสุดฮิตแห่งยุคที่หลายคาเฟ่เลือกใช้เพื่อปรับตัว

เมื่อไม่นานนี้ ผมเพิ่งไปเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เมืองที่เรียกว่าเป็นจุดกำเนิดวัฒนธรรม Brunch เมืองหนึ่งก็ว่าได้ เลยได้เห็นวัฒนธรรมคาเฟ่ของเมลเบิร์นแบบคร่าว ๆ ผ่านสายตาแบบนักท่องเที่ยว อาหารมื้อสายยังได้รับความนิยมอยู่มากทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว แต่ละโต๊ะจะมีอาหารหลายจานกินคู่กับกาแฟ เมนูของแต่ละร้านดูไม่ต่างกันมากนัก มีขนมปัง ไข่คน หรือไข่ดาว เป็นองค์ประกอบหลัก และที่เหมือนกันคือความใหญ่ของขนาดจาน ให้เยอะ ต้องสวย และดูน่ากิน แต่สิ่งที่ตามมาคือการใช้ของที่ต้องมีคุณภาพดี

น่าสนใจที่แต่ละส่วนประกอบในจานมักเป็นของดีที่แต่ละร้านคัดเลือกมาแล้ว พื้นฐานของขนมปังแทบทุกร้านเป็นแบบ Sourdough อบโดยคนที่ตั้งใจทำขนมปัง เลือกไข่ไก่เป็นแบบ Free Range ผักเป็นออร์แกนิก ซอสของบางร้านก็เป็นแบบทำขึ้นเองในร้าน หรือไม่ก็เป็นซอสจากผู้ผลิตขนาดเล็ก

ตรงกับคำบอกเล่าของคนที่ผมรู้จักหลาย ๆ คนซึ่งอยู่ในวงการคาเฟ่และอาหารที่ออสเตรเลีย พวกเขามักบอกไปในทางเดียวกันว่า คาเฟ่ที่ทำ Brunch เน้นเลือกใช้ของดีก่อน และเน้นให้มื้อใหญ่มื้อเดียวของครึ่งเช้านี้มีโภชนาการครบถ้วนและปลอดภัย สนับสนุนผู้ผลิตและเกษตรกรรายเล็ก

Brunch กระแสมื้อสายสุดฮิตแห่งยุคที่หลายคาเฟ่เลือกใช้เพื่อปรับตัว

เมื่อกลับมามองที่บ้านเรา ก็ยังรู้สึกดีเหมือนกันที่วัฒนธรรมอาหารมื้อสายไม่ได้เอามาแค่รูปลักษณ์ แต่นำการเลือกวัตถุดิบและของดี ๆ เข้ามาใช้ด้วย คำว่า Brunch มาคู่กับ Artisan เสมอ แต่ละร้านแข่งกันด้วยคุณภาพของวัตถุดิบ เลือกของจากผู้ผลิตที่เก่งเฉพาะทาง ขนมปังจากคนทำเก่ง ๆ ไข่จากไก่ที่เลี้ยงปลอดภัย 

หลายร้านพูดตรงกันว่า Brunch กลับมาในยุคที่คนเข้าใจเรื่องอาหารมากกว่าสมัยก่อนมาก และมาในยุคที่คนรักษาสุขภาพมากขึ้น การเลือกกินของที่มีประโยชน์กับตัวเอง รู้ว่าการกินที่ดีคืออะไร และยอมจ่ายเพื่อสิ่งที่ดีกับตัวเอง เลยส่งเสริมให้ผู้ผลิตที่ตั้งใจทำ-ตั้งใจปลูกได้ประโยชน์ไปด้วย 

ข้อดีของ Brunch อีกอย่างคือ เป็นอาหารที่บางจานแทบไม่ต้องการทักษะการปรุงระดับเชฟมืออาชีพเลย บางร้านมีเมนูง่ายๆ ติดร้านได้ เพียงแค่เลือกใช้ของดีมาประกอบกัน 

Brunch กระแสมื้อสายสุดฮิตแห่งยุคที่หลายคาเฟ่เลือกใช้เพื่อปรับตัว

แต่ที่จริงเชฟมืออาชีพก็เป็นอีกตัวแปรที่น่าสนใจ เชฟเข้ามามีส่วนร่วมในการคิดเมนูมากขึ้น ในหลายร้านที่ออสเตรเลียเองก็มีเชฟจากร้าน Fine Dining มาช่วยยกระดับให้อาหารที่ดูน่าจะเป็นมื้อง่าย ๆ ให้มีสุนทรียะขึ้นอีก ทักษะบางอย่างทำให้อาหารดูมีความซับซ้อนขึ้น ส่งผลโดยตรงกับรสชาติ เพิ่มคุณค่าและมูลค่าของอาหารได้มาก

มีคนบอกผมว่า ยุคหนึ่งออสเตรเลียเองก็มี Brunch ในร้านกาแฟที่เฟื่องฟู หลายร้านคิดเมนูอาหารเพื่อเพิ่มยอดบิลต่อหัว แทนที่ลูกค้าจะเข้ามาดื่มแค่กาแฟอย่างเดียว อาหารมื้อสายเป็นที่นิยมจนคาเฟ่คิดเมนูใหม่ ๆ กันถี่มาก เน้นใช้ของตามฤดูกาลและเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จนถึงยุคหนึ่งที่เริ่มตัน รวมกับช่วงโควิดที่มีผลทั้งเรื่องการเปิดหน้าร้านและเรื่องแรงงานที่น้อยลง ทำให้หลายร้านเลือกกลับมาเน้นที่กาแฟอย่างเดียวเหมือนเดิม

เมื่อฟังจากคำพูดนี้เลยคิดว่าเรากำลังอยู่ในเส้นทางเดียวกันกับเขา แต่อาจจะโชคดีที่เทรนด์นี้กลับมาฮิตในไทยหลังช่วงโควิดคลี่คลายดีขึ้นมากแล้ว และน่าจะไม่เจอปัญหาแบบเดียวกับที่ออสเตรเลีย เพียงแค่คิดว่าอาหารที่ออกมาดูคล้ายกันไปหมดในช่วงที่กระแสกำลังฮิตช่วงแรกนี้ รวมถึงราคาที่สูงจนมีกลุ่มคนกินที่ยังไม่ใหญ่มาก อาจเป็นสาเหตุน่าคิดที่ทำให้เกิดทางตันได้เหมือนกัน หากยังไม่มีใครเริ่มหาทางปรับตัวใหม่ ๆ ขึ้นมา

Brunch กระแสมื้อสายสุดฮิตแห่งยุคที่หลายคาเฟ่เลือกใช้เพื่อปรับตัว

คงบอกไม่ได้ว่าทิศทางข้างหน้าของกระแส Brunch Cafe ในบ้านเราจะเป็นอย่างไร แต่คิดว่าเป็นกระแสนี้เป็นกระแสที่ดี และน่าจะเกิดประโยชน์กับวงการคาเฟ่ได้อีกมาก

ตอนนี้อาจจะดูเป็นการตามอย่างวัฒนธรรมอื่น ๆ หรือยกเอาวัฒนธรรมจากที่อื่นมาตั้งไว้ที่เรา แต่ถ้าดูออสเตรเลียเป็นต้นแบบ ตอนนี้ Brunch ในคาเฟ่ที่เริ่มปรับตัว นิยมวิธีผสมผสานอาหารของวัฒนธรรมใหม่ ๆ เข้าไปในอาหารก็กำลังเริ่มได้รับความนิยมมาก การกินอาหารเช้าแบบเกาหลี ญี่ปุ่น เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือแค่การเอาบางส่วนประกอบในอาหารเกาหลีอย่างกิมจิ เทคนิคการหมักดอง หรือการปรุงอาหารแบบญี่ปุ่นมาผสมเข้ากับองค์ประกอบในจานแบบเดิม เป็นวิธีที่ประเทศต้นตำรับกำลังหาทางนำมาปรับเข้ากับอาหารในคาเฟ่ 

กระแส Brunch อาหารมื้อสายที่ลงตัวกับคนกินยุคใหม่ โอกาสเติบโตอย่างแข็งแรงของวัฒนธรรมคาเฟ่
กระแส Brunch อาหารมื้อสายที่ลงตัวกับคนกินยุคใหม่ โอกาสเติบโตอย่างแข็งแรงของวัฒนธรรมคาเฟ่

เป็นแนวทางที่น่าสนใจ บ้านเราเก่งเรื่องการปรับอาหารที่รับมาให้เข้ากับวัฒนธรรมการกินของเราอยู่แล้ว การปรับวัฒนธรรมใหม่ให้เข้ากับวัฒนธรรมเดิมก็เป็นสิ่งที่น่านำมาคิด 

ผมคิดว่าหากอยากให้เทรนด์ฮิต ๆ กลายเป็นวิถีชีวิตปกติได้ สิ่งที่น่าทำคือคลี่คลายให้คนส่วนใหญ่รู้สึกคุ้นเคย ลดทอนความยากและซับซ้อนของเมนูลง เป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ทุกวัน กินง่าย สบายใจมากขึ้น ก็น่าจะเป็นแนวโน้มที่ทำให้อาหารมื้อสายหรืออาหารในคาเฟ่ไปต่อได้อีก

การปรับตัวอาจจะยังไม่ใช่ตอนนี้หรือเร็วๆ นี้ แต่อยากให้แต่ละร้านลองมองว่าเป็นทิศทางและโอกาสที่ดีที่จะทำให้วัฒนธรรมนี้เป็นอีกหนึ่งในวัฒนธรรมคาเฟ่ที่แข็งแรงได้ ดีกับทั้งคาเฟ่ ผู้ผลิตวัตถุดิบอาหารที่ตั้งใจ และคนกิน  

กระแส Brunch อาหารมื้อสายที่ลงตัวกับคนกินยุคใหม่ โอกาสเติบโตอย่างแข็งแรงของวัฒนธรรมคาเฟ่

Writer & Photographer

Avatar

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load