ขอเตือนก่อนว่าการเที่ยวครั้งนี้จะทำให้คุณกลับบ้านด้วยเท้าที่เมื่อยล้า แต่อิ่มด้วยความสุขสำราญ

เราเป็นคนชอบเที่ยวมาก โดยเฉพาะในเมืองชั้นในของกรุงเทพฯ การได้เดินเข้าไปในย่านเก่า ไม่ใช่เพียงแค่มองดูตึกรามบ้านช่อง เข้าวัดเข้าวา หรือจับจ่ายใช้สอยเท่านั้น การค่อย ๆ ต่อจิ๊กซอว์ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกรุงเทพฯ ตั้งแต่สมัยเรียนวิชา ‘ท้องถิ่นของเรา’ (ใครทันขอให้ยกมือขึ้น) ซึ่งเป็นวิชาที่สนุกมากสำหรับเด็ก ม.1 (ในสมัยนั้น) อย่างเรา ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ท้องถิ่น และความเป็นมนุษย์กรุงเทพฯ สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตเป็นวิชา สปช. ยังไงก็อย่างงั้น

ทริปของเราเดินเยอะมาก เน้นการใช้ขนส่งมวลชน และหมดพลังมาก แต่เชื่อเถอะว่าคุณจะสนุกมากถ้ามือของคุณได้จับกล้อง ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ กล้องโปร หรือกล้องฟิล์ม คุณจะเพลิดเพลินไปกับมันได้ไม่ยาก

เที่ยวกรุงเทพฯ ชั้นในด้วยสารพัดรถไฟ ตะลุยกิน ตระเวนไหว้พระ และเล่นกับแมว

ไปเดินเล่นสถานีกรุงเทพ โบกธงส่งปู่ทวดไอน้ำ

สถานีรถไฟกรุงเทพ หรือที่เรียกกันจนชินว่าหัวลำโพง เป็นจุดเริ่มต้นของวัน การเข้ามาเดินดูสถาปัตยกรรมของสถานีรถไฟที่เป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางและสัญลักษณ์ของความรุ่งเรืองด้านการคมนาคมในช่วงรัชกาลที่ 6 ที่ต่อมาพื้นที่โดยรอบกลายเป็นชุมชนขนาดใหญ่เป็นเรื่องน่าสนุกในตอนเช้า

เราเริ่มต้นที่นี่เพราะเป็นจุดที่เดินทางง่ายที่สุด ไม่ว่าจะเป็น MRT ที่เดินทะลุเข้าสถานีรถไฟกรุงเทพได้เลย หรือหากใครที่นั่งรถไฟปู๊น ๆ มาจากสายต่าง ๆ ก็ต้องมาสิ้นสุดที่นี่

เที่ยวกรุงเทพฯ ชั้นในด้วยสารพัดรถไฟ ตะลุยกิน ตระเวนไหว้พระ และเล่นกับแมว

สถานีที่มีความ Iconic โครงหลังคารูปโค้งขนาดใหญ่ที่ออกแบบโดยชาวเยอรมัน ระเบียงและอาคารหน้าสถานีที่ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาลี นับเป็นศิลปะแห่งยุคสมัยที่สวยงาม เราแวะชมมินิมิวเซียมที่หน้าสถานีรถไฟก่อน แล้วค่อยเดินเข้าไปดูชีวิตของคนที่ชานชาลา ถ้าวันไหนคุณโชคดีตรงกับวันสำคัญที่มีขบวนรถจักรไอน้ำออกวิ่ง เหมือนกับเราที่เลือกวันเที่ยวเป็นวันที่ 23 ตุลาคม วันปิยมหาราช ก็จะได้เห็นขบวนรถไฟนำเที่ยวที่ใช้รถจักรไอน้ำสีดำทะมึนดูขึงขัง พ่นไอน้ำสีขาวคลุ้งไปทั่วชานชาลา เสียงหวีดเหมือนขลุ่ยผิวส่งเสียงดังไปทั้งชานชาลาให้ทุกสายตาหันมาจ้องมอง ก่อนที่เสียงฟืดฟาดของคันชักจะค่อย ๆ หมุนล้อลากทั้งขบวนมุ่งหน้าสู่ปลายทางท่ามกลางสายตาของคนนับร้อยที่ยืนมองด้วยความชื่นชม

ในสถานีรถไฟกรุงเทพ ยังมีอีกหลายจุดที่น่าสนใจและถ่ายรูปแนวสตรีท ไม่ว่าจะเป็นปลายสุดของชานชาลา โถงสถานี หรือแม้แต่ในโถงชานชาลาที่หากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่ากระจกสีเหลืองบนนั้นเรียงตัวเป็นรูปครุฑแบบ 8 bit ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกรมรถไฟที่ซ่อนอยู่

เราอาจจะได้เห็นจังหวะชีวิตของสถานีกรุงเทพที่สมบูรณ์แบบนี้แค่ไม่นานเท่านั้น ก่อนรถไฟส่วนใหญ่จะย้ายไปออกที่สถานีกลางกรุงเทพฯ และที่นี่ก็จะเหลือเพียงขบวนรถไฟชานเมืองและรถไฟบริการเชิงสังคมเข้ามารับส่งที่ชานชาลาเท่านั้น

เที่ยวกรุงเทพฯ ชั้นในด้วยสารพัดรถไฟ ตะลุยกิน ตระเวนไหว้พระ และเล่นกับแมว
เที่ยวกรุงเทพฯ ชั้นในด้วยสารพัดรถไฟ ตะลุยกิน ตระเวนไหว้พระ และเล่นกับแมว

ไปกินบะหมี่จับกัง ไหว้พระ ที่วัดมังกร

จากสถานีกรุงเทพ เราเดินลงรถไฟ MRT สถานีหัวลำโพงเพื่อนั่งรถไฟต่อไปที่สถานีวัดมังกร

การนั่ง MRT สะดวกมากขึ้นที่ใช้บัตรเครดิต (ทุกธนาคาร) และบัตรเดบิต (เฉพาะธนาคารกรุงไทย) แตะเข้าระบบรถไฟฟ้าได้เลยโดยไม่ต้องไปต่อคิวซื้อตั๋วหรือใช้บัตรแมงมุมที่หยากไย่ขึ้นแล้ว

รถไฟสายสีน้ำเงิน หรือที่เราเรียกว่า MRT นั้นต้องใช้สมาธิและสติในการดูทิศทางเป็นอย่างมาก เพราะเส้นทางรถไฟสายนี้วิ่งเป็นลักษณะวงกลมมีหางโดยมีท่าพระเป็นสถานีร่วม กล่าวคือหากเรานั่งรถไฟเริ่มต้นที่ท่าพระ แล้วนั่งไปเรื่อย ๆ เราจะผ่านบางโพ บางซื่อ พระรามเก้า สุขุมวิท สีลม หัวลำโพง สนามไชย แล้วกลับมาเจอท่าพระอีกรอบ และรถไฟก็จะวิ่งต่อไปเพชรเกษม ปลายทางที่หลักสอง นั่นหมายความว่าเราเลือกได้ว่าจะนั่งแบบวนตามเข็มนาฬิกาหรือทวนเข็มนาฬิกา เพื่อการเดินทางที่สั้นที่สุด ซึ่งไม่ว่าจะยังไงแล้ว MRT เขาจะคิดให้ราคาเดียวแม้จะวนผิดฝั่งก็ตาม

เที่ยวกรุงเทพฯ ชั้นในด้วยสารพัดรถไฟ ตะลุยกิน ตระเวนไหว้พระ และเล่นกับแมว

ที่ชานชาลามีแผนที่ให้เราดู วิธีการดูง่าย ๆ ถ้าวนตามเข็มนาฬิกา ปลายทางของรถจะเป็นหลักสอง แต่ถ้าวนทวนเข็มนาฬิกา ปลายทางจะเป็นท่าพระ ป้ายของสถานีก็จะบอก 3 สถานีสำคัญพร้อมปลายทาง หากยังไม่เข้าใจเท่าไหร่ ป้ายเหนือประตูชานชาลาจะบอกเราว่าชานชาลาที่ยืนนั้นรถไฟมุ่งหน้าไปทางไหน โดยดูจากเส้นสีน้ำเงินซึ่งเป็นเส้นทางที่รถไฟมุ่งหน้าไป แต่หากสถานีที่ปรากฏอยู่ในแถบเส้นสีเทาหมายความว่ารถไฟวิ่งผ่านสถานีเหล่านั้นมาแล้ว

เรานั่ง MRT จากหัวลำโพงมาวัดมังกร ออกประตู 3 แล้วเลี้ยวซ้ายไปที่ซอยเจริญกรุง 23 ก็จะพบกับตรอกเล็ก ๆ ที่ด้านในจะเห็นร้านอาหารที่รู้สึกถึงความร้อนระอุจากเตาถ่านที่ไฟลุกโชติช่วงตลอดเวลา

เรามาถึงบะหมี่จับกังแล้ว

เที่ยวกรุงเทพฯ ชั้นในด้วยสารพัดรถไฟ ตะลุยกิน ตระเวนไหว้พระ และเล่นกับแมว

การสั่งนั้นไม่ยาก บอกแค่ว่าเอาแห้งหรือเอาน้ำ ก็จะได้บะหมี่ชามใหญ่ที่เส้นเยอะมาก ๆ พร้อมเนื้อหมูหั่นบาง ๆ และผักซึ่งบางวันก็จะเป็นผักกาดแก้ว บางวันเป็นกะหล่ำปลี และบางวันเป็นผักกาดหอม คงอยู่ที่ว่าวันนั้นร้านเขาได้ผักแบบไหนมา

อิ่มท้องแล้ว ก็ไปอิ่มบุญกันต่อ เป้าหมายถัดไปคือวัดมังกร

วัดมังกรกมลาวาส หรือที่เรียกกันว่า วัดเล่งเน่ยยี่ เป็นวัดในสังกัดคณะสงฆ์จีนนิกายแห่งประเทศไทย และเป็นสถานที่สำคัญในย่านเยาวราชที่มีคนหลั่งไหลเข้ามาไหว้พระ สวดมนต์ ทำบุญ รวมถึงแก้ปีชงกันอย่างหนาแน่น

เรามาในช่วงที่มีการก่อสร้างอยู่ ทางเข้าจึงดูซับซ้อนกว่าที่เคย ทางเดินมีป้ายบอกเป็นระยะ ๆ เข้าไปจนถึงวิหารด้านในที่เหมือนอยู่คนละโลกกับด้านนอก ในนี้คือวิหารท้าวโลกบาลทั้ง 4 มีเทวรูปเจ้า 4 องค์ในชุดนักรบจีน ถืออาวุธต่าง ๆ ที่เรียกว่า ‘ซี้ไต๋เทียงอ้วง’ หมายถึงเทพเจ้าที่ปกปักรักษาทั้ง 4 ทิศ เมื่อเดินเข้าไปอีกหน่อยเป็นพระอุโบสถที่ประดิษฐานพระประธานของวัด คือ พระโคตมพุทธเจ้า พระอมิตาภพุทธะ พระไภษัชยคุรุพุทธะ พร้อมพระอรหันต์อีก 18 องค์

นอกจากพระแล้วก็ยังมีเทพเจ้าคุ้มครองดวงชะตาที่ชื่อคุ้นหูอย่าง ‘ไท้ส่วย เอี๊ยะ’ เทพเจ้าแห่งยา ‘หัวท้อเซียงซือกง’ และที่คนมักจะมาไหว้ขอพรมากที่สุดคือเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ‘ไฉ่ชิงเอี๊ยะ’

ตอนนี้วัดมังกรไม่ให้จุดธูปด้านในแล้ว รู้สึกสบายจมูกสบายตามาก ในวัดเย็นเยียบมีเสียงสวดมนต์แบบพุทธมหายานก้องอยู่ด้านในฟังแล้วรู้สึกได้ถึงความศักดิ์สิทธิ์ เราอยู่ที่นี่กันไม่นานก็เดินทางต่อไปอีกวัดที่น่าจะคุ้นเคยกันดี

เที่ยวกรุงเทพฯ ชั้นในด้วยสารพัดรถไฟ ตะลุยกิน ตระเวนไหว้พระ และเล่นกับแมว
เที่ยวกรุงเทพฯ ชั้นในด้วยสารพัดรถไฟ ตะลุยกิน ตระเวนไหว้พระ และเล่นกับแมว
เที่ยวกรุงเทพฯ ชั้นในด้วยสารพัดรถไฟ ตะลุยกิน ตระเวนไหว้พระ และเล่นกับแมว

ไปไหว้พระ ดูตำรายา เล่นท่าฤๅษีดัดตน เล่นกับแมว ที่วัดโพธิ์

จากสถานีวัดมังกร นั่ง MRT ต่อมาอีก 2 สถานีก็จะถึงสถานีสนามไชย สถานีที่เรียกได้ว่ามีความพิเศษมากมายซุกซ่อนอยู่ ทั้งเป็นสถานีที่ระดับอยู่ลึกมากที่สุดในสายสีน้ำเงิน เพราะเป็นจุดสุดท้ายของฝั่งพระนครที่ต้องมุดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อข้ามไปฝั่งธนบุรีเพื่อเจอกับสถานีอิสรภาพ หลายคนอาจเข้าใจว่าอุโมงค์รถไฟนั้นผ่ากลางแม่น้ำไปเลย จริง ๆ แล้วมันถูกขุดลึกลงใต้ก้นแม่น้ำลงไปอีก ซึ่งอยู่ต่ำกว่าระดับพื้นราว ๆ 40 – 50 เมตรได้

เมื่อเราขึ้นจากชานชาลาด้วยบันไดเลื่อนที่ไม่รู้ว่าจะไปสิ้นสุดที่ไหน ก็จะเริ่มเห็นการตกแต่งสถานีที่แปลกตา ฝ้าเพดานเป็นสีแดงมีลายไทยสีทอง มีลายดอกพิกุลบนกระเบื้อง เสาประดับด้วยบัวจงกลปิดทอง พร้อมแขวนแชนเดอร์เลียอันใหญ่ เหมือนท้องพระโรงในสมัยรัตนโกสินทร์ มุมนี้มีแต่คนหยุดถ่ายรูปจนกลายเป็นเหมือนแหล่งท่องเที่ยวหนึ่งไปซะแล้ว

เดินออกมาจากเครื่องตี๊ดตั๋ว ก็จะเจอกับพิพิธภัณฑ์ใต้ดินที่บอกเล่าเรื่องราวของอดีตพื้นที่สถานีสนามไชย ซึ่งเคยเป็นฐานพระราชวังของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศุขสวัสดี

เที่ยวกรุงเทพฯ ชั้นในด้วยสารพัดรถไฟ ตะลุยกิน ตระเวนไหว้พระ และเล่นกับแมว
เที่ยวกรุงเทพฯ ชั้นในด้วยสารพัดรถไฟ ตะลุยกิน ตระเวนไหว้พระ และเล่นกับแมว
เที่ยวกรุงเทพฯ ชั้นในด้วยสารพัดรถไฟ ตะลุยกิน ตระเวนไหว้พระ และเล่นกับแมว

เดินขึ้นบันไดเลื่อนมาอีกจนถึงระดับพื้น (สักที) ก็มาโผล่หน้ามิวเซียมสยามซึ่งเคยเป็นอดีตกระทรวงพาณิชย์หรือกระทรวงเศรษฐการ แต่นั่นไม่ใช่ปลายทางของเรา เราเดินฝ่าแดดไปอีกระยะหนึ่งเพื่อไปที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือที่รู้จักกันว่าวัดโพธิ์

วัดโพธิ์เป็นวัดประจำรัชกาลที่ 1 เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทยก็ว่าได้เพราะว่าเป็นแหล่งรวบรวมความรู้มากมายหลายแขนงที่เป็นตำรับโบราณ เช่น ตำรับยา แพทย์แผนไทย ฤๅษีดัดตน

วัดนี้มีสิ่งปลูกสร้างค่อนข้างแน่นทีเดียว ทั้งเจดีย์ วิหาร อาคาร ระเบียง รวมไปถึงรูปปั้นฤๅษีดัดตนที่กระจายอยู่เต็มบริเวณวัด ถ้าจะให้เลือกเส้นทางเดินนั้นก็คงเดินดูเจดีย์รายรอบ ๆ ก่อน แล้วเข้าไปในกำแพงแก้วที่มีรูปปั้นจีนแต่งกายแบบฝรั่งยืนเฝ้าอยู่ก็จะเป็นพื้นที่ของเจดีย์สี่รัชกาล รอบ ๆ ในระเบียงนั้นประดิษฐานพระพุทธรูปหลากหลายศิลปะที่มองดูแล้วเต็มไปด้วยปางห้ามญาติและปางห้ามสมุทร

เที่ยวกรุงเทพฯ ชั้นในด้วยสารพัดรถไฟ ตะลุยกิน ตระเวนไหว้พระ และเล่นกับแมว
เที่ยวกรุงเทพฯ ชั้นในด้วยสารพัดรถไฟ ตะลุยกิน ตระเวนไหว้พระ และเล่นกับแมว
เที่ยวกรุงเทพฯ ชั้นในด้วยสารพัดรถไฟ ตะลุยกิน ตระเวนไหว้พระ และเล่นกับแมว

เพราะมีจารึกต่าง ๆ ที่เป็นองค์ความรู้ทำให้วัดโพธิ์ได้เป็นมรดกความทรงจำแห่งโลก (ไม่ใช่มรดกโลกนะ อันนั้นจะใช้เฉพาะสิ่งที่เป็นโบราณสถานและที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ) ตำราต่าง ๆ ถูกจารึกไว้บนหินอ่อนประดับไว้ตามศาลาราย คนที่จารึกนั้นมีหลากหลายตั้งแต่กษัตริย์จนถึงประชาชน ความรู้ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาษาศาสตร์ วรรณกรรม ศาสนา แพทย์ ประติมากรรม สิ่งนี้เองจึงทำให้วัดโพธิ์ได้ชื่อว่าเป็นมหาวิทยาลัยเปิดแห่งแรกของคนไทย

ก่อนออกจากวัด มี 2 สิ่งที่เราพลาดไม่ได้ที่จะทำ สิ่งแรกคือการทดลองทำตามท่าของรูปปั้นฤๅษีดัดตน บางท่าก็ทำได้และยืดเส้นได้ดีมาก แต่บางท่าก็เกินกว่าจะทำได้จนคิดว่ามันทำได้จริง ๆ หรือ ส่วนสิ่งที่สองนั้นคือการส่องสายตาหาน้องแมวในวัดที่มีเยอะมากกกกกก แต่อาจเป็นเพราะเกือบทุกครั้งเรามาช่วงเย็นที่คนเริ่มน้อย น้องแมวเลยออกมาจากที่ซ่อนตัวมาเกลือกกลิ้งอยู่ตามสุมทุมพุ่มไม้ไม่ก็ฐานเจดีย์ แต่วันนี้คนคงเยอะมากไปจนแมวอาจจะรำคาญพวกมนุษย์ เลยเจออยู่ไม่กี่ตัวเท่านั้นเอง

มาวัดโพธิ์ไม่ได้เล่นแมว เหมือนมาไม่ถึง

ทัวร์กรุงเทพฯ ด้วยรถไฟอัปเดตปีล่าสุด ไปดูสถาปัตยกรรมเก่า ไหว้พระวัดสวย แวะคาเฟ่วิวดี และกินอาหารร้านเด็ด
ทัวร์กรุงเทพฯ ด้วยรถไฟอัปเดตปีล่าสุด ไปดูสถาปัตยกรรมเก่า ไหว้พระวัดสวย แวะคาเฟ่วิวดี และกินอาหารร้านเด็ด
ทัวร์กรุงเทพฯ ด้วยรถไฟอัปเดตปีล่าสุด ไปดูสถาปัตยกรรมเก่า ไหว้พระวัดสวย แวะคาเฟ่วิวดี และกินอาหารร้านเด็ด

ไปพักอิริยาบถที่คาเฟ่ริมน้ำย่านวังหลัง

ประเทศไทยมี 3 ฤดู ร้อน ร้อนมาก ร้อนที่สุด การเดินแบบไม่หยุดคงทำให้การเที่ยวไร้ความสุขแน่นอน เราไปวัดไปวากันแล้วคงพ้นไม่ได้ที่ต้องพักผ่อนระหว่างวันด้วยเครื่องดื่มเย็น ๆ กับของว่างสักหน่อย (หยุดกินไม่ได้จริง ๆ ขอโทษด้วย)

จากวัดโพธิ์เดินตามถนนข้างวังมาเรื่อย ๆ ผ่านท่าช้างแล้วไปจบที่ท่ามหาราช เพื่อนั่งเรื่องข้ามฟากไปที่ท่าวังหลังฝั่งศิริราช มีร้านกาแฟอยู่ร้านหนึ่งที่เราชอบมาก เป็นพื้นที่เซฟโซนสำหรับการปั่นต้นฉบับของ The Cloud เกือบทุกเรื่องให้พวกคุณอ่าน เป็นคาเฟ่ที่วิวดี ร้านก็ดี ซุกตัวอยู่ใต้โรงแรมบ้านวังหลังริเวอร์ไซต์ ที่นี่ชื่อว่า N10

ร้าน N10 ตั้งชื่อเดียวกับรหัสท่าเรือวังหลังและพรานนก (N10) ซึ่งเป็นท่าเรือด่วนเจ้าพระยาลำดับที่ 10 ถ้านับจากท่าสาทร (CEN)

ทัวร์กรุงเทพฯ ด้วยรถไฟอัปเดตปีล่าสุด ไปดูสถาปัตยกรรมเก่า ไหว้พระวัดสวย แวะคาเฟ่วิวดี และกินอาหารร้านเด็ด
ทัวร์กรุงเทพฯ ด้วยรถไฟอัปเดตปีล่าสุด ไปดูสถาปัตยกรรมเก่า ไหว้พระวัดสวย แวะคาเฟ่วิวดี และกินอาหารร้านเด็ด

สิ่งที่ทำให้ร้านนี้เป็นร้านโปรดของเราคือ การมีพื้นที่อินดอร์ที่เป็นห้องปรับอากาศตกแต่งแบบบ้านเรือนไม้ มีโต๊ะกระจายอยู่ทั่วบริเวณ และที่ดีที่สุดคือชานชาลาที่ก่อขึ้นมาให้เราเอนตัวได้บนหมอนอิงสามเหลี่ยมจิบชา กาแฟ และของว่างยามบ่าย มองออกไปนอกกระจกเป็นส่วนเอาต์ดอร์ที่เรียกได้ว่าบรรยากาศดีมาก มันเป็นพื้นที่โล่งติดชิดแม่น้ำเจ้าพระยา มองไปทางซ้ายคือสะพานพระปิ่นเกล้า ฝั่งตรงข้ามคือท่ามหาราช เยื้องขวาหน่อยคือพระบรมมหาราชวัง และมองไปขวาสุดคือคุ้งน้ำเจ้าพระยาที่ตวัดโค้งมีพระปรางค์วัดอรุณอยู่ลิบ ๆ

ยามบ่ายแก่พื้นที่เอาต์ดอร์นี้จะร่มจากเงาตึกของโรงแรม ทำให้เรานั่งชมวิวแม่น้ำพลางจิบเครื่องดื่มได้อย่างสบาย ลมเย็นๆ จากแม่น้ำ มองดูเรือลำแล้วลำเล่าผ่านไปมาช่วยให้ร่างกายได้พักก่อนเดินทางไปสถานที่ใหม่

ขอสารภาพว่า บทความรถไฟต่าง ๆ ใน The Cloud ที่คุณอ่านของเราตั้งแต่เรื่องแรก ๆ เขียนที่ร้านนี้นี่แหละ บรรยากาศมันดีจริง ๆ อย่าบอกใคร

ทัวร์กรุงเทพฯ ด้วยรถไฟอัปเดตปีล่าสุด ไปดูสถาปัตยกรรมเก่า ไหว้พระวัดสวย แวะคาเฟ่วิวดี และกินอาหารร้านเด็ด
ทัวร์กรุงเทพฯ ด้วยรถไฟอัปเดตปีล่าสุด ไปดูสถาปัตยกรรมเก่า ไหว้พระวัดสวย แวะคาเฟ่วิวดี และกินอาหารร้านเด็ด

ไปเยี่ยมสถานีรถไฟเก่า และเดินมิวเซียมที่ศิริราชพิมุขสถาน

เมื่อเช้าเราไปเริ่มต้นที่สถานีรถไฟ ตอนนี้เราก็มาอยู่กับอดีตสถานีรถไฟ

เมื่อเช้าเราอยู่ที่สถานีกรุงเทพ สถานีต้นทางของรถไฟฝั่งพระนคร ส่วนตอนนี้เราอยู่ที่อดีตสถานีรถไฟธนบุรี ต้นทางของรถไฟสายใต้ฝั่งธนบุรี

จากวังหลัง เดินลัดทะลุโรงพยาบาลศิริราชมาจนถึงโรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ จะเจอตึกอิฐสีแดงมีหอนาฬิกาติดกับอาคารโรงพยาบาล นี่แหละคืออดีตสถานีรถไฟธนบุรีที่เราพูดถึง

เมื่อก่อนเวลาที่จะนั่งรถไฟลงใต้ก็ต้องใช้สถานีรถไฟธนบุรีเป็นสถานีต้นทาง ตัวสถานีนี้เป็นของใหม่ เดิมทีเป็นแค่อาคารไม้ธรรมดาซึ่งใช้งานมาจนสงครามโลกครั้งที่ 2 โดนพรมระเบิดซะพรุน จึงต้องสร้างใหม่โดยได้รับการออกแบบให้เป็นรูปแบบของ Terminal Station โดยหม่อมเจ้าโวฒยากร วรวรรณ สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2493

ทัวร์กรุงเทพฯ ด้วยรถไฟอัปเดตปีล่าสุด ไปดูสถาปัตยกรรมเก่า ไหว้พระวัดสวย แวะคาเฟ่วิวดี และกินอาหารร้านเด็ด
ทัวร์กรุงเทพฯ ด้วยรถไฟอัปเดตปีล่าสุด ไปดูสถาปัตยกรรมเก่า ไหว้พระวัดสวย แวะคาเฟ่วิวดี และกินอาหารร้านเด็ด

สถานีธนบุรีใช้งานมาเรื่อย ๆ จนได้มีการมอบพื้นที่ของสถานีธนบุรีให้กับโรงพยาบาลศิริราชเพื่อสร้างศูนย์การแพทย์ สถานีธนบุรี (ริมน้ำ) จึงปิดตัวลงตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2546 โดยมีขบวนรถธรรมดาที่ 253 ธนบุรี – หลังสวน เคลื่อนออกจากสถานีเป็นขบวนสุดท้าย และการรถไฟฯ ก็ได้ย้ายสถานีธนบุรีไปอยู่ที่ใหม่ตรงตลาดศาลาน้ำร้อนและใช้จนถึงปัจจุบัน

พื้นที่ย่านสถานีธนบุรีทั้งหมดกลายเป็นอาคารของโรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ ส่วนอาคารสถานีธนบุรีและอาคารที่รับส่งสินค้าธนบุรี (ทรส.ธนบุรี) ก็ถูกปรับปรุงให้กลายเป็น ศิริราชพิมุขสถาน พิพิธภัณฑ์ทางการแพทย์ ประวัติศาสตร์ และโบราณคด

ทัวร์กรุงเทพฯ ด้วยรถไฟอัปเดตปีล่าสุด ไปดูสถาปัตยกรรมเก่า ไหว้พระวัดสวย แวะคาเฟ่วิวดี และกินอาหารร้านเด็ด
ทัวร์กรุงเทพฯ ด้วยรถไฟอัปเดตปีล่าสุด ไปดูสถาปัตยกรรมเก่า ไหว้พระวัดสวย แวะคาเฟ่วิวดี และกินอาหารร้านเด็ด

เข้ามาในพิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน สิ่งแรกที่เจอคือที่ขายบัตรเข้าชม ใช้ห้องขายตั๋วของรถไฟจริง ๆ จนได้บรรยากาศเหมือนเราซื้อตั๋วรถไฟยังไงอย่างงั้น แถมที่นั่งรอก็เป็นเก้าอี้ไม้รูปวงรีของสถานีรถไฟจริง ๆ อีก สรุปแล้วนี่มาขึ้นรถไฟหรือเข้ามิวเซียมกันแน่นะ

ภายในแบ่งโซนการจัดแสดงเอาไว้ และทางเดินก็จะบังคับให้เป็นวันเวย์ เริ่มจากห้องแรก ศิริสารประพาส ที่จำลองเป็นห้องเรียนของนักศึกษาแพทย์ให้เราได้ดูภาพรวมเป็นการแนะนำก่อนที่จะพาเดินต่อไปที่ ศิริราชขัตติยพิมาน ที่แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างพระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ กับการแพทย์ของประเทศไทย ตามมาด้วยห้องสถานพิมุขมงคลเขต ที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับกรมพระราชวังบวรสถานพิมุข เรื่องราวของวังหลัง พื้นที่วังหลัง และชุมชนปากคลองบางกอกน้อย

ห้องถัดมาคือโบราณราชศัตรา ที่รวบรวมอาวุธเก่าแก่ซึ่งรักษาได้ดีมาก ห้องที่เราชอบที่สุดคือ คมนาคมบรรหาร ใช้ชานชาลาสถานีรถไฟจริง ๆ มาทำเป็นห้องฉายหนังที่เห็นทางรถไฟของจริงใต้กระจก โดยเนื้อหาจะเกี่ยวข้องกับรถไฟ การแพทย์ และศิริราช (ตอนที่เราไปล่าสุดห้องนี้ปิดปรับปรุง)

ทัวร์กรุงเทพฯ ด้วยรถไฟอัปเดตปีล่าสุด ไปดูสถาปัตยกรรมเก่า ไหว้พระวัดสวย แวะคาเฟ่วิวดี และกินอาหารร้านเด็ด

ออกจากห้องคมนาคมบรรหาร ทางเดินจะพาไปชั้นสองเป็นนิทรรศการเกี่ยวกับด้านการแพทย์ทั้งหมด เราจะได้เห็นห้องผ่าตัดจำลอง การวิเคราะห์โรค กายวิภาค ร่างกายมนุษย์ ร้านขายยา และชุมชนบางกอกน้อย จากนั้นเป็นส่วนสุดท้ายของมิวเซียมคืออาคารรับส่งสินค้ารถไฟซึ่งเป็นอาคารไม้เรือนแถว ภายในจัดแสดงเกี่ยวกับวิถีชุมชนคลองบางกอกน้อยและซากเรือขนาดใหญ่มากที่ขุดค้นพบตอนสร้างโรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์

จุดสุดท้ายของเดินเที่ยวของเราคือรถจักรไอน้ำแบบมิกาโด หมายเลข 950 ซึ่งเป็นญาติสนิทกับรถจักรไอน้ำแบบแปซิฟิกที่เราเจอเมื่อเช้าที่สถานีกรุงเทพ เขาเป็นรถจักรไอน้ำ 2 รุ่นสุดท้ายที่สั่งเข้ามาใช้งานหลักสงครามโลกครั้งที่ 2 เพียงแต่ว่าหมายเลข 950 ไม่มีโอกาสได้มีชีวิตต่อ เขายุติบทบาทลงเมื่อ พ.ศ. 2525 เหลือทิ้งไว้แต่โครงสร้างภายนอกที่ยังดูสมบูรณ์ และตั้งอยู่ด้านหน้าอดีตสถานีรถไฟที่เขาเคยแล่นเข้ามาให้บริการ

ทัวร์กรุงเทพฯ ด้วยรถไฟอัปเดตปีล่าสุด ไปดูสถาปัตยกรรมเก่า ไหว้พระวัดสวย แวะคาเฟ่วิวดี และกินอาหารร้านเด็ด

ไปกินหมูกระทะ ดูพระอาทิตย์ตกที่ท่ามหาราช

พระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำ ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี เท้าที่เดินมาทั้งวันเริ่มล้าขึ้นและร่างกายต้องการอาหารมาเติมเต็มในพลังงานที่เสียไป

จากท่าเรือวังหลังข้ามฟากมาท่ามหาราช เป็นคอมมูนิตี้มอลริมน้ำที่บรรยากาศดีอย่าบอกใคร ร้านอาหารมากมายมีให้เราเลือกสรร แต่ถ้าอยากจบวันด้วยการกินไปนั่งคุยไปกับบรรยากาศริมน้ำ ให้ขึ้นไปชั้นสองแล้วตบเท้าเข้าไปกินหมูกระทะเลย เป็นร้านกลางแจ้งที่มีระเบียงนั่งกินมองเห็นแม่น้ำเจ้าพระยาระหว่างปิ้งหมูให้สุก ช่วงบรรยากาศที่ดีที่สุดก็ต้องเป็นตั้งแต่สี่โมงเย็นเป็นต้นไปจนฟ้ามืด

เที่ยวแบบนี้ ต้องลอง

ใครไปแล้วก็มาเล่าให้ฟังบ้างนะ

ทัวร์กรุงเทพฯ ด้วยรถไฟอัปเดตปีล่าสุด ไปดูสถาปัตยกรรมเก่า ไหว้พระวัดสวย แวะคาเฟ่วิวดี และกินอาหารร้านเด็ด
ทัวร์กรุงเทพฯ ด้วยรถไฟอัปเดตปีล่าสุด ไปดูสถาปัตยกรรมเก่า ไหว้พระวัดสวย แวะคาเฟ่วิวดี และกินอาหารร้านเด็ด

ตะลอนเดินตะลอนถ่าย : วันวิสข์ เนียมปาน และ รัฐศิลป์ ภวันตพงศ์

เกร็ดท้ายขบวน

  1. MRT ไม่มีตั๋วเหมาวันแบบ BTS การเดินทางจะต้องซื้อตั๋วรายเที่ยว
  2. ถ้าอยากมาสถานีกรุงเทพแล้วเจอรถจักรไอน้ำ ต้องมาวันที่ 26 มีนาคม, 3 มิถุนายน, 28 กรกฎาคม, 12 สิงหาคม, 23 ตุลาคม, 5 ธันวาคม
  3. บริเวณท่าเตียนมีคาเฟ่และร้านขนมเยอะมาก ให้ลองเดินดูแล้วนั่งพักอิริยาบถก่อนเที่ยวต่อก็ได้นะ 🙂

Writer

วันวิสข์ เนียมปาน

มนุษย์ผู้มีรถไฟไทยเป็นเพื่อนสนิท และอยากแนะนำเพื่อนให้ชาวบ้านสนิทด้วย รักการเดินทางและชอบเดินเป็นชีวิตจิตใจ

Along the Railroad

เรื่องราวและเรื่องเล่าเกี่ยวกับรถไฟจากชายผู้ใช้ชีวิตอยู่กับรถไฟมาตลอด 30 ปี

การเที่ยวตามเส้นทางรถไฟฟ้าไม่ใช่เรื่องยากแล้ว ออกจะสนุกด้วยซ้ำ โดยเฉพาะเส้นที่ผ่ากลางย่านเมืองเก่าอย่างสายสีน้ำเงิน (MRT) หรือผ่าใจกลางเมืองหลากหลายย่านแบบสายสีเขียว (BTS) หรือออกไปชานเมืองอย่างรถไฟ รฟท. แต่ที่เราว่าง่ายที่สุดที่จะออกไปเที่ยวในแบบฉบับของการเดท หรือใช้เวลากับคนพิเศษแบบเต็มวันและมีความวาไรตี้ก็คงไม่พ้นสถานที่ที่ไม่ค่อยวุ่นวายมาก หรือสถานที่ที่มีเวลาพูดคุยทำความสนิทสนมกันให้มากขึ้น และมีรถไฟสายหนึ่งที่เหมาะสมทีเดียว นั่นคือ สายสีเขียว หรือบีทีเอสที่เราคุ้นเคยกัน

ปกติแล้วเราเองชอบเที่ยวตามแนวรถไฟอยู่แล้ว และคิดว่ามันคงจะดีนะถ้าสมมติว่า (ย้ำ สมมติว่า) เราได้เดทกับใครสักคนแล้วเที่ยวไปตามทางรถไฟเพื่อมีเวลาได้พูดคุยกันมันคงสนุกไม่น้อย แต่ตอนนี้ไม่มีใครเลยลองเที่ยวคนเดียวไปก่อน เส้นาทงของการเที่ยวนั้นคงใช้คำว่าไปเรื่อย ๆ ดีกว่า ซึ่งถ้านั่งไปเรื่อย ๆ แล้วลองทำความรู้จักย่าน ๆ นั้นไปด้วยมันก็คงเหมือนการล่า RC ไปอีกแบบ

ว่าแต่จะเริ่มต้นยังไง

โปรแกรมเดทหนึ่งวันด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้มที่เห็นวิววัดอรุณถึงเขาเขียว

อันดับแรก มาทำความรู้จักกับรถไฟสายสีเขียวหรือ BTS ก่อน

ที่เรียกว่า BTS เพราะว่าในช่วงที่กรุงเทพมหานครริเริ่มโครงการ ได้ให้สัมปทานการก่อสร้างและเดินรถกับเอกชน บริษัทที่ได้เป็นผู้ดำเนินการสายนี้คือ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC จึงมีการเรียกว่ารถไฟฟ้าบีทีเอส

ลักษณะเส้นทางแบ่งเฉดสีเขียวออกเป็น 2 เฉด

สายสีเขียวอ่อน หรือสายสุขุมวิท เริ่มต้นจากสถานีคูคต จังหวัดปทุมธานี มาตามถนนพหลโยธิน ผ่านมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หมอชิต อนุสาวรีย์ชัย สยาม แล้วเข้าสู่ถนนสุขุมวิท ผ่านอโศก เอกมัย อ่อนนุช บางนา เข้าเขตจังหวัดสมุทรปราการที่สำโรง ปากน้ำ และไปสุดสายที่สถานีเคหะฯ มีความยาว 50 กว่ากิโลเมตร และเป็นรถไฟ Metro ที่ยาวที่สุดด้วย

สายสีเขียวเข้ม หรือสายสีลม เริ่มต้นจากสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ ผ่านสยาม เข้าศาลาแดง สะพานตากสิน ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ไปวงเวียนใหญ่ แล้วไปสุดที่สถานีบางหว้า เป็นสายที่สั้นกว่าเขียวอ่อนมาก

ทั้งสองสายมีการเชื่อมต่อที่สถานีสยามซึ่งอยู่ใจกลางเมือง ปกติแล้วถ้าเราจะเปลี่ยนจากเขียวอ่อนไปเขียวเข้ม หรือเขียวเข้มไปเขียวอ่อนก็ต้องใช้สถานีสยามนี่แหละในการเปลี่ยนขบวนเปลี่ยนเส้นทาง แต่ถ้าโชคดีเราก็อาจจะได้เจอขบวนรถข้ามสายจากเขียวอ่อนไปเขียวเข้มได้

โปรแกรมเดทหนึ่งวันด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้มที่เห็นวิววัดอรุณถึงเขาเขียว

นอกจากนั้นแล้วเรายังมีสิ่งหนึ่งอยากให้ทุกคนสังเกต คือสีประจำสถานี ที่จะอยู่บริเวณราวสถานี ราวบันได และหลาย ๆ ส่วนประกอบ เพื่อให้คนนั่งรู้ว่าตอนนี้ขบวนรถของเราอยู่ในโซนไหนแล้ว

ขอโน้ตไว้ก่อนว่าสีประจำสถานีนั้นอยู่เฉพาะส่วนสัมปทานที่สร้างโดย BTS เท่านั้น ไม่เกี่ยวกับส่วนต่อขยายที่สร้างโดย รฟม. และกรุงเทพมหานคร

สถานีสยาม เป็นศูนย์กลางของเส้นทาง ตัวสถานีใช้สีแดง จากนั้นจะแยกออกเป็นทิศ รวมถึงรหัสประจำสถานี

ทิศเหนือ ใช้สีส้มประจำสถานี ใช้รหัสตัวย่อ N เริ่มตั้งแต่ราชเทวี N1 ไปเรื่อย ๆ จนถึงคูคต 24

ทิศตะวันออก ใช้สีเขียวอ่อนประจำสถานี โดยสถานีโซนนี้จะใช้รหัสตัวย่อ E เริ่มตั้งแต่ชิดลม E1 ไปถึงเคหะฯ E23

ทิศตะวันตก ใช้สีฟ้าประจำสถานี มีเพียงสถานีเดียวเท่านั้นคือสนามกีฬาแห่งชาติ รหัส W1

ทิศใต้ ใช้สีม่วงประจำสถานี เริ่มตั้งแต่สถานีราชดำริ S1 ไปจนถึงสถานีบางหว้า S12

โปรแกรมเดทหนึ่งวันด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้มที่เห็นวิววัดอรุณถึงเขาเขียว
โปรแกรมเดทหนึ่งวันด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้มที่เห็นวิววัดอรุณถึงเขาเขียว

เอาล่ะ เมื่อมารู้จักกับรถไฟฟ้าบีทีเอสคร่าว ๆ แล้ว ก็เริ่มออกเดินทางกันเลยแล้วกัน

ก่อนอื่น ถ้าจะเที่ยวแบบขึ้นลงเยอะขนาดนี้ ถ้าซื้อตั๋วรายเที่ยวก็คงไม่มีเงินไปกินไปเที่ยวกันแล้ว เราเลยแนะนำให้ซื้อ ‘ตั๋ววัน’ เป็นบัตรโดยสารที่ใช้ได้ไม่จำกัดเที่ยวในวันที่ซื้อ จะขึ้นจะลงกี่สถานีในระบบบีทีเอสก็ตามในราคาแค่ 140 บาท เหมาะกับการเที่ยวรายทางบีทีเอสแบบจุก ๆ ทั้งใกล้ ทั้งไกล ยิ่งเข้า-ออก ระบบบ่อย ๆ เท่าไหร่ยิ่งคุ้ม ตั๋ววันจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการเดินทาง

สถานที่ที่เราจะเที่ยวได้ในเส้นทางนั้นมีเยอะมาก ถ้าหากจะจัดคอร์สให้สักคอร์ส แบบเริ่มต้นกันง่าย ๆ ไม่หอบ เราอยากให้เริ่มต้นที่สถานีหมอชิตก่อนเลย และแน่นอนว่าที่นั้นคงไม่พ้น ‘ตลาดนัดจตุจักร’

หมอชิต (N8) : ตลาดนัดจตุจักร

โปรแกรมเดทหนึ่งวันด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้มที่เห็นวิววัดอรุณถึงเขาเขียว
โปรแกรมเดทหนึ่งวันด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้มที่เห็นวิววัดอรุณถึงเขาเขียว

ตลาดนัดจตุจักร หรือ เจเจ เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่หนึ่งที่ได้รับความนิยมของทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ จากสถานีหมอชิตเดินตามถนนพหลโยธินมาเรื่อย ๆ ก็จะเจอทางเข้า ถ้าอยากจะเริ่มต้นที่นี่โดยไม่ต้องมาบีทีเอสก็ให้นั่ง MRT สายสีน้ำเงินมาลงที่สถานีกำแพงเพชรได้ ก็จะโผล่มาในตลาดเลย

เจเจ มีโซนขายของทั้งหมด 27 โครงการ มีตั้งแต่เสื้อผ้า งานหัตถกรรม หนังสือเก่า ต้นไม้ สัตว์เลี้ยง งานศิลปะ ของแต่งบ้าน เครื่องปั้นดินเผา และเยอะแยะไปหมด ชนิดที่ว่าถ้าใช้เวลาเดินคงเต็มวัน แต่ถ้าใครที่มีหมุดหมายอยู่แล้วว่าอยากจะซื้ออะไร อยากจะเดินโซนไหนก็คงไม่ยาก ซึ่งส่วนใหญ่แล้วนักช้อปวัยรุ่นก็จะมาเลือกซื้อเสื้อผ้า

ที่ให้เริ่มต้นจตุจักรก่อน เพราะช่วงเช้าอากาศและผู้คนจะไม่สาหัสเท่าช่วงบ่าย แนะนำให้มาตั้งแต่ 9 โมงจนถึงไม่เกิน 11 โมง (2 ชั่วโมงก็ลิ้นห้อยแล้วนะ) มีเวลาเพียงพอที่จะซื้อเสื้อผ้าได้สบาย ๆ หรือจะเลือกพักเท้าด้วยของกินอร่อย ๆ ในตลาด ทั้งกาแฟสดที่มีให้เลือกหลากหลายแบบตั้งแต่ชงง่ายยันสโลว์บาร์ หรือที่กำลังเป็นที่พูดถึงก็คงไม่พ้นน้ำหวานเฮลบลูบอยโซดาที่มีทั้งน้ำแดง ซาสี่ มะลิ ครีมโซดา ดูดกินชื่นใจ

ขอโน้ตไว้ว่าตลาดนัดจตุจักรอากาศค่อนข้างร้อน ถ้าใส่เสื้อผ้าสบาย ๆ มาเดินก็จะไม่ทำให้เสียพลังมากเพื่อให้ไปเที่ยวที่ต่อไปได้

โปรแกรมเดทหนึ่งวันด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้มที่เห็นวิววัดอรุณถึงเขาเขียว
โปรแกรมเดทหนึ่งวันด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้มที่เห็นวิววัดอรุณถึงเขาเขียว
โปรแกรมเดทหนึ่งวันด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้มที่เห็นวิววัดอรุณถึงเขาเขียว

จากตลาดนัดจตุจักร เราเดินทางต่อไปคาเฟ่เย็น ๆ ที่ทองหล่อได้ เส้นทางรถไฟช่วงนี้จะผ่าใจกลางเมืองในส่วนที่สำคัญ ๆ และมีสถานที่ให้เราแวะได้ (ถ้ามีเวลาหรือแพลนสำหรับทริปถัดไป) เช่น สถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ก็มีพระราชวังพญาไทซึ่งเป็นพระราชวังในช่วง ร.5 ที่สถาปัตยกรรมสวยงามมาก สถานีพญาไท มีวังสวนผักกาดที่เป็นเรือนไทยของราชสกุลบริพัตรที่ปรับเป็นมิวเซียมที่น่าสนใจ สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ มีหอศิลป์ BACC ที่แสดงงานศิลปะและนิทรรศการน่าสนใจ รวมถึงพิพิธภัณฑ์จิมป์ทอมป์สันในซอยข้าง ๆ

พอเข้าโซนสายสุขุมวิทก็มีสถานีอโศกติดกับห้าง Terminal 21 ที่ฟู้ดคอร์ต Pier21 อาหารหลากหลายและราคาถูก จนมาถึง ทองหล่อ สถานีปลายทางแรกของทริปนี้ 

ทองหล่อ (E6) : Voiij Coffee & Stuff

โปรแกรมเดทหนึ่งวันด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้มที่เห็นวิววัดอรุณถึงเขาเขียว

จากรถไฟฟ้าให้ออกประตู 3 จากปากซอยทองหล่อ เดินเข้าซอยไปประมาณ 1 กิโลนิด ๆ หรือถ้าไม่อยากเดินก็นั่งวิน 10 บาท คาเฟ่ Voiij Coffee & Stuff ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังของอาคารปานจิตต์ ทาวเวอร์

ครั้งแรกที่เราค้นคาเฟ่น่าสนใจเพื่อพักเหนื่อย Voiij ทำให้เราหยุดที่จะเลื่อนนิ้วไปบนหน้าจอได้ การตกแต่งอาคารเหมือนบ้านเก่าให้ดูอบอุ่น ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองเข้าไปนั่งพร้อมจิบเครื่องดื่มเย็น ๆ กับบรรยากาศของห้องนั่งเล่นรับแขกที่อยากล้มตัวลงไปนอน มีกลิ่นอายญี่ปุ่นนิด ๆ ทำให้เราเลือกจะมาที่นี่ได้ไม่ยาก

จุดเด่นของร้านคือการจัดโทนให้รู้สึกแบบมากินกาแฟบ้านเพื่อน มุมที่เราชอบที่สุดคือห้องกระจกขนาดใหญ่ที่มีโซฟาเล็ก ๆ ในนั้น เครื่องดื่มที่นี่ก็มีหลายแบบทั้งกาแฟ โซดา ช็อกโกแลต พร้อมขนมโฮมเมดอีก 4 – 5 อย่างที่เราจะได้รับคำแนะนำจากบาริสต้าว่ามีอะไรให้กินได้บ้าง แล้วค่อยเลือกเครื่องดื่มที่เข้ากัน

โปรแกรมเดทหนึ่งวันด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้มที่เห็นวิววัดอรุณถึงเขาเขียว

ชื่อของร้าน Voiij เกิดจากคำว่า Voyage เจ้าของร้านคือคุณจูเนียร์เล่าให้ฟังว่า ชอบเที่ยวต่างประเทศ ตอนแรกจะตั้งชื่อว่า Voyage แต่มีคนใช้ไปหมดแล้ว เลยไปเจอว่าถ้าดูคำว่า Voyage ในพจนานุกรมจะมีวิธีการอ่านออกเสียงห้อยท้ายเอาไว้ว่า Voiij ก็ลงตัวที่ชื่อนี้

เพราะอากาศที่ร้อน เราเลยสั่งยูซุโซดากับเค้กเลม่อนมากิน ฟังเพลงเบา ๆ สบาย ๆ ดูสไตล์การตกแต่งร้านแล้วเอาไปคิดต่อว่าจะต้องซื้ออะไรมาตกแต่งแบบไหนบ้าง ดูเหมือนว่าคาเฟ่นี้จะไม่ใช่แค่คาเฟ่ที่ตกแต่งสวย ๆ มีเครื่องดื่มดี ๆ แต่ผ่านการคิดมาแล้วว่าคนที่มาจิบกาแฟที่นี่ต้องได้รับการพักผ่อนทั้งกายและใจเหมือนอยู่ในบ้านหลังนึงที่อบอุ่น

และเหมือนจะมีพลังที่ดึงดูดให้เรานั่งจนไม่อยากขยับไปไหนเลย

ถ้ามีบ้าน เราก็คงแต่งแบบนี้แหละ

โปรแกรมเดทหนึ่งวันด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้มที่เห็นวิววัดอรุณถึงเขาเขียว
โปรแกรมเดทหนึ่งวันด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้มที่เห็นวิววัดอรุณถึงเขาเขียว

พักได้ระยะหนึ่งก็ต้องเดินทางต่อไปสถานที่ถัดไปซึ่งน่าจะเป็นไฮไลต์ด้วย ปลายทางของเราคือสถานีปากน้ำ จากทองหล่อให้เดินทางต่อไปอีก เราอยากบอกทุกคนว่าสายสีเขียวอ่อนมีระยะทางที่ยาวมาก เลยมีขบวนรถไฟตัดเสริมแทรกเข้ามาในแต่ละเที่ยว เช่น บางขบวนจะวิ่งแค่หมอชิต บางขบวนจะวิ่งแค่สำโรง หรือบางขบวนไปแค่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

วิธีดูง่าย ๆ ตรงหัวขบวนจะมีหน้าจอตัวอักษรวิ่งอยู่เหนือหน้าต่าง มันจะคอยบอกว่าขบวนนั้นจะไปปลายทางที่ไหน ซึ่งถ้าเราเดินทางไปโซนสมุทรปราการ จะมีขบวนตัดเสริมสำโรง ถ้ารถไฟขบวนนั้นวิ่งมาและป้ายไฟวิ่งสีเหลืองเขียนว่า ‘เคหะฯ’ ก็ขึ้นขบวนนั้นได้เลย

โปรแกรมเดทหนึ่งวันด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้มที่เห็นวิววัดอรุณถึงเขาเขียว

ปากน้ำ : หอชมเมืองสมุทรปราการ

จากทองหล่อ รถไฟวิ่งไปตามถนนสุขุมวิท ผ่านบางนา เข้าเขตสมุทรปราการที่สำโรง วิวบนรถไฟช่วงนี้ค่อนข้างน่าดูเพราะยังไม่มีตึกสูงมากนัก เราจะมองเห็นโรงกลั่นน้ำมันบางจากอยู่ไกล ๆ เห็นบ้านหลังเล็ก ๆ อยู่ต่ำกว่าระดับทางรถไฟ เห็นสะพานภูมิพล และถ้าวันไหนฟ้าเปิดมาก ๆ จะมองเห็นเขาเขียวชลบุรีจากหน้าต่างรถไฟฟ้าด้วย

เมื่อแม่น้ำเจ้าพระยาปรากฏกายที่หน้าต่างรถไฟ เราจะผ่านสถานีโรงเรียนนายเรือ ให้เตรียมตัวลงได้เลย สถานีปากน้ำเป็นสถานีถัดไป

โปรแกรมเดทหนึ่งวันด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้มที่เห็นวิววัดอรุณถึงเขาเขียว

สถานีปากน้ำ ตั้งอยู่บริเวณศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ จะว่าไปแล้วทางรถไฟสายสีเขียวส่วนนี้ทับเส้นทางรถไฟสายแรกของประเทศไทย ที่เริ่มต้นจากสถานีหัวลำโพงไปจนถึงสถานีปากน้ำด้วย ถนนสุขุมวิทช่วงตั้งแต่ช้างเอราวัณถึงปากน้ำก็สร้างทับแนวเส้นทางรถไฟสายปากน้ำด้วยเช่นกัน จากสถานีปากน้ำเราเดินไปริมแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อดูวิวตากลมเย็น ๆ ก่อนไปที่หอคอยชมเมืองได้ ฝั่งตรงข้ามคือพระสมุทรเจดีย์ มองไปทางขวาคือแนวตึกสูงย่านพระราม 3 สาทร สุขุมวิท ที่มองเห็นได้จากเมืองสมุทรปราการ เรือสินค้าเดินสมุทรขนาดใหญ่แล่นเคลื่อนผ่านไปเป็นระยะ ๆ บรรยากาศในช่วงบ่ายค่อนข้างดีทีเดียว ชมวิวสักพักก็นั่งมอเตอร์ไซค์ไปที่หอชมเมืองสมุทรปราการได้เลย

โปรแกรมเดทเช้ายันค่ำของคนรักรถไฟด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม จตุจักรถึงปากน้ำ เห็นวิวได้ไกลถึงเขาเขียว
โปรแกรมเดทเช้ายันค่ำของคนรักรถไฟด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม จตุจักรถึงปากน้ำ เห็นวิวได้ไกลถึงเขาเขียว

ยอมรับว่าเห็นมานาน แต่ก็ไม่เปิดสักที ในที่สุดก็เปิดจนได้ ที่นี่สร้างให้เป็นทั้งพิพิธภัณฑ์ แหล่งการเรียนรู้ และที่ชมวิว ด้านหน้ามีรถจักรไอน้ำสีดำกับรถรางสีเหลืองแดงจอดอยู่ ถึงแม้ว่ารถจักรคันนี้จะเป็นรถจักรไอน้ำของสายแม่กลอง แต่ก็น่าจะเป็นสัญลักษณ์ถึงการเป็นเมืองปลายทางรถไฟสายแรกของสยามได้

หอชมเมืองสมุทรปราการสามารถดูวิวได้ 360 องศาบนชั้นที่ 23 ส่วนด้านล่างเป็นส่วนจัดแสดงและมีผู้นำชมคล้าย ๆ นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ ซึ่งต้องลงทะเบียนและต่อคิวก่อนรับชม แต่ถ้าใครอยากพุ่งตัวมาชมแค่วิว เพียงกดลิฟต์ขึ้นไปที่ชั้น 23

ออกมาจากลิฟต์พบกับกระจกที่รายล้อมและเห็นวิวกันแบบ 360 องศา ถ้าวันฟ้าเปิดจะเห็นทัศนียภาพไกลถึงชลบุรี

แล้วเราเห็นอะไรจากบนนี้บ้าง

เริ่มทีละทิศก่อนเลย ถ้าเราอยู่ฝั่งแม่น้ำคือทิศตะวันตก จะมองเห็นแนวแม่น้ำเจ้าพระยาที่ทอดผ่านสมุทรปราการและกรุงเทพฯ บางส่วน เห็นความเขียวของฝั่งตรงข้ามเมือง ดูเรือลำใหญ่ (ที่ลำเหลือนิดเดียวจากหอคอย) พระสมุทรเจดีย์

ทิศใต้ เห็นปากแม่น้ำเจ้าพระยาที่กว้างมาก มองไปลิบ ๆ จะเห็นเรือเดินทะเลอยู่ปากอ่าว รวมถึงเกาะสีชังไกล ๆ

ทิศตะวันออก เห็นเมืองทางฝั่งบางปู มีแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียวยาวเป็นสาย มองไปไกล ๆ จะเห็นเขาเขียว จ.ชลบุรี หรือถ้าซูมจากกล้องก็จะเห็นท่าเรือแหลมฉบังด้วย หากใครตาดีก็จะเห็นเครื่องบินเทคออฟจากสนามบินสุวรรณภูมิอีกต่างหาก

ทิศเหนือ มองเห็นกรุงเทพฯ แนวแม่น้ำโค้งไปมา คุ้งบางกะเจ้า ทางรถไฟฟ้าบนถนนสุขุมวิท และฉากหลังเป็นตึกสูงย่านสุขุมวิท สาทร พระราม 3 อยู่ไกลลิบ ๆ

บนนี้เราใช้เวลาได้อย่างเต็มที่ การมองดูเมืองผ่านมุมสูงโดยรอบ ๆ ไม่มีอาคารสูงที่ใกล้เคียงทำให้มุมมองของเมืองนั้นมันยิ่งสวยงามเข้าไปใหญ่ โดยเฉพาะเมืองที่มีส่วนผสมของทั้งบ้านเรือน อาคาร แม่น้ำ ต้นไม้ ปากอ่าว หรือแม้แต่ภูเขาที่มองเห็นได้ชัดเจน

โปรแกรมเดทเช้ายันค่ำของคนรักรถไฟด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม จตุจักรถึงปากน้ำ เห็นวิวได้ไกลถึงเขาเขียว
โปรแกรมเดทเช้ายันค่ำของคนรักรถไฟด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม จตุจักรถึงปากน้ำ เห็นวิวได้ไกลถึงเขาเขียว
โปรแกรมเดทเช้ายันค่ำของคนรักรถไฟด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม จตุจักรถึงปากน้ำ เห็นวิวได้ไกลถึงเขาเขียว

เซนต์หลุยส์ (S4) – สะพานตากสิน (S6) : ดูตึก – ล่องเจ้าพระยา

เวลาบ่ายแก่ ๆ เราเดินทางย้อนข้ามไปอีกสายเพื่อไปอีกจุดโรแมนติกและชิลล์ ๆ นั่นคือแม่น้ำเจ้าพระยาตรงสาทร เราต้องนั่งรถไฟจากปากน้ำยาวไปที่สยาม (CEN) เพื่อเปลี่ยนขบวนเป็นสายสีลม (เขียวเข้ม) ไปที่สถานีสะพานตากสิน

แต่ด้วยความที่เส้นนี้ผ่านย่านธุรกิจที่มีตึกและทัศนียภาพสวย เราเลยขอเลือกลงที่สถานีเซนต์หลุยส์ (S4) สถานีน้องใหม่ล่าสุดเพื่อถ่ายรูปรถไฟฟ้ากับตึกสวย ๆ ก่อน

สถานีเซนต์หลุยส์ เดิมชื่อสถานีศึกษาวิทยา เป็นสถานีในอนาคตที่เป็นสถานีทิพย์คู่กับสถานีเสนาร่วมที่ยังไม่ได้สร้าง เนื่องจากพื้นที่ระหว่างสถานีช่องนนทรีและสุรศักดิ์ มีชุมชนและผู้ใช้บริการค่อนข้างเยอะ รวมถึงโรงเรียน โรงพยาบาล ศาสนสถาน สถานีศึกษาวิทยาเลยถูกปลุกผีขึ้นมา ก่อสร้างระหว่างที่มีรถวิ่งไปด้วยและเปลี่ยนชื่อเป็นเซนต์หลุยส์ให้สอดคล้องกับพื้นที่โดยรอบที่คนรู้จักมากกว่าศึกษาวิทยาที่เป็นชื่อซอย

โปรแกรมเดทเช้ายันค่ำของคนรักรถไฟด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม จตุจักรถึงปากน้ำ เห็นวิวได้ไกลถึงเขาเขียว

ขอบคุณรถไฟฟ้าบีทีเอสมากที่ให้ผู้โดยสารเดินไปถ่ายรูปเล่นปลายชานชาลาได้ โดยมีเงื่อนไขว่าผู้โดยสารต้องไม่อยู่ในพื้นที่ต้องห้ามที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย

ปลายชานชาลาฝั่งสถานีช่องนนทรี มองเห็นตึกมหานครที่เป็นกระจกสีเข้มตัดกับท้องฟ้าสีน้ำเงินจัด มองไปไกล ๆ เห็นทางรถไฟตีโค้งซ้ายและมีสะพานสีขาวที่คร่อมแยกสาทร-นราธิวาส เอาไว้ เมื่อรถไฟขบวนแล้วขบวนเล่าวิ่งผ่านมา ก็จะเห็นภาพของรถไฟโค้งไปกับทางและฉากหลังเป็นตึกสูงของถนนสาทรเหนือและสาทรใต้

ถ่ายรูปหนำใจแล้วก็เดินทางต่อไปอีก 2 สถานีถึงสะพานตากสิน

โปรแกรมเดทเช้ายันค่ำของคนรักรถไฟด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม จตุจักรถึงปากน้ำ เห็นวิวได้ไกลถึงเขาเขียว

สถานีสะพานตากสิน เป็นสถานีที่ประหลาด มีทางรถไฟเพียง 1 ทาง และ 1 ชานชาลาเท่านั้น เพราะตัวสถานีสร้างอยู่ตรงซอกของสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน ขบวนรถไฟจะต้องมีการรอหลีกที่นี่เพื่อเข้าสถานีได้ทีละขบวน

ตอนแรกสถานีนี้จะเป็นเพียงสถานีชั่วคราวและจะรื้อเมื่อข้ามไปฝั่งธนบุรีแล้ว แต่ด้วยความคับคั่งของผู้ใช้งาน โดยเฉพาะผู้คนย่านบางรักและคนที่ต่อเรือเจ้าพระยา ทำให้สถานีต้องอยู่ต่อ โดยจะมีการปรับปรุงสถานีให้กลายเป็นทางคู่ มีชานชาลาเพิ่มอีก 1 ชานให้เหมือนกับสถานีทั่วไป และเบี่ยงเลนสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินไปข้าง ๆ เพื่อให้มีช่องว่างพอที่จะวางชานชาลาตรงกลางซอกนั้นได้

เช่นเดียวกันที่ปลายชานชาลา มุมนี้เหมือนมุมมหาชนที่คนจะชอบถ่ายรูปรถไฟอีกขบวนที่กำลังจะเข้าสถานี บางขบวนก็จะหยุดเป็นเป้านิ่งให้เราถ่ายรูปได้แล้วฉากหลังเป็นตึกสูง เป็นเอกลักษณ์ของสถานีสะพานตากสินเลยล่ะ

เมื่อเราลงจากสถานีไปก็จะเชื่อมต่อกับท่าเรือสาทรที่ให้เลือกได้ว่าจะนั่งเรือฟรีไปไอคอนสยาม ไปเอเชียทีค หรือจะนั่งเรือด่วนเจ้าพระยา เรือ Mines Ferry ล่องตามแม่น้ำเจ้าพระยาไปทางราชวงศ์ สะพานพุทธ วัดอรุณ หรือวังหลังก็ได้ การชมวิวสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาก็เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่เราชอบ และพาเราไปที่เที่ยวใหม่ ๆ ที่อยู่ย่านใจกลางเมืองเก่ากรุงเทพฯ ได้เหมือนกัน ไว้รอบหน้าเราจะพาเที่ยวอีกรูทหนึ่งที่สายเมืองเก่าจะประทับใจไม่รู้ลืม

โปรแกรมเดทเช้ายันค่ำของคนรักรถไฟด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม จตุจักรถึงปากน้ำ เห็นวิวได้ไกลถึงเขาเขียว
โปรแกรมเดทเช้ายันค่ำของคนรักรถไฟด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม จตุจักรถึงปากน้ำ เห็นวิวได้ไกลถึงเขาเขียว

สยาม (CEN) : Siam Walking Street

โปรแกรมเดทเช้ายันค่ำของคนรักรถไฟด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม จตุจักรถึงปากน้ำ เห็นวิวได้ไกลถึงเขาเขียว

กว่าจะเที่ยวครบพระอาทิตย์ก็คล้อยลับฟ้า แสงเย็นสวยงามอย่าบอกใคร ที่สุดท้ายที่ไปจบทริปได้นอกจากริมแม่น้ำ เพียงแค่นั่งเรือย้อนกลับมาท่าสาทรอีกครั้ง แล้วจับรถไฟไปสยาม

สยามแสควร์ แหล่งรวมวัยรุ่น แฟชั่น และกิจกรรม ยิ่งช่วงนี้มีถนนคนเดินสยามที่มีของน่ารัก ๆ ขาย ก็ยังมีกิจกรรมเต็มถนนในสยามร้อน ทั้งการแสดงดนตรีจากน้อง ๆ นักเรียนนักศึกษา คัฟเวอร์แดนซ์ หรือถ้าบางทีจังหวะดีก็จะมี K-Pop Random Dance ให้เราไปแจมกันได้อีกด้วย

โปรแกรมเดทเช้ายันค่ำของคนรักรถไฟด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม จตุจักรถึงปากน้ำ เห็นวิวได้ไกลถึงเขาเขียว
โปรแกรมเดทเช้ายันค่ำของคนรักรถไฟด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม จตุจักรถึงปากน้ำ เห็นวิวได้ไกลถึงเขาเขียว

นอกจากบนถนนแล้ว ในส่วนห้างหรือส่วนตึกต่าง ๆ ในสยามก็มีที่ให้เดทกันได้อีก

ใครอยากจะชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน ก็ให้ไปที่ตึก SIAMSCAPE ชั้น 10 ออกไปรูฟท็อปดูแสงสุดท้ายของวันค่อย ๆ คล้อยลับตา

ใครอยากไปถ่ายรูปกับเพื่อนหรือคนรู้ใจก็ไปที่ Lido Connect มีตู้ถ่ายรูปเยอะแยะ นึกถึงสมัยเราเด็ก ๆ ที่ต้องถ่ายรูปตู้สติกเกอร์เป็นกิจกรรมวัยรุ่นยุค 90 – 00

หรือใครอยากจะดินเนอร์กันที่นี่ก็มีร้านอาหารให้เลือกเยอะไปหมด น่าจะเป็นการจบทริปที่ดีสำหรับการเที่ยวตามแนวรถไฟฟ้าใน 1 วันก็ได้

ลองออกแบบการเดินทางของคุณเอง แล้วมาเล่าให้อ่านกันบ้างนะ

โปรแกรมเดทเช้ายันค่ำของคนรักรถไฟด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม จตุจักรถึงปากน้ำ เห็นวิวได้ไกลถึงเขาเขียว
โปรแกรมเดทเช้ายันค่ำของคนรักรถไฟด้วย BTS สายสีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม จตุจักรถึงปากน้ำ เห็นวิวได้ไกลถึงเขาเขียว

ภาพ : วันวิสข์ เนียมปาน และ รัฐศิลป์ ภวันตพงศ์

เกร็ดท้ายขบวน

  1. จะเลือกตลาดนัดจตุจักรเป็นรายการสุดท้ายก็ได้ แต่ต้องดูเวลาดี ๆ ว่าปิดกี่โมง และส่วนใหญ่ช่วงเย็นร้านก็จะปิดเยอะแล้ว
  2. ทองหล่อ เอกมัย ย่านนี้คาเฟ่ค่อนข้างเยอะ ลองดูมาก่อนคร่าว ๆ ว่าอยากไปที่ไหนก็จะช่วยวางแผนการเดินทางได้ดี
  3. ถ้าใครอยากเลือกที่จะจบทริปที่บางปู ก็ให้นั่งรถไฟไปลงสถานีเคหะฯ สุดสายปลายเขียวอ่อน แล้วนั่งแท็กซี่ต่อไปอีกไม่ไกลมาก บางช่วงจะมีนกนางนวลเต็มสะพาน ดูพระอาทิตย์ตกดิน กินข้าวที่ร้านอาหาร โรแมนติกสุด ๆ

Writer & Photographer

วันวิสข์ เนียมปาน

มนุษย์ผู้มีรถไฟไทยเป็นเพื่อนสนิท และอยากแนะนำเพื่อนให้ชาวบ้านสนิทด้วย รักการเดินทางและชอบเดินเป็นชีวิตจิตใจ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load