นี่เป็นบันทึกช่วงหนึ่งของชีวิตที่เจอกับโรคระบาดครั้งใหญ่ในปี 2019 ลากยาวมาปี 2020

ปกติเราเป็นคนที่ใช้รถไฟในการเดินทางตลอด ไม่ว่าจะเป็นรถไฟไทย BTS MRT ARL จะว่าไปก็รถไฟทุกแบบนั่นแหละ โดยทั่วไปรถไฟจะคนแน่นมากถึงมากที่สุด หากเป็นรถไฟฟ้าคงชินกับภาพคนที่ยืนกันเต็มชานชาลา ประตูเปิดปั๊บก็ต้องแย่งกันเข้าไปในรถ ยืนเบียดกันตรงประตู ไม่ค่อยเดินเข้าข้างใน 

หรือถ้าเป็นรถไฟไทยก็มีหมดทั้งนั่งทั้งยืน ทั้งรถไฟทางไกล รถไฟชานเมืองที่ผู้คนเดินทางกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ไม่น่าเชื่อว่าวันนึงมันเปลี่ยนภาพไปจริงๆ

COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน
COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน

เริ่มต้น

ปลายปี 2019 เริ่มมีกระแสเข้ามาในโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่แพร่ระบาดมาจากจีน แถมเคลมกันว่ารุนแรงกว่า SARS หรือไข้หวัดใหญ่ H1N1 ซะอีก ตอนนั้นยังมีเหตุการณ์อื่นที่สร้างความสนใจให้กับคนไทยมากกว่าเรื่องนี้ และอีกอย่างคนยังมองว่ามันเป็นเรื่องที่แสนจะไกลตัวและไม่มีทางมาถึงไทยได้ง่ายๆ หรอกน่า

จนกระทั่งเริ่มมีข่าวการติดเชื้อในประเทศไทย เริ่มมีคนป่วย เริ่มมีการให้กักตัวของคนที่เดินทางมาจากจีนหรือประเทศที่มีผู้ติดเชื้อ จำนวนผู้ติดเชื้อในโลกเริ่มเพิ่มจำนวนขึ้น ทำให้ชื่อเสียงของโคโรนาไวรัส 2019 ต้นกำเนิดโรค COVID-19 เริ่มโด่งดังมากขึ้นและเกิดการตื่นตัวที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทย ตอนนั้นการตามข่าว COVID-19 แทบจะเป็นงานประจำวันของเราที่คอยดูว่าจำนวนมันจะเพิ่มขึ้นแค่ไหน คงที่ไหม หรือมีแนวโน้มลดลง

ช่างน่าตกใจที่มันดันไม่ลดลง แถมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 

มาตรการทำงานที่บ้านและการดูแลตัวเองเริ่มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน คนเริ่มไม่ค่อยออกจากบ้าน ระบบขนส่งมวลชนเริ่มมีคนน้อยลง ยิ่งมีข่าวจากญี่ปุ่นว่าขนส่งมวลชนคือหนึ่งในปัจจัยการกระจายของผู้ติดเชื้อ ยิ่งทำให้คนวิตกกังวลกันสุดๆ จนหน่วยงานด้านขนส่งต่างๆ ต้องออกมาประกาศกันยกใหญ่ว่ามีมาตรการป้องกันและการทำความสะอาดเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ จนกระทั่งเริ่มมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รัฐบาลก็เลยประกาศมาตรการควบคุมออกมา 

COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน

จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์นี้ที่มีผลกระทบต่อรถไฟก็สตาร์ทเครื่องเมื่อวันที่มาเลเซียปิดชายแดน และรถไฟที่วิ่งระหว่างไทย-มาเลเซียต้องงดให้บริการเมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2563 ก่อนจะตามมาติดๆ ด้วยการปิดด่านพรมแดนฟากไทย-ลาว ที่หนองคาย ทำให้รถไฟที่วิ่งระหว่างหนองคาย ประเทศไทย กับท่านาแล้ง สปป. ลาว ก็ต้องระงับการให้บริการด้วยเช่นกัน ก่อนที่จะเริ่มงดขบวนรถไฟนำเที่ยวที่ปริมาณคนทิ้งตั๋วไม่เดินทางมีเยอะมากจนทั้งขบวนนับหัวคนเดินทางได้

COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน

สถานการณ์นี้ทำให้ผู้ให้บริการระบบรถไฟต่างๆ ในไทยก็ต้องยกระดับมาตรการเพื่อป้องกันโรคแพร่ระบาด ทั้งระดมทำความสะอาดถี่ขึ้น เช็ดทุกพื้นที่อย่างละเอียด พ่นยาฆ่าเชื้อ วางเจลแอลกอฮอล์ให้ผู้โดยสาร จนตอนหลังต้องเริ่มล่ามโซ่เอาไว้เพราะโดนฉกไปบ่อยเหลือเกิน ออกกฎให้ผู้โดยสารต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกครั้งที่เดินทางด้วยรถไฟทุกระบบ และสุดท้ายที่พีกที่สุดแล้วคือ Social Distancing กำหนดที่นั่งให้ผู้โดยสารนั่งตามจุดกันเลยทีเดียว

COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน
COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน
COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน
COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน
COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน
COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน

สำหรับ BTS MRT ARL นั้น ยังมีความจำเป็นที่ยิ่งยวดต่อการใช้ชีวิตประจำวันมากพอควร เพราะยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังต้องทำงาน แต่ที่สร้างความช็อกให้กับแฟนคลับรถไฟมากที่สุด คงเป็นรถไฟไทยที่เป็นรถไฟระบบเดียวในประเทศที่ต้องงดให้บริการบางขบวน ด้วยเพราะเป็นระบบรถไฟที่เดินทางไปทั่วประเทศ

COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน
COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน

เริ่มงด

เมื่อรัฐบาลประกาศให้วันสงกรานต์เป็นวันทำงานตามปกติ และการรถไฟประกาศให้ผู้โดยสารที่จองตั๋วไว้ตั้งแต่ก่อนวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2563 คืนตั๋วได้เต็มราคา ตอนนั้นยังมีรถไฟแค่ไม่กี่ขบวนที่หยุดวิ่ง โดยส่วนใหญ่รถไฟทางไกล รถไฟชานเมือง รถไฟท้องถิ่น ก็ยังให้บริการตามปกติ จนกระทั่งตัวเลขผู้ติดเชื้อมีจำนวนมากขึ้น 

การรถไฟก็เลยตัดสินใจเริ่มงดรถไฟหลายขบวนตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2563 เป็นต้นไป ผู้คนที่จองตั๋วกันไว้แล้วก็เลยต้องแห่มาคืนตั๋วกันจนเป็นปรากฏการณ์แถวคืนตั๋วยาวกว่าการซื้อตั๋ว รวมถึงออกมาตรการจำกัดที่นั่งในตู้รถไฟที่ยังวิ่งให้บริการอยู่ให้รถนั่งเหลือที่นั่งแค่ 25 เปอร์เซ็นต์ และรถนอนเหลือที่นั่ง 50 เปอร์เซ็นต์ โดยไม่ขายตั๋วเพิ่มหากทุกที่นั่งจองเต็มแล้ว

นั่งกันเหงาๆ เลย

COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน
COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน

แน่นอน ถึงรถไฟหลายขบวนหยุดวิ่ง แต่เราก็ยังต้องไปทำงานตามปกติโดยใช้รถไฟสุดที่รักในการเดินทางตามเดิม สิ่งที่เห็นทุกเช้าและเย็นคือคนบางตาลงมาก อาจเป็นเพราะรถไฟชานเมืองถูกเพิ่มตู้ให้ยาวขึ้น เพื่อลดการนั่งและยืนที่แออัด ก็ยังเห็นได้ว่าคนส่วนใหญ่หลีกเลี่ยงรถเมล์แล้วมาใช้รถไฟแทน เพราะมีรอบเวลาชัดเจน วางแผนได้ เพราะรถเมล์ส่วนใหญ่หากมีคนยืนมากเกินไป คนก็ไม่สะดวกใจจะขึ้นเท่าไหร่

COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน

ตอนนั้นถ้ากวาดตามองในลิสต์ของขบวนรถไฟทั้งประเทศก็ยังมีรถไฟวิ่งอยู่ราวๆ 60 เปอร์เซ็นต์ ของทั้งประเทศไทย จนกระทั่งรัฐบาลประกาศเคอร์ฟิวช่วงหลังเที่ยงคืน ทำให้รถไฟระหว่างเมืองที่วิ่งตอนกลางคืนปลิวยกกระดานและมีประกาศจากการรถไฟกันแบบฉุกเฉินสุดๆ ให้เหลือบริการเฉพาะรถไฟเที่ยวกลางวันและไม่คาบเกี่ยวเวลาเคอร์ฟิวเท่านั้น

นอกเหนือไปจากนั้น กระบวนการในการนั่งรถไฟก็เพิ่มขึ้นมา จากเดิมเข้าสถานี ซื้อตั๋ว เดินขึ้นรถ ตอนนี้ต้องปรับเปลี่ยนความเคยชินอีกนิดหน่อย ต้องตรวจอุณหภูมิและล้างมือก่อนเข้าสถานี ก่อนซื้อตั๋วต้องกรอกข้อมูลเพื่อใช้ในการติดตามตัวถึงจะซื้อตั๋วได้ และต้องใส่หน้ากากบนรถไฟและในสถานีตลอดเวลาแม้แต่ผู้ปฏิบัติงาน แม้จะดูวุ่นวายขึ้นจากเดิม แต่ก็เป็นวิธีการที่ดีไม่น้อยสำหรับสวัสดิภาพของเราเอง และเป็นที่น่าดีใจที่หลายๆ คนปรับตัวได้เป็นอย่างดีทีเดียว

COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน
COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน
COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน

ยกกระดาน

เราพยายามนึกอยู่ตลอดว่า ช่วงเวลาที่ผ่านมา 30 กว่าปีในชีวิตเรามีช่วงไหนบ้างที่รถไฟเจอกับเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องหยุดวิ่งเยอะขนาดนี้

น้ำท่วมใหญ่ พ.ศ. 2538 ก็ไม่ใช่ทั้งหมด ยังมีบางสายที่วิ่งได้อยู่ แต่ตอนนั้นเรายังเด็ก ภาพที่จำได้คือมีรถไฟวิ่งลุยน้ำด้วยความเร็วต่ำๆ มีภาพน้ำท่วมทางรถไฟ มีภาพคนลุยน้ำ

น้ำท่วมใหญ่ พ.ศ. 2554 นั่นก็เหมือนกัน ยังมีรถไฟบางสายที่วิ่งได้อยู่ แต่ก็ลุ้นระทึกพอสมควร เพราะสถานการณ์มันแย่ลงเรื่อยๆ มวลน้ำก้อนใหญ่ค่อยๆ คืบคลานเข้าใกล้กรุงเทพฯ จากตอนแรกงดเฉพาะโซนต่างจังหวัด ก่อนค่อยๆ ร่นลงมายกเลิกหลายขบวนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล แต่มันก็ยังเดินรถได้เป็นช่วงๆ เฉพาะที่ไม่ได้มีปัญหากับเรื่องน้ำท่วม 

เรายังจำได้ดีว่าเราเพลิดเพลินกับการนั่งรถไฟสายอีสานตอนนั้นมาก เพราะมันถูกเอาไปวิ่งในเส้นทางสายฉะเชิงเทรา-องครักษ์-แก่งคอย ที่มีแต่รถสินค้า เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้คนรักรถไฟทั้งหลายตายตาหลับ เมื่อได้นั่งรถไฟผ่านเส้นทางที่พวกเขาไม่เคยได้นั่งผ่านมาก่อน

แต่กับเหตุการณ์นี้มันไม่ใช่เลย 

เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันจะอีกนานแค่ไหน จะสิ้นสุดที่ตรงไหน 

COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน
COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน

ปริมาณคนที่เดินทางเริ่มน้อยลง แม้แต่รถไฟชานเมืองที่มีคนมากมายอาศัยมาทำงาน จนในที่สุดวันที่ 8 เมษายน ก็เหลือรถไฟวิ่งอยู่ทั้งหมด 54 ขบวน จาก 200 กว่าขบวน นั่นหมายความว่ามีรถไฟที่งดวิ่งเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ โดยรถไฟระหว่างเมืองกลางคืนทุกขบวน รถไฟนำเที่ยว รถไฟระหว่างประเทศ รถไฟสายแม่กลอง หยุดให้บริการทั้งหมด เหลือเพียงรถไฟระหว่างเมืองกลางวันบางขบวน รถไฟชานเมือง และท้องถิ่นบางขบวนที่ยังจำเป็นกับการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนที่ยังต้องทำหน้าที่ของตัวเองอยู่

COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน
COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน

รถไฟที่ยังให้บริการอยู่เพิ่มความยาวตู้จากเดิม 1 – 2 เท่า เพื่อลดความแออัดจากรอบที่น้อยลง

จริงอย่างที่เขาบอกว่าอะไรที่ไม่เคยเห็นก็จะได้เห็นในยุคนี้

รถไฟชานเมืองจากเดิมที่มีความยาวแค่ 5 – 8 ตู้ กลายเป็นยาวถึง 16 ตู้ 

รถไฟระหว่างเมืองที่ยังวิ่งอยู่เพิ่มความยาวจากเดิมมาเป็นเท่าตัว กลายเป็นภาพที่คนรักรถไฟตื่นเต้นกันเป็นทวีคูณ เพราะเราไม่ได้เห็นภาพรถไฟที่ยาวเหยียดขนาดนี้มานานแค่ไหนแล้วก็ไม่รู้ หลายคนอยากออกไปถ่ายรูปมากแต่ก็ต้องอดใจเอาไว้ก่อน

COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน
COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน
COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน

เราไม่เคยเห็นสถานีรถไฟกรุงเทพเงียบเหงาขนาดนี้มาก่อน ไม่มีคนในห้องโถงเลยตั้งแต่ก่อนพระอาทิตย์ตกดิน ชานชาลาที่เคยมีคนเดินขวักไขว่เงียบกริบ รถไฟที่จอดอยู่ในชานชาลาดูเหมือนจะนอนหลับอยู่ตลอดเวลา ช่องขายตั๋วที่เคยมีคนยาวเหยียดกลับมีแต่ความว่างเปล่าเงียบเหงา บอร์ดหน้าจอที่บอกว่ารถไฟเที่ยวสุดท้ายจะออกจากสถานีในเวลา 18.25 น. จากที่เที่ยวสุดท้ายเคยออกตอน 5 ทุ่ม แม้แต่ป้ายบอกเส้นทางของรถไฟก็ถูกถอดออกจากตู้มาวางรวมกัน มองแล้วยิ่งย้ำเข้าไปอีกว่า มีรถไฟหลายขบวน หลายเส้นทาง ที่ต้องหยุดพักตอนนี้

COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน

สถานีระหว่างทางก็ไม่ต่างกัน 

สถานีเงียบเหงามาก ไม่มีผู้คนตั้งแต่ฟ้ายังสว่าง บรรยากาศมันอึมครึมและเงียบเชียบอย่างบอกไม่ถูก และยิ่งสะเทือนใจเรายิ่งกว่า เมื่อบอร์ดเวลาเข้าออกของรถไฟนั้นเต็มไปด้วยคำว่า ‘งดให้บริการ’ เหลือเว้นว่างไว้แค่ไม่กี่ขบวนที่ยังได้ไปต่อ 

นี่คงเป็นเหตุการณ์ที่หนักหนาที่สุดของรถไฟที่เราเคยเห็นตั้งแต่อยู่กับรถไฟมา 30 กว่าปี

COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน
COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน

อย่างไรก็ดี สิ่งที่เราต้องขอบคุณคือพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่อีกหลายๆ คน ทุกส่วน ทุกหน้าที่ ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ไม่ว่าจะเป็น รฟท. BTS MRT ARL ที่ยังให้บริการผู้โดยสารอีกหลายชีวิตที่ยังต้องพึ่งพารถไฟในการเดินทาง เขายังต้องทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป เพราะรถไฟยังหยุดไม่ได้ ตราบใดที่ประชาชนยังใช้ชีวิตตามปกติโดยไม่ได้ถูกจำกัด 24 ชั่วโมง

ขอบคุณที่ดูแลพวกเราเป็นอย่างดี และขอเป็นกำลังใจให้ผ่านช่วงที่หนักหนาที่สุดช่วงนี้ไปให้ได้ 

จะรอเธอกลับมาวิ่งเต็มตารางเหมือนเดิม ในวันที่ทุกอย่างมันดีขึ้นและเข้มแข็งขึ้น ระหว่างนี้ก็พักผ่อนก่อนหลังจากที่เหนื่อยมาหลายปีไม่ได้หยุดพักเลย

COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน
COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน
COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน
COVID-19 เหตุการณ์หนักหนาที่สุด ที่ทำให้ได้เห็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับการรถไฟไทยมาก่อน

Writer & Photographer

วันวิสข์ เนียมปาน

มนุษย์ผู้มีรถไฟไทยเป็นเพื่อนสนิท และอยากแนะนำเพื่อนให้ชาวบ้านสนิทด้วย รักการเดินทางและชอบเดินเป็นชีวิตจิตใจ

Along the Railroad

เรื่องราวและเรื่องเล่าเกี่ยวกับรถไฟจากชายผู้ใช้ชีวิตอยู่กับรถไฟมาตลอด 30 ปี

ถ้าพูดถึงสะพานรถไฟ หลายคนคงจินตนาการถึงภาพสะพานเหล็กขนาดมหึมาดูน่าเกรงขาม ซึ่งมักเรียกแบบฮิตติดปากว่า ‘สะพานดำ’ อาจเป็นเพราะสะพานเหล็กมักทาสีดำเพื่อกันสนิม จึงดูน่าเกรงขามกึ่งน่าเกรงกลัวในสายตาของคนทั่วไป

โดยส่วนใหญ่แล้ว สะพานรถไฟในประเทศไทยกว่าร้อยละ 80 สร้างด้วยเหล็ก หากเป็นสะพานข้ามแม่น้ำที่กว้างมากๆ มักเป็นโครงสร้างเหล็กถักร้อยต่อกันไปเพื่อรับน้ำหนักของรถไฟ เวลาวิ่งผ่านก็จะดัง กึงกึง กึงกึง เป็นจังหวะ จึงเป็นสิ่งที่มองแล้วน่าสนใจ

วันนี้เราจะพาไปรู้จักสะพานเหล็กที่ดูเหมือนธรรมดาแต่ไม่ธรรมดา เพราะนอกจากจะเป็นสะพานข้ามแม่น้ำสำคัญแล้ว ชื่อของสะพานเหล่านี้ยังเป็นชื่อ ‘พระราชทาน’ โดยพระมหากษัตริย์อีกด้วย

รวมสะพานรถไฟสุดสวยที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์

สะพานพระราม 6

ที่ตั้ง: เขตบางซื่อและเขตบางพลัด กรุงเทพฯ ระหว่างสถานีบางซ่อน-บางบำหรุ ในเส้นทางสายใต้

ความยาว: 441 เมตร

แม่น้ำที่ข้าม: แม่น้ำเจ้าพระยา

ปีที่สร้าง: พ.ศ. 2465 – 2469 l ซ่อมสร้าง พ.ศ. 2496

ที่มาของชื่อ: พระราม 6 หมายถึง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (Rama VI)

สะพานพระราม 6 สร้างขึ้นเพราะพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเห็นว่าการรวมกิจการรถไฟทั้งสองหน่วย คือกรมรถไฟหลวงสายเหนือและกรมรถไฟหลวงสายใต้เข้าด้วยกัน จะทำให้การคมนาคมทางรถไฟสะดวกขึ้น เพราะแต่เดิมทางรถไฟสายเหนือและสายใต้ไม่ได้เชื่อมกัน แถมใช้ขนาดทางรถไฟไม่เท่ากันไปอีก

รวมสะพานรถไฟสุดสวยที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์

สะพานพระราม 6 เดิมเป็นสะพานเหล็กที่มีรูปร่างคล้ายสะพานแขวน

อุปสรรคสำคัญในการเชื่อมทางรถไฟทั้งสองสายเข้าหากันคือ การข้ามแม่น้ำขนาดใหญ่ยักษ์ จึงต้องสร้างสะพานแห่งนี้ขึ้น ใช้เวลาก่อสร้าง 4 ปี กว่าจะเสร็จสมบูรณ์ก็ข้ามแผ่นดินมาอีกรัชกาล พิธีเปิดสะพานเกิดขึ้นใน พ.ศ. 2469 โดยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานชื่อว่า ‘สะพานพระราม 6’ เพื่อเป็นเกียรติแก่พระเชษฐา

ตัวสะพานมีรูปร่างคล้ายสะพานแขวน สัญจรได้ทั้งรถไฟและรถยนต์ ถือเป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งแรกของประเทศไทย

สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 สะพานพระราม 6 เป็นเป้าระเบิดจนได้รับความเสียหายหนักมาก ต้องบูรณะกันยกใหญ่ การซ่อมสร้างได้เปลี่ยนรูปแบบของสะพานให้กลายเป็นโครงเหล็กรูปสี่เหลี่ยมคางหมูสีเทาจำนวน 5 ช่วงตอน และยังคงรูปแบบที่รถไฟวิ่งกับรถยนต์บนสะพานเหมือนเดิม

รวมสะพานรถไฟสุดสวยที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์

สะพานพระราม 6 ในสมัยที่ยังไม่สร้างสะพานพระราม 7

ในปี 2533 เมื่อการจราจรบนสะพานพระราม 6 เริ่มหนาแน่น ก็มีแนวคิดแยกถนนออกจากสะพานรถไฟ จึงเกิดสะพานพระราม 7 ขึ้นมาข้างๆ กันเป็นสะพานพี่สะพานน้อง พื้นถนนบนสะพานพระราม 6 เดิมถูกปรับปรุงโครงสร้างให้รองรับทางรถไฟเพิ่มอีก 1 ทาง ในปี 2546 รถไฟก็เลยวิ่งสวนกันได้อย่างเก๋ๆ บนสะพาน

รวมสะพานรถไฟสุดสวยที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์

สะพานพระราม 6 ในปัจจุบันถูกขนาบข้างด้วยทางรถไฟสายสีแดงและทางด่วน

ถึงแม้ว่าชื่อของสะพานพระราม 6 อาจจะเลือนหายไปจากความทรงจำของคนกรุงเทพฯ ตั้งแต่มีสะพานพระราม 7 มาทำหน้าที่แทน แต่สำหรับคนนั่งรถไฟ สะพานพระราม 6 ยังเป็นส่วนหนึ่งของเขาเสมอ จะว่าไปก็เหมือนสัญลักษณ์ว่า รถไฟจากปักษ์ใต้กำลังจะถึงปลายทางแล้ว

รวมสะพานรถไฟสุดสวยที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์

สะพานเสาวภา

ที่ตั้ง: อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ตั้งอยู่ระหว่างสถานีวัดงิ้วราย-นครชัยศรี ในเส้นทางสายใต้

ความยาว: 132 เมตร

แม่น้ำที่ข้าม: แม่น้ำนครชัยศรี (แม่น้ำท่าจีน)

ปีที่สร้าง: พ.ศ. 2446 l ซ่อมสร้าง พ.ศ. 2492

ที่มาของชื่อ: ‘เสาวภาผ่องศรี’ เป็นพระนามเดิมของ สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เรายังคงอยู่บนทางรถไฟสายใต้ ถ้าใครยังไม่ส่งวิชาภูมิศาสตร์คืนอาจารย์ไป คงจำได้ว่ามีแม่น้ำอีกสายหนึ่งอยู่ไม่ไกลจากเจ้าพระยา นั่นคือแม่น้ำท่าจีน ถ้าไหลผ่านนครปฐมจะเรียกว่า แม่น้ำนครชัยศรี ทางรถไฟสายใต้ต้องข้ามแม่น้ำแห่งนี้ นับเป็นสะพานเหล็กใหญ่ (มาก) แห่งที่ 2 ซึ่งสร้างขึ้นพร้อมทางรถไฟหลวงสายใต้ช่วง ‘บางกอกน้อย-เพชรบุรี’ ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 โน่น ชื่อว่า ‘สะพานเสาวภา’

รวมสะพานรถไฟสุดสวยที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์

สะพานเสาวภาเดิมก่อนจะถูกระเบิด

สะพานเสาวภาไม่ได้เกี่ยวอะไรกับสวนงูเสาวภาของสภากาชาดไทยแต่อย่างใด ชื่อสะพานแห่งนี้ได้รับพระราชทานจากรัชกาลที่ 5 ‘เสาวภาผ่องศรี’ เป็นพระนามเดิมของ ‘สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ’ พระบรมราชินีนาถของพระองค์ อีกทั้งสมเด็จพระนางเธอทรงเป็นประธานร่วมในการเปิดทางรถไฟหลวงสายแรกของสยามด้วย

รวมสะพานรถไฟสุดสวยที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์

สะพานเสาวภาในปัจจุบัน (ซ้าย) และสะพานใหม่ที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ควบคู่กัน (ขวา)

สะพานเสาวภาผ่านร้อนผ่านหนาวมาไม่ต่างจากสะพานอื่นๆ ถึงขนาดโดนระเบิดถล่มทำลาย จนกระทั่งปี 2546 เมื่อมีการสร้างรถไฟทางคู่ไปนครปฐม สะพานเสาวภาก็ไม่เหงาอีกต่อไป เพราะมีสะพานน้องใหม่ที่ใหญ่กว่า (มาก) ประทับกายอยู่ข้างๆ เป็นสะพานคู่ขวัญของตลาดนครชัยศรีให้ช่างภาพชักภาพความงามจากคุ้งน้ำอยู่จนถึงปัจจุบัน

รวมสะพานรถไฟสุดสวยที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์

สะพานจุฬาลงกรณ์

ที่ตั้ง: อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี ระหว่างสถานีบ้านกล้วยและราชบุรี ในเส้นทางสายใต้

ความยาว: 150 เมตร

แม่น้ำที่ข้าม: แม่น้ำแม่กลอง

ปีที่สร้าง: พ.ศ. 2444 l ซ่อมสร้าง พ.ศ. 2503

ที่มาของชื่อ: สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ พระนามเดิมของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

ราชบุรีก็เหมือนอีกหลายจังหวัดที่มีแม่น้ำไหลผ่าน จึงต้องสร้างสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำ

สะพานจุฬาลงกรณ์ มีชื่อเรียกลำลองว่า ‘สะพานราชบุรี’ ทอดยาวข้ามแม่น้ำแม่กลองกลางเมืองราชบุรี หนทางสัญจรหลักที่เชื่อมฝั่งตลาดและค่ายทหารเข้าหากัน สะพานเดิมสร้างไว้แบบไฮบริด มีทั้งทางรถไฟและถนนอยู่บนสะพาน ส่วนใต้สะพานคือแม่น้ำแม่กลองซึ่งในหน้าแล้งจะมีหาดทรายทอดยาวเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวราชบุรี (ในยุคนั้น) ถ้าย้อนเวลากลับไปเราคงเห็นชาวบ้านลงเล่นน้ำกันแถวสะพานประหนึ่งเที่ยวชายทะเลกันเลย

รวมสะพานรถไฟสุดสวยที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์

สะพานจุฬาลงกรณ์เดิมเป็นสะพานขนาดกว้าง รองรับทั้งถนนและทางรถไฟ

สะพานจุฬาลงกรณ์เป็นหนึ่งในสะพานที่เป็นเป้าทิ้งระเบิด เพราะเป็นเส้นทางหลักสู่ภาคใต้ การซ่อมสร้างได้ปรับเปลี่ยนให้ใช้งานเฉพาะรถไฟเท่านั้น ส่วนสะพานสำหรับรถยนต์สร้างขึ้นต่างหากข้างๆ กันชื่อว่า ‘สะพานธนะรัชต์’ สะพานทั้งสองถือเป็นสะพานหลักที่ใช้สัญจรข้ามไปมาระหว่างสองฝั่งแม่น้ำในเมืองราชบุรี และ Street Food ใต้สะพานจุฬาลงกรณ์นั้น ‘อร่อยอย่าบอกใคร’

รวมสะพานรถไฟสุดสวยที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ รวมสะพานรถไฟสุดสวยที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์

สะพานจุฬาลงกรณ์ในปัจจุบัน ข้างๆ คือสะพานธนะรัชต์ซึ่งสร้างสำหรับถนนโดยเฉพาะ

สะพานจุลจอมเกล้า

ที่ตั้ง: อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ระหว่างสถานีชุมทางบ้านทุ่งโพธิ์-สุราษฎร์ธานี ในเส้นทางสายใต้

ความยาว: 200 เมตร

แม่น้ำที่ข้าม: แม่น้ำตาปี

ปีที่สร้าง: พ.ศ. 2456 l ซ่อมสร้าง พ.ศ. 2496

ที่มาของชื่อ: พระนามของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

เรามาถึงสะพานชื่อพระราชทานสะพานสุดท้ายของสายใต้ เป็นสะพานเหล็กขนาดใหญ่ข้ามแม่น้ำตาปีที่หน้าตาเหมือนสะพานพระราม 6 ในกรุงเทพฯ แบบไม่มีผิดเพี้ยน หากย้อนกลับไปเมื่อปี 2486 สะพานแห่งนี้มีลักษณะเหมือนสะพานใหญ่ๆ ทั่วไปที่มีโครงสร้างแบบหลังอูฐ (โครงเหล็กผสมระหว่างโค้งและเหลี่ยม) ชาวบ้านเรียกสะพานแห่งนี้ติดปากว่า ‘สะพานโค้ง’

สะพานข้ามแม่น้ำตาปีถูกทิ้งระเบิดลงกลางสะพานจนหักกลางลำ เพื่อตัดตอนการขนส่งเสบียงและอาวุธของทหารญี่ปุ่น เมื่อสงครามสงบต้องบูรณะสะพานขึ้นมาใหม่ โครงสร้างหลักของสะพานเสียหายมาก บริษัท Cormanlong จึงเปลี่ยนรูปร่างสะพานโดยถอดแบบจากสะพานพระราม 6 ในกรุงเทพฯ

รวมสะพานรถไฟสุดสวยที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์

โครงสะพานเดิมที่ถูกทำลาย บางโครงยังมีสภาพดีใช้งานได้ จึงนำไปติดตั้งเป็นสะพานข้ามคลองยัน ในทางรถไฟสายสุราษฎร์ธานี-คีรีรัฐนิคม ซึ่งยังใช้งานจนถึงปัจจุบัน

รวมสะพานรถไฟสุดสวยที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์

โครงสร้างของสะพานจุลจอมเกล้าเดิมที่ไม่เสียหายได้ถูกใช้งานเป็นสะพานคลองยันในทางรถไฟสายคีรีรัฐนิคม

‘สะพานโค้งพุนพิน’ แห่งนี้ได้ทำพิธีเปิดใช้หลังซ่อมเสร็จเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2496 เป็นสะพานที่วิ่งร่วมระหว่างรถไฟและรถยนต์ ชื่อ ‘สะพานจุลจอมเกล้า’ นั้น พระราชทานโดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นับเป็นสะพานเดียวที่ได้ชื่อพระราชทานหลังถูกทำลาย

รวมสะพานรถไฟสุดสวยที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์

ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะมีการสร้างสะพานสำหรับรถยนต์แยกออกจากสะพานจุลจอมเกล้า แต่ผิวถนนเดิมยังคงอยู่ เราจะเห็นวิถีชีวิตของคนท่าข้ามที่ใช้สะพานสัญจรไปมา วิ่งออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมต่างๆ บนสะพาน เหมือนสะพานรถไฟแห่งนี้ได้เชื่อมรถไฟกับชุมชนให้เข้าถึงกัน

รวมสะพานรถไฟสุดสวยที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์

สะพานจักรี

ที่ตั้ง: อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระหว่างสถานีหนองวิวัฒน์-ท่าเรือ ในเส้นทางสายเหนือ

ความยาว:  103 เมตร

แม่น้ำที่ข้าม: แม่น้ำป่าสัก

ปีที่สร้าง: พ.ศ. 2444 l ซ่อมสร้าง พ.ศ. 2497

ที่มาของชื่อ: ราชวงศ์จักรี

ที่ราบลุ่มภาคกลางเป็นพื้นที่ไหลผ่านของแม่น้ำหลายสาย หนึ่งในนั้นคือแม่น้ำป่าสัก หนึ่งในแม่น้ำที่มารวมกับเจ้าพระยา และมุ่งหน้าไปทางเหนือจากชุมทางบ้านภาชีประมาณ 12 กิโลเมตร มีสะพานขนาดใหญ่ทอดข้ามแม่น้ำแห่งนี้

รวมสะพานรถไฟสุดสวยที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์

สะพานดำขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านในอำเภอท่าเรือมีชื่อว่า ‘สะพานจักรี’ เป็นสะพานชื่อพระราชทานแห่งแรกในเส้นทางรถไฟสายเหนือ เดิมตัวสะพานมีโครงสร้างโค้งเป็นแบบหลังอูฐ รองรับทางรถไฟขนาดความกว้าง 1.435 เมตร อยู่ใกล้สถานีรถไฟท่าเรือ

รวมสะพานรถไฟสุดสวยที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์

สะพานจักรีมีชะตากรรมไม่ต่างจากสะพานอื่นๆ ที่ถูกระเบิดทิ้งทำลาย ในสงครามโลกครั้งที่ 2 การรถไฟฯ การซ่อมสร้างสะพาน ได้ถูกเริ่มต้นขึ้นพร้อมกันทุกสายที่เกิดความเสียหาย และแทบทุกสะพานได้เปลี่ยนรูปร่างไปจากเดิม สะพานจักรีก็เช่นกัน จากโครงสร้างเหล็กรูปโค้งได้ถูกเปลี่ยนเป็นโครงเหล็กรูปสี่เหลี่ยมคางหมูแบบที่คุ้นตาในปัจจุบัน เปิดใช้งานให้รถไฟวิ่งผ่านได้ในปี 2491

รวมสะพานรถไฟสุดสวยที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์

ในปี 2555 สะพานจักรีได้รับการเสริมความแข็งแรงเพื่อรองรับน้ำหนักของรถไฟที่นับวันยิ่งเพิ่มมากขึ้น โดยยังคงรูปร่างแบบเดิมไม่ผิดเพี้ยน และข้างๆ กันนั้นเป็นสะพานใหม่ที่สร้างขนานกันไปเพื่อให้รถไฟวิ่งสวนทางกันได้

รวมสะพานรถไฟสุดสวยที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์

สะพานปรมินทร์

ที่ตั้ง: อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ ระหว่างสถานีไร่อ้อย-ชุมทางบ้านดารา ในเส้นทางสายเหนือ

ความยาว: 263 เมตร

แม่น้ำที่ข้าม: แม่น้ำน่าน

ปีที่สร้าง: พ.ศ. 2452 l ซ่อมสร้าง พ.ศ. 2491

ที่มาของชื่อ: ปรมินทร์ เป็นคำหนึ่งในพระนามของพระเจ้าแผ่นดินรัชกาลเลขคี่ ซึ่งหมายถึงพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเอง

สะพานใหญ่สีขาวทอดข้ามแม่น้ำสีแดงอิฐ โอบล้อมด้วยความร่มรื่นเขียวชอุ่มของต้นไม้ใหญ่ บนยอดสุดของโครงเหล็กสูงลิ่วมีป้ายจารึกว่า ‘สะพานปรมินทร์’

สะพานปรมินทร์สร้างเมื่อปี 2449 แล้วเสร็จในปี 2452 เป็นสะพานเหล็กขนาดใหญ่แบบคานยื่น รูปร่างคล้ายสะพานแขวน ได้รับการพระราชทานชื่อโดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมสถานีรถไฟแห่งหนึ่งซึ่งเดิมไม่มีชื่อและอยู่ไม่ไกลจากสะพานแห่งนี้

รวมสะพานรถไฟสุดสวยที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์

สะพานปรมินทร์เดิมมีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับสะพานแขวน

รัชกาลที่ 5 พระราชทานชื่อสะพานแห่งนี้ว่า ‘ปรมินทร์’ หมายถึงพระเจ้าแผ่นดินรัชกาลเลขคี่ ส่วนสถานีรถไฟที่คู่กับสะพาน พระองค์พระราชทานชื่อว่า ‘บ้านดารา’ หมายถึงเจ้าดารารัศมี พระราชชายา

รวมสะพานรถไฟสุดสวยที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์

หากใครเคยเห็นภาพเก่าๆ คงรู้สึกเสียดายรูปร่างที่งดงามของสะพานปรมินทร์ เหตุผลที่สะพานต้องเปลี่ยนรูปร่าง เพราะได้รับความเสียหายจากการเป็นเป้าระเบิดนั่นเอง ซึ่งต้องทิ้งระเบิดกว่า 20 ครั้ง สะพานปรมินทร์จึงจะขาด

รวมสะพานรถไฟสุดสวยที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์

ปัจจุบันสะพานปรมินทร์เป็นสถานที่สำคัญของตำบลบ้านดารา มีการสร้างสวนสาธารณะขึ้นใต้สะพานเพื่อเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจและออกกำลังกาย สถานีรถไฟชุมทางบ้านดารานั้นมีการนำป้ายชื่อสะพานเดิมมาตั้งไว้เป็นอนุสรณ์พร้อมลูกระเบิดลูกหนึ่งซึ่งคาดว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มระเบิดที่หักสะพานปรมินทร์ (เดิม) ออกเป็นเสี่ยงๆ

ภาพ
พยุงศักดิ์ คุ้มแถว
กิติพงษ์​ ธารปราบ
การรถไฟแห่งประเทศไทย
หอจดหมายเหตุแห่งชาติ
โรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ

Save

อีกนิดอีกหน่อย

  1. สะพานชื่อพระราชทานทุกแห่งถูกระเบิดทำลายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เพราะเป็นสะพานขนาดใหญ่ที่สามารถตัดตอนการเดินทางของกองทัพญี่ปุ่นในสมัยนั้นได้
  2. หากใครอยากไปดูสะพานแบบใกล้ชิด ลองอ่านคำแนะนำนี้

– สะพานพระราม 6 เดินขึ้นไปได้ ทางขึ้นอยู่ฝั่งพระนครใต้ทางพิเศษศรีรัช แต่ไม่ควรอยู่บนสะพานหลังพระอาทิตย์ตกดิน เพราะสะพานไม่มีไฟส่องสว่าง

– สะพานเสาวภา อยู่ใกล้สถานีนครชัยศรีที่สุด แต่รถไฟจอดน้อย ถ้าขับรถไปจะดีกว่า และมุมที่เห็นสะพานเสาวภาสวยที่สุดคือมองจากตลาดนครชัยศรี

– สะพานจุฬาลงกรณ์ อยู่ใกล้ตลาดโต้รุ่งริมน้ำแม่กลองราชบุรี แถวๆ โรงเรียนเบญจมราชูทิศ แถวนั้นของกินเยอะมาก กินไปนั่งดูรถไฟไปก็เพลินไปอีกแบบ

– สะพานจุลจอมเกล้า อยู่ใกล้สถานีสุราษฎร์ธานี สามารถเดินได้ (ถ้าอึดพอ) ตอนเย็นมีคนมาวิ่งออกกำลังกายบนสะพานเยอะมาก แถมถ่ายรูปสวยด้วย เพราะทางรถไฟตรงเชิงสะพานเป็นโค้งพอดี

– สะพานจักรี อยู่ติดสถานีท่าเรือ เดินไปที่สะพานได้ ตอนปรับปรุงสะพานมีการทำทางเดินให้พร้อมและปลอดภัย

– สะพานปรมินทร์ อยู่ใกล้สถานีบ้านดารา เดินไปได้ ใต้สะพานมีสวนสาธารณะ มุมที่ถ่ายรูปสะพานสวยที่สุดอยู่ในเขตฌาปนสถานวัดบ้านดารา

  1. สะพานทั้ง 6 แห่ง มีป้ายชื่อติดอยู่บนโครงสะพาน พร้อมปีที่สร้าง หรือปีที่ซ่อมสร้าง
  2. สะพานจักรีและสะพานเสาวภา อยู่ในเขตทางคู่ แต่เป็นสะพานที่มีขนาดสำหรับทางรถไฟ 1 ทาง จึงต้องสร้างสะพานใหม่ขนานกันไป สะพานที่สร้างขึ้นข้างๆ ไม่ได้ถูกตั้งชื่อตามสะพานเดิม
  3. สะพานจุลจอมเกล้า เป็นสะพานเดียวใน 6 สะพาน ที่ได้รับพระราชทานชื่อหลังจากถูกระเบิดแล้ว

Writer & Photographer

วันวิสข์ เนียมปาน

มนุษย์ผู้มีรถไฟไทยเป็นเพื่อนสนิท และอยากแนะนำเพื่อนให้ชาวบ้านสนิทด้วย รักการเดินทางและชอบเดินเป็นชีวิตจิตใจ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load