ราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด อันเนื่องมาจากมาตรการคว่ำบาตรการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันรายใหญ่อันดับสามของโลก และเมื่อตั้งใจจะไม่เพิ่มกำลังการผลิตจากประเทศผู้ส่งออกน้ำมันอื่น ๆ เพื่อชดเชย ทำให้ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศไทย (ณ วันที่ 10 มีนาคม 2565) ได้ทุบสถิติน้ำมันเบนซินทะลุ 50 บาทต่อลิตร 

เมื่อเดินในเมืองไม่ได้ วัฒนธรรมการใช้รถยนต์จึงเป็นสิ่งปกติที่เราคุ้นชินในชีวิตประจำวัน

เมื่อเมืองขับเคลื่อนด้วยรถยนต์ส่วนบุคคล ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจึงกลายเป็นปัญหาที่เราทุกคนต้องยอมรับ อย่างไรก็ดี วิกฤตราคาน้ำมันสะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวด้านวิสัยทัศน์ของนโยบายการพัฒนาและการออกแบบผังเมือง ที่ไม่ได้ทำขึ้นเพื่อลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล แต่กลับบีบบังคับให้ผู้คนต้องเดินทาง ยังไม่นับถึงปัญหาสะสมของระบบรถโดยสารสาธารณะที่ยังไม่ถูกพัฒนาและตั้งให้เป็นระบบเดียวกัน

สถาปัตยกรรมสะท้อนปัญหาน้ำมันแพงและการใช้รถของมนุษย์ในหนังฝรั่งเศส Trafic

เราอาจมีภาพจำเชิงลบกับการใช้รถใช้ถนน หากคิดถึงปัญหามลพิษทางอากาศและสิ่งแวดล้อม ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า รถยนต์ – ยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์และน้ำมัน เป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงรูปแบบทางสถาปัตยกรรม ทั้งโครงสร้างพื้นฐานของเมือง เนื้อเมือง (Urban Fabric) และอัตลักษณ์ของเมืองไปอย่างสิ้นเชิง 

คอลัมน์ Set Design ครั้งนี้อยากชวนผู้อ่านย้อนกลับไปยุคแห่งความรุ่งโรจน์ของรถยนต์ในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 ผ่านมุมมองของ Jacques Tati ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวฝรั่งเศส ผู้เป็นทั้งนักแสดงตลก ละครใบ้ และยังเป็นหนึ่งในทีมผู้เขียนบท ในภาพยนตร์คอเมดี้สุดคลาสสิก เรื่อง ‘Trafic’ จากปี1971 หนังขบขันขายหัวเราะเรื่องอุตสาหกรรมรถยนต์ วงจรการผลิตและซื้อขายรถยนต์ การจราจร สัญลักษณ์จราจร การสัญจรของรถยนต์ และการล้อเลียนพฤติกรรมของผู้ขับขี่

สถาปัตยกรรมสะท้อนปัญหาน้ำมันแพงและการใช้รถของมนุษย์ในหนังฝรั่งเศส Trafic

01
Jacques Tati – Monsieur Hulot

มุกตลกล้อเลียนวิถีชีวิตยุคโมเดิร์นที่ได้เข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตแบบดั่งเดิม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์และเสน่ห์ของภาพยนตร์หลาย ๆ เรื่องของ Tati ไม่ว่าจะเป็น Mon Oncle ในปี 1961 ที่บอกเล่าเรื่องราวของบ้านยุคโมเดิร์นอันเต็มไปด้วยอุปกรณ์ระบบอัตโนมัติ วิถีชีวิตของผู้คนที่ยึดโยงและผูกติดกับมันมากจนเกินไป หรือเรื่อง Play Time ในปี 1967 บอกเล่าฉากออฟฟิศในยุคโมเดิร์นที่โต๊ะทำงานของพนักงานถูกแบ่งเป็นล็อก ๆ ด้วยฉากกั้นรูปทรงสี่เหลี่ยมสูงมิดหัว จนเป็นการทำงานที่มนุษย์กลายเป็นเหมือนเครื่องจักร  

เอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งในหนังของ Tati คือการสร้างตัวละครที่มีบทบาทสำคัญในการดำเนินเรื่อง ชื่อ Monsieur Hulot ที่เขานำแสดงด้วยตัวเอง 

‘Hulot’ เป็นชายวัยกลางคน ผู้หลงยุคหลงสมัยเข้าไปอยู่ผิดที่ผิดทางในหนังหลาย ๆ เรื่องของเขา ด้วยบทบาทที่แตกต่างกันไป ท่าทางเก้งก้าง เสื้อกันฝนสีแทน หมวกสีน้ำตาล ร่มคู่ใจ กับไปป์ยาสูบไม้ คือเอกลักษณ์ของ Hulot ที่แฟนหนังจดจำได้เป็นอย่างดี

สถาปัตยกรรมสะท้อนปัญหาน้ำมันแพงและการใช้รถของมนุษย์ในหนังฝรั่งเศส Trafic
สถาปัตยกรรมสะท้อนปัญหาน้ำมันแพงและการใช้รถของมนุษย์ในหนังฝรั่งเศส Trafic

ในหนังเรื่อง ‘Trafic’ เมอซิเออร์ Hulot ได้รับการว่าจ้างให้เป็นผู้ออกแบบรถยนต์ของบริษัท Altra เขาออกแบบรถตั้งแคมป์ ยานพาหนะแฟนตาซีที่แปลงส่วนประกอบต่าง ๆ ของรถยนต์ให้กลายเป็นอุปกรณ์แฝงความตลกขบขัน อย่างเก้าอี้นั่งที่กางออกจากกันชนท้ายรถ ตะแกรงหน้ารถที่พับออกมาปรุงสเต๊กได้ รวมถึงเครื่องใช้ในบ้านห้องครัว เช่น เตาแก๊ส ฝักบัวอาบน้ำ เตาบาร์บีคิว เตียงนอน และอื่น ๆ ที่นำเข้ามาไว้ในรถปิกนิกคันนี้ เหมือนเป็นการแซะกลาย ๆ ถึงจำนวนชั่วโมงที่ผู้คนใช้เวลาอยู่ในรถยนต์ในหนึ่งวัน ราวกับเป็นบ้านตัวเองอย่างไรอย่างนั้น

แน่นอนว่ารถยนต์ที่ออกโดย Hulot นั้นสวนทางกับยุคสมัยที่บริษัทอื่น ๆ กำลังขายรูปทรงล้ำสมัยและเทคโนโลยียานยนต์ส่วนบุคคล ซึ่งแสดงถึงศักยภาพและประสิทธิภาพในการเคลื่อนที่ ความเร็ว ความปลอดภัย ความสะดวกสบาย พื้นที่เก็บของที่กว้างขวาง อุปกรณ์และวิทยุโทรทัศน์ในรถยนต์ 

02
ออโต้โทเปีย (Autopia)

เรื่องราวของความวุ่นวายเกิดขึ้นระหว่างการขนส่ง ‘รถตั้งแคมป์’ คันนี้ไปยังงานเแสดงรถยนต์มอเตอร์โชว์ในเมืองอัมสเตอร์ดัม ผ่านทางหลวงและทางด่วนปารีสและถนนในเบลเยียม โดยตลอดทางรถขนส่งพบอุปสรรคมากมาย ทำให้การเดินทางล่าช้า เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์สะท้อนให้เห็นโครงสร้างพื้นทางของตัวเมือง และสถาปัตยกรรมที่เกิดขึ้นมาเพื่อรองรับการใช้รถยนต์โดยเฉพาะ

ทั้งถนนทางหลวงและทางด่วนยกระดับที่แผ่กิ่งก้านสาขายาวออกไปจนสุดลูกหูลูกตา อุโมงค์ถนน สะพานถนนข้ามแม่น้ำตัดผ่านภูเขาที่สร้างภูมิทัศน์ใหม่ให้กับเมือง โครงสร้างพื้นฐานที่การก่อสร้างไม่มีวันสิ้นสุด ตราบใดที่ความต้องการใช้รถใช้ถนนยังคงมีอยู่

เส้นแบ่งทาง รั้วกันชน ป้าย และสัญญาณไฟจราจรที่ผุดขึ้นเป็นระยะ ๆ ควบคู่กับถนนหนทาง คอยกำกับควบคุมผู้ขับขี่ 

เมื่อผู้คนต้องใช้เวลาอยู่ในรถมากขึ้น ป้ายโฆษณาชื่อห้างร้านต่างสร้างให้สูงเท่ากับระดับสายตาของผู้ใช้รถ บ้างสูงขึ้นไปกว่าระดับทางด่วน บ้างติดบนหน้าของอาคารตึกสูง (Façade) 

สถาปัตยกรรมสะท้อนปัญหาน้ำมันแพงและการใช้รถของมนุษย์ในหนังฝรั่งเศส Trafic
ย้อนดูสถาปัตยกรรมในหนังฝรั่งเศส Trafic ปี 1971 ที่สะท้อนสะท้อนปัญหาการใช้รถและน้ำมันแพง

เริ่มมีปั๊มน้ำมันขึ้นตามสองข้างทางของถนนเพื่อเติมเชื้อเพลิงให้กับการเดินทางระยะไกล ปั๊มน้ำมันคือตัวอย่างของรูปแบบทางสถาปัตยกรรม (Typology) ที่ถือกำเนิดขึ้นจากรถยนต์หรือคนขับโดยแท้ 

ท้ายที่สุด ลานจอดรถกลายเป็นโปรแกรมบังคับของการออกแบบสถาปัตยกรรมที่เหล่าสถาปนิกต้องตอบสนองต่อกฎทางกายภาพของตัวรถ ไม่ว่าจะเป็นขนาด สัดส่วน รัศมีการตีวง หรือกระทั่งความชันของทางลาดเข้าที่จอดรถ

หนึ่งซีนของหนังเรื่องนี้ถ่ายทอดอุบัติเหตุบนมอเตอร์เวย์กลางสี่แยก ซึ่งมีตำรวจจราจรคอยให้สัญญาณมือกำหนดทิศทางของรถที่สัญจรไปมา วุ่นวายจนเกิดอุบัติเหตุโดยรถบรรทุกขนส่งรถ Altra ประสานงาเข้ากับรถเก๋งที่วิ่งมาจากอีกทางหนึ่ง การชนนี้ทำให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ ทำให้รถยนต์อีกหลายสิบคันไหลไปชนกันอย่างต่อเนื่อง เมื่อรถทุกคันหยุดนิ่ง ความตลกที่ Tati แทรกเข้าไปในฉากนี้คือ การที่ผู้โดยสารและคนขับโผล่ออกมาบนท้องถนนและเริ่มยืดเส้นยืดสาย บิดขี้เกียจ ผ่อนกลายอิริยาบถหลังจากที่อยู่บนรถเป็นเวลานานนั่นเอง

03
มอเตอร์โชว์ (Motor Show)

ภาพยนตร์ตลกล้อเลียนของ Tati เป็นเหมือนกระจกหลังรถที่สะท้อนให้เห็นสภาพสังคมขณะนั้น อย่างที่หนังเรื่องนี้ถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับอุตสาหกรรมรถยนต์ได้ค่อนข้างครบถ้วน ตั้งแต่ฉากเปิดหนังในโรงงานผลิตรถยนต์ ให้เราเห็นกระบวนการผลิตชิ้นส่วนต่าง ๆ ของรถยนต์แบบ Mass-production ขั้นตอนการทำซ้ำ ๆ ที่มีประสิทธิภาพ ทำให้คนกลายเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องจักร

ต่อมาในฉากงานมอเตอร์โชว์ ก็ได้ถ่ายทอดให้เราเห็นบรรยากาศของการซื้อขายรถยนต์ในยุคนั้น มีเหล่าเซลส์แมนขายรถจากแบรนด์ต่าง ๆ พยายามขายจุดเด่นรถตัวเอง ผ่านเสียงการเปิดปิดกระโปรงหน้า กระโปรงหลัง ประตูรถ ไปจนถึงท่าทางของผู้เข้าชมที่เข้าไปสัมผัสและทดลองนั่งในตัวรถ 

ฉากเหล่านี้ถ่ายทำจากสถานที่จริงในห้องโถงของสถานที่จัดงานในอาคาร Europa-hal ของศูนย์การประชุมและนิทรรศการ RAI ที่เก่าแก่ในเมืองอัมสเตอร์ดัม ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่มีงานจัดแสดงรถยนต์ครั้งที่ 64 หรือที่เรียกว่า AutoRAI ประจำปี 1971 นั่นหมายความว่ามีคนจำนวนไม่น้อยไม่รู้ว่ากำลังถ่ายภาพยนตร์ ทำให้ภาพยนตร์เรื่องกลายเป็นเหมือนสารคดีที่ถ่ายทอดเหตุการณ์จริงในสมัยนั้น 

ย้อนดูสถาปัตยกรรมในหนังฝรั่งเศส Trafic ปี 1971 ที่สะท้อนสะท้อนปัญหาการใช้รถและน้ำมันแพง
ย้อนดูสถาปัตยกรรมในหนังฝรั่งเศส Trafic ปี 1971 ที่สะท้อนสะท้อนปัญหาการใช้รถและน้ำมันแพง

ด้วยโครงสร้างเหล็กทรัส (Truss) ของหลังคาที่แผ่ออกออกไปโดยไม่มีเสาระหว่างกลาง สร้างห้องโถงเพดานสูงและลานพื้นที่กว้างขนาดใหญ่ที่จุคนได้ถึง 12,900 คน วัสดุเหล็กสีเทาและกระจกถ่ายทอดกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมยุคโมเดิร์น ที่ตัวผู้กำกับมักวิจารณ์ถึงความแข็งกระด้างไร้ตัวตน เหมือนกับห้องโถงแห่งนี้เป็นเหมือนเปลือกนอก พื้นที่ภายในห้องโถงจะปรับเปลี่ยนเป็นอะไรก็ได้ หรือแม้แต่อาคารนี้จะย้ายไปวางที่ไหนก็คงไม่มีอะไรแตกต่างออกไป 

มากกว่าไปนั้น คอมเพล็กซ์แห่งนี้รองรับรถยนต์ได้กว่า 4,000 คัน ซึ่งทำให้เห็นความสำคัญของลานจอดรถที่เข้ามามีอิทธิพลต่อออกแบบสถาปัตยกรรมอย่างมากในสมัยนั้น

04
Traffic

ย้อนดูสถาปัตยกรรมในหนังฝรั่งเศส Trafic ปี 1971 ที่สะท้อนสะท้อนปัญหาการใช้รถและน้ำมันแพง

ปฏิเสธไม่ได้ว่า รถยนต์เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันอย่างมีนัยยะสำคัญ นอกเหนือจากอิทธิพลเชิงสถาปัตยกรรมและเมือง ความเร็วในการเคลื่อนที่จากจุดหนึ่งไปยังหมุดหมาย ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตและการทำงานเป็นอย่างมาก คิดง่าย ๆ ถ้าในหนึ่งวัน เราย่นระยะเวลาในการเดินทางได้เพียงวันละ 15 นาที ก็คงช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของเราให้ดีขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะนั่นอาจหมายถึงเวลาพักผ่อนที่เพิ่มมากขึ้นในแต่ละวัน 

ปัจจุบันประเทศในแถบยุโรปกำลังสร้างมาตรการส่งเสริมการลดจำนวนรถยนต์ส่วนบุคคลในท้องถนน ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบโครงสร้างรถสาธารณะ และการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า การออกแบบเมืองให้เป็นเมืองที่เดินได้ ลดรัศมีการเดินทางของผู้คน เพราะปัญหารถติด ไม่ว่าเกิดจากการกระจุกตัวของความเจริญในเมืองหลวง หรือการวางผังในรูปแบบของชานเมืองที่แผ่กิ่งก้านสาขาออกไป (Urban Sprawl) คงไม่สามารถแก้ไขโดยการสร้างถนนให้ยาวออกไปเรื่อย ๆ

ในขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ คงถึงเวลาแล้วที่เราควรวางแผนระยะยาวเพื่อลดปริมาณการพึ่งพาน้ำมันให้น้อยลง โดยสถิติการใช้น้ำมันสำเร็จรูปของประเทศไทยใน พ.ศ. 2564 อยู่ที่ 120 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งวิกฤตราคาน้ำมันไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก คำถามคือเราเรียนรู้อะไรจากวิกฤตแต่ละครั้ง

ย้อนดูสถาปัตยกรรมในหนังฝรั่งเศส Trafic ปี 1971 ที่สะท้อนสะท้อนปัญหาการใช้รถและน้ำมันแพง

การหาจุดสมดุลระหว่างการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล รถขนส่งสาธารณะ รถไฟระหว่างเมือง หรือแม้แต่การเดินเท้า น่าจะเป็นคำตอบที่แฝงอยู่ในฉากปิดท้ายในภาพยนตร์ Trafic ของ Tati ที่ท้ายที่สุดแล้ว ผู้คนต่างเดินเท้าแทรกไปตามช่องว่างระหว่างตัวรถที่จอดแน่นิ่งในช่วงเวลาเร่งด่วน ขณะที่ฝนกำลังโปรยลงมา

Citation and Image References :

Tati, J. (Director). (1971). Traffic [Film]. Les Films Gibé, Selenia Cinematografica, Les Films Corona.

Bellos, D. (1999). Jacques Tati : his life and art. London: Harvill.

สถิตการใช้น้ำมัน ปี พ.ศ. 2564, สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน

www.criterion.com

cinematicamsterdam.wordpress.com

www.atlasofplaces.com

Writer

วีรสุ แซ่แต้

เนิร์ดสถาปนิกสัญชาติไทยที่จบการศึกษาและทำงานอยู่ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ หลงใหลในสถาปัตยกรรมและแสวงหาความหมายของสถาปัตยกรรมที่มีจิตวิญญาณ

Set Design

ทฤษฎีสถาปัตยกรรมในภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องสังคม ความเชื่อ และยุคสมัย

22 พฤศจิกายน 2565
3 K

การผสมผสานระหว่างสภาพแวดล้อม ตัวละคร และสถาปัตยกรรม ทำหน้าที่ถ่ายทอดอัตลักษณ์ของสถานที่ สร้างบริบท กำหนดยุคสมัยและช่วงเวลาในภาพยนตร์ ฉากหลังในแต่ละซีนช่วยเราประติดประต่อจุดเชื่อมโยง จากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง จากโลกแห่งความเป็นจริงสู่โลกแฟนตาซีนแบบ Hyperreality โลกที่อะไร ๆ ก็เป็นไปได้ ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว กว้างใหญ่ตราบเท่าที่ขอบเขตความคิดสร้างสรรค์ของคนคนหนึ่งจะนำไป 

ทุกวันนี้พวกเราคุ้นชินกับโลกแฟนตาซี พลังเหนือธรรมชาติ และเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุดล้ำในวงการภาพยนตร์ โดยเฉพาะในหนังไซไฟและอนิเมะ ความเหนือจริงของฉากในหนังแนวนี้มักริเริ่มสร้างบริบททางสถาปัตยกรรมที่แตกต่างสุดล้ำ ซึ่งในบางครั้งเฟรมหนึ่งเฟรมก็สร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการภาพยนตร์ ถ่ายทอดเรื่องราวและแนวคิดใหม่ ๆ ทางสถาปัตยกรรมได้

อุโมงค์ ถนน โรงอาบน้ำ สถาปัตยกรรมใน Spirited Away มิติวิญญาณที่ออกแบบให้เล่าเรื่องดีที่สุด

ฮะยะโอะ มิยะซะกิ (Hayao Miyazaki) เป็นหนึ่งในผู้กำกับภาพยนตร์แอนิเมชัน นักเขียน นักวาดการ์ตูน ระดับตำนานของญี่ปุ่น และผู้ร่วมก่อตั้ง Studio Ghibli ใน ค.ศ. 1985 บริษัทนี้เป็นรู้จักดีที่สุดจากผลงานภาพยนตร์แอนิเมชัน ด้วยลายเส้นกราฟิกวาดมือที่อบอุ่น การวางองค์ประกอบภาพสุขุม สีสันของต้นไม้ใบหญ้าที่ชักชวนพวกเราให้ออกไปสำรวจความงดงามของธรรมชาติ ความใส่ใจอย่างละเอียดถี่ถ้วนในรายละเอียดที่เล็กที่สุดของฉากสถาปัตยกรรมอย่างฝุ่นบนเสาและคานนั้น ทำให้ผู้ชมสัมผัสได้ถึงความเก่า 

มากไปกว่านั้น ภาพยนตร์ที่กำกับโดย Miyazaki มักถ่ายทอดวิวัฒนาการของสังคมญี่ปุ่น ระหว่างวิถีชีวิตของมนุษย์ในเมืองและธรรมชาติที่กว้างใหญ่ไพศาล โลกสมัยใหม่ที่ขับเคลื่อนจากเทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงการปลีกตัวออกจากระบบนิเวศและสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ 

อุโมงค์ ถนน โรงอาบน้ำ สถาปัตยกรรมใน Spirited Away มิติวิญญาณที่ออกแบบให้เล่าเรื่องดีที่สุด

‘Spirited Away’ ผลงานภาพยนตร์ใน ค.ศ. 2001 ของเขาก็เช่นกัน เรื่องราวของ ชิฮิโระ (Chihiro) เด็กหญิงวัย 10 ขวบและพ่อแม่ของเธอที่หลงเข้าไปในมิติวิญญาณมหัศจรรย์ระหว่างเดินทางย้ายบ้านใหม่ การก้าวผ่านวัยของชิฮิโระในช่วงเปลี่ยนผ่านของชีวิต การจากลา และการเติบโตจากทำงานที่โรงอาบน้ำของเหล่าทวยเทพในโลกวิญญาณ ระหว่างที่เธอกำลังหาหนทางช่วยพ่อแม่ที่ถูกสาปให้กลายเป็นหมู หลังจากไปกินอาหารของเหล่าทวยเทพและหาทางกลับสู่โลกของมนุษย์

Miyazaki ถ่ายทอดฉากเมืองในมิติวิญญาณแห่งนี้ตามรากฐานความเชื่อของศาสนาชินโต (Shinto / 神道) ซึ่งอาจถือได้ว่าเป็นแก่นรากฐานของวิถีความเป็นญี่ปุ่น คำว่าชินโต แปลว่า วิถีแห่งจิตวิญญาณ (Way of the Spirits) โดยมีความเชื่อในการบูชาเทพเจ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตำนานความเชื่อในพลังของธรรมชาติที่มีทั้งด้านสว่างและด้านมืด สิ่งต่าง ๆ ที่มีความบริสุทธิ์ล้วนเป็นที่สถิตของเทพเจ้าได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นภูเขา ทะเล แม่น้ำ ลำธาร สายลม บ้านเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรือสรรพสิ่งต่าง ๆ 

ในนัยยะหนึ่ง การหลงเข้าไปในโลกวิญญาณในภาพยนตร์เรื่องนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ขาดการเชื่อมต่อกันระหว่างธรรมชาติกับมนุษย์ ซึ่งครั้งหนึ่งพวกเราดำรงอยู่ด้วยกันอย่างสมดุลและปรองดอง

1
มิติวิญญาณมหัศจรรย์

อุโมงค์ ถนน โรงอาบน้ำ สถาปัตยกรรมใน Spirited Away มิติวิญญาณที่ออกแบบให้เล่าเรื่องดีที่สุด

ครอบครัวชิฮิโระทะลุไปในโลกแห่ง Spirited Away ผ่านอุโมงค์ซุ้มประตูสีแดงที่ดูคล้ายป้อมปราการร้าง ปกคลุมไปด้วยต้นไม้ในโลกของความเป็นจริง แม้ภายนอกจะมีเค้าโครงสถาปัตยกรรมญี่ปุ่น ภายในอุโมงค์กลับเผยให้เห็นถึงโครงสร้างซุ้มเสาโค้งแบบโบสถ์สไตล์ยุโรป ลานภายในมีม้านั่งเก้าอี้จัดวางเรียงรายตามผนังและพื้นที่ระหว่างเสา เมื่อเดินมาถึงทางออกของอีกฝั่งหนึ่ง จะพบหอนาฬิกาขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนป้อมปราการ บ่งบอกถึงรูปแบบทางสถาปัตยกรรมของสถานีรถไฟ ซึ่งนำมาใช้เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างโลกทั้งสอง 

นอกจากนี้ เรายังสังเกตได้ถึงจุดเชื่อมต่อเชิงสัญลักษณ์ ในขณะพวกเขากำลังขับรถผ่านซุ้มประตูโทริอิ (Torii) กั้นอาณาเขตของเทพเจ้า และรูปปั้นโดโซจิง (Dōsojin) เทพารักษ์ประจำถนนหนทางที่คอยปกป้องและอวยพรเหล่านักเดินทาง 

การสิ้นสุดลงของทางถนนลาดยาง ตัดเข้าทางถนนลูกรัง ก็สะท้อนสภาพของสังคมที่เปลี่ยนแปลงตนเองอยู่ตลอดเวลาได้อย่างมีนัยยะ สถาปัตยกรรมเป็นส่วนสำคัญของหนังเรื่องนี้ ในขณะที่ภาพยนตร์ของสตูดิโอจิบลิได้รับอิทธิพลจากตะวันตกมากขึ้นเรื่อย ๆ ความท้าทายคือการรักษาและตีความแนวคิดดั้งเดิมของญี่ปุ่นในรูปแบบใหม่ ซึ่งยังคงเอกลักษณ์ประจำชาติไว้

พื้นที่ส่วนใหญ่ในดินแดนวิญญาณปกคลุมด้วยน้ำปริมาณมหาศาล เหล่าภูตและวิญญาณเดินทางจากที่หนึ่งไปอีกที่ได้ด้วยการขึ้นรถไฟทะเล (เที่ยวเดียว) ซึ่งรถไฟจะหยุดพักเมื่อวิ่งไปได้ 6 สถานี อีกวิธีหนึ่งคือการนั่งเรือโดยสารข้ามฟาก ใจกลางเมืองมีย่านร้านอาหารสุดประหลาดตั้งอยู่ ขนาดและสัดส่วนของอาหารใหญ่กว่าในโลกความเป็นจริง เมืองจะคึกคักมากในช่วงเวลากลางคืน ราวกับมีงานมหรสพจัดขึ้นทุกคืน ในทางกลับกัน ผู้คนจะพักผ่อนในตอนกลางวัน ทำให้เมืองเงียบสนิท เหมือนไม่มีใครอยู่เลยสักคน

อุโมงค์ ถนน โรงอาบน้ำ สถาปัตยกรรมใน Spirited Away มิติวิญญาณที่ออกแบบให้เล่าเรื่องดีที่สุด

2
โรงอาบน้ำ Aburaya (油屋)

โรงอาบน้ำ Aburaya (油屋) ฉากสำคัญของภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นสถานที่ชำระความเหนื่อยล้าของเหล่าเทพเจ้า ดูแลและควบคุมโดยแม่มดมนุษย์แม่ Yubaba ตั้งสูงเด่นตระหง่านอยู่ถัดออกมาจากย่านร้านอาหารในตัวเมือง ตัวอาคารสร้างลอยสูงอยู่เหนือบึงน้ำที่แห้งเหือด มองไปเบื้องล่างจะมีรางรถไฟวิ่งตัดเข้าในอุโมงค์ใต้โรงอาบน้ำเพื่อขนส่งถ่านหิน ส่งเสียงคำรามกึกก้องสั่นไหวไปทั่วพื้นที่ขณะวิ่งเข้าออก สะพานสีแดงชาดเชื่อมตัวอาคารกับพื้นดิน เป็นทางเข้าทางออกหลักของโรงอาบน้ำแห่งนี้ ด้านหน้าโรงอาบน้ำมีน้ำตกอยู่ทางด้านขวา ด้านซ้ายมีปล่องควันขนาดใหญ่สูงเท่าตัวอาคาร เชื่อมมาจากห้องหม้อไอน้ำที่ปล่อยควันดำโขม่งไปทั่วบริเวณ

โรงอาบน้ำสูงประมาณตึก 5 – 7 ชั้น ภายนอกออกแบบด้วยองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมสไตล์ญี่ปุ่นอันงดงาม แต่แฝงไปด้วยวิธีก่อสร้างและโครงสร้างแบบชาวตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นฐานคอนกรีตของตัวอาคาร หรือโครงสร้างเหล็กของสะพานทางเชื่อม ซึ่งเป็นสิ่งผู้กำกับ Miyazaki เรียกว่า ‘Pseudo-Western Architecture’ หรือ อาคารญี่ปุ่นปลอม เขามักเน้นย้ำถึงความสำคัญในการอนุรักษ์ความเป็นญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมในผลงานของเขา

อุโมงค์ ถนน โรงอาบน้ำ สถาปัตยกรรมใน Spirited Away มิติวิญญาณที่ออกแบบให้เล่าเรื่องดีที่สุด

ตัวสถาปัตยกรรมและฟังก์ชันของอาคารออกแบบของตามลำดับชั้นของอาคาร หมายเลขและตัวอักษรกำกับตามระดับความสูง ชั้นบนสุดคือ 天 แปลว่า สวรรค์ และ ชั้นล่างคือ 地 แปลว่า พื้นดิน การแบ่งพื้นที่และการตกแต่งเปลี่ยนไปตามลำดับความสำคัญของผู้ใช้ นับเป็นกระจกเงาที่สะท้อนสภาพการทำงานในสังคมที่ปลาใหญ่กินปลาเล็ก

อุโมงค์ ถนน โรงอาบน้ำ สถาปัตยกรรมใน Spirited Away มิติวิญญาณที่ออกแบบให้เล่าเรื่องดีที่สุด
อุโมงค์ ถนน โรงอาบน้ำ สถาปัตยกรรมใน Spirited Away มิติวิญญาณที่ออกแบบให้เล่าเรื่องดีที่สุด

พื้นที่ทั้งหมดของโรงอาบน้ำแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก ๆ หนึ่ง คือพื้นที่หน้าบ้านที่เป็นโถงรับแขก ห้องอาบน้ำออนเซ็น จากชั้น 1 – 4 เชื่อมต่อด้วยโถงรับแขก ระเบียงบันได และลิฟต์แบบสับคันโยก เมื่อข้ามสะพานเข้ามาในอาคารก็พบกับโถงรับแขกที่นำไปสู่ห้องอาบน้ำแบบเปิดของเหล่าเทพเจ้า อยู่บนพื้นยกระดับกลางโถงกลาง

และหากมองขึ้นไปในส่วน 二天 ของสวรรค์ชั้น 2 ซึ่งนั่นก็คือชั้น 3 และ 4 ของอาคาร จะพบกับโถงทางเดินยาวพร้อมกับห้องรับประทานอาหาร ห้องพักของแขกปูด้วยเสื่อทาทามิ และกั้นห้องด้วยประตูไม้กระดาษสาแบบดั้งเดิม เรียงตัวไปตามรูปทรงของโถงอาคาร ล้อมไปด้วยชานระเบียง 

ในฉากที่ปีศาจไร้หน้า (Kaonashi) แฝงตัวเข้ามาก่อความวุ่นวายในโรงอาบน้ำและห้องอาหาร เราได้เห็นภายในห้องที่ตกแต่งด้วยรูปวาดของเทพเจ้าหลากสีสัน และในเวลาเดียวกัน เราก็ได้รับรู้ถึงจำนวนอาหารเหลือทิ้งมากมายที่กองเรียงรายอยู่ ผีไร้หน้าคือผีเร่ร่อนบนสะพานแดง ความหมายแฝงของตัวละครที่เตือนสติเราไม่ให้หลงไปกับสภาพสังคมที่ชักจูง การไม่มีบุคลิกของตัวเอง การปรับเปลี่ยนตนเองเพียงเพื่อตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมโดยรอบ การเสกสิ่งที่คนอื่นต้องการเพื่อเอาใจเขา แต่แท้ที่จริงแล้วเรากลับไม่รู้ว่าจริง ๆ ตัวเองต้องการอะไร

อุโมงค์ ถนน โรงอาบน้ำ สถาปัตยกรรมใน Spirited Away มิติวิญญาณที่ออกแบบให้เล่าเรื่องดีที่สุด
สถาปัตยกรรมใน Spirited Away รายละเอียดของอุโมงค์ ถนน โรงอาบน้ำ ที่ออกแบบเพื่อเล่าเรื่องราวให้ดีที่สุด

ตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่น ออนเซนเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงระหว่างคนกับธรรมชาติ น้ำร้อนที่มาจากภูเขาไฟเต็มไปด้วยแร่ธาตุ มีพลังในการชำระล้างและผ่อนคลายความเครียด และแม้แต่เหล่าเทพเจ้ายังต้องมาใช้บริการโรงอาบน้ำแห่งนี้ 

ในฉากหนึ่ง เทพเจ้าแม่น้ำเข้ามาใช้บริการด้วยเนื้อตัวสกปรกโสโครก ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วโรงอาบน้ำ หลังจากที่ชำระล้างเสร็จ ขยะจำนวนมากทะลักออกมาจากตัวเทพเจ้า ก่อนจะกลายเป็นมังกรบินออกไปจากโรงอาบน้ำ ข้อคิดที่สอดแทรกอยู่นั้นคือการที่มนุษย์เบียดเบียนธรรมชาติ ก่อมลพิษ และทิ้งขยะจำนวนมากลงแม่น้ำ หรือในกรณีของฮาคุ (Haku) ผู้ที่ช่วยเหลือชิฮิโระในโลกแห่งวิญญาณก็เช่นกัน แม้ว่าเขาจะเป็นหนึ่งในเทพแห่งแม่น้ำโคฮาคุ แต่ต่อมาเมื่อแม่น้ำถูกถมเพื่อสร้างอะพาร์ตเมนต์ ทำให้เขากลายเป็นเทพเจ้าไร้บ้าน จนในที่สุดมาอาศัยอยู่ดินแดนวิญญาณรับใช้ยูบาบา

สถาปัตยกรรมใน Spirited Away รายละเอียดของอุโมงค์ ถนน โรงอาบน้ำ ที่ออกแบบเพื่อเล่าเรื่องราวให้ดีที่สุด
สถาปัตยกรรมใน Spirited Away รายละเอียดของอุโมงค์ ถนน โรงอาบน้ำ ที่ออกแบบเพื่อเล่าเรื่องราวให้ดีที่สุด

อีกส่วนหนึ่งคือพื้นที่หลังบ้าน ซึ่งเป็นเสมือนกับกลไกและฟันเฟืองที่ขับเคลื่อนโรงอาบน้ำแห่งนี้ คือห้องหม้อไอน้ำสมุนไพรของ Kamajī ผู้ที่ทำงานและพักผ่อนบนแท่นควบคุมของเขาโดยไม่ขยับเขยื้อนไปไหน ซึ่งอยู่ในส่วนล่างสุดของฐานอาคาร ผนังภายในห้องบุด้วยลิ้นชักใส่สมุนไพรสูงขึ้นไปจนติดเพดาน ความร้อนจากเครื่องต้มไอน้ำแผ่กระจายไปทั่วห้อง ถัดออกไปยังมีห้องเก็บเสบียงและห้องครัว เผยให้เราเห็นไส้ในของตัวอาคาร 

พื้นที่ส่วนหลังของโรงอาบน้ำคือที่พักผ่อนของคนงาน โดยแบ่งชั้นกันระหว่างห้องพักชายและหญิง พื้นที่ใช้สอยค่อนข้างคับแคบและจำกัด เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนคนและพื้นที่ของบ้านพักและห้องทำงานของยูบาบาที่อยู่ชั้นบน โดยเหล่าคนงานนอนแออัดกันในห้องเสื่อทาทามิที่ฟูกนอนนั้นปูติดกันจนไม่มีทางเดิน อาจจะเป็นไปได้ว่าเมื่อตำแหน่งหน้าที่การงานสูงขึ้น ก็จะมีห้องพักส่วนตัวเป็นของตนเอง

สถาปัตยกรรมใน Spirited Away รายละเอียดของอุโมงค์ ถนน โรงอาบน้ำ ที่ออกแบบเพื่อเล่าเรื่องราวให้ดีที่สุด
สถาปัตยกรรมใน Spirited Away รายละเอียดของอุโมงค์ ถนน โรงอาบน้ำ ที่ออกแบบเพื่อเล่าเรื่องราวให้ดีที่สุด

ตั้งแต่ชั้น 5 เป็นต้นไปของโรงอาบน้ำ คือเพนต์เฮาส์และห้องทำงานของยูบาบา แต่ละห้องตกแต่งอย่างหรูหราโอ่อ่าดังสรวงสวรรค์ เรียงรายไปด้วยของสะสม แจกันเซรามิกยักษ์ โคมไฟระย้า พื้นหินอ่อนไล่สีและลวดลาย เตาผิง และเครื่องเรือนมากมาย ห้องทั้งหมดตกแต่งในรูปแบบผสมระหว่างตะวันตกกับตะวันออก แม้ว่ายูบาบาจะดูเป็นคนที่โลภมากและโมโหร้าย แต่เธอก็รักลูกของเธอมาก ๆ เธอสร้างห้องเด็กเล่นขนาดใหญ่ ภายในห้องนั้นเต็มไปด้วยหมอนและของเล่นจำนวนมาก พื้น ขอบเสา และผนังทั้งหมดในห้องหุ้มด้วยวัสดุนุ่มนิ่มเหมือนเบาะของเก้าอี้ เพื่อปกป้องลูกสุดที่รักของเธอประหนึ่งไข่ในหิน 

ฉากสถาปัตยกรรมในผลงานของ Miyazaki มีส่วนสำคัญอย่างมากในการถ่ายทอดวัฒนธรรมและบรรยากาศช่วงหนึ่งของสังคมญี่ปุ่น รายละเอียดที่เขาใส่ในผลงานมีนัยยะในการขับเคลื่อนวงการแอนิเมชันญี่ปุ่น ด้วยการสร้างเอกลักษณ์ที่ทำให้ผู้ชมสัมผัสได้ถึงความคิดของตัวละคร บริบทสภาพสังคม ประเพณีความเชื่อ และในขณะเดียวกันผู้ชมก็ได้เติบโตไปพร้อม ๆ กับตัวละครด้วย

ฉากในโลกของ Spirited Away บางส่วนได้รับแรงบันดาลใจมาจากสถานที่จริง ซึ่งทางทีมผู้สร้างได้เคยไปพักผ่อนที่ Dogo Onsen ซึ่งเป็นโรงอาบน้ำเก่าแก่มากกว่าร้อยปี ตั้งอยู่ในเมือง Matsuyama บนเกาะ Shikoku และอีกหนึ่งสถานที่ที่เป็นต้นแบบให้กับย่านร้านอาหารและห้องหม้อต้มไอน้ำ คือพิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมกลางแจ้ง Edo-Tokyo ซึ่งอยู่ห่างจากสถานีชินจูกุเพียง 45 นาที และในขณะนั้นยังอยู่ใกล้ที่ทำงานของ Studio Ghibli

แต่หากยังดื่มด่ำไม่พอ ทุกคนไปเยี่ยมชมมนต์คลั่งจากโลกวิญญาณได้ที่สวนสนุก Ghibli Park ที่เพิ่งเปิดบริการเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2022 ที่ผ่านมาในจังหวัด Nagoya ห่างออกจากเมือง Tokyo ไป 3 ชั่วโมง ที่นั่น เหล่าแฟน ๆ จะได้เข้าไปในห้องทำงานของยูบาบา นั่งรถไฟทะเลกับผีไร้หน้า มากไปกว่านั้น ยังมีฉากอีกมากมายที่สร้างจากผลงานภาพยนตร์ของ Studio Ghibli เรื่องอื่น ๆ

ข้อมูลอ้างอิง  

Miyazaki, Hayao, director. Spirited Away. Studio Ghibli, 2001

Sutajio Jiburi. (2001). The art of spirited away

www.archdaily.com

https://note.com/otaking/n/n7d92ff6f0951

https://blog.govoyagin.com/spirited-away-bathhouse/

Writer

วีรสุ แซ่แต้

เนิร์ดสถาปนิกสัญชาติไทยที่จบการศึกษาและทำงานอยู่ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ หลงใหลในสถาปัตยกรรมและแสวงหาความหมายของสถาปัตยกรรมที่มีจิตวิญญาณ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load