จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อเจ้าพ่อสายยานยนต์ เจอกับเจ้าพ่อสายแฟชั่น

TOYOTA C-HR by Karl Lagerfeld เป็นโปรเจกต์พิเศษที่เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย จากโจทย์การทำรถอเนกประสงค์ที่สะท้อนภาพลักษณ์และบุคลิกของผู้ขับขี่ ด้วยคาแรกเตอร์ของนักออกแบบ ผู้ทรงอิทธิพล และตำนานแห่งวงการแฟชั่นอย่าง คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ (Karl Lagerfeld)

TOYOTA x Karl Lagerfeld รถที่รวมจิตวิญญาณของตำนานแห่งวงการแฟชั่นมาไว้ในคันเดียว

ซึ่ง Karl Lagerfeld เป็นแบรนด์ที่ทำ Collaboration กับแบรนด์ดังๆ มาตลอด และเรียกความสนใจจากแฟชั่นนิสต้าได้ทุกครั้ง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่แบรนด์ระดับโลกแบรนด์นี้ทำงานร่วมกับแบรนด์รถยนต์ 

ชวนให้สงสัยว่านักออกแบบจากทั้งสองแบรนด์จะสื่อสารกันด้วยภาษาไหน ในเมื่อฝั่งหนึ่งเป็นสายวิศวกรรมและเทคโนโลยี อีกฝั่งหนึ่งเป็นสายแฟชั่น

ไปดูเบื้องหลังกระบวนการออกแบบรถ TOYOTA C-HR จากการ Collaboration ครั้งประวัติศาสตร์นี้พร้อมกัน

TOYOTA x Karl Lagerfeld รถที่รวมจิตวิญญาณของตำนานแห่งวงการแฟชั่นมาไว้ในคันเดียว

Mobility Company 

TOYOTA คือองค์กรแห่งการขับเคลื่อน เป็นผู้นำในด้านยนตรกรรม ที่มีแนวคิดและยึดมั่นในการพัฒนาเปลี่ยนแปลงยนตรกรรมให้ดีขึ้น สมบูรณ์แบบเหนือความคาดหมาย หรือ ‘Ever Better Car’ 

สำหรับรถยนต์ในกลุ่ม SUV (Sport Utility Vehicle) หรือรถอเนกประสงค์ที่ใช้ประโยชน์ได้มากกว่ารถยนต์ทั่วไป ใช้บรรทุกสัมภาระก็ได้ หรือจะปรับให้นั่งได้หลายที่นั่งก็ได้ โดยทั่วไป ลูกค้ากลุ่ม SUV ไม่ได้พิจารณาแค่คุณค่าของยานพาหนะต่อการเดินทาง หรือ Functional Value เท่านั้น แต่ยังพิจารณา Emotional Value ของรถยนต์ หรือสิ่งที่จะบ่งบอกถึงบุคลิกและรสนิยมของผู้ใช้รถ

TOYOTA x Karl Lagerfeld รถที่รวมจิตวิญญาณของตำนานแห่งวงการแฟชั่นมาไว้ในคันเดียว

เมื่อรู้ว่าผู้ใช้ต้องการรถยนต์ที่มีสไตล์ ใช้แล้วไม่เหมือนใคร สนใจแฟชั่น รักความโดดเด่น เน้นการแสดงออกถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัว TOYOTA จึงพัฒนารถยนต์ในกลุ่ม SUV ที่สะท้อนภาพลักษณ์และบุคลิกของผู้ขับขี่ ในชื่อ TOYOTA C-HR ย่อมากจาก Coupe High Rider

เหตุผลที่หน้าตาสวย โฉบเฉี่ยว ต่างจากรถของ TOYOTA ทุกรุ่นที่เคยมีมา เพราะได้แรงบันดาลใจจากรูปทรงเหลี่ยมคมของเพชร และเป็นความตั้งใจของทีมออกแบบที่อยากให้ C-HR มีดีไซน์ล้ำเหนือกาลเวลา ส่วนหนึ่งก็เพื่อเปิดตลาดไปลูกค้าอีกกลุ่ม ทำให้คนที่ยังไม่เคยเป็นแฟน TOYOTA มาก่อนเปิดใจและยอมรับรักรถยนต์รุ่นนี้ ก่อนเปิดตัวครั้งแรกใน ค.ศ. 2014 ซึ่งนอกจาก TOYOTA C-HR จะรับบทผู้นำด้านดีไซน์แล้ว คุณสมบัติที่คนให้การตอบรับมากที่สุดคือสมรรถภาพจากเทคโนโลยีล้ำสมัย เป็นรถซับคอมแพ็กเอสยูวีรุ่นแรกและรุ่นเดียวในประเทศไทย ที่ได้รับรางวัลการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว จากการทดสอบรถใหม่ หรือ ASEAN NCAP

TOYOTA x Karl Lagerfeld รถที่รวมจิตวิญญาณของตำนานแห่งวงการแฟชั่นมาไว้ในคันเดียว

Karl Lagerfeld Spirit

คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ เป็นตำนานแห่งวงการแฟชั่น 

เป็นดีไซน์เนอร์ เป็นผู้ทรงอิทธิพล เป็นคนที่มีวิสัยทัศน์ล้ำ ทำงานที่นำสมัยไปพร้อมๆ กับทำให้งานนั้นอยู่เหนือกาลเวลา

เขาเคยให้สัมภาษณ์ว่า การออกแบบเป็นลมหายใจของเขา

‘I design like I breathe, you don’t ask to breathe -it just happens’ 

TOYOTA x Karl Lagerfeld รถที่รวมจิตวิญญาณของตำนานแห่งวงการแฟชั่นมาไว้ในคันเดียว

หลังจากชนะประกวดออกแบบเสื้อโค้ชใน ค.ศ. 1954 คาร์ลในวัย 17 เริ่มต้นทำงานในวงการแฟชั่นในตำแหน่งผู้ช่วย ปิแอร์ บัลแมง (Pierre Balmain) เป็นอาร์ตไดเรกเตอร์ให้แบรนด์ต่างๆ ก่อนออกมาเป็นฟรีแลนซ์เต็มตัว เป็นนักออกแบบคนแรกในวงการที่ทำงานสร้างสรรค์ให้หลายแบรนด์ในเวลาเดียวกันได้ และทำได้ดีมากๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็น Mario Valentino, Chloe, Fendi และที่สร้างการจำจดให้เขามากที่สุดคือ Chanel 

ใน ค.ศ. 1983 คาร์ลเข้ามากู้วิกฤตให้ Chanel ด้วยการเปลี่ยนจากแบรนด์น้ำหอมมาเป็นแบรนด์แฟชั่นเต็มรูปแบบ พร้อมๆ กับปลุกปั้นแบรนด์ Karl Lagerfeld ของตัวเอง ซึ่งเริ่มต้นเมื่อ ค.ศ. 1984 ขณะที่ยังคงทำงานให้ทั้ง Fendi และ Chanel อยู่เบื้องหลังแฟชั่นโชว์สุดอลังที่ปฏิวัติทุกความอูกูตูร์ และเป็นคนทำให้โมโนแกรมตัวอักษร CC ไขว้กันเป็นที่ต้องการของสาวๆ ทั้งโลก 

TOYOTA x Karl Lagerfeld รถที่รวมจิตวิญญาณของตำนานแห่งวงการแฟชั่นมาไว้ในคันเดียว
TOYOTA x Karl Lagerfeld รถที่รวมจิตวิญญาณของตำนานแห่งวงการแฟชั่นมาไว้ในคันเดียว

นอกจากเป็นนักออกแบบ คาร์ลยังเป็นสไตล์ลิสต์ เป็นศิลปินวาดภาพประกอบหนังสือเทพนิยายชื่อ The Emperor’s New Clothes (1992) เขียนโดย Hans Christian Andersen เป็นอินทีเรียออกแบบห้องชุดของโรงแรม Hôtel de Crillon ระดับที่ได้รางวัลจากงานออกแบบ เป็นช่างภาพแฟชั่น ที่ปรมาจารย์วงการถ่ายภาพให้การยอมรับถึงขั้นตีพิมพ์งานของเขา เป็นนักอ่านตัวยงที่มีความคิดเฉียบคม เป็นนักเขียน และเป็นเจ้าของสำนักพิมพ์

เพราะเป็นคนที่มีพลังทำอะไรหลายอย่างในเวลาเดียวกัน ไม่หยุดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และสร้างผลงานที่น่าจดจำเข้ากับยุคสมัยไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ (เสื้อโค้ตตัวแรกที่เขาออกแบบเมื่อ 60 ปีก่อน มาดูวันนี้ยังสวยล้ำเหนือการเวลาอยู่เลย) จึงไม่แปลกที่คนที่ทั้งวงการยกย่องให้เขาเป็นแรงบันดาลใจ เป็นต้นแบบในการทำงาน และเป็นพลังสรรค์สร้างแห่งอนาคต

TOYOTA x Karl Lagerfeld รถที่รวมจิตวิญญาณของตำนานแห่งวงการแฟชั่นมาไว้ในคันเดียว

KARL LAGERFELD เป็นแบรนด์ที่กำเนิดจากผู้นำด้านแฟชั่นที่มีความกล้า ทั้งยังมอบความหรูหราที่เข้าถึงได้ จากความลงตัวระหว่างคลาสสิกกับโมเดิร์น และความใส่ใจในรายละเอียด จนกลายเป็นงานที่อยู่เหนือกาลเวลา 

เป็นแบรนด์ที่เชื่อว่า แฟชั่นเป็นเรื่องของความคิดมากกว่าเรื่องเสื้อผ้า

สะท้อนผ่านตัวตน ความรอบรู้ ความเฉลียวฉลาด ทัศนคติและมุมองที่คมคาย ในสไตล์ Parisian Rock Chic หรือการเป็นตัวของตัวเองโดยไม่พยายามจะเป็นใคร ผสมกับสีคลาสสิกแห่งยุคอย่างสีดำและสีขาว เกิดเป็นแบรนด์แฟชั่นเครื่องแต่งกายสำหรับผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก

TOYOTA C-HR by Karl Lagerfeld

TOYOTA C-HR by Karl Lagerfeld เป็นโปรเจกต์พิเศษที่เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย

จากความสำเร็จเมื่อหลายปีก่อน ที่ TOYOTA ได้ทำงานร่วมกับแบรนด์สตรีทแวร์ชื่อดัง ต่อยอดด้วยการทำงานกับร่วมกับแบรนด์แฟชั่นระดับโลก เพื่อให้ได้มาซึ่งสไตล์ที่โดดเด่น

TOYOTA เริ่มจากค้นหาแบรนด์แฟชั่นที่มีเอกลักษณ์ มีความเชื่อและ Brand DNA ใกล้เคียงกัน

TOYOTA x Karl Lagerfeld รถที่รวมจิตวิญญาณของตำนานแห่งวงการแฟชั่นมาไว้ในคันเดียว

เมื่อพบว่า Karl Lagerfeld เป็นแบรนด์ที่สะท้อนภาพลักษณ์ของรถยนต์ TOYOTA C-HR และกลุ่มเป้าหมายของรถรุ่นนี้ได้อย่างลงตัว ภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่ไม่ผู้หญิงหรือผู้ชายเกินไป ผู้หญิงก็รัก ผู้ชายก็ขับได้ไม่เขิน 

ประกอบกับตัวตนของแบรนด์ อย่างความลุ่มหลง สัญชาตญาณ ความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่มีสิ้นสุด และการอยู่เหนือกาลเวลา

ชื่อของ Karl Lagerfeld จึงเป็นคำตอบสุดท้าย

จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อ TOYOTA เจ้าพ่อสายยานยนต์ เจอกับ Karl Lagerfeld เจ้าพ่อสายแฟชั่น

TOYOTA x Karl Lagerfeld รถที่รวมจิตวิญญาณของตำนานแห่งวงการแฟชั่นมาไว้ในคันเดียว

ทันทีที่ผู้บริหารและทีมงานของ Karl Lagerfeld เห็นแบบรถ C-HR ตั้งต้น พวกเขาก็ตอบรับ TOYOTA แทบจะในทันที แถมยังส่งทีมออกแบบที่เป็นมือขวาของ Karl Lagerfeld มาร่วมงานด้วย โดยมีโจทย์ว่า TOYOTA ต้องการคาแรกเตอร์ของ Karl Lagerfeld มาอยู่ในรถ TOYOTA C-HR รุ่นใหม่

TOYOTA x Karl Lagerfeld รถที่รวมจิตวิญญาณของตำนานแห่งวงการแฟชั่นมาไว้ในคันเดียว

Parisian Rock Chic

งานนี้ชวนให้สงสัยว่าพวกเขาสื่อสารกันด้วยภาษาไหน ในเมื่อฝั่งหนึ่งเป็นสายวิศวกรรมและเทคโนโลยี อีกฝั่งหนึ่งเป็นสายแฟชั่น

แต่แล้ว TOYOTA C-HR ก็เข้ากับตัวตนของ Karl Lagerfeld อย่างน่าทึ่ง ทั้งดีไซน์ของรถที่มีเส้นสายโฉบเฉี่ยวทันสมัย สีขาวและสีดำที่สะท้อนการออกแบบสไตล์ปารีส หรือ Parisian Rock Chic ที่มีมากกว่าความสวย เพราะถ่ายทอดจิตวิญญาณ ที่สุดของยนตรกรรมแห่งปัจจุบันที่สะท้อนอนาคต

TOYOTA x Karl Lagerfeld รถที่รวมจิตวิญญาณของตำนานแห่งวงการแฟชั่นมาไว้ในคันเดียว
TOYOTA x Karl Lagerfeld รถที่รวมจิตวิญญาณของตำนานแห่งวงการแฟชั่นมาไว้ในคันเดียว

หลังจากเดินทางไปประชุมที่สำนักงานใหญ่ของแบรนด์ที่อัมสเตอร์ดัม 3 – 4 ครั้ง ประชุมทางไกลอัปเดตกันทุกสัปดาห์ จากแบบร่างเกือบ 20 แบบ ทั้งสองทีมร่วมกันพัฒนาจนเหลือแบบเดียวที่ใช่ โดยส่วนไหนที่สวยดีแต่ดูจะไม่ปลอดภัย ทีม TOYOTA ก็ขอปรึกษาหารือกันยาวหน่อย เพราะ TOYOTA ให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง 

เช่น ตรงสายรัดเข็มขัดนิรภัย เดิมทีมออกแบบใส่สกรีนโลโก้และลายปัก ฝั่ง TOYOTA และทีมผลิตก็ต้องอธิบายกันยาวว่า ที่ทำไม่ได้เพราะเวลาสายรัดเด้งกลับจะติดกับที่เก็บสายด้านข้าง

ในที่สุดก็ออกมาเป็น TOYOTA C-HR by Karl Lagerfeld ที่รวมองค์ประกอบของ Karl Lagerfeld ทั้งหมดมาไว้ในรถคันเดียว

TOYOTA x Karl Lagerfeld รถที่รวมจิตวิญญาณของตำนานแห่งวงการแฟชั่นมาไว้ในคันเดียว
TOYOTA x Karl Lagerfeld รถที่รวมจิตวิญญาณของตำนานแห่งวงการแฟชั่นมาไว้ในคันเดียว

ประกอบด้วย หลังคาสีขาวมุกพร้อมชุดตกแต่งหลังคาสีดำ กระจกมองข้างสีขาวมุก ไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED ชุดสเกิร์ตข้างสีขาวมุก ชุดสปอยเลอร์กันชนหน้าสีขาวมุกพร้อมชุดตกแต่งกันชนหน้าสีดำ ชุดสปอยเลอร์กันชนหลังสีขาวมุกพร้อมชุดตกแต่งกันชนหลังสีดำ ล้ออัลลอย 17 นิ้วสีดำเงา สติกเกอร์สีขาวมุกตกแต่งข้างรถพร้อมสัญลักษณ์ KARL LAGERFELD บริเวณท้ายรถ 

ภายในตกแต่งสีทูโทน พร้อมสัญลักษณ์ KARL LAGERFELD เบาะหนังสีทูโทนเกรดพรีเมียมสไตล์สปอร์ตพร้อมสัญลักษณ์ KARL LAGERFELD และสคัฟเพลทหรือที่เหยียบขึ้นรถคำว่า ‘C-HR by KARL LAGERFELD’ และผลิตออกมาในจำนวนจำกัด

TOYOTA x Karl Lagerfeld รถที่รวมจิตวิญญาณของตำนานแห่งวงการแฟชั่นมาไว้ในคันเดียว

ที่น่าสนใจคือ ความจริงแล้วตลาดรถยนต์ในประเทศไทยใหญ่มาก และคนส่วนใหญ่เลือกซื้อรถจากความคุ้มค่า การ Collaboration นี้จึงไม่ได้มีจุดประสงค์ตอบโจทย์ตลาดส่วนใหญ่ แต่เลือกเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่สนใจความสมดุลของฟังก์ชัน ดีไซน์ และแฟชั่น

รวมถึงต้องยอมรับว่า Karl Lagerfeld ไม่ใช่แบรนด์กระแสหลักที่ทุกคนรู้จัก เมื่อเทียบกับแบรนด์ที่มีชื่ออยู่บนหน้าปกนิตยสารแฟชั่น 

แต่ในคนที่รู้จัก Karl Lagerfeld เรามั่นใจว่าคุณจะชอบ TOYOTA C-HR by Karl Lagerfeld แน่นอน ในขณะที่คนไม่รู้จัก Karl Lagerfeld แต่ชอบงานดีไซน์แบบนี้ก็จะได้รู้จัก Karl Lagerfeld ผ่านดีเอ็นเอที่อยู่ภายใน จนถึงขั้นอยากมีไลฟ์สไตล์ตามแบบนั้น

TOYOTA x Karl Lagerfeld รถที่รวมจิตวิญญาณของตำนานแห่งวงการแฟชั่นมาไว้ในคันเดียว

สนใจ TOYOTA C-HR by Karl Lagerfeld สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ https://www.toyota.co.th/c-hr/ และจองสิทธิ์ผ่านทางแอปพลิเคชัน Toyota Privilege More

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

สูตรคูณ

เบื้องหลังงานสร้างสรรค์ครั้งพิเศษจากการ...

การร่วมมือระหว่างแบรนด์ดูเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วทุกวันนี้ ทุกครั้งที่อัปเดตเทรนด์แฟชั่น เราจะพบกับการร่วมมือกันระหว่างแบรนด์พร้อมกับประกาศเปิดตัวสินค้าตัวใหม่ที่น่าติดตาม ซึ่งก็ได้รวมเอาเอกลักษณ์ของทั้งสองแบรนด์เข้าไว้ด้วยกัน และคงกระตุ้นต่อมความอยากเป็นเจ้าของให้กับแฟน ๆ แต่ละแบรนด์ไม่น้อย ยิ่งถ้าเกิดเป็นแฟนของทั้งสองแบรนด์อยู่ด้วยแล้ว คงจะรีบกดจองโดยแทบไม่ต้องคิดได้เลยทีเดียว

แต่ถ้าเป็นแบรนด์ที่เรานึกไม่ออกว่าจะเขาจะร่วมมือกันได้ล่ะ ?

PLY x ขายหัวเราะ โดย F.HERO แฟนคลับผู้พา ‘บ.ก.วิติ๊ด’ ออกมาโลดแล่นบนท้องถนน

นั่นเป็นคำถามแรกในหัวหลังจากที่เรารู้ว่า F.HERO จะทำงานร่วมกับขายหัวเราะเพื่อผลิตรองเท้า ใช่แล้ว คุณอ่านไม่ผิดหรอก แรปเปอร์อันดับต้น ๆ ของเมืองไทยร่วมมือกับบริษัททำหนังสือการ์ตูนที่สร้างเสียงหัวเราะให้คนไทยมาอย่างยาวนาน เพื่อผลิตสนีกเกอร์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ พร้อมทั้งสร้างความสุขทุกครั้งที่หยิบมาสวมใส่

และนี่คือที่มาของเรื่องราวทั้งหมด

PLY (พลาย) แบรนด์รองเท้าสนีกเกอร์สัญชาติไทย ที่เกิดจากการวมตัวกันของเหล่าผู้คว่ำหวอดในวงการ ทั้งบริษัท CPL ผู้เชี่ยวชาญการผลิตรองเท้าเพื่อความปลอดภัย แบรนด์ 31Thanwa ซึ่งเป็นแบรนด์กระเป๋าสุดหรูที่สืบทอดมาจากโรงงานผลิตเครื่องหนังและรองเท้าหนังเป็นรุ่นที่ 3 และ กอล์ฟ F.HERO แรปเปอร์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นผู้รอบรู้ด้าน Streetwear และเป็นหนึ่งในนักสะสมสนีกเกอร์ตัวยงที่ขึ้นชื่อในวงการ

PLY x ขายหัวเราะ โดย F.HERO แฟนคลับผู้พา ‘บ.ก.วิติ๊ด’ ออกมาโลดแล่นบนท้องถนน

แต่สิ่งที่ทำให้การร่วมมือกันครั้งนี้ นั่นเป็นเพราะ F.HERO เป็นมากกว่านั้น

กอล์ฟเล่าให้ฟังว่าเขาเป็นแฟนตัวยงหนังสือของสำนักพิมพ์บรรลือสาส์น ไม่ว่าจะเป็น ขายหัวเราะ มหาสนุก หรือ สวนเด็ก นั่นทำให้ต้องคอยติดตามข่าวสารของสำนักพิมพ์อยู่ตลอด และมองว่าการปรับตัวมาสร้างแพลตฟอร์มสำหรับรองรับงานใหม่ ๆ ในรูปแบบที่หลากหลายขึ้นของสำนักพิมพ์ ที่ตอนนี้กลายเป็นบันลือกรุ๊ป แถมยังได้รับความนิยมไม่สร่างซา ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มไหน ก็เป็นการนำเอาแนวคิดการต่อยอดมาทำให้ใช้ได้จริงที่ยิ่งน่าติดตาม เนื่องจากตัวกอล์ฟเองก็กำลังทำค่ายเพลง โดยหวังให้ T-Pop มีที่ยืนในวงการดนตรีของโลก และมองว่าการต่อยอดจากต้นทุนที่มีอยู่ เป็นวิสัยทัศน์ที่จะทำให้ไปถึงเป้าหมาย

เมื่อสำนักพิมพ์ที่เป็นตัวเองแฟนคลับแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่คล้ายกัน กอล์ฟจึงไม่รอช้า รีบติดต่อกับ พิมพ์พิชา อุตสาหจิต หรือ นิว ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ที่แฟน ๆ หนังสือหลายคนจะคุ้นเธอจากตัวการ์ตูนเจ้าหนูที่มีผม 3 เส้น แต่นิวในตอนนี้คือผู้บริหารที่กำหนดทิศทางของบันลือกรุ๊ป เมื่อเธอได้พูดคุยกับกอล์ฟ และเห็นด้วยว่าการนำเอาความคลาสสิกที่มีของ ขายหัวเราะ มาต่อยอดในรูปแบบที่ต่างออกไป เป็นอีกพรมแดนหนึ่งที่น่าสนใจ พวกเขาจึงเริ่มงานทันที

PLY x ขายหัวเราะ โดย F.HERO แฟนคลับผู้พา ‘บ.ก.วิติ๊ด’ ออกมาโลดแล่นบนท้องถนน
PLY x ขายหัวเราะ โดย F.HERO แฟนคลับผู้พา ‘บ.ก.วิติ๊ด’ ออกมาโลดแล่นบนท้องถนน

ขายหัวเราะ มีนโยบายอยากทำงานกับผลิตภัณฑ์ทุกรูปแบบ เพื่อดูว่าพวกเขาจะต่อยอดเอาตัวละครที่ทุกคนคุ้นเคย ไปปรากฏตัวในพื้นที่ใหม่ ๆ ได้ไกลแค่ไหน นอกจากนี้เมื่อได้ร่วมงานกัน พวกเขาพบว่าต่างก็เป็นแฟนคลับของกันและกัน ไม่ใช่แค่กอล์ฟที่หลงใหลในตัวการ์ตูนของ ขายหัวเราะ เท่านั้น แต่ผู้บริหารของบันลือกรุ๊ปก็ชื่นชมสไตล์การแรป และทักษะการเขียนเนื้อเพลงที่เป็นเอกลักษณ์ของกอล์ฟด้วยเช่นกัน ดังนั้นจะพูดว่านี่เป็นการแลกเปลี่ยนความชื่นชมกันและกันระหว่างแฟนคลับก็คงไม่ผิดนัก และทำให้สามารถทำงานได้อย่างราบรื่น

แต่ถึงแม้จะมีความชื่นชอบเป็นต้นทุน การนำเอาตัวการ์ตูนมาอยู่บนรองเท้าก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่แล้ว พวกเขากำลังมองหารองเท้าที่สวย แต่ก็ต้องใช้งานได้จริง เหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ กอล์ฟและทีม PLY ต้องนำจุดเด่นของรองเท้าออกมาให้ชัดเจนที่สุด โดยยึดแนวคิด ‘Safety Streetwear Sneaker’ เป็นสำคัญ

ในขณะเดียวกัน ทางบันลือกรุ๊ปก็ต้องระดมทุกทรัพยากรที่มี เพื่อให้แน่ใจว่าตัวละครที่จะปรากฏขึ้นเป็นลวดลายบนรองเท้า จะไม่ใช่แค่การนำเอาภาพไปแปะเท่านั้น แต่ต้องมีชีวิตชีวาและนำพาความทรงจำแสนสุขมาให้คนที่ได้ลองใส่ เนื่องจากตัวการ์ตูนทุกตัวมีลักษณะท่าทางที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าทุกตัวละครที่เคยปรากฏบนหนังสือในเครือบันลือกรุ๊ป มีท่าทางเฉพาะตัว ไก่วัลลภจะทำท่าบางชนิดเท่านั้น โจรมุมตึกจะยืนด้วยท่าทางแบบที่คุ้นเคยเท่านั้น หากดัดแปลงเกินไปจนคนไม่เชื่อพวกมันจะออกท่าทางแบบนี้จริง ๆ จะทำให้ขัดกับภาพลักษณ์ที่เคยมี ตัวละครทุกตัวมีรายละเอียด ซึ่งทั้งกอล์ฟและนิวก็ยังย้ำว่าต้องลงลึกขนาดนี้ ก็เพื่อให้เสน่ห์ที่คอยมอบรอยยิ้มให้กับทุกคน ไม่ว่าจะอยู่บนกระดาษหนังสือการ์ตูน หรืออยู่บนสินค้าใด ก็ยังคงอยู่เสมอ

PLY x ขายหัวเราะ โดย F.HERO แฟนคลับผู้พา ‘บ.ก.วิติ๊ด’ ออกมาโลดแล่นบนท้องถนน
PLY x ขายหัวเราะ โดย F.HERO แฟนคลับผู้พา ‘บ.ก.วิติ๊ด’ ออกมาโลดแล่นบนท้องถนน

การทำงานร่วมกันจึงเป็นการหารือร่วมกันระหว่างทีม PLY และบันลือกรุ๊ป พร้อมทั้งวิเคราะห์จุดเด่นจุดด้อยของแทบทุกตัวละครเพื่อหาตัวที่เหมาะสม ซึ่งกอล์ฟบอกว่าทุกครั้งที่ได้เข้ามาที่ออฟฟิศบันลือกรุ๊ป เป็นเหมือนการเติมเต็มความฝันวัยเด็กของตัวเอง เขายังบอกอีกว่าจังหวะการ์ตูน 3 ช่องเป็นอีกแนวทางที่เขาใช้เวลาเขียนเพลง มีช่องเปิด ช่องปู และช่องตบ นี่อาจจะเป็นอีกเคล็ดลับที่ทำให้เขาปล่อยเพลงฮิตออกมา นอกจากนี้ เขายังเชื่อว่าขายหัวเราะในยุคต่าง ๆ ยังเป็นจดหมายเหตุประเทศไทยที่ย่อยเอาเหตุการณ์สำคัญ ๆ ออกมาในรูปแบบเบาสมอง แต่ก็ยังชวนให้ฉุกคิด ซึ่งถือเป็นคุณูปการที่สำคัญต่อวงการสื่อเมืองไทยเลยทีเดียว

นอกจากเติมเต็มความฝันวัยเด็กแล้ว การเข้ามาทำงานร่วมกันยังทำให้กอล์ฟได้เรียนรู้แนวคิดการต่อยอดที่เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ของ วิธิต อุตสาหจิต หรือ ‘บ.ก.วิติ๊ด’ ที่เราคุ้นเคยกัน ซึ่งมองว่าตัวการ์ตูนที่เขามี ถือเป็น Soft Power ที่สำคัญ เนื่องจากพวกมันได้สร้างความผูกพันมานานหลายสิบปี เป็นต้นทุนที่ประเมินค่าไม่ได้ ความพยายามที่จะเอาพวกมันไปปรากฏในสื่ออื่น ๆ ในรูปแบบที่หลากหลายและแตกต่างออกไป ถือเป็นต้นแบบการทำธุรกิจที่กอล์ฟบอกว่าเขาจะนำไปปรับใช้อย่างแน่นอน นอกจากนี้ การทำงานผ่านการทำเป็นแบบอย่างและมีคำแนะนำอย่างอบอุ่นอยู่เสมอภายในครอบครัว แต่ก็ยังให้อำนาจตัดสินใจกับคนรุ่นใหม่แบบมืออาชีพ เป็นอีกเรื่องที่กอล์ฟถือว่าเป็นประสบการณ์ที่มีค่ากับการใช้ชีวิตของเขา

เบื้องหลัง PLY x ขายหัวเราะ เมื่อ F.HERO จับมือกับตัวการ์ตูนคลาสสิก เพื่อปลุกความหลงใหลวัยเด็กให้มีชีวิตอีกครั้ง

ทางด้าน บ.ก. วิธิต ก็มองว่านี่เป็นก้าวแรกที่สำคัญ โดยเฉพาะในยุคการเปลี่ยนแปลงจากกระดาษมาเป็นออนไลน์ ซึ่งก็ได้ทำให้บันลือกรุ๊ปต้องปรับตัวและพยายามทดลองสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ การได้ศิลปินที่มีเอกลักษณ์ของตัวเองสูง มีวินัยการทำงานที่ดี เป็นคนรุ่นใหม่ที่น่าชื่นชม มาร่วมงานด้วยถือเป็นเกียรติอย่างมากของบันลือกรุ๊ป บ.ก. ยังพูดถึงผลงานต่าง ๆ ของกอล์ฟ ซึ่งไม่ได้มีแค่เพลงที่ดังในเมืองไทยเท่านั้น แต่เขายังพูดถึงผลงานระหว่าง F.HERO และ Babymetal วงเกิร์ลกรุ๊ปเมทัลของญี่ปุ่น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทั้งสองฝ่ายต่างเป็นแฟนคลับของกันและกันอย่างแท้จริง

ถึงตรงนี้เราคงไม่ต้องบอกว่ากอล์ฟเขินขนาดไหน

เมื่อนี่เป็นก้าวแรก เราคงไม่ต้องบอกว่ายังมีโครงการอื่น ๆ รออยู่ในอนาคตอย่างแน่นอน โดยนิววางเป้าหมายเอาไว้ว่าภายในปีนี้ บันลือกรุ๊ปจะมีผลงาน Original Content ใหม่ ๆ ออกมาให้ติดตาม รวมถึงการนำเอาผลงานเก่าที่แฟน ๆ ชื่นชอบและทรัพยากรที่มีอยู่มาปัดฝุ่นและนำเสนอในรูปแบบใหม่ รวมไปถึงการร่วมงานกับกอล์ฟและศิลปินคนอื่น ๆ ซึ่งถึงแม้เราจะพยายามถามสักเท่าไหร่ พวกเขาก็ไม่ยอมบอกว่าเป็นอะไร

แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไร เราก็เชื่อว่ามันจะออกมาน่าตื่นตาตื่นใจเหมือนกับ PLY x Kraihuaror แน่นอนเพราะเห็นได้ชัดว่าเมื่อการทำงานเริ่มต้นจากความชื่นชมและให้เกียรติระหว่างกันและกัน เราก็คาดหวังได้เลย

ผลงานที่เกิดจากความหลงใหลย่อมเป็นงานคลาสสิกเสมอ

Writer

นรินทร์ จีนเชื่อม

จบรัฐศาสตร์ ชอบอ่านวรรณกรรมคลาสสิค หลงใหลการโต้เถียงแบบมีอารยะ กินกาแฟดำเหมือนนักเขียนรุ่นใหญ่ แต่ใจจริงชอบแฟรบปูชิโน่คาราเมลเพิ่มไซรัป

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load