ในยุคที่ไวรัสโคโรนากำลังระบาดไปทั่วโลก ปัญหาสำคัญที่ตามมาและสร้างความปวดหัวได้ไม่แพ้ปัญหาสาธารณสุขคงหนีไม่พ้นปัญหาเศรษฐกิจ สายป่านที่สั้นยาวไม่เท่ากันของผู้ประกอบการรายย่อยส่งผลกระทบต่อคนในสังคมเป็นวงกว้าง ความน่ากลัวของวิกฤตดังกล่าวไม่เพียงแต่สร้างภาระที่เห็นเป็นรูปธรรมในรูปแบบของตัวเลขในบัญชีธนาคาร แต่ยังส่งผลต่อขวัญกำลังใจของเจ้าของกิจการขนาดเล็กและขนาดกลางอีกระลอกด้วย

ท่ามกลางวิกฤตนี้ เราแอบเห็นประกายความหวังจากชนชาติเกาหลี ผู้ไม่เคยยอมแพ้กับอะไรง่ายๆ การแจ้งเตือนในโทรศัพท์ถึงการอัปเดตสื่อโซเชียลของไอดอลที่เราชอบ ทำให้เราได้รู้จักกับหนึ่งในแคมเปญขนาดจิ๋ว ที่หวังจะใช้พลังจากคนตัวเล็กๆ หลายคนมาร่วมด้วยช่วยกันพาประเทศออกจากวิกฤต แคมเปญที่ว่าคือแคมเปญจากช่อง KBS1 ที่ชื่อว่า #우리함께 (อ่านว่า อู-รี-ฮัม-เก) สองคำภาษาเกาหลีง่ายๆ ที่แปลว่า ‘พวกเราอยู่ด้วยกัน’ (หมายเหตุ แคมเปญนี้ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า #TogetherKorea) 

#TogetherKorea เมื่อช่อง KBS1 ใช้ไอดอลปลุกพลัง ปชช พาประเทศพ้นพิษเศรษฐกิจ
ภาพ : program.kbs.co.kr/1tv/culture/together

Kind Consumption, การบริโภคเพื่อคนตัวเล็กในสังคม

โปรเจกต์ #TogetherKorea มีต้นตอเริ่มมาจากแนวคิดที่เรียกว่า 착한 소비 (อ่านว่า ชัก-ฮัน-โซ-บี) หรือแปลเป็นภาษาไทยตรงๆ ได้เป็นชื่อน่ารักๆ ว่า ‘การบริโภคใจดี’ (Kind Consumption) การบริโภคในรูปแบบนี้ดัดแปลงมาจากคอนเซปต์การบริโภคอย่างมีจริยธรรม (Ethical Consumerism) หนึ่งในการเคลื่อนไหวทางการบริโภคที่ผู้บริโภคเป็นผู้เปลี่ยนแปลงสังคมผ่านพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยสินค้า โดยหลักการแล้ว การเลือกใช้สินค้าจากผู้ผลิตขนาดเล็กและผู้ผลิตในชุมชน เป็นแนวทางหลักในการเคลื่อนไหวของคอนเซปต์นี้ ซึ่งนอกจากจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชนแล้ว ยังเป็นการลดปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม การใช้แรงงานเด็กหรือแรงงานผิดกฎหมายไปด้วยในเวลาเดียวกัน

หลังวิกฤต COVID-19 เข้าโจมตีคาบสมุทรเกาหลี กิจการของคนตัวเล็กตัวน้อยในเกาหลีเองก็ซบเซาลงไม่ต่างกับประเทศอื่น มีการเสนอภาพร้านค้า ตลาดที่ว่างเปล่า ร้างผู้คน ตัวเลขยอดขายที่ติดลบ ทำให้เจ้าของกิจการเองก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ มีการปรับลดคนและขนาดการขายลง 

แต่อย่างที่เกริ่นไปข้างต้น คนเกาหลีไม่เคยยอมแพ้กับอะไรง่ายๆ พวกเขาใช้การตั้งเว็บไซต์เป็นสื่อกลางเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับร้านอาหาร คาเฟ่ และกิจการอื่นๆ ของผู้ประกอบการรายย่อยในชุมชน ไม่เพียงเท่านั้น การสนับสนุนจากภาครัฐในท้องถิ่นก็เข้ามาเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญ ที่ร่วมด้วยช่วยกันโปรโมตร้านกิจการของคนตัวเล็กในชุมชน ภาพหัวหน้าและเจ้าหน้าที่เทศบาลที่ถือป้ายรณรงค์ทำจากฟิวเจอร์บอร์ดติดตัวไปเดินตลาดด้วยตอนช่วงพักกลางวัน ทำเอาเราอมยิ้มตามไม่ได้

#TogetherKorea เมื่อช่อง KBS1 ใช้ไอดอลปลุกพลัง ปชช พาประเทศพ้นพิษเศรษฐกิจ
ภาพ: mn.kbs.co.kr/news/view

นอกจากนี้ ความเจ๋งอีกอย่างคือ ไม่เฉพาะกิจการร้านอาหารหรือร้านค้าต่างๆ เท่านั้น โปรเจกต์ลักษณะดังกล่าวยังลากยาวไปถึงบรรดาเกษตรกรรายเล็กรายน้อยที่ได้รับผลกระทบไม่ต่างกัน มีการรวมกลุ่มของเหล่าเกษตรกร เพื่อนำผลผลิตของตัวเองจัดรวมและส่งเป็นแพ็กเกจขายให้กับคนในชุมชน หลังจากที่อ่านบล็อกรีวิวร้านอาหารเกาหลีมาเยอะ การได้เห็นคนเกาหลีเขียนบล็อกรีวิวผักที่สั่งมาจากเมืองของตัวเองก็เป็นอะไรที่น่ารักไม่หยอก

#TogetherKorea เมื่อช่อง KBS1 ใช้ไอดอลปลุกพลัง ปชช พาประเทศพ้นพิษเศรษฐกิจ
ภาพ : m.blog.naver.com/nuri1129/

เมื่อมีท้องถิ่นหนึ่งทำ ท้องถิ่นอีกหลายๆ แห่งก็จะเคลื่อนไหวที่คล้ายกันตามมา โปรเจกต์ในลักษณะนี้จึงผุดเป็นดอกเห็ด ตั้งแต่ภาคเหนือของเกาหลีอย่างภูมิภาคคยองกีโด ไปจนถึงภาคใต้อย่างคยองซังนัมโด เรียกได้ว่าคนเกาหลีไม่ได้มาเล่นๆ โปรเจกต์ที่ดูเรียบง่ายนี้แฝงไว้จริงจัง มุ่งมั่น และเต็มเปี่ยมไปด้วยการร่วมด้วยช่วยกันเอาชนะเจ้าไวรัสโคโรนา ไม่เฉพาะด้านสาธารณสุข แต่ยังรวมไปถึงด้านเศรษฐกิจ และโปรเจกต์นี้ยังส่งผลข้างเคียงเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้เจ้าของกิจการในชุมชนได้อีกทอดหนึ่งด้วย

#TogetherKorea, Together We Can

แต่ถึงกระนั้น คนเกาหลีไม่ได้หยุดอยู่แค่โปรเจกต์ Kind Consumption โดยภาครัฐและคนในชุมชน 

สถานีโทรทัศน์หลักอย่าง KBS เลือกหยิบเอาคอนเซปต์ดังกล่าวมาสร้างแคมเปญเล็กๆ ทำเป็นรายการเล่าถึง Kind Consumption เผยแผ่ให้คนเข้าใจตั้งแต่คอนเซปต์ของการบริโภคในรูปแบบดังกล่าว ลากยาวไปจนถึงพลังผู้บริโภคตัวเล็กๆ รายการนี้ฉายทุกวันอังคารและพุธ เวลา 11.55 น. ทางช่อง KBS1 

และที่เราอยากจะขอซูฮกในความคิดสร้างสรรค์ของโปรดิวเซอร์ คือไอเดียที่ให้บรรดานักร้อง ไอดอล หรือคนในวงการบันเทิงมาเป็นกำลังเสริม เพื่อช่วยกันปลุกพลังของคนในสังคมในวงกว้างมากขึ้น แคมเปญนี้เชิญชวนให้เหล่าคนดังไปอุดหนุนกิจการของบรรดาผู้ค้ารายย่อยในชุมชน แล้วถ่ายรูปใบเสร็จมาเป็นหลักฐาน พร้อมเขียนเล่าถึงแคมเปญและข้อความให้กำลังใจผู้ประกอบการรายย่อยกันสั้นๆ ลงในสื่อโซเชียล 

#TogetherKorea เมื่อช่อง KBS1 ใช้ไอดอลปลุกพลัง ปชช พาประเทศพ้นพิษเศรษฐกิจ
ภาพ : program.kbs.co.kr/1tv/culture/together

กำลังกาย กำลังสมอง พลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ กำลังใจที่ส่งให้กันอย่างเต็มเปี่ยม และการทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มกำลังความสามารถจากทุกภาคส่วนในสังคมเกาหลี ทำให้ฉันอดใจพองไปกับประโยคสุดท้ายในวิดีโอโปรโมตแคมเปญนี้ไม่ได้ 

“ถ้าทุกคนร่วมด้วยช่วยกัน (ปัญหาไวรัส) มันจะไม่หนักอีกต่อไป”


ข้อมูลอ้างอิง 

program.kbs.co.kr/1tv/culture/together

mn.kbs.co.kr/news

m.blog.naver.com/nuri1129

developmenteducation.ie/feature/ethical-consumption/

Writer

Avatar

ณัฐมน เกตุแก้ว

ตอนนี้เรียนปริญญาโทสาขาสังคมวิทยาอยู่ในมหาวิทยาลัยบนเขาที่เกาหลี

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

ไม่ว่าคุณจะเป็นสาวกละครโทรทัศน์หรือไม่ เราก็เชื่อมั่นว่าคุณเคยได้ยิน ได้เห็น ชื่อละคร บุพเพสันนิวาส และศัพท์เก่าไม่คุ้นหูอย่าง ‘ออเจ้า’ แน่ๆ

บุพเพสันนิวาส คือละครพีเรียดที่ดัดแปลงจากบทประพันธ์ชื่อเดียวกันของ ‘รอมแพง’ สร้างโดยค่าย Broadcast Thai Television ในมือผู้จัดอย่าง หน่อง-อรุโณชา ภาณุพันธ์ ละครเรื่องนี้กำลังออนแอร์ทางช่อง 33 HD ของช่อง 3 ทุกวันพุธและพฤหัสบดี โดยมีนักแสดงนำคือ โป๊บ-ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ และ เบลล่า-ราณี แคมเปน (อ่านบทสัมภาษณ์เบลล่าเรื่องการแสดงชนิดจ้างร้อยเล่นล้านและตัวตนหลังกองถ่ายของเธอได้ที่นี่)

ในอาทิตย์แรกที่ออกฉาย มีคนทวีตถึง บุพเพสันนิวาส ไปกว่า 1 ล้านทวีต ชื่อละครพุ่งไปติด top ten ของทวิตเตอร์โลก ขณะที่คลิปละครมีคนชมไปกว่า 39 ล้านวิว

บุพเพสันนิวาส

ตัวละครในเรื่องกลายเป็น meme ว่อนอินเทอร์เน็ต ส่วนคำไทยโบราณอย่าง ‘ออเจ้า’ ถูกพูดถึงหนาหูและกลายเป็นคำที่บรรดาเพจหยิบมาเล่น

นวนิยายต้นเรื่องถูกพิมพ์ซ้ำจนล่าสุดไปถึงครั้งที่ 39

และวันหยุดที่ผ่านมา จังหวัดพระนครศรีอยุธยามีรถติดยาวเหยียด เพราะคนดูไปตามรอยโลเคชันละครที่วัดไชยวัฒนาราม

เมืองไทยมีละครพีเรียดมากมาย พล็อตการข้ามภพของตัวเอกจากปัจจุบันสู่อดีตก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ละครเรื่องนี้ซึ่งสร้างจากบทประพันธ์เป็นครั้งแรก ไม่ได้รีเมกละครดังเรื่องไหน กลับสร้างปรากฏการณ์ในยุคที่อาจกล่าวได้ว่าละครโทรทัศน์ไม่เฟื่องฟูเหมือนก่อน

นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

ด้านล่างนี้คือวิธีคิดเบื้องหลังเรื่องรักสมัยอยุธยาของเกศสุรางค์และหมื่นสุนทรเทวา ที่หน่อง-อรุโณชา ภาณุพันธ์ นั่งลงและเล่าให้เราฟัง

อรุโณชา ภาณุพันธ์

ละครที่มาจากนิยายขวัญใจนักอ่าน

ต้นทางของ บุพเพสันนิวาส มาจากนิยายพีเรียดของ ‘รอมแพง’ นักเขียนผู้เรียนจบด้านโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยศิลปากร หนังสือเล่มนี้โด่งดังชนิดมีคนเลือกเรียนโบราณคดีตามเกศสุรางค์ผู้เป็นนางเอก

หน่อง อรุโณชา
บุพเพสันนิวาส

อรุโณชาบอกเราว่าความดีงามของบุพเพสันนิวาสคือเนื้อเรื่องโดดเด่น สนุกสนาน ทำให้เห็นความแตกต่างระหว่างยุค เมื่อนางเอกจากยุคปัจจุบันย้อนอดีตไปสู่อยุธยารัชสมัยพระนารายณ์ นอกจากความสนุกในการปรับตัว ยังมีเรื่องรักโรแมนติก บวกกับการได้เจอประวัติศาสตร์มีชีวิต ผ่านการใช้ชีวิตกับบุคคลในประวัติศาสตร์ยุคนั้น

ที่สำคัญ เมื่อมีการเปิดโหวตว่าอยากเห็นนิยายเรื่องไหนถูกสร้างเป็นละคร บุพเพสันนิวาส ก็มาอันดับหนึ่ง

บรอดคาซท์จึงไม่ได้สุ่มเลือกหยิบนิยายเรื่องนี้มาทำละคร แต่ตัดสินใจโดยมีปัจจัยต่างๆ รองรับ แถมหลังเซ็นสัญญาซื้อเรียบร้อย ก็มีผู้ที่แสดงตัวว่าอยากซื้อบทประพันธ์อีกหลายเจ้า

ยิ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ว่านี่เป็นการเลือกหยิบวัตถุดิบที่ถูกต้องที่สุด

นักเขียนบทผู้เป็นปรมาจารย์ละครพีเรียด

เมื่อได้ตัวบทประพันธ์ ผู้จัดต้องนำมาดัดแปลงเป็นบทที่เหมาะกับการทำละครโทรทัศน์ บทละครจึงนับเป็นหัวใจสำคัญของละคร 1 เรื่อง

มีคนบอกว่าเราทำละครที่ดีจากบทที่เลวไม่ได้ แต่เราทำละครที่เลวจากบทที่ดีได้ มันมาจากบทเป็นเบื้องต้นก่อน-อรุโณชาอธิบาย

ละครเรื่อง บุพเพสันนิวาส เขียนบทโดย ‘ศัลยา’ หรือศัลยา สุขะนิวัตติ์

นี่คือนักเขียนบทละครไทยชั้นครูผู้โลดแล่นในวงการจอแก้วมาหลายสิบปี มีผลงานโด่งดังฝากไว้นับไม่ถ้วน เช่น ลูกตาลลอยแก้ว คู่กรรม และ ดอกส้มสีทอง มากกว่านั้น อาจารย์ศัลยาคือนักเขียนบทผู้เชี่ยวชาญการเขียนละครพีเรียด เช่น รัตนโกสินทร์ และ สายโลหิต

เรียกได้ว่าบทละคร บุพเพสันนิวาส มีการจับคู่ตัวเรื่องกับคนเขียนที่สมบูรณ์แบบ

อย่างไรก็ตาม บทละครที่ทำคนอินจัดนี้ไม่ใช่ได้มาง่ายๆ อรุโณชาเล่าว่า ศัลยาออกปากว่าเป็นบทที่ยากมาก เพราะถึงจะมีโครงบทประพันธ์ แต่ผู้เขียนบทต้องไปศึกษาภาษาในยุคนั้นจนแตกฉาน เพราะต้องใช้ในบทสนทนาตลอดเรื่อง รวมถึงศึกษาความเป็นอยู่ วัฒนธรรม และเกร็ดประวัติศาสตร์ต่างๆ เนื่องจากการทำละครจะใช้เนื้อเรื่องที่ยาวกว่าหนังสือ แปลว่าคนเขียนบทต้องขยายความ เพิ่มเหตุการณ์ โดยรักษาไม่ให้หลุดจากโครงของนวนิยายและต้องตรงกับข้อมูลจริงในประวัติศาสตร์ด้วย  

ศัลยาทุ่มเทพลังเขียนบทละครเรื่อง บุพเพสันนิวาส อยู่ถึง 2 ปี

และตอนนี้ คนดูคงรู้แล้วว่าบทจากปลายปากกานักเขียนบทชั้นครูคุณภาพคับแก้วแค่ไหน

ผู้กำกับที่เชี่ยวชาญและเฉียบคม

คนที่ค่ายบรอดคาซท์เลือกมากำกับ บุพเพสันนิวาส คือ ภวัต พนังคสิริ

บุพเพสันนิวาส
บุพเพสันนิวาส

อรุโณชาวิเคราะห์ว่าภวัตกำกับละครได้หลายแนว ที่ผ่านมาเขาเคยทำละครยุคใหม่อย่างบางตอนของซีรีส์ คิวปิด บริษัทรักอุตลุด ขณะที่ละครย้อนยุคอย่าง บ่วง ก็เอาอยู่ และถ้าเจาะลึกลงไปถึงคุณสมบัติเฉพาะตัว ภวัตมีสายตาละเอียดในการถ่ายทำ ซึ่งแน่นอนว่าเหมาะกับ บุพเพสันนิวาส ที่มีรายละเอียดปลีกย่อยรายล้อมมากมาย

ภวัตยังกำกับนักแสดงได้ดีด้วย เขาพยายามให้นักแสดงสนุกกับการเล่นแต่ละบทบาท ย้ำให้รักษาความต่อเนื่องของบุคลิกตัวละคร และรู้ว่าน้ำหนักการแสดงที่เหมาะเจาะอยู่ตรงไหน อรุโณชายกตัวอย่างฉากที่เบลล่าทำหน้าเลียนแบบกิ๊ก สุวัจนี ซึ่งตอนแรกเบลล่าจัดมาน้อยกว่านี้ แต่ภวัตขอให้อัพเลเวล จนกลายเป็นที่จดจำ (และกลายเป็น meme ว่อนเน็ต) อย่างที่เห็น

อีกเรื่องที่สำคัญมากคือ การคุมโทนเรื่อง คนที่ดู บุพเพสันนิวาส น่าจะรู้ว่าหนึ่งจุดดึงดูดสุดๆ ของละครเรื่องนี้คือความตลก ซึ่งผู้กำกับจะต้องมองให้ออกว่าตลกแค่ไหนถึงจะพอดี และภวัตก็ทำออกมาได้สวยงาม จนเรานั่งขำกับกับมุกของแม่การะเกด แต่ยังคงได้อรรถรสด้านอื่นครบถ้วน

นักแสดงที่สมบทบาท

หนึ่งในสิ่งที่คนดูประทับใจมากจาก บุพเพสันนิวาส คือนักแสดง

ยิ่งถ้าใครเคยอ่านหนังสือ จะยิ่งรู้ว่าผู้จัดเลือกดาราได้เหมาะสมมาก

บุพเพสันนิวาส

อรุโณชาเล่าถึงเกณฑ์การเลือกให้เราฟังว่า เหตุผลที่เลือก โป๊ป-ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ มาเป็น ‘หมื่นสุนทรเทวา’ หรือพี่หมื่นของแฟนคลับ เพราะรู้จักโป๊ปมาตั้งแต่เล่นเรื่อง สะใภ้จ้าว แล้วเล็งเห็นว่าบุคลิกดูอบอุ่นเข้ากับบุคลิกพระเอก รวมถึงเชื่อว่าโป๊ปมีฝีมือพอจะแสดงเป็นหมื่นสุนทรเทวาได้ และผลก็ออกมาดีอย่างที่คาดไว้ แม้บางฉากจะยากเย็น เช่น ต้องแร็พด่ายาวเหยียด (อรุโณชาบอกว่าปาเข้าไป 10 เทก) แต่สุดท้ายคุณพี่หมื่นของเราก็เอาอยู่

(ฉากแร็พว่าแม่การะเกดของคุณพี่หมื่นสุนทรเทวา)
เบลล่า โป๊ป

ส่วน เบลล่า-ราณี แคมเปน ผู้กลายมาเป็น ‘เกศสุรางค์’ และ ‘แม่หญิงการะเกด’ ถูกคัดเลือกมาเพราะมองว่าน่าจะเล่นบทบาทเป็นหลายคน หลายบุคลิกได้ ซึ่งเบลล่าก็พิสูจน์แล้วว่าทำได้ดีมาก เล่นจนคนดูแยกตัวละครจากกันได้เด็ดขาด 

เมื่อเลือกตัวละครได้ดี ก็แน่นอนว่าเราจึงดูได้แบบดำดิ่งจนอินมากอย่างนี้เอง

ฉากและพร็อพที่ประณีตตระการตา

หนึ่งในความยากเย็นของการทำละครพีเรียดคือ ต้องทำให้โลกอดีตมีชีวิตขึ้นในโลกปัจจุบัน แต่เรื่องยากนี้กลับกลายเป็นสิ่งที่โดดเด่นใน บุพเพสันนิวาส

อรุโณชากล่าวว่าว่าบรอดคาซท์ตั้งใจเนรมิตโลกสมัยอยุธยาใบนี้มาก ตั้งแต่ฉากซึ่งต้องค้นข้อมูลอย่างหนัก ออกแบบ ทำเป็นสตอรี่บอร์ดก่อนถ่ายทำ โดยโลเคชันที่มีอยู่จริง เช่น กำแพงเมือง หรือวัดไชยวัฒนาราม ก็เก่าแก่ ต้องทำขึ้นใหม่ให้เหมือนบทประพันธ์ ส่วนฉากที่ไม่หลงเหลือแล้ว ก็แน่นอนว่าต้องสร้างขึ้นมาใหม่ให้ทั้งสวยและถูกต้องตามประวัติศาสตร์ และไม่ใช่แค่สถานที่ที่ต้องเนรมิตขึ้นให้ดี แต่หมายถึงอุปกรณ์ประกอบหรือพร็อพทั้งหมดด้วย

ภวัต พนังคสิริ

ตัวอย่างเช่น เรือนไทยที่เป็นฉากหลักก็ดูหรูหราเหมาะกับตำแหน่งของครอบครัวพระเอก การตกแต่งก็มีรายละเอียด แพนกล้องซ้ายขวาก็เห็นข้าวของตามแบบยุคอยุธยาวางอยู่ นอกจากนั้น ในฉากที่สะท้อนวัฒนธรรม เช่น ฉากการทำขนมหวาน ก็เชิญอาจารย์ที่เชี่ยวชาญการทำขนมไทยโบราณมาทำให้ จนได้ขนมหวานละเมียดละไม ฝอยทองเส้นเล็กละเอียด หรืออาทิตย์หน้าที่จะมีฉากคุณหญิงจำปาสอนการเรือนการะเกด เราก็ได้เห็นผักแกะสลักอลังการ

นอกจากนั้น ยังมีฉากที่ต้องอาศัยพลังงานมาก เช่น ฉากตลาดจีน ที่สร้างทั้งตลาดขึ้นมาเพื่อการถ่ายทำจริงฉากเดียว ฉากนรกที่ถ่ายกันในสตูดิโอถึง 2 วัน แต่ออกมาแค่ 2 นาที รวมถึงฉากท้องพระโรงที่สมเด็จพระนารายณ์ทรงรับพระราชสาส์นจากพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ของฝรั่งเศส ซึ่งทางค่ายตั้งใจสร้างออกมาให้สวยเหมือนภาพในหนังสือประวัติศาสตร์ที่เราเรียนกัน

บุพเพสันนิวาส

ไม่หมดเท่านั้น เสื้อผ้าหน้าผมก็จัดเต็มเพื่อให้สวยและถูกต้องตามประวัติศาสตร์ให้มากที่สุด อรุโณชาเล่าว่าเครื่องแต่งกายตัวละครเรื่องนี้มีการออกแบบใหม่หมดตั้งแต่สี ลายผ้า เครื่องประดับจนถึงหัวเข็มขัด ตามบุคลิกตัวละครและตามยศศักดิ์ นอกจากนี้ ทรงผมแต่ละคนก็อ้างอิงจากทรงผมจริงสมัยอยุธยา ผลคือคนชื่นชมและฮือฮา เช่น ทรงผมคุณหญิงจำปาซึ่งมีคนแซวว่าเหมือนบลูทูธ แต่ก็มีผู้ชมที่รู้เรื่องประวัติศาสตร์มาช่วยตอบว่าเป็นทรงที่เขาทำกันในยุคนั้นจริงๆ

ความบ้าพลังนี้ทำให้คนดูได้เห็นทั้งองค์ประกอบที่สวยงามและได้รู้จักโลกสมัยอยุธยาซึ่งมีชีวิตขึ้นในจอด้วย

กระแสที่มาจากพลังคนทำและคนดู

อรุโณชาบอกเราว่า บุพเพสันนิวาส เริ่มเป็นกระแสตั้งแต่ก่อนละครออกฉาย เพราะมีคลิปเบื้องหลังที่สนุกและตลกมาก เช่น เรื่อง ‘ตุ๊กแกจังหวะเทพ’ หรือเรื่องที่มีตุ๊กแกส่งเสียงร้องทุกครั้งที่นิรุตติ์ ศิริจรรยา ท่องบท จนพี่โป๊ปของเราหลุดขำเล่นไม่ได้ นอกจากนี้ พอฉายแล้ว ทางค่ายมองว่าภาษาในเรื่องค่อนข้างยาก เลยมีการทำคลิป ‘บุพเพสันนิวาสวันละคำ’ เพื่ออธิบายศัพท์จนกลายเป็นสิ่งที่คนกดแชร์ต่อกันไป

จากมุมผู้จัด ละครเรื่องนี้ได้ก่อกระแสเรื่องความเป็นไทยและประวัติศาสตร์ขึ้นในสังคม ข้อพิสูจน์ก็เช่น การตามไปเที่ยวจนอยุธยาแน่นขนัดนั่นเอง

และหลังจากเริ่มสร้างปรากฏการณ์ ก็เป็นผู้ชมทุกคนนี่เองที่หล่อเลี้ยงความเป็นกระแสของละครไว้  ภาษาโบราณในละครกลายเป็นภาษาที่เราแชทเล่นกับเพื่อนทางไลน์ ขณะที่สื่อออนไลน์ต่างสร้างเนื้อหาจาก บุพเพสันนิวาส ตั้งแต่ที่มาคำว่า ‘ออเจ้า’ สีลิปสติกของเบลล่า จนถึงโลเคชันถ่ายทำ

ปฏิกิริยาของคนทั่วไปไม่ใช่สิ่งที่คาดเดาได้ง่ายก่อนละครออกฉาย แต่เมื่อไฟติดแล้ว เราก็กลายเป็นพลังสำคัญที่ทำให้ บุพเพสันนิวาส กลายเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ของวงการละครไทย

ละครที่ไม่มีสูตร

ทุกอย่างด้านบนนี้อาจทำให้คุณรู้สึกว่า บุพเพสันนิวาส โด่งดังได้ด้วยสูตรความสำเร็จฉบับบรอดคาซท์

ขอโทษที่อาจทำให้ผิดหวัง เพราะตลอดการสนทนา อรุโณชายืนยันว่าการทำละครไม่เคยมีสูตรตายตัว

ทุกอย่างถูกทำลายได้หมด-เธอบอกเช่นนั้น แล้วยกตัวอย่างว่า เมื่อ บุพเพสันนิวาส ฮิต คนก็จะพูดกันว่าไม่ต้องรีเมกละครเก่าก็ดังได้ แต่เธอเองก็เคยรีเมกเรื่อง แรงเงา จนโด่งดัง แสดงให้เห็นว่าไม่มีข้อสันนิษฐานไหนผิดหรือถูก

หน่อง อรุโณชา

หรือการเขียนบทต้องเป็นแบบไหน สำหรับซีรีส์เกาหลีจะนิยมเขียนให้สั้นกระชับ แต่ละครไทยบางเรื่องก็เขียนฉากที่ยาวเหยียดให้ขึ้นแท่นได้ เช่น หยกลายเมฆ ซึ่งผู้เขียนบทที่เป็นคนเดียวกับผู้เขียนเรื่อง แรงเงา เขียนฉาก 1 ในบทให้ยาวชนิดข้ามเบรกโฆษณา แต่สนุกมากจนลุกไปไหนไม่ได้ เพราะใน 1 ฉากเต็มไปด้วยเหตุการณ์น่าสนใจเกิดขึ้นต่อเนื่องกัน

ไม่มีสูตรสำเร็จ แถมการสร้างละคร 1 เรื่องยังเต็มไปด้วยปัจจัยคาดเดาไม่ได้ แล้วอรุโณชาสร้างละครด้วยหลักยึดอะไร

คำตอบของเธอคือ พยายามคัดสรรและสร้างองค์ประกอบทุกอย่างให้ดีที่สุด

ฟังดูเรียบง่าย แต่เบื้องหลังประโยคคือความซับซ้อน

ต้องเลือกเรื่องที่ดี ไม่ได้หมายถึงต้องเลือกแนวใดแนวหนึ่ง แต่หมายถึงเรื่องที่เข้มข้น หลากหลาย น่าติดตาม เห็นแล้วคิดว่าคนดูน่าจะชอบ

ต้องเขียนบทได้น่าสนใจ ให้คนดูแล้วอยากดูต่อ

ต้องรักษาคุณภาพของทุกองค์ประกอบไว้ ตั้งแต่ผู้กำกับ นักแสดง การผลิต จนถึงตัดต่อ

แล้วถ้าละครคุณภาพมาบรรจบกับเวลาฉายที่เหมาะสมจากช่อง เช่น ฉาย บุพเพสันนิวาส ในช่วงที่คนกำลังอยากดูละครพีเรียดพอดี ก็แน่นอนว่าผลตอบรับจะออกมายอดเยี่ยม

การที่ บุพเพสันนิวาส ซึ่งทุ่มเทใช้เวลาตั้งแต่เขียนบทถึงตัดต่อเสร็จสิริรวมถึง 4 ปีกลายเป็นปรากฏการณ์ จึงมาจากปัจจัยทุกอย่างทั้งที่ควบคุมได้และไม่ได้ประกอบกัน

แต่พูดอีกอย่าง ถ้าคนทำพยายามทำทุกอย่างที่ทำได้ให้ดีที่สุด การเสี่ยงทายก็น่าจะมีเปอร์เซ็นต์ได้ผลอย่างใจไม่น้อยแล้ว   

ไม่เชื่อลองเปิดโทรทัศน์ดูคุณพี่หมื่นกับแม่การะเกดคืนนี้สิ

อรุโณชา ภาณุพันธ์
ภาพ:   Broadcast Thai Television

Writer

Avatar

ธารริน อดุลยานนท์

สาวอักษรฯ ผู้หลงรักการเขียนเสมอมา และฝันอยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยสิ่งที่มี ณ จุดที่ยืนอยู่ รวมผลงานการมองโลกผ่านตัวอักษรไว้ที่เพจ RINN

Photographer

Avatar

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load