“Toby เป็นคนอบอุ่น เป็นคนที่ชอบชวนเพื่อนมาบ้าน แล้วก็ชอบดื่มกาแฟ ชอบทำอาหารให้เพื่อนทาน” ประโยคบอกเล่าที่สั้นและเรียบง่ายจากปากของ นัท-ณัฐวุฒิ แสงมณี ช่วยให้เราเห็นคาแรกเตอร์ของร้านอาหารเช้ามื้อสายที่หลายคนคุ้นชื่อกันอย่าง ‘Toby’s’ ได้เป็นอย่างดี

ก่อนจะเริ่มต้นพูดคุยกันอย่างจริงจัง เราได้สอดส่องทั่วร้านสาขาใหม่ของ Toby’s ที่ Noble เพลินจิต ซึ่งเป็นบรรยากาศที่แปลกใหม่ไปจาก 2 สาขาก่อนหน้าไม่น้อย หากแต่ความอบอุ่นและกลิ่นหอมที่แผ่อบอวลไปทั่วร้าน เป็นจุดที่ทำให้เราเห็นถึงความเชื่อมโยงของร้านในเครือ Toby’s อย่างชัดเจน คุณนัทต้อนรับเราด้วยเครื่องดื่มที่ช่วยบูสต์พลังงานในช่วงเช้า ก่อนนำทางเราไปยังที่นั่งบริเวณชั้นสองเพื่อเริ่มต้นบทสนทนาในวันนี้

Toby's คาเฟ่ที่โดดเด่นด้วยการนำเสนอ Brunch Culture ในสไตล์ออสเตรเลียน

ก่อนจะเป็น Toby’s

ก้าวแรกสุดของที่นี่เริ่มจากการที่พาร์ตเนอร์ของทางร้านทั้งสี่คนรักทั้งในด้านการทำอาหารและการกิน โดยเฉพาะอาหารมื้อเช้า แต่เมื่อย้อนไปราว ๆ 9 ปีก่อน ตัวเลือกของอาหารเช้าในบ้านเรายังไม่ได้หลากหลายเท่าทุกวันนี้ เน้นที่ American หรือ UK Breakfast มากกว่า

จุดเริ่มต้นอย่างจริงจัง ประกอบด้วย 2 ปัจจัยที่มาผสานกัน คือ การเติบโตของ Brunch Culture ในไทย และการท่องเที่ยวที่ประเทศออสเตรเลียของพาร์ตเนอร์คนหนึ่ง ในช่วงเวลาที่เทรนด์อาหารเช้ามื้อสายกำลังเริ่มมา

“Brunch Culture มีความหลากหลายของอาหาร เพราะว่าที่นู่นมีวัฒนธรรมหลากหลาย มีทั้งเอเชียน ยูโรเปียน แมตช์กันจนกลายเป็นจานบรันช์ที่ดูดีและทานง่าย เลยเป็นจุดกำเนิดที่เราลองยกสิ่งนั้นมาที่บ้านเรา เพราะเป็นวัฒนธรรมที่สนุก” 

ได้เห็นสีสันบนจานอาหาร ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าจานบรันช์ที่นำรูปแบบมาจากออสเตรเลียนี้สนุกอย่างที่บอกจริง ๆ

Toby's คาเฟ่ที่โดดเด่นด้วยการนำเสนอ Brunch Culture ในสไตล์ออสเตรเลียน
Toby's คาเฟ่ที่โดดเด่นด้วยการนำเสนอ Brunch Culture ในสไตล์ออสเตรเลียน

บรันช์แบบออสซี่ที่กรุงเทพฯ

หากให้ยกชื่อร้านอาหารที่ขายอาหารเช้าในมื้อสายและเป็นที่จดจำ ก็ต้องยอมรับเลยว่า Toby’s เป็นหนึ่งในร้านที่ผุดขึ้นมาในความคิดของใครหลายคน ซึ่งเมื่อย้อนเวลาไปก่อนที่จะมีร้านนี้ เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่กระแสบรันช์เริ่มก่อตัว

“ตอนนั้นคิดว่า Brunch Culture ในเมืองไทยกำลังมา กระแสมันเริ่มจะขึ้น คนเริ่มทานแล้วเข้าใจมากขึ้นว่าอะไรคืออาหารเช้าของมื้อสาย แล้วไม่จำเป็นว่าต้องแค่อาหารเช้า มันเป็น All Day ได้เลย เพราะว่าที่ออสเตรเลียคือจะเน้นทั้งวันเลย 5 – 6 โมงเย็นก็ยังทานได้อยู่” คุณนัทเล่าถึงเรื่องราวก่อนตัดสินใจนำบรันช์ในสไตล์ออสเตรเลียนเข้ามาในกรุงเทพฯ

“ผมว่าเราเป็นหนึ่งในเจ้าแรก ๆ ที่นำ Brunch Culture ในสไตล์ออสเตรเลียนเข้ามาที่บ้านเรา ซึ่งตอนนั้นที่เอาเข้ามาแรก ๆ มีอยู่ไม่กี่เจ้า แล้วเราก็พยายามค้นหาวัตถุดิบในการคิดเมนูต่าง ๆ ให้มีความหลากหลาย แล้วก็เน้นความสดใหม่ของวัตถุดิบ อันนี้คืออันดับหนึ่งเลย” 

เมื่อหยิบยกมาถึงสิ่งที่ทางร้านยึดถือ คุณนัทตอบอย่างชัดเจนทันทีว่า สิ่งที่ยึดเป็นหัวใจสำคัญมีอยู่ 2 ข้อหลัก ๆ ด้วยกัน คือ การบริการและวัตถุดิบ

“Quality of Product เป็นสิ่งสำคัญอันดับหนึ่งของร้าน เหมือนทานข้าวที่บ้าน เราก็อยากกินอะไรดี ๆ เราจึงอยากมอบวัตถุดิบที่ดีให้กับลูกค้าเช่นกัน ถึงแม้ว่าจะต้องปรับตัวเรื่องวัตถุดิบค่อนข้างเยอะ และในช่วงโควิดมีของบางอย่างที่หายาก แต่เราก็พยายามเอาเข้ามาถึงแม้ว่าราคาจะเพิ่ม เพราะเราอยากให้มาตรฐานมันคงไว้”

ด้านการบริการ ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าขาจรหรือขาประจำ ก็จะคุ้นชินกับภาพการบริการที่ครบครันต่างจากคาเฟ่ทั่วไป ซึ่งเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คุณนัทหยิบยกมาจากวัฒนธรรมในร้านอาหารที่ออสเตรเลียเช่นกัน

“ออสเตรเลียเน้นในเรื่องการบริการแบบ Full Service เราเลยอยากเอาบริการเหมือนร้านอาหารมาปรับให้เข้ากับลักษณะ Brunch Culture” คุณนัทขยายความที่มาของการบริการแบบครบเครื่องที่ยึดเป็นหลักตลอดมา

Toby's คาเฟ่ที่โดดเด่นด้วยการนำเสนอ Brunch Culture ในสไตล์ออสเตรเลียน
Toby's คาเฟ่ที่โดดเด่นด้วยการนำเสนอ Brunch Culture ในสไตล์ออสเตรเลียน

ทำไมต้อง Toby’s

“เราเน้นเรื่อง Simplicity ความเรียบง่าย ทำได้ทุกวันที่บ้าน ถ้ามาดูจานของเรา คือจริง ๆ มันทำเองได้ที่บ้านนะ แค่ต้องใช้วัตถุดิบที่ดีเท่านั้นเอง”

อาหารไม่ได้เน้นความหวือหวา หาทานยาก แต่เลือกจับใจลูกค้าด้วยความเรียบง่ายที่แสนจะคุ้มค่า ซึ่งเราสัมผัสได้ถึงเมนูที่ทานซ้ำได้ไม่รู้เบื่อ ในปริมาณที่พอดิบพอดี และราคาสมเหตุสมผล

นอกจากความสะดวกและคุ้มค่าแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ร้านครองใจลูกค้า คือบรรยากาศ

“ถ้าคนนึกถึงร้าน จะนึกถึง Vibes เพราะเข้ามาแล้วเขารู้สึกถึงออสซี่ไวบ์ เหมือนอยู่ต่างประเทศ อยู่เมลเบิร์น อยู่ซิดนีย์ และเหมือนเป็นที่พบปะสังสรรค์กับเพื่อน ๆ เวลามาทานเป็นกลุ่ม ได้อารมณ์ออกนอกบ้านมากินข้าวกันสนุก ๆ

“คอนเซ็ปต์ของร้านเน้นไปที่ความเรียบง่ายและเข้าถึงง่าย อยากให้คนเข้ามาแล้วสบายใจ มาทานคอมฟอร์ตฟู้ด อยากมาดื่มกาแฟอย่างเดียวก็ได้ อยากมาทานเค้กอย่างเดียวก็ได้ มานั่งแล้วสบายใจ เป็นที่พักพิง หรืออยากจะเน้นของหนักเลยก็ได้ อยากจะทานพวกบรันช์ พาสต้า หรืออาหารอื่น ๆ เพื่อให้อยู่ท้องก็ได้ แต่ยังเน้นบรรยากาศเป็นกันเอง”

ทั้งจานอาหารที่ชูเรื่องวัตถุดิบคุณภาพ การบริการที่ครบครัน และบรรยากาศร้านที่มอบความสบายใจให้อย่างเต็มเปี่ยม ทำให้เราไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมหลายคนถึงเลือกมาฝากท้องที่ร้านแทนที่จะลงมือเข้าครัวด้วยตัวเอง

Toby's คาเฟ่ที่โดดเด่นด้วยการนำเสนอ Brunch Culture ในสไตล์ออสเตรเลียน

3 โลเคชัน 1 คอนเซ็ปต์

ปัจจุบัน Toby’s มีทั้งหมด 3 สาขา ซึ่งหากได้ไปครบทุกสาขา จะพบว่าแต่ละสาขาให้ความรู้สึกทั้งเหมือนและแตกต่างกันอย่างลงตัว 

“ทั้ง 3 ที่แตกต่างกันเรื่องโลเคชัน ทำให้บรรยากาศที่ได้แตกต่าง อย่างที่สุขุมวิทก็ปลีกวิเวกนิดหนึ่ง มีพื้นที่สีเขียว มีเอาต์ดอร์โซนที่ค่อนข้างรีแลกซ์กว่า หรืออยากจะไปกับเพื่อน นั่งคุยชิลล์ ๆ ก็ได้ 

“ศาลาแดงนี่ขยับเข้ามาที่ Urban นิดหนึ่ง เหมือนอยู่ใจกลางสาทรเลย แต่เนื่องจากซอยนั้นไม่ได้พลุกพล่านมาก ถ้ารถไม่ติดหรือไม่ต้องไปรับลูก มันก็จะสบาย ๆ ถือว่าเป็นใจกลางเมืองที่ไม่พลุกพล่าน”

“ส่วนสาขาล่าสุดที่ Noble เพลินจิต เรียกได้ว่าขยับเข้าสู่ใจกลางเมืองมากขึ้น และมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นที่ตั้งที่อยู่ติดกับรถไฟฟ้าบีทีเอส หรือการมีที่จอดรถรองรับจำนวนมาก

“ทุกสาขามีคอนเซ็ปต์เดียวกัน คือ ความโฮมมี่ และมี Great Experience เวลามาทาน ไม่ว่าคุณจะมาคนเดียว มากับครอบครัว มากับเพื่อน หรือมากับที่ทำงาน คุณก็จะได้ประสบการณ์ที่ดีเหมือนเดิม คือ Friendly Neighborhood

“เราเป็น Small to medium size cafe and restaurant ที่เน้นการบริการสำคัญที่สุด ลูกค้าเข้ามาแล้วต้องได้รับการบริการที่ดีและอบอุ่น” คุณนัทย้ำชัดถึงคอนเซ็ปต์เรื่องของการบริการและมู้ดแอนด์โทนที่มีความอบอุ่น ซึ่งเป็นหัวใจหลัก ซึ่งไม่ว่าสาขาไหนก็จะยังคงสิ่งนี้ไว้เหมือนกัน

เวลาล่วงเลยมาประจวบกับเวลาของมื้อสายที่ชวนให้ท้องร้อง ก่อนที่บทสนทนาในวันนี้จะจบลง เราขอให้คุณนัทแนะนำเมนูยอดนิยมที่ห้ามพลาดของที่นี่ รวมถึงเมนูใหม่ประจำสาขาใหม่ซึ่งพร้อมให้ทุกคนไปลองชิมกันแล้ว มีครบทั้งของคาว ของหวาน และเครื่องดื่ม 

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าที่นี่คือร้านอาหารเช้าในมื้อสายที่เราทุกคนคู่ควร และเมื่อไหร่ที่นึกถึง Brunch ในสไตล์ออสเตรเลียน Toby’s ก็คงจะครองใจใครหลาย ๆ คนไปอีกนาน

Toby's คาเฟ่ที่โดดเด่นด้วยการนำเสนอ Brunch Culture ในสไตล์ออสเตรเลียน

เมนูแนะนำ

Toby's คาเฟ่ที่โดดเด่นด้วยการนำเสนอ Brunch Culture ในสไตล์ออสเตรเลียน

Linguine shellfish Bisque

จานพาสต้าใหม่เอี่ยมที่อยู่ในหน้า Special Menu ซึ่งรสชาติก็สเปเชียลสมชื่อ เส้นลิงกวินีผัดกับ Shellfish Bisque มะเขือเทศ และสมุนไพรจนหอมมัน ประดับด้วยกุ้งกุลาดำตัวใหญ่เต็มคำ

สนทนากับ นัท-ณัฐวุฒิ แสงมณี จากร้าน Toby’s ร้านที่ชาว Brunch ทั้งขาจรและขาประจำไม่ควรพลาด

Breakfast Board

เมนูยอดนิยมอันดับหนึ่งของร้านเป็นไข่ 2 ฟองที่เรารีเควสให้ทำในรูปแบบใดก็ได้ เสิร์ฟพร้อม Smoked Ham, Cured Salmon, Avocado, Sourdough, Tomato Salsa และ Greens เป็นจานที่จะได้ลิ้มรสความหลากหลายของวัตถุดิบในปริมาณที่ทาน 2 คนยังอิ่ม

สนทนากับ นัท-ณัฐวุฒิ แสงมณี จากร้าน Toby’s ร้านที่ชาว Brunch ทั้งขาจรและขาประจำไม่ควรพลาด

Pear Flair

เมนูเครื่องดื่มที่รวมตัวจาก Pear, Pineapple, Apple และ Mint ออกมาเป็นเครื่องดื่มสีเขียวแสนสดชื่น ด้วยความเปรี้ยวอมหวานจากผลไม้และกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของมินต์ ดื่มคู่กับอาหารจานโปรดยิ่งช่วยเสริมรสชาติกันได้เป็นอย่างดี

สนทนากับ นัท-ณัฐวุฒิ แสงมณี จากร้าน Toby’s ร้านที่ชาว Brunch ทั้งขาจรและขาประจำไม่ควรพลาด

Pain Perdu

เมนูของหวานจานใหม่ที่ผสานขนมปังที่ปิ้งจนกรอบ รวมกับ Salted Caramel เต็มแผ่น Pina Colada Ice Cream ที่อบอวลด้วยกลิ่นรัม และประดับด้วย Honeycomb Toffee ได้ทั้งความหวานและกลิ่นไหม้จาง ๆ พอให้ได้รสสัมผัสแปลกใหม่

Toby’s

ที่ตั้ง :

สาขาสุขุมวิท 38 : 75 ซอยสุขุมวิท 38 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

สาขาศาลาแดง : 14/1 ซอยสาทร 2 แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

สาขาโนเบิล เพลินจิต : Noble Phloenchit ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

Facebook : Toby’s Bangkok

Instagram : tobysbkk

Writer

Avatar

วิมพ์วิภา ค้ำจุนวงศ์สกุล

เด็กนิเทศผู้หลงรักของหวาน การเล่าเรื่อง และตั้งใจจะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ในทุกวัน

Photographer

Avatar

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Cafe Culture

คาเฟ่แนวคิดดี แตกต่าง และสร้างแรงบันดาลใจ

เมื่อก่อนเราเข้าคาเฟ่ไปนั่งดื่มกาแฟโดยไม่ต้องรู้ว่าเมล็ดที่ดื่มมาจากไหน ผิดกับเดี๋ยวนี้ เมื่อเดินเข้าไปสั่งกาแฟในร้านจะพบว่ามีทางเลือกมากมาย ทั้งเมล็ดเมืองนอกมีชื่อแหล่งปลูกแปลกๆ (ที่เหมือนได้ยินเป็นครั้งแรกตลอดเวลา) เมล็ดกาแฟของไทยก็เช่นกัน ตอนนี้หลายร้านกำลังสนใจที่จะนำเสนอเมล็ดของไทย เวลานึกถึงร้านกาแฟที่พูดถึงกาแฟไทยร้านแรกๆ คือร้าน Coffeas ของเบย์-ณิสาคร สินสวัสดิ์ ในโครงการ Green Connect ซอยสุขุมวิท 31

coffeas coffeas

Coffeas เพิ่งย้ายมาอยู่ตรงที่ปัจจุบันได้ไม่นาน จากเดิมที่เปิดเป็นโรงคั่ว โรงเรียนสอนพื้นฐานหลายๆ อย่างเกี่ยวกับกาแฟบนชั้นสองในโครงการเดียวกัน เพราะไม่ได้เปิดเป็นหน้าร้านจริงจังจึงไม่ได้มีเวลาเปิด-ปิดที่ชัดเจน ผมเคยมีโอกาสแวะเวียนเพื่อจะมาชิมกาแฟหลายครั้ง แต่ได้กินจริงๆ แค่ครั้งเดียวเท่านั้น เมื่อย้ายลงมามีพื้นที่กว้างกว่าเดิม ทำทุกอย่างเหมือนเดิม และที่น่าดีใจคือมีเวลาเปิด-ปิดที่ชัดเจนแล้ว

ร้านใหม่ดูกว้างขึ้นและใช้ของตกแต่งหลายอย่างเป็นของพื้นบ้านไทยๆ ที่เราคุ้นเคยอย่างเสื่อสาน โตกหวาย หรือปลอกหมอนผ้าทอลาย ช่วยสื่อสารความเป็นบรรยากาศของร้านกาแฟที่ส่งเสริมกาแฟไทยเพิ่มขึ้น

coffeas

ถึงก่อนหน้านี้ผมจะไม่ได้เข้าไปดื่มกาแฟร้านนี้บ่อยๆ แต่ก็ได้ชิมกาแฟจากร้าน Sweet Pista ร้านอาหารและขนมหวานเพื่อนบ้านในโครงการเดียวกัน ซึ่งใช้กาแฟที่เบย์เป็นคนคั่วให้ กาแฟนั้นคั่วจากโจทย์ที่ต้องเป็นกาแฟซึึ่งเข้ากับขนมในร้าน บอกตามตรงว่าผมก็จำรสกาแฟที่ดื่มกับขนมในวันนั้นไม่ได้แล้ว รู้แค่มันเข้ากัน แต่การคั่วกาแฟจากโจทย์ของเบย์ ถือเป็นสิ่งที่น่าสนใจสำหรับผมที่ยังคงจำได้ดี

ผมได้นั่งคุยกับเบย์ สิ่งหนึ่งที่ได้ฟังและรู้สึกชอบทันทีคือการเปรียบเทียบระหว่างกาแฟกับอาหาร ที่มักจะมีความสัมพันธ์ที่เหมาะสมกับคนในแต่ละพื้นที่อยู่แล้ว “กาแฟไทยมีคาแรกเตอร์ คือไม่หวือหวา ไม่ซับซ้อน บอดี้ดี หวาน มีรสคล้ายช็อกโกแลต เหมาะกับคนเอเชียหรือคนไทยเองนี่แหละ กินได้เรื่อยๆ ไม่ต่างกันกับอาหารในบ้านเราที่เรากินได้ทุกวัน ให้เรากินอาหารฝรั่งทุกวันก็ไม่ไหว เหมือนกินกาแฟ specialty ของฝรั่ง เกรดดีๆ เราก็ไม่ได้กินกันได้ทุกวัน กินเพื่อให้รู้

coffeas

“กาแฟ specialty ที่เค้าพูดๆ กันมันคือเมล็ดเขียวก่อนคั่ว แต่กาแฟจะออกเป็นแบบไหน มันอยู่ที่ว่าคนคั่วจะพรีเซนต์ออกมายังไง เหมือนมีไข่ดีๆ ฟองนึง แต่จะเอามาทำไข่ดาวมันก็ขึ้นอยู่กับอีกหลายอย่าง ทั้งคนดาวไข่ กระทะแบบไหน ไฟแค่ไหน รวมไปถึงคนก็สำคัญ ไม่ใช่ว่าทุกคนจะชอบกินไข่ไม่สุก คนชอบกินไข่กรอบๆ ก็มี เมล็ดกาแฟดีมันเลยขึ้นกับหลายอย่าง ไม่ว่าจะต้องปลูกดี รักษาดี โพรเซสดี เก็บดี คั่วดี ชงดี” เบย์กล่าว

เปิดร้านนี้เพราะอยากพรีเซนต์สิ่งที่มีอยู่ให้คนเห็นว่ามีคุณภาพที่ดีพอ ความตั้งใจแต่แรกของเบย์คือต้องการทำให้กาแฟที่ปลูกในไทยจริงๆ มีคุณภาพที่ดีกว่าเดิม ในช่วงแรกที่สนใจเรื่องกาแฟ เบย์เดินทางเพื่อไปศึกษาว่าชาวสวนกาแฟทำงานกันอย่างไร จนพบปัญหาว่าชาวสวนไม่ได้มีวิธีการเก็บที่ดี และยังใช้วิธีรวมกาแฟทั้งดีและไม่ดีรวมๆ กันเพื่อขายออกในราคาที่ตลาดรับซื้อ

coffeas

coffeas

“ในหนึ่งต้นคุณไม่สามารถทำให้เมล็ดมันคุณภาพดีทุกเมล็ดได้ เพราะมันเป็นพืช ถ้าเราทำงานกับชาวสวน บอกให้เขารู้จักเลือกเก็บกาแฟ และเข้าใจว่าการมีกาแฟคุณภาพดีหนึ่งล็อตต่อปี มันสามารถต่อรองราคาที่ดีขึ้นได้”

เบย์ทำงานกับสวนกาแฟแค่ไม่กี่เจ้ามาตั้งแต่ต้น ให้คำปรึกษาว่าควรจะเก็บและคัดเลือกกาแฟอย่างไร ควรจะโพรเซสกาแฟเองเพื่อให้ได้คุณภาพที่ดีที่สุดก่อนจะนำออกไปขาย แต่การทำงานกับชาวสวนก็ไม่ใช่เรื่องง่าย กว่าจะเปลี่ยนให้ชาวสวนทำในสิ่งที่เสนอก็ใช้เวลาหลายปี เบย์จะรับซื้อกาแฟล็อตที่ดีที่สุดของไร่ในราคาที่สูงมากกว่าปกติ แต่ก็ยังพอมีกำไรอยู่บ้างไม่ให้ตัวเองเดือดร้อน ส่วนกาแฟเกรดรองลงมาก็ให้ชาวสวนขายสู่ตลาดอื่นตามปกติ และที่สำคัญ กาแฟที่เบย์ทำงานร่วมกับชาวสวนจะส่งไป certify ทุกตัว เพื่อยืนยันว่าสิ่งที่คิด สิ่งที่ทำ มันถูกต้องแล้ว

coffeas

กาแฟที่ใช้ในร้านเป็นกาแฟที่เรียกว่า single estate คือมาจากสวนใดสวนหนึ่งโดยเฉพาะ ทำให้กาแฟมีคาแรกเตอร์ที่ชัดเจน สวนที่เบย์รับมาก็เป็น “กาแฟใต้ป่า” ที่ปลูกใต้ร่มไม้ในป่าสน ที่ค่อนข้างโปร่ง เพราะป่าแต่ละแบบก็มีผลต่อการเจริญเติบโตของกาแฟ ถ้าป่าทึบเกินไปกาแฟก็จะไม่สังเคราะห์แสง ทำให้ลูกมันไม่ออก เรื่องพวกนี้ชาวสวนก็ได้เรียนรู้เรื่องการสร้างคุณค่าให้กาแฟในไร่ตัวเองไปด้วย และภาพรวมของคุณภาพกาแฟในสวนก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ด้วย กาแฟไทยไม่ได้มีความซับซ้อนเหมือนกาแฟจากอเมริกาใต้หรือแหล่งอื่นๆ แต่ Coffeas จะใช้ระดับการคั่วที่ต่างกันเพื่อให้เกิดความแตกต่างของคาแรกเตอร์ตามจุดประสงค์ของการนำกาแฟไปใช้ เบย์จะชงกาแฟโดยคำนึงถึงคนดื่มเป็นหลัก ถ้ากินกับขนมก็อยากให้กินกาแฟที่มีรสออกไปทางขมมากกว่าเปรี้ยว เพราะมันจะทำให้รสชาติตีกัน บางคนตื่นมาก็ไม่ได้อยากกินกาแฟที่มีรสเปรี้ยวสักเท่าไหร่ อยากกินกาแฟเข้มๆ หอมๆ มากกว่า

ฟังที่มาของกาแฟผ่านกระบวนการต่างๆ จนได้กาแฟที่มาใช้ในร้านอย่างตั้งใจแล้วก็รู้สึกได้ถึงคุณภาพของกาแฟที่กำลังดื่ม ถึงเมนูในร้านจะเป็นเมนูกาแฟคลาสสิกเอสเพรสโซและแบบดริป แต่เมนูที่ผมเองชอบเป็นพิเศษ และอยากแนะนำสองเมนูคือ Coffee Jelly with Cream Kahlua วุ้นกาแฟที่ราดด้านบนด้วย Kahlua Milk เหล้าหวานกลิ่นกาแฟ อีกเมนูหนึ่งคือ Ristretto Pulled Over Homemade Almond Milk with Ice ที่เบย์บอกว่าเป็นนมอัลมอนด์ที่เพื่อนทำ ใช้อัลมอนด์จำนวนมากมาสกัดจนได้นมปริมาณนิดเดียวแต่เข้มข้นมาก ราดด้วยกาแฟเอสเพรสโซเข้มข้น รสชาติมันๆ เข้มๆ อร่อยเลยครับ

coffeas

coffeas

Coffeas

โครงการ Green Connect สุขุมวิท 31
เปิด-ปิด 11.00 – 17.00 น. (ปิดวันอาทิตย์)
FB | Coffeas

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load