The Cloud ไปเยี่ยมบ้านของ ธีรนพ หวังศิลปคุณ กราฟิกดีไซเนอร์เจ้าของ TNOP™ DESIGN เมื่อประมาณหนึ่งเดือนก่อน บทสนทนาว่าด้วยเรื่องบ้านลามไปถึงงานอดิเรกของเขาที่ว่ากันตามตรงก็ไม่ใช่งานอดิเรกเสียทีเดียว แต่เป็นความบังเอิญที่กลายมาเป็นนิสัยที่ยังติดตัวมาถึงวันนี้

สติกเกอร์สะสมของธีรนพแห่ง TNOP™ DESIGN ตั้งแต่ฉลากบนผลไม้จนถึงป้ายบนวิดีโอหนังโป๊

เขาสะสมสติกเกอร์

สติกเกอร์ในที่นี้ไม่ใช่แค่สติกเกอร์แบรนด์สตรีทเท่ๆ ที่เราเห็นบนฝาแล็ปท็อป แต่เป็นสติกเกอร์ที่เราเห็นในชีวิตประจำวันทั่วไปบนผลไม้ กล่องไปรษณีย์ ฉลากขวดน้ำ ไปจนถึงเลเบล X-Rated หรือ 18+ บนวิดีโอหนังโป๊ ทั้งหมดเดินทางมาจากหลายๆ ประเทศทั่วโลก แปะอยู่ในสมุดสเก็ตช์หลายขนาดจำนวนมากกว่า 20 เล่ม 

สติกเกอร์สะสมของธีรนพแห่ง TNOP™ DESIGN ตั้งแต่ฉลากบนผลไม้จนถึงป้ายบนวิดีโอหนังโป๊

ในฐานะดีไซเนอร์ นี่เป็นแหล่งศึกษาเรื่องดีไซน์ชั้นยอด 

ในฐานะคนคนหนึ่ง มันคือการฝึกสมาธิชั้นเยี่ยม

เขาหยิบสมุดสเก็ตช์ขึ้นมาเล่มหนึ่งแล้วเริ่มย้อนเวลากลับไปใน ค.ศ. 2006 

Chicago 2006

สมัยอยู่ชิคาโก บ้านของธีรนพอยู่ใกล้ The Art Institute of Chicago พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่รวบรวมคอลเลกชันไว้มากมาย ตั้งแต่ศิลปะรูปแบบอิมเพรสชันนิสม์ (Impressionism) จนถึงเอ็กซ์เพรสชันนิสม์ (Expressionism) เป็นที่เก็บงานภาพวาดหุ่นนิ่งของศิลปินระดับโลกชื่อดังอย่างปอล เซซาน (Paul Cézanne) และอ็องรี มาติส (Henri Matisse) ทำให้นักเรียนศิลปะอย่างธีรนพอยากกลับมาวาดภาพสีน้ำมันอีกครั้งหนึ่ง โดยเริ่มจากของใกล้ตัว เช่น ผลไม้ เป็นอย่างแรก

“พอจะกลับมาเพนต์ก็ต้องไปเลือกผลไม้สวยๆ ที่ซูเปอร์มาร์เก็ต แล้วบ้านอยู่ใกล้ซูเปอร์มาร์เก็ต เราจึงรู้ว่ารถขนส่งจะเอาผลไม้ที่สวยที่สุด สดที่สุด มาลงตอนไหน เราไปตอนเที่ยงคืนเพื่อเลือกลูกดีๆ มาเลย พอได้แล้วก็มาจัดวางเพื่อเพนต์ ทีนี้ผลไม้มันจะมีสติกเกอร์แปะอยู่บนแต่ละลูก ตอนแรกเราก็แกะแล้วติดไว้ตามพื้นห้อง เพนต์ไปเพนต์มาก็ เอ๊ะ แล้วสติกเกอร์พวกนี้เอายังไงดีวะ ก็เลยติดรวมๆ กันบนสมุดสเก็ตช์ 

“พอเวลาผ่านไปก็เริ่มมีสติกเกอร์เยอะขึ้น เราเลยสเก็ตช์ผลไม้เป็นซีรีส์โดยใช้มาร์กเกอร์ ซึ่งมันต้องอาศัยความไว เพราะหมึกจะแห้ง เราทำซีรีส์นี้นอกเหนือจากที่เพนต์สีน้ำมัน เสร็จแล้วก็เอาสติกเกอร์ที่มีพร้อมผลไม้ลูกนั้นแปะกลับเข้าไป กลายเป็นภาพเพนต์ผลไม้ที่มีสติกเกอร์ติดอยู่ด้วย”

ภาพสเก็ตช์ผลไม้ของเขาน่าประทับใจ มองดูดีๆ มีเทกซ์เจอร์เหมือนพื้นผิวผลไม้จริงๆ ไม่มีผิด อย่างภาพลูกกีวี่มีลักษณะเป็นขนๆ ซึ่งเกิดจากการใช้น้ำให้กระดาษเป็นขุยก่อนแล้วค่อยลงสี

Stickers

สติกเกอร์ผลไม้ที่เห็นในบ้านเราส่วนมากเป็นโลโก้แบรนด์ไม่ก็ชื่อไร่หรือฟาร์ม แต่ในสหรัฐฯ การใช้งานของสติกเกอร์แตกต่างกันออกไป ตามกฎหมายอเมริกา ผลไม้จะต้องมีตัวเลขบอกหมวดหมู่กำกับไว้ เช่น เลข 4 คือผลไม้ที่ปลูกแบบอุตสาหกรรม ใช้ยาฆ่าแมลง และเลข 9 คือผลไม้ออร์แกนิกแบบที่ปลูกให้สุกเองแล้วค่อยเก็บ ผลจะเบี้ยวๆ ไม่ได้สวยมาก และมีราคาแพงกว่า

“หรือตอนไปอิตาลีก็เหมือนกัน เพื่อนบอกว่าเนื้อที่ขายในซูเปอร์มาร์เก็ตจะมีรหัสบอกเลยว่ามาจากวัวตัวไหน อยู่ที่ฟาร์มอะไร เราก็เลยลอกเก็บเอาไว้ เพราะถ้าเรากินแล้วเป็นอะไร จะได้มีเลเบลอันนี้บอกว่ากินอะไรมา แต่ปัญหาคือสีบนสติกเกอร์ลอกไวมาก ยิ่งของยุโรปยิ่งไปไวเลยเพราะเขาทำไว้สำหรับใช้ระยะสั้น มันเลยกลายเป็นปัญหาของคนที่สะสมสติกเกอร์พวกนี้ ซึ่งอาจจะมีคนเดียวในโลกมั้ง ที่รู้สึกว่าพอเก็บไปแล้ว ข้อมูลหมึกพิมพ์มันหาย โดยเฉพาะฉลากของอาหารมันจะอยู่ได้ไม่นาน”

ธีรนพสารภาพว่า ตอนแรกไม่เคยมองว่าสติกเกอร์เหล่านี้สวยเลย แต่พอเจออันแรกที่สวย ในฐานะกราฟิกดีไซเนอร์ที่ชอบสื่อสารก็ตั้งคำถามว่า ทำไมเขาถึงสามารถทำกราฟิกสวยๆ บนพื้นที่สติกเกอร์เล็กๆ อย่างนี้

“เราชอบทำโลโก้อยู่แล้ว เลยสนใจมันเป็นพิเศษ ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดว่ามันสำคัญอะไร แต่พอเริ่มมีเยอะขึ้น ได้เห็นอันที่สวยขึ้น ดีไซน์เริ่มเล่นสนุกขึ้น บางทีมีรูปการ์ตูนบนผลไม้ที่ขายเด็ก อย่างบนกล้วยที่พ่อแม่จะซื้อให้ลูกกิน บางแบรนด์ไปคอลแลบกับการ์ตูนดิสนีย์ สติกเกอร์แต่ละอันก็การ์ตูนไม่เหมือนกัน เวลาไปซูเปอร์ฯ เด็กจะวิ่งไปหยิบก่อนเลย ไว้หลอกล่อเด็ก หรือช่วงเทศกาลก็จะมีเป็นคำอวยพร เพราะคนมักซื้อผลไม้ไปให้เป็นของขวัญ เลือกคำอวยพรได้ด้วย คนก็เริ่มเห็นความสำคัญของสติกเกอร์มากขึ้น”

สติกเกอร์สะสมของธีรนพแห่ง TNOP™ DESIGN ตั้งแต่ฉลากบนผลไม้จนถึงป้ายบนวิดีโอหนังโป๊
สติกเกอร์สะสมของธีรนพแห่ง TNOP™ DESIGN ตั้งแต่ฉลากบนผลไม้จนถึงป้ายบนวิดีโอหนังโป๊

Collector

“เราเลือกอันสวยๆ มาเก็บ บางอันไม่ได้สวยมาก แต่เราเก็บเพราะอยากจำว่าเราเอามาจากไหน หลังๆ กลายเป็นว่าที่ไหนก็ได้ ดีไซน์ไหนก็ได้ ขอให้มันมาติดสมุดให้เต็มสักที”

เขาหัวเราะพลางเปิดสมุดสเก็ตช์เล่มถัดไปที่เก็บสติกเกอร์ไว้จนพอง โดยแต่ละหน้าแบ่งเป็นสีๆ ไล่จากสีแดง สีน้ำเงิน สีเหลือง สีเขียว ไปจนถึงสีแปลกๆ อย่างสีม่วง

“ยุคหนึ่งเราเริ่มจัดระเบียบสติกเกอร์ เริ่มเห็นว่ามันมีกลุ่มของสีอยู่ สีเหลือง สีน้ำเงิน สีแดง ก็เลยจัดกลุ่มให้มันเข้ากัน เราสะสมจนพอรู้ว่าสติกเกอร์ในตลาดขาดสีอะไรไปบ้าง สีแดง สีน้ำเงิน สีเขียว สีเหลือง จะเยอะมาก แดงนี่มีตั้งหลายหน้า แต่พวกสีส้ม สีม่วง สีน้ำตาล หน้าจะว่างมากเลย มันเลยทำให้เราตั้งคำถามจากการที่สติกเกอร์ในตลาดส่วนใหญ่มีแค่สี่สี สีชมพูก็ไม่ค่อยมี สีทองก็น้อยมาก บางทีคนนึกว่าสีทองต้องพรีเมี่ยม แล้วโปรดักต์ผลไม้มันอาจจะไม่ได้พรีเมี่ยมขนาดนั้นมั้ง หรือรูปทรงที่ปกติจะเห็นแต่วงรี เราก็สงสัยว่าทำไมไม่มีสติกเกอร์สามเหลี่ยมบ้าง พิมพ์ยากเหรอ ยังเป็นคำถามอยู่ว่าทำไมยังไม่ได้สติกเกอร์สามเหลี่ยม กลมกับวงรีจะมีเยอะ สี่เหลี่ยมก็ไม่ค่อยมี ทั้งๆ ที่ผลิตง่ายเลย”

สติกเกอร์สะสมของธีรนพแห่ง TNOP™ DESIGN ตั้งแต่ฉลากบนผลไม้จนถึงป้ายบนวิดีโอหนังโป๊
สติกเกอร์สะสมของธีรนพแห่ง TNOP™ DESIGN ตั้งแต่ฉลากบนผลไม้จนถึงป้ายบนวิดีโอหนังโป๊

สติกเกอร์ที่แกะอยากที่สุดสำหรับเขาคือ อากรสรรพสามิตบนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ถ้านึกไม่ออก มันคือสติกเกอร์แผ่นยาวๆ ที่ปิดคาดฝาขวดที่เราฉีกทิ้งทุกครั้ง

“มันเป็นกาวที่โหดที่สุด แกะนานมาก วิธีการแกะของเราเลยเริ่มแอดวานซ์ขึ้นจนลอกสติกเกอร์อะไรก็ได้ง่ายๆ เลย ถ้าลอกแล้วมันไม่ออกก็ต้องเอาน้ำมาฉีดให้มันเปียกๆ ให้มันละลายก่อน แล้วนั่งรอ ถ้าดึงตอนนั้นจะยุ่ย หรืออาจจะต้องใช้คัตเตอร์ช่วย บางทีต้องกลั้นหายใจด้วยนะ”

“เหมือนเวลาซื้อหนังสือแล้วร้านติดราคาไว้บนปกใช่ไหม” – เราถาม

“ใช่ อีกอันหนึ่งที่แกะยาก แต่อาจจะไม่ใช่สติกเกอร์เสียทีเดียวคือ Wristband คอนเสิร์ต นี่คือความภาคภูมิใจเลยนะ การที่เราแกะได้โดยรอยต่อของมันไม่ขาดเลย มันเหนียวมาก ไม่งั้นคนจะโกงได้ แต่ก็มีหลายอันที่แกะไม่ได้ ต้องตัดใจตัด” 

สติกเกอร์สะสมของธีรนพแห่ง TNOP™ DESIGN ตั้งแต่ฉลากบนผลไม้จนถึงป้ายบนวิดีโอหนังโป๊

Projects

จากการสะสมแค่สติกเกอร์ติดผลไม้กลายเป็นสติกเกอร์ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นป้ายราคา สติกเกอร์คำแนะนำในกล่องเฟอร์นิเจอร์ IKEA ป้ายลดราคา 50 เปอร์เซ็นต์ ฉลากซิการ์ ฉลากยี่ห้อบนขวดเบียร์ กระปุกแยม สติกเกอร์บนกล่องพัสดุ เลเบล X-Rated หรือ 18+ บนวิดีโอหนังโป๊ ลุกลามไปจนถึงการเก็บกระดาษห่อขนมสวยๆ หรือป้าย Tag เสื้อผ้าน่ารักๆ ที่ใช้เป็นแรงบันใจในการทำงานได้

“ตอนนี้กลายเป็นคนเก็บขยะไปแล้ว” เขาหัวเราะ

ไอเดียจากสติกเกอร์ผลไม้ต่อยอดไปเป็นหลายอย่าง ในฐานะอาจารย์ เขานำไปสร้างโปรเจกต์สนุกๆ ให้นักศึกษา ส่วนในฐานะกราฟิกดีไซเนอร์ ธีรนพนำไอเดียไปขายให้ลูกค้าทันทีที่กลับจากอเมริกามาเมืองไทย

“สติกเกอร์ต้องบอกว่าปลูกแบบไหน อาจจะมีชื่อประเทศให้รู้ว่ามาจากไหน บางอันจะบอกชื่อผลไม้ด้วย แต่ข้อมูลมันใส่ไม่ได้เยอะหรอก เราเคยเอาไปเป็นโจทย์ให้นักศึกษาทำ ให้ออกแบบสติกเกอร์ผลไม้ โดยให้เขาลองคิดใหม่ว่า ถ้าสติกเกอร์ผลไม้ไม่ได้บอกแค่ชื่อของแบรนด์หรือชนิดของผลไม้ มันบอกอะไรได้อีกบ้าง บางคนก็ใส่ประโยชน์ทางโภชนาการเข้าไป อย่างแอปเปิ้ลมีวิตามินอะไรบ้าง ก็ทำเป็น Pie Chart ให้เห็น

สติกเกอร์สะสมของธีรนพแห่ง TNOP™ DESIGN ตั้งแต่ฉลากบนผลไม้จนถึงป้ายบนวิดีโอหนังโป๊

“ตอนกลับจากอเมริกาใหม่ๆ เราเอาไอเดียจากการเก็บสติกเกอร์มาสร้างเป็นงาน ลูกค้าเป็นบริษัทขายกระดาษชื่อ Antalis เขาต้องการให้เราทำแคตตาล็อกที่รวมกระดาษสีทั้งหมด พอพูดถึงกระดาษสีเรานึกถึงสองอย่าง ไม่ดอกไม้ก็ผลไม้ที่มีสีสันเยอะๆ สุดท้ายเลือกผลไม้โดยใช้วิธีการเลือกผลไม้แทนการเลือกกระดาษ 

“เวลาเราดูผลไม้เราจะดูจากรูปลักษณ์ภายนอกก่อน ตามด้วยน้ำหนักซึ่งก็คือแกรมของกระดาษที่มีความหนาหลากหลาย หลังจากนั้นเราก็ฉีกเปลือกมัน แคตตาล็อกมีทั้งหมดสี่ห้าเล่ม โดยค่อยๆ เล่าเรื่องราวของกระดาษผ่านวิธีการเลือกผลไม้ เล่มสุดท้ายสรุปว่ากัดเข้าไปได้รสชาติอะไร อย่างโปสเตอร์นี่ก็อยู่ในคอลเลกชันนี้” เขาเดินลุกจากโต๊ะไปยังโปสเตอร์ขนาด A1 ในกรอบที่ติดไว้ตรงทางเข้าบ้าน

“สิ่งที่เราสะสมเลยกลายเป็นงานที่อย่างน้อยก็ยังมีประโยชน์ ใช้หาเงินได้” เขาพูดติดตลกก่อนจะเดินกลับมาที่โต๊ะเพื่อหาสติกเกอร์ในสมุดสเก็ตช์ที่ชอบต่อ

Habit to Ritual

ธีรนพคือนักออกแบบที่พกสมุดโน้ตติดตัวไปทุกที่ ไม่ว่าจะไปที่ไหน เจออะไร ครั้งหนึ่งเขาเคยไปทำงานที่อาบูดาบีหนึ่งเดือนเต็ม สมุดเล่มนั้นเต็มไปด้วยบันทึกเรื่องราวของเมืองหลวงแห่งนี้ แทรกด้วยสติกเกอร์และฉลากภาษาอาหรับ ที่เห็นชัดคือสติกเกอร์สายการบิน Emirates สีแดงสด

“เราไปเจออะไร เราไปกินอะไร การติดสติกเกอร์ไว้คือการบันทึกไปด้วย พอกลับมาดูเราก็ได้เห็นว่าตอนนั้นเราอยู่ที่ไหน ทำอะไร หน้านี้มีไซส์ M ติดไว้น่าจะไปซื้อเสื้อ หรืออันนี้เป็นยางมังคุด พอเราอยู่กับผลไม้บ่อยๆ ได้เจอมังคุดสดๆ ยางจะออกสีขาวๆ แต่พอแห้งจะกลายเป็นสีเหลืองขึ้นมาทันที เราเลยมีไอเดียว่าทำไมคนไม่ทำกาวที่มาจากยางผลไม้ มันออร์แกนิกมากๆ ล้างน้ำก็ออก แล้วก็เหนียวติดดีมากๆ”

การสะสมสติกเกอร์กลายเป็นการฝึกสมาธิ เป็นการกระทำที่มีรางวัลเป็นสติกเกอร์ที่ลอกออกมาแล้วไม่มีรอยขาด ไม่มีรอยยุ่ย 

สติกเกอร์สะสมของธีรนพแห่ง TNOP™ DESIGN ตั้งแต่ฉลากบนผลไม้จนถึงป้ายบนวิดีโอหนังโป๊

“มันน่าจะเป็น Ritual ไปแล้ว เราทำจนเป็นความเคยชิน แค่ลอกออกมาแล้วไม่ขาดเลย แค่นี้เราก็แฮปปี้แล้ว มันทำให้เราหยุดอยู่กับตัวเอง โฟกัสกับอะไรบางอย่างในช่วงสั้นๆ โดยไม่ต้องคิดอะไร พอเราทำบ่อยๆ เข้า วันหนึ่งมันก็กลายเป็นมีสติกเกอร์มาให้เราแกะทุกวัน เราก็ได้ใช้เวลานั้นค่อยๆ ลอก ค่อยๆ ลอก บางครั้งแค่หนึ่งนาทีเอง แต่เราได้ฝึกสมาธิ

“อย่างสติกเกอร์ผลไม้อาจจะไม่ได้ลอกยาก มันไม่ขาด แต่มันจะย้วย ไอ้พวกสติกเกอร์ราคาต่างหาก แล้วมันไม่ได้แค่สติกเกอร์เปล่าๆ มันมีรอยบาก เพราะเขาจะทำให้คนลอกไม่ได้ เขากลัวคนทุจริตเอาราคาหนึ่งมาติดอีกอันหนึ่ง อันนั้นคือท้าทายที่สุดแล้ว สี่บากห้าบาก ลอกยังไงก็ขาด แต่เราก็ลอกได้หมด” 

สติกเกอร์สะสมของธีรนพแห่ง TNOP™ DESIGN ตั้งแต่ฉลากบนผลไม้จนถึงป้ายบนวิดีโอหนังโป๊

ภายใต้น้ำเสียงรื่นหูและจังหวะพูดที่ไม่ช้าไม่เร็วจนเกินไป นักออกแบบคนนี้เคยเป็นคนใจร้อนมาก (มากแบบที่เขาต้องพูดลากเสียงยาว) เขาไม่ใช่คนมีระเบียบ แต่การสะสมสติกเกอร์ช่วยหล่อหลอมให้เขาเป็นคนรู้จักวางแผน จัดการ แล้วยังเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ในการคิดงานของตัวเอง 

“บางทีเราคิดงานแล้วคิดเยอะเกินไป พอสะสมมาเยอะๆ เวลาเจอสติกเกอร์อันหนึ่ง แล้วต้องพยายามนึกว่าหน้าสมุดตรงไหนที่ว่าง ก็แปะไปเลยโดยไม่ต้องคิดมาก มันช่วยให้เรามีความกล้ามากขึ้น หรือรู้จักพลิกแพลงมากขึ้น อย่างสติกเกอร์บางอันไม่ได้สวยอะไรเลย แต่พอเอามาติดเป็นแถบมันกลับสวย มันสร้างอะไรได้ เริ่มครีเอทีฟ มีการพับปลายให้ดึงได้” 

สติกเกอร์สะสมของธีรนพแห่ง TNOP™ DESIGN ตั้งแต่ฉลากบนผลไม้จนถึงป้ายบนวิดีโอหนังโป๊

Top 5

เราขอให้เขาเลือกสติกเกอร์ที่ชอบจำนวนหนึ่ง แต่เพราะเขาติดกระจายลงสมุดเป็นสิบๆ เล่ม กว่าจะเจอชิ้นที่ชอบจริงๆ สักอันก็ใช้เวลาพอสมควร สติกเกอร์แบบที่ธีรนพชอบ คืออันที่สื่อสารตรงๆ ง่ายๆ สีที่สะดุดตา เห็นได้ในระยะไกล ในสเกลเล็กเท่านี้ เลยยกตัวอย่างมาได้แค่ 5 ชิ้นที่มีความหมายกับเขาจริงๆ

01 สติกเกอร์ที่มีแต่คำ

“มันจะมีสติกเกอร์ที่มีแต่คำเฉยๆ บางทีมันจะมีคำแปลกๆ ไม่มีดีไซน์อื่นๆ เลย ฟอร์มกราฟิกจะน้อย เช่น คำว่า Fresh คำว่า Paid คำว่า Organic หรือ Urgent ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสีสะท้อนแสง ตอนที่เห็นครั้งแรกจะเห็นมาแต่ไกลเลย เป็นอะไรที่โดดเด่น ไว เตะตา ง่ายๆ ด้วยความที่เราทำงานกราฟิก เราเลยชอบซีรีส์สติกเกอร์ที่เป็นคำสั้นๆ ไม่ต้องเยอะ เป็นฟอร์มที่ลงตัวมากๆ ทั้งฟอนต์ ทั้งไซส์ ถ้ามีหลายบรรทัด สเปซระหว่างบรรทัดก็แบ่งสวยและเข้าใจได้เลย” 

สติกเกอร์สะสมของธีรนพแห่ง TNOP™ DESIGN ตั้งแต่ฉลากบนผลไม้จนถึงป้ายบนวิดีโอหนังโป๊

02 สติกเกอร์ไปรษณีย์

“ปกติเป็นคนชอบท่องเที่ยวต่างประเทศ ถ้าเราไม่ได้เริ่มสะสมสติกเกอร์ เราจะไม่เห็นภาษาต่างประเทศในคำคำ เดียวที่แปลเป็นยี่สิบสามสิบภาษา อย่างสติกเกอร์ Air Mail หรือ Piority ที่ดูแล้วก็รู้แหละว่ามันคือสติกเกอร์อะไร เพราะมันมีเทมเพลตที่เป็นสากล แต่ในแต่ละประเทศ ภาษาก็เปลี่ยนไป”

03 สติกเกอร์ที่มีกราฟิกผลไม้สไตล์เรโทร

“เราชอบสติกเกอร์ที่มีดีไซน์เรโทรหน่อยๆ อย่างอันนี้น่าจะได้มาจากอิตาลี รู้สึกจะเป็นสติกเกอร์ของส้ม สวยมาก เราไม่เคยเห็นกราฟิกส้มที่ข้างในมีการแบ่งเลเยอร์ ให้เห็นเส้นใย เห็นเท็กเจอร์ เห็นผิว ในเชิงกราฟิกมันน่าสนใจ ดึงดูดดี บางทีเราจะเจอสติกเกอร์สไตล์ยุค 50 60 ที่ดีไซน์น่ารักดี เก๋ แล้วเราชอบทำโลโก้อยู่แล้ว อะไรที่เป็นฟอร์มกราฟิกน้อยๆ จะเป็นไอเดียในการทำงาน อย่างสติกเกอร์ส้มอันนี้ก็เอามาเป็น Inspiration ทำงานของตัวเองต่อ ปรับสีให้โมเดิร์นขึ้น”

สติกเกอร์สะสมของธีรนพแห่ง TNOP™ DESIGN ตั้งแต่ฉลากบนผลไม้จนถึงป้ายบนวิดีโอหนังโป๊

04 สติกเกอร์ของพ่อ

“แต่ก่อนตอนอยู่อเมริกาจะกลับมาที่เมืองไทยปีละครั้ง พอคุณพ่อรู้ว่าสะสมสติกเกอร์ พ่อจะเก็บสติกเกอร์ที่เขาเจอไว้ให้ แล้วก็แปะบนถุงใสๆ เพราะเขาไม่รู้ว่าเราจะเอาไปติดอะไรต่อ ติดเรียงๆ เหมือนเป็นแฟ้ม ทุกครั้งที่เรากลับมาบ้านจะมีแบบนี้เกือบสิบอันเลย แล้วถึงค่อยเอามาติดในสมุดของเรา มีทั้งจากเมืองจีนเมืองไทย ได้มาจะรู้เลยว่าเขากินอะไรไปบ้าง”

สติกเกอร์สะสมของธีรนพแห่ง TNOP™ DESIGN ตั้งแต่ฉลากบนผลไม้จนถึงป้ายบนวิดีโอหนังโป๊

05 สติกเกอร์มะม่วงแรด

“ในไทยส่วนใหญ่เห็นมีแต่ส้มที่จะมีสติกเกอร์ติด แต่เราเจออันนี้ที่บิ๊กซี ติดมะม่วง ชอบมาก เห็นแล้วต้องเอาออกมาให้ได้เลย เขาติดสติกเกอร์เพื่อแยกประเภทมะม่วง แรด เขียวเสวย แก้ว น้ำดอกไม้ เพราะมะม่วงมันสีเขียวหมด รูปร่างคล้ายกัน บางทีคนแยกไม่ออกว่าพันธุ์อะไร เราชอบอะไรที่ง่ายๆ แบบนี้ มีแค่คำ แต่ถ้าเป็นเรา เราจะแก้ฟอนต์ให้มันแรดตามคำ เท่มาก เอาไปทำเสื้อยืดต่อได้เลย”

Bangkok 2020

14 ปีผ่านไป นับจากวันที่ธีรนพเดินเท้าไปยังซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้านที่ชิคาโกตอนเที่ยงคืน พิถีพิถันเลือกผลไม้ที่สวยที่สุด นำกลับมาสเก็ตช์ภาพ โดยแกะสติกเกอร์วงกลมที่ติดมาด้วยมาแปะไว้ตามพื้น เช้าวันที่เราเจอกัน เขาเพิ่งซื้อขนมปังหลายชิ้นจากร้าน Au Bon Pain สาขาหนึ่งในกรุงเทพฯ และลอกสติกเกอร์คำแนะนำการบริโภคที่แสนจะธรรมดา ติดไว้ในสมุดที่ดูยังไงก็รู้ว่าเป็นเล่มล่าสุด เพราะหน้าปกมีสติกเกอร์วงกลมหลากสีแบบที่เราได้รับตอนวัดไข้ก่อนเข้าสถานที่ต่างๆ แปะไว้

“ทุกวันนี้ก็ยังเก็บอยู่จนจะกลายเป็นโรคจิตแล้ว” เขาแซวตัวเองด้วยเสียงหัวเราะ

“ทุกครั้งที่เราเห็นสติกเกอร์ เราจะคันไม้คันมือต้องแกะ เลยกลายเป็นพฤติกรรมที่ติดตัวเราไปแล้ว บางทีไปซูเปอร์มาร์เก็ตแล้วไม่ได้ตั้งใจซื้อผลไม้ แต่อยากได้สติกเกอร์ เรายังแอบไปลอกเลย ครั้งหนึ่งมีพนักงานแอบมองว่าเราลอกสติกเกอร์ไปทำไม เราก็ลอกไปแล้วบอกว่า “ขอนะครับ” เขาก็งงๆ ไม่ได้ว่าอะไร พอลอกเสร็จก็แปะไว้บนเสื้อ เพราะเสื้อมันเป็นขนๆ พอกลับบ้านค่อยย้ายติดสมุด”

สติกเกอร์สะสมของธีรนพแห่ง TNOP™ DESIGN ตั้งแต่ฉลากบนผลไม้จนถึงป้ายบนวิดีโอหนังโป๊

น่าแปลกใจที่ดีไซเนอร์ที่หลงใหลสติกเกอร์ขนาดนี้ ยังไม่เคยออกแบบสติกเกอร์จริงๆ จังๆ สักที

“เคยคิดอยากจะออกแบบสติกเกอร์ผลไม้เหมือนกันนะ แต่เมืองไทยไม่มีระบบตัวเลข ไม่มีกฎหมายบังคับผู้ผลิตให้เปิดเผยข้อมูลวิธีการปลูก ถ้าเขาเอามาใช้จริงๆ ก็ต้องมีดีไซเนอร์มาออกแบบพวกนี้แหละ สติกเกอร์ที่เราเห็นในเมืองไทยจะเป็นชื่อของไร่ ชื่อของฟาร์มที่ปลูก เป็นโลโก้เท่านั้นเอง ซึ่งจะมีหรือไม่มีก็ได้ แต่มีก็จะได้บอกว่ามันมาจากไหน”

“หรือคุณต้องมีไร่ผลไม้ของตัวเอง” – เราถามติดตลก

เขาหัวเราะร่วน ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ บอกเพียงแค่ว่าถ้าใครมีไร่แล้วต้องการออกแบบสติกเกอร์ให้ติดต่อมาได้

“แล้วสติกเกอร์ 7-Eleven เก็บบ้างไหม” นั่นคือคำถามสุดท้าย

“เก็บไว้ก็ไม่ได้แลกดิ”

จริงของเขา

สติกเกอร์สะสมของธีรนพแห่ง TNOP™ DESIGN ตั้งแต่ฉลากบนผลไม้จนถึงป้ายบนวิดีโอหนังโป๊

Writer

Avatar

พิมพ์อร นทกุล

บัญชีบัณฑิตที่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

The Collector

คอลเลกชันความหลงใหลของนักสะสมนานาประเภท

คำว่า ‘หลงรัก’ อาจอธิบายความรู้สึกได้น้อยไป แต่ถ้า ‘หลงใหล’ คงพออธิบายได้ว่าทำไมคอนโดของ เอก-ทวีป ฤทธินภากร จึงได้ให้ความรู้สึกเหมือนพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อมที่มีคลังสมบัติอายุเฉลี่ยนับร้อยปีวางดาษดื่นขนาดนี้

เอก ทวีป ไม่ใช่แค่ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าลุนตยา แต่เขาคือนักสะสมผู้ใช้ความหลงใหลและเวลากว่า 20 ปี ทุ่มเทเก็บเกี่ยวทุกสิ่งอย่างเกี่ยวกับพม่า ตั้งใจร่ำเรียนตำราด้วยตัวเอง และถึงขั้นเรียนภาษาพม่านาน 3 ปี เพื่อให้อ่านหลักฐานที่พบได้เข้าใจ

วันนี้ ความชอบไม่ใช่สิ่งเดียวที่ทำให้เขาได้ต้อนรับแขกผู้สนใจมากถึง 5 คนในคราวเดียว แต่เพราะเอกเป็นทั้งภัณฑารักษ์ผู้รอบรู้ (สำหรับเรา) นักเรียนดีเด่นผู้ไม่เคยหยุดศึกษา และนักเล่าเรื่องที่เชื่อมโยงสิ่งของทุกชิ้นเข้าหากันด้วยประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม และชีวิตของเขา

'เอก-ทวีป ฤทธินภากร' จากผ้าลุนตยาสู่คลังภาพโบราณ 1,000 ใบและของสะสมพม่าอายุนับร้อยปี
'เอก-ทวีป ฤทธินภากร' จากผ้าลุนตยาสู่คลังภาพโบราณ 1,000 ใบและของสะสมพม่าอายุนับร้อยปี

เอกเติบโตมาในปี 1980 มีบ้านอยู่ที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ขับรถไปไม่เกินชั่วโมงก็จะข้ามพรมแดนสู่ดินแดนแห่งทองคำ เขาเล่าว่าตอนเด็กเคยได้ยินเสียงคนยิงกันดังไกลถึงอำเภอฝาง เมื่อถามผู้ใหญ่ก็ได้คำตอบว่าเป็นชาวไทใหญ่ ไม่ก็ชาวเขา 

นั่นคือภาพจำในยุคที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักประเทศพม่า นอกจากคำอธิบายว่าเป็น ‘เพื่อนบ้านที่ยากจนและมีปัญหาการเมือง’ เมื่อโตขึ้นเข้าระบบการศึกษา พม่าก็เปลี่ยนเป็นคู่แค้นที่เผากรุงศรีอยุธยาและขนทองกลับไป

ไม่ผิดที่มีการถ่ายทอดให้คนจดจำเช่นนั้น เพราะเป็นเรื่องของการเล่าประวัติศาสตร์ในยุคหนึ่ง แต่แท้จริงแล้วบ้านใกล้เรือนเคียงมีอะไรให้ศึกษาและทำความเข้าใจมากกว่านั้น ใครจะรู้ว่าครั้งหนึ่งพม่าเคยรุ่งเรืองเป็นเมืองท่าที่ไฮโซไม่ต่างจากสิงคโปร์ และผู้ดีเมืองไทยต้องเดินทางไปช้อปปิ้งถึงที่นั่น

'เอก-ทวีป ฤทธินภากร' จากผ้าลุนตยาสู่คลังภาพโบราณ 1,000 ใบและของสะสมพม่าอายุนับร้อยปี

“ผมจึงอยากแสดงให้คนเห็นมุมที่หลากหลายขึ้นจากสิ่งของที่สะสม โดยเริ่มศึกษาจากสิ่งที่เก็บ เพราะอยากรู้ว่าสิ่งที่มีคืออะไร มีที่มาอย่างไร ใครเป็นคนใช้ ทำไมต้องสีนี้ มีความเชื่ออะไรอยู่ในนั้น” เจ้าของห้องบอกต่อว่า ความเข้าใจน้อยและเข้าใจผิดที่เคยมีคือปมที่ทำให้เขาขวนขวายศึกษา

โดยทั้งหมดเริ่มจากเพียงความชอบใน ‘ผ้าลุนตยาอเชะ’ แต่เมื่ออ่านเอกสารมากเข้า กลับพบว่าข้อมูลยังไม่พอแก่ใจที่ต้องการ เขาจึงตีตั๋วลงพื้นที่ถึงโรงทอที่พม่าเพื่อทำการวิจัยขั้นปฐมภูมิ ขยันไปหาเหล่าช่างทอ 4 – 5 ครั้ง แม้จะพูดภาษาเขาไม่ได้ จนในที่สุดกำแพงแห่งความไม่ไว้ใจก็ถูกทลาย กลายเป็นความสัมพันธ์ที่ให้ทั้งมิตรภาพและความรู้

'เอก-ทวีป ฤทธินภากร' จากผ้าลุนตยาสู่คลังภาพโบราณ 1,000 ใบและของสะสมพม่าอายุนับร้อยปี
ช่วงปี 1980 – 1990 ผ้าลุนตยาอเชะเข้ามาในไทยผ่านทางแม่สายเป็นจำนวนมาก เพราะมีตลาดทางเชียงใหม่ที่ต้องการ
'เอก-ทวีป ฤทธินภากร' จากผ้าลุนตยาสู่คลังภาพโบราณ 1,000 ใบและของสะสมพม่าอายุนับร้อยปี

ลุน แปลว่า กระสวย ตยา (ตะ-ยา) แปลว่า หนึ่งร้อย รวมกัน ลุนตยา แปลว่า ร้อยกระสวย อเชะ (อะ-เชะ) แปลว่า เกาะเกี่ยว มาจากวิธีการทอผ้าที่ใช้กระสวยพุ่ง สีละกระสวย เมื่อพุ่งไปถึงจุดที่ต้องการจึงผูกปมเอาไว้ แล้วพุ่งกระสวยอันถัดไปต่อ หากผ้ามีสีมากก็ยิ่งใช้กระสวยเยอะ สมมติ เรากางผ้าออกมาดู มีลายที่ใช้สีแดงสลับกับสีเหลือง 40 ครั้ง แปลว่า มีกระสวยสีแดง 20 อัน และกระสวยสีเหลือง 20 อัน รวมเป็น 40 อัน แต่ผ้าจริงที่เราเห็นมีรายละเอียดเยอะกว่านั้น

เรามองผ้าลุนตยาอเชะทั้งเก่าและใหม่ที่เอกเปิดให้ดู นี่คืองานหัตถกรรมชั้นครูที่น่าภูมิใจของพม่า

“เส้นที่โค้งสวยแปลว่าคนทอเก่งมาก บางทีสีเดียวกันจะใช้กระสวยอันเดียวก็ได้ แต่คนทอต้องไขว้เส้นให้เป็น ไม่อย่างนั้นพันกันยุ่งเหยิง ระดับครูเก่ง ๆ ใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือน เป็นผ้าชั้นสูงจึงมีราคาแพงมาแต่โบราณ ปัจจุบันราคาหลายหมื่นต่อผืน”

เมื่อต้นทางถูกสงวนให้ใช้แค่ในราชสำนัก เหล่าช่างทอจึงได้รับการปูนบำเหน็จเสร็จสรรพ แต่เมื่อราชสำนักล่มสลาย มียุคหนึ่งที่ช่างทอต้องเผชิญปัญหา เพราะทำอาชีพอื่นไม่เป็น ขายเองก็ไม่เคยคิดเรื่องต้นทุนมาก่อน แต่หลังจากนั้นผ้าลุนตยากลายเป็นสินค้าไฮโซสำหรับคนที่อยากมีไว้ประดับบารมี ช่างทอจึงกลับมามีอาชีพอีกครั้ง

'เอก-ทวีป ฤทธินภากร' จากผ้าลุนตยาสู่คลังภาพโบราณ 1,000 ใบและของสะสมพม่าอายุนับร้อยปี
ผ้าลุนตยาอเชะอาจถูกตัดหลังเจ้าของเสียเพื่อทำเป็นผ้าห่อคัมภีร์ถวายวัด
'เอก-ทวีป ฤทธินภากร' จากผ้าลุนตยาสู่คลังภาพโบราณ 1,000 ใบและของสะสมพม่าอายุนับร้อยปี
เนื่องจากเป็นของแพง บางคนจึงมีเพียงผืนเดียวทั้งชีวิตเพื่อใช้ใส่ตอนออกเรือนหรือในพิธีสำคัญ ใช้ได้ทั้งชายและหญิง ไม่มีข้อจำกัดเรื่องเพศ สี และลาย

แม้จะได้ข้อมูลมากกว่าในตำรา แต่ชายคนนี้ยังไม่คลายความสงสัย เขาอยากรู้ว่าคนสมัยก่อนนุ่งห่มผ้ากันอย่างไรจึงไปหาภาพถ่ายโบราณมาชม เมื่อเจอแล้วก็อยากเห็นอีก กลายเป็นเก็บมาเรื่อย ๆ กว่า 1,000 ใบ ส่วนใหญ่ได้มาจากโลกออนไลน์ส่งตรงจากยุโรป ซึ่งบางทีมีปีและสถานที่เขียนด้วย

“ที่พม่ามีภาพน้อย เพราะสภาพอากาศไม่ดี รูปพังไปเยอะ ดังนั้น ที่เราเจอในประเทศจะถอยกลับไปแค่ยุค 30 – 50 แต่เก่ากว่านั้นจะไม่เจอ”

เอกเล่าว่าสมัยโบราณการถ่ายภาพเป็นเรื่องยาก ผู้ที่ถือกล้องจึงต้องเป็นช่างภาพผู้เชี่ยวชาญหาใช่มือสมัครเล่น โดยคอลเลกชันแรกที่เขาหยิบออกจากกล่องไม้มาให้ชมเป็นของช่างภาพชาวเยอรมันชื่อ Philip Adolphe Klier ถ่ายไว้ประมาณปี 1870 – 1890 

'เอก-ทวีป ฤทธินภากร' จากผ้าลุนตยาสู่คลังภาพโบราณ 1,000 ใบและของสะสมพม่าอายุนับร้อยปี

“ในยุคแรกเขาถ่ายเพราะเป็นของแปลก เพื่อนำรูปไปทำการค้า Klier จะนำฟิล์มกระจกที่ถ่ายภาพรวบรวมไว้เป็นคอลเลกชันของสตูดิโอตัวเอง เขามีที่มะละแหม่งก่อนย้ายไปย่างกุ้ง เวลามีนักท่องเที่ยวมาก็จะได้อัดภาพขายตามออเดอร์เป็นของที่ระลึก”

ชาวพม่ามีความหวาดกลัวกล้องถ่ายรูปไม่ต่างจากชาวไทยโบราณที่กลัวถ่ายแล้ววิญญาณหลุดออกจากร่าง ในยุคแรกที่กล้องเข้ามาจึงมีแต่ชาวต่างชาติเข้าไปใช้บริการ แต่เมื่อผ่านไปเป็นปี ชาวบ้านเรียนรู้ว่าคนที่เคยถูกถ่ายยังไม่มีใครเสียชีวิต ประกอบกับเริ่มมีรายได้ที่ดีขึ้น พวกเขาจึงเริ่มนิยมถ่ายภาพกันมากขึ้น

กระทั่งเข้าสู่ช่วงปี 1900 – 1920 ฟิล์ม Kodak เริ่มเป็นที่แพร่หลาย กล้องขนาดเล็กมาพร้อมช่างภาพมือสมัครเล่นที่เผยแพร่ภาพแนว Candid กดชัตเตอร์ตามความสนใจ ไม่มีการเซ็ตอัป

“อันนี้ผมได้ฟิล์มมาจากอังกฤษ เป็นการซื้อออนไลน์โดยไม่รู้ว่าเป็นรูปอะไร คนขายบอกแค่เป็นภาพพม่า ผมก็เลยเอาฟิล์มไปอัดที่ร้านฉายาจิตรกร”

'เอก-ทวีป ฤทธินภากร' จากผ้าลุนตยาสู่คลังภาพโบราณ 1,000 ใบและของสะสมพม่าอายุนับร้อยปี
อัลบัมที่เอกนำฟิล์มไปล้างและอัดออกมาเป็นรูป

“นี่คือ หม่องชอว์ลู อยู่ที่มะละแหม่ง แล้วไปเข้ารีตได้ทุนไปกัลกัตตาและไปเรียนต่อถึงอเมริกา เรียนจบเป็นแพทย์คนแรกของพม่า ภาพนี้เขียนไว้ว่าถ่ายที่คลีฟแลนด์ โอไฮโอ สหรัฐอเมริกา 

“ส่วนอันนี้เป็นเสนาบดีพม่าที่ถูกส่งไปเป็นเอกอัครราชทูตที่ยุโรปแล้วถ่ายภาพที่อิตาลี ผมไปเจอภาพนี้ที่ร้านขายหนังสือเก่าที่อิตาลี เขาเขียนอธิบายไว้ว่า Exotic asian gentleman in costume แต่เราเห็นแล้วรู้เลยว่านี่คนพม่าระดับสูง หาข้อมูลเพิ่มก็พบว่าพระเจ้ามินดงส่งเขาไปเรียนเมืองนอกเป็นคนแรก ๆ จบวิศวกรที่ฝรั่งเศส ตำแหน่งเขาชื่อ บัน แชะก์ หวุ่น ฝรั่งเขียนเอาไว้ว่า เขาเป็นคนที่เก่งมาก พูดฝรั่งเศสเก่ง อังกฤษดี เวลามีฝรั่งมา คนนี้เป็นคนรับแขกหมดเลย เห็นแต่งตัวแบบพม่า แต่กริยาเป็นตะวันตก”

'เอก-ทวีป ฤทธินภากร' จากผ้าลุนตยาสู่คลังภาพโบราณ 1,000 ใบและของสะสมพม่าอายุนับร้อยปี
'เอก-ทวีป ฤทธินภากร' จากผ้าลุนตยาสู่คลังภาพโบราณ 1,000 ใบและของสะสมพม่าอายุนับร้อยปี
บัน แชะก์ หวุ่น

“พม่าน่าสนใจเพราะทุกวันนี้เรายังรู้จักเขาแบบผิว ๆ สิ่งที่ผมสะสมส่วนใหญ่เป็นศิลปะที่ใช้ประดับตกแต่งได้ ไม่ว่าจะเป็นภาพหรือผ้า มันน่าสนใจเพราะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคน เราเหมือนเรียนรู้ชีวิตและสังคมของเขาไปด้วย”

ต่อมาเอกหยิบภาพที่หลายคนอาจคุ้นตา เพราะถูกนำไปเปรียบเทียบกับภาพจากละครโทรทัศน์เรื่อง เพลิงพระนาง นั่นคือภาพของพระเจ้าสีป่อและพระนางศุภยาลัต ถ่ายในพระราชวังที่มัณฑะเลย์ ด้านหลังเขียนอธิบายไว้โดยลูกหลานเจ้าของภาพที่นำมาขาย ความว่า ต้นตระกูลเป็นชาวอังกฤษ ประกอบอาชีพทนายอยู่ที่รัตนคีรีและกัลกัตตา เป็นผู้เจรจาเรื่องเงินบำเหน็จให้กับพระเจ้าสีป่อและรัฐบาลอังกฤษ พระเจ้าสีป่อจึงพระราชภาพนี้ให้

“การที่ท่านพระราชทานให้ เราก็เดาว่าภาพนี้ถ่ายในประเทศและนำติดตัวไปตอนเนรเทศ” เอกเสริม โดยพระเจ้าสีป่อคือพระมหากษัตริย์พม่าองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์คองบองหรืออลองพญา ถูกเนรเทศไปอินเดียหลังจบสงครามอังกฤษ-พม่าครั้งที่ 3 

พระเจ้าสีป่อและพระนางศุภยาลัต
'เอก-ทวีป ฤทธินภากร' จากผ้าลุนตยาสู่คลังภาพโบราณ 1,000 ใบและของสะสมพม่าอายุนับร้อยปี
ภาพผู้มีภาวะขนดกในอดีต

“ความเศร้าคือเวลาที่เจ้าของเดิมเสียไป ลูกหลานขายภาพออกมา พ่อค้าส่วนมากมักจะตัดภาพจากอัลบั้มมาขายแยกทีละแผ่น อย่างอันนี้คาดว่าเป็นอัลบัมหรือ Scrapbook (สมุดติดรูปหรือข่าวที่ตัดมาจากสื่อสิ่งพิมพ์) แต่เราได้มาแค่ 2 แผ่น แล้วมีเอกสารติดมาด้วย

“สมัยนั้นมีสมาคมยานยนต์ของพม่า นี่คือเอกสารบอกเส้นทางสำหรับคนขับรถไปเอง เมืองไหนห่างไปกี่กิโลเมตร จะเจออะไรบ้าง ต้องเลี้ยวซ้ายหรือขวา”

เรียกว่านี่คือ Google Maps เมื่อ 100 ปีก่อนที่พม่ามีออกไปจนถึงชายแดนก็คงได้

'เอก-ทวีป ฤทธินภากร' จากผ้าลุนตยาสู่คลังภาพโบราณ 1,000 ใบและของสะสมพม่าอายุนับร้อยปี
'เอก-ทวีป ฤทธินภากร' จากผ้าลุนตยาสู่คลังภาพโบราณ 1,000 ใบและของสะสมพม่าอายุนับร้อยปี

นอกจากภาพทิวทัศน์ภายนอก เอกหยิบภาพเด็กชาวต่างชาติคนหนึ่งในชุดพม่าขึ้นมาให้ชม ดูแล้วก็พอทราบได้ว่าพ่อแม่คงพาไปถ่ายรูปในสตูดิโอ 

เขาเสริมว่า ภาพถ่ายในสตูดิโอหลายต่อหลายใบในยุคแรก ๆ คนในภาพอาจไม่เคยเห็นก็ได้ เพราะพวกเขาอาจถูกจ้างมาเป็นแบบ และนำภาพไปทำโปสการ์ดส่งขาย เนื่องจากสมัยก่อนเป็นช่องทางที่คนสื่อสารถึงกันอย่างแพร่หลาย 

อีกคอลเลกชันที่นำมาให้ชมคือซีรีส์ขายดีของโปสการ์ดปี 1900 – 1910 จัดทำโดย D.A.Ahuja (ห้างแขกที่ทั้งถ่ายรูป ทำสตูดิโอ และผลิตโปสการ์ด) ซึ่งร่วมมือกับเยอรมนี โดยส่งไปพิมพ์และลงสีที่เยอรมนี แต่ด้วยความที่คนทางนั้นไม่เคยเห็นว่าผ้านุ่งที่แท้จริงสีอะไร บางภาพจึงมีสีสดใสให้พวกเราแปลกใจเล่น เพราะไม่เหมือนจริงเลย

'เอก-ทวีป ฤทธินภากร' จากผ้าลุนตยาสู่คลังภาพโบราณ 1,000 ใบและของสะสมพม่าอายุนับร้อยปี
คุยเรื่องเมืองพม่าที่น้อยคนจะรู้กับ 'ทวีป ฤทธินภากร' ผู้ศึกษาจากการสะสมผ้าลุนตยา ลามถึงภาพถ่ายโบราณกว่า 1,000 ใบ

“พวกนี้เป็นบัตรเชิญสมัยโบราณ นามบัตร หนังสือแนะนำทัวร์ด้วยรถไฟ ลามไปจนถึงเอกสาร หนังสือของที่ระลึกสมัยโบราณ โบรชัวร์เที่ยวพม่าของ โทมัส คุก บริษัทท่องเที่ยวสัญชาติอังกฤษ อันนี้ปี 1933 – 1934 ซึ่งยุคทองของโลกคือหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 เพราะเทคโนโลยีดี เดินทางง่าย ไม่ลำบาก โลกเชื่อมโยงกัน โปรแกรมทัวร์จึงเกิดขึ้น ทำให้เห็นว่าร้อยปีที่แล้วเขาเที่ยวกันอย่างไร”

เจ้าของห้องเล่าต่อว่า แต่เดิมพม่าใช้เกวียนในการคมนาคม แม่น้ำอิรวดีมีเรือพื้นบ้านลอยล่อง เมื่ออังกฤษเข้ามาจึงเกิดกาารพัฒนาระบบคมนาคม สร้างรางรถไฟ และระบบขนส่งทางน้ำ มีเรือกลไฟเข้ามา ช่วงแรกบริษัทอิรวดี โฟลทิลล่า (Irrawaddy Flotilla) ตั้งขึ้นเพื่อขนยุทธภัณฑ์ จากนั้นจึงพัฒนาเป็นการค้าจริงจัง ขนตั้งแต่ย่างกุ้งขึ้นไปถึงต้นแม่น้ำมราติดกับชายแดนเมืองจีน เกิดเป็นระบบไปรษณีย์ขึ้นมา เรือบางลำเป็นเหมือนตลาดนัดที่มีคนขายของด้านบน เมื่อมาเทียบท่า ชาวบ้านก็แห่ลงไปซื้อของ

คุยเรื่องเมืองพม่าที่น้อยคนจะรู้กับ 'ทวีป ฤทธินภากร' ผู้ศึกษาจากการสะสมผ้าลุนตยา ลามถึงภาพถ่ายโบราณกว่า 1,000 ใบ
คุยเรื่องเมืองพม่าที่น้อยคนจะรู้กับ 'ทวีป ฤทธินภากร' ผู้ศึกษาจากการสะสมผ้าลุนตยา ลามถึงภาพถ่ายโบราณกว่า 1,000 ใบ

“ทุกครั้งที่ศึกษาวัฒนธรรมของคนอื่นลึกซึ้งขึ้น มันทำให้เราไม่ตัดสินและเข้าใจเขาในแบบที่เป็นเขามากกว่าเดิม ยกตัวอย่าง พี่น้องชาวพม่าที่มาทำงานบ้านเรา เขาไม่ใช่เชื้อชาติพม่า แค่ถือสัญชาติเมียนมา ในแง่ชาติพันธุ์อาจเป็นไทใหญ่ มอญ กะเหรี่ยง ซึ่งเราไม่ได้สนใจ แถมยังมองเป็นก้อนเดียว

“วันนี้กลับบ้านไป ลองถามพวกเขาดูสิว่าเป็นคนที่ไหน ถ้าเราเริ่มสนใจเรื่องเหล่านี้ของเขา เขาก็จะดีใจว่าเราไม่ได้เหมารวม”

พม่ามีกลุ่มชาติพันธุ์ที่หลากหลาย กลุ่มหลักชื่อว่า บะม๊า (Bamar) อาศัยอยู่เยอะทางตอนกลางของประเทศ แถมลุ่มแม่น้ำอิรวดี ตั้งแต่มัณฑะเลย์ลงมาถึงพุกาม หากลงไปย่างกุ้งหรือต่ำกว่านั้นเป็นพื้นที่ของชาวมอญ ส่วนพื้นที่ทางกาญจนบุรีเป็นชาวกะเหรี่ยง และทางเชียงใหม่ เชียงราย เป็นของชาวรัฐฉานหรือชาวไทใหญ่ อย่างไรก็ตาม ยังมีกลุ่มชาติพันธุ์อื่น ๆ กระจายอยู่ทั่วไป

“ของที่ผมเก็บจะชอบของมอญ บะม๊า ไทใหญ่ และสนใจเป็นพิเศษกับสิ่งของช่วงสมัยอาณานิคม เพราะเห็นภาพของโลกาภิวัตน์ว่ามีมานานแล้ว ไหนจะเรื่องการเชื่อมโลก การค้าขาย แลกเปลี่ยน อย่างภาพถ่ายที่ผมเก็บ ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งมาจากจักรวรรดินิยมที่นำเทคโนโลยีการถ่ายภาพเข้ามา”

ที่เคยกล่าวว่าคอนโดของเอกไม่ต่างจากพิพิธภัณฑ์นั้นไม่เกินจริง เพราะเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องล้วนเป็นของสะสมจากต่างชาติทั้งสิ้น เช่น เก้าอี้ที่ฝรั่งสั่งทำโดยผสมผสานสไตล์ยุโรปเข้ากับศิลปะพม่า เอกเปรียบว่าเป็น La-Z-Boy เมื่อ 100 ปีก่อน

คุยเรื่องเมืองพม่าที่น้อยคนจะรู้กับ 'ทวีป ฤทธินภากร' ผู้ศึกษาจากการสะสมผ้าลุนตยา ลามถึงภาพถ่ายโบราณกว่า 1,000 ใบ

“ฝรั่งมักอินกับเรื่องท้องถิ่นเหล่านี้ พอเข้าไปประเทศไหนก็สั่งทำหมด” เขาเปิดตู้ (ที่มาจากพม่า) โชว์เครื่องเงินลายนูนสูงให้ชม

คุยเรื่องเมืองพม่าที่น้อยคนจะรู้กับ 'ทวีป ฤทธินภากร' ผู้ศึกษาจากการสะสมผ้าลุนตยา ลามถึงภาพถ่ายโบราณกว่า 1,000 ใบ
คุยเรื่องเมืองพม่าที่น้อยคนจะรู้กับ 'ทวีป ฤทธินภากร' ผู้ศึกษาจากการสะสมผ้าลุนตยา ลามถึงภาพถ่ายโบราณกว่า 1,000 ใบ

เราค้นพบว่าเครื่องเงินเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ชาวพม่าทำขายคนต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นเหยือกนม กาน้ำชา แก้วเบียร์ ถาดใส่อาหาร จิ๊กเกอร์ค็อกเทล ที่เสียบเมนู หรือกล่องใส่บุหรี่ ส่วนสิ่งที่คนพม่าทำมาใช้งานจริงคือขัน โดยลายที่นิยมก็หนีไม่พ้นเรื่อง รามเกียรติ์ พระเวสสันดร รวมไปถึงชาดกต่าง ๆ

ลายบนขันที่เอกหยิบขึ้นมาคือเรื่องราวของภิกษุณี พระปฏาจาราเถรี เดิมนางเป็นธิดาของเศรษฐีชาวเมืองสาวัตถี วันหนึ่งหลงรักคนรับใช้จึงหนีออกจากบ้านไปใช้ชีวิตด้วยกัน แต่หลังจากนั้นชีวิตของนางกลับทุกข์ทรมานแสนสาหัส สามีถูกงูกัดตาย ลูก 2 คนและบิดามารดาเสียชีวิต สุดท้ายนางเสียสติวิ่งแก้ผ้าอย่างไม่รู้ตัวจนพบพระพุทธเจ้า ภายหลังจึงได้เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ศึกษาพระธรรมจนสำเร็จเป็นภิกษุณี

คุยเรื่องเมืองพม่าที่น้อยคนจะรู้กับ 'ทวีป ฤทธินภากร' ผู้ศึกษาจากการสะสมผ้าลุนตยา ลามถึงภาพถ่ายโบราณกว่า 1,000 ใบ
คุยเรื่องเมืองพม่าที่น้อยคนจะรู้กับ 'ทวีป ฤทธินภากร' ผู้ศึกษาจากการสะสมผ้าลุนตยา ลามถึงภาพถ่ายโบราณกว่า 1,000 ใบ
J. & M. P. Bell & Co.Ltd. จานจากสกอตแลนด์ส่งมาขายที่พม่า โดยทำลายตามที่ชาวเอเชียนิยม

สมบัติใจทั้งหมดในห้องเริ่มต้นจากความต้องการรู้ สานต่อด้วยความใฝ่รู้ที่ไม่มีทางสิ้นสุดของเจ้าตัว 

เอกบอกว่าประเทศไทยไม่มีวัฒนธรรมของการสะสมมาตั้งแต่ต้น ขณะที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ตลอดจนพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เริ่มเก็บสิ่งของตามแนวคิดของต่างชาติที่ปลูกฝังเรื่องนี้มานานแล้ว เช่น เริ่มสอนให้เด็กรู้จักสะสมอะไรก็ได้ เพราะการสะสมสร้างนิสัยของความอยากรู้ อยากศึกษาอะไรบางอย่างให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

หลังใช้เวลา 4 ชั่วโมงลงลึกไปกับพม่าอย่างสนุกสนาน เราบอกลาเจ้าของห้องด้วยความอิ่มเอมใจ และตั้งใจกลับบ้านให้เร็ว เพื่อไปเปิดบทสนทนากับพี่สาวข้างบ้านว่า เล่าเรื่องที่บ้านของพี่ให้ฟังหน่อยสิ

การสะสมคือการต่อยอดการเรียนรู้ ความสงสัยพาเราไปหาผู้คนและค้นพบโลกกว้าง บางครั้งก็พาคนที่สนใจมาหาเพื่อให้เราส่งต่อความรู้ 

ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับพม่าและชมภาพโบราณเพิ่มเติมได้ในหนังสือ Unseen Burma โดย เอก-ทวีป ฤทธินภากร จัดจำหน่ายโดย สำนักพิมพ์ ริเวอร์บุ๊คส์

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load