The Cloud ไปเยี่ยมบ้านของ ธีรนพ หวังศิลปคุณ กราฟิกดีไซเนอร์เจ้าของ TNOP™ DESIGN เมื่อประมาณหนึ่งเดือนก่อน บทสนทนาว่าด้วยเรื่องบ้านลามไปถึงงานอดิเรกของเขาที่ว่ากันตามตรงก็ไม่ใช่งานอดิเรกเสียทีเดียว แต่เป็นความบังเอิญที่กลายมาเป็นนิสัยที่ยังติดตัวมาถึงวันนี้

สติกเกอร์สะสมของธีรนพแห่ง TNOP™ DESIGN ตั้งแต่ฉลากบนผลไม้จนถึงป้ายบนวิดีโอหนังโป๊

เขาสะสมสติกเกอร์

สติกเกอร์ในที่นี้ไม่ใช่แค่สติกเกอร์แบรนด์สตรีทเท่ๆ ที่เราเห็นบนฝาแล็ปท็อป แต่เป็นสติกเกอร์ที่เราเห็นในชีวิตประจำวันทั่วไปบนผลไม้ กล่องไปรษณีย์ ฉลากขวดน้ำ ไปจนถึงเลเบล X-Rated หรือ 18+ บนวิดีโอหนังโป๊ ทั้งหมดเดินทางมาจากหลายๆ ประเทศทั่วโลก แปะอยู่ในสมุดสเก็ตช์หลายขนาดจำนวนมากกว่า 20 เล่ม 

สติกเกอร์สะสมของธีรนพแห่ง TNOP™ DESIGN ตั้งแต่ฉลากบนผลไม้จนถึงป้ายบนวิดีโอหนังโป๊

ในฐานะดีไซเนอร์ นี่เป็นแหล่งศึกษาเรื่องดีไซน์ชั้นยอด 

ในฐานะคนคนหนึ่ง มันคือการฝึกสมาธิชั้นเยี่ยม

เขาหยิบสมุดสเก็ตช์ขึ้นมาเล่มหนึ่งแล้วเริ่มย้อนเวลากลับไปใน ค.ศ. 2006 

Chicago 2006

สมัยอยู่ชิคาโก บ้านของธีรนพอยู่ใกล้ The Art Institute of Chicago พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่รวบรวมคอลเลกชันไว้มากมาย ตั้งแต่ศิลปะรูปแบบอิมเพรสชันนิสม์ (Impressionism) จนถึงเอ็กซ์เพรสชันนิสม์ (Expressionism) เป็นที่เก็บงานภาพวาดหุ่นนิ่งของศิลปินระดับโลกชื่อดังอย่างปอล เซซาน (Paul Cézanne) และอ็องรี มาติส (Henri Matisse) ทำให้นักเรียนศิลปะอย่างธีรนพอยากกลับมาวาดภาพสีน้ำมันอีกครั้งหนึ่ง โดยเริ่มจากของใกล้ตัว เช่น ผลไม้ เป็นอย่างแรก

“พอจะกลับมาเพนต์ก็ต้องไปเลือกผลไม้สวยๆ ที่ซูเปอร์มาร์เก็ต แล้วบ้านอยู่ใกล้ซูเปอร์มาร์เก็ต เราจึงรู้ว่ารถขนส่งจะเอาผลไม้ที่สวยที่สุด สดที่สุด มาลงตอนไหน เราไปตอนเที่ยงคืนเพื่อเลือกลูกดีๆ มาเลย พอได้แล้วก็มาจัดวางเพื่อเพนต์ ทีนี้ผลไม้มันจะมีสติกเกอร์แปะอยู่บนแต่ละลูก ตอนแรกเราก็แกะแล้วติดไว้ตามพื้นห้อง เพนต์ไปเพนต์มาก็ เอ๊ะ แล้วสติกเกอร์พวกนี้เอายังไงดีวะ ก็เลยติดรวมๆ กันบนสมุดสเก็ตช์ 

“พอเวลาผ่านไปก็เริ่มมีสติกเกอร์เยอะขึ้น เราเลยสเก็ตช์ผลไม้เป็นซีรีส์โดยใช้มาร์กเกอร์ ซึ่งมันต้องอาศัยความไว เพราะหมึกจะแห้ง เราทำซีรีส์นี้นอกเหนือจากที่เพนต์สีน้ำมัน เสร็จแล้วก็เอาสติกเกอร์ที่มีพร้อมผลไม้ลูกนั้นแปะกลับเข้าไป กลายเป็นภาพเพนต์ผลไม้ที่มีสติกเกอร์ติดอยู่ด้วย”

ภาพสเก็ตช์ผลไม้ของเขาน่าประทับใจ มองดูดีๆ มีเทกซ์เจอร์เหมือนพื้นผิวผลไม้จริงๆ ไม่มีผิด อย่างภาพลูกกีวี่มีลักษณะเป็นขนๆ ซึ่งเกิดจากการใช้น้ำให้กระดาษเป็นขุยก่อนแล้วค่อยลงสี

Stickers

สติกเกอร์ผลไม้ที่เห็นในบ้านเราส่วนมากเป็นโลโก้แบรนด์ไม่ก็ชื่อไร่หรือฟาร์ม แต่ในสหรัฐฯ การใช้งานของสติกเกอร์แตกต่างกันออกไป ตามกฎหมายอเมริกา ผลไม้จะต้องมีตัวเลขบอกหมวดหมู่กำกับไว้ เช่น เลข 4 คือผลไม้ที่ปลูกแบบอุตสาหกรรม ใช้ยาฆ่าแมลง และเลข 9 คือผลไม้ออร์แกนิกแบบที่ปลูกให้สุกเองแล้วค่อยเก็บ ผลจะเบี้ยวๆ ไม่ได้สวยมาก และมีราคาแพงกว่า

“หรือตอนไปอิตาลีก็เหมือนกัน เพื่อนบอกว่าเนื้อที่ขายในซูเปอร์มาร์เก็ตจะมีรหัสบอกเลยว่ามาจากวัวตัวไหน อยู่ที่ฟาร์มอะไร เราก็เลยลอกเก็บเอาไว้ เพราะถ้าเรากินแล้วเป็นอะไร จะได้มีเลเบลอันนี้บอกว่ากินอะไรมา แต่ปัญหาคือสีบนสติกเกอร์ลอกไวมาก ยิ่งของยุโรปยิ่งไปไวเลยเพราะเขาทำไว้สำหรับใช้ระยะสั้น มันเลยกลายเป็นปัญหาของคนที่สะสมสติกเกอร์พวกนี้ ซึ่งอาจจะมีคนเดียวในโลกมั้ง ที่รู้สึกว่าพอเก็บไปแล้ว ข้อมูลหมึกพิมพ์มันหาย โดยเฉพาะฉลากของอาหารมันจะอยู่ได้ไม่นาน”

ธีรนพสารภาพว่า ตอนแรกไม่เคยมองว่าสติกเกอร์เหล่านี้สวยเลย แต่พอเจออันแรกที่สวย ในฐานะกราฟิกดีไซเนอร์ที่ชอบสื่อสารก็ตั้งคำถามว่า ทำไมเขาถึงสามารถทำกราฟิกสวยๆ บนพื้นที่สติกเกอร์เล็กๆ อย่างนี้

“เราชอบทำโลโก้อยู่แล้ว เลยสนใจมันเป็นพิเศษ ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดว่ามันสำคัญอะไร แต่พอเริ่มมีเยอะขึ้น ได้เห็นอันที่สวยขึ้น ดีไซน์เริ่มเล่นสนุกขึ้น บางทีมีรูปการ์ตูนบนผลไม้ที่ขายเด็ก อย่างบนกล้วยที่พ่อแม่จะซื้อให้ลูกกิน บางแบรนด์ไปคอลแลบกับการ์ตูนดิสนีย์ สติกเกอร์แต่ละอันก็การ์ตูนไม่เหมือนกัน เวลาไปซูเปอร์ฯ เด็กจะวิ่งไปหยิบก่อนเลย ไว้หลอกล่อเด็ก หรือช่วงเทศกาลก็จะมีเป็นคำอวยพร เพราะคนมักซื้อผลไม้ไปให้เป็นของขวัญ เลือกคำอวยพรได้ด้วย คนก็เริ่มเห็นความสำคัญของสติกเกอร์มากขึ้น”

สติกเกอร์สะสมของธีรนพแห่ง TNOP™ DESIGN ตั้งแต่ฉลากบนผลไม้จนถึงป้ายบนวิดีโอหนังโป๊
สติกเกอร์สะสมของธีรนพแห่ง TNOP™ DESIGN ตั้งแต่ฉลากบนผลไม้จนถึงป้ายบนวิดีโอหนังโป๊

Collector

“เราเลือกอันสวยๆ มาเก็บ บางอันไม่ได้สวยมาก แต่เราเก็บเพราะอยากจำว่าเราเอามาจากไหน หลังๆ กลายเป็นว่าที่ไหนก็ได้ ดีไซน์ไหนก็ได้ ขอให้มันมาติดสมุดให้เต็มสักที”

เขาหัวเราะพลางเปิดสมุดสเก็ตช์เล่มถัดไปที่เก็บสติกเกอร์ไว้จนพอง โดยแต่ละหน้าแบ่งเป็นสีๆ ไล่จากสีแดง สีน้ำเงิน สีเหลือง สีเขียว ไปจนถึงสีแปลกๆ อย่างสีม่วง

“ยุคหนึ่งเราเริ่มจัดระเบียบสติกเกอร์ เริ่มเห็นว่ามันมีกลุ่มของสีอยู่ สีเหลือง สีน้ำเงิน สีแดง ก็เลยจัดกลุ่มให้มันเข้ากัน เราสะสมจนพอรู้ว่าสติกเกอร์ในตลาดขาดสีอะไรไปบ้าง สีแดง สีน้ำเงิน สีเขียว สีเหลือง จะเยอะมาก แดงนี่มีตั้งหลายหน้า แต่พวกสีส้ม สีม่วง สีน้ำตาล หน้าจะว่างมากเลย มันเลยทำให้เราตั้งคำถามจากการที่สติกเกอร์ในตลาดส่วนใหญ่มีแค่สี่สี สีชมพูก็ไม่ค่อยมี สีทองก็น้อยมาก บางทีคนนึกว่าสีทองต้องพรีเมี่ยม แล้วโปรดักต์ผลไม้มันอาจจะไม่ได้พรีเมี่ยมขนาดนั้นมั้ง หรือรูปทรงที่ปกติจะเห็นแต่วงรี เราก็สงสัยว่าทำไมไม่มีสติกเกอร์สามเหลี่ยมบ้าง พิมพ์ยากเหรอ ยังเป็นคำถามอยู่ว่าทำไมยังไม่ได้สติกเกอร์สามเหลี่ยม กลมกับวงรีจะมีเยอะ สี่เหลี่ยมก็ไม่ค่อยมี ทั้งๆ ที่ผลิตง่ายเลย”

สติกเกอร์สะสมของธีรนพแห่ง TNOP™ DESIGN ตั้งแต่ฉลากบนผลไม้จนถึงป้ายบนวิดีโอหนังโป๊
สติกเกอร์สะสมของธีรนพแห่ง TNOP™ DESIGN ตั้งแต่ฉลากบนผลไม้จนถึงป้ายบนวิดีโอหนังโป๊

สติกเกอร์ที่แกะอยากที่สุดสำหรับเขาคือ อากรสรรพสามิตบนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ถ้านึกไม่ออก มันคือสติกเกอร์แผ่นยาวๆ ที่ปิดคาดฝาขวดที่เราฉีกทิ้งทุกครั้ง

“มันเป็นกาวที่โหดที่สุด แกะนานมาก วิธีการแกะของเราเลยเริ่มแอดวานซ์ขึ้นจนลอกสติกเกอร์อะไรก็ได้ง่ายๆ เลย ถ้าลอกแล้วมันไม่ออกก็ต้องเอาน้ำมาฉีดให้มันเปียกๆ ให้มันละลายก่อน แล้วนั่งรอ ถ้าดึงตอนนั้นจะยุ่ย หรืออาจจะต้องใช้คัตเตอร์ช่วย บางทีต้องกลั้นหายใจด้วยนะ”

“เหมือนเวลาซื้อหนังสือแล้วร้านติดราคาไว้บนปกใช่ไหม” – เราถาม

“ใช่ อีกอันหนึ่งที่แกะยาก แต่อาจจะไม่ใช่สติกเกอร์เสียทีเดียวคือ Wristband คอนเสิร์ต นี่คือความภาคภูมิใจเลยนะ การที่เราแกะได้โดยรอยต่อของมันไม่ขาดเลย มันเหนียวมาก ไม่งั้นคนจะโกงได้ แต่ก็มีหลายอันที่แกะไม่ได้ ต้องตัดใจตัด” 

สติกเกอร์สะสมของธีรนพแห่ง TNOP™ DESIGN ตั้งแต่ฉลากบนผลไม้จนถึงป้ายบนวิดีโอหนังโป๊

Projects

จากการสะสมแค่สติกเกอร์ติดผลไม้กลายเป็นสติกเกอร์ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นป้ายราคา สติกเกอร์คำแนะนำในกล่องเฟอร์นิเจอร์ IKEA ป้ายลดราคา 50 เปอร์เซ็นต์ ฉลากซิการ์ ฉลากยี่ห้อบนขวดเบียร์ กระปุกแยม สติกเกอร์บนกล่องพัสดุ เลเบล X-Rated หรือ 18+ บนวิดีโอหนังโป๊ ลุกลามไปจนถึงการเก็บกระดาษห่อขนมสวยๆ หรือป้าย Tag เสื้อผ้าน่ารักๆ ที่ใช้เป็นแรงบันใจในการทำงานได้

“ตอนนี้กลายเป็นคนเก็บขยะไปแล้ว” เขาหัวเราะ

ไอเดียจากสติกเกอร์ผลไม้ต่อยอดไปเป็นหลายอย่าง ในฐานะอาจารย์ เขานำไปสร้างโปรเจกต์สนุกๆ ให้นักศึกษา ส่วนในฐานะกราฟิกดีไซเนอร์ ธีรนพนำไอเดียไปขายให้ลูกค้าทันทีที่กลับจากอเมริกามาเมืองไทย

“สติกเกอร์ต้องบอกว่าปลูกแบบไหน อาจจะมีชื่อประเทศให้รู้ว่ามาจากไหน บางอันจะบอกชื่อผลไม้ด้วย แต่ข้อมูลมันใส่ไม่ได้เยอะหรอก เราเคยเอาไปเป็นโจทย์ให้นักศึกษาทำ ให้ออกแบบสติกเกอร์ผลไม้ โดยให้เขาลองคิดใหม่ว่า ถ้าสติกเกอร์ผลไม้ไม่ได้บอกแค่ชื่อของแบรนด์หรือชนิดของผลไม้ มันบอกอะไรได้อีกบ้าง บางคนก็ใส่ประโยชน์ทางโภชนาการเข้าไป อย่างแอปเปิ้ลมีวิตามินอะไรบ้าง ก็ทำเป็น Pie Chart ให้เห็น

สติกเกอร์สะสมของธีรนพแห่ง TNOP™ DESIGN ตั้งแต่ฉลากบนผลไม้จนถึงป้ายบนวิดีโอหนังโป๊

“ตอนกลับจากอเมริกาใหม่ๆ เราเอาไอเดียจากการเก็บสติกเกอร์มาสร้างเป็นงาน ลูกค้าเป็นบริษัทขายกระดาษชื่อ Antalis เขาต้องการให้เราทำแคตตาล็อกที่รวมกระดาษสีทั้งหมด พอพูดถึงกระดาษสีเรานึกถึงสองอย่าง ไม่ดอกไม้ก็ผลไม้ที่มีสีสันเยอะๆ สุดท้ายเลือกผลไม้โดยใช้วิธีการเลือกผลไม้แทนการเลือกกระดาษ 

“เวลาเราดูผลไม้เราจะดูจากรูปลักษณ์ภายนอกก่อน ตามด้วยน้ำหนักซึ่งก็คือแกรมของกระดาษที่มีความหนาหลากหลาย หลังจากนั้นเราก็ฉีกเปลือกมัน แคตตาล็อกมีทั้งหมดสี่ห้าเล่ม โดยค่อยๆ เล่าเรื่องราวของกระดาษผ่านวิธีการเลือกผลไม้ เล่มสุดท้ายสรุปว่ากัดเข้าไปได้รสชาติอะไร อย่างโปสเตอร์นี่ก็อยู่ในคอลเลกชันนี้” เขาเดินลุกจากโต๊ะไปยังโปสเตอร์ขนาด A1 ในกรอบที่ติดไว้ตรงทางเข้าบ้าน

“สิ่งที่เราสะสมเลยกลายเป็นงานที่อย่างน้อยก็ยังมีประโยชน์ ใช้หาเงินได้” เขาพูดติดตลกก่อนจะเดินกลับมาที่โต๊ะเพื่อหาสติกเกอร์ในสมุดสเก็ตช์ที่ชอบต่อ

Habit to Ritual

ธีรนพคือนักออกแบบที่พกสมุดโน้ตติดตัวไปทุกที่ ไม่ว่าจะไปที่ไหน เจออะไร ครั้งหนึ่งเขาเคยไปทำงานที่อาบูดาบีหนึ่งเดือนเต็ม สมุดเล่มนั้นเต็มไปด้วยบันทึกเรื่องราวของเมืองหลวงแห่งนี้ แทรกด้วยสติกเกอร์และฉลากภาษาอาหรับ ที่เห็นชัดคือสติกเกอร์สายการบิน Emirates สีแดงสด

“เราไปเจออะไร เราไปกินอะไร การติดสติกเกอร์ไว้คือการบันทึกไปด้วย พอกลับมาดูเราก็ได้เห็นว่าตอนนั้นเราอยู่ที่ไหน ทำอะไร หน้านี้มีไซส์ M ติดไว้น่าจะไปซื้อเสื้อ หรืออันนี้เป็นยางมังคุด พอเราอยู่กับผลไม้บ่อยๆ ได้เจอมังคุดสดๆ ยางจะออกสีขาวๆ แต่พอแห้งจะกลายเป็นสีเหลืองขึ้นมาทันที เราเลยมีไอเดียว่าทำไมคนไม่ทำกาวที่มาจากยางผลไม้ มันออร์แกนิกมากๆ ล้างน้ำก็ออก แล้วก็เหนียวติดดีมากๆ”

การสะสมสติกเกอร์กลายเป็นการฝึกสมาธิ เป็นการกระทำที่มีรางวัลเป็นสติกเกอร์ที่ลอกออกมาแล้วไม่มีรอยขาด ไม่มีรอยยุ่ย 

สติกเกอร์สะสมของธีรนพแห่ง TNOP™ DESIGN ตั้งแต่ฉลากบนผลไม้จนถึงป้ายบนวิดีโอหนังโป๊

“มันน่าจะเป็น Ritual ไปแล้ว เราทำจนเป็นความเคยชิน แค่ลอกออกมาแล้วไม่ขาดเลย แค่นี้เราก็แฮปปี้แล้ว มันทำให้เราหยุดอยู่กับตัวเอง โฟกัสกับอะไรบางอย่างในช่วงสั้นๆ โดยไม่ต้องคิดอะไร พอเราทำบ่อยๆ เข้า วันหนึ่งมันก็กลายเป็นมีสติกเกอร์มาให้เราแกะทุกวัน เราก็ได้ใช้เวลานั้นค่อยๆ ลอก ค่อยๆ ลอก บางครั้งแค่หนึ่งนาทีเอง แต่เราได้ฝึกสมาธิ

“อย่างสติกเกอร์ผลไม้อาจจะไม่ได้ลอกยาก มันไม่ขาด แต่มันจะย้วย ไอ้พวกสติกเกอร์ราคาต่างหาก แล้วมันไม่ได้แค่สติกเกอร์เปล่าๆ มันมีรอยบาก เพราะเขาจะทำให้คนลอกไม่ได้ เขากลัวคนทุจริตเอาราคาหนึ่งมาติดอีกอันหนึ่ง อันนั้นคือท้าทายที่สุดแล้ว สี่บากห้าบาก ลอกยังไงก็ขาด แต่เราก็ลอกได้หมด” 

สติกเกอร์สะสมของธีรนพแห่ง TNOP™ DESIGN ตั้งแต่ฉลากบนผลไม้จนถึงป้ายบนวิดีโอหนังโป๊

ภายใต้น้ำเสียงรื่นหูและจังหวะพูดที่ไม่ช้าไม่เร็วจนเกินไป นักออกแบบคนนี้เคยเป็นคนใจร้อนมาก (มากแบบที่เขาต้องพูดลากเสียงยาว) เขาไม่ใช่คนมีระเบียบ แต่การสะสมสติกเกอร์ช่วยหล่อหลอมให้เขาเป็นคนรู้จักวางแผน จัดการ แล้วยังเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ในการคิดงานของตัวเอง 

“บางทีเราคิดงานแล้วคิดเยอะเกินไป พอสะสมมาเยอะๆ เวลาเจอสติกเกอร์อันหนึ่ง แล้วต้องพยายามนึกว่าหน้าสมุดตรงไหนที่ว่าง ก็แปะไปเลยโดยไม่ต้องคิดมาก มันช่วยให้เรามีความกล้ามากขึ้น หรือรู้จักพลิกแพลงมากขึ้น อย่างสติกเกอร์บางอันไม่ได้สวยอะไรเลย แต่พอเอามาติดเป็นแถบมันกลับสวย มันสร้างอะไรได้ เริ่มครีเอทีฟ มีการพับปลายให้ดึงได้” 

สติกเกอร์สะสมของธีรนพแห่ง TNOP™ DESIGN ตั้งแต่ฉลากบนผลไม้จนถึงป้ายบนวิดีโอหนังโป๊

Top 5

เราขอให้เขาเลือกสติกเกอร์ที่ชอบจำนวนหนึ่ง แต่เพราะเขาติดกระจายลงสมุดเป็นสิบๆ เล่ม กว่าจะเจอชิ้นที่ชอบจริงๆ สักอันก็ใช้เวลาพอสมควร สติกเกอร์แบบที่ธีรนพชอบ คืออันที่สื่อสารตรงๆ ง่ายๆ สีที่สะดุดตา เห็นได้ในระยะไกล ในสเกลเล็กเท่านี้ เลยยกตัวอย่างมาได้แค่ 5 ชิ้นที่มีความหมายกับเขาจริงๆ

01 สติกเกอร์ที่มีแต่คำ

“มันจะมีสติกเกอร์ที่มีแต่คำเฉยๆ บางทีมันจะมีคำแปลกๆ ไม่มีดีไซน์อื่นๆ เลย ฟอร์มกราฟิกจะน้อย เช่น คำว่า Fresh คำว่า Paid คำว่า Organic หรือ Urgent ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสีสะท้อนแสง ตอนที่เห็นครั้งแรกจะเห็นมาแต่ไกลเลย เป็นอะไรที่โดดเด่น ไว เตะตา ง่ายๆ ด้วยความที่เราทำงานกราฟิก เราเลยชอบซีรีส์สติกเกอร์ที่เป็นคำสั้นๆ ไม่ต้องเยอะ เป็นฟอร์มที่ลงตัวมากๆ ทั้งฟอนต์ ทั้งไซส์ ถ้ามีหลายบรรทัด สเปซระหว่างบรรทัดก็แบ่งสวยและเข้าใจได้เลย” 

สติกเกอร์สะสมของธีรนพแห่ง TNOP™ DESIGN ตั้งแต่ฉลากบนผลไม้จนถึงป้ายบนวิดีโอหนังโป๊

02 สติกเกอร์ไปรษณีย์

“ปกติเป็นคนชอบท่องเที่ยวต่างประเทศ ถ้าเราไม่ได้เริ่มสะสมสติกเกอร์ เราจะไม่เห็นภาษาต่างประเทศในคำคำ เดียวที่แปลเป็นยี่สิบสามสิบภาษา อย่างสติกเกอร์ Air Mail หรือ Piority ที่ดูแล้วก็รู้แหละว่ามันคือสติกเกอร์อะไร เพราะมันมีเทมเพลตที่เป็นสากล แต่ในแต่ละประเทศ ภาษาก็เปลี่ยนไป”

03 สติกเกอร์ที่มีกราฟิกผลไม้สไตล์เรโทร

“เราชอบสติกเกอร์ที่มีดีไซน์เรโทรหน่อยๆ อย่างอันนี้น่าจะได้มาจากอิตาลี รู้สึกจะเป็นสติกเกอร์ของส้ม สวยมาก เราไม่เคยเห็นกราฟิกส้มที่ข้างในมีการแบ่งเลเยอร์ ให้เห็นเส้นใย เห็นเท็กเจอร์ เห็นผิว ในเชิงกราฟิกมันน่าสนใจ ดึงดูดดี บางทีเราจะเจอสติกเกอร์สไตล์ยุค 50 60 ที่ดีไซน์น่ารักดี เก๋ แล้วเราชอบทำโลโก้อยู่แล้ว อะไรที่เป็นฟอร์มกราฟิกน้อยๆ จะเป็นไอเดียในการทำงาน อย่างสติกเกอร์ส้มอันนี้ก็เอามาเป็น Inspiration ทำงานของตัวเองต่อ ปรับสีให้โมเดิร์นขึ้น”

สติกเกอร์สะสมของธีรนพแห่ง TNOP™ DESIGN ตั้งแต่ฉลากบนผลไม้จนถึงป้ายบนวิดีโอหนังโป๊

04 สติกเกอร์ของพ่อ

“แต่ก่อนตอนอยู่อเมริกาจะกลับมาที่เมืองไทยปีละครั้ง พอคุณพ่อรู้ว่าสะสมสติกเกอร์ พ่อจะเก็บสติกเกอร์ที่เขาเจอไว้ให้ แล้วก็แปะบนถุงใสๆ เพราะเขาไม่รู้ว่าเราจะเอาไปติดอะไรต่อ ติดเรียงๆ เหมือนเป็นแฟ้ม ทุกครั้งที่เรากลับมาบ้านจะมีแบบนี้เกือบสิบอันเลย แล้วถึงค่อยเอามาติดในสมุดของเรา มีทั้งจากเมืองจีนเมืองไทย ได้มาจะรู้เลยว่าเขากินอะไรไปบ้าง”

สติกเกอร์สะสมของธีรนพแห่ง TNOP™ DESIGN ตั้งแต่ฉลากบนผลไม้จนถึงป้ายบนวิดีโอหนังโป๊

05 สติกเกอร์มะม่วงแรด

“ในไทยส่วนใหญ่เห็นมีแต่ส้มที่จะมีสติกเกอร์ติด แต่เราเจออันนี้ที่บิ๊กซี ติดมะม่วง ชอบมาก เห็นแล้วต้องเอาออกมาให้ได้เลย เขาติดสติกเกอร์เพื่อแยกประเภทมะม่วง แรด เขียวเสวย แก้ว น้ำดอกไม้ เพราะมะม่วงมันสีเขียวหมด รูปร่างคล้ายกัน บางทีคนแยกไม่ออกว่าพันธุ์อะไร เราชอบอะไรที่ง่ายๆ แบบนี้ มีแค่คำ แต่ถ้าเป็นเรา เราจะแก้ฟอนต์ให้มันแรดตามคำ เท่มาก เอาไปทำเสื้อยืดต่อได้เลย”

Bangkok 2020

14 ปีผ่านไป นับจากวันที่ธีรนพเดินเท้าไปยังซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้านที่ชิคาโกตอนเที่ยงคืน พิถีพิถันเลือกผลไม้ที่สวยที่สุด นำกลับมาสเก็ตช์ภาพ โดยแกะสติกเกอร์วงกลมที่ติดมาด้วยมาแปะไว้ตามพื้น เช้าวันที่เราเจอกัน เขาเพิ่งซื้อขนมปังหลายชิ้นจากร้าน Au Bon Pain สาขาหนึ่งในกรุงเทพฯ และลอกสติกเกอร์คำแนะนำการบริโภคที่แสนจะธรรมดา ติดไว้ในสมุดที่ดูยังไงก็รู้ว่าเป็นเล่มล่าสุด เพราะหน้าปกมีสติกเกอร์วงกลมหลากสีแบบที่เราได้รับตอนวัดไข้ก่อนเข้าสถานที่ต่างๆ แปะไว้

“ทุกวันนี้ก็ยังเก็บอยู่จนจะกลายเป็นโรคจิตแล้ว” เขาแซวตัวเองด้วยเสียงหัวเราะ

“ทุกครั้งที่เราเห็นสติกเกอร์ เราจะคันไม้คันมือต้องแกะ เลยกลายเป็นพฤติกรรมที่ติดตัวเราไปแล้ว บางทีไปซูเปอร์มาร์เก็ตแล้วไม่ได้ตั้งใจซื้อผลไม้ แต่อยากได้สติกเกอร์ เรายังแอบไปลอกเลย ครั้งหนึ่งมีพนักงานแอบมองว่าเราลอกสติกเกอร์ไปทำไม เราก็ลอกไปแล้วบอกว่า “ขอนะครับ” เขาก็งงๆ ไม่ได้ว่าอะไร พอลอกเสร็จก็แปะไว้บนเสื้อ เพราะเสื้อมันเป็นขนๆ พอกลับบ้านค่อยย้ายติดสมุด”

สติกเกอร์สะสมของธีรนพแห่ง TNOP™ DESIGN ตั้งแต่ฉลากบนผลไม้จนถึงป้ายบนวิดีโอหนังโป๊

น่าแปลกใจที่ดีไซเนอร์ที่หลงใหลสติกเกอร์ขนาดนี้ ยังไม่เคยออกแบบสติกเกอร์จริงๆ จังๆ สักที

“เคยคิดอยากจะออกแบบสติกเกอร์ผลไม้เหมือนกันนะ แต่เมืองไทยไม่มีระบบตัวเลข ไม่มีกฎหมายบังคับผู้ผลิตให้เปิดเผยข้อมูลวิธีการปลูก ถ้าเขาเอามาใช้จริงๆ ก็ต้องมีดีไซเนอร์มาออกแบบพวกนี้แหละ สติกเกอร์ที่เราเห็นในเมืองไทยจะเป็นชื่อของไร่ ชื่อของฟาร์มที่ปลูก เป็นโลโก้เท่านั้นเอง ซึ่งจะมีหรือไม่มีก็ได้ แต่มีก็จะได้บอกว่ามันมาจากไหน”

“หรือคุณต้องมีไร่ผลไม้ของตัวเอง” – เราถามติดตลก

เขาหัวเราะร่วน ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ บอกเพียงแค่ว่าถ้าใครมีไร่แล้วต้องการออกแบบสติกเกอร์ให้ติดต่อมาได้

“แล้วสติกเกอร์ 7-Eleven เก็บบ้างไหม” นั่นคือคำถามสุดท้าย

“เก็บไว้ก็ไม่ได้แลกดิ”

จริงของเขา

สติกเกอร์สะสมของธีรนพแห่ง TNOP™ DESIGN ตั้งแต่ฉลากบนผลไม้จนถึงป้ายบนวิดีโอหนังโป๊

Writer

พิมพ์อร นทกุล

อดีตเด็กบัญชี เชื่อในบทสนทนาที่ดี และมีความสุขกับการเล่าเรื่องราวต่างๆ ส่วนใหญ่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

The Collector

คอลเลกชันความหลงใหลของนักสะสมนานาประเภท

หากพูดถึงไพ่ทาโรต์ การดูดวง การทำนายทายทัก คงเป็นอย่างแรกที่หลายคนนึกถึง แต่กับ ภูมิ น้ำวล นักสะสมไพ่ทาโรต์กว่า 70 สำรับ และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ กลับมีมุมมองที่ต่างออกไป เขามองว่าไพ่ทาโรต์คือวรรณกรรมภาษาที่มาในรูปแบบสำรับ เราใช้ภาษาไพ่บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ได้เหมือนภาษาทั่วไป เช่น การดูหนัง ฟังเพลง หนังสือ และวัฒนธรรม

จุดเริ่มต้นของการสะสมไพ่ทาโรต์จนนำไปสู่การทำความเข้าใจภาษาวรรณกรรม (ไพ่) เริ่มต้นเมื่อคุณภูมิเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาตอนปลาย เขาบังเอิญได้รับไพ่การ์ตูนชุด โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ ที่แถมมากับนิตยสาร ความคลั่งไคล้ในไพ่ทาโรต์ของเขาเริ่มต้นอย่างเรียบง่าย และเหนียวแน่นมาตั้งแต่ตอนนั้น

“ผมเป็นเด็กเนิร์ดๆ หน่อยที่สนใจหนังสือวรรณกรรมมาตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะตำนาน Mythology และสิ่งลึกลับ ซึ่งไพ่ทาโรต์เป็นศาสตร์หนึ่งที่น่าค้นหา เป็นเหมือนวรรณกรรม เพราะไพ่แต่ละใบ แต่ละสำรับ มีเอกลักษณ์ มีเรื่องราวของตัวเอง ไพ่ทุกใบจึงมีเรื่องเล่า”

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

01

ไพ่ = Something

จากการได้ไพ่แถมฟรีมากับนิตยสาร นำไปสู่การสะสมและทำความเข้าใจไพ่ทาโรต์กว่า 70 สำรับ เพราะไพ่แต่ละชุดมีความงาม มีเอกลักษณ์ มีสิ่งที่ซ่อนมาแตกต่างกันออกไป เขาบอกกับเราว่านี่เป็นความน่าตื่นเต้นอย่างหนึ่งของการสะสมไพ่ทาโรต์

“ตอนนี้มีไพ่เยอะมากครับ ทั้งไพ่ไทยและไพ่นอก ต้องบอกก่อนว่าผมไม่ได้เป็นคนที่สะสมไพ่เยอะที่สุด ไม่ได้เป็นคนที่มีไพ่ราคาแรงที่สุด แต่ผมเลือกเก็บไพ่ที่มันเหมาะกับเรา”

ค.ศ. 2008 คือจุดเริ่มต้นการซื้อไพ่ทาโรต์ครั้งแรกของคุณภูมิ นอกเหนือจากไพ่ที่มักแถมมากับหนังสือคู่มือการอ่าน เขาคิดว่าการได้คลุกคลี จับต้องกับไพ่จริงๆ น่าจะส่งผลให้รู้จักไพ่ได้ดีกว่านี้ 

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

“ผมมองว่าไพ่ทาโรต์ ไพ่ทำนาย รวมถึงเครื่องมือการทำนายอย่างอื่นเป็นภาษา เหมือนกับภาษาที่มนุษย์ใช้ในการสื่อสารหรือถอดความจากไพ่ บางทีอาจเป็นพลังงานบางอย่างเหนือธรรมชาติซึ่งเราก็ไม่เข้าใจ คนอื่นอาจจะเรียกว่าเทพเจ้าหรือพระเจ้า แต่สำหรับผมแล้ว ผมเรียกมันว่า Something”

คุณภูมิอธิบายเพิ่มเติมว่า การสื่อสารกับอะไรสักอย่างที่เขาเรียกว่า Something เป็นเพียงการสอบถามในสิ่งที่ ‘เรา’ หรือมนุษย์หยั่งรู้ไม่ได้ด้วยตัวเอง เช่น อยากรู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น หรือคนที่คุยด้วยตอนนี้คิดอย่างไรกับเรา เพราะมนุษย์อ่านใจคนอื่นไม่ได้

จึงสอดคล้องกับไพ่ทาโรต์ที่บอกเรื่องราวจังหวะชีวิตของมนุษย์ผ่านหน้าไพ่ ยกตัวอย่างไพ่ทาโรต์ชุดคลาสสิก The Rider-Waite Tarot ชุดนี้ออกแบบมา 78 ใบ แบ่งออกเป็น 2 ชุด คือ 1)​ ไพ่ชุดใหญ่มีจำนวน 22 ใบ (Major Arcana) 2) ไพ่ชุดเล็กมีจำนวน 56 ใบ (Minor Arcana) ซึ่งไพ่แต่ละใบจะบ่งบอกเรื่องราวหรือองค์ประกอบสำคัญของมนุษย์ เช่น การเปลี่ยนแปลง การเกิด การดับสูญ และการหยุดนิ่ง นี่จึงเป็นเสน่ห์ของไพ่ทาโรต์ มันคือความพยายามที่จะทำความเข้าใจหรือหยั่งรู้ถึงอนาคต

ยกตัวอย่างไพ่ชุดเล็ก ไพ่ไม้ (Wands) เป็นตัวแทนความคิดสร้างสรรค์หรือแพสชัน ถ้ามองในแง่พื้นฐานคือการพูดเรื่องการงาน ไพ่ถ้วย (Cups) เป็นเรื่องอารมณ์ความรู้สึก ใช้ดูความสัมพันธ์ของคน ไพ่ดาบ (Swords) เป็นเรื่องความคิดความอ่าน คำพูด บางคนก็จะมองว่าเป็นเรื่องปัญหา ไพ่เหรียญ (Pentacle / Coins) สื่อเรื่องวัตถุ สิ่งที่เป็นรูปธรรม ทรัพย์สมบัติ เงินทอง ความร่ำรวย

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

เมื่อดูแบบนี้แล้ว ไพ่ทั้งหมดมีความหมายแทนตัวเองอยู่ การที่เราเปิดไพ่จึงเหมือนกับการอ่าน ราวกับว่าไพ่แต่ละใบเป็นองค์ประกอบของภาษา มีพยัญชนะ มีเสียงอ่าน มีรูป มีสัญญะ มีไวยากรณ์ ซึ่งไวยากรณ์ในที่นี้หมายถึงจังหวะและรูปแบบการวางไพ่ 

ยกตัวอย่างการวางไพ่ 5 ใบเพื่อเผาตัวเองในตอนแรก เป็นรูปแบบหนึ่งของไวยากรณ์และยังมีอีกหลายรูปแบบมาก บางคนนำไพ่มาวาง 10 ใบ (Celtic Cross) หรือไพ่บางสำรับคนสร้างก็ได้คิดไวยากรณ์เฉพาะของแต่ละไพ่ขึ้นมา ตั้งแต่คิดคอนเซ็ปต์หรือการวางไพ่ประจำตำแหน่งแต่ละชุด (Spade) ดังนั้น การเปิดไพ่ในแต่ละครั้ง จึงเหมือนกับเรากำลังอ่านภาษาที่บรรจุมากับไพ่แต่ละใบ 

02

ไพ่ = ภาษา

แปลว่าไพ่แต่ละสำรับมีภาษาเป็นของตัวเองหรือเปล่า

“ใช่ แต่บางอันก็เป็นภาษาที่ใกล้เคียงกับภาษาที่มีมาก่อนหน้า ยกตัวอย่างภาษาฝรั่งเศส ภาษาอิตาลี สังเกตไหมว่าคำบางคำคล้ายกัน เพราะมีรากศัพท์มาจากภาษาละตินเหมือนกัน ไพ่ทาโรต์ก็มีรากฐานภาษามาจากไพ่ชุดคลาสสิก ซึ่งหลักๆ มีสามชุด ได้แก่ Rider-Waite’s, Tarot de Marseille และ Thoth สามชุดนี้เรียกได้ว่าเป็นสามเสาหลักแห่งไพ่ทาโรต์ได้เลย”

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

เราอดสงสัยไม่ได้ว่าการทำความเข้าใจภาษาถิ่นของไพ่แต่ละสำรับยากไหม เมื่อเหลือบไปเห็นภูเขาไพ่ทาโรต์ที่กองอยู่ข้างๆ คุณภูมิ นี่คือภาษาถิ่นที่นักดูไพ่ทาโรต์ต้องทำความเข้าใจ และจดจำองค์ประกอบของภาษาซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละท้องที่ด้วย เช่น Shuffle Tarot ไพ่สัญชาติไทยสังกัดสำนักพิมพ์ Destiny ก็มีวิธีการอ่านที่สลับซับซ้อนตรงข้ามความหมายไปมา หรือไพ่ Housing Tarot ของ California Rail Map ก็ต้องทำความเข้าใจเรื่องสถานที่ด้วย 

 “แล้วแต่ไพ่แต่ละสำรับเลยครับ” คุณภูมิตอบพร้อมอธิบายต่อว่า เพราะไพ่แต่ละสำรับโฟกัสภาษาที่ต่างกัน หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพ เช่น ภาษาไทยเป็นภาษาที่มีหลายระดับชั้น สังเกตได้จากสรรพนามหรือคำราชาศัพท์ที่ใช้ต่างกันไป ส่วนของพวกอินูอิต (Inuit) ก็มีคำเรียกหิมะหลายรูปแบบ เช่นเดียวกับไพ่ที่มีจุดโฟกัสแตกต่างกัน หรือไพ่บางชุดจะให้ความสำคัญในเรื่องของเพศหญิงมากกว่าเพศชาย เป็นต้น 

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

“นอกจากการอ่านไพ่ที่เหมือนการแปลภาษาแล้ว ผมยังคิดว่าการอ่านไพ่ก็เหมือนกับการอ่านวรรณกรรม” นอกจากศาสตร์ในการตีความแล้ว คุณภูมิยังดึงวิธีคิดแบบอักษรศาสตร์มาใช้ร่วมกับการตีความอีกด้วย เพราะเขามีพื้นฐานมุมมองมาจากการเรียนคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ

เขากล่าวต่อว่า ทฤษฎีการอ่านหรือการวิจารณ์วรรณคดีมีหลายรูปแบบ ซึ่งไม่ใช่ทุกรูปแบบที่จะนำมาใช้กับหนังสือทุกเล่มได้ เฉกเช่นเดียวกับไพ่ที่วิธีการอ่านทุกรูปแบบใช้กับไพ่ทุกสำรับไม่ได้ บางชุดอาจตีความได้เลยตั้งแต่เห็นหน้าไพ่ การสัมผัสเห็นหน้าตัวละคร รับรู้ถึงความรู้สึก และตีความจากภาพได้ บางภาพอาจจะแทรกสัญลักษณ์ในเชิงโหราศาสตร์ สัญลักษณ์การเล่นแร่แปรธาตุเข้ามาด้วย เมื่อคิดอย่างนี้แล้วการสะสมไพ่ทาโรต์จึงสนุกขึ้นมากๆ เพราะต้องคอยทำความเข้าใจ และนี่คือสิ่งที่เขาได้มาจากการสะสมไพ่ทาโรต์นอกจากศาสตร์แห่งการทำนาย

03

Possible Future 

ทั้งสะสมไพ่ เรียนรู้ภาษาของไพ่แต่ละสำรับ แล้วส่วนตัวเขาเชื่อเรื่องการทำนายทายทักหรือเปล่า คำตอบของเขาทำให้เราเลิกคิ้วสงสัยนิดหน่อย

“ผมอยากเชื่อ” คุณภูมิขยายความว่า เขาอยากเชื่อว่ามีอะไรบางอย่างนอกเหนือไปจากสิ่งที่มนุษย์กำหนด และเชื่อสิ่งที่ไพ่สื่อสาร

“ส่วนตัวผมไม่เชื่อว่าบางสิ่งมันถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจนจนเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ เพราะยังเชื่อในเจตจำนงอิสระหรือ Free Will อยู่” เขาอ้างอิงวรรณกรรมเรื่อง ขุมทรัพย์สุดปลายฝัน :The Alchemist เพื่อมาอธิบายให้เราเห็นภาพชัดเจน

“เรื่องนี้ตัวละครพูดถึงการทำนายของพระอัลเลาะห์ ว่าพระองค์ไม่ได้ต่อต้าน ปฏิเสธการทำนาย หรือการดูดวงอนาคต แต่การที่พระองค์ยอมให้ทำนาย เพราะมองว่ามนุษย์เปลี่ยนแปลงได้ หากเป็นอนาคตหรือสิ่งที่เป็นมติจากสวรรค์ชัดเจน สิ่งเหล่านี้อ่านไม่ได้ผ่านการเปิดไพ่หรือดูดวง การดูดวงในตอนนี้จึงเป็นการ Possible Future ดูแนวโน้มว่าเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้าง เพราะการพยากรณ์มีสิ่งที่เรียกว่าการทำงานเชิงสถิติอยู่ จะพูดว่านี่คือสิ่งเร้นลับของไพ่ทาโรต์ ซึ่่งพยายามเอาชนะสิ่งที่เราไม่รู้ก็ได้” 

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

คุณภูมิเล่าต่อว่า เมื่อเรามองไพ่ทาโรต์เป็นหนึ่งในภาษา สิ่งที่ได้ตามมาจึงเป็นมากกว่าการทำนายดวงชะตา เพราะเราหยิบจับภาษาเหล่านี้มาเล่าเรื่องต่างๆ และทำให้ไพ่ทาโรต์มีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น ไพ่ทาโรต์จึงเป็นมากกว่าของสะสมทั่วไป เพราะไพ่ช่วยส่งสารและดึงมุมมอง สติ แง่การใช้ชีวิตต่างๆ ของเขาได้ การทำนายจากไพ่ทาโรต์เหมือนการสะท้อนภาพปัจจุบัน และคาดเดาถึงอนาคตอันใกล้ที่เจ้าตัวเปลี่ยนแปลงได้

 “มีช่วงหนึ่งที่ผมพยายามทำความเข้าใจไพ่ ก็จะหยิบไพ่ประจำวันขึ้นมาทำนายว่าวันนี้เราจะเป็นอย่างไร ให้ความหมายอะไรบ้าง แล้วตอนเย็นก็กลับมาเทียบว่ามันเป็นอย่างที่ไพ่เขาทำนายหรือเปล่า เหมือนเป็นการพูดคุยกับตัวเอง”

04

ไพ่เราเผาเรื่อง

ไพ่เราเผาเรื่อง เป็นเพจที่นำไพ่ทาโรต์มาเล่าเรื่องต่างๆ ทั้งหนังสือ เกม เขียนรีวิว หรือวิจารณ์ จุดเริ่มต้นมาจากคุณภูมิสนใจอยากทำเพจคอนเทนต์รีวิว และอยากทำเพจที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับไพ่ทาโรต์ การรวมกันของ Passion ทั้งคู่กลายเป็นเพจที่พูดเรื่องการสะสมไพ่ทาโรต์ การเสพสื่อ การรีวิวผ่านภาษาของไพ่ ว่าไพ่แต่ละชุดจะเล่าหรือวิจารณ์สื่อเหล่านี้ออกมาในรูปแบบไหน ไม่ว่าจะเป็นเผาบอกเล่าเกี่ยวกับ MV เพลง Lalisa, เผาเกม Popcat และภาพยนตร์เอนิเมชัน Raya and the Last Dragon

แล้วไพ่ให้มุมมองการเผาเรื่อง ต่างจากมุมมองทั่วไปที่เราประจักษ์หรือเปล่า

 “ไพ่ให้มุมมองความเป็นกลาง” เขายกตัวอย่างว่าตัวเองชอบเพลงของวงลาบานูนเพลงหนึ่งมาก แต่ไม่ชอบมิวสิกวิดีโอเพลงนี้ จึงนำไพ่ทาโรต์มาเผาเล่าเรื่องว่ามองอย่างไร มีความเห็นอย่างไร เลยทำให้เห็นมุมมองที่กลางกว่า ถ้าพูดอีกทางก็คล้ายกับว่าการสะสมไพ่ทาโรต์ช่วยให้มองภาพในอีกมิติหนึ่ง นอกเหนือมุมมองเดิมที่อาจมีอคติ หรือมีส่วนไหนที่เราพลาดไป

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

ในสภาพสังคมที่รายล้อมไปด้วยความตึงเครียด และจำนวนผู้ป่วยโรคซึมเศร้าพุ่งสูงขึ้นในทุกปี คุณภูมิบอกกับเราว่าไพ่ทาโรต์ก็เป็นเหมือนการพักผ่อนทางจิตใจ หลีกหนีความตึงเครียด ความกังวล หรือโรคซึมเศร้าได้ นอกจากนี้ การศึกษาภาษาของไพ่ ยังทำให้เห็นความพยายามของมนุษย์ที่อยากเอาชนะธรรมชาติ เพราะมนุษย์ควบคุมธรรมชาติไม่ได้ การดูดวงอาจเป็นหนึ่งในวิธีการเอาตัวรอด เพื่อพิชิตสิ่งที่มวลมนุษยชนไม่อาจเข้าใจ ‘อนาคต’ ได้

“ส่วนตัวผมมองว่าการสะสมก็เหมือนงานอดิเรกอย่างหนึ่ง เป็นการใช้เวลาในช่วงที่เราได้เป็นตัวของตัวเอง เป็นช่วงที่ไม่ได้ทำงานหรือใช้ชีวิตท่ามกลางคนอื่นๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมากๆ”

06

สำรับสำคัญ

นี่คือไพ่ชุดพิเศษที่มีความหมายต่อนักสะสมไพ่มากที่สุด ขณะบอกเล่าเรื่องราวความพิเศษที่ซ่อนอยู่ในไพ่แต่ละชุด เขาทิ้งท้ายกับเราว่า อนาคตก็อยากจะมีไพ่ทาโรต์ของตัวเองเหมือนกัน

01 Manga Tarot (2006)

ผู้ผลิต : Lo Scarabeo

ออกแบบโดย : Riccardo Minetti

วาดโดย : Anna Lazzarini

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

“เหตุผลที่เลือกไพ่สำรับนี้เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของการสะสมและศึกษาไพ่ทาโร่อย่างจริงจัง เป็นการซื้อไพ่ที่นอกเหนือจากไพ่แถมมากับหนังสือคู่มือตำราสอน ความพิเศษของไพ่ชุดนี้คือการสลับเพศตัวละครของไพ่ ยกตัวอย่างหากตัวละครในไพ่จากชุดคลาสสิกเป็นผู้ชาย ไพ่สำรับนี้ก็จะเป็นผู้หญิง มีความเป็นเฟมินิสต์ เพราะตัวละครผู้หญิง Active มากกว่าตัวละครผู้ชาย 

“อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจในไพ่ชุดนี้คือทุกใบมีสัญลักษณ์บ่งบอกถึงฤดูกาล 4 ฤดู คือ ฤดูหนาว ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งฤดูเหล่านี้นำมาประกอบการตีความ การทำนายได้ ซึ่งคนวาดไพ่ชุดนี้มีความละเอียดมาก สื่ออารมณ์ผ่านโทนสีของภาพได้อย่างชัดเจน”

“ที่เห็นไพ่ทาโร่ชุดนี้ จริงๆ ไม่ได้หน้าตาเป็นแบบนี้นะ ตอนซื้อมามันมีกรอบสีดำล้อมรอบรูป และมีชื่อไพ่เป็นภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศสอยู่ด้วย แต่อันนี้ผ่านการ Deck Modification หรือว่าการโมไพ่ ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่ฝรั่งมาก แต่คนไทยไม่นิยมทำกัน เรารู้สึกว่าภาพชุดนี้สวย แต่มันน่าเสียดายที่มันมีกรอบที่กักขังความงามของไพ่อยู่ ก็เลยตัดสินใจโมไพ่เองด้วยคัตเตอร์ และเอาปากกาเจลมาทาขอบสีดำ”

02 The Dark Mansion Tarot (2019)

ผู้ผลิต : Taroteca Studio

วาดโดย : Magdalena Kaczan

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“เป็นชุดที่เรียกแพสชันการสะสมของเรากลับมา เพราะมีช่วงหนึ่งที่ความสนใจของเราไปอยู่กับสิ่งอื่นมากกว่า แต่พอเห็นไพ่ชุดนี้ในอินเทอร์เน็ตก็รู้สึกว่าไม่ได้แล้ว เราต้องมี เพราะชอบสไตล์ลายเส้นมาก มีบางคนบอกว่าไพ่ชุดนี้คล้ายงานของ ทิม เบอร์ตัน (Tim Burton) ซึ่งส่วนตัวชอบงานของเขาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเลยสั่งไพ่ชุดนี้มา นี่จึงเป็นการซื้อของจากต่างประเทศครั้งแรกผ่าน Paypal”

03 Shuffle Tarot (2020)

ผู้ผลิต : Deckstiny

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“ชุดนี้เป็นของ คุณเมท ทศวิวัศน์ เขาผันตัวเองมาเป็นผู้ผลิตพิมพ์ไพ่เมื่อไม่นานมานี้ สาเหตุที่เลือกชุดนี้มีสามเหตุผลคือ หนึ่ง เป็นชุดแรกที่เปิดตัว เป็นการประกาศว่ามีแบรนด์ไทยนะ แม้ว่าจะเป็นไพ่อินดี้ ไม่ได้จำหน่ายในร้านหนังสือ แต่ก็เป็นที่รู้จักในออนไลน์อย่างมาก และต่างชาติก็สั่งเยอะ สอง มันชื่อว่าไพ่ Shuffle Tarot หมายถึงการสับเปลี่ยนไปมา อย่างภาพหน้ากล่องเป็นไพ่ The Fool แต่มันกลับมานั่งที่ของจักรพรรดิ หากเคยดูซีรีย์ What if…? ของดิสนีย์ก็จะอารมณ์คล้ายๆ กัน เป็นสถานการณ์โลกคู่ขนานแปลกๆ ที่ตัวละครกลับกันหมด เช่นไพ่ The Lover ก็เอา The Devil ขึ้นมาแทน และสาม ไพ่ชุดนี้แฟนให้เป็นของขวัญวันเกิด

“การสลับกันส่งผลต่อการอ่าน การที่ไพ่ The Lover ถูกแทนด้วย The Devil หมายความว่า เราแน่ใจจริงๆ หรือว่าสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้คือความรัก หรือมันเป็นแค่ความหลงใหล”

04 Housing Tarot

ผู้ผลิต : California Rail Map

วาดโดย : Alfred Twu

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“ไพ่ชุดนี้เป็นชุดที่เล็งมานาน แต่ไม่มีโอกาสซื้อสักที เพราะเป็นไพ่ที่ขายเมืองนอกและไม่มีคนนำเข้า จนสุดท้ายเราสั่งซื้อเข้ามาเอง จุดเด่นของไพ่นี้คือสถานที่ แม้ว่าไพ่ทาโรต์จะมีพื้นฐานอ่านได้ว่าหมายถึงสถานที่แบบไหน แต่ไพ่ชุดนี้กลับทำให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ยกตัวอย่างไพ่ The Tower ที่หมายถึงการทลายโครงสร้างดั้งเดิม การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน คนวาดก็สื่อความหมายผ่านภาพการประท้วง ไพ่ชุดนี้จึงสนุก เพราะได้แสดงศักยภาพการตีความของมนุษย์อีกด้วย” 

05 The Mystery Tarot (2021)

ผู้ผลิต : Quarter Press

ออกแบบและวาดโดย : Chris Smith

ไพ่ที่สร้างจากการ์ตูน Disney เรื่อง Gravity Falls (2012 – 2014)

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“เป็นไพ่ที่วาดและสร้างมาจากการ์ตูนเรื่อง Gravity Falls ของดิสนีย์ ข้อดีของไพ่ชุดนี้คือ แม้ว่าเราไม่เคยดูการ์ตูนเรื่องนี้ก็สามารถตีความได้ เพราะตัวละครทำท่าทางเหมือนไพ่ชุดคลาสสิก แต่หากเรารู้พื้นฐานของการ์ตูนไปด้วย จะทำให้ตีความไพ่ได้ดียิ่งขึ้น ที่เลือกสำรับนี้มาเพราะอยากบอกคนอื่นว่า เวลาจะใช้ไพ่ที่มีพื้นฐานมาจากการ์ตูนหรือมีเนื้อเรื่องมาแล้ว ควรศึกษาต้นฉบับและศึกษาตัวละครก่อน มันจะทำให้คุณตีความหมายของไพ่ได้ดีขึ้น” 

06 Decameron Tarot (2003)

ผู้ผลิต : Lo Scarabeo

ออกแบบและวาดโดย : Giacinto Gaudenzi

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“อันนี้ใครมาเห็นอาจจะมองว่าไม่แปลกเท่าไหร่ แต่เรามองว่าแปลกมาก ตอนเห็นไพ่ชุดนี้ครั้งแรกตกใจเล็กน้อย (หัวเราะ) เพราะมันมีความ 18+ อย่างชัดเจน โจ่งครึ้ม ที่สร้างมาจากหนังสือรวมเรื่องสั้นท้าทายศีลธรรมเรื่อง The Decameron โดย Giovanni Boccaccio นักเขียนชาวอิตาเลียนสมัยศตวรรษที่ 14 งานเขียนนี้ก็จะพูดถึงเรื่องของคนที่ใช้ชีวิตทั่วไป ไม่สนใจกรอบขนบของศีลธรรมใดๆ รวมถึงเรื่องเพศที่ถูกโยนออกนอกประตูไปเลย ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้ตามใจชอบ ได้แบบเต็มที่ ไพ่ที่ออกมาเลยไม่มีการเซ็นเซอร์ใดๆ

“เราจะเห็นเลยว่ามันโจ๋งครึ่มมาก ไม่มีการเซ็นเซอร์ มันเลยทำให้เรารู้สึกว่า ไพ่มันมาทำแบบนี้ได้ด้วยหรือ แม้ว่าไพ่สำรับนี้ไม่ใช่ชุดแรกที่พูดถึงเรื่อง 18+ แต่ชุดอื่นที่เราเคยเห็นมันไม่ได้เห็นอวัยะ หรือฉากร่วมรักแบบอล่างฉ่างแบบนี้ จะออกแนวศิลปะนู้ดๆ มากกว่า ไม่ก็ปิดนั่นปิดนี่ แต่ไพ่นี้ไม่สน เปิดเลย (หัวเราะ) “

07 Food Fortunes (2016)

ผู้ผลิต : Chronicle Books

ออกแบบและวาดโดย : Josh LaFayette

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“อันนี้ผมมองว่าเป็นไพ่ที่แปลกมาก เขามีชื่อ ว่า Food Fortunes หลักๆ เป็นไพ่ธีมอาหารจากทั่วโลก เช่น อาหารญี่ปุ่น อาหารจีน อาหารอินเดีย และอาหารกรีก ภาพหน้าไพ่เป็นแนว Parody RWS ไพ่ชุดใหญ่มียี่สิบสองใบ เป็นอาหารจำพวกของกินที่ขาดไม่ได้ ส่วนไพ่ชุดเล็กมีห้าสิบหกใบ จะแบ่งเป็นสี่กลุ่ม กลุ่มละสิบสี่ใบ แบ่งเป็นอาหารจานหลัก (Mains) เครื่องเคียง (Slides) ของหวาน (Sweet) และเครื่องดื่ม (Drinks)

“มีสินค้าของไทยอยู่ด้วยนะครับไพ่ชุดนี้” คุณภูมิพูดพร้อมกับหยิบไพ่รูปวาดซอสพริกศรีราชาออกมา และบอกกับเราว่าอยากนำเสนอใบนี้มากๆ ส่วนไพ่ที่เราเห็นอยู่ผ่านการโมตัดขอบเรียบร้อยแล้ว

 “มีคนเคยถามผมเหมือนกันว่าไพ่ชุดนี้มีไว้สำหรับอะไร เพราะมันนำไปเทียบกับไพ่ทาโรต์ตัวหลักไม่ได้ คนที่นำไปใช้นอกจากสะสมแบบผมแล้ว เขาก็นำไปปรับใช้ เช่น เวลาออกไปกินข้าวกับลูกค้า กับหัวหน้า วันนี้ต้องกินอาหารประเทศไหน ถึงจะทำให้การเจรจาธุรกิจราบรื่น หรือเดทแรกควรไปกินอะไร”

08 จาตุมหาราชทาโรต์ (4 Heavenly Kings Tarot) (2011)

ผู้ผลิต : Line Art Planning

ออกแบบโดย : วิโรจน์ ตั้งฑัตสวัสดิ์ และ ดร.เซ่ ไพ่พยากรณ์

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

 “ไพ่ชุดนี้ที่เลือกมาเพราะไพ่อ้างอิงกับพระจตุมหาราชหรือจตุโลกบาล ตามความเชื่อของ ไตรภูมิพระร่วง ที่นำโครงสร้างจากไพ่ชุดพื้นฐานมาเชื่อมโยงกับจตุโลกบาลทั้งสี่แบบ จุดที่ทำให้สนใจจริงๆ คือหน้าไพ่ที่ออกแบบมาเหมือนกับจิตรกกรรมฝาผนัง ตรงโครงสร้างของไพ่อ้างอิงมาจากไพ่ชุดคลาสสิก แต่สำรับนี้เขาเปลี่ยนตัวละคร เปลี่ยนสิ่งของต่างๆ ให้กลายเป็นภาพจิตรกรรมผนังแบบไทยๆ

“แล้วก็เช่นเคย ไพ่สำรับนี้แต่เดิมมันมีขอบอยู่ แต่ผ่านการโมเรียบร้อยแล้ว บางคนอาจจะรู้สึกไม่ชอบที่เราโมตัดขอบออก เพราะจะส่งผลต่อราคาไพ่ได้ และบอกไม่ได้ว่าเป็นไพ่รุ่นไหน เนื่องจากมีหลายเวอร์ชัน แต่ละเวอร์ชันมีราคาแตกต่างกันไป เช่น เวอร์ชันที่ขอบเป็นทองแท้และขอบเงิน แต่ส่วนตัวเราไม่ชอบเลยตัดออก เพราะเป็นของสะสม ไม่คิดจะปล่อยต่ออยู่แล้ว เลยเลือกทำไพ่ในแบบที่เราชอบดีกว่า”

09 The Tarot of Loka (2014)

ผู้ผลิต : River Horse

ออกแบบโดย : Alessio Cavatore

วาดโดย : Pete Borlace

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“ความแปลกของไพ่สำรับนี้คือ ปกติแล้วไพ่ทาโรต์เคยมีที่มาจากไพ่ป๊อก แต่ไพ่ชุดนี้กลับนำตัวเอกของไพ่ป๊อก เช่น แจ็ก แหม่ม คิง มาเป็นหน้าไพ่ และมีดอกต่างๆ ร่วมด้วย ที่สำคัญคือ ไพ่สำรับนี้ออกแบบมาให้มองกลับด้านได้

“ที่สำคัญคือ ไพ่ชุดนี้มีกติการของตัวเอง ใช้ทำนายได้ และนำไปเล่นเกมได้ ผู้ออกแบบไพ่ชุดนี้คือ Alessio Cavatore เป็นนักออกแบบคิดค้นบอร์ดเกมชื่อดังต่างๆ เช่น Warhammer และ King of War”

Writer

พาฝัน หน่อแก้ว

เด็กวารสารศาสตร์ ผู้ใช้ชีวิตไปกับการเดินทางตามจังหวะเสียงเพลงโฟล์คซองและ R&B จุดอ่อนแพ้ทางของเซลล์ทุกชนิด

Photographer

ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

เรียนวารสาร เที่ยวไปถ่ายรูปไปคืองานอดิเรก และหลงใหลช่วงเวลา Magic Hour ของทุกๆวัน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load