6 กุมภาพันธ์ 2562
3 K

ผมโชคดี

เกิดเป็นเด็ก ‘บ้านนอก’

ถึงปัจจุบันผมอยู่ในอาชีพซึ่งทำให้รู้ว่านอกจากโชคดีที่ได้เกิดและใช้ชีวิตตอนเด็กๆ ที่บ้านนอกแล้ว ผมยังมีความโชคดีอีกชั้นหนึ่งที่มีโอกาสได้เห็นเสือโคร่งจริงๆ ในป่าตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 10 ขวบ

ผมเล่าเรื่องนี้ให้หลายคนฟัง

ค่ำวันนั้น บนรถจี๊ปที่พ่อกำลังขับ บนเส้นทางลาดยางเรียบในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

เสือโคร่งโตเต็มวัยตัวหนึ่งนั่งอยู่ข้างทาง

รถหยุด ผมมองไม่เห็นอะไร จนกระทั่งผู้ใหญ่บนรถชี้ให้ดู เสือลุกขึ้นยืน เขม้นมองมาทางเรา ก่อนหันหลังเดินช้าๆ ลับหายเข้าชายป่า

“เสือพรางตัวเก่ง” พ่อพูดเมื่อผมบอกว่า มองไม่เห็นเสือ จนมีคนชี้ให้ดู

“ลายมันเข้ากับที่อยู่ ถ้าเสืออยู่นิ่งๆ เราไม่ค่อยเห็นมันหรอก” พ่ออธิบาย

นั่นเป็นวันที่ผมมีโอกาสเห็นเสือในธรรมชาติ

แต่อีกนานผมจึงเข้าใจความหมายของลายเสือ

เสือโคร่ง

เสือล่าโดยวิธีซุ่มรอ ใช้ลายอำพรางตัวและกระโจนเข้าหาเมื่อเหยื่อเข้ามาในระยะเหมาะสม

“โลกนี้ไม่ได้มีเสือตัวเดียว”

เป็นประโยคที่ไม่ได้หมายถึงจำนวนเสือ แต่หมายถึงว่าเสือบนโลกใบนี้ไม่มีสักตัวที่มีลายเหมือนกัน

ไม่เพียงเสือต่างชนิด ในเสือชนิดเดียวกัน ลายก็แตกต่างในรายละเอียด

เสือทุกชนิด ไม่ว่าลายขนจะเป็นลายดอก ลายจุด ลายทางยาว หรือสีขนเรียบๆ ไม่มีลวดลายเห็นชัดก็ตาม

ความแตกต่างของลายเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เสืออยู่

เสือใช้ประโยชน์จากลายสีขนปกปิดตัวเองจากศัตรูและอำพรางตัวไม่ให้เหยื่อเห็น

 

เสือคือนักล่าหมายเลขหนึ่ง นี่เป็นความจริงอย่างไม่ต้องสงสัย ร่างกายถูกออกแบบมาเพื่อการล่า

เช่น

ดวงตามองเห็นในความมืด เห็นเป็นภาพมุมกว้าง กะระยะได้แม่น

มีประสาทหูที่ไว จับความเคลื่อนไหวเหยื่อที่อยู่ไกลๆ ได้

มีฟันและกรามแข็งแรง กัดได้แรง อีกทั้งเล็บแหลมคมสามารถซ่อนไว้ในอุ้งตีนได้ ช่วยให้เดินย่องเข้าหาเหยื่ออย่างเงียบกริบ และจะกางเล็บออกเมื่อกระโจนเข้าตะปบหรือขณะวิ่งเพื่อช่วยการเกาะพื้น

แต่ก็เถอะ แม้จะมีร่างกายรวมทั้งทักษะอันเหมาะสม แต่ใช่ว่าการล่าจะประสบความสำเร็จทุกครั้ง

ลงมือ 10 ครั้ง อาจสำเร็จแค่ครั้งเดียว

งานของเสือไม่ง่าย

เกิดเป็นเสือไม่ง่ายดาย

เสือโคร่ง เสือโคร่ง

ลูกเสือโคร่งและแม่มีลายที่แตกต่างกัน

ผมนึกถึงเสือตัวแรกที่พบตอนเด็กเมื่อทำงานอยู่แถบทิวเขาบูโด จังหวัดนราธิวาส แม้ว่าตลอดเวลาปีกว่าเกือบ 2 ปีที่นั่นผมไม่เคยพบรอยตีนหรือร่องรอยใดๆ ของเสือ รวมทั้งร่องรอยสัตว์ผู้ล่าตัวอื่นๆ

นอกจากรอยหมูป่า หมูหริ่ง และสัตว์ฟันแทะอื่น  

บนพื้นเฉอะแฉะ ใบไม้ทับถม ทากชูตัวสลอน

หมูป่าขุดคุ้ยหากินรากไม้ กระทั่งดินร่วนซุย ไม่ต่างจากการพรวนดินไว้รอรับเมล็ดผลไม้ที่จะหล่นปะปนอยู่ในขี้ นกเงือก

จำนวนมากไปของหมูป่าทำให้ลูกไม้เล็กๆ เสียหาย หลายฝูงลงไปในสวนยาง แปลงแตงโม แปลงผักใกล้หมู่บ้าน

คนในหมู่บ้านหลายคนเริ่มทำแร้วดักหมู บางคนแบกปืนขึ้นภูเขายิงหมูป่ามาขายให้ทหารที่เข้ามารักษาความสงบ

หมูป่าไม่ใช่อาหารของคนพื้นที่

แต่การเข้ามาทำลายพืชผลคือสิ่งที่ยอมไม่ได้

หลายครั้ง ขณะเดินลงจากภูเขา ผมพบแร้วดักหมู บางครั้งเสียงปืนดังใกล้ๆ บางทีผมหลบข้างทางหลีกให้คน แบกซากหมูผ่านไป หลบสายตาจากร่างไร้วิญญาณ

บนภูเขา ไม่มีสัตว์ผู้ล่า

มีเพียงคน ซึ่งทำหน้าที่แทน

เขาบูโดสูงชัน ไม่มีที่ราบๆ ให้เดิน การตั้งแคมป์อยู่ข้างบนโดยไม่ต้องเดินขึ้นลงคือวิธีที่เราเลือก แต่แคมป์ริมลำห้วยที่เราอยู่ก็ห่างจากรังนกชนหินในระยะการเดินขึ้นชันๆ อีกราว 2 ชั่วโมง แคมป์อยู่ไม่ไกลจากด่านที่มีคนใช้ประจำ คืนหนึ่งหลังกินข้าว ฝนตกพรำๆ มีแสงไฟวับแวม ผู้ชายหลายคนเดินเข้ามา พวกเขายืนพูดกับกอเซ็ม หันมองมาทางผมเป็นระยะ ก่อนพยักหน้า หันมาสบตา และทยอยเดินหายไปในเงามืด

“พวกขึ้นมาล่าหมู” กอเซ็มบอกสั้นๆ

อีกคืนหนึ่งเราขึ้นเปลนอนแล้ว มีผู้ชาย 4 คนเดินเข้ามาท่ามกลางสายฝน

ผมและกอเซ็มลงจากเปล กองไฟใต้ฟลายชีทมอดดับ

ผมก่อไฟ ต้มน้ำเพื่อชงน้ำชา

พวกเขาพูดคุยด้วยภาษายาวีอันเป็นภาษาถิ่น ผมจับความได้บางคำ

ทั้งสี่คนยิ้มทักทายด้วยสายตาเป็นมิตร

“พวกเลื่อยไม้” กอเซ็มบอกผมสั้นๆ เช่นเคย

ฝนลงเม็ดหนา ผมกลับขึ้นเปล

คืนนั้นผมได้รับความรู้สึกอย่างหนึ่ง

อยู่ในป่าไม่มีร่องรอย ไม่พบรอยตีน

ไม่ได้หมายความว่า ป่านั้นจะไม่มีเสือ

เสือโคร่ง, หมาใน

หมาใน นักล่าที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก ไม่มีลวดลาย ขนสีแดงของพวกมันช่วยพรางตัวเวลาอยู่นิ่งๆ

นักวิทยาศาสตร์อธิบายง่ายๆ ว่า ลักษณะต่างๆ ของสิ่งมีชีวิตถูกกำหนดจากสารพันธุกรรมที่เรียกว่า ยีน ซึ่งอยู่ในเซลล์ทุกเซลล์ของสิ่งมีชีวิต โดยทุกๆ เซลล์มียีนจำนวนมากมายมหาศาล และยีนแต่ละตัวก็ทำหน้าที่กำหนดลักษณะปลีกย่อยต่างๆ กัน

ลายของเสือเกิดจากการแสดงออกร่วมกันของลักษณะปลีกย่อยหลาย อย่างเช่นรูปแบบของลาย ความเข้มของสี   ลักษณะปลีกย่อยเหล่านี้ถูกควบคุมจากยีนต่างชนิดกัน

คาดกันว่ามียีนอยู่ไม่น้อยกว่า 8 ชนิดที่ควบคุมให้เกิดลายเสือ

ลายเสือไม่เปลี่ยนแปลงตั้งแต่เกิดกระทั่งโตเต็มวัย

แต่สีจะเข้มขึ้นและจางลงเมื่อชราภาพ

        

ในป่าทิวเขาบูโดไม่มีร่องรอยของเสือให้พบเห็น

เป็นเวลากว่า 1 ปีที่ผมได้เข้าใจความหมายของลายเสือ…

Writer & Photographer

Avatar

ปริญญากร วรวรรณ

ถ่ายทอดเรื่องราวของสัตว์ป่าและดงลึกทั่วประเทศไทยผ่านเลนส์และปลายปากกามากว่า 30 ปี มล. ปริญญากร ถือเป็นแบบอย่างสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างเคารพธรรมชาติให้คนกิจกรรมกลางแจ้งและช่างภาพธรรมชาติรุ่นปัจจุบัน

Life on Earth

เรื่องราวสรรพชีวิตที่อยู่บนโลกใบเดียวกับเรา

อ่าวไร่เลย์ จังหวัดกระบี่

บางคราวบนผาสูงก็ราวกับมีเราเพียงลำพังที่กำลังคืบขยับขึ้นไปทีละน้อย

หินนูนและร่องหลืบแข็งกระด้างกลายเป็นจุดหมายที่อบอุ่นทุกครั้งที่เหยียดจับและขยับยืน

ยิ่งสูงยิ่งหนาวใจ

ทว่าหากไม่หลงลืมจนเกินไป เราจะเห็นว่ามีเชือกเส้นหนึ่งที่ร้อยอยู่กับห่วงเอวฮาร์เนสส์อันเป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญของการปีนผา โยงไปยังใครคนหนึ่งซึ่งยืนอยู่เบื้องล่าง

เชือกเส้นยาวสีสันสดใสสะดุดตาในเวลานี้ไม่ได้เป็นเพียงเชือกเส้นหนึ่ง ทว่ามันคือสายใยที่ผูกพันคนบนพื้นทรายและคนบนผาสูงไว้ด้วยกัน

ปีนหน้าผา, กระบี่, อ่าวไร่เลย์

ปีนหน้าผา, กระบี่, อ่าวไร่เลย์

“Climbing”

“On belay”

คือคำกล่าวและขานรับระหว่างคนปีนหน้าผากับผู้ควบคุมเชือก (Belayer) ซึ่งยืนอยู่บนพื้น เป็นสัญญาณว่าคนหนึ่งพร้อมจะปีนขึ้นไป ส่วนอีกคนหนึ่งก็พร้อมจะผ่อนและดึงเชือกที่เกี่ยวผ่านห่วง ณ ปลายทางบนผาสูง เป็นการเดินทางแนวตั้งที่คล้ายไต่ตามความสูงไปเพียงลำพัง ทว่าแท้จริงแล้ว ยังมีอีกคนหนึ่งคอยดูแลคนปีนอยู่ไกลๆ

ความไว้วางใจและความใส่ใจเป็นเรื่องสำคัญสำหรับนักปีนทุกคน

รูปแบบการปีนหน้าผานั้นมีหลายประเภท เช่น ปีนแบบไม่ตอกหมุดหรือวัสดุใดๆ ลงบนหน้าผาเลย แต่ใช้อุปกรณ์สอดเข้าไปในร่องหลืบแล้วล็อกไว้ จากนั้นจึงนำกลับมาเมื่อปีนผ่านช่วงนั้นๆ ไปแล้ว เรียกว่า Traditional Climbing ถ้าเป็นการปีนในระยะความสูงไม่มากนัก แต่เน้นความยาก มีเบาะรองกันกระแทกหากตกลงมา เรียกว่า Bouldering Climbing แต่สำหรับการปีนเพื่อความเพลิดเพลินหรือเพื่อออกกำลังกายแบบไม่ยากนัก นักปีนนิยมปีนหน้าผาแบบ Sport Climbing ซึ่งหมายถึงการปีนไปบนเส้นทางที่มีการตอกหมุดให้คลิกอุปกรณ์สำหรับคล้องเชือกขึ้นไปเรื่อยๆ

แต่ไม่ว่าจะเลือกปีนแบบใด ก็นับว่าการปีนหน้าผาเป็นกิจกรรมสัมผัสธรรมชาติที่ท้าทายจิตใจ จุดหมายเหมือนไม่ไกล แต่ก็อาจกลายเป็นแสนไกลหากเราอ่านเส้นทางไม่ขาด

เสน่ห์ของการปีนหน้าผาอยู่ตรงนี้

การเดินทางในแนวตั้งด้วยการใช้แรงกายพาตัวเองขึ้นไป บางคนเปรียบเปรยว่าคล้ายดั่งการทำสมาธิ เพราะตาและใจจะจดจ่ออยู่กับก้อนหิน สมองคิดว่าจะจับหินก้อนไหนและจับอย่างไรเพื่อให้ไปถึงยังจุดหมายด้านบน การปีนป่ายไปตามหน้าผาสูงชันมีเทคนิคง่ายๆ คือวางเท้าให้มั่นคง แล้วสองแขนก็จะทำหน้าที่เบาลง ไม่ต้องออกแรงรับน้ำหนักตัวเองมากจนแขนล้า รางวัลที่ได้รับเมื่อไปถึงปลายทาง นอกจากความภูมิใจแล้ว ก็คือวิวกระจ่างตาของท้องทะเลสีมรกตระยิบระยับเปลวแดด และสายลมเย็นที่พัดอาบเนื้อตัวอย่างอ่อนโยน

ปีนหน้าผา, กระบี่, อ่าวไร่เลย์

ปีนหน้าผา, กระบี่, อ่าวไร่เลย์

แม้จะปีนสูงขึ้นมา แต่จุดหมายต่อไปก็อยู่สูงกว่า และนั่นก็ทำให้เรามองเห็นลักษณะหินไม่ถนัดตาเท่ากับมองตรงๆ ในระดับสายตา

เมื่อยืนอยู่บนพื้น มองนักปีนเคลื่อนขยับ บางทีก็ลังเลกับการไปต่อ เราจะรู้สึกว่าไม่น่ายากอะไร ร่องหินขนาดใหญ่อยู่ตรงนั้น ปุ่มหินขนาดเหมาะสำหรับวางเท้าก็อยู่ไม่ไกล ฯลฯ ทั้งหมดคือความคิดที่เกิดจากการมอง ทว่าเมื่อลงมือมาปีนเอง เท่านั้นล่ะ…จึงรับรู้ชัดเจนว่า ตราบใดที่ยังไม่ลงมือทำ อะไรๆ ก็ดูง่ายไปหมด

ระดับความยากง่ายของเส้นทางปีนที่ใช้ในเมืองไทย คือเริ่มต้นจากระดับ 5 ซึ่งเป็นทางปีนที่ง่ายสุด มีหินก้อนโตๆ ให้จับ ให้ยืน มีร่องหลืบขนาดใหญ่เห็นชัดและหน้าผาตั้งฉากกับพื้น ไม่ต้องอาศัยเทคนิคการถ่ายเทน้ำหนักของร่างกาย ไม่ต้องใช้กำลังแขนต่อสู้กับแรงโน้มถ่วงเช่นการปีนหน้าผาที่เป็นชะง่อนยื่นล้ำออกไปในอากาศ ไล่เลยไปที่ระดับ 6 จนถึง 8C ซึ่งอาจเป็นผาตั้งชัน ผิวหินเรียบกริบ แทบไม่มีปุ่มปมหรือร่องหลืบให้จับให้ยืน หรือไม่ก็เป็นขอบโค้งปากถ้ำที่ต้องใช้พลังแขน การวางขาที่สมดุล และการถ่ายเทน้ำหนักตัวที่ต้องใช้เทคนิคและประสบการณ์อย่างยิ่งยวด

ปีนหน้าผา, กระบี่, อ่าวไร่เลย์ ปีนหน้าผา, กระบี่, อ่าวไร่เลย์

การปีนหน้าผาคือการเดินทางประเภทหนึ่ง ปลายทางมักอยู่บนผาสูง โดยมีสิ่งแวดล้อมเป็นความรื่นรมย์

แหล่งปีนหน้าผาโดดเด่นในเมืองไทย ที่รวมไว้ทั้งเส้นทางปีนหลากหลายกว่า 500 เส้นทาง แวดล้อมด้วยความสวยงามของธรรมชาติ อีกทั้งยังมากมีความสะดวกสบายและความบันเทิงเริงใจ คืออ่าวไร่เลย์ ซึ่งตั้งอยู่ตรงปลายแหลมในเขตอำเภอเมืองกระบี่ เพราะมีขุนเขาสูงกั้นขวางจนไม่อาจตัดถนนหนทางมาถึงได้ ต้องอาศัยเรือแล่นผ่านผืนทะเลมาถึงที่นี่ ทำให้หลายคนเข้าใจว่าไร่เลย์คือเกาะใกล้เมือง

น้ำทะเลที่โอบไว้เกือบรอบอ่าวนี้สวยใส เหมาะกับการลงไปแช่ตัว ทว่าสำหรับนักปีนบางคน มาถึงทะเล กลับไม่แตะทะเล เพราะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บนหน้าผา ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบคึกคักด้วยผู้คน ได้บรรยากาศของการปีนท่ามกลางเสียงเชียร์ เสียงตะโกนบอกเส้นทาง และเส้นทางปีนเงียบสงบที่ต้องเดินลึกเข้าไปสักหน่อย อาจรู้สึกถึงความร้างไร้ผู้คน แต่แท้จริงแล้ว ไร่เลไม่เคยปราศจากนักเดินทาง และนักปีนผาก็ไม่เคยอ้างว้างแม้บนหน้าผาจะมีเพียงเขาหรือเธอไต่ตามทางชันขึ้นไปเพียงลำพัง เพราะบนผืนดิน ผืนทรายเบื้องล่างนั้น ยังมีอีกคนหนึ่งที่ผูกพันกันด้วยเชือกเส้นหนึ่ง และสำคัญกว่านั้นคือความใส่ใจในกันและกันตลอดการปีน

วิถีเช่นนี้เป็นอีกหนทางหนึ่งที่นำไปสู่การสัมผัสและโอบกอดธรรมชาติด้วยรักษ์และรัก ในโลกตั้งฉากกับพื้น…ที่ไม่ยากเกินเดินทางไปถึง

ปีนหน้าผา, กระบี่, อ่าวไร่เลย์

Writer

Avatar

ปิยะฤทัย ปิโยพีระพงศ์

นักเขียนอิสระผู้รักการเดินทางท่ามกลางธรรมชาติ และสนุกกับกิจกรรมผจญภัยหลากหลาย ทั้งปีนหน้าผา พายเรือคายัก เดินป่า ขี่ม้า วิ่งเทรล ฯลฯ ทั้งชีวิตคลุกคลีกับงานนิตยสารท่องเที่ยวมาโดยตลอด คือทำงานในกองบรรณาธิการ อนุสาร อ.ส.ท. และนิตยสาร Nature Explorer การเดินทางจึงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และส่วนหนึ่งของการเดินทางก็คือกิจกรรมผจญภัย-ผจญไพรที่น่าจดจำ

Photographer

Avatar

ธีระพงษ์ พลรักษ์

ช่างภาพมาดติสท์ ประจำกองบรรณาธิการอนุสาร อ.ส.ท. รักการเดินทางผจญภัยพอๆ กับการถ่ายภาพ มีทักษะทางการใช้ร่างกายยอดเยี่ยม จึงได้รับมอบหมายงานแนวผจญภัย เช่น ปีนหน้าผา โรยตัว มุดถ้ำ ขี่จักรยาน ฯลฯ อยู่บ่อยครั้ง ไม่เพียงกดชัตเตอร์ แต่เขายังพาตัวเองไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมอย่างเข้าถึงทุกครั้งอีกด้วย

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load