พ.ศ. 2557 บริเวณเขตนครวัด นครธม จังหวัดเสียมเรียบ พบศพชายนิรนามหนึ่งคน โดยเบื้องต้นคาดว่าเป็นร่างของ นายเดวิด เอ็ดเวิร์ด วอล์คเกอร์ นักข่าวชาวแคนนาดาที่หายตัวไปนานกว่า 10 สัปดาห์ แต่ร่างที่พบกลับเน่าเปื่อยจนดูไม่ออกว่าเป็นศพของใคร

พ.ศ. 2560 ในพื้นที่ป่าไม้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว พบชิ้นส่วนกะโหลกเปรอะเปื้อนดิน ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นของ นายเด่น คำแหล้ ชายผู้สูญหายจากหมู่บ้านเป็นระยะเวลา 1 ปี แต่ชิ้นส่วนหน้าผากจนถึงบริเวณกรามหายไปทั้งหมด ทำให้ไม่อาจทราบได้ว่าเป็นชิ้นส่วนของผู้ที่กำลังตามหาหรือไม่ 

จากร่างและชิ้นส่วนไร้หน้า ไร้ชื่อ ไร้คนรู้จัก จะตามหาบุคคลหายสาบสูญได้อย่างไร 

ครั้งนี้เราได้โอกาสมาฟังคำตอบจาก พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ผู้ที่จะเล่าให้ฟังถึงกระบวนการทำงานของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์​ หน่วยงานที่สามารถประกอบตัวตนและชีวิตบางส่วนจากชิ้นส่วนปริศนาเหล่านี้ รวมทั้งพูดคุยถึงเบื้องหลังความสำเร็จในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงแต่ละครั้ง ซึ่งมีน้อยคนที่จะรู้ว่านี่คือหนึ่งในผลลัพธ์จากความร่วมมือระหว่างประเทศที่ก้าวข้ามขอบเขตพรมแดนและเชื้อชาติ โดยมีกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (TICA) กระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้สนับสนุนและสะพานเชื่อมสัมพันธ์ที่ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับผู้เชี่ยวชาญด้านการพิสูจน์อัตลักษณ์ศพจากประเทศอาร์เจนตินา

พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์
ไทย-อาร์เจนตินา ความร่วมมือด้านนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อคืนความยุติธรรมให้กระดูกทุกโครง

กฎหมาย + วิทยาศาสตร์

ความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและอาร์เจนตินาเริ่มขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2555 ภายใต้ความร่วมมือใต้-ใต้ (South-South Cooperation) หรือความร่วมมือระหว่างประเทศกำลังพัฒนา ซึ่ง TICA เป็นกำลังหลักในการผลักดันให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านการศึกษา การพัฒนาแรงงาน การเกษตร สาธารณสุข รวมไปถึงวิทยาศาสตร์ เช่นเดียวกับที่อาร์เจนตินาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อความรู้ด้านนิติวิทยาศาสตร์ให้กับประเทศไทย จนในปัจจุบัน เราส่งต่อองค์ความรู้ดังกล่าวไปถึงประเทศอื่นในอาเซียนได้

ตอนนี้มีกระดูกอยู่ด้านบน กองกันอยู่ประมาณ 900 โครง” พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ เริ่มต้นบทสนทนาด้วยการพาเราแหงนหน้ามองเพดาน เพิ่งจะรู้ตัวเดี๋ยวนี้ว่าเหนือศีรษะ คือที่เก็บโครงกระดูกที่ยังไม่มีญาติมารับกลับ

แต่ที่น่าตกใจกว่านั้น กระดูกเหล่านี้เป็นเพียงจำนวนหนึ่งของทั้งหมดที่อยู่ภายใต้การดูแลของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ “ยังมีอีกประมาณ 2,000 ศพ ซึ่งทางมูลนิธิเอกชนให้เอาไปฝากไว้ที่สุสานนครนายก” เขาว่า

ไทย-อาร์เจนตินา ความร่วมมือด้านนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อคืนความยุติธรรมให้กระดูกทุกโครง
ไทย-อาร์เจนตินา ความร่วมมือด้านนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อคืนความยุติธรรมให้กระดูกทุกโครง

พ.ต.อ. ทรงศักดิ์ คือผู้ที่นำทีมดูแลโครงกระดูกกว่า 3,000 โครง ตั้งแต่เริ่มค้นหาวัตถุพยานจนถึงการช่วยตามหาญาติให้มาพบกับบุคคลที่หายสาบสูญอีกครั้ง 

ผู้อำนวยการเล่าว่า เขาไม่ได้เข้าใจประโยชน์ของนิติวิทยาศาสตร์มาตั้งแต่เริ่ม แต่พอได้ทำงานจริงกลับเห็นความสำคัญของสาขาวิชานี้ 

“นิติวิทยาศาสตร์อยู่ในความสนใจของคนที่ทำงานด้านกฎหมาย เพราะเป็นการนำวิทยาศาสตร์มาพิสูจน์หาข้อเท็จจริงโดยไม่ต้องใช้พยานบุคคล ทำให้การบังคับเชิงกฎหมายมีความยุติธรรมและน่าเชื่อถือมากขึ้น

“คดีสำคัญหลายคดี เช่น คดีห้างทองหรือคดีฆาตกรรมแพทย์หญิงที่จุฬาฯ ก็ใช้นิติวิทยาศาสตร์​เข้ามาช่วย เมื่อเกิดข้อโต้แย้งกันในเรื่องข้อเท็จจริง เราสามารถนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาช่วยอธิบาย ทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจ และช่วยลดข้อพิพาทได้ เพราะฉะนั้น วิชานี้จึงมีความสำคัญต่อประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายในประเทศ”

หลายคนคิดว่านิติวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องไกลตัว แต่แท้จริงแล้วมันคือเรื่องใกล้ตัวที่จะช่วยให้ใครคนหนึ่งกลับไปสู่อ้อมกอดของครอบครัวอีกครั้ง แม้เขาคนนั้นจะไร้ลมหายใจ

เพื่อให้เห็นภาพ พ.ต.อ. ทรงศักดิ์ พาเราเดินขึ้นไปชั้นบนของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อดูกระบวนการพิสูจน์และจัดเก็บโครงกระดูก พร้อมทั้งเล่าเรื่องราวซึ่งเป็นเหตุให้ประเทศไทยพิสูจน์ศพนิรนามจำนวนนับไม่ถ้วนได้สำเร็จ

ไทย-อาร์เจนตินา ความร่วมมือด้านนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อคืนความยุติธรรมให้กระดูกทุกโครง
ห้องเก็บกระดูกภายในห้องปฏิบัติการพิสูจน์บุคคลสูญหาย

เปิดแฟ้มความร่วมมือ

กะโหลก กระดูกสันหลัง กระดูกสะโพก กระดูกนิ้วมือ ชิ้นส่วนกระดูกที่จัดวางเป็นร่างไว้บนโต๊ะ นอนเรียงรายกันเป็นระเบียบ 

ไม่นึกว่าครั้งแรกที่ได้ยืนประจันหน้ากับโครงกระดูกมนุษย์จริง จะเป็นเพราะมาเยือนศูนย์ราชการฯ 

มีห้องหนึ่งห้องสำหรับเก็บชิ้นส่วนกระดูกในกล่องกำกับหมายเลข จัดเรียงเต็มชั้นวาง ทั้งหมดคือร่างของบุคคลสูญหายที่ยังรอการกลับไปพบกับครอบครัวอีกครั้ง 

แพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ อดีตผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เป็นผู้ที่เล็งเห็นความสำคัญของการตามหาบุคคลสูญหาย ใน พ.ศ. 2547คุณหญิงพรทิพย์ทำงานพิสูจน์เอกลักษณ์ผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติสึนามิ แล้วพบว่าประเทศไทยยังขาดประสบการณ์และวิทยาการที่ทันสมัยในด้านการตรวจวิเคราะห์กระดูก

“ตอนนั้นคุณหญิงไปสัมมนาที่ออสเตรเลีย แล้วได้พูดถึงปัญหาที่พบด้านการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลของไทย พอดีมีชาวอาร์เจนตินาซึ่งเป็นประธานของ Argentine Forensic Anthropology Team (EAAF) เข้าร่วมฟังด้วย ซึ่งเขามีแนวคิดพัฒนานักวิทยาศาสตร์ตรวจวิเคราะห์กระดูกอยู่พอดี” 

แต่เนื่องจากไม่ทราบช่องทางติดต่อสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ประเทศไทย อาร์เจนตินาจึงติดต่อไปทางกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (TICA) ให้ช่วยประสานงาน

“TICA ช่วยดำเนินการให้ไทยกับอาร์เจนตินาได้ทำ MOU ร่วมกัน ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือที่เป็นประโยชน์อย่างมากต่อการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลของไทย”

ไทย-อาร์เจนตินา ความร่วมมือด้านนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อคืนความยุติธรรมให้กระดูกทุกโครง

อาร์เจนตินานำความรู้ในด้านต่าง ๆ เกี่ยวกับการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลและวิเคราะห์กระดูกมาแบ่งปันผ่านวิธีการหลากหลาย บางครั้งมีการส่งผู้เชี่ยวชาญมาประเทศไทย เพื่อมอบความรู้เกี่ยวกับกระบวนการทำงานอย่างละเอียด ตั้งแต่การเก็บวัตถุพยานและชิ้นส่วนกระดูก กระทั่งการถ่ายภาพและร่างภาพวัตถุพยานที่ค้นพบ บางครั้งก็เป็นบุคลากรชาวไทยที่เดินทางไปอบรมทักษะที่อาร์เจนตินา อาทิ การทำแล็บดีเอ็นเอและระบบดำเนินการรับคดี รวมถึงวิธีการจัดเก็บพยานวัตถุ 

“ข้อมูลที่ได้จากการเรียนรู้ทำให้เราสร้างโปรไฟล์ของศพได้อย่างละเอียด เวลาญาติมาหาข้อมูลยืนยันอัตลักษณ์ศพก็ทำได้เลยโดยไม่ต้องใช้โครงกระดูก อัตลักษณ์คือความโดดเด่นของแต่ละบุคคล เพราะฉะนั้น อัตลักษณ์ของแต่ละคนจึงไม่เหมือนกัน”

พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม
ไทย-อาร์เจนตินา ความร่วมมือด้านนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อคืนความยุติธรรมให้กระดูกทุกโครง

การร่วมมือครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีในการพัฒนาองค์ความรู้ด้านนิติวิทยาศาสตร์ของไทย TICA จึงพร้อมสนับสนุนโครงการต่าง ๆ เพื่อให้สถาบันได้พัฒนาประสิทธิภาพและศักยภาพของบุคคลากรให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลเช่นเดียวกับประเทศอาร์เจนตินา โดยไม่ต้องเสียเงินทุน

“เรานำองค์ความรู้ที่ได้มาใช้ในคดีหลายคดี เช่น คดีนักข่าวแคนนาดาที่หายตัวไปในกัมพูชา คดีของเด่น คำแหล้ และคดีบิลลี่ (พอละจี รักจงเจริญ) ต้องบอกว่าความสำเร็จเริ่มต้นจากความร่วมมือระหว่างประเทศ ขอบคุณ TICA ที่ทำให้เกิดความร่วมมือนี้”

2 ประเทศรวมใจทำให้ไทยมีระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีในการติดตามศพนิรนาม คนนิรนาม คนหาย และมีระเบียบกฎหมายที่ทำให้การทำงานด้านการพิสูจน์เอกลักษณ์ของบุคคลหรือการตรวจวิเคราะห์กระดูกมีมาตรฐานที่ดีขึ้น เกิดความชัดเจนในการทำงาน และเป็นการยกระดับความร่วมมือกับองค์กรที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพมากกว่าเก่า จนเกิดผลสำเร็จในระดับที่น่าพึงพอใจ

มองการณ์ไกลและไปให้ถึง

ไทย-อาร์เจนตินา ความร่วมมือด้านนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อคืนความยุติธรรมให้กระดูกทุกโครง

การพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนอกจากความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์และกฎหมาย เหล่านักนิติวิทยาศาสตร์ยังต้องประลองปัญญากับอาชญากร ใช้จินตนาการปะติดปะต่อเบาะแสที่พบประปรายราวกับการต่อจิ๊กซอว์ นอกจากนั้น ขนาดของงานยังไม่สามารถกำหนดตายตัว บางครั้งต้องกั้นป่าเป็นผืน ๆ หรือสูบน้ำทั้งบ่อออกจนเกลี้ยง เพื่อค้นหาวัตถุพยานสักชิ้น

สุดท้ายน้ำพักน้ำแรงทั้งหมดที่ลงไปอาจจบด้วยการค้นพบว่า วัตถุพยานที่เจอเป็นกระดูกสัตว์​ ก้อนหิน หรือใบไม้ แต่บุคลากรทุกคนก็พร้อมทำสุดความสามารถ 

แม้ผลลัพธ์อาจไม่ใช่สิ่งที่อยากให้เป็น แต่ทุกคนต่างเชื่อมั่นว่าทุกแรงที่ลงไปจะทำให้ข้อเท็จจริงกระจ่างขึ้น และเป็นการคืนความยุติธรรมให้กับศพที่พูดไม่ได้

“อย่าลืมว่างานเราเป็นงานระดับชาติ ไม่ใช่งานทำวันนี้ พรุ่งนี้เสร็จ อยากให้มองไกล ๆ มองไปสูง ๆ นึกถึงประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง เพื่อพัฒนาการดำเนินงานให้เกิดความเสมอภาคเท่าเทียม” พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ กล่าว

ครั้นถามถึงข้อจำกัดขององค์ความรู้ด้านนิติวิทยาศาสตร์ไทยในปัจจุบัน สิ่งแรกที่ผู้อำนวยการเห็นว่าควรพัฒนาเพิ่มเติม คือความรู้ด้านกระบวนการจัดการกับศพหลังการชันสูตร 

เรายังต้องการองค์ความรู้ในด้านนี้อยู่ จึงกำลังศึกษาว่าต่างประเทศมีวิธีจัดการศพเหล่านี้อย่างไร ก็พบว่าแต่ละประเทศมีกระบวนการแตกต่างกัน บ้างก็เผา ไม่ก็เอาไปใส่ตู้ละลายเลยก็มี หรือบางประเทศเอาเข้าเตาเพื่อย่อยสลาย แล้วนำผลลัพธ์ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ต่อ” 

แต่สุดท้าย หากจะผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นจริง จะต้องเริ่มปรับตั้งแต่ระดับกฎหมาย 

“เรื่องสำคัญที่สุดคือ เราพยายามยกระดับกฎหมายศพนิรนาม การไม่มีกฎหมายในด้านนี้บังคับใช้ ทำให้เราจัดการศพเหล่านี้ไม่ได้ตามประเพณีไทย

“ในเชิงกฎหมายอีกส่วนหนึ่ง ควรพัฒนาระบบนิติวิทยาศาสตร์ให้มีมาตรฐานเดียวกัน ส่งตรวจที่ไหนต้องมีความแม่นยำเท่ากัน เพราะจะทำให้เกิดความเชื่อมั่นในการทำงานของหน่วยงานราชการมากขึ้น สุดท้ายจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศและคนของเราเอง”

ไทย-อาร์เจนตินา ร่วมมือด้านนิติวิทยาศาสตร์ ใช้ความรู้พิสูจน์อัตลักษณ์ศพ ผลักดันให้กระดูกทุกโครงเข้าถึงความยุติธรรม
ไทย-อาร์เจนตินา ร่วมมือด้านนิติวิทยาศาสตร์ ใช้ความรู้พิสูจน์อัตลักษณ์ศพ ผลักดันให้กระดูกทุกโครงเข้าถึงความยุติธรรม

ข้อจำกัดอีกอย่างคือจำนวนบุคลากรที่ไม่เพียงพอในหลายสายงาน ยกตัวอย่าง บุคลากรที่ทำงานพิสูจน์ลายมือเขียน ซึ่งต้องใช้ทั้งประสบการณ์และเทคนิค ผสมกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่ยังมีไม่เพียงพอ หนึ่งในวิธีผลักดันให้มีทรัพยากรผู้เชี่ยวชาญเพิ่มขึ้น คือการเสริมสร้างวิชาชีพ

“เด็กหลายคนอยากเรียนด้านวิทยาศาสตร์ แต่ไม่รู้จะไปทำงานอะไร ทั้งที่งานด้านวิทยาศาสตร์มีหลากหลาย การสร้างวิชาชีพทางด้านนิติวิทยาศาสตร์จะผลักดันให้เกิดการรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับการทำงานในสายงานนี้มากขึ้น ส่งเสริมให้มีให้มีบุคลากรรุ่นต่อรุ่นในอนาคต”

เรื่องสุดท้ายที่ พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ เชื่อว่ามีบทบาทสำคัญมากในการพัฒนาวงการนิติวิทยาศาสตร์ คือ 

เรื่องความร่วมมือระหว่างนักนิติวิทยาศาสตร์ในไทยและนานาชาติ

“เราอยากให้มีความต่อเนื่องในการร่วมมือกัน เพราะถ้าเราไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียว งานก็จะไม่เดินต่อ สำหรับความร่วมมือภายในประเทศ ก็พยายามให้นักนิติวิทยาศาสตร์ที่เคยได้ร่วมงานกันแล้ว คุยติดต่อสื่อสารกันอยู่ตลอด ในส่วนของความร่วมมือระหว่างประเทศ เชื่อว่า TICA จะช่วยประสานงานได้ เริ่มจากประเทศเพื่อนบ้านก่อน บางทีเราไม่รู้ว่าตำรวจเมียนมา ลาว กัมพูชา มีกระบวนการทำงานอย่างไร ก็จะประสานไปทาง TICA ให้ช่วยดูว่า เราร่วมมือกับเขาในส่วนไหนได้บ้าง”

พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ เชื่อว่า TICA เป็นสื่อกลางระหว่างไทยกับประเทศยุโรป ละติน และอเมริกา ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ส่วนที่ยังขาดอยู่ได้อีกด้วย

“ตอนนี้เราต้องการความรู้เรื่องการตรวจพิสูจน์ทางดีเอ็นเอ และกำลังติดต่อไปทางอเมริกา แต่อเมริกาอาจไม่ใช่ที่เดียวที่มีองค์ความรู้นี้ เพราะฉะนั้น เราจึงต้องคอยประสานงานและศึกษาจากประเทศต่าง ๆ อยู่ตลอด ถ้าเราไม่รู้ว่าเขาพัฒนาไปถึงระดับไหน เราจะพัฒนาได้อย่างไร” พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ กล่าวด้วยแววตาที่อยากยกระดับให้นิติวิทยาศาสตร์มีส่วนช่วยเหลือประชาชนและประเทศได้ยิ่งกว่าเก่า

ไทย-อาร์เจนตินา ร่วมมือด้านนิติวิทยาศาสตร์ ใช้ความรู้พิสูจน์อัตลักษณ์ศพ ผลักดันให้กระดูกทุกโครงเข้าถึงความยุติธรรม
ไทย-อาร์เจนตินา ร่วมมือด้านนิติวิทยาศาสตร์ ใช้ความรู้พิสูจน์อัตลักษณ์ศพ ผลักดันให้กระดูกทุกโครงเข้าถึงความยุติธรรม

เขาทิ้งท้ายด้วยคติประจำใจที่ไม่ว่าจะร่วมงานกับประเทศไหนก็ยึดถือเสมอมา 

“ใครให้อะไรเรามา เราต้องจำ ผมเป็นคนอย่างนั้น 

  “Caring and Sharing คือคำที่ผมชอบ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ กล่าวไว้ ถ้าเรารู้ว่าเขาต้องการอะไร แล้วเราแบ่งปันกับเขาในส่วนที่เรามี คอยช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกัน ทัศนคติแบบนี้จะทำให้เกิดความร่วมมือที่ดีในอนาคต และทำให้องค์ความรู้ทางด้านนิติวิทยาศาตร์ของไทยก้าวไกลขึ้นด้วย”

ความสำเร็จจากความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและอาร์เจนตินาเป็นเพียงจุดเริ่มต้นอันยิ่งใหญ่ ต่อจากนี้ TICA และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ยังมีโครงการที่จะส่งต่อองค์ความรู้ไปสู่ประเทศอาเซียน เพื่อให้ศพได้กลับบ้าน โดยเป้าหมายไม่ใช่การช่วยคนตาย แต่เป็นการช่วยคนเป็นเยียวยาจิตใจให้พวกเขาได้พบบุคคลในความทรงจำเป็นครั้งสุดท้าย

ไทย-อาร์เจนตินา ร่วมมือด้านนิติวิทยาศาสตร์ ใช้ความรู้พิสูจน์อัตลักษณ์ศพ ผลักดันให้กระดูกทุกโครงเข้าถึงความยุติธรรม

Writers

Avatar

จันท์จุฑา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา

ตอนเป็นเด็กหญิงคิดว่าถ้ามีพลังวิเศษไม่ได้ก็ขอเขียน ถ้าเขียนไม่ได้ก็ขอร้องเพลง ปัจจุบันเป็นนางสาวนักฝึกฝนตนเองให้ไวต่อความจริงใจ เพราะดันไปแอบชอบพลังวิเศษชนิดนี้ในตัวคน

วโรดม เตชศรีสุธี

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

Avatar

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

Little Big People

เรื่องราวของเหล่าคนตัวเล็กผู้มุ่งมั่นเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ให้ดีขึ้น

เวลาทำกับข้าวเสร็จหรือเมื่อกินข้าวในจานไม่หมด ฉันมักเทเศษวัตถุดิบหรือเศษอาหารลงถังขยะด้วยความสบายใจ เพราะคิดว่าของพวกนี้เดี๋ยวก็ย่อยสลายไปจากโลก

พูดง่ายๆ คือ ฉันไม่ได้มองสิ่งเหล่านี้เป็นขยะเท่าไหร่ (ขยะในหัวฉันคือของอย่างถุงพลาสติกมากกว่า)

แต่ที่จริงแล้ว เศษอาหารหรือขยะอินทรีย์เหล่านี้คือหนึ่งในปัญหาชวนปวดหัวของบ้านเรา หลายคนอาจนึกไม่ถึงว่าการเทอาหารลงถังทำให้ขยะอื่นในถังเปรอะเปื้อน จัดการยากขึ้น รวมถึงขยะสดนี้เรียกได้ว่ามีจำนวนเกินครึ่งของขยะทั้งหมดในแต่ละวัน ลองนึกภาพรถขนขยะที่ครึ่งรถเต็มไปด้วยขยะสดเหล่านี้ มันทั้งเป็นภาระในการขนย้าย เปลืองพื้นที่ในการฝังกลบ ยังไม่นับเรื่องกลิ่นเตะจมูกและแมลงวันอีก

เปล่าหรอก, ความรู้ข้างบนทั้งหมดนั่นฉันไม่ได้เนิร์ดจนไปกูเกิลมาจาระไนให้คุณฟัง แต่ทั้งหมดคือสิ่งที่ฉันได้รู้เมื่อนั่งลงคุยกับกลุ่มคนตัวเล็กที่กำลังยื่นมือเข้าช่วยแก้ปัญหานี้

พวกเขาเรียกตัวเองว่า ‘ผักDone’ ประกอบด้วยสมาชิก 3 คนคือ มานิตา วิวัฒน์เศรษฐชัย, ธนกร เจียรกมลชื่น และ อรสรวง บุตรนาค

ผักDone
ผักDone

เรื่องราวของ ผักDone เริ่มจากมานิตาอยากสร้างพื้นที่ซึ่ง ‘พออยู่พอกิน’ หรือพื้นที่ที่ผลิตอาหารและของใช้ในชีวิตประจำวันเองได้ เธอเลยตัดสินใจลาออกจากการเป็นสาวออฟฟิศ มาลุยสร้างพื้นที่ในฝันบนผืนดินย่านรังสิต แต่ปัญหาคือดินของที่ตรงนั้นปลูกต้นไม่ไม่ค่อยงาม จะซื้อปุ๋ยมาบำรุงก็ดูไม่ค่อยเข้ากับแนวคิดพึ่งพาตัวเอง มานิตาเลยมองหาทางเลือกอื่น แล้วก็พบว่าชุมชนใกล้เคียงนั้นมีทั้งร้านอาหารและตลาดสด เธอจึงเกิดไอเดียไปขอขยะอินทรีย์เหลือทิ้งจากพ่อค้าแม่ค้ามาหมักเป็นปุ๋ย โดยมีความตั้งใจอยากช่วยจัดการขยะเหล่านี้ไปด้วย

พ่อค้าแม่ค้าให้ความร่วมมืออย่างดี แต่ทำไปทำมา เธอก็เริ่มรู้สึกว่า การจัดการขยะแบบนี้อาจไม่ใช่วิธีที่ถูก เพราะปริมาณขยะไม่ได้ลดลง ยิ่งเมื่อเธอส่งไอเดียนี้เข้าร่วมประกวดกับโครงการของสวนผักคนเมืองในนาม ผักDone พี่ๆ ที่นั่นก็บอกว่า การจัดการแบบนี้ยังไม่ได้สร้างการตระหนักรู้หรือเปลี่ยนความคิดให้คนหันมารับผิดชอบต่อขยะที่ตนสร้าง

ผักDone

“เราก็เลยมาคิดใหม่ว่าจะทำยังไงให้คนได้เห็นว่าขยะไม่ใช่เรื่องของเทศบาล ไม่ใช่เรื่องของผักDone ไม่ใช่เรื่องของคนอื่น แต่เป็นเรื่องของทุกคน” มานิตาบอกฉัน และนั่นคือที่มาของกลุ่มผักDone ซึ่งคิดใหม่ทำใหม่

คราวนี้ผักDone ทำอะไร? พวกเขาตั้งใจแก้ปัญหาการจัดการขยะสดอย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมทั้งระบบ โดยเริ่มจากจุดเล็กสุดที่ไม่ค่อยมีใครสนใจเข้ามาจัดการอย่างฉันหรือคุณ คนเมืองที่อาจสนใจสิ่งแวดล้อมอยู่บ้าง

“เป้าหมายของกลุ่มเราจะเป็นพวกบ้านเดี่ยวหรือคอนโดในเมือง เพราะโดยทั่วไปแล้ว เศษอาหารในร้านอาหาร โรงแรมใหญ่อาจมีคนมารับไปทิ้งได้ แต่ตามบ้านซึ่งปริมาณน้อยมาก ต่อวันอาจจะ 1 – 3 โล มันไม่คุ้ม เขาก็ผูกใส่ถุงทิ้ง” ธนกรอธิบาย

แต่พวกเราทั้งยุ่ง ทั้งไม่มีพื้นที่ ผักDone เลยแก้ปัญหาด้วยการหยิบ ‘กล่องหมักปุ๋ย’ นวัตกรรมซึ่งชูเกียรติ โกแมน หนึ่งในทีมงานสวนผักคนเมืองคิดค้นขึ้นใช้เองและขายให้คนวงในมาขายแก่คนเมืองในวงกว้าง

ผักDone : ชวนคนเมืองเปลี่ยนขยะสดเจ้าปัญหาเป็นปุ๋ยชั้นดีด้วยกล่อง 1 ใบ

อธิบายวิธีใช้อย่างสั้นคือ วางกล่องไว้ในร่ม (แต่ไม่แนะนำให้ไว้ในห้องแอร์นะ) เวลาคุณมีขยะสดเหลือทิ้ง ให้พยายามทำให้มันแห้งที่สุด แล้วเอามาคลุกกับ Compost หรือวัสดุตั้งต้นซึ่งแถมมาพร้อมกล่อง ประกอบด้วยเศษใบไม้ กากกาแฟ ปุ๋ยคอก และดินใบก้ามปู โรยน้ำตาลและหัวเชื้อที่แถมมาเช่นกันลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นเทใส่กล่อง ปิดฝา ทำอย่างนี้เรื่อยๆ จนกล่องเต็ม แล้วปิดฝาทิ้งไว้โดยเปิดเช็กทุกอาทิตย์ ถ้าเปียกก็คลุกๆ ให้เข้ากันเสียหน่อย เมื่อผ่านไปซัก 20 วัน อากาศในกล่อง (ซึ่งมาจากท่อสีฟ้าภายในที่เจาะรูให้อากาศเข้า) และส่วนผสมต่างๆ จะช่วยทำให้ขยะสดเหลือทิ้งแปลงร่างเป็นปุ๋ยสารอาหารเพียบ พร้อมให้เอาไปโรยต้นไม้หรือกระถางผัก

เจ้ากล่องใบนี้จึงช่วยให้เราจัดการขยะอินทรีย์ได้ง่าย ประหยัดพื้นที่ ประหยัดเวลา และไร้กลิ่นกวนใจ แถมได้ผลลัพธ์เป็นปุ๋ยพร้อมใช้ ซึ่งถ้าใครไม่สนใจปลูกต้นไม้ ทางผักDoneเองก็กำลังวางแผนรับซื้อปุ๋ยคืนมาเพื่อกระจายต่อกับเครือข่ายที่ต้องการ รวมถึงเอามาพัฒนาเป็นชุดกระถางพร้อมปลูกเพื่อเพิ่มมูลค่า

ผักDoneเริ่มผลักดันสิ่งที่คิดมาได้หลายเดือนแล้ว โดยเผยแพร่ไอเดียนี้ผ่านทั้งสื่อออนไลน์และออฟไลน์ การจัดอบรมให้เหล่าลูกค้าที่อาจยังงงๆ เรื่องหมักปุ๋ย รวมถึงไปสาธิตตามโรงเรียนหรือหมู่บ้าน ที่ถ้าเวิร์กก็จะกลายเป็นลูกค้ารายใหญ่ และทำให้การไปรับปุ๋ยสะดวก จบที่จุดเดียว พร้อมกันนั้นพวกเขาก็พยายามพัฒนากล่องหมักปุ๋ยให้ใช้ได้ดีขึ้น ง่ายขึ้น และสวยขึ้น (ส่วนใครอยากรู้ว่าตอนนี้มีกล่องแบบไหน ราคาเท่าไหร่บ้าง ลองเช็กในเพจของกลุ่มที่เราแปะไว้ให้ด้านล่างสุดนะ)

ผักDone
ผักDone
ผักDone

นอกจากนี้ กล่องหมักปุ๋ยยังเป็นแค่เครื่องมือแรก พวกเขากำลังค้นคว้าหาเครื่องมืออื่นมาเสริมทัพจัดการขยะทั้งระบบอย่างที่ตั้งใจ เช่น มองหาเครื่องมือจัดการขยะสดสำหรับหน่วยที่ใหญ่ไปกว่าครอบครัวเดี่ยว รวมถึงมีแผนการอนาคตอยากทำแอพพลิเคชันที่ช่วยเชื่อมคนมีขยะแต่จัดการเองไม่ได้กับคนที่อยากได้ขยะด้วย

การเกิดขึ้นของผักDoneและกล่องหมักปุ๋ยจึงช่วยให้เราเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาใหญ่แต่ใกล้ตัวมากอย่างขยะอินทรีย์ โดยแทบไม่ต้องออกแรง

ผักDone
ผักDone

“ขยะอินทรีย์เป็นขยะที่ทุกคนสร้างทุกวัน และบางทีปริมาณต่อคนอาจมากกว่าถุงพลาสติกหรือแก้วด้วยซ้ำ ถ้าเราจัดการขยะนี้ ขยะมวลรวมก็น่าจะลดลงอย่างเห็นภาพชัด” อรสรวงกล่าวกับฉัน

ไม่เพียงเท่านั้น กล่องเล็กๆ 1 ใบยังทำให้คนมองขยะอินทรีย์ด้วยสายตาใหม่

จากสิ่งไร้ประโยชน์ กลายเป็นสิ่งที่มีทั้ง ‘คุณค่า’ และ ‘มูลค่า’

“เราอยากเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างสังคมที่ไร้ขยะ โดยเปลี่ยนคำว่าขยะให้กลายเป็นคำว่าทรัพยากรแทน และเรามองเห็นว่า สิ่งที่ผักdoneจะผลักดันไปได้คือ ช่วยให้ทุกคนมองว่าขยะเป็นความรับผิดชอบของตัวเอง เหมือนคนเราต้องซักเสื้อผ้า การที่สร้างขยะมา เราก็ต้องจัดการ” มานิตาเล่าความฝันของกลุ่มเล็กๆ ที่ชื่อ ผักDone ให้ฟัง

ส่วนฝันของพวกเขาจะสำเร็จหรือไม่ คงต้องอาศัยตัวช่วยอย่างฉันกับคุณ

ผักDone
Facebook l ผักDone

Writer

Avatar

ธารริน อดุลยานนท์

สาวอักษรฯ ผู้หลงรักการเขียนเสมอมา และฝันอยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยสิ่งที่มี ณ จุดที่ยืนอยู่ รวมผลงานการมองโลกผ่านตัวอักษรไว้ที่เพจ RINN

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load